
ไม่ได้มีแค่ออนเซ็น! 14 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในอาตามิที่อัดแน่นด้วยเสน่ห์หลากหลาย
ถ้าให้นึกถึงเมืองตากอากาศที่ผู้คนหลงรักกันมานาน “อาตามิ” (Atami) มักเป็นชื่อที่หลายคนนึกถึง
พอพูดถึง “อาตามิ” ภาพของออนเซ็นก็มักจะลอยขึ้นมาเป็นอย่างแรก
แต่จริง ๆ แล้วเสน่ห์ของอาตามิไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น
ที่นี่มีทั้งจุดท่องเที่ยวที่ให้คุณได้สัมผัสธรรมชาติอย่างเต็มอิ่ม สนุกกับสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือแวะสักการะศาลเจ้าได้ตามสไตล์ที่ชอบ
ย่านการค้าที่อิ่มอร่อยกับอาหารทะเลและช้อปปิ้งได้ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์สำคัญ
หากใช้บทความนี้เป็นไกด์ในการเที่ยว คุณน่าจะได้สัมผัสเสน่ห์ของ “อาตามิ” อย่างเต็มที่
อาตามิเป็นสถานที่แบบไหน?
เมืองริมทะเลแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตะวันออกของจังหวัดชิซูโอกะ และเป็นจุดหมายท่องเที่ยวที่มีทิวทัศน์งดงาม รายล้อมด้วยทั้งภูเขาและทะเล
ด้วยลักษณะภูมิประเทศเฉพาะตัวที่มีภูเขาล้อมเขตเมืองและชายฝั่งทะเลคล้ายแอ่งกระทะ ทำให้ตัวเมืองอาตามิมีเนินลาดชันจำนวนมาก จนได้รับฉายาว่าเป็น “เมืองแห่งเนินเขา”
จากบนภูเขาคุณจะได้ชมวิวทะเลสวยงามที่มีเกาะลอยอยู่ไกล ๆ ขณะที่มองจากชายฝั่งก็จะเห็นโรงแรมรีสอร์ตและเรียวกังเรียงรายอยู่บนไหล่เขา ซึ่งเป็นทัศนียภาพเฉพาะตัวของอาตามิ
อาตามิเจริญรุ่งเรืองมาแต่โบราณในฐานะแหล่งออนเซ็นชั้นนำของญี่ปุ่น จึงมีที่พักออนเซ็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีทิวทัศน์เมืองที่ยังคงกลิ่นอายยุคโชวะและร้านกาแฟสไตล์ย้อนยุคกระจายอยู่ทั่วเมือง
บรรยากาศย้อนยุคและร้านต่าง ๆ เหล่านี้ยังได้รับความนิยมทั้งในฐานะจุดท่องเที่ยวและจุดถ่ายรูป
บริเวณหน้าสถานีมีถนนการค้าขนาดใหญ่ 2 แห่ง เรียงรายไปด้วยร้านค้าที่มีเอกลักษณ์หลากหลาย ตั้งแต่ของกิน คาเฟ่ ไปจนถึงของฝาก และคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศ
ถ้ามาเยือน “อาตามิ” ก็ไม่ควรพลาดเรื่องอาหารอร่อยด้วยเช่นกัน
คุณจะได้ลิ้มลองทั้งข้าวหน้าซีฟู้ด ซูชิ อาหารทะเลหลากหลาย รวมถึงของหวานยอดฮิตและของกินแบบเดินกินได้
ด้วยการเดินทางที่สะดวกจากโตเกียวซึ่งเป็นมหานครใหญ่ ทำให้อาตามิเป็นรีสอร์ตยอดนิยมที่แวะมาเที่ยวได้ง่าย
หากมีโอกาส อยากชวนให้คุณลองมาเยือน “อาตามิ” เมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์หลากหลายทั้งธรรมชาติอันงดงาม ออนเซ็น และอาหารเลิศรส

