
เที่ยวได้สนุกทุกเวลา ไม่ว่าไปกับใคร! 13 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชิซุโอกะที่มีเสน่ห์หลากหลาย
ถ้าพูดถึงการเที่ยวที่มีทั้งภูเขา ทะเล ออนเซ็น และของอร่อย ชิซุโอกะเป็นจังหวัดที่ชวนให้นึกถึงได้ไม่ยาก
หลายคนน่าจะนึกถึงภูเขาไฟฟูจิเป็นอันดับแรก และแน่นอนว่าจุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิก็เป็นหนึ่งในเสน่ห์สำคัญของที่นี่
แต่เสน่ห์ของจังหวัดชิซุโอกะไม่ได้มีเพียงเท่านั้น
ที่นี่มีทั้งเมืองออนเซ็นเก่าแก่ ธีมพาร์กที่ครอบครัวเที่ยวได้เพลิน และเอาต์เล็ตพาร์กขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ จึงเต็มไปด้วยความน่าสนใจที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม
ยังมีที่พักมากมายที่ให้คุณดื่มด่ำกับธรรมชาติอันงดงามและออนเซ็นได้ตลอดทั้ง 4 ฤดูกาล เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทริปพักผ่อน
บทความนี้จะพาไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก อาหาร และของฝากที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนชิซุโอกะ ลองเก็บไว้เป็นไอเดียสำหรับทริปของคุณได้เลย
ชิซุโอกะเป็นสถานที่แบบไหน?
ชิซุโอกะอยู่เกือบกึ่งกลางของญี่ปุ่น และเป็นจังหวัดที่มีทั้งภูเขาไฟฟูจิอันยิ่งใหญ่กับอ่าวซูรุกะ โดยเสน่ห์สำคัญก็คือธรรมชาติอันงดงาม
มีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมกระจายอยู่หลายแห่ง เช่น คาบสมุทรอิซุที่สามารถชมวิวธรรมชาติอันตระการตา หรือเมืองออนเซ็นเก่าแก่อย่างอาตามิและอิซุ ทำให้มีผู้คนจำนวนมากเดินทางมาเพื่อพักผ่อนกับธรรมชาติและออนเซ็น
ที่นี่ยังเป็นแหล่งเพาะปลูกสินค้าขึ้นชื่อระดับประเทศ เช่น ชาเขียวและส้ม จึงสามารถเพลิดเพลินกับของดีท้องถิ่นได้หลากหลาย

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของชิซุโอกะคือช่วงไหน?
ช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับเที่ยวชิซุโอกะคือฤดูร้อน
คุณจะได้สนุกกับกิจกรรมเฉพาะฤดู เช่น การเล่นน้ำทะเลและเทศกาลดอกไม้ไฟ
ถ้ามีโอกาสมาเยือนชิซุโอกะ ลองวางแผนให้ตรงกับช่วงฤดูร้อน แล้วคุณน่าจะได้สัมผัสบรรยากาศที่คึกคักยิ่งขึ้น
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของชิซุโอกะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม - เดือนพฤษภาคม): เหมาะกับแจ็กเก็ตบางและสเวตเตอร์เนื้อบาง
- ฤดูร้อน (เดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม): เสื้อผ้าบางเบาและเสื้อแขนสั้นกำลังพอดี
- ฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายน): จะเป็นแจ็กเก็ตบางหรือโค้ตก็ได้
- ฤดูหนาว (เดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์): ควรเตรียมโค้ต สเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ต
เดินทางไปชิซุโอกะอย่างไร?
จังหวัดชิซุโอกะเดินทางสะดวกจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียวและนาโกย่า
หากนั่งชินคันเซ็นจากโตเกียวไปชิซุโอกะใช้เวลา 1 ชั่วโมง และจากนาโกย่าใช้เวลา 54 นาที
วิธีการเดินทางหลักสำหรับเที่ยวชิซุโอกะ
วิธีเดินทางหลักในชิซุโอกะคือรถไฟและรถบัส
หากใช้รถไฟและรถบัสร่วมกัน ก็สามารถเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ ได้
สำหรับจุดท่องเที่ยวที่ไม่มีรถไฟหรือรถบัสผ่าน การใช้แท็กซี่จะช่วยให้เดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น
เที่ยวได้สนุกไม่ว่าไปกับใคร! 13 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดชิซุโอกะ
ถ้ามาเที่ยวชิซุโอกะ สิ่งที่อยากชวนให้ลองสัมผัสก่อนก็คือวิวธรรมชาติอันงดงามจากขุนเขาและท้องทะเล
ระหว่างทางก็ยังมีสถานที่ที่เหมาะกับครอบครัวอยู่มากมาย เช่น ฟูจิซาฟารีพาร์ก และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทะเลลึก
เพื่อให้คุณได้เพลิดเพลินกับชิซุโอกะไม่ว่าจะมาเที่ยวกับใคร เราได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากแนะนำให้ไปเยือนสักครั้ง
1. ฟูจิซาฟารีพาร์ก
ซาฟารีพาร์กขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น ตั้งอยู่บริเวณเชิงภูเขาไฟฟูจิที่ระดับความสูง 850 เมตร ภายในสวน คุณจะได้ชมสิงโต ชีตาห์ เสือดาว ช้าง และหมี ที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

