
เต็มอิ่มกับวิวสวยและอาหารรสเลิศที่เกิดจากภูเขาไฟ! คู่มือเที่ยวทะเลสาบโทยะ
ถ้าอยากหาที่เที่ยวในฮอกไกโดที่ได้ทั้งวิวกว้าง ๆ ออนเซ็น และของอร่อย “ทะเลสาบโทยะ (Toyako)” ก็เป็นจุดหมายที่น่าสนใจมาก
ที่นี่เป็นทะเลสาบแคลดีราขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดความสนใจจากทั่วโลก
ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และทะเลสาบแสนสวยที่เกิดจากภูเขาไฟคือเสน่ห์สำคัญ มาถึงแล้วก็จะได้เพลิดเพลินกับทั้งวิวสวย กิจกรรม อาหารท้องถิ่นแบบฮอกไกโด และออนเซ็นไปพร้อมกัน
บทความนี้จะพาไปรู้จักจุดน่าสนใจและเสน่ห์ของ “ทะเลสาบโทยะ” เพื่อให้แม้แต่ผู้ที่มาเยือนครั้งแรกก็สนุกได้
เราได้รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการเดินทาง ทั้งสถานที่ยอดนิยม ที่พัก และร้านอาหารไว้ด้วย อย่าลืมอ่านจนจบนะ
ทะเลสาบโทยะเป็นสถานที่แบบไหน?
เมื่อมองจากภาพรวม “ทะเลสาบโทยะ” จะมีรูปทรงเกือบกลม อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด คร่อมพื้นที่เมืองโทยะโกะและเมืองโซเบ็ตสึ (Sobetsu)
ทะเลสาบแห่งนี้เป็นทะเลสาบแคลดีราที่เกิดขึ้นจากการปะทุเมื่อประมาณ 110,000 ปีก่อน และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น รองจากทะเลสาบคุชชะโระ (Kussharo) และทะเลสาบชิโคสึ (Shikotsu)
มีพื้นที่ประมาณ 70 ตารางกิโลเมตร และมีความลึกมากสุดประมาณ 180 เมตร จัดเป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 9 ของญี่ปุ่นด้วย
ชื่อ “ทะเลสาบโทยะ” มีรากศัพท์มาจากคำว่า “โทยะ” ในภาษาไอนุ ซึ่งหมายถึง ทะเลสาบ หรือ ชายฝั่ง
กลางทะเลสาบมีเกาะ 4 เกาะ ได้แก่ โอชิมะ เบ็นเท็นจิมะ คันนงจิมะ และมันจูจิมะ ซึ่งเกิดจากลาวาโดมที่เปลี่ยนแปลงจากกิจกรรมภูเขาไฟ และเรียกรวมกันว่า “นากาจิมะ”
พื้นที่โดยรอบได้รับการกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติชิโคสึ-โทยะ และในฐานะอุทยานธรณีทะเลสาบโทยะ-ภูเขาอุสุ ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “อุทยานธรณีแห่งประเทศญี่ปุ่น” ในปี 2008 และเป็น “อุทยานธรณีโลก” แห่งแรกของญี่ปุ่นในปี 2009
※อุทยานธรณี คือพื้นที่หรือมรดกที่มีคุณค่าทางธรณีวิทยา
เสน่ห์ของ “ทะเลสาบโทยะ” ที่โดดเด่นที่สุดก็คือทิวทัศน์อันสวยงามจากธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์
ที่นี่ได้รับการคัดเลือกและยกย่องจากหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็น “100 ทิวทัศน์แห่งญี่ปุ่น” หรือ “100 แหล่งท่องเที่ยวญี่ปุ่นยุคใหม่” โดยเฉพาะความงดงามของผิวน้ำใสสะอาดที่ให้สัมผัสธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด ตัดกับแนวภูเขาอย่างลงตัว
อีกหนึ่งไฮไลต์คือ “ออนเซ็นทะเลสาบโทยะ” ที่มีประวัติยาวนานมากกว่า 100 ปี
มีทั้งบ่อแช่เท้าและบ่อแช่มือหลายจุด ให้คุณผ่อนคลายพร้อมชมวิวทะเลสาบได้อย่างเพลิดเพลิน