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำสำหรับอาตามิคือช่วงไหน?
อาตามิเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วงถือว่าเพลิดเพลินได้มากเป็นพิเศษ
ฤดูร้อนเป็นช่วงที่ได้ทั้งเล่นน้ำทะเลและสนุกกับอีเวนต์ต่าง ๆ เช่น งานดอกไม้ไฟและเทศกาลเบียร์อาตามิ
ส่วนฤดูใบไม้ร่วง คุณจะได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีอันงดงามและลิ้มลองวัตถุดิบตามฤดูกาล พร้อมสัมผัสบรรยากาศสงบอีกแบบของอาตามิ
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของอาตามิ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เหมาะกับแจ็กเก็ตบางและสเวตเตอร์เนื้อบาง
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางเบาและเสื้อแขนสั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบาง หรือจะใส่โค้ตก็ได้
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): ควรเตรียมโค้ต สเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ต
เดินทางไปอาตามิอย่างไร?
หากขึ้นชินคันเซ็นจากสถานีโตเกียว จะถึงสถานีอาตามิในเวลาประมาณ 40 นาทีเท่านั้น
อีกทางเลือกที่น่าสนใจคือรถด่วนพิเศษ JR “โอโดริโกะ” และ “ซาฟีร์ โอโดริโกะ”
เป็นรถไฟท่องเที่ยวที่ทุกที่นั่งเป็นแบบจองล่วงหน้าและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ใช้เวลาประมาณ 80 นาที แม้จะนานกว่าเล็กน้อย แต่ก็เหมาะกับการเดินทางแบบสบาย ๆ และหรูหรา
จากสนามบินฮาเนดะที่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศ ก็สามารถนั่งรถไฟมาได้ในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ถือว่าเดินทางสะดวกเช่นกัน
วิธีเดินทางหลักสำหรับเที่ยวอาตามิ
หากต้องการเที่ยวรอบ ๆ “อาตามิ” แนะนำให้ใช้รถบัสประจำทาง
แม้การเดินทางด้วยรถไฟจะไม่ค่อยสะดวกนัก แต่ที่นี่มีทั้งรถบัสประจำทางและรถบัสท่องเที่ยวให้บริการอย่างดี จึงเดินทางไปยังจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น
14 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ให้คุณสัมผัสเสน่ห์ของอาตามิได้อย่างเต็มอิ่ม
จุดท่องเที่ยวของ “อาตามิ” กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ค่อนข้างกะทัดรัด จึงเดินเที่ยวด้วยการเดินเท้าและรถบัสได้สะดวก
จะเป็นศาลเจ้าและสถานที่ทางวัฒนธรรมที่ให้สัมผัสธรรมชาติ ชายหาดสำหรับเล่นน้ำทะเล การเดินเล่นบนเกาะกลางทะเล หรือจุดถ่ายรูปสวย ๆ ก็มีให้เลือกหลากหลาย
ต่อไปนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวที่คัดมาแล้วและอยากแนะนำให้คุณลองไปเยือน
1. ปราสาทอาตามิ
หอคอยปราสาทที่โดดเด่นอยู่บนที่สูงของอาตามิ แต่หากคิดว่าเป็นปราสาทที่มีเจ้าของสร้างจริงในประวัติศาสตร์ ต้องบอกว่าไม่ใช่ เพราะที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นในปี 1959 โดยออกแบบในสไตล์ “หอคอยปราสาท” มีทั้งหมด 5 ชั้น 9 ระดับ
จุดเด่นที่สุดคือวิวจากชั้นบนสุด จากความสูง 43 เมตรเหนือพื้นดิน และระดับความสูง 160 เมตรจากระดับน้ำทะเล คุณจะได้ชมวิวแบบพาโนรามา 360 องศา ทั้งตัวเมืองอาตามิและไกลออกไปถึงคาบสมุทรอิซุ

