
รวม 17 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำสำหรับทริปครอบครัวที่ชิซูโอกะ เต็มไปด้วยประสบการณ์ชวนยิ้ม
ถ้ากำลังมองหาทริปครอบครัวที่ได้ทั้งธรรมชาติ อาหารอร่อย และวิวสวยแบบญี่ปุ่น ชิซูโอกะก็เป็นอีกจังหวัดที่น่าแวะไม่น้อย
ที่นี่มีทั้งภาพภูเขาไฟฟูจิอันยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์จากสภาพอากาศอบอุ่น และอาหารทะเลสดใหม่
บทความนี้คัดเลือกสถานที่ท่องเที่ยวและที่พักในชิซูโอกะที่ครอบครัวสามารถเพลิดเพลินร่วมกับเด็ก ๆ ได้อย่างเต็มที่มาแนะนำอย่างพิถีพิถัน
ไม่ว่าจะเป็นการใกล้ชิดสัตว์หรือการวิ่งเล่นอย่างอิสระท่ามกลางธรรมชาติ ก็ล้วนมีโอกาสกลายเป็นความทรงจำที่ไม่มีวันลืม
ลองใช้บทความนี้เป็นแนวทาง แล้ววางแผนทริปชิซูโอกะที่ทำให้ทุกคนในครอบครัวยิ้มไปด้วยกัน
3 เคล็ดลับที่จะช่วยให้ทริปครอบครัวในชิซูโอกะสนุกยิ่งขึ้น
ถ้ากำลังวางแผนเที่ยวชิซูโอกะแบบครอบครัว การรู้ข้อมูลบางอย่างไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้เดินทางได้สะดวกขึ้นพอสมควร
เมื่อเข้าใจเรื่องวิธีเดินทาง สภาพอากาศ และลักษณะของแต่ละโซนที่พัก ก็จะช่วยให้ทริปสบายและคุ้มค่ายิ่งกว่าเดิม
ลองใช้ 3 ข้อนี้เป็นแนวทาง เพื่อวางแผนทริปที่เที่ยวได้อย่างเพลิดเพลินแบบไม่ฝืนเกินไป
1. ถ้าอยากเห็นภูเขาไฟฟูจิ ควรไปจุดชมวิวในช่วงเช้า
ถ้ามาเที่ยวชิซูโอกะ หลายคนน่าจะอยากชมวิวภูเขาไฟฟูจิแบบสวย ๆ สักครั้ง
หากมีแผนไปจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ แนะนำให้จัดไว้ในช่วงเช้า
เพราะช่วงบ่ายมักมีเมฆปกคลุมภูเขาไฟฟูจิ ทำให้ในหลายวันอาจมองไม่เห็นวิวที่สวยงามได้
หากอากาศไม่เป็นใจ ก็ควรเตรียมแผนสำรองไว้ เช่น ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ฟุจิซัง เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับภูเขาไฟฟูจิภายในอาคาร

2. หากเที่ยวโซนอิซุ แนะนำให้เช่ารถ
บริเวณรอบอิซุเป็นพื้นที่ยอดนิยมสำหรับทริปครอบครัว เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวให้เลือกมากมาย
แม้ฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรอิซุจะมีรถไฟให้บริการ แต่ฝั่งตะวันตกจะพึ่งพารถบัสหรือแท็กซี่เป็นหลัก
อีกทั้งยังมีหลายสถานที่ที่อยู่ไกลจากสถานีและป้ายรถบัส หากเดินทางพร้อมเด็ก ๆ การเช่ารถจะช่วยให้เที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ช่วงวันหยุดยาวหรือวันหยุดฤดูร้อนมักมีการจราจรหนาแน่น จึงควรเผื่อเวลาเดินทางไว้ในตารางด้วย

3. อาตามิมีทางชันจำนวนมาก ควรเลือกที่พักอย่างระมัดระวัง
อาตามิ (Atami) เมืองออนเซ็นชื่อดัง เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นเมืองที่มีถนนลาดชันมาก
ด้วยเหตุนี้ ครอบครัวที่ใช้รถเข็นเด็ก หรือพาเด็กเล็กเดินทางด้วย อาจรู้สึกเหนื่อยได้มากกว่าปกติ
แม้ที่พักบนเนินเขามักจะมีวิวสวย แต่สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก ก็ควรคำนึงถึงภาระในการเดินทางเพิ่มเติมด้วย
ในทางกลับกัน บริเวณริมทะเลค่อนข้างราบและมีระดับขึ้นลงน้อยกว่า
หากจะพักค้างคืนที่อาตามิกับครอบครัว ที่พักริมทะเลน่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า