การเดินทางไปทะเลสาบโทยะ
ถ้าเริ่มเดินทางจาก “สนามบินนิวชิโตเสะ” ประตูสู่ฮอกไกโด เราได้สรุปวิธีไป “ทะเลสาบโทยะ” ไว้ในตารางด้านล่าง
ทั้งรถไฟและรถบัสไม่มีเที่ยวตรง จึงต้องต่อรถระหว่างทาง
นอกจากนี้ รถด่วนพิเศษ JR โฮคุโตะมีให้บริการดีสุดประมาณ 1 ขบวนต่อ 1 ชั่วโมง และเที่ยวสุดท้ายค่อนข้างเร็ว ดังนั้นควรตรวจสอบตารางเวลาให้ดีล่วงหน้า และระวังอย่าพลาดขบวน
หากมีงบประมาณมากหน่อย อาจพิจารณาใช้แท็กซี่ราคาเหมาจ่าย หรือถ้ามีใบขับขี่ การเช่ารถก็เป็นอีกตัวเลือกที่เดินทางได้สะดวก
- เส้นทาง
-
1. เดินจาก “สนามบินนิวชิโตเสะ” ไปยัง “สถานีสนามบินนิวชิโตเสะ” (ประมาณ 5–6 นาที)
2. จาก “สถานีสนามบินนิวชิโตเสะ” ขึ้นรถไฟ JR Rapid Airport มุ่งหน้าไปซัปโปโร เป็นต้น และลงที่ “สถานีมินามิชิโตเสะ”
3. จาก “สถานีมินามิชิโตเสะ” ขึ้นรถด่วนพิเศษ JR โฮคุโตะ มุ่งหน้าไปสถานีฮาโกดาเตะ และลงที่ “สถานีโทยะ”
4. เดินไม่กี่นาทีจาก “สถานีโทยะ” ไปยังป้ายรถบัส “หน้าสถานีโทยะ”
5. จาก “หน้าสถานีโทยะ” ขึ้นรถบัสดะนันบัส มุ่งหน้าไปฮิกาชิมาจิ เป็นต้น และลงที่ “ออนเซ็นทะเลสาบโทยะ”
6. เดินต่อไปถึง “ทะเลสาบโทยะ”
※เส้นทางและเวลาอาจเปลี่ยนแปลงตามจุดหมายในบริเวณทะเลสาบโทยะ
※ที่พักบางแห่งมีบริการรถรับส่งจากสถานี JR โทยะ - ระยะเวลา
- ประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาที
ทะเลสาบโทยะ เที่ยวได้สนุกในทุกฤดูกาล
เสน่ห์อีกอย่างของ “ทะเลสาบโทยะ” คือมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพราะมีทั้งรูปทรงทะเลสาบที่แปลกตาและธรรมชาติสวยงามแบบฮอกไกโด
แต่ละฤดูกาลมีทั้งวิว กิจกรรม และอีเวนต์ที่แตกต่างกัน จึงเลือกไปช่วงที่สะดวกสำหรับตัวเองได้เลย
วิธีเที่ยวก็มีหลากหลาย ทำให้ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดอาจแตกต่างกันไปตามจุดประสงค์และความชอบของแต่ละคน
ต่อจากนี้ เราจะพาไปดูจุดเด่นของแต่ละฤดูกาล
ลองใช้ข้อมูลนี้เป็นแนวทาง แล้วออกไปสัมผัสเสน่ห์ของ “ทะเลสาบโทยะ” ให้เต็มที่กัน
ฤดูใบไม้ผลิของทะเลสาบโทยะ เมื่อความเขียวสดเริ่มผลิใบและแต่งแต้มด้วยซากุระกับดอกบ๊วย
หลังผ่านฤดูหนาวอันยาวนาน “ทะเลสาบโทยะ” จะค่อย ๆ ต้อนรับฤดูใบไม้ผลิในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม
ริมทะเลสาบเริ่มมีสีสันจากต้นไม้เขียวสด และอากาศที่อบอุ่นทำให้ใช้เวลาได้อย่างสบาย
ความตัดกันอย่างลงตัวระหว่างดอกไม้ที่บานสะพรั่งกับผืนน้ำอันเงียบสงบของ “ทะเลสาบโทยะ” คือภาพที่ตรึงใจผู้มาเยือน
จุดชมเด่นสำหรับฤดูนี้ ได้แก่ สวนโซเบ็ตสึ ริมทะเลสาบโทยะ และสวนอุกิมิโดะ รวมถึงจุดชมซากุระอีกหลายแห่งที่น่าแวะ
โดยปกติช่วงที่สวยที่สุดจะอยู่ราวต้นเดือนพฤษภาคม และที่นี่ไม่ได้มีแค่ซากุระ แต่ยังชมดอกบ๊วยได้ด้วย
จะเดินเล่น ปั่นจักรยาน หรือวิ่งมาราธอน ก็สามารถเพลิดเพลินกับความงามทางธรรมชาติของ “ทะเลสาบโทยะ” ได้หลากหลายรูปแบบ
หากสนใจวัฒนธรรมญี่ปุ่น ขอแนะนำ “เทศกาลมังงะอนิเมะออนเซ็นทะเลสาบโทยะ” ที่มีกิจกรรมคอสเพลย์และนิทรรศการให้ชม

ฤดูร้อนของทะเลสาบโทยะ สนุกเต็มที่กับกิจกรรมที่ให้สัมผัสธรรมชาติอันยิ่งใหญ่
พอเข้าสู่ฤดูร้อน “ทะเลสาบโทยะ” ก็เป็นช่วงที่เหมาะมากสำหรับการออกไปสัมผัสธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของฮอกไกโดแบบใกล้ชิด
จะเล่นน้ำแบบสบาย ๆ ในสวนสาธารณะ หรือขยับไปลองกิจกรรมเอาต์ดอร์แบบจริงจัง เช่น SUP เรือยนต์ และแคมป์ปิ้งก็ได้ด้วย
ในบรรดากิจกรรมทั้งหมด ขอแนะนำเรือแคนูใสหรือคายักใส ที่ให้ความรู้สึกราวกับลอยอยู่บนผิวน้ำ
คุณจะได้เพลิดเพลินทั้งวิวบนทะเลสาบและความใสของน้ำไปพร้อมกันในบรรยากาศเปิดโล่ง เป็นประสบการณ์ที่แตกต่างและน่าจดจำ
อีกข้อดีคือเด็ก ๆ และมือใหม่ก็ขึ้นได้ไม่ยาก
อีกอย่างที่ควรจำไว้คือ การล่องเรือของบริษัทเรือท่องเที่ยวทะเลสาบโทยะเพื่อลงเกาะ “นากาจิมะ” มีเฉพาะเส้นทางที่ให้บริการในฤดูร้อนเท่านั้น

