โอนิกะโจแห่งคุมาโนะคือทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่ที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นตลอดหลายสิบล้านปี การยกตัวของเปลือกโลก รวมถึงการผุพังและการกัดเซาะของทะเลที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน ก่อให้เกิดหน้าผาหินขนาดใหญ่ทอดยาวประมาณ 1.2 กิโลเมตร มีทั้งชะง่อนหินที่ซ้อนตัวเป็นชั้น โขดหินแหลมคมรูปร่างประหลาด และถ้ำทะเลน้อยใหญ่ ราวกับถูกยักษ์ใช้ขวานมหึมาสกัดขึ้น เป็นภาพที่ทรงพลังและน่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง
    ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของมรดกโลก “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเส้นทางแสวงบุญในเทือกเขาคิอิ” และได้รับการกำหนดให้เป็นจุดชมวิวแห่งชาติและอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติ เมื่อเดินไปตามทางเลียบชายฝั่ง จะเห็นทะเลคุมาโนะสีน้ำเงินเข้มตัดกับหน้าผาหินสีเทาดำอย่างเด่นชัด เสียงคลื่นซัดฝั่งดังอยู่ข้างหูชวนให้ใจเต้นระทึก ลมทะเลที่พัดปะทะมีกลิ่นเค็ม ส่วนใต้เท้าคือหินที่ผ่านการขัดเกลาจากกาลเวลา ฉันค่อย ๆ เดินโดยเกาะผนังหินไว้ราวกับกำลังเดินอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบาง ๆ
    เมื่อยืนที่ “จุดชมวิวโอนิ” แล้วมองออกไปยังลานหินกว้าง “เซ็นโจจิกิ” และบริเวณอื่น ๆ จะเห็นผืนทะเลเชื่อมต่อกับท้องฟ้าเป็นหนึ่งเดียว ทำให้สัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลของธรรมชาติและเกิดความยำเกรง ยิ่งมีตำนานเรื่องซากาโนะอุเอะ โนะ ทามูระมาโระปราบโจรสลัด ก็ยิ่งเพิ่มบรรยากาศทางประวัติศาสตร์อันลึกลับและทรงพลังให้แก่ชายฝั่งหินรูปร่างแปลกตาแห่งนี้ การสำรวจทั่วทั้งบริเวณใช้เวลาไปกลับประมาณ 90 นาที มาสัมผัสความงามอันน่าอัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ไว้อย่างเต็มที่กันเถอะ

รีวิวอื่นๆ ของ 周黛西