17 สถานที่ท่องเที่ยวในชิซูโอกะที่เหมาะสำหรับเที่ยวกับครอบครัว
ต่อจากนี้จะพาไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในชิซูโอกะที่เหมาะสำหรับครอบครัว
มีครบทั้งจุดที่ได้ใกล้ชิดสัตว์แบบใกล้ ๆ สวนสนุกที่ได้ขยับร่างกายเต็มที่ และสวนสวยที่ชวนให้ดื่มด่ำกับธรรมชาติ ทุกแห่งล้วนเหมาะกับการพาเด็ก ๆ ไปสนุกกัน
เชื่อว่าจะต้องมีสักแห่งที่กลายเป็นสถานที่พิเศษในความทรงจำของทั้งครอบครัว
1. สวนสัตว์อิซุชาโบเท็น
สวนสัตว์ที่ปลูกแคคตัสและไม้อวบน้ำประมาณ 1,500 ชนิดจากทั่วโลก พร้อมเลี้ยงสัตว์ราว 140 ชนิด
ภายในเรือนกระจกแบ่งเป็น 4 โซน ได้แก่ เม็กซิโก มาดากัสการ์ อเมริกาใต้ และแอฟริกา โดยมีทั้งแคคตัส ไม้อวบน้ำ และแคคตัสป่าให้ชม
สัตว์บางชนิด เช่น ลิงกระรอกและนกยูง ถูกเลี้ยงแบบปล่อยอิสระ อีกทั้งยังสามารถพบและสัมผัสสัตว์หลากหลายชนิดได้ตามจุดต่าง ๆ ภายในสวน

2. อิซุแอนิมอลคิงดอม
เลเชอร์แลนด์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนที่สูงของคาบสมุทรอิซุ
ที่นี่มีสัตว์ประมาณ 60 ชนิด ทั้งสัตว์นักล่าและสัตว์กินพืชจากทุ่งสะวันนา รวมถึงสัตว์เล็กและนกที่คุ้นคน จัดแสดงและเลี้ยงดูในสภาพแวดล้อมใกล้เคียงธรรมชาติ
โซนใหม่ “แอนิมอลพาราไดซ์ 360” ที่เปิดในฤดูใบไม้ผลิปี 2024 จัดแสดงสัตว์ประมาณ 10 ชนิด เช่น คาปิบาราและฟลามิงโก ในพื้นที่ที่ได้แรงบันดาลใจจากซีกโลกใต้

3. ฮามานะโกะพาลพาล
สวนสนุกสไตล์รีสอร์ตที่อยู่ติดกับบ่อน้ำพุร้อนฮามานะโกะคันซันจิ โดดเด่นด้วยตัวละครน่ารักที่ออกแบบโดยคุณยานาเสะ ทาคาชิ ซึ่งคอยต้อนรับอยู่ทั่วบริเวณ
มีเครื่องเล่นมากมาย เช่น ม้าหมุนและชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ “โคคู” ที่เด็กอายุ 0 ปีก็สนุกได้ อีกทั้งยังมีบริการเข้าใช้ฟรีสำหรับครอบครัวไม่เกิน 3 คน ในช่วง 3 เดือนนับจากวันเกิดครบ 3 ขวบของเด็ก โดยต้องสมัครล่วงหน้าและแสดงเอกสารยืนยันอายุ 3 ขวบ

4. สวนสัตว์เมืองฮามามัตสึ
สวนสัตว์ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่กว้างถึง 146,000 ตารางเมตร ริมทะเลสาบฮามานะ โดยเลี้ยงสัตว์ประมาณ 90 ชนิด รวม 300 ตัว
ภายในสวนใช้ประโยชน์จากภูมิประเทศตามธรรมชาติ ทำให้มีบรรยากาศเหมือนอยู่ท่ามกลางป่า
ระหว่างเดินชมสัตว์ ก็ยังได้ผ่อนคลายไปกับเสียงแมลง เสียงนกร้อง และดอกไม้ประจำฤดูกาลอีกด้วย