ฤดูใบไม้ร่วงของทะเลสาบโทยะ งดงามด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี
เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง “ทะเลสาบโทยะ” จะโดดเด่นด้วยภาพทิวทัศน์ที่สะท้อนบนผืนน้ำทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ของทะเลสาบแคลดีรา
ภูเขาและป่าโดยรอบค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเฉดเหลืองและส้ม ทำให้ภูมิประเทศอันยิ่งใหญ่ยิ่งดูมีสีสันสดใส
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือใบไม้แดงของเมเปิล คาเอเดะ และนานาคามาโดะ ที่มักสวยที่สุดในช่วงกลางเดือนตุลาคม
ไม่ว่าจะเป็นจุดชมวิวสวยอย่างสวนอนุสรณ์การปะทุภูเขาอุสุและจุดชมวิวสึกิอุระ ที่มองเห็นภาพรวมได้กว้าง หรือจะเดินเล่นเบา ๆ และขับรถชมวิวรอบทะเลสาบ ก็เพลิดเพลินได้เต็มที่
เมื่ออากาศเริ่มหนาว การแช่ออนเซ็นก็เป็นอีกตัวเลือกที่แนะนำ
ย่านออนเซ็นทะเลสาบโทยะมีบ่อแช่เท้าและบ่อแช่มือฟรีกระจายอยู่หลายจุด จะเดินเล่นในเมืองไปพร้อมกับแวะแช่ออนเซ็นก็เพลินไม่น้อย
อีกทั้งยังเป็นฤดูกาลที่วัตถุดิบตามฤดูกาลของฤดูใบไม้ร่วงออกสู่ตลาดต่อเนื่อง จึงเหมาะมากสำหรับสายกิน

วิธีเที่ยวทะเลสาบโทยะในฤดูหนาว กับบรรยากาศชวนฝันและช่วงเวลาอันเงียบสงบ
พอถึงฤดูหนาว “ทะเลสาบโทยะ” จะเต็มไปด้วยภาพทะเลสาบและภูเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ ให้บรรยากาศเงียบสงบและงดงามไปทั่วบริเวณ
เพราะเป็นฤดูหนาวนี่เอง การได้ใช้เวลากับอาหารอุ่น ๆ และแช่ออนเซ็นจึงเป็นความพิเศษได้โดยไม่ต้องทำกิจกรรมมากมาย
ทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ของภูเขาอุสุและโชวะชินซันที่มองเห็นท่ามกลางอากาศใสของฤดูหนาวก็ยิ่งสวยเด่นขึ้นไปอีก
แน่นอนว่ายังมีกิจกรรมมากมาย เช่น เดินสโนว์ชูบนหิมะใหม่เนื้อนุ่มเพื่อชมโลกสีขาวเงิน หรือขี่ม้าบนหิมะซึ่งหาโอกาสได้ยาก
นอกจากนี้ยังมีอีเวนต์เฉพาะฤดูหนาวมากมาย เช่น “เทศกาลหิมะโทยะ” ที่มีสไลเดอร์หิมะ และ “ดอกไม้ไฟฤดูหนาวออนเซ็นทะเลสาบโทยะ” ที่ส่องประกายท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืนอันแจ่มใส
เนื่องจากอากาศหนาวจัดและเกือบทุกวันอุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์องศา อย่าลืมเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้พร้อม

9 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ให้คุณเต็มอิ่มกับวิวสวยและประวัติศาสตร์ของทะเลสาบโทยะ
รอบ ๆ “ทะเลสาบโทยะ” มีจุดน่าแวะอยู่มากมาย ไปกี่ครั้งก็ยังเที่ยวได้สนุก
ในบรรดานั้น เราได้คัด 9 จุดท่องเที่ยวยอดนิยมที่ไม่ควรพลาดมาแนะนำ
ทุกแห่งล้วนเป็นสถานที่แนะนำที่เต็มไปด้วยธรรมชาติและทิวทัศน์สวยงามแบบฮอกไกโด
หากคุณมีแผนมาเที่ยว “ทะเลสาบโทยะ” ลองจัดทริปแวะจุดเหล่านี้ดู
1. จุดชมวิวไซโล
จุดชมวิวสวยระดับต้น ๆ ของฮอกไกโด ตั้งอยู่บนที่สูงระดับ 170 เมตรบริเวณชายฝั่งตะวันตกของ “ทะเลสาบโทยะ”
เป็นหนึ่งในจุดที่สามารถชมทะเลสาบได้อย่างใกล้ชิด และยังมองเห็นพาโนรามาอันยิ่งใหญ่ของ “นากาจิมะ” “ภูเขาอุสุ” และ “โชวะชินซัน” เป็นต้น
ที่นี่ยังเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่สวยจับใจ
ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมมี “โทยะโกะสกายครูซซิง” ให้ชมวิวจากมุมสูงด้วยเฮลิคอปเตอร์ ส่วนฤดูหนาวมี “ลานหิมะ” สำหรับขี่สโนว์โมบิลและสโนว์ราฟติ้ง จึงเที่ยวได้สนุกตามฤดูกาล
ภายในอาคารยังมีร้านขายสินค้าพิเศษท้องถิ่นและขนมขึ้นชื่อของฮอกไกโด รวมถึงคาเฟ่ เหมาะสำหรับแวะพักระหว่างขับรถ
สินค้ายอดนิยมคือ “พุดดิ้งคาราเมลทะเลสาบโทยะ” สูตรเฉพาะของจุดชมวิวแห่งนี้ที่มีเนื้อสัมผัสครีมมี่ และผลิตภัณฑ์นมอย่าง “โยเกิร์ตโบกกะ” จากฟาร์มท้องถิ่น