2. ศาลเจ้าคิโนมิยะ
ศาลเจ้าที่ชาวอาตามิเคารพศรัทธามาอย่างยาวนานในฐานะเทพแห่งโชคลาภและความเป็นสิริมงคล ภายในบริเวณศาลเจ้ามีต้นการบูรยักษ์ซึ่งเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นพาวเวอร์สปอตชื่อดังระดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น
ต้นการบูรยักษ์ที่มีอายุประมาณ 2,100 ปี เปี่ยมด้วยพลังแห่งชีวิต จนมีความเชื่อกันว่าหากเดินวนรอบลำต้น 1 รอบ จะมีอายุยืนขึ้น 1 ปี
ยังมีตำนานอีกว่าหากอธิษฐานในใจพร้อมเดินวนรอบต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์นี้ 1 รอบ คำขอจะเป็นจริง จึงมีผู้คนจำนวนมากมาเยือนเพื่อขอพรเรื่องสุขภาพ อายุยืน และสมปรารถนา

3. อาตามิซันบีช
ชายหาดที่คึกคักไปด้วยนักเล่นน้ำในฤดูร้อน และยังเป็นจุดชม “เทศกาลดอกไม้ไฟเหนือทะเลอาตามิ” ที่จัดขึ้นปีละหลายครั้งได้อย่างชัดเจน ด้วยแนวต้นปาล์มยาว 400 เมตร หาดทรายขาวตัดกับท้องฟ้าสีคราม และเสียงคลื่นอ่อน ๆ ของทะเลน้ำตื้น ทำให้บรรยากาศที่นี่เหมือนรีสอร์ตเมืองร้อน
จากทำเลที่ตั้ง ทำให้ที่นี่เป็นที่รู้จักในชื่อชายหาดชมพระอาทิตย์ขึ้น และชายหาดแสงจันทร์ในยามค่ำคืน อีกทั้งบางช่วงยังมีการประดับไฟในเวลากลางคืนด้วย

4. พิพิธภัณฑ์ศิลปะ MOA
พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ที่เปิดในปี 1982 บนเนินเขาด้านหลังสถานี JR อาตามิ และได้รับการปรับปรุงใหม่ครั้งใหญ่ในปี 2017
ภายในอาคารสูง 3 ชั้น ใต้ดิน 1 ชั้น พื้นที่รวม 17,000 ตารางเมตร จัดเก็บผลงานราว 3,500 ชิ้น โดยเน้นศิลปะตะวันออก เช่น ภาพวาด งานอักษร และงานหัตถศิลป์
ในบรรดาคอลเลกชันทั้งหมด มี 3 ชิ้นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติประจำชาติ

5. ศาลเจ้าอิซุซัง
ศาลเจ้าเก่าแก่ที่เชื่อกันว่าก่อตั้งมาตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 5–4 ก่อนคริสตกาล เริ่มจากการประดิษฐานเทพอิซุซังโอคามิที่เสด็จมา และยังเล่ากันว่าเป็นต้นกำเนิดชื่อ “แคว้นอิซุ”
บริเวณศาลเจ้ามีพื้นที่กว้างประมาณ 40,000 สึโบะ โดยมีอาคารหลักซึ่งตั้งอยู่บนที่สูงประมาณ 170 เมตรจากระดับน้ำทะเลเป็นศูนย์กลาง และแผ่ขยายไปทั้งฝั่งภูเขาและฝั่งทะเล
เมื่อเดินลงบันไดจากอาคารหลักตามทางสักการะ จะพบซากศาลาชั้นล่าง และหากลงไปถึงชายหาดอิซุฮามะ จะพบ “ฮาชิริยุ” แหล่งน้ำพุร้อนที่นับเป็นหนึ่งในสามบ่อน้ำพุโบราณสำคัญของญี่ปุ่น รวมถึงศาลเจ้าฮาชิริยุ

6. คิอุนคาคุ
อาคารวิลล่าสมัยใหม่ที่สร้างขึ้นในปี 1919 และได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในสามวิลล่าชื่อดังแห่งอาตามิ เคียงคู่กับวิลล่าตระกูลอิวาซากิแห่งเครือมิตซูบิชิที่ไม่เปิดให้เข้าชม และวิลล่าของตระกูลซูมิโตโมซึ่งปัจจุบันไม่มีแล้ว
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ในปี 1947 ที่นี่ได้ปรับเปลี่ยนเป็นเรียวกัง และเคยเป็นที่รักของบุคคลสำคัญทางวัฒนธรรมในยุคโชวะของญี่ปุ่นหลายคน
ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา อาคารแห่งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของเมืองอาตามิ และเปิดต้อนรับผู้มาเยือนจำนวนมากในฐานะศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของเมือง

7. พิพิธภัณฑ์ภาพลวงตาเขาวงกตอาตามิ
จุดท่องเที่ยวบนที่สูงที่มองเห็นอ่าวนิชิกิงาอุระของอาตามิ
ภายในจัดแสดงภาพลวงตาที่วาดโดยศิลปินเฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็นภาพสองมิติที่ดูเหมือนสามมิติ งานที่ใช้ประโยชน์จากภาพลวงตาทางสายตา หรือภาพที่เปลี่ยนไปตามมุมมองที่เห็น
ผลงานจัดแสดงมีประมาณ 50 ชิ้น ทั้งสัตว์และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลที่วาดอย่างสมจริง รวมถึงผลงานล้อเลียนภาพวาดชื่อดัง

8. สวนบ๊วยอาตามิ
สวนสาธารณะในเมืองที่มีรากฐานมาจากสวนบ๊วยซึ่งเปิดขึ้นในปี 1886 โดยโมกิ โซเบเอ ผู้มั่งคั่งจากโยโกฮามะ
ภายในสวนกว้างประมาณ 44,000 ตารางเมตร ริมแม่น้ำฮัตสึกาวะ มีต้นบ๊วย 469 ต้นจาก 60 สายพันธุ์ รวมถึงต้นเก่าแก่อายุเกิน 100 ปี และในทุกปี ต้นบ๊วยต้นแรกจะเริ่มบานตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม
ที่นี่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะ “สวนบ๊วยที่บานเร็วที่สุดในญี่ปุ่น”

9. ACAO FOREST
“ACAO FOREST” เป็นรีสอร์ตพาร์กบนพื้นที่เนินเขากว้างใหญ่ถึง 200,000 สึโบะ ประกอบด้วยสวนธีม 13 แห่งที่มีเอกลักษณ์และผลงานศิลปะหลากหลาย คุณสามารถเพลิดเพลินกับการเดินชมสวนดอกไม้ตามฤดูกาลและงานศิลป์ที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ พร้อมชมวิวมหาสมุทรแปซิฟิกสีฟ้างดงามของอาตามิ
ภายในยังมีคาเฟ่ “COEDA HOUSE” ที่ออกแบบโดยเค็งโงะ คุมะ ด้วยดีไซน์ที่ดูกลมกลืนไปกับสวนกุหลาบ และในช่วงค่ำจะเปิดให้บริการเป็น “BAR COEDA” พร้อมบรรยากาศชวนฝัน

10. เกาะฮัตสึชิมะ
เกาะเล็ก ๆ ที่มีประชากรไม่ถึง 200 คน ใช้เวลาเดินทางจากอาตามิโดยเรือเพียง 30 นาที ทั่วทั้งเกาะมีจุดให้สัมผัสบรรยากาศรีสอร์ตกระจายอยู่หลายแห่ง จึงเป็นเกาะห่างฝั่งที่เดินทางสะดวกจากเขตเมืองใหญ่และมีแฟนประจำจำนวนมาก
เมื่อเดินทางถึงท่าเรือฮัตสึชิมะด้วยเรือโดยสารประจำ สิ่งแรกที่เห็นคือย่านร้านอาหาร
ปลาตามฤดูกาลอย่างปลาบุริและปลาคัมปาจิถูกนำมาปรุงเป็นข้าวหน้าปลาดิบหรือซาชิมิโดยเจ้าของร้านที่เป็นชาวประมงเอง ความสดของอาหารทะเลที่เพิ่งจับในตอนเช้าคือเสน่ห์ที่ทำให้หลายคนประทับใจ

