【ทริปฤดูใบไม้ผลิในโทโฮคุ ชมซากุระทั่วภูมิภาค】18 จุดชมซากุระยอดนิยมในโทโฮคุ

【ทริปฤดูใบไม้ผลิในโทโฮคุ ชมซากุระทั่วภูมิภาค】18 จุดชมซากุระยอดนิยมในโทโฮคุ

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

พอเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ โทโฮคุก็เผยเสน่ห์ของทิวทัศน์ธรรมชาติที่งดงามแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่
ในโทโฮคุมีจุดชมซากุระชื่อดังอยู่มากมาย แต่ละจังหวัดและแต่ละสถานที่ก็ให้ภาพของซากุระที่ต่างกันออกไป
บทความนี้คัดเลือกจุดชมซากุระยอดนิยมของโทโฮคุ จังหวัดละ 3 แห่งมานำเสนอ
หากคุณกำลังวางแผนเที่ยวโทโฮคุในฤดูใบไม้ผลิ ลองจัดทริปโดยเน้นจุดชมซากุระเป็นหลักดูสักครั้ง

พยากรณ์ช่วงซากุระบานในโทโฮคุ

ก่อนวางแผนออกเดินทาง ลองดูวันเริ่มบานและวันบานเต็มที่ของซากุระในโทโฮคุแยกตามจังหวัดจากตารางด้านล่างไว้เป็นข้อมูลอ้างอิง
ข้อมูลนี้เป็นช่วงเวลาโดยเฉลี่ยของทุกปี และอาจคลาดเคลื่อนได้เล็กน้อยตามสภาพอากาศในแต่ละปี จึงควรตรวจสอบให้ดี
โทโฮคุเป็นภูมิภาคที่ทอดยาวจากเหนือจรดใต้ ทำให้ช่วงชมซากุระสวยที่สุดแตกต่างกันไปตามจังหวัด
ดังนั้นแม้ฟุกุชิมะจะเข้าสู่ช่วงชมซากุระแล้ว แต่อาโอโมริอาจยังไม่เริ่มบานเลยก็ได้
หากคุณวางแผนเดินทางข้ามจังหวัดเพื่อไปชมซากุระ ควรตรวจสอบวันเริ่มบานและวันบานเต็มที่ของแต่ละจังหวัดให้เรียบร้อย

อาโอโมริ
・วันเริ่มบาน: 22 เมษายน
・วันบานเต็มที่: 26 เมษายน
อิวาเตะ (โมริโอกะ)
・วันเริ่มบาน: 18 เมษายน
・วันบานเต็มที่: 24 เมษายน
อาคิตะ
・วันเริ่มบาน: 17 เมษายน
・วันบานเต็มที่: 22 เมษายน
ยามากาตะ
・วันเริ่มบาน: 13 เมษายน
・วันบานเต็มที่: 18 เมษายน
มิยางิ (เซ็นได)
・วันเริ่มบาน: 8 เมษายน
・วันบานเต็มที่: 13 เมษายน
ฟุกุชิมะ
・วันเริ่มบาน: 7 เมษายน
・วันบานเต็มที่: 11 เมษายน

【ปี 2026】พยากรณ์ช่วงซากุระบานในโทโฮคุ

หากอยากทราบวันเริ่มบาน วันบานเต็มที่ และช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชมซากุระในปี 2026 โปรดดูตารางด้านล่าง
ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวประกาศเมื่อวันที่ 9 เมษายน จึงมีความเป็นไปได้ที่ช่วงเวลาจะเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิในอนาคต กรุณาใช้เป็นเพียงข้อมูลโดยประมาณ
นอกจากนี้ วันเริ่มบาน วันบานเต็มที่ และช่วงชมสวยที่สุดจะแตกต่างกันไปตามแต่ละสถานที่ชมซากุระ ดังนั้นอย่าลืมดูข้อมูลช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชมของแต่ละจุดที่จะแนะนำต่อไปด้วย