2. สวนประติมากรรมรอบทะเลสาบโทยะ
แกลเลอรีศิลปะกลางแจ้งที่มีธีม “บทสรรเสริญแห่งชีวิต” ท่ามกลางผืนผ้าใบขนาดใหญ่ที่รังสรรค์โดยธรรมชาติของฮอกไกโด
มีประติมากรรมมากถึง 58 ชิ้น เรียงรายล้อมรอบ “ทะเลสาบโทยะ” ตลอดแนวรอบนอกประมาณ 43 กิโลเมตร
ผลงานหลากหลายชิ้นกระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ ริมทะเลสาบ และให้บรรยากาศที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล สภาพอากาศ และช่วงเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างยิ่ง
ผลงานเหล่านี้ใช้วัสดุต่างกัน เช่น สเตนเลสและหินอ่อน มีทั้งงานรูปคนหรือสัตว์ที่เป็นรูปธรรม ไปจนถึงงานนามธรรมที่ปลุกจินตนาการ แต่ละชิ้นล้วนมีเอกลักษณ์และน่าชมมาก
คุณน่าจะได้พบชิ้นงานที่ถูกใจและสะเทือนใจตัวเองอย่างแน่นอน
ลองเดินเล่นช้า ๆ ริมทะเลสาบที่มีลมพัดผ่าน แล้วเพลิดเพลินกับความกลมกลืนของธรรมชาติและศิลปะดู

3. กระเช้าลอยฟ้าภูเขาอุสุ
“ภูเขาอุสุ” เป็นภูเขาไฟมีพลังที่ยังคงมีกิจกรรมทางภูเขาไฟอยู่ในปัจจุบัน หากขึ้นกระเช้าลอยฟ้าภูเขาอุสุ คุณจะได้ชมพาโนรามาธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของโชวะชินซัน ทะเลสาบโทยะ ภูเขาโยเท และภูเขาอุสุ จากกอนโดลาที่ผลิตในสวิตเซอร์แลนด์
จาก “จุดชมวิวคาโคเง็น” ที่เดินต่อจากสถานีไปตามทางเดินประมาณ 7 นาทีแบบเที่ยวเดียว สามารถมองเห็นปล่องภูเขาไฟจากการปะทุในปี 1977 บึงกินนุมะไดคะโค และอ่าวฟุงกะที่เชื่อมต่อกับมหาสมุทรแปซิฟิกได้แบบกว้างไกล

4. เส้นทางเดินชมปล่องภูเขาไฟเชิงเขานิชิยามะ
เส้นทางเดินชมธรรมชาติที่จัดทำขึ้นจากร่องรอยการปะทุของภูเขาอุสุเมื่อปี 2000 และมีบทบาทเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับกิจกรรมภูเขาไฟ
ที่นี่คงสภาพอาคารที่จมอยู่ใต้น้ำ รวมถึงสิ่งปลูกสร้างที่เสียหายและถนนยางมะตอยที่บิดเบี้ยวไว้ในสภาพเดิมจากช่วงเกิดภัยพิบัติ
เมื่อเดินไปตามทางเดินไม้หมอนระยะประมาณ 1.8 กิโลเมตร คุณจะได้สัมผัสพลังของโลกอย่างใกล้ชิด ทั้งปล่องภูเขาไฟที่ยังมีไอน้ำพวยพุ่ง พื้นที่ความร้อนใต้พิภพ และถนนที่บิดรูปจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก (ปัจจุบันไม่มีอันตรายจากการปะทุแล้ว)
บริเวณใกล้เคียงมีไกด์คอยให้ข้อมูล จึงสามารถฟังเรื่องประวัติการปะทุและผลกระทบต่อชุมชนได้
อีกทั้งวิวจากจุดชมวิวก็สวยงาม ทำให้ที่นี่ได้รับความนิยมในฐานะแหล่งท่องเที่ยวด้วย
เป็นสถานที่ล้ำค่าที่ทำให้สัมผัสได้ทั้งความน่ากลัวและความงามของธรรมชาติในเวลาเดียวกัน
※ช่วงเปิดให้เที่ยวชม: ปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน

5. พิพิธภัณฑ์ป่าแห่งทะเลสาบบนเกาะนากาจิมะ
พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่ตั้งอยู่บน “นากาจิมะ” สัญลักษณ์ของทะเลสาบโทยะ
สามารถขึ้นฝั่งได้ด้วยเรือท่องเที่ยวเท่านั้น และเดินทางจากย่านออนเซ็นทะเลสาบโทยะใช้เวลาประมาณ 30 นาที
ที่นี่ถ่ายทอดเรื่องราวของธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์รอบ “ทะเลสาบโทยะ” รวมถึงพืชและสัตว์นานาชนิดที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ผ่านตัวอย่างและไดโอรามาอย่างเข้าใจง่าย
พิพิธภัณฑ์แบ่งเป็น 3 โซนจัดแสดง ได้แก่ “โซนข้อมูลอุทยานธรณี” “โซนธรรมชาติของทะเลสาบโทยะและนากาจิมะ” และ “โซนข้อมูลการเดินเที่ยวบนเกาะนากาจิมะ” ทำให้เรียนรู้ได้จากหลายมุมมอง
คุณจะได้สัมผัสถึงความยอดเยี่ยมของธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ได้รับการรับรองเป็นอุทยานธรณีโลก
ภายในยังมีคาเฟ่พร้อมระเบียงให้แวะพักผ่อนชมวิวสวย ๆ ได้อีกด้วย
※ช่วงเปิดทำการ: ปลายเดือนเมษายนถึงสิ้นเดือนตุลาคม

6. ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวทะเลสาบโทยะ
ถ้าอยากทำความรู้จักพื้นที่นี้ให้มากขึ้น ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเข้าฟรีแห่งนี้ก็เป็นจุดแวะแรกที่เหมาะมาก โดยอยู่ห่างจากย่านออนเซ็นทะเลสาบโทยะเดินเพียง 2 นาที
ที่นี่มีทั้งข้อมูลเกี่ยวกับธรรมชาติ ภูเขาไฟ ระบบนิเวศในท้องถิ่น และพืชสัตว์ รวมถึงจัดแสดงที่มาและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของ “ทะเลสาบโทยะ” ผ่านแผงนิทรรศการ ตัวอย่าง และภาพถ่าย
อาจมองได้ว่าเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นสำหรับทำความเข้าใจ “ทะเลสาบโทยะ” ให้ลึกขึ้น
ที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ภูเขาไฟซึ่งอยู่ติดกัน คุณสามารถเรียนรู้ประวัติการปะทุ กลไกของภูเขาอุสุ และวิธีการป้องกันภัยพิบัติ ผ่านภาพ วัสดุจริง และแบบจำลอง
บนจอยักษ์ 3 จอ (ความยาวการฉาย 13 นาที) ยังสามารถสัมผัสภาพและเสียงสุดตื่นตาของเหตุการณ์การปะทุในเวลานั้นได้ จึงอยากแนะนำให้แวะไปพร้อมกัน
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลสดใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อการเดินทาง เช่น ข้อมูลท่องเที่ยวและแผนที่ จึงเหมาะมากที่จะมาแวะเป็นจุดแรก

7. เรือท่องเที่ยวทะเลสาบโทยะ
เรือท่องเที่ยวสำหรับล่องชมทะเลสาบโทยะ ซึ่งถือกำเนิดจากการปะทุของภูเขาไฟเมื่อประมาณ 110,000 ปีก่อน เรือออกจากท่าเรือหน้าสถานีในย่านออนเซ็นทะเลสาบโทยะ และใช้เวลาล่องประมาณ 50 นาที คุณจะได้ชมทั้งภูเขาโยเท โชวะชินซัน ภูเขาอุสุ และทิวทัศน์งดงามต่าง ๆ รวมถึงเกาะโอชิมะ เบ็นเท็นจิมะ คันนงจิมะ และมันจูจิมะ ซึ่งเรียกรวมกันว่า “นากาจิมะ”
นอกจากนี้ ในช่วงประมาณเดือนเมษายนถึงตุลาคมของทุกปี ยังมีเรือสำหรับชมงานดอกไม้ไฟระยะยาวของทะเลสาบโทยะด้วย
ปัจจุบันมีเรือให้บริการ 2 ลำ คือ “เอสปัวร์” และ “โยเท” แต่ถ้ามีโอกาส อยากแนะนำให้ลองขึ้น “เอสปัวร์” สักครั้ง เพราะออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากปราสาทโบราณยุคกลาง

8. เส้นทางเดินชมซากภัยพิบัติปล่องคมปิระ
สถานที่ล้ำค่าที่อยู่ใกล้ย่านออนเซ็นทะเลสาบโทยะ และถ่ายทอดประวัติการปะทุของภูเขาอุสุเมื่อปี 2000 มาจนถึงปัจจุบัน
ซากของสิ่งปลูกสร้างหลายแห่ง เช่น อาคารสาธารณะ “ยาสุรางิ โนะ อิเอะ” และ “ซากุระกาโอกะดังจิ” ที่ได้รับความเสียหายจากโคลนร้อน ยังคงได้รับการเก็บรักษาไว้ในสภาพเดิมจากตอนนั้น
ภาพอาคารพังถล่มและจมลงอย่างน่าสลด ยังเผยร่องรอยของภัยพิบัติอย่างชัดเจน จนทำให้รับรู้ถึงพลังของภัยธรรมชาติได้อย่างลึกซึ้ง
แม้จะไม่ใช่สถานที่เพื่อความบันเทิง แต่เชื่อว่าจะกระตุ้นให้คุณคิดถึงภัยคุกคามจากการปะทุและการอยู่ร่วมกับภูเขาไฟได้ไม่น้อย
เมื่อเดินต่อไปตามเส้นทาง คุณยังสามารถเดินบน “เส้นทางคมปิระ” ภายในอุทยานธรณีทะเลสาบโทยะ-ภูเขาอุสุ เพื่อสังเกตระบบนิเวศรอบกลุ่มปล่องภูเขาไฟหลังการปะทุได้ด้วย
ปัจจุบันพืชชายฝั่งเริ่มกลับมาเติบโตแล้ว ทำให้มองเห็นกระบวนการฟื้นตัวและการปรับตัวของธรรมชาติ
※ช่วงเปิดให้เที่ยวชม: ปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน

9. ออนเซ็นทะเลสาบโทยะ
ออนเซ็นที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมการปะทุของภูเขาโยโซมียามะในยุคเมจิ
มีปริมาณน้ำพุร้อนอุดมสมบูรณ์ และมีจำนวนโรงแรมกับเรียวกังมากที่สุดในฮอกไกโด ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งออนเซ็นยอดนิยมระดับตัวแทนของฮอกไกโด ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างน้อย 3 ล้านคนต่อปี
ที่พักเรียงรายตามแนวริมทะเลสาบ คุณจึงสามารถเพลิดเพลินกับการแช่น้ำอย่างหรูหรา พร้อมชมทะเลสาบโทยะที่เปลี่ยนบรรยากาศไปตามฤดูกาล และภูเขาโยเทอันงดงามซึ่งมีฉายาว่าเอโซะฟูจิ จากห้องพักหรือบ่อกลางแจ้ง

3 ร้านอาหารยอดนิยมริมทะเลสาบโทยะที่ควรแวะ หากอยากเต็มอิ่มกับของอร่อย
ถ้าอยากให้ทริปทะเลสาบโทยะเต็มอิ่มเรื่องอาหารการกินด้วย เราขอแนะนำ 3 ร้านนี้
แม้แต่ละร้านจะมีเสน่ห์ จุดเด่น และสไตล์แตกต่างกัน แต่ทุกแห่งล้วนเป็นร้านดังมาก ที่น่าจะทำให้ทั้งใจและท้องอิ่มเอม
ไม่ใช่แค่อร่อยเท่านั้น แต่ยังมอบช่วงเวลาน่าประทับใจที่อยู่ในความทรงจำได้ด้วย อยากชวนให้ลองแวะกัน
1. โบโยเท
“โบโยเท (Boyotei)” เป็นร้านอาหารตะวันตกเก่าแก่ริมทะเลสาบโทยะ เปิดกิจการมาตั้งแต่ปี 1946
ชื่อร้านมาจากภูเขาโยเทที่เคยมองเห็นได้จากร้านในอดีต
ตัวอาคารภายนอกยังคงบรรยากาศจากวันวานไว้อย่างมีเสน่ห์ ภายในร้านก็อบอวลด้วยความสงบและกลิ่นอายประวัติศาสตร์
แม้เวลาจะผ่านมากว่า 78 ปี ร้านก็ยังคงเสิร์ฟรสชาติแสนคุ้นเคยไม่เปลี่ยน จึงเป็นร้านที่มีแฟนประจำมานานมากมาย
เมนูมีให้เลือกหลากหลาย แต่เมนูขึ้นชื่อที่อยากแนะนำคือ “แฮมเบิร์กสเต๊ก”
แฮมเบิร์กบนกระทะร้อนเข้ากันอย่างยอดเยี่ยมกับซอสเดมิกลาสรสเปรี้ยวกลมกล่อม ส่วนเนื้อฉ่ำน้ำก็ชวนให้อยากกินยิ่งขึ้น เป็นเมนูเด็ดที่อร่อยเป็นพิเศษ

2. เซ็นโดอัน
“เซ็นโดอัน” เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของย่านออนเซ็นทะเลสาบโทยะ
จุดเด่นคือรสชาติและราคามาตรฐาน ทำให้โดยรวมใช้งานง่ายสำหรับนักท่องเที่ยว
ทางร้านใส่ใจการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นและวัตถุดิบตามฤดูกาล โดยเฉพาะเมนูที่ใช้หอยเชลล์สดจากอ่าวฟุงกะ ซึ่งได้รับคำชมทั้งเรื่องรสชาติและการจัดจานที่สวยงาม
เสน่ห์มากที่สุดของร้านคือทำเลวิวสวยที่หันหน้าออกสู่ริมทะเลสาบโทยะ
วิวทะเลสาบจากหน้าต่างยอดเยี่ยมมาก และหากอากาศดี “ทะเลสาบโทยะ” จะสวยเต็มสายตาอยู่ตรงหน้า

3. โอกาดายะ
“โอกาดายะ” เป็นร้านอาหารเก่าแก่ที่ขึ้นชื่อเรื่องขนมหวาน และมีประวัติมายาวนานกว่า 80 ปี
ตัวร้านสไตล์เรโทรและบรรยากาศภายในที่ชวนให้นึกถึงวันเก่า ๆ ทำให้ใช้เวลาได้อย่างผ่อนคลาย
เมนูขึ้นชื่อคือ “โอชิรุโกะสีขาว” ที่ใช้ถั่วไดฟุกุจากฮอกไกโด
หน้าตาสีขาวล้วนดูโดดเด่น และรสหวานอย่างละมุนก็เข้ากันดีกับชิราทามะเนื้อนุ่มหนึบ จนอร่อยลงตัว
อีกจุดเด่นคือรสชาติสดชื่นกินง่าย เหมาะกับทุกเพศทุกวัย
หน้าร้อนแนะนำโอชิรุโกะแบบเย็นที่เหมาะสำหรับเติมพลัง ส่วนหน้าหนาวแนะนำโอชิรุโกะแบบร้อนที่ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย
นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารอย่าง “ข้าวหน้าปลานิชิน” และ “คัตสึแกงกะหรี่” รวมถึงของฝากอย่าง “โดรายากิ” และ “เซ็มเบ้ถั่วดำ” ให้เลือกมากมาย
ร้านอยู่ในระยะเดินได้จากย่านออนเซ็น เดินทางสะดวกมาก หากมา “ทะเลสาบโทยะ” ก็ลองแวะดูได้