5. โกเท็มบะพรีเมียมเอาท์เล็ต
เอาท์เล็ตมอลล์ขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น เปิดมาตั้งแต่ปี 2000
เดินทางสะดวกจากแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างฮาโกเนะ อิซุ และภูเขาไฟฟูจิ จึงเป็นจุดแวะยอดนิยมระหว่างทริป
พื้นที่แบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่ อีสต์โซน เวสต์โซน และฮิลล์ไซด์ซึ่งเปิดในปี 2020 รวมร้านค้าประมาณ 290 ร้าน
ในโซนฮิลล์ไซด์ยังมีมินิสวนสนุก เหมาะกับครอบครัวที่พาเด็กมาด้วย

6. ฮามามัตสึฟลาวเวอร์พาร์ก
ธีมพาร์กดอกไม้และความเขียวขจีริมทะเลสาบฮามานะ บนพื้นที่กว้าง 300,000 ตารางเมตรที่ใช้ภูมิประเทศธรรมชาติอย่างเต็มที่ และมีพืชประมาณ 3,000 ชนิดผลัดกันบานตามฤดูกาล
ฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงยอดนิยมเป็นพิเศษ เพราะดอกไม้หลากชนิด เช่น วิสทีเรีย กุหลาบ ไอริสญี่ปุ่น และไฮเดรนเยีย จะทยอยเข้าสู่ช่วงสวยงาม
หนึ่งในจุดที่ไม่ควรพลาดคือ “สวนซากุระและทิวลิป” ช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน

7. คาเคกาวะคะโจเอ็น
คาเคกาวะคะโจเอ็น (Kakegawa Kachoen) เป็นธีมพาร์กเชิงประสบการณ์ที่สามารถเพลิดเพลินกับการใกล้ชิดนกท่ามกลางสวนดอกไม้หลากสี
ภายในเป็นเรือนกระจกขนาดใหญ่แบบรองรับทุกสภาพอากาศ มีการควบคุมอุณหภูมิและการระบายอากาศ จึงเที่ยวได้อย่างสบายไม่ว่าจะฤดูไหนหรือสภาพอากาศแบบใด
สามารถชมทั้งนกหายากประมาณ 100 ชนิด รวมราว 1,000 ตัว และดอกไม้บานสะพรั่งตลอดทั้งปี
นกส่วนใหญ่ภายในสวนไม่ได้อยู่ในกรงหรือคอก จึงสามารถใกล้ชิดได้โดยตรง

8. สวนสนุกกุรินปะ
สวนสนุกที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาฟูจิฝั่งใต้ระดับสถานีที่ 2 รายล้อมด้วยธรรมชาติอันยิ่งใหญ่
มีทั้งเครื่องเล่นแนวฝึกความคิดและอุปกรณ์เล่นสนุกที่ได้ขยับร่างกายอย่างเต็มที่
แบ่งเป็น 5 โซน ได้แก่ ซิลวาเนียนวิลเลจ, โซนพิคาโซะโนะทามาโกะ, โซน M78 อุลตร้าแมนพาร์ก, โซนโคโคโดโค และโซนทอยแฟกทอรีคิดส์ฟูจิคิว
มีเครื่องเล่นให้เลือกมากมายทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ เช่น เครื่องเล่นทางน้ำกลางธรรมชาติ “คัปปะไดซากุเซ็น” และเขาวงกตสามมิติ “โคโคโดโค” ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น

9. แหล่งโบราณคดีพิเศษโทโระ และพิพิธภัณฑ์โทโระ
แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ตัวแทนของชิซูโอกะ ที่ให้สัมผัสวิถีชีวิตยุคยาโยอิผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า
พิพิธภัณฑ์โทโระซึ่งตั้งอยู่ติดกับแหล่งโบราณคดีพิเศษโทโระ จัดแสดงโบราณวัตถุสำคัญและนิทรรศการเชิงประสบการณ์เกี่ยวกับยุคยาโยอิ ทำให้เรียนรู้วิถีชีวิตในสมัยนั้นที่มีการทำนาเป็นศูนย์กลางได้อย่างเข้าใจง่าย
ภายในห้องจัดแสดงมีวัตถุจริงที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ เช่น เครื่องมือการเกษตรไม้ ภาชนะดินเผา และวัสดุส่วนประกอบที่อยู่อาศัย ช่วยให้เห็นภาพรวมของหมู่บ้านยุคยาโยอิได้ชัดเจน