จังหวัดอาโอโมริ
・วันเริ่มบาน: 12 เมษายน
・วันบานเต็มที่: 15 เมษายน
・ช่วงชมสวยที่สุด: 15 เมษายน–19 เมษายน
จังหวัดอิวาเตะ (โมริโอกะ)
・วันเริ่มบาน: 7 เมษายน
・วันบานเต็มที่: 12 เมษายน
・ช่วงชมสวยที่สุด: 11 เมษายน–17 เมษายน
จังหวัดอาคิตะ
・วันเริ่มบาน: 6 เมษายน
・วันบานเต็มที่: 9 เมษายน
・ช่วงชมสวยที่สุด: 10 เมษายน–16 เมษายน
จังหวัดยามากาตะ
・วันเริ่มบาน: 2 เมษายน
・วันบานเต็มที่: 6 เมษายน
・ช่วงชมสวยที่สุด: 6 เมษายน–11 เมษายน
จังหวัดมิยางิ (เซ็นได)
・วันเริ่มบาน: 31 มีนาคม
・วันบานเต็มที่: 4 เมษายน
・ช่วงชมสวยที่สุด: 4 เมษายน–9 เมษายน
จังหวัดฟุกุชิมะ
・วันเริ่มบาน: 29 มีนาคม
・วันบานเต็มที่: 3 เมษายน
・ช่วงชมสวยที่สุด: 2 เมษายน–8 เมษายน
แนวต้นซากุระชิดาเระที่สายโชะนิจูเซ็นในจังหวัดฟุกุชิมะช่วงบานเต็มที่
แนวต้นซากุระชิดาเระที่สายโชะนิจูเซ็นในจังหวัดฟุกุชิมะช่วงบานเต็มที่

ถ้าจะชมซากุระในโทโฮคุ ห้ามพลาด! 3 สถานที่ชมซากุระชื่อดังแห่งมิจิโนคุ

ถ้าพูดถึงจุดชมซากุระตัวแทนของโทโฮคุ หลายคนมักนึกถึง 3 แห่งนี้ก่อน ได้แก่ เท็นโชจิ ในเมืองคิตาคามิ จังหวัดอิวาเตะ, สวนฮิโรซากิ ในเมืองฮิโรซากิ จังหวัดอาโอโมริ และคาคุโนะดาเตะ ในเมืองเซ็มโบกุ จังหวัดอาคิตะ
ทั้งสามแห่งยังถูกเรียกรวมกันว่า “3 สถานที่ชมซากุระชื่อดังแห่งมิจิโนคุ”
หากคุณมาเที่ยวชมซากุระในโทโฮคุ ลองหาโอกาสแวะอย่างน้อยสัก 1 แห่งก็ดี

โซเมโยชิโนะอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นตั้งตระหง่าน! 【อาโอโมริ・สวนฮิโรซากิ】

สวนฮิโรซากิ (Hirosaki Park) เป็นสวนที่แผ่กว้างอยู่ภายในพื้นที่ของปราสาทฮิโรซากิซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ
ภายในสวนฮิโรซากิมีต้นโซเมโยชิโนะที่ได้ชื่อว่าเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นถึง 2 ต้น
ต้นแรกคือโซเมโยชิโนะที่มีเส้นรอบวงลำต้นใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ด้วยขนาดถึง 537 ซม.
ต้นที่สองคือโซเมโยชิโนะที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น มีอายุราว 130 ปี
ที่นี่ยังมีซากุระหลากหลายสายพันธุ์ โดยมีมากถึง 50 สายพันธุ์ รวมประมาณ 2,600 ต้นออกดอกบานสะพรั่ง
ในช่วงชมซากุระสวยที่สุด ยังมีการจัดงาน “เทศกาลซากุระฮิโรซากิ” ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นงานเทศกาลซากุระอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นอีกด้วย

สวนฮิโรซากิที่มีซากุระ 50 สายพันธุ์รวมประมาณ 2,600 ต้นบานสะพรั่ง
สวนฮิโรซากิที่มีซากุระ 50 สายพันธุ์รวมประมาณ 2,600 ต้นบานสะพรั่ง

ซากุระแต่งแต้มบรรยากาศยุคเอโดะให้ยิ่งงดงาม! 【อาคิตะ・คาคุโนะดาเตะ】

คาคุโนะดาเตะ (Kakunodate) ซึ่งได้รับฉายาว่า “เกียวโตน้อยแห่งมิจิโนคุ” ยังคงรักษาทิวทัศน์เมืองจากสมัยเอโดะไว้จนถึงปัจจุบัน
ซากุระชิดาเระที่ย่านบ้านซามูไรและอุโมงค์ซากุระตลอดแนวคันกั้นแม่น้ำฮิโนคิไนยาว 2 กม. งดงามจนแทบหยุดหายใจ
ทิวทัศน์เมืองที่มีกลิ่นอายของอดีตและมีซากุระแต่งแต้มสีสันให้ยิ่งมีเสน่ห์ เป็นภาพที่ไม่ควรพลาด