11. PICA ฮัตสึชิมะ
ฮัตสึชิมะเป็นเกาะห่างฝั่งที่ขึ้นชื่อว่าใกล้เขตมหานครที่สุด โดยใช้เวลาเดินทางจากสถานีโตเกียวประมาณ 90 นาที เมื่อรวมชินคันเซ็นและเรือความเร็วสูง
“PICA ฮัตสึชิมะ” ซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเกาะ เป็นรีสอร์ตที่มีทั้งที่พัก กิจกรรมแบบไปเช้าเย็นกลับ ร้านอาหาร และสถานที่แช่น้ำอุ่นครบครัน
ที่พักมี 2 แบบ คือไอแลนด์วิลล่าท่ามกลางต้นไม้เขตร้อน และเอเชียนรีสอร์ตวิลล่าบนที่สูงที่มองเห็นทะเล

12. ย่านออนเซ็นอาตามิ
ย่านออนเซ็นในเมืองอาตามิ จังหวัดชิซูโอกะ มีแหล่งน้ำพุร้อนมากกว่า 500 แห่ง และราว 90% เป็นน้ำพุร้อนอุณหภูมิสูงตั้งแต่ 42 องศาขึ้นไป ซึ่งว่ากันว่ามีแร่ธาตุเข้มข้น
หนึ่งในสิ่งสำคัญในการเล่าประวัติของออนเซ็นอาตามิคือแหล่งน้ำพุร้อนที่เรียกว่า “อาตามิเจ็ดบ่อ”
ในอดีตเคยมีน้ำพุพุ่งขึ้นขนาดใหญ่จนได้รับการนับเป็นหนึ่งในสามไกเซอร์ธรรมชาติสำคัญของโลก ปัจจุบันแม้จะไม่ปะทุเองตามธรรมชาติแล้ว แต่มีอนุสรณ์จำลองเหตุการณ์ในอดีตอยู่ใกล้ศาลเจ้ายุมาเอะบนถนนกินซะโดริ จึงเหมาะจะแวะระหว่างตระเวนออนเซ็นเพื่อทำความรู้จักประวัติศาสตร์ออนเซ็นของอาตามิ

13. โรงแสดงคาบุเร็นโจแห่งสมาคมเกอิชาอาตามิ
เมืองอาตามิ จังหวัดชิซูโอกะ เป็นหนึ่งในย่านเกอิชาชั้นนำของประเทศ
ภายในเมืองมีสำนักเกอิชาที่เรียกว่า “โอกิยะ” ประมาณ 50 แห่ง และมีเกอิชาราว 100 คนที่ยังคงทำงานอยู่
ในปี 1998 มีการเปิดสมาคมเกอิชาให้เข้าชมเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเกอิชาอาตามิซึ่งเป็นศิลปะดั้งเดิม และเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ชมการร่ายรำระดับมืออาชีพที่หาชมได้ยาก

14. มารีนสปาอาตามิ
สถานที่ออกกำลังกายและดูแลสุขภาพในร่มที่ใช้งานได้ทุกสภาพอากาศ มีทั้งสไลเดอร์น้ำสูงต่างระดับประมาณ 8 เมตร และสระน้ำออนเซ็นให้สนุกกันได้เต็มที่
ออนเซ็นวิวทะเลให้บรรยากาศเปิดโล่ง และสามารถใช้บริการได้โดยสวมชุดว่ายน้ำ จึงเหมาะสำหรับการมาเที่ยวกับครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือคู่รัก

3 ร้านอาหารยอดนิยมในอาตามิ
ถ้าอยากอิ่มอร่อยกับของกินในอาตามิ แนะนำให้มุ่งหน้าไปแถวสถานีอาตามิ ที่นี่มีร้านอาหารหลากหลายแนวเรียงรายอยู่มากมาย และน่าจะมีร้านที่ตรงกับอารมณ์ของคุณในวันนั้นอย่างแน่นอน หากยังเลือกไม่ถูก ลองแวะร้านยอดนิยมที่คนท้องถิ่นเองก็คุ้นเคย ซึ่งเรากำลังจะแนะนำต่อไปนี้
1. ซูชิโนะอิโซมารุ สาขานากามิเสะ
ร้านซูชิใน “ถนนการค้านากามิเสะ” ที่อยู่ตรงหน้าสถานีอาตามิและคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
คุณจะได้ลิ้มลองซูชิที่ปั้นโดยเชฟผู้ชำนาญจากอาหารทะเลสดตามฤดูกาลที่ส่งตรงจากท่าเรือประมง
หน้าซูชิที่ใช้ในเมนูนิกิริถูกส่งตรงทุกเช้าจากท่าเรือนุมะซุ
ในช่วงฤดูกาล ยังมีเมนูวัตถุดิบแบบฉบับชิซูโอกะ เช่น ชิราสุสดและกุ้งซากุระให้ได้ลิ้มลองด้วย

