ที่นี่ไม่มีเสียงวุ่นวายของเมือง มีเพียงเสียงน้ำไหลเอื่อย เสียงนกร้อง และเสียงลมอ่อน ๆ พัดผ่านยอดไม้ ทำให้เราเผลอเดินช้าลงและดื่มด่ำกับความเยียวยาจากธรรมชาติอย่างเงียบ ๆ ไม่ว่าจะเดินไปถึงสะพานคัปปะ หรือเดินเล่นไปตามเส้นทาง ทุกมุมก็สวยจนไม่อยากจากไป
ถ้าชีวิตนี้เลือกสถานที่ธรรมชาติในญี่ปุ่นได้แค่แห่งเดียว ฉันคิดว่าคามิโคจิต้องเป็นคำตอบของฉันแน่นอน ดินแดนลับที่ถูกเรียกว่า “บ้านเกิดของเทพเจ้า” แห่งนี้ คุ้มค่ามากที่จะมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง
คามิโคจิ | รีวิวของ 楊雅雯
รีวิวอื่นๆ ของ 楊雅雯
-
ชิราคาวาโกะ (หมู่บ้านกัสโชสึคุริ)
“ชิราคาวาโกะ” เป็นพื้นที่งดงามที่ยังคงรักษาทิวทัศน์ชนบทดั้งเดิมของญี่ปุ่นเอาไว้ได้จนถึงปัจจุบัน ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ยังคงมีอาคารสไตล์กัสโชสึคุริหลงเหลืออยู่มากที่สุด โดยปัจจุบันมีมากกว่า 100 หลัง ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ (ค.ศ. 2016) นับเป็นหมู่บ้านกัสโชที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และได้รับการคัดเลือกให้เป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมที่สำคัญของประเทศ
หลายคนคิดว่าหมู่บ้านกัสโชต้องมาช่วงฤดูหนาวเพื่อดูหิมะเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วฤดูร้อนก็มีเสน่ห์น่าหลงใหลไปอีกแบบ ป่าเขาสีเขียวสด ท้องฟ้าสีคราม เมื่ออยู่คู่กับบ้านกัสโชสึคุริแบบดั้งเดิมแต่ละหลัง ก็เหมือนเดินเข้าไปในหมู่บ้านเล็ก ๆ ในเทพนิยาย ถ่ายมุมไหนก็สวยราวกับโปสต์การ์ด ชิราคาวาโกะในฤดูร้อนเขียวชอุ่มมาก และเป็นฤดูกาลที่นักเดินทางหลายคนชื่นชอบ
อากาศในฤดูร้อนกำลังสบาย เดินเล่นในหมู่บ้านพร้อมลมอ่อน ๆ พัดมา ไม่มีความหนาวแบบฤดูหนาว แต่เพิ่มความสบาย ๆ และผ่อนคลายเข้าไปแทน ลองค่อย ๆ เดินชมวิวตรงหน้า และสัมผัสความเงียบสงบกับความเรียบง่ายของมรดกโลกแห่งนี้ บอกเลยว่าทำให้ไม่อยากกลับจริง ๆ
ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวแถบตอนกลางของญี่ปุ่น หมู่บ้านกัสโชเป็นที่ที่ควรจัดไว้ในแผนอย่างแน่นอน เพื่อมาสัมผัสสถานที่ลับในฝันที่เหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยายด้วยตัวเอง -
-
เทศกาลทาเทยามะคุโรเบะ: กำแพงหิมะยูกิโนะโอตานิ
เส้นทางท่องเที่ยวภูเขาระดับโลกที่มีแนวเทือกเขาระดับความสูงประมาณ 3,000 เมตรทอดยาว นั่นคือ “เส้นทางแอลป์ ทาเทยามะ-คุโรเบะ” (Tateyama Kurobe Alpine Route) โดยบริเวณ “โอตานิ” ใกล้มุโรโดะ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นเขตหิมะหนัก จะเกิดแอ่งสะสมหิมะทำให้มีหิมะทับถมหนา และบางปีความลึกอาจเฉียด 20 เมตร เทศกาลที่จัดขึ้นรอบๆ โอตานินี้ในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายนของทุกปีคือ “เทศกาลทาเทยามะคุโรเบะ: กำแพงหิมะยูกิโนะโอตานิ”
ทาเทยามะคุโรเบะ “ยูกิโนะโอตานิ” เป็นหนึ่งในสถานที่ในฝันที่ฉันคิดว่าชีวิตนี้ต้องไปให้ได้สักครั้งจริง ๆ!
เมื่อได้ยืนอยู่ท่ามกลางกำแพงหิมะสูงกว่าสิบเมตร จะรู้สึกทึ่งกับความยิ่งใหญ่ที่ธรรมชาติสร้างขึ้น ราวกับได้เดินเข้าไปในโลกแห่งหิมะและน้ำแข็ง เทศกาลยูกิโนะโอตานิที่เปิดให้เข้าชมเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิในแต่ละปี ทำให้เราได้เดินใกล้ ๆ ตามทางเดินกำแพงหิมะ และสัมผัสความอลังการกับความประทับใจนี้ด้วยตาตัวเอง ถ่ายรูปมุมไหนก็ดูเหมือนโปสต์การ์ด
ถ้ามีแผนไปเที่ยวญี่ปุ่น ขอแนะนำมาก ๆ ให้จัดทาเทยามะคุโรเบะไว้ในทริป อย่างน้อยสักครั้งในชีวิตควรมาเห็นด้วยตัวเอง เพื่อสัมผัสทิวทัศน์ดินแดนหิมะที่น่าจดจำนี้! -
-
สถานี JR คานาซาวะ
สถานีคานาซาวะ ประตูสู่จังหวัดอิชิคาวะ ในปี 2015 รถไฟชินคันเซ็นสายโฮคุริคุเปิดให้บริการ ทำให้สามารถเดินทางเชื่อมโตเกียวกับคานาซาวะได้ในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที ส่งผลให้เมืองคานาซาวะไม่เพียงเป็นศูนย์กลางของเมืองเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวโฮคุริคุด้วย บริเวณชานชาลาชินคันเซ็นใช้ทองคำเปลว ทางเดินและเสามีการใช้กระดาษวาชิและผ้าไหมย้อมลายคางะยูเซ็น อีกทั้งผนังห้องพักคอยยังประดับงานหัตถกรรมอย่างงานลงรักวาจิมะและเครื่องเคลือบคุตานิ รวมกว่าอย่างน้อย 200 ชิ้น ทำให้ทั้งสถานีเป็นจุดที่แนะนำงานหัตถกรรมดั้งเดิมของคานาซาวะ
สถานีคานาซาวะ! ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งใน “สถานีที่สวยที่สุดในโลก” ที่นี่ผสมผสานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่กับวัฒนธรรมดั้งเดิมได้อย่างลงตัว จุดที่สะดุดตาที่สุดคือประตูสึซึมิมงขนาดใหญ่ที่สื่อถึงวัฒนธรรมโนของคานาซาวะ พร้อมกับ “Motenashi Dome” หลังคากระจก พอเดินออกจากสถานีก็อดไม่ได้ที่จะหยุดถ่ายรูป
สถานีคานาซาวะยังเคยติดรายชื่อสถานีที่สวยที่สุดในโลก และเป็นจุดเช็กอินแรกๆ ของนักท่องเที่ยวหลายคนที่มาเยือนคานาซาวะ -





