
【คู่มือท่องเที่ยวชิเท็นโนจิ】สัมผัสวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่วัดเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น
ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศที่พาให้รู้สึกถึงประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นแบบใกล้ตัว “ชิเท็นโนจิ” เป็นอีกแห่งที่น่าแวะมาเยือน
วัดแห่งนี้สร้างขึ้นโดยบุคคลสำคัญที่ชาวญี่ปุ่นแทบทุกคนรู้จักอย่างเจ้าชายโชโตกุ (Shotoku Taishi) และยังนับเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น
ภายในยังมีสวนญี่ปุ่นให้เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันสวยงามและบรรยากาศแบบญี่ปุ่น จึงเป็นสถานที่ที่ทำให้คุณสัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักประวัติและจุดน่าสนใจของ “ชิเท็นโนจิ”
แม้พื้นที่ภายในจะกว้างและอัดแน่นด้วยจุดเที่ยวชมมากมาย แต่หากอ้างอิงจากบทความนี้ คุณจะได้ดื่มด่ำกับเสน่ห์ของที่นี่อย่างเต็มที่
ชิเท็นโนจิเป็นสถานที่แบบไหน?
“ชิเท็นโนจิ” ตั้งอยู่ในเขตเท็นโนจิ เมืองโอซาก้า และยังเป็นที่มาของชื่อพื้นที่นี้ด้วย
ที่นี่เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นเคียงคู่กับ “อาสุกะเดระ” ในนารา และเป็นหนึ่งใน “วัด 7 แห่งที่เจ้าชายโชโตกุมีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้าง”
เจ้าชายโชโตกุ เป็นเชื้อพระวงศ์และนักการเมืองในยุคอาสุกะ (ค.ศ. 592–710) ผู้มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานรัฐรวมศูนย์ภายใต้จักรพรรดิที่รับพุทธศาสนาเข้ามา
“โฮริวจิ” ในจังหวัดนารา ซึ่งเป็นอาคารไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ก็เป็นหนึ่งในวัด 7 แห่งนี้เช่นกัน
“ชิเท็นโนจิ” ยังมีชื่อเสียงในฐานะวัดของรัฐแห่งแรกในพุทธศาสนาญี่ปุ่น
สำหรับคำว่า วัดของรัฐ หมายถึงวัดที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ และได้รับการค้ำจุนด้านเศรษฐกิจตอบแทน
อีกนัยหนึ่งก็คือสถานะของวัดที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการด้วย
จุดเด่นของที่นี่คือผังวัดแบบ “ชิเท็นโนจิ” ซึ่งเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยเรียงอาคารจากทิศใต้ไปทิศเหนือเป็น ประตูกลาง เจดีย์ 5 ชั้น คอนโด และศาลาบรรยายธรรม พร้อมมีระเบียงล้อมรอบ
ภายในวัดมีจุดน่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะเจดีย์ 5 ชั้นซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่
พิพิธภัณฑ์สมบัติที่จัดแสดงสมบัติแห่งชาติและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน

ประวัติของชิเท็นโนจิ
“ชิเท็นโนจิ” ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 593
เมื่อสถานการณ์สงครามกับฝ่ายต่อต้านพุทธศาสนาเริ่มเสียเปรียบ เจ้าชายโชโตกุได้แกะสลักรูปเทพจตุโลกบาลเพื่อขอชัยชนะในสงคราม
ยิ่งไปกว่านั้น พระองค์ยังปฏิญาณว่า หากชนะศึกจะสร้างวัดเพื่อประดิษฐานจตุโลกบาลและช่วยเหลือผู้คนทั้งโลก
หลังจากนั้นฝ่ายของพระองค์ก็ได้รับชัยชนะ และมีการสร้างวัดขึ้นจริงตามคำปฏิญาณนั้น
ต่อมาแม้อาคารภายในวัดจะได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติและสงคราม ผู้คนก็ร่วมมือกันบูรณะทุกครั้ง และปัจจุบันยังคงต้อนรับผู้มาเยือนจำนวนมากในทุกวัน