10. พิกา ฮัตสึชิมะ
ฮัตสึชิมะ (Hatsushima) เป็นเกาะห่างไกลฝั่งที่อยู่ใกล้เขตเมืองหลวงมากที่สุด เดินทางจากสถานีโตเกียวโดยต่อรถไฟชินคันเซ็นและเรือด่วน ใช้เวลาประมาณ 90 นาที
“พิกา ฮัตสึชิมะ” ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเกาะ เป็นรีสอร์ตที่มีทั้งที่พัก กิจกรรมแบบไปเช้าเย็นกลับ ร้านอาหาร และบ่อน้ำร้อน
หากอยากทำกิจกรรมแบบแอ็กทีฟ แนะนำ “แอดเวนเจอร์ไอส์แลนด์ VOTAN” ที่มีเครื่องเล่นแนวแอดเวนเจอร์มากมาย ค่าบริการผู้ใหญ่และเด็ก 600 เยน หรือ “ฮัตสึชิมะแอดเวนเจอร์ SARUTOBI” สำหรับเล่นท่ามกลางธรรมชาติ ค่าบริการผู้ใหญ่ 1,900 เยน เด็ก 1,500 เยน

11. จิบิมารุโกะจังแลนด์
พิพิธภัณฑ์ “จิบิมารุโกะจัง” แห่งเดียวในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่ชิซูโอกะ บ้านเกิดของซากุระ โมโมโกะ ผู้สร้างการ์ตูนชื่อดังของญี่ปุ่นเรื่องนี้
ภายในแบ่งเป็น 3 โซน
โซนแรกคือ “ชีวิตประจำวันของมารุโกะ” ทางเดินจากทางเข้าตกแต่งด้วยภาพเส้นของโรงเรียนและทิวทัศน์เมืองชิมิซุ เมื่อเดินต่อเข้าไปจะได้พบกับการแนะนำตัวละครในครอบครัวซากุระ และฉากจำลองโลกในการ์ตูน เช่น บ้าน โรงเรียน และสวนสาธารณะ

12. สวนสัตว์นิฮงไดระ เมืองชิซูโอกะ
สวนสัตว์ที่ตั้งอยู่เชิงเขานิฮงไดระ จุดชมวิวชื่อดังระดับแนวหน้าของญี่ปุ่นที่มองเห็นทั้งภูเขาไฟฟูจิและอ่าวซูรุกะ โดยเลี้ยงสัตว์ประมาณ 130 ชนิด รวม 560 ตัว
ที่นี่ให้ความสำคัญกับการจัดแสดงพฤติกรรมสัตว์ ทำให้ได้เห็นสัตว์ใช้ชีวิตอย่างมีชีวิตชีวาในสภาพแวดล้อมใกล้ธรรมชาติ
มีโซนจัดแสดงหลากหลายที่ช่วยให้เข้าใจลักษณะของสัตว์แต่ละชนิดได้ง่าย เช่น “พิพิธภัณฑ์สัตว์นักล่า 299” ที่ชมสัตว์ใหญ่อย่างหมีขั้วโลก สิงโต และเสืออามูร์ได้อย่างใกล้ชิด และ “ฟลายอิงเมกะโดม” ซึ่งเป็นกรงบินขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่นที่นกบินไปมาอย่างอิสระ

13. ฮามานะโกะการ์เดนพาร์ก
สวนสาธารณะในเมืองที่พัฒนาขึ้นบนพื้นที่จัดงานมหกรรมดอกไม้ฮามานะโกะปี 2004
ตั้งอยู่ปลายคาบสมุทรที่ยื่นออกไปในทะเลสาบฮามานะ โดดเด่นด้วยทำเลสวยงามที่รายล้อมด้วยทะเลสาบและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์
พื้นที่กว้างถึง 56 เฮกตาร์ หรือประมาณ 12 เท่าของโตเกียวโดม แบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่ โซนเมือง โซนฝั่งตะวันตก และโซนชนบท
โซนเมืองซึ่งเป็นศูนย์กลางของสวน เป็นพื้นที่คึกคักที่มีลานเล่นน้ำ ลานเด็กเล่น และเรือท่องเที่ยว

