ถ้ามาเที่ยวภูมิภาคโทโฮคุ ต้องลองชิม 11 เมนูอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของโทโฮคุ

ถ้ามาเที่ยวภูมิภาคโทโฮคุ ต้องลองชิม 11 เมนูอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของโทโฮคุ

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

ถ้าพูดถึงการเที่ยวญี่ปุ่นแบบได้สัมผัสรสชาติพื้นบ้านอย่างเต็มที่ โทโฮคุคือภูมิภาคที่ชวนให้นึกถึงได้ไม่ยาก พื้นที่ทางตอนเหนือของเกาะฮนชูแห่งนี้มีอากาศหนาวเย็น และในฤดูหนาวก็มักเผชิญกับหิมะตกหนัก ภายใต้สภาพธรรมชาติที่ทั้งเข้มงวดและอุดมสมบูรณ์ จึงเต็มไปด้วยผลผลิตทางการเกษตรอย่างธัญพืชและผัก รวมถึงอาหารทะเลหลากหลาย เช่น ปลาทูน่าและปลาแซลมอน อีกทั้งยังสืบทอดอาหารดั้งเดิมมาตั้งแต่อดีต จึงมีอาหารท้องถิ่นรสชาติเรียบง่ายอยู่มาก

จากอาหารท้องถิ่นมากมายของโทโฮคุ บทความนี้ขอแนะนำ 11 เมนูเด่นที่น่าไปลองชิมเมื่อมีโอกาสมาเยือน

11 อาหารท้องถิ่นของโทโฮคุ

1. ฮาจิโนเฮะเซ็มเบะจิรุ (จังหวัดอาโอโมริ)

“ฮาจิโนเฮะเซ็มเบะจิรุ” เด่นด้วยเนื้อสัมผัสหนึบหนับของนันบุเซ็มเบะ
“ฮาจิโนเฮะเซ็มเบะจิรุ” เด่นด้วยเนื้อสัมผัสหนึบหนับของนันบุเซ็มเบะ

ฮาจิโนเฮะเซ็มเบะจิรุ (Hachinohe Senbei-jiru) เป็นเมนูที่นำนันบุเซ็มเบะ ซึ่งเป็นอาหารดั้งเดิมของพื้นที่ตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดอาโอโมริไปจนถึงตอนเหนือของจังหวัดอิวาเตะ มาใส่ในหม้อซุปที่ส่วนใหญ่ปรุงรสด้วยโชยุ จุดเด่นอยู่ที่เนื้อสัมผัสหนึบหนับของเซ็มเบะที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้กับเมนูน้ำซุปโดยเฉพาะ เดิมเป็นอาหารที่รับประทานกันในครัวเรือนมาอย่างยาวนาน ก่อนจะกลายเป็นที่รู้จักทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว หลังจากองค์กรท่องเที่ยวของเมืองฮาจิโนเฮะเริ่มประชาสัมพันธ์ในฐานะอาหารท้องถิ่นในยุคเฮเซ

2. วังโกะโซบะ (จังหวัดอิวาเตะ)

“วังโกะโซบะ” จะถูกเติมลงชามต่อเนื่องไม่หยุดจนกว่าจะปิดฝาชาม
“วังโกะโซบะ” จะถูกเติมลงชามต่อเนื่องไม่หยุดจนกว่าจะปิดฝาชาม

วังโกะโซบะ (Wanko Soba) เป็นเมนูที่เสิร์ฟด้วยวิธีเฉพาะตัว โดยพนักงานจะคอยเติมโซบะคำเล็ก ๆ ลงในชามอย่างต่อเนื่อง สำหรับคำว่า “วังโกะ” นั้น เป็นภาษาถิ่นของพื้นที่อิวาเตะที่หมายถึงชาม ผู้กินต้องปิดฝาชามเองจึงจะหยุดเติม ความน่าสนุกอยู่ที่ชามเปล่าจะค่อย ๆ กองสูงตรงหน้า กลายเป็นอาหารท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์และชวนประทับใจมาก

3. กิวตังยากิ (จังหวัดมิยางิ)

“กิวตังยากิ” ของแต่ละร้านมีรสชาติแตกต่างกัน ลองชิมเปรียบเทียบก็น่าสนุก
“กิวตังยากิ” ของแต่ละร้านมีรสชาติแตกต่างกัน ลองชิมเปรียบเทียบก็น่าสนุก

กิวตังยากิ (Gyutan-yaki) มีต้นกำเนิดราวปี ค.ศ. 1948 เมื่อเจ้าของร้านยากิโทริในเมืองเซ็นไดลองผิดลองถูกจนพัฒนาเมนูลิ้นวัวย่างขึ้นมาได้ ร้านเฉพาะทางส่วนใหญ่มักเตรียมวัตถุดิบเองตั้งแต่การลอกหนังไปจนถึงการสไลซ์ จากนั้นจึงปรุงรสในแบบของแต่ละร้าน ไม่ว่าจะเป็นรสเกลือหรือซอสต่าง ๆ แล้วนำไปย่างอย่างรวดเร็ว จนได้เมนูที่ดึงความอร่อยของลิ้นวัวออกมาอย่างเต็มที่