การเดินทางไปชิเท็นโนจิ
ถ้าออกเดินทางจาก “สถานีโอซาก้า” ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางการเดินทางสำหรับการท่องเที่ยวในโอซาก้า ก็ไป “ชิเท็นโนจิ” ได้ไม่ยาก
แม้จะสามารถเดินทางด้วยรถด่วนพิเศษของสาย JR โทไคโดได้ แต่ใช้เวลาแตกต่างจากเส้นทางด้านล่างเพียงประมาณ 6 นาทีเท่านั้น จึงควรตรวจสอบให้ดีก่อนเลือกเส้นทาง
- เส้นทาง
-
1. ขึ้นรถไฟ JR สายโอซาก้าลูปไลน์ที่ “สถานีโอซาก้า” และลงที่ “สถานีเท็นโนจิ”
2. จาก “สถานีเท็นโนจิ” เดินไปทางเหนือประมาณ 12 นาที - ระยะเวลา
- ประมาณ 30 นาที
เวลาเข้าชมและค่าเข้าชมของชิเท็นโนจิ
ก่อนแวะไป “ชิเท็นโนจิ” ลองเช็กเวลาเข้าชมและค่าเข้าชมจากตารางด้านล่างไว้ก่อนได้
ประตูเปิดตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถสักการะด้านนอกอาคารได้ตลอดเวลา
- เวลาเข้าชม
-
・เดือนเมษายน–กันยายน 8:30–16:30
・เดือนตุลาคม–มีนาคม 8:30–16:00 - ค่าเข้าชม
-
・เขตอาคารหลัก: ผู้ใหญ่ 500 เยน, นักเรียนมัธยมปลายและมหาวิทยาลัย 300 เยน, เด็กมัธยมต้นลงไปเข้าฟรี
・สวน: ผู้ใหญ่ 300 เยน, นักเรียนมัธยมปลายและมหาวิทยาลัย 200 เยน, นักเรียนประถมและมัธยมต้น 200 เยน
・พิพิธภัณฑ์สมบัติ: ผู้ใหญ่ 500 เยน, นักเรียนมัธยมปลายและมหาวิทยาลัย 300 เยน, เด็กมัธยมต้นลงไปเข้าฟรี
ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของชิเท็นโนจิคือช่วงไหน?
ถ้ากำลังเลือกช่วงเวลาเที่ยว “ชิเท็นโนจิ” ฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงที่น่าไปที่สุด เพราะสามารถชมซากุระได้
ภายในบริเวณวัดมีจุดชมซากุระหลายแห่ง โดยเฉพาะสวนญี่ปุ่นที่เรียกว่า “สวนสุขาวดี” ซึ่งมีทิวทัศน์งดงามเป็นพิเศษ
หากเดินเล่นในสวน คุณจะได้เพลิดเพลินกับซากุระที่แต่งแต้มทิวทัศน์หลากหลายให้เต็มไปด้วยบรรยากาศแบบญี่ปุ่น
เจดีย์ 5 ชั้นที่มองเห็นผ่านแนวซากุระก็เป็นภาพที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน

ห้ามพลาด! 5 จุดเด่นน่าเที่ยวของชิเท็นโนจิ
“ชิเท็นโนจิ” มีจุดน่าสนใจมากมาย แต่ถ้าเก็บครบ 5 จุดที่จะแนะนำต่อไปนี้ คุณจะได้สัมผัสเสน่ห์ของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมญี่ปุ่น และพุทธศาสนาญี่ปุ่นอย่างเต็มที่
ลองสังเกตอาคารที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ รวมถึงรูปแบบสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น แล้วค่อย ๆ ใช้เวลาเดินสำรวจบริเวณวัดให้คุ้มค่า
1. “เขตอาคารหลัก” ที่สร้างด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น
“เขตอาคารหลัก” คือจุดที่สามารถชมรูปแบบสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ “ชิเท็นโนจิ”
ประกอบด้วย “ศาลาบรรยายธรรม” “คอนโด” “เจดีย์ 5 ชั้น” “ประตูกลาง” และ “ประตูตะวันตก” ขอแนะนำให้เพลิดเพลินทั้งกับรูปแบบสถาปัตยกรรมและเสน่ห์ของอาคารแต่ละหลัง
รายละเอียดจุดเด่นของอาคารแต่ละแห่ง สามารถดูได้จากตารางด้านล่าง
- ศาลาบรรยายธรรม
-
“ศาลาบรรยายธรรม” คือสถานที่สำหรับอ่านพระคัมภีร์และแสดงธรรม
ภายในแบ่งออกเป็น “ห้องฤดูร้อน” ทางฝั่งตะวันตก และ “ห้องฤดูหนาว” ทางฝั่งตะวันออก
ศาลาปัจจุบันเป็นอาคารที่สร้างขึ้นใหม่ แต่เชื่อกันว่าในอดีตเจ้าชายโชโตกุก็เคยใช้งานที่นี่
จุดน่าสนใจคือจิตรกรรมฝาผนังภายในและรูปแบบสถาปัตยกรรมวัดโบราณที่จำลองขึ้นอย่างซื่อตรง - คอนโด
-
“คอนโด” เป็นอาคารที่ประดิษฐานพระกุเซคันเซอง ซึ่งเป็นพระประธานของ “ชิเท็นโนจิ”
เสน่ห์อยู่ที่รูปลักษณ์สง่างามและภายนอกที่ประดับด้วยสีแดงชาดสดใส
รูปปั้นจตุโลกบาลที่จัดวางล้อมรอบองค์พระก็เป็นอีกจุดที่ควรชม - เจดีย์ 5 ชั้น
-
“เจดีย์ 5 ชั้น” ถือเป็นสัญลักษณ์ของ “ชิเท็นโนจิ”
เล่ากันว่าในช่วงก่อสร้างครั้งแรก เจ้าชายโชโตกุได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 6 เม็ดและเส้นพระเกศา 6 เส้นของพระองค์ไว้ในเสากลางฐานเจดีย์ โดยอธิษฐานเพื่อช่วยเหลือสรรพชีวิตทั้ง 6 ภพ จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า “เจดีย์แห่งการช่วยเหลือทั้งหกภพ”
ภายในอาคารสามารถเข้าชมได้ และจากชั้นบนสุดสามารถมองเห็นวิวเมืองโอซาก้าได้ทั่ว - ประตูกลาง
-
“ประตูกลาง” ที่อยู่ทางใต้สุดของ “เขตอาคารหลัก” มีรูปปั้นคงโงริคิชิ เทพผู้พิทักษ์ ตั้งอยู่ทั้งสองด้านของประตู
เนื่องจากคงโงริคิชิมีอีกชื่อว่า นิโอ ประตูนี้จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ประตูนิโอ”
เมื่อเดินผ่าน “ประตูกลาง” อย่าลืมสังเกตรูปปั้นคงโงริคิชิอันทรงพลังอย่างใกล้ชิด - ประตูตะวันตก
-
“ประตูตะวันตก” เป็นทางเข้าสู่ “เขตอาคารหลัก” และเป็นจุดชำระค่าเข้าชมด้วย
ลองใช้เวลาชมภายนอกที่ตัดกันอย่างสวยงามระหว่างสีขาวสดและสีแดงชาด
เพราะเป็นจุดเริ่มต้นก่อนก้าวเข้าสู่ “เขตอาคารหลัก” จึงให้บรรยากาศลึกลับและความรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย

2. สวนญี่ปุ่น “สวนสุขาวดี” ที่เพลิดเพลินได้ทั้งวิวสวยและบรรยากาศงดงาม
“สวนสุขาวดี” เป็นสวนญี่ปุ่นแบบเดินชมรอบสระ ที่ให้เดินตามเส้นทางรอบสระน้ำขนาดใหญ่เพื่อชมความงาม
ภายในพื้นที่ประมาณ 10,000 ตารางเมตร มีทั้งลำธารและสระน้ำที่ใช้น้ำพุธรรมชาติอย่างละ 2 แห่ง
บรรยากาศโดยรวมจึงให้ทั้งความงดงามของทิวทัศน์และกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นอย่างชัดเจน
เมื่อเดินเล่นในสวน คุณจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ตามฤดูกาล เช่น ซากุระ ใบไม้เขียวสด และใบไม้เปลี่ยนสี