14. นิฮงไดระยูเมะเทラス
นิฮงไดระเป็นเนินเขาสูง 307 เมตรในเมืองชิซูโอกะ จังหวัดชิซูโอกะ และยังเคยได้รับเลือกเป็นอันดับ 1 ในการประกวด 100 แหล่งท่องเที่ยวของญี่ปุ่น จึงนับเป็นหนึ่งในจุดชมวิวชั้นนำของประเทศ
บนยอดเขาแห่งนี้มี “นิฮงไดระยูเมะเทラス” เปิดให้บริการในปี 2018
ภายในประกอบด้วยโซนนิทรรศการในอาคาร พื้นที่เลานจ์ ชั้นชมวิว และทางเดินชมวิวกลางแจ้ง ซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพงดงามของภูเขาไฟฟูจิ อ่าวซูรุกะ และมิฮะโนะมัตสึบาระได้จากหลายจุด

15. ฮามามัตสึฟรุตพาร์ก
สวนเกษตรที่สนุกกับการเก็บผลไม้ได้ประมาณ 15 ชนิดตลอดทั้งปี
บนพื้นที่กว้างประมาณ 9 เท่าของโตเกียวโดม ไม่ได้มีแค่สวนผลไม้เท่านั้น แต่ยังมีโซนเครื่องเล่นสำหรับเด็กอย่างครบครัน
มีทั้ง “ฟรุตออร์เคสตรา” เครื่องเล่นที่ออกแบบเป็นรูปผลไม้ขนาดยักษ์ และ “ฟุวะฟุวะฮิโระบะ” โซนเครื่องเล่นเป่าลมขนาดใหญ่ที่มีหลังคา จึงเล่นได้แม้ในวันฝนตก
ที่นี่จึงไม่ได้มีแค่การเก็บผลไม้ เพราะขนมหวานและอาหารที่ทำจากผลไม้สดซึ่งเก็บเกี่ยวภายในสวนก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของที่นี่
การได้ลิ้มรสผลไม้ตามฤดูกาลร่วมกันทั้งครอบครัว น่าจะเป็นอีกหนึ่งความทรงจำดี ๆ ของการเที่ยวชิซูโอกะ

16. ไซเคิลสปอร์ตเซ็นเตอร์ อาณาจักรจักรยาน
“ไซเคิลสปอร์ตเซ็นเตอร์ อาณาจักรจักรยาน” เป็นสวนสนุกสุดยูนีกที่มีจักรยานเป็นธีมหลัก
มี “จักรยานแปลกสนุก” มากกว่า 100 แบบ ทั้งจักรยานที่ต้องช่วยกันปั่น 2 คน และจักรยานดีไซน์พิเศษที่เคลื่อนไหวไม่เหมือนทั่วไป เหมาะกับทั้งเด็กและผู้ใหญ่
ภายในยังมีเส้นทางปั่นจักรยานระยะ 5 กิโลเมตรแบบจริงจัง ให้เพลิดเพลินกับการปั่นท่ามกลางสายลม
สำหรับเด็กเล็ก แนะนำ “เขาวงกตสามมิติไซเคิล” และ “ฟุวะฟุวะโดม”
สำหรับครอบครัวที่ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง ที่นี่เป็นสถานที่ที่ใช้เวลาได้ทั้งวันแบบไม่มีเบื่อ

