ถ้ามาโยโกฮามะ ต้องลองขึ้น YOKOHAMA AIR CABIN ให้ได้! นี่คือกระเช้าลอยฟ้าแบบหมุนเวียนในเมืองแห่งแรกของญี่ปุ่น ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ได้ชมวิวมินาโตะมิไรที่สวยมีเสน่ห์จากมุมสูง ทั้งกลางวันและกลางคืนให้บรรยากาศต่างกันไปคนละแบบ
ถ้ามีแผนจะขึ้นชิงช้าสวรรค์ Cosmo Clock 21 ด้วย แนะนำให้ซื้อบัตรเซ็ตกระเช้า+ชิงช้าสวรรค์ไปเลย คุ้มกว่าซื้อแยก และยังได้เพลิดเพลินกับวิวสวยจากทั้งกระเช้าลอยฟ้าและชิงช้าสวรรค์ในครั้งเดียว เหมาะมากสำหรับถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก!
YOKOHAMA AIR CABIN | รีวิวของ 楊雅雯
รีวิวอื่นๆ ของ 楊雅雯
-
โยโกฮามะ คอสโม เวิลด์
สวนสนุกแบบเมืองที่มีชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่เป็นสัญลักษณ์ แบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่ “วันเดอร์ อะมิวส์ โซน”, “บราโน สตรีท โซน” และ “คิดส์ คาร์นิวัล โซน” ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ “คอสโมคล็อก 21” (Cosmo Clock 21) ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของโยโกฮามะ มีความสูงรวม 112.5 ม. รองรับได้ 480 คน และเป็นชิงช้าสวรรค์ที่มีฟังก์ชันนาฬิกาขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
ถ้ามาถึงมินาโตะมิไร โยโกฮามะ ห้ามพลาดชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่โดดเด่นมากอย่าง Cosmo Clock 21
ตอนกลางวันได้ชมวิวอ่าวสวย ๆ ส่วนตอนกลางคืนยิ่งโรแมนติก เมื่อชิงช้าสวรรค์ค่อย ๆ สูงขึ้น ก็สามารถมองเห็นวิวกลางคืนของโยโกฮามะได้ทั่ว ทั้งแสงไฟของเมืองและบรรยากาศท่าเรือที่ผสมกันอย่างมีเสน่ห์
นอกจากชิงช้าสวรรค์แล้ว COSMO WORLD ยังมีเครื่องเล่นอีกหลายอย่าง เหมาะมากกับการจัดเวลามาเดินเล่นสักครึ่งวัน ไม่ว่าจะมาเดตกับแฟน เที่ยวกับครอบครัว หรือแค่มาถ่ายรูปเก็บความทรงจำ ก็คุ้มค่าที่จะมาเยือนมาก -
-
เขื่อนคุโรเบะ
เขื่อนขนาดมหึมาระดับแถวหน้าของโลก และเป็นเขื่อนที่มีความสูงของสันเขื่อนมากที่สุดในญี่ปุ่น ด้วยความสูง 186 เมตร สร้างสำเร็จด้วยแรงงานรวมกว่า 10 ล้านคน ใช้เวลากว่า 7 ปี ฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย จนในยุคนั้นถูกขนานนามว่าเป็น “โครงการยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษ”
เส้นทางทาเตยามะคุโรเบะเป็นเส้นทางสวยงามมากที่ควรไปสักครั้งในชีวิตเมื่อมาเที่ยวญี่ปุ่น และเขื่อนคุโรเบะก็เป็นหนึ่งในจุดที่น่าประทับใจที่สุดของทริปนี้
เมื่อยืนอยู่บนเขื่อนที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น มองเห็นภูเขาอันยิ่งใหญ่ น้ำในทะเลสาบสีเขียวสด และตัวเขื่อนขนาดมหึมา วิวตรงหน้าสวยจนอดชื่นชมไม่ได้จริง ๆ วันที่อากาศดี ท้องฟ้าสีฟ้ากับเมฆขาวยิ่งทำให้ภูเขาดูงดงาม ลมพัดมาเบา ๆ สบายมาก เดินไปแต่ละก้าวเหมือนอยู่ในภาพโปสการ์ด
เขื่อนคุโรเบะยังเป็นจุดสำคัญของเส้นทางแอลป์ทาเตยามะคุโรเบะด้วย ช่วงฤดูร้อนยังได้ชมภาพการปล่อยน้ำที่อลังการมาก ทริปนี้ไม่ใช่แค่การชมวิวสวย ๆ แต่ยังเป็นความทรงจำที่ช่วยให้ผ่อนคลายทั้งกายใจ และคุ้มค่าที่จะเก็บไว้ตลอดชีวิต -
-
ชิราคาวาโกะ (หมู่บ้านกัสโชสึคุริ)
“ชิราคาวาโกะ” เป็นพื้นที่งดงามที่ยังคงรักษาทิวทัศน์ชนบทดั้งเดิมของญี่ปุ่นเอาไว้ได้จนถึงปัจจุบัน ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ยังคงมีอาคารสไตล์กัสโชสึคุริหลงเหลืออยู่มากที่สุด โดยปัจจุบันมีมากกว่า 100 หลัง ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ (ค.ศ. 2016) นับเป็นหมู่บ้านกัสโชที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และได้รับการคัดเลือกให้เป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมที่สำคัญของประเทศ
หลายคนคิดว่าหมู่บ้านกัสโชต้องมาช่วงฤดูหนาวเพื่อดูหิมะเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วฤดูร้อนก็มีเสน่ห์น่าหลงใหลไปอีกแบบ ป่าเขาสีเขียวสด ท้องฟ้าสีคราม เมื่ออยู่คู่กับบ้านกัสโชสึคุริแบบดั้งเดิมแต่ละหลัง ก็เหมือนเดินเข้าไปในหมู่บ้านเล็ก ๆ ในเทพนิยาย ถ่ายมุมไหนก็สวยราวกับโปสต์การ์ด ชิราคาวาโกะในฤดูร้อนเขียวชอุ่มมาก และเป็นฤดูกาลที่นักเดินทางหลายคนชื่นชอบ
อากาศในฤดูร้อนกำลังสบาย เดินเล่นในหมู่บ้านพร้อมลมอ่อน ๆ พัดมา ไม่มีความหนาวแบบฤดูหนาว แต่เพิ่มความสบาย ๆ และผ่อนคลายเข้าไปแทน ลองค่อย ๆ เดินชมวิวตรงหน้า และสัมผัสความเงียบสงบกับความเรียบง่ายของมรดกโลกแห่งนี้ บอกเลยว่าทำให้ไม่อยากกลับจริง ๆ
ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวแถบตอนกลางของญี่ปุ่น หมู่บ้านกัสโชเป็นที่ที่ควรจัดไว้ในแผนอย่างแน่นอน เพื่อมาสัมผัสสถานที่ลับในฝันที่เหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยายด้วยตัวเอง -