2. มิชิมะสกายวอล์ก
สะพานแขวนสำหรับคนเดินเท้าที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น ด้วยความยาวทั้งหมด 400 เมตร เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 2015
สะพานแห่งนี้ทอดผ่านบริเวณเชิงเขาฝั่งตะวันตกของฮาโกเนะ ที่ระดับความสูงประมาณ 415 เมตร และมีความต่างระดับ 70 เมตร จากบนสะพานสามารถมองเห็นทั้งภูเขาไฟฟูจิซึ่งสูงที่สุดในญี่ปุ่น และอ่าวซูรุกะซึ่งลึกที่สุดในญี่ปุ่น จนได้รับความนิยมว่าเป็นสถานที่ที่สัมผัส “ที่สุดของญี่ปุ่น” ได้พร้อมกันถึง 3 อย่าง
หากอากาศดี ยังสามารถมองเห็นแนวภูเขาของคาบสมุทรอิซุ รวมถึงตัวเมืองมิชิมะและนุมาซุได้อย่างชัดเจน ให้คุณดื่มด่ำกับวิวสุดตระการตาได้เต็มที่

3. น้ำตกชิราอิโตะ
สถานที่ทิวทัศน์งดงามและอนุสรณ์ทางธรรมชาติของประเทศ ตั้งอยู่ในเมืองฟูจิโนะมิยะ จังหวัดชิซุโอกะ บริเวณเชิงภูเขาไฟฟูจิ
ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในฐานะส่วนหนึ่งของทรัพย์สินองค์ประกอบ “ภูเขาไฟฟูจิ - วัตถุแห่งความศรัทธาและบ่อเกิดแห่งศิลปะ”
สายน้ำตกนับร้อยขนาดเล็กใหญ่ไหลลงมาจากหน้าผาโค้งสูง 20 เมตร กว้าง 150 เมตร งดงามราวกับเส้นไหมสีขาว น้ำที่นี่เป็นน้ำผุดจากภูเขาไฟฟูจิ มีปริมาณน้ำประมาณ 1.5 ตันต่อวินาที และถือเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดบริเวณเชิงภูเขาไฟฟูจิ

4. ศาลเจ้าคิโนะมิยะ
ศาลเจ้าที่ได้รับความศรัทธามาตั้งแต่โบราณในเมืองอาตามิ ในฐานะเทพแห่งโชคลาภและความเป็นสิริมงคล
ภายในบริเวณศาลเจ้ามีต้นการบูรยักษ์ซึ่งเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ทางธรรมชาติ จึงเป็นที่นิยมในฐานะจุดพลังงานชื่อดังแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น
ต้นการบูรใหญ่ที่มีอายุประมาณ 2,100 ปี เปี่ยมด้วยพลังชีวิต มีความเชื่อกันว่าหากเดินรอบลำต้นครบ 1 รอบ อายุจะยืนยาวขึ้นอีก 1 ปี