17. อิซุ มิโตะซีพาราไดซ์
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเก่าแก่ที่สามารถใกล้ชิดกับสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลได้อย่างมาก
เสน่ห์ของที่นี่คือการแสดงสุดตื่นตาตื่นใจใน 2 โชว์โซน ได้แก่ “SHOW STADIUM” และ “SHOW STAGE”
ทั้งโชว์กระโดดสุดพลังของโลมาปากขวด และการแสดงแสนขี้เล่นของวอลรัสกับสิงโตทะเล ล้วนเรียกเสียงเชียร์จากเด็ก ๆ ได้ตลอดเวลา
นอกจากนี้ ใน “อาจิกโกะพาราไดซ์” เด็ก ๆ ยังสามารถสวมคอสตูมและใช้อุปกรณ์ประกอบการเล่น เพื่อแปลงร่างเป็นปลาอะจิได้อย่างสนุกสนาน
อีกหนึ่งไฮไลต์คือการจัดแสดงสัตว์ทะเลน้ำลึกหายากที่อาศัยอยู่ในอ่าวซูรุกะ
จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ทั้งสนุกและมีแง่มุมเชิงการเรียนรู้เกี่ยวกับความมหัศจรรย์ของทะเลและระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิต

พักกับครอบครัวต้องที่นี่! 3 ที่พักแนะนำในชิซูโอกะ
หลังจากเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ แล้ว การได้พักในที่พักที่ช่วยให้ทั้งครอบครัวผ่อนคลายก็น่าจะตอบโจทย์ไม่น้อย
ที่นี่เราคัด 3 โรงแรมในชิซูโอกะที่อยากแนะนำเป็นพิเศษสำหรับครอบครัวที่มีเด็กมาด้วย
ไม่ว่าจะเป็นบริการสำหรับเด็กที่ครบครัน หรือประสบการณ์พิเศษที่ทำให้การเข้าพักกลายเป็นจุดหมายของการเดินทาง ล้วนเป็นที่พักที่น่าสนใจมาก
1. คิสโช CAREN
“คิสโช CAREN” ตั้งอยู่ในย่านออนเซ็นอิซุโฮคคาวะ เป็นรีสอร์ตโฮเทลที่ห้องพักส่วนใหญ่มองเห็นวิวทะเล
วิวอ่าวซางามิจากห้องพักสวยงามมาก โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ขึ้นที่น่าประทับใจเป็นพิเศษ
เสน่ห์ของโรงแรมนี้อยู่ที่บริการครบครันสำหรับการพักผ่อนแบบครอบครัว
สามารถเช่าอุปกรณ์เกมอย่างโอเทลโลและโชงิได้ อีกทั้งยังมีบริการอาหารเย็นสำหรับเด็กเล็กอายุ 3–5 ปี จึงเหมาะกับครอบครัวที่พาเด็กเล็กมาพัก
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปและอีเวนต์ตามฤดูกาลที่พ่อแม่ลูกสามารถเข้าร่วมได้ด้วยกัน
เป็นที่พักที่ช่วยให้ครอบครัวได้สร้างความทรงจำดี ๆ ไปพร้อมกับการแช่ออนเซ็นอย่างผ่อนคลาย

2. โรงแรมฟูจิสปีดเวย์
โรงแรมที่ตั้งอยู่ติดกับสนามแข่งระดับนานาชาติ “ฟูจิสปีดเวย์”
จากห้องพักทั้ง 120 ห้อง สามารถเพลิดเพลินกับวิวอันยิ่งใหญ่ของสนามแข่งและภูเขาไฟฟูจิได้
หนึ่งในเสน่ห์ของโรงแรมนี้คือ “พิพิธภัณฑ์มอเตอร์สปอร์ตฟูจิ” ที่อยู่ภายในพื้นที่เดียวกัน
ที่นี่ให้สัมผัสประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตยาวนานประมาณ 130 ปี จึงน่าจะถูกใจทั้งเด็กที่ชอบรถและผู้ใหญ่
อาคารเวลเนสที่อยู่ติดกับโรงแรมมี “Omika Wellness & Spa” พร้อมบ่อน้ำร้อนและสระว่ายน้ำในร่ม ให้ได้สัมผัสทั้งความตื่นเต้นของสนามแข่งและความผ่อนคลายแบบรีสอร์ตในเวลาเดียวกัน
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวที่กำลังมองหาประสบการณ์พิเศษที่หาไม่ได้จากที่อื่น