3. “พิพิธภัณฑ์สมบัติ” ที่เก็บรักษาสมบัติแห่งชาติและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ
“พิพิธภัณฑ์สมบัติ” ทำหน้าที่เก็บรักษาและจัดแสดงทรัพย์สินทางวัฒนธรรมมากกว่า 500 ชิ้น รวมถึงสมบัติแห่งชาติและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญที่ “ชิเท็นโนจิ” ครอบครอง
ภายในมีทั้งนิทรรศการถาวร นิทรรศการวางแผน และนิทรรศการพิเศษในธีมต่าง ๆ ด้วย
ในบางช่วงยังมีนิทรรศการวางแผนและนิทรรศการพิเศษเกี่ยวกับเจ้าชายโชโตกุอีกด้วย

4. “โรคุจิไรซังโด” อาคารทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ
“โรคุจิไรซังโด” ซึ่งตั้งอยู่กลางบริเวณวัด เป็นอาคารทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ
ชื่อของอาคารมาจากพิธีกรรมที่เรียกว่า โรคุจิไรซัง ซึ่งเป็นการสวดบูชาวันละ 6 ครั้ง
ที่นี่ยังเป็นสถานที่ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลและเก็บอัฐิ จึงนับเป็นอาคารสำคัญของ “ชิเท็นโนจิ”
ด้านหน้าโรคุจิไรซังโดมี “เวทีหิน” ซึ่งก็เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญและถูกนับเป็นหนึ่งใน “3 เวทีสำคัญของญี่ปุ่น” จึงไม่ควรพลาด

5. “เสาโทริอิหิน” จุดชมภาพที่หาได้ยากในวัดยุคปัจจุบัน
“เสาโทริอิหิน” เดิมสร้างด้วยไม้ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหินในปี ค.ศ. 1294 จนเป็นรูปแบบปัจจุบัน
เดิมทีโทริอิเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใช้กำหนดเขตศักดิ์สิทธิ์และวางไว้ทั้ง 4 ทิศของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากมีอยู่ในวัด
อย่างไรก็ตาม ในญี่ปุ่นปัจจุบัน โทริอิมักพบในศาลเจ้าเป็นหลัก และพบในวัดได้ค่อนข้างน้อย
ดังนั้นหากอยากชมภาพที่หาได้ยากนี้ อย่าลืมแวะไปดู “เสาโทริอิหิน” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ

“เทศกาลเปลือยกลางฤดูหนาว” ของชิเท็นโนจิ “โดยะโดยะ” ห้ามพลาด!
ที่ชิเท็นโนจิมีพิธีชูโชเอะซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันขึ้นปีใหม่ เพื่ออธิษฐานขอความสงบสุขของประเทศและความอุดมสมบูรณ์ของพืชผล
ในวันสิ้นสุดพิธีคือวันที่ 14 มกราคม จะมีการจัด “โดยะโดยะ” ซึ่งมีชื่อเสียงในฐานะเทศกาลเปลือยเพียงแห่งเดียวของโอซาก้า
หลังจากประกอบพิธีสวดในอาคารแล้ว ชายที่สวมผ้าเตี่ยวและคาดผ้าคาดหัวสีแดงกับสีขาวจะมารวมตัวกันในบริเวณวัดเพื่อแย่งเครื่องรางปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายที่ผ่านการปลุกเสกในพิธี ถือเป็นประเพณีที่เริ่มมาตั้งแต่สมัยเอโดะและสืบต่อกันมามากกว่า 300 ปี จนได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งใน “3 เทศกาลประหลาดของญี่ปุ่น”
ในช่วงเช้าวันที่ 14 ซึ่งเป็นวันที่จัด “โดยะโดยะ” ยังมีพิธี “ชิเท็นโนจิ ทนโดะยากิ” สำหรับนำของประดับปีใหม่ เชือกชิเมนาวะ รวมถึงแผ่นยันต์และเครื่องรางที่ใช้มาตลอด 1 ปีมารวมกันแล้วเผาตามพิธีอีกด้วย