4. คิริทัมโปะนาเบะ (จังหวัดอาคิตะ)

“คิริทัมโปะนาเบะ” อาหารพื้นบ้านที่สะท้อนความเป็นแหล่งปลูกข้าวของอาคิตะ
“คิริทัมโปะนาเบะ” อาหารพื้นบ้านที่สะท้อนความเป็นแหล่งปลูกข้าวของอาคิตะ

คิริทัมโปะนาเบะ (Kiritanpo Nabe) เป็นหม้อไฟที่มี “ทัมโปะ” ซึ่งทำจากข้าวบดแล้วพันรอบไม้ก่อนนำไปย่าง เป็นวัตถุดิบหลัก ถือเป็นอาหารพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดอาคิตะซึ่งขึ้นชื่อเรื่องข้าว น้ำซุปของหม้อไฟนี้ใช้ไก่เป็นหลัก และร้านที่พิถีพิถันบางแห่งจะใช้ “ฮิไนจิโดริ” ไก่พื้นเมืองของอาคิตะ ซึ่งช่วยเพิ่มรสชาติให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นด้วยเอกลักษณ์ความหอมเข้มแบบธรรมชาติ

5. คิตะคาตะราเม็ง (จังหวัดฟุกุชิมะ)

“คิตะคาตะราเม็ง” อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อประจำเมืองคิตะคาตะ จังหวัดฟุกุชิมะ
“คิตะคาตะราเม็ง” อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อประจำเมืองคิตะคาตะ จังหวัดฟุกุชิมะ

คิตะคาตะราเม็ง (Kitakata Ramen) มีจุดเด่นที่เส้นหยักเหนียวนุ่มและค่อนข้างแบนกว่าราเม็งทั่วไป เป็นอาหารท้องถิ่นตัวแทนของเมืองคิตะคาตะ จังหวัดฟุกุชิมะ พื้นที่นี้รุ่งเรืองด้านการหมักบ่มอย่างโชยุและมิโซะมาตั้งแต่อดีต ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองคือหัวใจสำคัญของรสชาติ พอรวมกับน้ำคุณภาพดีจากภูเขาโดยรอบที่ไหลหล่อเลี้ยงอยู่ตลอด ก็ยิ่งทำให้รสชาติอร่อยอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น

6. อิโมนิ (จังหวัดยามากาตะ)

“อิโมนิ” เป็นเมนูที่คนท้องถิ่นคุ้นเคยกันมาก จนมีการจัดงาน “อิโมนิไค” เลยทีเดียว
“อิโมนิ” เป็นเมนูที่คนท้องถิ่นคุ้นเคยกันมาก จนมีการจัดงาน “อิโมนิไค” เลยทีเดียว

อิโมนิ (Imoni) เป็นเมนูหม้อไฟรสมิโซะที่โดยพื้นฐานใช้เผือก เนื้อวัว บุก และต้นหอมญี่ปุ่นเป็นส่วนผสมหลัก ทั้งนี้รายละเอียดจะแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ เช่น บางแห่งใช้เนื้อวัวหรือปรุงรสด้วยโชยุแทน ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ผู้คนมักรวมกลุ่มกันตามริมแม่น้ำเพื่อทำและกินอิโมนิในกิจกรรมที่เรียกว่า “อิโมนิไค” ซึ่งถือเป็นอีเวนต์ใหญ่ประจำฤดูกาลที่ได้รับความนิยมมากในภูมิภาคนี้

7. ปลาทูน่าโอมะ (จังหวัดอาโอโมริ)

“ปลาทูน่าโอมะ” คือปลาทูน่าแบรนด์ชั้นนำระดับสูงสุดของญี่ปุ่น
“ปลาทูน่าโอมะ” คือปลาทูน่าแบรนด์ชั้นนำระดับสูงสุดของญี่ปุ่น

สำหรับคนที่สนใจเรื่องวัตถุดิบทะเล คำว่า ปลาทูน่าโอมะ (Oma no Maguro) หมายถึงปลาคุโรมากุโระหรือปลาทูน่าครีบน้ำเงินที่จับได้ในเมืองท่าโอมะ ซึ่งอยู่เหนือสุดของเกาะฮนชู นี่คือปลาทูน่าแบรนด์ระดับสูงของญี่ปุ่น และเคยมีประวัติทำราคาสูงถึง 333.6 ล้านเยนต่อ 1 ตัวมาแล้ว ช่องแคบสึการุซึ่งเป็นแหล่งประมงนั้นเป็นน่านน้ำที่เชื่อมทะเลญี่ปุ่นกับมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้มีอาหารของปลาทูน่าอุดมสมบูรณ์ ปลาทุกตัวจึงถูกจับขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน

8. โมริโอกะจาจาเม็ง (จังหวัดอิวาเตะ)