5. ฮามานาโกะพัลพัล
สวนสนุกสไตล์รีสอร์ตที่อยู่ติดกับออนเซ็นฮามานาโกะคันซันจิ โดดเด่นด้วยคาแรกเตอร์น่ารักที่ออกแบบโดยทาคาชิ ยานาเสะ คอยต้อนรับผู้มาเยือนทั่วทั้งสวน
กิจกรรม “พัลครูซ” ที่ล่องชมทะเลสาบฮามานะเป็นเวลาประมาณ 30 นาที จะทำให้คุณได้สัมผัสสายลมธรรมชาติที่พัดผ่านทะเลสาบกว้างใหญ่แบบเต็มอิ่ม

6. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทะเลลึกท่าเรือนุมาซุ ซีลาแคนท์มิวเซียม
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหายากระดับโลกที่เน้นจัดแสดงสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึกโดยเฉพาะ ตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือนุมาซุ ใช้เวลานั่งรถบัสจากสถานี JR นุมาซุประมาณ 15 นาที ด้วยความที่เป็นพิพิธภัณฑ์เฉพาะทาง ปริมาณการจัดแสดงสัตว์ทะเลลึกจึงมากที่สุดในญี่ปุ่น
ไฮไลต์คือการจัดแสดงซีลาแคนท์ถึง 5 ตัว รวมถึงตัวอย่างแช่แข็งที่หาชมได้ยากมากในระดับโลก
คุณสามารถชมสภาพที่ถูกแช่แข็งไว้ได้ตามจริง ทั้งภายในปากของซีลาแคนท์และพื้นผิวเกล็ด มอบประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่ายจากที่อื่น

7. ภูเขาโอมุโระ
ภูเขาโอมุโระมีรูปร่างสวยงามคล้ายชามคว่ำ
เป็นภูเขาที่เกิดจากการปะทุเมื่อประมาณ 4,000 ปีก่อน
หากนั่งลิฟต์ขึ้นไปบนยอดเขา จะพบทางเดินรอบปากปล่องยาว 1,000 เมตร และสามารถชมวิวพาโนรามา 360 องศาได้อย่างเต็มที่

8. สะพานแขวนยูเมะโนะสึริบาชิ
ซุมาตะเคียวเป็นจุดชมวิวชื่อดังที่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนลับสุดท้ายของแม่น้ำโออิ และยังเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีทิวทัศน์งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดชิซุโอกะ
จุดชมวิวที่เป็นสัญลักษณ์ของซุมาตะเคียวก็คือสะพานแขวนยูเมะโนะสึริบาชิ
ใต้สะพานแขวนมีทะเลสาบเขื่อนที่เกิดจากเขื่อนโอมะบนแม่น้ำซุมาโตะ ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำโออิ

9. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชิโมดะไคจู
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชิโมดะไคจูใช้ประโยชน์จากเวิ้งอ่าวของอ่าวชิโมดะ ทำให้คุณได้สัมผัสธรรมชาติอันงดงามของวากะโนะอุระอย่างใกล้ชิด
ภายในเวิ้งอ่าวมีเวทีลอยน้ำกลางทะเล ที่สามารถชมโชว์โลมาสุดตื่นตาตื่นใจท่ามกลางทิวทัศน์ธรรมชาติ อีกทั้งยังมีแผนกิจกรรมอย่าง Amazing Seat และ Dolphin Feeding ที่ให้คุณได้ใกล้ชิดและสัมผัสกับโลมาอีกด้วย

