
【โมเดลคอร์ส 2 วัน 1 คืนในนีงาตะ】ถิ่นสาเก ถิ่นข้าว! ตะลุยกินความอร่อยของนีงาตะให้ครบ!
ถ้าอยากออกทริปที่มีทั้งวิวดี ของกินอร่อย และบรรยากาศท้องถิ่นชวนเพลิน นีงาตะก็เป็นจุดหมายที่น่าสนใจไม่น้อย
จังหวัดที่หันหน้าออกสู่ทะเลญี่ปุ่นแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่อดีตว่าเป็น “ถิ่นข้าว” และ “ถิ่นสาเก”
ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเด่น ๆ ที่ให้สัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรมมากมาย เช่น เกาะซาโดะ, ออนเซ็นเอจิโกะยูซาวะ และศาลเจ้ายาฮิโกะ ไม่ว่าจะมาเยือนฤดูไหนก็ได้พบเสน่ห์เฉพาะของนีงาตะ
โมเดลคอร์สนี้เริ่มต้นจากเมืองนีงาตะ แล้วพาไปลิ้มลองสาเกท้องถิ่น ขนมข้าว และแช่ออนเซ็นชื่อดังอย่างสึกิโอกะออนเซ็น เพื่อดื่มด่ำกับ “ความอร่อยของนีงาตะ” ให้เต็มที่
วันที่ 2 จะพาไปยังเมืองปราสาทมุราคามิ เพลิดเพลินกับเนื้อมุราคามิและอาหารปลาแซลมอนแบบดั้งเดิม ในทริป 2 วัน 1 คืนที่ชวนให้รู้จักวัฒนธรรมอาหารอย่างลึกซึ้ง
Day1|เดินเล่นในเมือง ตะลุยอาหารและสาเกของนีงาตะ
ทริปวันแรกเริ่มกันที่สถานี JR นีงาตะ จากตรงนี้เดินประมาณ 20 นาทีก็จะถึงจุดหมายแรก “หอสังเกตการณ์ Befco Bakauke”
ไปชม “หอสังเกตการณ์ Befco Bakauke” จุดชมวิวสูงเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในย่านทะเลญี่ปุ่น
“หอสังเกตการณ์ Befco Bakauke” บนชั้น 31 ของโทคิเมสเซะ (Toki Messe) เป็นจุดชมวิวยอดนิยมที่สามารถมองเห็นตัวเมืองนีงาตะและทะเลญี่ปุ่นได้แบบพาโนรามาจากความสูงประมาณ 125 เมตรเหนือพื้นดิน
ในวันที่อากาศแจ่มใสสามารถมองไกลไปถึงเกาะซาโดะและเทือกเขาโกซุ เป็นวิวอลังการที่เหมาะกับการเริ่มต้นทริปอย่างยิ่ง
จะแวะพักที่คาเฟ่ริมหน้าต่าง “สกายเลานจ์ PANORAMA” พลางชมวิวและจินตนาการถึงสถานที่ต่าง ๆ ในทริปนีงาตะต่อจากนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจ
นอกจากนี้ยังแวะดูร้านขายของฝาก หรือเช็กข้อมูลสถานที่เที่ยวถัดไปที่ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทางต่อ


แวะมื้อกลางวันเร็วขึ้นเล็กน้อยที่ “มินาโตะโนะมาร์เชะ เพียร์ Bandai” แหล่งรวมของอร่อยจากนีงาตะ
หลังชมวิวสวยเต็มอิ่มแล้ว เดินจากหอสังเกตการณ์ประมาณ 10 นาทีไปยัง “มินาโตะโนะมาร์เชะ เพียร์ Bandai”
ที่นี่คือตลาดที่รวมของอร่อยจากทั่วจังหวัดไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลสดจากทะเลญี่ปุ่น ผักและผลไม้ท้องถิ่น รวมถึงข้าวนีงาตะ
ภายในตลาดมีร้านซูชิและข้าวหน้าอาหารทะเลเรียงราย ให้ได้ลิ้มลองอาหารทะเลสดใหม่กันตรงนั้นเลย