ทำเลเยี่ยมคือเสน่ห์สำคัญ! 3 ที่พักแนะนำริมทะเลสาบโทยะ
ถ้าอยากดื่มด่ำกับ “ทะเลสาบโทยะ” ให้เต็มที่ การพักอย่างน้อย 2 วัน 1 คืนก็น่าจะเหมาะที่สุด
เวลาเที่ยว อยากแนะนำให้ลองเข้าพักที่ที่พักต่อไปนี้
ทุกแห่งเดินทางสะดวก เหมาะใช้เป็นฐานเที่ยว และยังมีบริการคุณภาพดีกับพื้นที่แสนสบายที่ให้ชมวิวสวย ๆ ทำให้ระหว่างเข้าพักก็ได้ประสบการณ์พิเศษไปด้วย
1. เดอะ เลควิว TOYA โนนาคาเซะ รีสอร์ต
“เดอะ เลควิว TOYA โนนาคาเซะ รีสอร์ต” เป็นรีสอร์ตโฮเทลในทำเลดี เดินไป “ทะเลสาบโทยะ” ได้ในไม่กี่นาที
ห้องพักทุกห้องเป็นวิวทะเลสาบ โดยเบื้องหน้าคือ “ทะเลสาบโทยะ” และด้านหน้าตรงยังมีวิวภูเขาโยเทกับเอโซะฟูจิที่ตระหง่านอยู่
การตกแต่งภายในที่ทันสมัยมีสไตล์ และสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องน้ำที่ครบครัน ช่วยสร้างบรรยากาศพิเศษเหนือชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะกับทริปท่องเที่ยว
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโรงแรมที่หลากหลายก็เป็นอีกจุดเด่นที่ทำให้เข้าพักได้ไม่มีเบื่อ
มีตั้งแต่สปาผ่อนคลาย คาเฟ่หนังสือ ไปจนถึงบาร์ชมกีฬา ครอบคลุมหลายแนว จึงน่าจะตอบโจทย์ผู้เข้าพักได้หลากหลาย
แม้จะมีจุดน่าสนใจมากมาย แต่ที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือออนเซ็น เช่น บ่อกลางแจ้งลอยฟ้าและห้องอาบน้ำรวมพร้อมวิวบนชั้นบนสุด รวมถึงซาวน่าแบบลอยลิวและ “โชวะโนะยุ” ที่จำลองบรรยากาศโรงอาบน้ำสาธารณะยุคโชวะ

2. โรงแรมโทยะโกะมันเซคาคุ เลคไซด์เทอร์เรซ
“โรงแรมโทยะโกะมันเซคาคุ เลคไซด์เทอร์เรซ” คือรีสอร์ตโฮเทลเก่าแก่ที่กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 80 ของการก่อตั้ง
โรงแรมตั้งอยู่ริม “ทะเลสาบโทยะ” และไม่มีสิ่งใดบดบังวิว จึงสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ทะเลสาบจากอีกด้านของหน้าต่างได้อย่างเต็มที่
บ่อแช่น้ำพุร้อนชั้นบนสุด “โฮชิโนะยุ” มีทั้งบ่อกลางแจ้งแบบอินฟินิตี้และบ่อชมวิวแบบกระจก ซึ่งวิวสวยเมื่อมองผ่านออนเซ็นก็น่าประทับใจมาก
การนอนแช่น้ำพร้อมชม “เทศกาลดอกไม้ไฟระยะยาวทะเลสาบโทยะ” ก็เป็นอีกประสบการณ์ที่แนะนำ
อีกหนึ่งเสน่ห์คืออาหารหลากหลายที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นของฮอกไกโดอย่างเต็มที่
ในไลฟ์คิทเชนที่คึกคักซึ่งเชฟหลายคนมาปรุงสดให้ชม มีอาหารญี่ปุ่น ตะวันตก และจีนเตรียมไว้ประมาณ 90 รายการ ให้คุณอิ่มอร่อยกับรสชาติประจำฤดูกาลและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างเต็มที่

3. เดอะ วินด์เซอร์ โฮเทล โทยะ รีสอร์ต แอนด์ สปา
“เดอะ วินด์เซอร์ โฮเทล โทยะ รีสอร์ต แอนด์ สปา” เป็นรีสอร์ตโฮเทลที่เป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่หลักของการประชุมสุดยอดฮอกไกโด โทยะโกะ ครั้งที่ 34
ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็ก ๆ ของภูเขาโปโระโมอิ ที่ระดับความสูง 625 เมตร ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ของ “ทะเลสาบโทยะ” และอ่าวอุจิอุระ
บางห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกแบรนด์ Bulgari ให้บริการ จึงเหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างหรูหรา
มีทั้งออนเซ็น “ซันเซ็น” ที่สร้างแบบสุกิยะอันเปี่ยมเสน่ห์ และตัวเลือกอาหารหลากหลาย รวมถึงร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ที่ทำให้ที่นี่เป็นที่รู้จักอีกด้านหนึ่ง
อีกหนึ่งความโดดเด่นเฉพาะของโรงแรมแห่งนี้คือมีกิจกรรมให้ทดลองหลายรูปแบบ