10. สวนอิซุแกรนพาล
สวนอิซุแกรนพาลมีพื้นที่กว้างใหญ่เทียบเท่าโตเกียวโดม 5 แห่ง
ภายในมีเครื่องเล่นหลากหลายประเภท เช่น “ซิปไลน์” ที่ให้ไถลกลางอากาศอย่างเร้าใจ เขาวงกตรูปเรือขนาดใหญ่ “KAiZOKU” และวอเตอร์บอลลูนที่ให้เข้าไปอยู่ในลูกบอลแล้วเดินบนน้ำได้

11. ชายฝั่งโจงาซากิ
จุดชมวิวตัวแทนของฮิงาชิอิซุ และได้รับการกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติฟูจิ-ฮาโกเนะ-อิซุ
เป็นชายฝั่งหินลาวาระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร ที่เกิดจากลาวาซึ่งไหลออกมาจากการปะทุของภูเขาโอมุโระเมื่อประมาณ 4,000 ปีก่อน และถูกกัดเซาะโดยคลื่นทะเลจนเกิดเป็นภูมิประเทศเฉพาะตัว
แนะนำให้ลองชมทะเลจากสะพานแขวน หรือขึ้นเรือท่องเที่ยวเพื่อมองหน้าผาสูงชันจากทางทะเล

12. โรงงานอุนางิพาย
อุนางิพายของชุนคาโดะคือของฝากขึ้นชื่อประจำชิซุโอกะ
ที่โรงงานแห่งนี้คุณสามารถชมกระบวนการผลิตอุนางิพายที่ได้รับความนิยมจากความกรอบและรสหวานกำลังดี แม้แต่ราวจับภายในโรงงานก็ออกแบบเป็นรูปปลาไหลทั้งหมด เต็มไปด้วยลูกเล่นน่ารัก
พอเดินชมขั้นตอนการทำอุนางิพายแสนอร่อยแล้ว ก็ยังมีสินค้าจำหน่ายตรงจากโรงงานและคาเฟ่ที่เสิร์ฟของหวานจากอุนางิพาย จึงเป็นจุดยอดนิยมที่ทั้งครอบครัวและคู่รักมาเที่ยวได้อย่างเพลิดเพลิน

13. มิโฮะโนะมัตสึบาระ
จุดชมวิวที่มีต้นสนขึ้นหนาแน่นราว 30,000 ต้นตลอดแนวชายฝั่งยาวประมาณ 5 กิโลเมตร และดึงดูดผู้คนมาอย่างยาวนาน
ที่นี่เป็นหนึ่งใน “สามทิวทัศน์สนอันงดงามของญี่ปุ่น” และหนึ่งใน “สามทิวทัศน์ใหม่ของญี่ปุ่น” อีกทั้งในปี ค.ศ. 2013 ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สินองค์ประกอบมรดกโลกทางวัฒนธรรมภูเขาไฟฟูจิ จึงได้รับความสนใจจากทั้งในและต่างประเทศ
บริเวณหนึ่งของป่าสนมีต้น “ฮาโกโรโมะโนะมัตสึ” ที่มีชื่อเสียงจากตำนานฮาโกโรโมะซึ่งกลายมาเป็นบทแสดงในศิลปะการแสดงโน ขนาดของต้นสนนี้โดดเด่นกว่าต้นอื่นอย่างชัดเจน โดยมีความสูงประมาณ 15 เมตร แผ่กิ่งก้านกว้างสุด 25 เมตร และลำต้นมีเส้นรอบวงประมาณ 3.5 เมตร