ตลาดของเก่า “ชิเท็นโนจิตลาดของเก่า” ขนาดใหญ่ระดับภูมิภาคคันไซ
ถ้ามาได้ตรงวันจัดงาน “ชิเท็นโนจิตลาดของเก่า” ก็เป็นอีกบรรยากาศหนึ่งของการเที่ยวที่นี่
ตลาดของเก่าขนาดใหญ่ระดับภูมิภาคคันไซนี้จัดขึ้นทุกวันที่ 21 และ 22 ของทุกเดือน
ในช่วงงานจะมีร้านค้าประมาณ 300–500 ร้านมาตั้งภายในบริเวณวัด
มีสินค้าจำหน่ายหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นภาชนะ ของใช้ เฟอร์นิเจอร์ กิโมโน และภาพวาด
อีกหนึ่งเสน่ห์คือมีร้านแผงลอยให้เพลิดเพลินกับอาหารกินเล่น เช่น ทาโกะยากิ และมันฝรั่งอบเนย
บรรยากาศภายในวัดช่วงจัดงานคึกคักมาก จนให้ความรู้สึกคล้ายงานเทศกาลมากกว่าตลาดทั่วไป
หากมีโอกาสตรงเวลา ลองแวะมาหาของถูกใจที่ “ชิเท็นโนจิตลาดของเก่า” กันได้

5 สถานที่ท่องเที่ยวรอบชิเท็นโนจิที่รวมเสน่ห์ของโอซาก้าไว้ครบ
เที่ยว “ชิเท็นโนจิ” แล้ว ถ้ามีเวลาเหลือ รอบ ๆ ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของโอซาก้าให้แวะต่อได้อีกหลายแห่ง
ที่นี่ยังอยู่ไม่ไกลจากย่านนัมบะซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศแบบโอซาก้า จึงวางแผนเที่ยวได้สะดวก
หากยังลังเลว่าจะไปที่ไหนดี ลองเที่ยวตาม 5 จุดที่จะแนะนำต่อไปนี้
แต่ละแห่งอยู่ใกล้ “ชิเท็นโนจิ” และก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของโอซาก้าที่มีจุดน่าสนใจมากมายด้วย
1. สึเท็นคาคุ
สึเท็นคาคุเป็นหอคอยที่มีชั้นเหนือดิน 5 ชั้น ใต้ดิน 1 ชั้น และมีชั้นหอสังเกตการณ์กลางแจ้งพิเศษ โดยชั้น 5 ที่ระดับความสูง 87.5 เมตรจากพื้นดิน มีทั้ง “จุดชมวิวทองคำ” ที่ตกแต่งด้วยสีทอง และ “บิลลิเคนซัง” เทพเจ้าแห่งโชคลาภที่เชื่อว่าหากลูบฝ่าเท้าจะนำโชคมาให้ โดยบิลลิเคนซังองค์ปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 3 และมีจุดเด่นคือผมสีทอง
ส่วนจุดชมวิวกลางแจ้งพิเศษ “เท็มโบพาราไดซ์” ที่อยู่สูง 94.5 เมตรจากพื้นดิน และมีระเบียงชมวิวเส้นผ่านศูนย์กลาง 8.5 เมตรนั้น ยังมีจุดชมวิวแบบยื่นออกไป “TIP THE TSUTENKAKU” ที่ปลายพื้นเป็นกระจกใสอีกด้วย