ยังมีทั้งคาเฟ่และอาหารอิตาเลียน เลือกได้ตามอารมณ์ในวันนั้น
บางช่วงยังมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ด้วย ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักที่มีทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวแวะเวียนมา เหมาะกับการนั่งพักกินมื้อกลางวันแบบสบาย ๆ

ไปยัง “สะพานบันได” สัญลักษณ์ของเมืองนีงาตะกับสะพานโค้งอันงดงาม
หลังอิ่มอร่อยจากตลาดที่รวมของดีของนีงาตะแล้ว เดินเลียบแม่น้ำชินาโนะไปยัง “สะพานบันได”
สะพานแห่งนี้มีความยาว 306.9 เมตร เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนีงาตะ โดดเด่นด้วยซุ้มโค้งที่เรียงตัวอย่างสวยงามในระยะเท่า ๆ กัน ตัวสะพานรุ่นที่ 3 ในปัจจุบันซึ่งสร้างขึ้นใหม่เมื่อปี ค.ศ. 1929 มีรูปลักษณ์ก่อด้วยหินและตกแต่งด้วยหินแกรนิตอย่างสง่างาม จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของประเทศ
ระหว่างเดินข้ามบนทางเท้ากว้าง ๆ อย่างสบาย ๆ จะได้สัมผัสบรรยากาศเมืองนีงาตะที่เติบโตเคียงคู่กับแม่น้ำชินาโนะ
หากลงไปยังทางเดินริมแม่น้ำจากเชิงสะพาน ก็จะได้พบกับมุมถ่ายรูปสวยที่มีเงาสะพานโค้งสะท้อนบนผิวน้ำ เหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายภาพไปพร้อมกัน

แวะ “พิพิธภัณฑ์ข้อมูลมังงะและอนิเมะเมืองนีงาตะ” ระหว่างเดินเที่ยวในเมือง!
ข้ามสะพานบันไดแล้ว เดินต่อประมาณ 6 นาทีไปยัง “พิพิธภัณฑ์ข้อมูลมังงะและอนิเมะเมืองนีงาตะ”
ที่นี่เป็นสถานที่จัดแสดงผลงานของนักเขียนการ์ตูนและครีเอเตอร์อนิเมะที่มีความเกี่ยวข้องกับนีงาตะ เช่น ฟูจิโอะ อาคัตสึกะ และรูมิโกะ ทาคาฮาชิ
ภายในมีทั้งโซนประสบการณ์ที่สามารถเล่นไล่จับกับรัมจังจาก “Urusei Yatsura” และบูธทดลองพากย์เสียง ให้คุณได้ใช้เวลาเหมือนหลุดเข้าไปในโลกของผลงานจริง ๆ
เป็นอีกจุดที่แวะได้แบบสบาย ๆ และช่วยให้ได้สัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมมังงะที่นีงาตะภาคภูมิใจ


เข้าร่วมทัวร์ชมการผลิตสาเกที่ “อิมาโยสึคาสะ ชุโซ”
จุดหมายถัดไปคือ “อิมาโยสึคาสะ ชุโซ” (Imayotsukasa Shuzo) โรงสาเกเก่าแก่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1767 ใช้นั่งแท็กซี่ประมาณ 8 นาที
ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นโรงสาเกที่อยู่ใกล้สถานีนีงาตะมากที่สุด และยังคงใส่ใจการผลิตสาเกด้วยวิธีหมักจากข้าวล้วนทั้งหมดอย่างพิถีพิถัน
ในทัวร์ชมโรง จะได้ฟังคำอธิบายจากช่างทำสาเกพร้อมชมขั้นตอนการหมักและการเก็บรักษาอย่างใกล้ชิด