ซากุระชิดาเระที่ย่านบ้านซามูไร
ซากุระชิดาเระที่ย่านบ้านซามูไร

แนวซากุระที่บานพร้อมกันประมาณ 10,000 ต้น ชวนตื่นตาตื่นใจอย่างแท้จริง! 【อิวาเตะ・เท็นโชจิ】

เท็นโชจิ (Tenshochi) เป็นหนึ่งใน “3 สถานที่ชมซากุระชื่อดังแห่งมิจิโนคุ” และยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 จุดชมซากุระชื่อดังของญี่ปุ่น” ด้วย
ที่นี่เป็นสวนสาธารณะริมแม่น้ำคิตาคามิ โดยมีแนวต้นซากุระยาวประมาณ 2 กม. เรียงรายตลอดริมแม่น้ำจนกลายเป็นอุโมงค์ซากุระที่ต้อนรับผู้มาเยือนอย่างอ่อนโยน
ที่นี่ยังสามารถนั่งรถม้าหรือเรือท่องเที่ยวเพื่อชมแนวซากุระอย่างเพลิดเพลินได้อีกด้วย
ซากุระหลากหลายประมาณ 150 สายพันธุ์ รวมประมาณ 10,000 ต้น บานสะพรั่งแข่งกันอย่างงดงาม เป็นภาพอลังการที่ควรไปเห็นด้วยตาตัวเอง

แนวต้นซากุระยาวประมาณ 2 กม. ที่ทอดยาวริมแม่น้ำ
แนวต้นซากุระยาวประมาณ 2 กม. ที่ทอดยาวริมแม่น้ำ

ทิวทัศน์งดงามของสีชมพูอ่อนและสีเขียว【3 จุดชมซากุระและฮานามิในอาโอโมริ】

ต่อจากนี้ เราจะคัดเลือกจุดชมซากุระและสถานที่ฮานามิยอดนิยมของแต่ละจังหวัดในโทโฮคุมาแนะนำ
เริ่มกันที่อาโอโมริ ซึ่งตั้งอยู่เหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุและเกาะฮอนชู
เมื่อพูดถึงจุดชมซากุระในอาโอโมริ จุดเด่นคือความตัดกันอย่างงดงามของซากุระ สน และทะเล
ลองมาดูกันต่อว่ามีจุดฮานามิใดในอาโอโมริที่สร้างภาพความงามเช่นนี้ได้บ้าง

1. สวนกัปโปะ

สวนกัปโปะ (Gappo Park) เป็นสวนริมทะเลที่มีป่าสนแผ่กว้างอยู่โดยรอบ
เมื่อถึงฤดูซากุระ จะมีโซเมโยชิโนะ ซากุระชิดาเระ และซาโตะซากุระรวมประมาณ 600 ต้นบานสะพรั่ง
ทิวทัศน์ที่เกิดจากแนวซากุระ ป่าสน และทะเลผสานกันทั้ง 3 อย่าง ช่วยเยียวยาจิตใจของผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี

ทิวทัศน์ที่เกิดจากแนวซากุระ ป่าสน และทะเลผสานกัน
ทิวทัศน์ที่เกิดจากแนวซากุระ ป่าสน และทะเลผสานกัน

2. สวนอาชิโนะ

สวนอาชิโนะ (Ashino Park) เป็นที่รู้จักกันว่าเคยเป็นสถานที่ที่นักเขียนชื่อดัง ดะไซ โอซามุ ใช้เล่นในวัยเด็ก
ที่นี่ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน “100 จุดชมซากุระชื่อดังของญี่ปุ่น” และมีความงามจากความตัดกันของซากุระมากกว่า 1,500 ต้นกับต้นสน
อีกหนึ่งภาพยอดนิยมคือทิวทัศน์ของซากุระที่แผ่คลุมแนวรางรถไฟใกล้สวนคู่กับขบวนรถไฟที่วิ่งผ่าน

ภาพของซากุระที่แผ่คลุมแนวรางรถไฟใกล้สวนและขบวนรถไฟ
ภาพของซากุระที่แผ่คลุมแนวรางรถไฟใกล้สวนและขบวนรถไฟ