2. อาเบะโนะ ฮารุกัส
อาคารอเนกประสงค์ระฟ้าสูงเสียดฟ้าที่เปิดเมื่อปี ค.ศ. 2014 และมีความสูงเหนือพื้นดิน 300 เมตร
ตั้งแต่ชั้นใต้ดิน 2 ถึงชั้น 14 เป็นที่ตั้งของ “อาเบะโนะ ฮารุกัส คินเท็ตสึ ฮอนเท็น (ห้างคินเท็ตสึ)” และ “อาเบะโนะ ฮารุกัส ไดนิ่ง”
จุดชมวิว “ฮารุกัส 300” มีโครงสร้าง 3 ชั้น ได้แก่ ชั้น 58, 59 และ 60
ชั้นบนสุดคือชั้น 60 ซึ่งเป็นทางเดินในร่มที่ล้อมด้วยกระจกตั้งแต่พื้นจรดเพดาน มอบประสบการณ์เหมือนเดินเล่นอยู่กลางอากาศ

3. สวนสัตว์เท็นโนจิ
สวนสัตว์แห่งนี้เปิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1915 และฉลองครบรอบ 100 ปีในปี ค.ศ. 2015
ภายในพื้นที่ประมาณ 11 เฮกตาร์ เลี้ยงสัตว์ราว 170 ชนิด รวมประมาณ 1,000 ตัว โดยในอาคารสัตว์เลื้อยคลาน “ไอฟาร์” และ “โซนแอฟริกันซาวันนา” ที่มีทั้งฮิปโป ยีราฟ และสิงโต ได้มีการนำเสนอ “การจัดแสดงเชิงนิเวศ” ที่จำลองภูมิทัศน์ถิ่นอาศัยของสัตว์ให้ใกล้เคียงความจริงมากที่สุด
ภายในสวนสัตว์ยังมีการจัดกิจกรรมหลากหลาย
ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ให้อาหารในลานสัมผัสสัตว์ หรือกิจกรรมตามฤดูกาลอย่าง “Night ZOO” แบบจำกัดช่วงเวลา จึงสามารถเพลิดเพลินได้หลายรูปแบบตลอดทั้งปี

4. เท็นโนจิ มิโอะ
อาคารช้อปปิ้งที่เชื่อมตรงกับสถานี JR เท็นโนจิ และเดินทางสะดวกจากขนส่งสาธารณะอื่น ๆ ด้วย
ภายในประกอบด้วย 2 อาคารคืออาคารหลักและอาคารพลาซ่า รวมร้านค้าประมาณ 340 ร้าน เน้นแฟชั่น รวมถึงเครื่องประดับ เครื่องสำอาง และของใช้ต่าง ๆ อีกมากมาย ร้าน 100 เยนที่สะดวกสำหรับการเดินทาง รวมถึงร้านสินค้าคาแรกเตอร์ยอดนิยมจากอนิเมะและมังงะก็มีเช่นกัน จึงได้รับความนิยมจากลูกค้าหลากหลายกลุ่ม

5. ชาอุสึยามะ
เนินเขาขนาดเล็กสูง 26 เมตร และนับเป็นหนึ่งใน “5 ภูเขาเตี้ยแห่งโอซาก้า” ร่วมกับเท็มโปซังและเทะซึกะยามะ
ยังมีชื่อเสียงในฐานะสมรภูมิของ “ศึกโอซาก้า” ที่เกิดขึ้นในช่วงต้นสมัยเอโดะ โดยเป็นสถานที่ของ “ยุทธการชาอุสึยามะ” ที่โทกุงาวะ อิเอยาสุ ตั้งกองบัญชาการในศึกฤดูหนาวโอซาก้า และซานาดะ ยูกิมูระ ตั้งกองบัญชาการในศึกฤดูร้อนโอซาก้า
บริเวณตีนเขามีสระคาวาโซะโกะอิเคะทอดยาว และเชื่อมกับ “สวนเท็นโนจิ” ด้วยสะพานวาเคะบาชิ