กินให้จุใจกับอาหารท้องถิ่นของชิซุโอกะ! 3 ร้านอาหารยอดนิยม
พูดถึงชิซุโอกะเมื่อไร อาหารท้องถิ่นชื่อดังที่หลายคนนึกถึงก็มักมีทั้ง “เกี๊ยวซ่าฮามามัตสึ” และ “มกราคมิชิมะ”
มาเที่ยวทั้งที นอกจากแวะชมสถานที่ต่างๆ แล้ว ก็อย่าลืมจัดเต็มกับของอร่อยด้วย
1. อุมิโบซุ สาขาหลัก
“อุมิโบซุ สาขาหลัก” โดดเด่นสะดุดตาด้วยโคมแดงขนาดใหญ่หน้าร้านที่เขียนว่า “โอเด้ง”
ทันทีที่เข้าไปในร้าน คุณจะเห็นหม้อโอเด้งขนาดใหญ่พร้อมกลิ่นหอมชวนกินลอยมาแตะจมูก แค่เดินผ่านก็ชวนให้อยากอาหารแล้ว

2. อิชิมัตสึ สาขาหลัก [อิชิมัตสึเกี๊ยวซ่า] ต้นตำรับเกี๊ยวซ่าฮามามัตสึ
เกี๊ยวซ่าฮามามัตสึเป็นอาหารสตรีทฟู้ดชื่อดังที่ได้รับความนิยมทั่วญี่ปุ่น อิชิมัตสึเกี๊ยวซ่าเป็นร้านเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นหน้าสถานีฮามามัตสึในปี ค.ศ. 1953 และยังคงสืบทอดรสชาติเดิมมาจนถึงปัจจุบัน
กะหล่ำปลีที่ใช้จะคัดเลือกแหล่งผลิตอย่างพิถีพิถันตามฤดูกาล ส่วนเนื้อใช้หมูส่วนสะโพกจากญี่ปุ่นซึ่งมีกลิ่นคาวน้อย จึงช่วยชูรสของไส้ให้เด่นขึ้น แป้งห่อเป็นแบบบางเนียน แต่มีจุดเด่นที่เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม

3. ร้านขายเนื้อโอมูระ
สำหรับคนที่สนใจของกินท้องถิ่น “มกราคมิชิมะ” เป็นโคร็อกเกะที่ทำจากมันฝรั่งมิชิมะพันธุ์เมย์ควีน 100% ซึ่งปลูกในบริเวณเชิงเขาฝั่งตะวันตกของฮาโกเนะ
มันฝรั่งมิชิมะเป็นวัตถุดิบยอดนิยมถึงขั้นที่เชฟร้านอาหารหรูยังหลงใหล ด้วยรสหวานเข้มข้นครีมมี่และเนื้อสัมผัสนุ่มฟูชุ่มชื้น
ด้วยความตั้งใจที่จะเผยแพร่ความอร่อยนี้ให้กว้างยิ่งขึ้น เมืองมิชิมะและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงก่อตั้ง “สมาคมมกราคมิชิมะ” ขึ้น

แค่ช้อปปิ้งก็สนุกได้ทั้งวัน! 3 แหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมในชิซุโอกะ
ตั้งแต่เอาต์เล็ตมอลล์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ ไปจนถึงแหล่งช้อปปิ้งที่มีบรรยากาศเหมือนยุโรปยุคกลาง ชิซุโอกะมีแหล่งช้อปปิ้งน่าสนใจอยู่มากมาย
หลายคนเดินทางมาชิซุโอกะเพื่อช้อปปิ้งโดยเฉพาะ ถ้ามาเที่ยวที่นี่ ก็อยากให้คุณได้สนุกกับการจับจ่ายอย่างเต็มที่ด้วย
1. โกเท็มบะพรีเมียมเอาต์เล็ต
เอาต์เล็ตมอลล์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เปิดในปี ค.ศ. 2000
เดินทางสะดวกจากแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างฮาโกเนะ อิซุ และภูเขาไฟฟูจิ จึงได้รับความนิยมในฐานะจุดแวะเที่ยวระหว่างทริป

2. มิตสึอิช้อปปิ้งพาร์ก ลาลาพอร์ต อิวาตะ
ศูนย์การค้าขนาดใหญ่แบบคอมเพล็กซ์ที่เปิดในปี ค.ศ. 2009 โดยมีซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่อย่าง “Every Bigday” เป็นร้านหลัก และรวมร้านค้าประมาณ 180 ร้าน ทั้งแฟชั่นและร้านอาหาร
ได้รับความรักจากคนท้องถิ่นในฐานะศูนย์การค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของชุมชน

3. ฮามานาโกะ นุคุโมริโนะโมริ
“นุคุโมริโนะโมริ” เป็นสถานที่ที่ให้ความรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปในหนังสือนิทาน ด้วยทิวทัศน์ที่ชวนให้นึกถึงยุโรปยุคกลาง
เป็นพื้นที่อบอุ่นเปี่ยมเสน่ห์ที่สถาปนิกผู้ล่วงลับ ชิเงโยชิ ซาซากิ ใช้เวลากว่า 20 ปีค่อยๆ สร้างสรรค์ขึ้นอย่างตั้งใจ
ภายในมีทั้งร้านเจลาโต ร้านอโรมา ร้านขายของจุกจิก และสวนที่ได้รับการดูแลอย่างดี ซึ่งก็น่าแวะชมไม่แพ้กัน

ใช้เวลาพักผ่อนอย่างหรูหราและสบายๆ! 3 ที่พักในชิซุโอกะ
หลังจากเที่ยวมาเต็มที่ ลองพักกายด้วยโรงแรมที่มีทั้งออนเซ็นน้ำพุร้อนธรรมชาติแบบปล่อยไหลตลอดและวิวภูเขาไฟฟูจิอันยิ่งใหญ่
เราได้คัด 3 ที่พักในชิซุโอกะที่จะช่วยให้ประสบการณ์ท่องเที่ยวของคุณน่าประทับใจยิ่งขึ้นมาแนะนำ
1. นิฮงไดระโฮเทล
นิฮงไดระเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น
“นิฮงไดระโฮเทล” ตั้งอยู่ในทำเลเยี่ยม ด้านหน้ามองเห็นภูเขาไฟฟูจิซึ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม และเบื้องล่างเป็นอ่าวซูรุกะที่ทอดกว้าง
โรงแรมแห่งนี้ได้รับการปรับโฉมใหม่ให้เป็นโรงแรมมาตรฐานสากลที่ใส่ใจทั้งธรรมชาติอันงดงามและสิ่งแวดล้อม
วิวที่มองเห็นจากโรงแรมสวยงามมากจนได้รับการขนานนามว่าเป็น “พิพิธภัณฑ์แห่งทิวทัศน์”

2. เรียวกังอาตามิออนเซ็น ซากุรายะ
เรียวกังออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่นแท้ที่ก่อตั้งมานาน 70 ปี โดดเด่นด้วยอาหารเลิศรสจากวัตถุดิบตามฤดูกาลของอาตามิที่คัดสรรมาอย่างดี และบ่ออาบน้ำที่ใช้น้ำจากต้นกำเนิดออนเซ็นโดยตรง
แนวคิดของอาหารที่นี่คือ “ลิ้มรสด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า”
เมนูจะเปลี่ยนทุกเดือน โดยนำรสชาติประจำฤดูกาลมาใช้

3. โซระ SORA โทเก็ตสึโซ คินริว
ชูเซ็นจิเป็นเมืองออนเซ็นที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,200 ปี และรุ่งเรืองในฐานะแหล่งออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดของอิซุ “โซระ SORA โทเก็ตสึโซ คินริว” เป็นที่พักที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับออนเซ็นอันเป็นที่รักมายาวนานผ่านบ่อกลางแจ้งหลากหลายแบบ
บ่ออาบน้ำกลางแจ้งที่ออกแบบโดยนักออกแบบพื้นที่ ฮิซาโนบุ สึจิมูระ ผสานกับการจัดแสงอย่างลงตัวจนเกิดบรรยากาศชวนฝัน ขณะที่บ่อกลางแจ้งที่เชื่อมต่อจากบ่อในร่มก็ช่วยให้คุณผ่อนคลายไปกับธรรมชาติรอบด้านได้เช่นกัน