3. สวนฮิโรซากิ

สวนฮิโรซากิที่เราได้แนะนำไปแล้วในฐานะหนึ่งใน “3 สถานที่ชมซากุระชื่อดังแห่งมิจิโนคุ”
ที่นี่มีโซเมโยชิโนะระดับอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นถึง 2 ต้น และมีซากุระ 50 สายพันธุ์รวมประมาณ 2,600 ต้นบานสะพรั่ง ถือเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระชั้นนำของญี่ปุ่น
ณ สถานที่ชมซากุระแห่งนี้ ยังมีการจัด “เทศกาลซากุระฮิโรซากิ” ที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นเทศกาลซากุระอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น
ในช่วงงานจะมีการประดับไฟซากุระ ทำให้ได้ชมทิวทัศน์ที่แตกต่างจากตอนกลางวัน
ภาพซากุระที่ส่องสว่างด้วยแสงไฟสะท้อนบนผิวน้ำคูปราสาทเป็นภาพชวนฝันที่ไม่ควรพลาด
ยังสามารถลิ้มลองอาหารท้องถิ่นจากร้านแผงลอย หรือชมซากุระระหว่างล่องเรือในคูน้ำได้ด้วย จึงมีหลายวิธีให้เพลิดเพลินตลอดช่วงงาน

ภาพชวนฝันของซากุระที่ส่องด้วยแสงไฟลอยเด่นบนผิวน้ำคูปราสาท
ภาพชวนฝันของซากุระที่ส่องด้วยแสงไฟลอยเด่นบนผิวน้ำคูปราสาท

เสน่ห์ของทิวทัศน์ที่ผสานความแข็งแกร่งและอ่อนโยน【3 จุดชมซากุระและฮานามิในอิวาเตะ】

ถัดมาคือจังหวัดอิวาเตะ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ
ทั้งปราสาทชื่อดังระดับญี่ปุ่นกับซากุระ ภูเขาอิวาเตะกับซากุระ หรือแนวซากุระจำนวนมหาศาลกับสายน้ำอันสงบ
ความงามของจุดชมซากุระในอิวาเตะคือทิวทัศน์ที่ผสานทั้ง “ความแข็งแกร่ง” และ “ความอ่อนโยน” ได้อย่างลงตัว

1. สวนซากปราสาทโมริโอกะ

ซากเดิมของปราสาทโมริโอกะ ซึ่งนับเป็นหนึ่งใน “3 ปราสาทชื่อดังแห่งโทโฮคุ”
กำแพงหินที่ยังคงหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบันตัดกับซากุระอย่างงดงาม เกิดเป็นทิวทัศน์ที่น่าประทับใจ
ในฤดูซากุระ ที่นี่เป็นจุดชมซากุระยอดนิยมที่คึกคักด้วยผู้คนทั้งกลางวันและกลางคืน

ความตัดกันอย่างงดงามของกำแพงหินและซากุระ
ความตัดกันอย่างงดงามของกำแพงหินและซากุระ

2. ฟาร์มโคอิวาอิ

ฟาร์มโคอิวาอิ (Koiwai Farm) มีชื่อเสียงจากต้นซากุระเดี่ยวที่หยั่งรากอยู่กลางทุ่งหญ้าสีเขียว
ที่นี่สามารถชมสีสันอันงดงามของหิมะที่ยังหลงเหลือบนภูเขาอิวาเตะ ทุ่งหญ้าเขียวชอุ่ม และซากุระได้พร้อมกัน
มาชมฮานามิที่นี่แล้ว ก็ยังเพลิดเพลินกับกิจกรรมแบบฟาร์ม เช่น ขี่ม้า หรือให้อาหารกระต่ายได้อีกด้วย

ต้นซากุระเดี่ยวที่หยั่งรากอยู่กลางผืนดินสีเขียว
ต้นซากุระเดี่ยวที่หยั่งรากอยู่กลางผืนดินสีเขียว

