ที่ MIHO MUSEUM ตอนเดินผ่านอุโมงค์เข้าไป รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่งจริง ๆ ภูเขา ป่าไม้ และสถาปัตยกรรมกลมกลืนกันอย่างสงบ บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกเหมือนเวลาค่อย ๆ ช้าลง
รีวิวของ范慈茜 หน้า1/2
-
-
บ้านกัสโชของชิราคาวาโกะให้ความรู้สึกเหมือนได้เดินเข้าไปในโลกนิทานจริงๆ ทั้งไม้และหลังคามุงหญ้าให้ความอบอุ่นมาก พอมีวิวภูเขากับลำธารยิ่งได้บรรยากาศสุดๆ ฤดูอื่นๆ ก็มีเสน่ห์ต่างกันไป
ค่อยๆ เดินในหมู่บ้านแล้วจะเผลอเดินช้าลงเอง เหมาะมากกับการมาใช้เวลาเงียบๆ คนเดียว -
-
ซากุระที่โอชิโนะฮักไคสวยเหมือนฝันจริงๆ ฟูจิซังกับซากุระสีชมพูอ่อนเข้ากันมาก แถมน้ำพุใสสะอาดด้วย วิวดีสุดๆ
-
-
เดือนเมษายนของสวนโออิชิถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่เพิ่งเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ดอกเด่น ๆ มักเป็นทิวลิปกับดอกนาโนะฮานะ แล้วก็มีซากุระช่วงปลายฤดูช่วยแต่งบรรยากาศ พอมีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลังก็ดูมีมิติมาก
แม้จะไม่โดดเด่นเท่าลาเวนเดอร์ในหน้าร้อน แต่ให้ความรู้สึกสดชื่นและสบายมาก -
-
ยูนิคอร์นกันดั้มที่โอไดบะอลังการมาก ดูใกล้ๆ แล้วใหญ่มาก ตอนกลางคืนยังมีไฟและแปลงร่างด้วย เท่มาก
-
-
จุดเท็นโจซังที่นี่คุ้มค่าแก่การไปจริงๆ แค่นั่งกระเช้าขึ้นไปก็รู้สึกผ่อนคลายแล้ว
ถ้าอากาศดีจะเห็นภูเขาไฟฟูจิชัดมาก พออยู่คู่กับทะเลสาบคาวากุจิก็ยิ่งดูมีมิติและสวยมาก -
-
คนเยอะมากจริงๆ โดยเฉพาะวันหยุดคือแทบจะเบียดกันเดินเลย ต้องทำใจก่อนไปนะ
-
-
มองเห็นจากบนเครื่องบินแล้วรูปดาวทั้งอันชัดมาก เห็นแวบแรกก็จำได้เลย ต่างจากตอนดูจากพื้นดินแบบคนละความรู้สึก
พอมองจากมุมสูงถึงจะเห็นดีไซน์ของที่นี่ได้ชัดจริง ๆ
เห็นรูปดาวที่เป็นระเบียบมากแล้วก็รู้สึกว่าคนสมัยก่อนเก่งมาก -
-
มาช่วงกลางวันก็คุ้มเหมือนกัน มองเห็นทั้งตัวเมืองฮาโกดาเตะและอ่าวได้แบบเต็มตา วิวเปิดกว้างมาก
เห็นลักษณะภูมิประเทศที่เป็นเอกลักษณ์ของฮาโกดาเตะได้ชัดเลย สองฝั่งเป็นทะเลและมีแผ่นดินเส้นหนึ่งเชื่อมตรงกลาง ดูแปลกตาและน่าสนใจมาก -
-
ภายนอกโบสถ์ให้ความรู้สึกแบบยุโรปมาก เดินอยู่แถวโมโตมาจิแล้วเหมือนหลุดมาอยู่ต่างประเทศเลย
-
- 1
- 2


























