2. อิโรชายะ
อิซากายะที่เดินจากสถานี JR อาตามิได้เพียงไม่นาน เดินทางสะดวกมาก
ที่นี่คุณสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ชายฝั่ง พร้อมอาหารทะเลสดและวัตถุดิบจากภูเขาของอาตามิ รอบเตาอิโรริแบบดั้งเดิม
ช่วงกลางวันเน้นเมนูชุดอาหารและข้าวหน้าต่าง ๆ พร้อมปลาแห้งและซาชิมิให้เลือกหลากหลาย
ส่วนช่วงเย็นสามารถอิ่มอร่อยกับของย่างเสียบไม้และปลาแห้งที่ปรุงด้วยเตาอิโรริ ควบคู่กับสาเกญี่ปุ่นที่เจ้าของร้านคัดสรรมาอย่างดี

3. โฮเท
ร้านอาหารสไตล์ตะวันตกยอดนิยมที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “ร้านที่กำลังเป็นกระแส” จากเว็บไซต์รีวิวอาหารชื่อดัง ซึ่งมีเพียงประมาณ 9% จากทั้งหมดราว 770,000 ร้านเท่านั้นที่ได้รับเลือก
ก่อตั้งขึ้นในปี 1947 จึงเป็นร้านเก่าแก่ที่มีเสน่ห์ไม่เบา
เมนูแนะนำคือแกงกะหรี่ที่เคี่ยวเนื้ออย่างช้า ๆ ในน้ำซุปกระดูกหมูและปรุงด้วยเครื่องเทศเบลนด์พิเศษของร้าน รวมถึงฮายาชิไรซ์ที่ใช้เนื้อวากิวขนดำอย่างจุใจ

ผ่อนคลายกับอาหารทะเลและออนเซ็น! 3 เรียวกังแนะนำในอาตามิ
“อาตามิ” มีที่พักน่าสนใจเรียงรายอยู่มากมาย ตั้งแต่เรียวกังเก่าแก่บรรยากาศคลาสสิกไปจนถึงรีสอร์ตโฮเทลวิวสวย
ในบรรดาที่พักเหล่านั้น เราขอคัดที่น่าสนใจมาแนะนำให้คุณ
หลังจากเที่ยวจนเต็มอิ่มแล้ว ลองให้รางวัลตัวเองด้วยอาหารทะเลอร่อย ๆ และออนเซ็นแสนผ่อนคลายก็ดีไม่น้อย
1. เรียวกังอาตามิออนเซ็น ซากุรายะ
เรียวกังออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่นแท้ที่เปิดมาประมาณ 70 ปี โดดเด่นทั้งอาหารที่คัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาลของอาตามิอย่างพิถีพิถัน และห้องอาบน้ำที่ใช้น้ำจากแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ
แนวคิดของอาหารคือ “ลิ้มรสด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า” โดยเชฟผู้ชำนาญจะปรุงวัตถุดิบธรรมชาติตามฤดูกาลที่คัดมาจากทั้งอาตามิและทั่วประเทศอย่างประณีต ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเล เมนูต้ม ซุปใส หรือของหวาน และเสิร์ฟถึงห้องในช่วงเวลาที่อร่อยที่สุด
เมนูจะเปลี่ยนทุกเดือน เพื่อสะท้อนรสชาติของแต่ละฤดูกาลอย่างเต็มที่