3. เท็นโชจิ

ที่นี่เป็นจุดฮานามิยอดนิยมระดับต้น ๆ ของอิวาเตะ และยังได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน “3 สถานที่ชมซากุระชื่อดังแห่งมิจิโนคุ”
อีกหนึ่งเสน่ห์คือแนวซากุระที่ประดับไฟยามค่ำคืนสะท้อนลงบนผิวน้ำ กลายเป็นภาพชวนฝัน
ทิวทัศน์ในช่วงบานเต็มที่ก็งดงามมาก แต่ภาพในช่วงดอกซากุระร่วงโรยก็บรรยายความงามได้ยากไม่แพ้กัน
พายุซากุระที่เกิดจากต้นซากุระ 10,000 ต้นนั้นน่าตื่นตาตื่นใจอย่างแท้จริง
และยังสามารถชมภาพกลีบซากุระลอยอยู่บนผิวน้ำอันเปี่ยมด้วยบรรยากาศได้ด้วย จึงแนะนำให้มาในช่วงซากุระเริ่มร่วงเช่นกัน

แนวซากุระประดับไฟของเท็นโชจิ
แนวซากุระประดับไฟของเท็นโชจิ

ทิวทัศน์ซากุระที่ไม่เหมือนที่อื่นมีอยู่ที่นี่【3 จุดชมซากุระและฮานามิในอาคิตะ】

คราวนี้มาดูอาคิตะกันบ้าง จังหวัดนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ
มีทั้งธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และจุดชมซากุระจำนวนมากที่ผสานเข้ากับสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์ จนเกิดเป็นภาพลักษณ์ที่หลากหลาย
ในบรรดาสถานที่ชมซากุระมากเสน่ห์ของอาคิตะ เราได้คัดเลือกจุดยอดนิยมเป็นพิเศษมาแนะนำ

1. สวนมาตาบิ

สวนมาตาบิ (Matabi Park) ซึ่งได้รับการรับรองให้เป็นหนึ่งใน “100 จุดชมซากุระชื่อดังของญี่ปุ่น” ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ชมซากุระชั้นนำของอาคิตะ
ภูเขามาตาบิที่แต้มด้วยสีเขียวของต้นสน กับภาพซากุระบานเต็มที่ที่สะท้อนบนบึง เป็นทิวทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ที่แทบหาไม่ได้จากที่อื่น

ภาพซากุระบานเต็มที่สะท้อนบนบึง
ภาพซากุระบานเต็มที่สะท้อนบนบึง

2. สวนเซ็นชู

สวนเซ็นชู (Senshu Park) มีชื่อเสียงจากสวนแบบญี่ปุ่นที่งดงามในทุกฤดูกาล
ที่นี่มีซากุระประมาณ 760 ต้นบานสะพรั่ง และในนั้นยังมีโซเมโยชิโนะอายุราว 120 ปีด้วย
ถ้าได้เดินชมซากปราสาทและสวนญี่ปุ่นไปพร้อมกับชมซากุระ ก็เป็นอีกช่วงเวลาที่เพลิดเพลินไม่น้อย

สวนเซ็นชูที่มีซากุระประมาณ 760 ต้นบานสะพรั่ง
สวนเซ็นชูที่มีซากุระประมาณ 760 ต้นบานสะพรั่ง

3. คาคุโนะดาเตะ

คาคุโนะดาเตะเป็นหนึ่งใน “3 สถานที่ชมซากุระชื่อดังแห่งมิจิโนคุ” และยังเป็นจุดชมซากุระที่มีชื่อเสียงที่สุดของอาคิตะ
ในช่วงที่ซากุระสวยที่สุด จะมีการประดับไฟทั้งอุโมงค์ซากุระตลอดแนวคันกั้นแม่น้ำฮิโนคิไนยาว 2 กม. และย่านบ้านซามูไร
ภาพของบ้านซามูไรจากสมัยเอโดะกับซากุระชิดาเระที่ถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟอย่างลึกลับน่าหลงใหล เป็นภาพที่ชมได้ที่นี่เท่านั้น
ซากุระยามค่ำที่ให้บรรยากาศต่างจากทิวทัศน์อันมีเสน่ห์ในตอนกลางวัน เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด

ซากุระยามค่ำที่มีเสน่ห์ลึกลับ ต่างจากบรรยากาศชวนหลงใหลในตอนกลางวัน
ซากุระยามค่ำที่มีเสน่ห์ลึกลับ ต่างจากบรรยากาศชวนหลงใหลในตอนกลางวัน