ถ้าจะซื้อของฝากจากชิซุโอกะ ต้องนี่เลย! 3 ของฝากยอดนิยม
หากมาเที่ยวชิซุโอกะซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตชาชั้นนำของญี่ปุ่น ของฝากที่ทำจากชาถือว่าพลาดไม่ได้
ของฝากที่อัดแน่นด้วยเสน่ห์ของชิซุโอกะ รับรองว่าใครได้รับก็น่าจะประทับใจ
1. san grams ชาใบเดี่ยวเซ็ตคละรส (6 ชนิด)
มารุมัตสึเซฉะโจ ผู้ผลิตชาเก่าแก่ที่ก่อตั้งมายาวนานกว่า 100 ปี เป็นแบรนด์ที่มีแฟนชื่นชอบไม่เพียงในหมู่คนชิซุโอกะ แต่ทั่วทั้งญี่ปุ่น
สินค้ายอดนิยมคือชุดรวมชาใบเดี่ยวญี่ปุ่น 6 ชนิด บรรจุมาในปริมาณพอเหมาะ จึงได้ลิ้มลองชาแต่ละแบบอย่างหลากหลาย
เหมาะทั้งสำหรับซื้อไว้ดื่มที่บ้านคู่กับขนม และสำหรับมอบเป็นของขวัญ

2. อุนางิพาย
“อุนางิพาย” เป็นของฝากยอดนิยมประจำชิซุโอกะ
ได้แรงบันดาลใจจากปลาไหลซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของทะเลสาบฮามานะ จึงอบออกมาเป็นรูปทรงวงรียาวอันเป็นเอกลักษณ์ และสิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือ ไม่ได้เพียงทำให้มีรูปร่างเหมือนปลาไหลเท่านั้น แต่ยังนำปลาไหลจริงมาบดเป็นผงแล้วผสมลงในแป้งด้วย
เมื่อได้ชิมจะสัมผัสได้ถึงความกรอบ รสหวานพอดี และความกลมกล่อมที่กระจายเต็มปาก จนอยากหยิบชิ้นต่อไปทันที

3. โอฉะโยคัง จากมิอุระเซกะ
สำหรับคนที่สนใจเรื่องชา ชาคาวาเนะที่ปลูกในพื้นที่ภูเขาของเมืองคาวาเนะซึ่งตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางของจังหวัดชิซุโอกะ นับเป็นหนึ่งใน “ชาชั้นเลิศ 3 แห่งของญี่ปุ่น” ร่วมกับชาอุจิ ชาซายามะ และชาชิซุโอกะ
ชาชนิดนี้ยังเป็นแบรนด์ตัวแทนของชาชิซุโอกะอีกด้วย ส่วน “โอฉะโยคัง” ของมิอุระเซกะซึ่งเป็นที่รู้จักจากโยคังหลากหลายรส เช่น ถั่วแดงและยูสุ ก็เป็นสินค้ายอดนิยมที่สมชื่อ เพราะผสมผงชาคาวาเนะลงไปอย่างเต็มที่ กลิ่นหอมเข้มและรสฝาดลึกซึ้งให้ความรู้สึกราวกับกำลังดื่มชาจริงๆ

บทสรุป
ชิซุโอกะเป็นจังหวัดที่เที่ยวได้เพลินทั้งธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ที่พักพร้อมออนเซ็นสำหรับการพักผ่อน และแหล่งท่องเที่ยวที่ครอบครัวก็สนุกได้
หวังว่าข้อมูลที่แนะนำไว้ในบทความนี้จะช่วยให้คุณวางแผนทริปของตัวเองได้ง่ายขึ้น
จังหวัดไอจิซึ่งอยู่ติดกับชิซุโอกะก็มีทั้งธรรมชาติสวยงามและแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมากมาย
หากใช้ชินคันเซ็นจะเดินทางได้ใน 54 นาที จึงอยากชวนให้ลองแวะไปเที่ยวจังหวัดไอจิด้วย