สึคันนง (เอ็นนิจิซัง คันนงจิ ไดโฮอิน)
วัดเก่าแก่ที่เล่าขานว่าสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 709 โดยมีชื่อทางการว่า “เอ็นนิจิซัง (Enichizan) คันนงจิ ไดโฮอิน” ชาวท้องถิ่นเรียกกันอย่างคุ้นเคยว่า “คันนงซัง” องค์ประธาน “โชคันนงโบซัตสึ” ถูกเรียกว่า “สึคันนง (Tsukannon)” และนับเป็นหนึ่งใน “สามคันนงแห่งญี่ปุ่น” เคียงคู่กับ “อาซากุสะคันนง” แห่งโตเกียว และ “โอสุคันนง” แห่งไอจิ เชื่อกันว่าจะช่วยเสริมดวง โชคลาภ และความรุ่งเรืองด้านการค้า รวมถึงอานิสงส์อีกหลากหลายด้าน
ฉันนั่งเรือความเร็วสูงลายนินจาจากท่าอากาศยานนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์มาถึงเมืองสึ แล้วต่อแท็กซี่จากท่าเรือสึไปยังวัด บริเวณย่านร้านค้ารอบสึคันนงค่อนข้างเงียบเหงา ต่างจากความคึกคักของวัดเซ็นโซจิและโอสุคันนงอย่างชัดเจน แต่เมื่อเข้าไปในบริเวณวัด เจดีย์ห้าชั้นสีแดงชาด วิหารหลัก รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม และภาพวาดบนเพดานยังคงดูทรงพลัง ทำให้วัดยิ่งมีบรรยากาศสง่างามและน่าเลื่อมใส
การตกแต่งและภาพวาดบนเพดานภายในวิหารหลักก็ควรค่าแก่การชมอย่างละเอียด ภาพนางฟ้าสวรรค์สีสันสดใสบนเพดานช่วยเพิ่มบรรยากาศที่อ่อนโยนและศักดิ์สิทธิ์ ภายในบริเวณวัดยังมีรายละเอียดน่าสนใจ เช่น อ่างชำระล้างรูปมังกร ความศรัทธาที่มีต่อพระโคโบไดชิ และหินสำหรับลูบที่เกี่ยวข้องกับการแสวงบุญ หากมาไหว้แบบรีบ ๆ ก็อาจพลาดสิ่งเหล่านี้ได้ง่าย
สิ่งที่ทำให้ประทับใจที่สุดในครั้งนี้คือโกะชูอินแบบตัดกระดาษลายจิตรกรรมฝาผนังของเจดีย์ห้าชั้น ลวดลายนำมาจากภาพวาดและเครื่องตกแต่งภายในเจดีย์ที่ปกติหาชมได้ยาก ดูวิจิตรแต่ยังคงความสง่างาม ปกติฉันมักเก็บของกระดาษจากการเดินทางไว้ในสมุดบันทึก แต่โกะชูอินชิ้นนี้สวยจนไม่อยากเก็บแบบนั้น สุดท้ายจึงนำไปวางบูชาแยกบนโต๊ะ
สึคันนงอาจไม่ใช่วัดที่คึกคักที่สุด แต่เป็นสถานที่ที่ทำให้สัมผัสได้ถึงความสงบนิ่งของวัดอย่างชัดเจนที่สุด ในบรรดาวัดคันนงทั้งสามแห่ง ที่นี่เป็นจุดหมายที่ตรงกับความรู้สึกส่วนตัวของฉันมากที่สุดและน่าจดจำที่สุด




