3 ร้านอาหารยอดนิยมรอบชิเท็นโนจิ
รอบชิเท็นโนจิมีทั้งร้านชาบูชาบูหม้อเดี่ยวที่แวะได้ง่าย ไปจนถึงร้านอาหารวิวสวยที่มองเห็นทิวทัศน์เมือง แต่ละร้านมีสไตล์และเสน่ห์ต่างกันไป
จะเลือกแวะพักหลังเดินเที่ยวชมประวัติศาสตร์ หรือเลือกนั่งชมวิวพร้อมใช้เวลากับบรรยากาศก็น่าสนใจทั้งนั้น หากมีเวลาก็ลองแวะกันได้
1. SKY GARDEN 300
คาเฟ่ ไดนิ่ง และบาร์ ที่ตั้งอยู่ในโซนจุดชมวิว “ฮารุกัส 300” ชั้น 58–60 ของอาเบะโนะ ฮารุกัส
จากภายในร้านซึ่งอยู่สูงจากพื้นดิน 300 เมตร หากอากาศดีสามารถมองเห็นได้ไกลถึงเมืองเกียวโต เทือกเขาร็อกโกะ และสะพานอาคาชิไคเคียว
ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางวันที่แสงอาทิตย์ส่องเข้ามา ช่วงเย็นที่สีของท้องฟ้าค่อย ๆ เปลี่ยนไปพร้อมกับแสงอาทิตย์ยามอัสดง หรือช่วงกลางคืนที่เต็มไปด้วยวิวกลางคืนอันงดงาม คุณจะได้ชมทิวทัศน์ที่แตกต่างกันไปตามช่วงเวลา

2. ไลฟ์คิทเช่น “COOKA”
ร้านอาหารบุฟเฟต์สไตล์ที่ตั้งอยู่บนชั้น 19 ของโรงแรมโอซาก้า แมริออท มิยาโกะ สูงจากพื้นดินประมาณ 100 เมตร
เมื่อก้าวเข้าไปในร้าน คุณจะพบกับวิวพาโนรามากว้างใหญ่ที่มองเห็นผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่จากพื้นจรดเพดาน
จากตรงนี้มองเห็นเมืองโอซาก้าเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน และยังทอดสายตาไปได้ไกลถึงอ่าวโอซาก้าและเกาะอาวาจิด้วย

3. เซ็นริ ชาบูชิน
ร้านสาขาที่ 2 ของร้านชาบูชาบูหม้อเดี่ยวสำหรับคนเดียว ซึ่งก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1972 ที่เซ็นริจูโอ ในย่านเซ็นรินิวทาวน์ เมืองโทโยนากะ
ในช่วงที่ร้านต้นตำรับเปิดกิจการ ชาบูชาบูยังเป็นอาหารหรูที่ต้องล้อมหม้อเดียวกันหลายคน
แต่สไตล์หม้อส่วนตัวที่ให้แต่ละคนเพลิดเพลินกับชาบูชาบูในหม้อของตัวเองถือว่าแปลกใหม่มาก จึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ความสบาย ๆ ของการนั่งกินที่เคาน์เตอร์ก็เป็นอีกจุดที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ว่าชาบูชาบูเป็นอาหารที่เข้าถึงยาก

3 ที่พักแนะนำรอบชิเท็นโนจิ
หากกำลังมองหาที่พักใกล้ชิเท็นโนจิ แนะนำให้พักในย่านนัมบะซึ่งสะดวกสำหรับใช้เป็นฐานท่องเที่ยว
จากโรงแรมมากมาย เราคัดเลือกที่พักที่โดดเด่นทั้งด้านดีไซน์และเอกลักษณ์ พร้อมมอบการเข้าพักคุณภาพและสะดวกสบาย
หวังว่าคุณจะได้พบที่พักที่เหมาะกับสไตล์การเดินทางของตัวเอง
1. KOKO HOTEL โอซาก้า นัมบะ
โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านนิปปงบาชิ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์กลางวัฒนธรรมย่อยของโอซาก้า เต็มไปด้วยร้านขายสินค้าอนิเมะ ฟิกเกอร์ พลาสติกโมเดล และอุปกรณ์ไอที
ทำเลเดินทางไปนัมบะและชินไซบาชิได้สะดวก ส่วนภายในก็ได้รับคำชมเรื่องการตกแต่งที่หรูทันสมัยซึ่งผ่านการรีโนเวตครั้งใหญ่พร้อมการรีแบรนด์ในปี ค.ศ. 2021
ห้องพักมีให้เลือกทั้งหมด 4 ประเภท และทุกห้องมี WI-FI พร้อมใช้งาน