ทิวทัศน์ที่อบอวลด้วยเสน่ห์และประวัติศาสตร์【3 จุดชมซากุระและฮานามิในยามากาตะ】

ยามากาตะเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ฝั่งทะเลญี่ปุ่นของภูมิภาคโทโฮคุ
ที่นี่มีทั้งสวนปราสาทเก่าแก่กับซากุระ และซากุระยามค่ำคืนที่ถูกประดับไฟอย่างชวนฝันให้ได้เพลิดเพลิน
มาทำความรู้จักกับจุดชมซากุระที่อบอวลด้วยเสน่ห์และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์กัน

1. สวนคะโจ

สวนคะโจ (Kajo Park) คือพื้นที่ที่พัฒนาจากปราสาทยามากาตะซึ่งสร้างโดยขุนศึกโมกามิ โยชิอากิ
ทิวทัศน์อันสง่างามของปราสาทคะโจสีขาวที่กลมกลืนกับซากุระสีชมพูอ่อน เป็นภาพที่ไม่ควรพลาด
ในช่วงซากุระสวยที่สุด ยังมีการจัดกิจกรรมบรรยากาศละเมียดละไมที่สามารถสัมผัส “พิธีชงชา” ซึ่งเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นได้ด้วย
หากชื่นชอบประวัติศาสตร์ ที่นี่เป็นจุดฮานามิที่น่าแวะมาเยือนอย่างยิ่ง

ทิวทัศน์อันสง่างามของปราสาทคะโจสีขาวที่กลมกลืนกับซากุระสีชมพูอ่อน
ทิวทัศน์อันสง่างามของปราสาทคะโจสีขาวที่กลมกลืนกับซากุระสีชมพูอ่อน

2. สวนเอโบชิยามะ

ที่สวนเอโบชิยามะ (Eboshiyama Park) มีซากุระมากถึงประมาณ 1,000 ต้น จาก 25 สายพันธุ์บานสะพรั่ง จนเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “เอโบชิยามะเซ็มบงซากุระ”
ภาพของซากุระชิดาเระและโซเมโยชิโนะที่ล้อมรอบเสาโทริอิขนาดใหญ่ของศาลเจ้าฮาจิมังกูเอโบชิยามะภายในสวน เป็นภาพที่ยิ่งใหญ่น่าประทับใจ
ด้วยความงดงามนี้ จึงได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 จุดชมซากุระชื่อดังของญี่ปุ่น”

ภาพของซากุระชิดาเระและโซเมโยชิโนะที่ล้อมรอบเสาโทริอิขนาดใหญ่
ภาพของซากุระชิดาเระและโซเมโยชิโนะที่ล้อมรอบเสาโทริอิขนาดใหญ่

3. สวนสึรุโอกะ

สวนสึรุโอกะ (Tsuruoka Park) สร้างขึ้นบนซากปราสาทสึรุกะโอกะ และยังคงมีกลิ่นอายของยุคการปกครองโดยแคว้นศักดินาหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน
ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดชมซากุระชั้นนำของจังหวัด โดยมีซากุระ 760 ต้นบานพร้อมกันอย่างงดงาม
ซากุระยามค่ำคืนที่ส่องสว่างด้วยโคมไฟหลังพระอาทิตย์ตกก็สวยงามชวนฝันเช่นกัน

ซากุระยามค่ำคืนอันชวนฝันที่ส่องสว่างด้วยโคมไฟ
ซากุระยามค่ำคืนอันชวนฝันที่ส่องสว่างด้วยโคมไฟ

สัมผัสทั้งความยิ่งใหญ่และความงามอันแสนสั้น【3 จุดชมซากุระและฮานามิในมิยางิ】

มิยางิเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางของภูมิภาคโทโฮคุ
แม้มิยางิจะมีชื่อเสียงเรื่องอาหารท้องถิ่น แต่จริง ๆ แล้วก็มีจุดชมซากุระชื่อดังอยู่มากมายเช่นกัน
ที่จุดฮานามิในมิยางิ คุณจะได้เห็นทิวทัศน์ที่ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และซากุระบานเต็มที่แผ่ขยายอยู่ร่วมกัน จนเกิดทั้งความอลังการและความงามอันแสนเปราะบางในคราวเดียว