เคล็ดลับของ “โมริโอกะจาจาเม็ง” คือคลุกให้เข้ากันดีก่อนรับประทาน
เคล็ดลับของ “โมริโอกะจาจาเม็ง” คือคลุกให้เข้ากันดีก่อนรับประทาน

โมริโอกะจาจาเม็ง (Morioka Jajamen) เป็นเส้นอุด้งแบนต้มสุกที่วางหน้าด้วยมิโซะเนื้อรสหวานเค็ม แตงกวา และต้นหอมญี่ปุ่น วิธีรับประทานให้อร่อยคือคลุกให้เข้ากันดี เพื่อให้มิโซะเนื้อเคลือบเส้นอย่างทั่วถึง ตามธรรมเนียมยังนิยมเหลือเส้นไว้เล็กน้อยในชาม แล้วตอกไข่เติมลงไป พร้อมใส่น้ำต้มเส้นเล็กน้อย ทำเป็นซุปที่เรียกว่า “ชีทันทัน” เพื่ออร่อยได้จนคำสุดท้าย

9. อินานิวะอุด้ง (จังหวัดอาคิตะ)

“อินานิวะอุด้ง” โดดเด่นด้วยสัมผัสลื่นคออย่างนุ่มนวล
“อินานิวะอุด้ง” โดดเด่นด้วยสัมผัสลื่นคออย่างนุ่มนวล

อินานิวะอุด้ง (Inaniwa Udon) เป็นเส้นแห้งแบบแบน มีจุดเด่นที่สีขาวใสราวโปร่งแสง ความเหนียวนุ่มกำลังดี และสัมผัสลื่นคอ ความอร่อยเกิดจากเทคนิคการยืดเส้นด้วยมือของช่างฝีมือและกระบวนการบ่มที่ใช้เวลา จะกินแบบจิ้มซุปเย็นเพื่อเพลิดเพลินกับความลื่นก็ได้ หรือกินกับน้ำซุปร้อนเพื่อสัมผัสความหนึบของเส้นก็ได้เช่นกัน เลือกอร่อยได้ตามสไตล์ที่ชอบ

10. ฮาราโกะเมชิ (จังหวัดมิยางิ)

“ฮาราโกะเมชิ” คือเมนูที่ให้คุณลิ้มรสเสน่ห์ของปลาแซลมอนได้อย่างเต็มที่
“ฮาราโกะเมชิ” คือเมนูที่ให้คุณลิ้มรสเสน่ห์ของปลาแซลมอนได้อย่างเต็มที่

ฮาราโกะเมชิ (Harakomeshi) เป็นอาหารท้องถิ่นที่ใช้ปลาแซลมอนซึ่งว่ายทวนแม่น้ำในจังหวัดมิยางิ สำหรับคำว่า “ฮาราโกะ” นั้น หมายถึงไข่ปลาแซลมอนหรืออิคุระ เมนูนี้เสิร์ฟโดยวางเนื้อปลาแซลมอนและอิคุระลงบนข้าวที่หุงด้วยน้ำต้มปลาแซลมอน ทำให้ได้ทั้งความหอมของน้ำซุปปลาและรสชาติของเนื้อปลาและไข่ปลา จึงเป็นเมนูที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของปลาแซลมอนได้อย่างเต็มอิ่ม

11. เนงิโซบะ (จังหวัดฟุกุชิมะ)

“เนงิโซบะ” มีวิธีกินที่ไม่เหมือนใคร โดยใช้ต้นหอม 1 ต้นแทนตะเกียบ
“เนงิโซบะ” มีวิธีกินที่ไม่เหมือนใคร โดยใช้ต้นหอม 1 ต้นแทนตะเกียบ

ของขึ้นชื่อของพื้นที่โออุจิจูกุในจังหวัดฟุกุชิมะก็คือเนงิโซบะ (Negi Soba) เมนูนี้ จุดเด่นที่สุดคือการใช้ต้นหอม 1 ต้นแทนตะเกียบคีบโซบะ และระหว่างทางก็กัดกินต้นหอมเป็นเครื่องเคียงได้ด้วย ส่วนน้ำซุปก็ไม่ใช่แบบโชยุทั่วไป แต่ใช้น้ำหัวไชเท้าขูดเพียงอย่างเดียว จึงเป็นอาหารท้องถิ่นที่มีความแปลกใหม่เฉพาะตัวและหาไม่ได้จากที่อื่น

บทสรุป

เป็นอย่างไรกันบ้าง?
อาหารท้องถิ่นของภูมิภาคโทโฮคุยังคงสะท้อนวัฒนธรรมการกินที่หยั่งรากอยู่ในวิถีชีวิตอย่างชัดเจน หลายเมนูเรียบง่าย แต่ดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาได้อย่างดี และในแต่ละพื้นที่ก็ยังมีของอร่อยอีกมากที่แนะนำกันไม่หมด ถ้ามีโอกาส ลองออกเดินทางไปสัมผัสธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ แล้วค่อยตามหารสชาติของโทโฮคุด้วยตัวเองสักครั้ง