2. ซิทาดีนส์ นัมบะ โอซาก้า
โรงแรมที่เปิดในปี ค.ศ. 2020 ภายในอาคารทาคาชิมายะ ฮิกาชิเบ็กคัง ใกล้กับตลาดคุโรมงซึ่งเป็นครัวของโอซาก้า และย่านร้านเครื่องใช้ไฟฟ้านิปปงบาชิ
ที่พักอยู่ใจกลางมินามิของโอซาก้า และห่างจากสถานีนัมบะโดยเดินประมาณ 10 นาที จึงเดินทางได้สะดวกมาก
อาคารแห่งนี้ยังเป็นสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่เป็นตัวแทนของโอซาก้า และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของประเทศในปี ค.ศ. 2021 โดยซิทาดีนส์ นัมบะ โอซาก้า มีห้องพักทั้งหมด 313 ห้องภายในอาคารประวัติศาสตร์อันโดดเด่นนี้

3. OMO7 โอซาก้า by โฮชิโนะ รีสอร์ท
โรงแรมในย่านชินเซไก ย่านที่ขึ้นชื่อว่าเข้มข้นและมีสีสันที่สุดแห่งหนึ่งของโอซาก้า ที่มีทั้งหอคอยสัญลักษณ์ “สึเท็นคาคุ” และถนนการค้าเก่าแก่ “จันจันโยโกโจ” รอต้อนรับอยู่
โซนสวน “มิยากุริน” ที่ปกคลุมด้วยสนามหญ้าเขียวขจีให้บรรยากาศเหมือนโอเอซิสกลางเมือง มีโรงอาบน้ำดีไซน์โดดเด่น และในบางช่วงยังมีอีเวนต์ที่ประดับด้วยงานศิลปะนีออนอีกด้วย
ห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ห้องแบบยูนีกที่ตกแต่งห้องนั่งเล่นด้วย “OSAKA Board” ซึ่งวาดสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของโอซาก้า ไปจนถึงห้องดีลักซ์ที่ให้บรรยากาศสงบและพรีเมียมมากขึ้น

รีวิวชิเท็นโนจิ
มีการแปลบางส่วนด้วย AI
-
วัดชิเท็นโนจิมีความสำคัญมากในพื้นที่ ตัววัดไม่ใหญ่มาก แต่รอบ ๆ มีตลาดนัดของเก่า ทำให้มีผู้คนมารวมตัวกันเยอะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับชิเท็นโนจิ
Q
ช่วงชมซากุระที่สวยที่สุดของชิเท็นโนจิคือเมื่อไหร่?
ช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน
Q
ตลาดนัดของเก่าของชิเท็นโนจิจัดเมื่อไหร่ และเป็นงานแบบไหน?
เป็นงานที่จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 2 ของทุกเดือน โดยมีสินค้าหลากหลาย เช่น ของเก่า งานศิลปะ เสื้อผ้ามือสอง และของใช้จิปาถะ
บทสรุป
ถ้าอยากเที่ยว “ชิเท็นโนจิ” ให้เต็มอิ่ม บทความนี้ได้รวบรวมทั้งประวัติและจุดน่าสนใจของสถานที่แห่งนี้ไว้แล้ว
เสน่ห์ของ “ชิเท็นโนจิ” อยู่ที่กลุ่มสถาปัตยกรรมอันสง่างามและบรรยากาศภายในวัดที่อบอวลด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์
หากอยากสัมผัสความอ่อนโยนแบบที่ชาวญี่ปุ่นยกย่อง รวมถึงเสน่ห์ของพุทธศาสนาในญี่ปุ่น ลองหาโอกาสมาเที่ยว “ชิเท็นโนจิ” กันดู
ด้านล่างนี้ เรายังแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดในโอซาก้า เมืองที่มี “ชิเท็นโนจิ” ตั้งอยู่ด้วย
ถ้าวางแผนมาเยือนแถวนี้ อย่าลืมเช็กข้อมูลเพิ่มเติมควบคู่กันไป


