• ครั้งนี้ที่ตั้งใจไปศาลเจ้าโอยามะเป็นพิเศษ จริง ๆ แล้วก็เพื่อไปแก้บน วันก่อนหน้านั้นเคยทำกระเป๋าสตางค์หาย โดยบริเวณใกล้ ๆ มีสถานีตำรวจอยู่สองแห่ง และหนึ่งในนั้นอยู่ใกล้ศาลเจ้าโอยามะพอดี จึงคิดว่าไปแจ้งความที่นั่น แล้วค่อยแวะสักการะหลังแจ้งความเสร็จ ไม่นึกว่าสุดท้ายจะได้กระเป๋าสตางค์คืนที่สถานีตำรวจแห่งนี้จริง ๆ วันรุ่งขึ้นจึงอยากหาเวลากลับมาขอบคุณเทพเจ้าให้ได้

    ตัวศาลเจ้าโอยามะเองก็น่าเดินชมกว่าที่คาดไว้ ที่มีชื่อเสียงที่สุดย่อมเป็นประตูศาลเจ้าตรงทางเข้า ซึ่งผสมผสานรูปแบบญี่ปุ่น จีน และตะวันตก ชั้นบนสุดยังประดับกระจกสี ส่วนบนหลังคายังมีสายล่อฟ้าที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นซึ่งยังหลงเหลืออยู่ เป็นแลนด์มาร์กที่โดดเด่นมากของคานาซาวะ ส่วน “ประตูฮิงาชิชินมง” ที่อยู่อีกด้านหนึ่งของบริเวณศาลเจ้า เดิมเป็นประตูคารามงของพระราชวังนิโนะมารุในปราสาทคานาซาวะ ก่อนจะย้ายมาตั้งไว้ที่นี่ อีกทั้งจากด้านหลังศาลเจ้ายังสามารถเดินผ่านบริเวณสะพานเนซึมิตะมงเพื่อเชื่อมไปยังปราสาทคานาซาวะได้ จึงเหมาะมากที่จะจัดสองสถานที่นี้ไว้ในเส้นทางเดียวกัน

    ส่วนตัวก็ชอบสวนภายในศาลเจ้ามากเช่นกัน ที่นี่เป็นสวนแบบเดินชมรอบสระน้ำ มีจุดเด่นคือออกแบบเกาะต่าง ๆ ให้เป็นรูปทรงของเครื่องดนตรีกากากุ บริเวณใกล้เคียงยังมีของตกแต่งและรายละเอียดรูปกบให้เห็น ทำให้ศาลเจ้าอันเคร่งขรึมมีความน่ารักเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

    เดิมทีตั้งใจมาแก้บนเพราะได้กระเป๋าสตางค์คืนเท่านั้น แต่พอได้เดินชมจริง ๆ จึงพบว่าศาลเจ้าโอยามะเองก็มีเอกลักษณ์มาก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์แบบคานาซาวะอย่างแท้จริง

  • ศาลเจ้าโอยามะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์มากแห่งหนึ่งในคานาซาวะ ประดิษฐานมาเอดะ โทชิอิเอะ ไดเมียวคนแรกแห่งแคว้นคางะ และท่านโอมัตสึ ภรรยาเอก สิ่งที่ดึงดูดใจมากที่สุดคือประตูศาลเจ้าอันโดดเด่น ซึ่งผสมผสานรูปแบบญี่ปุ่น จีน และตะวันตก โดยเฉพาะกระจกหลากสีด้านบนที่สวยมากเมื่อกระทบแสงแดด ถ่ายจากมุมไหนก็ให้อารมณ์แตกต่างกันไป ภายในบริเวณศาลเจ้าก็เหมาะกับการเดินเล่นช้า ๆ ชมสวนและรายละเอียดทางสถาปัตยกรรม เมื่อมาคานาซาวะ นอกจากสวนเค็นโรคุเอ็นและย่านโรงน้ำชาฮิกาชิแล้ว ศาลเจ้าโอยามะก็คุ้มค่าที่จะแวะมา และหลังเปิดไฟในตอนกลางคืนก็ให้บรรยากาศที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง!

  • ศาลเจ้าที่ผสมผสานทั้งสไตล์ญี่ปุ่นและตะวันตก แตกต่างจากศาลเจ้าทั่วไปที่มักเห็นในญี่ปุ่น