1. สวนฮิโยริยามะ

สวนฮิโยริยามะ (Hiyoriyama Park) ซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองอิชิโนะมากิได้ทั่วทั้งเมือง เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงในฐานะจุดชมซากุระด้วย
จุดชมซากุระที่สามารถมองเห็นทั้งมหาสมุทรแปซิฟิก ซากุระ และทิวทัศน์เมืองพร้อมกันนั้นค่อนข้างหาชมได้ยาก
หากอากาศดี ยังสามารถมองเห็นมัตสึชิมะ หนึ่งใน “3 ทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่น” ได้อีกด้วย
หากคุณมาเที่ยวเมืองอิชิโนะมากิในฤดูใบไม้ผลิ อยากแนะนำให้แวะมาที่จุดฮานามิแห่งนี้

สวนฮิโยริยามะที่มองเห็นทั้งมหาสมุทรแปซิฟิก ซากุระ และทิวทัศน์เมืองได้ในคราวเดียว
สวนฮิโยริยามะที่มองเห็นทั้งมหาสมุทรแปซิฟิก ซากุระ และทิวทัศน์เมืองได้ในคราวเดียว

2. สวนสึสึจิงาโอกะ

สวนสึสึจิงาโอกะ (Tsutsujigaoka Park) เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะหนึ่งในจุดชมซากุระชื่อดังของเมืองเซ็นได
ที่นี่ไม่ได้มีเพียงโซเมโยชิโนะเท่านั้น แต่ยังสามารถชมซากุระหลากหลายชนิด เช่น ยาเอะซากุระ ฮิกันซากุระ และอุคงซากุระได้อีกด้วย
อีกหนึ่งจุดเด่นคือมีซากุระชิดาเระที่บานค่อนข้างช้าจำนวนมาก จึงสามารถเพลิดเพลินกับฮานามิได้นานกว่าสถานที่อื่น
หากคุณมาเที่ยวมิยางิในช่วงที่ช้ากว่าช่วงบานเต็มที่เล็กน้อย ก็อย่าเพิ่งล้มเลิกการชมซากุระ ลองแวะมาที่สวนสึสึจิงาโอกะดู

สวนสึสึจิงาโอกะที่สามารถชมซากุระหลากหลายชนิด เช่น ยาเอะซากุระ ฮิกันซากุระ และอุคงซากุระ
สวนสึสึจิงาโอกะที่สามารถชมซากุระหลากหลายชนิด เช่น ยาเอะซากุระ ฮิกันซากุระ และอุคงซากุระ

3. สวนซากปราสาทฟุนาโอกะ

สวนซากปราสาทฟุนาโอกะ (Funaoka Castle Ruins Park) เป็นสถานที่แห่งเดียวในจังหวัดมิยางิที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 จุดชมซากุระชื่อดังของญี่ปุ่น”
จากยอดเขาของสวนซากปราสาท สามารถชมทิวทัศน์อันงดงามของแนวต้นซากุระ “ฮิโตเมะเซ็มบงซากุระ” ริมแม่น้ำชิโรอิชิประมาณ 1,200 ต้น โดยมีเทือกเขาซะโอะที่ยังมีหิมะปกคลุมเป็นฉากหลัง
ในตอนกลางคืน แนวซากุระจะถูกประดับไฟ เกิดเป็นภาพชวนฝันที่สวยงาม
จะบอกว่าเป็นจุดชมซากุระที่เที่ยวได้ทั้งกลางวันและกลางคืนก็ไม่เกินจริง

ภาพชวนฝันของแนวซากุระที่ถูกประดับไฟในยามค่ำคืน
ภาพชวนฝันของแนวซากุระที่ถูกประดับไฟในยามค่ำคืน

สัมผัสความงามที่เกิดจากซากุระเพียงต้นเดียว【3 จุดชมซากุระและฮานามิในฟุกุชิมะ】

ปิดท้ายกันที่ฟุกุชิมะ จังหวัดทางใต้สุดของภูมิภาคโทโฮคุ
แม้จะมีจุดชมซากุระมากมายที่โดดเด่นด้วยภาพของซากุระหลากหลายชนิดบานพร้อมกันเป็นจำนวนมาก แต่สถานที่ที่มีชื่อเสียงจากซากุระเพียงต้นเดียวนั้นมีไม่มากนัก
และฟุกุชิมะก็เป็นที่รวมของสถานที่หายากเช่นนั้นอยู่หลายแห่ง
หากคุณอยากเห็นทิวทัศน์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น ฟุกุชิมะน่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะมาก

1. ซากุระโทระโนะโอะ

ซากุระโทระโนะโอะ (Tora no Ozakura) เป็นซากุระที่เล่ากันว่าปลูกมาตั้งแต่สมัยเฮอันเมื่อกว่า 1,000 ปีก่อน และได้รับชื่อนี้เพราะมีลักษณะคล้ายเสือกำลังนอนอยู่
ซากุระต้นนี้บานอยู่หน้าคันนงโดของวัดโฮโยจิ ซึ่งมีทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญมากมาย และยังเป็นหนึ่งใน “5 ซากุระแห่งไอสึ”
เป็นซากุระเก่าแก่ที่เคยเป็นที่รักของเจ้าแคว้นและเจ้าหญิงในแต่ละยุคสมัย โดยมีสีสันอ่อนละมุนที่งดงามอย่างยิ่ง

“ซากุระโทระโนะโอะ” ที่ได้ชื่อตามลักษณะคล้ายเสือกำลังนอนอยู่
“ซากุระโทระโนะโอะ” ที่ได้ชื่อตามลักษณะคล้ายเสือกำลังนอนอยู่

2. สวนไคเซซัง

สวนไคเซซัง (Kaiseizan Park) ที่มีพื้นที่สีเขียวแผ่กว้างล้อมรอบทะเลสาบอิซุซุ เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะจุดชมซากุระ
ภายในสวนมีทั้งโซเมโยชิโนะระดับเก่าแก่ที่สุดกลุ่มหนึ่งของญี่ปุ่น และซากุระรวมประมาณ 1,300 ต้นบานสะพรั่ง
ศาลเจ้าไคเซซังไดจิงงูที่อยู่ติดกับสวนก็เป็นจุดชมซากุระเช่นกัน จึงมีผู้คนจำนวนมากที่นิยมเที่ยวทั้งสวนไคเซซังและศาลเจ้าแห่งนี้ควบคู่กัน
ภาพของซากุระที่ประดับไฟหลังพระอาทิตย์ตกพร้อมด้วยร้านแผงลอยเรียงรายนั้น ทำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่รู้สึกตื่นเต้นได้ไม่ต่างกัน

สวนไคเซซังที่มีพื้นที่สีเขียวแผ่กว้างรอบทะเลสาบอิซุซุ
สวนไคเซซังที่มีพื้นที่สีเขียวแผ่กว้างรอบทะเลสาบอิซุซุ

3. มิฮารุทากิซากุระ

มิฮารุทากิซากุระ (Miharu Takizakura) เป็นต้นซากุระต้นแรกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติของชาติ
มีอายุยืนยาวมากกว่า 1,000 ปี สูง 13.5 ม. เส้นรอบโคน 11.3 ม. และแผ่กิ่งก้านกว้างสูงสุด 14.5 ม. จัดเป็นไม้ยักษ์ที่มีประวัติยาวนาน
ด้วยกิ่งก้านที่แผ่ออกไปทั้งสี่ทิศและมีดอกเล็ก ๆ บานพราว จนดูคล้ายสายน้ำตก จึงถูกเรียกว่า “ทากิซากุระ” หรือซากุระน้ำตก
มิฮารุทากิซากุระยามประดับไฟนั้นอลังการอย่างแท้จริง
หากมีโอกาส อยากชวนให้ชมทั้งมิฮารุทากิซากุระในเวลากลางวันและในยามค่ำคืน

มิฮารุทากิซากุระที่ถูกเรียกว่า “ทากิซากุระ” เพราะมีลักษณะคล้ายน้ำตก
มิฮารุทากิซากุระที่ถูกเรียกว่า “ทากิซากุระ” เพราะมีลักษณะคล้ายน้ำตก

บทสรุป

เราได้พาไล่ชมจุดชมซากุระยอดนิยมของทั้ง 6 จังหวัดในโทโฮคุกันไปแล้ว
แม้จะเรียกรวม ๆ ว่าเป็น “จุดชมซากุระ” เหมือนกัน แต่เมื่อจังหวัดหรือสถานที่ต่างกัน ทิวทัศน์ที่ได้เห็นก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ถ้าคุณกำลังมองหาทริปฤดูใบไม้ผลิ ลองออกเดินทางเที่ยวโทโฮคุ โดยแวะทั้ง “3 สถานที่ชมซากุระชื่อดังแห่งมิจิโนคุ” และจุดฮานามิในแต่ละพื้นที่ไปพร้อมกันดู