3. โรงแรมนิวอาคาโอะ
“โรงแรมนิวอาคาโอะ” เป็นรีสอร์ตขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในจุดชมวิวอันงดงามของนิชิกิงาอุระ เมืองอาตามิ
ด้วยทำเลที่ให้ความรู้สึกราวกับลอยอยู่เหนือทะเล จึงเหมาะกับการพักผ่อนแบบเปิดรับบรรยากาศอย่างเต็มที่
เสน่ห์ของโรงแรมนี้คือกิจกรรมมากมายที่มีให้เล่นได้ตลอดทั้งวันภายในพื้นที่เดียว
ในฤดูร้อนจะเปิดโอเชียนพูลที่ใช้พื้นที่ทะเลของนิชิกิงาอุระ เด็ก ๆ สามารถเล่นน้ำได้อย่างเต็มที่
ยังมีกิจกรรมตามฤดูกาล เช่น ดินเนอร์โชว์ และงานตำโมจิรับปีใหม่ ที่ช่วยให้ทั้งครอบครัวสนุกไปด้วยกัน
นอกจากนี้ยังมีรถรับส่งฟรีจากสถานี JR อาตามิถึงโรงแรม โดยไม่ต้องจองล่วงหน้า จึงเดินทางสะดวกอีกด้วย
เป็นที่พักที่เหมาะสำหรับครอบครัวที่อยากเพลิดเพลินทั้งการเที่ยวและการพักโรงแรมในทริปเดียว

ตัวอย่างเส้นทาง 3 วัน สำหรับเที่ยวชิซูโอกะแบบครอบครัวให้คุ้มครบ
สำหรับผู้ที่วางแผนเดินทางจากโตเกียวมาเที่ยวชิซูโอกะแบบครอบครัว เราขอแนะนำตัวอย่างเส้นทางที่นำไปปรับใช้ได้
แผนนี้เน้นแวะสถานที่พักผ่อนและกิจกรรมที่เด็ก ๆ เล่นได้เต็มที่ พร้อมชมวิวภูเขาไฟฟูจิไปด้วย
เพื่อให้เที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดภาระด้านร่างกายของเด็ก การเดินทางในแผนนี้จึงตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าใช้รถเช่า
- วันที่ 1
- โตเกียว → สวนสนุกกุรินปะ → เช็กอินที่โรงแรมฟูจิสปีดเวย์ → Omika Wellness & Spa (ภายในโรงแรม) → รับประทานอาหารเย็นที่โรงแรม
- วันที่ 2
- สวนสัตว์นิฮงไดระ เมืองชิซูโอกะ → นิฮงไดระยูเมะเทラス → รับประทานอาหารเย็นที่พิพิธภัณฑ์มอเตอร์สปอร์ตฟูจิ
- วันที่ 3
- โกเท็มบะพรีเมียมเอาท์เล็ต → เดินทางกลับโตเกียว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวชิซูโอกะแบบครอบครัว
Q
ชิซูโอกะมีกิจกรรมที่เด็ก ๆ สนุกได้ด้วยไหม?
มีมากมาย ทั้งเก็บผลไม้ ใกล้ชิดสัตว์ และกิจกรรมแอดเวนเจอร์ต่าง ๆ ที่เหมาะสำหรับเด็ก
Q
ถ้าเที่ยวชิซูโอกะแบบครอบครัว ควรไปโซนไหนดี?
แนะนำโซนอิซุที่มีสวนสัตว์และธีมพาร์กหลายแห่ง รวมถึงโซนฮามามัตสึรอบทะเลสาบฮามานะ
บทสรุป
ถ้าอยากวางแผนทริปครอบครัวที่เที่ยวได้แบบหลากหลาย ชิซูโอกะก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก
บทความนี้ได้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและที่พักน่าสนใจสำหรับครอบครัวที่มีแผนมาเที่ยวชิซูโอกะ
ชิซูโอกะเต็มไปด้วยสถานที่ที่ช่วยกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของเด็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใกล้ชิดสัตว์ ประสบการณ์ท่ามกลางธรรมชาติ หรือธีมพาร์กสุดยูนีก
ลองใช้บทความนี้เป็นไอเดีย แล้ววางแผนเที่ยวชิซูโอกะที่น่าประทับใจสำหรับทุกคนในครอบครัวกัน
หากอยากรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวในชิซูโอกะให้ละเอียดยิ่งขึ้น ลองอ่านบทความนี้เพิ่มเติมควบคู่กันได้