2 อีเวนต์ที่ไม่ควรพลาดหากมาเที่ยวทะเลสาบโทยะ
ที่ “ทะเลสาบโทยะ” มีอีเวนต์หลากหลายจัดขึ้นตลอดทั้งปี และคึกคักไปด้วยทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว
ตรงนี้เราได้เลือก 2 อีเวนต์ยอดนิยมมาแนะนำเป็นพิเศษ ถ้าจังหวะทริปตรงกัน อยากชวนให้ลองเข้าร่วมดู
1. เทศกาลดอกไม้ไฟระยะยาวทะเลสาบโทยะ
“เทศกาลดอกไม้ไฟระยะยาวทะเลสาบโทยะ” เป็นอีเวนต์ขึ้นชื่อของ “ทะเลสาบโทยะ” ที่จัดขึ้นริมทะเลสาบ
โดยปกติจะจัดทุกคืนตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนถึงปลายเดือนตุลาคม เริ่มเวลา 20:45 น. เป็นเวลาประมาณ 20 นาที มีดอกไม้ไฟขนาดใหญ่ราว 450 ลูกถูกจุดขึ้นอย่างสวยงามตระการตา
พอท้องฟ้ายามค่ำคืนถูกแต่งแต้มด้วยแสงสีขนาดใหญ่ ผิวน้ำก็สะท้อนภาพนั้นกลับมาอย่างลึกลับและงดงามไม่แพ้กัน
ดอกไม้ไฟจะถูกจุดไปพร้อมกับการเคลื่อนตัวบนผืนน้ำเป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร ดังนั้นหากอยู่ใกล้ย่านออนเซ็นก็สามารถชมได้จากแทบทุกจุด
อีกเสน่ห์คือคุณสามารถเพลิดเพลินกับดอกไม้ไฟได้หลากหลายรูปแบบตามสถานที่และมุมมอง ไม่ว่าจะเป็นห้องพักโรงแรม ทางเดินเลียบทะเลสาบ ออนเซ็น หรือเรือครูซ
ลองหาจุดที่ชอบแล้วเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศ รับรองว่าจะกลายเป็นความทรงจำการเดินทางที่ลืมไม่ลง

2. อุโมงค์ไฟประดับ
“อุโมงค์ไฟประดับ” ซึ่งเป็นภาพคุ้นตาของฤดูหนาว จะจัดขึ้นทุกปีโดยประมาณตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนเมษายน (ตั้งแต่พระอาทิตย์ตกถึง 22:00) ที่ “ลานนิกิวาอิ” ใจกลางย่านออนเซ็น เป็นเทศกาลแห่งแสงสีที่ได้รับความนิยม
หลอดไฟ LED และไฟประดับประมาณ 400,000 ดวงในสีแดง ขาว น้ำเงิน และเขียว จะตกแต่งเส้นทางยาวประมาณ 70 เมตร ให้กลายเป็นโลกแห่งฤดูหนาวที่ชวนฝัน
เสน่ห์ของที่นี่คือคุณสามารถเดินเล่นท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับในบรรยากาศโรแมนติกเหมือนมีไว้สำหรับคุณโดยเฉพาะ
กลางอุโมงค์ยังมีโดมแสงเส้นผ่านศูนย์กลาง 9 เมตร และอนุสาวรีย์ตัวอักษร “TOYA” แบบสามมิติ ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปยอดเยี่ยม
จึงได้รับความนิยมอย่างมากไม่เฉพาะในหมู่คนท้องถิ่น แต่รวมถึงนักท่องเที่ยวด้วย ในฐานะจุดใหญ่ที่เหมาะทั้งสำหรับคู่รักและครอบครัวที่มีเด็ก

แผนที่ท่องเที่ยวรอบทะเลสาบโทยะ
รีวิวของทะเลสาบโทยะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวทะเลสาบโทยะ
Q
ที่ทะเลสาบโทยะมีกิจกรรมอะไรให้สนุกบ้าง?
มีกิจกรรมหลากหลายตามฤดูกาล เช่น ขี่ม้า เดินเขา พายเรือแคนู และสโนว์ชู
Q
ช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีของทะเลสาบโทยะสวยที่สุดคือเมื่อไร?
โดยปกติจะสวยที่สุดตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงปลายเดือนตุลาคม
Q
ช่วงที่ซากุระของทะเลสาบโทยะสวยที่สุดคือเมื่อไร?
โดยปกติจะสวยที่สุดตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนพฤษภาคม
บทสรุป
เราได้พาคุณไปรู้จักจุดเด่นของ “ทะเลสาบโทยะ” ทั้งวิวสวยรอบทะเลสาบและสถานที่ยอดนิยมในบริเวณใกล้เคียง
จากซัปโปโรใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง จึงถือว่าเข้าถึงได้สะดวก และไม่ว่าจะไปช่วงไหนก็มักมีเสน่ห์ต่างกันไป
ไม่ว่าจะสนใจธรรมชาติ อาหาร หรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่นี่ก็มีวิธีเที่ยวให้เลือกหลากหลาย ลองหาแบบที่เข้ากับทริปของตัวเองแล้วค่อย ๆ ไปสัมผัสเสน่ห์ของที่นี่กัน
หากอยากวางแผนทริปฮอกไกโดให้ครบยิ่งขึ้น ลองดูบทความนี้ต่อได้เลย ซึ่งรวบรวมข้อมูลสำคัญไว้อย่างกว้างขวาง ทั้งแหล่งท่องเที่ยวและย่านช้อปปิ้ง