• บริเวณทะเลสาบคาวากุจิโกะกว้างมาก แนะนำให้ลองเดินเล่นที่ย่านออนเซ็น Funatsuhama ก่อน แถบนี้มีทั้งของกินอร่อยๆ และร้านค้าอยู่ไม่น้อย เหมาะมากสำหรับเลือกซื้อของฝาก

    ถ้าอยากถ่ายภาพมุมคลาสสิกที่มีทั้งภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบ แนะนำให้ไปที่ Ubuyagasaki คนไม่เยอะมาก สามารถจัดมุมถ่ายรูปและนั่งชมวิวได้แบบสบายๆ

  • เวลาสภาพอากาศไม่ดี ภูเขาไฟฟูจิมักจะถูกเมฆปกคลุมจนแทบมองไม่เห็นตัวภูเขา เหลือแค่โครงราง ๆ เท่านั้น

    แม้จะน่าเสียดายนิดหน่อย แต่บรรยากาศแบบพร่า ๆ นั้นก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบ

  • ทะเลสาบคาวากุจิโกะถือเป็นจุดชมภูเขาไฟฟูจิที่เห็นได้ค่อนข้างแน่นอนและคลาสสิกที่สุดแห่งหนึ่ง แต่ประสบการณ์จริงก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศมากเหมือนกัน ต้องเผื่อใจไว้นิดนึง เพราะจะได้เห็นฟูจิแบบสวยสมบูรณ์หรือเปล่าก็มีเรื่องดวงอยู่พอสมควร

  • ไปตรงกับวันที่มีจัดดอกไม้ไฟฤดูหนาวพอดี เลยเห็นดอกไม้ไฟสวย ๆ จากโรงแรมที่พัก

    เหมือนว่าทุกปีวันที่ 23 กุมภาพันธ์จะเป็น “วันภูเขาไฟฟูจิ” เลยมีอีเวนต์จัดตามที่ต่าง ๆ ด้วย

  • รอบ ๆ ทะเลสาบเป็นวิวสวย ๆ เต็มไปหมด ปลายเดือนมีนาคมถึงจะยังหนาวอยู่ แต่ทริปนี้ก็คุ้มมาก

  • วันนั้นตารางเที่ยวไม่ได้แน่นมาก เลยยังมีเวลาเหลือพอไปแวะเที่ยวจุดต่างๆ แถวทะเลสาบคาวากุจิโกะได้

  • ทะเลสาบคาวากุจิโกะเป็นทะเลสาบที่พัฒนาเร็วที่สุดและคึกคักที่สุดในบรรดาฟูจิทั้งห้า งานเทศกาลวัฒนธรรมใหญ่ๆ ของท้องถิ่นหลายงานก็มักจัดที่นี่

  • ถ้าได้พักห้องวิวทะเลสาบ ตอนเช้าเห็นภูเขาไฟฟูจิเลยว่ากันว่าโชคดีมาก

  • เช่าจักรยานแถวๆ นั้นปั่นรอบทะเลสาบคาวากุจิโกะ วิวระหว่างทางเหมือนภาพวาด สวยมากทั้งทะเลสาบและภูเขา

  • ในบรรดา “ทะเลสาบทั้งห้ารอบฟูจิ” ทะเลสาบคาวากุจิโกะเป็นที่นิยมที่สุด และเป็นจุดที่เหมาะมากสำหรับชมวิวภูเขาไฟฟูจิ

    ช่วงโกลเด้นวีกไปเที่ยวกับครอบครัว สนุกมากเป็นพิเศษ