2. ยุยาโดะ อิจิบันจิ
เรียวกังออนเซ็นที่รีโนเวตจากเรียวกังเก่าแก่ซึ่งเปิดมาประมาณ 65 ปี โดยมีคอนเซปต์เป็น “ที่พักออนเซ็นชวนให้นึกถึงวันวาน”
ที่นี่ใช้น้ำพุร้อนคุณภาพดีจากแหล่งน้ำพุร้อนส่วนตัว 2 แห่งแบบไหลผ่านตลอดเวลา และต้อนรับคนรักออนเซ็นมากมายในทุกวัน
ด้วยทำเลที่เดินจากสถานีอาตามิเพียง 3 นาที ที่นี่จึงรองรับทั้งการพักค้างคืนและการแช่ออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับ
เหมาะทั้งสำหรับการแช่ออนเซ็นแบบตระเวนบ่อนอก และการแวะแช่ก่อนออกเดินทางกลับ

3. อาจิ โตะ ยุ โนะ ยาโดะ นิวโทมิโยชิ
ที่พักในย่านมินามิอาตามิออนเซ็น ซึ่งอยู่ตรงหน้าชายหาดนางาฮามะ ชายหาดยอดนิยมสำหรับเล่นน้ำทะเล
เป็นที่นิยมจากอาหารปริมาณจุใจและอ่างอาบน้ำกลางแจ้งบรรยากาศเปิดโล่ง
อาหารเย็นที่ใช้วัตถุดิบทะเลตามฤดูกาลอย่างเต็มที่ แม้แต่แพลนพื้นฐานก็ยังมาพร้อมซาชิมิรวมเรือที่มีปลาดิบอย่างน้อย 5 ชนิด เป็นชุดอาหารที่หรูหราไม่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเมนูปลาเผาและปลาต้มเพิ่มเข้ามาอีก รับรองว่าคุ้มค่าทั้งคุณภาพและปริมาณ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอาตามิ
Q
หากมีเวลาไม่นาน ควรไปที่ไหนเพื่อเที่ยวอาตามิให้คุ้ม?
แนะนำย่านการค้าหน้าสถานี ที่สามารถเดินชิมอาหาร ช้อปปิ้ง และสัมผัสบรรยากาศเฉพาะตัวของอาตามิได้
Q
เสน่ห์ของย่านออนเซ็นอาตามิคืออะไร?
เสน่ห์อยู่ที่ทิวทัศน์เมืองซึ่งผสมผสานความย้อนยุคและความทันสมัยไว้ด้วยกัน
Q
อาหารที่ควรกินเมื่อมาอาตามิคืออะไร?
แนะนำอาหารทะเลที่ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลอย่างเต็มที่
Q
ได้ยินว่าจะมีการจัดเก็บภาษีที่พัก รายละเอียดเป็นอย่างไร?
ขณะนี้กำหนดการบังคับใช้ยังไม่แน่นอน (เดือนพฤษภาคม ปี 2024) ภาษีที่พักที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคือ 200 เยน ต่อผู้เข้าพัก 1 คน ต่อ 1 คืน โดยผู้ประกอบการที่พักจะเป็นผู้จัดเก็บ และผู้เข้าพักอายุต่ำกว่า 12 ปีจะได้รับการยกเว้น รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ ลิงก์นี้
บทสรุป
“อาตามิ” เป็นเมืองที่มีเสน่ห์หลากหลาย เที่ยวแค่วันเดียวอาจยังไม่ทั่ว
ลองตามรอยสถานที่ที่เราแนะนำ เพื่อซึมซับทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม อิ่มอร่อยกับอาหาร ช้อปปิ้งให้เต็มที่ และปิดท้ายด้วยการพักผ่อนในที่พักออนเซ็น
จังหวัดชิซูโอกะเองก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากให้แวะต่อได้
ถ้ามีเวลา ลองขยับจาก “อาตามิ” ไปชมธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ เช่น ภูเขาไฟฟูจิด้วยก็น่าสนใจ
และถ้ากำลังวางแผนเที่ยวต่อ บทความด้านล่างนี้ก็น่าจะช่วยคุณได้