ในวันธรรมดามีทัวร์พร้อมไกด์ภาษาอังกฤษตั้งแต่เวลา 14:00 จึงเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย
ภายในโรงยังจัดแสดงป้ายเก่าและอุปกรณ์การทำสาเก ให้สัมผัสบรรยากาศในอดีตได้อย่างชัดเจน
หลังจบทัวร์สามารถไปชิมสาเกท้องถิ่นที่มุมชิมสาเก
จะลองหาขวดที่ถูกใจ หรือเลือกของฝากดีไซน์สวยอย่างขวดลายปลาคาร์ป ก็ช่วยให้สนุกกับวัฒนธรรมสาเกญี่ปุ่นได้ครบทุกประสาทสัมผัส
-
ป้ายและอุปกรณ์ที่เคยใช้งานจริงในอดีตถูกนำมาจัดแสดงไว้
-
แวะเลือกของฝากที่ร้านกันต่อได้
-
สำหรับทัวร์ชมโรง ต้องจองล่วงหน้า
ดื่มด่ำสาเกท้องถิ่นที่สถานีนีงาตะ! ชิมสาเกและเลือกของฝากที่ “ปงชุคัง สาขาสถานีนีงาตะ”
หลังจบทริปชมโรงสาเกแล้ว มุ่งหน้าไปยัง “ปงชุคัง สาขาสถานีนีงาตะ” ภายในอาคารสถานีนีงาตะ
ที่นี่สามารถชิมและซื้อสาเกญี่ปุ่นจากโรงสาเกทุกแห่งในจังหวัดนีงาตะได้ ถือเป็นหนึ่งในแหล่งรวมสาเกท้องถิ่นที่ครบที่สุดในจังหวัด
ที่ “คิคิซาเกะบันโช” สามารถใช้เหรียญเลือกสาเกที่อยากลองและชิมเปรียบเทียบได้อย่างสะดวก หากเจอรสที่ชอบก็ซื้อกลับได้ทันที
ยังมีของขึ้นชื่ออย่าง “ข้าวปั้นระเบิด” มิโซะ และขนมข้าว รวมถึงสินค้าพื้นเมืองของนีงาตะอีกมากมาย เหมาะทั้งสำหรับคนดื่มและคนที่กำลังมองหาของฝากให้ผู้ไม่ดื่มแอลกอฮอล์
แวะพักระหว่างทางพร้อมลิ้มลอง “ความอร่อยของนีงาตะ” กันต่อได้อย่างสบาย ๆ
-
ชิมและเลือกซื้อสาเกจากทุกโรงในจังหวัดนีงาตะได้ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีโรงสาเกมากที่สุดในญี่ปุ่น
-
ที่คิคิซาเกะบันโช จะค่อย ๆ ลองสาเกญี่ปุ่นไปแบบสบาย ๆ ก็ได้
-
ของฝากนอกเหนือจากสาเกก็มีให้เลือกอยู่มากพอสมควร
ลองทำขนมเซ็มเบ้ชิ้นเดียวในโลกที่ “นีงาตะเบกกะ พรีเมียมเซ็มเบ้เด็ง”!
หลังดื่มด่ำกับสาเกของนีงาตะแล้ว ก็ออกเดินทางสู่สึกิโอกะออนเซ็น โดยนั่งรถไฟสาย JR ฮาคุชินจากสถานีนีงาตะไปยังสถานีโทโยซากะ
จากนั้นต่อรถชัตเทิลบัสที่ออกจากหน้าสถานี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที
เมื่อถึงสึกิโอกะออนเซ็น จุดแรกที่ควรแวะคือ “นีงาตะเบกกะ พรีเมียมเซ็มเบ้เด็ง” ซึ่งอยู่บริเวณหนึ่งของย่านออนเซ็น
ที่นี่เป็นร้านเซ็มเบ้เฉพาะทางที่สะท้อนความเป็นนีงาตะในฐานะแหล่งผลิตข้าว โดยมีขนมข้าววางจำหน่ายอย่างน้อย 30 ชนิดตลอดเวลา
กิจกรรมยอดนิยมในร้านคือ “ประสบการณ์ย่างเซ็มเบ้” ที่สามารถย่างแผ่นขนมแล้ววาดรูปหรือเขียนข้อความตามใจชอบ
เมื่อบรรจุเซ็มเบ้ที่เพิ่งย่างเสร็จลงกล่อง ก็จะได้เซ็มเบ้ออริจินัลแผ่นเดียวในโลกกลับไปเป็นที่ระลึก
หน้าร้านยังมีเซ็มเบ้แตกจำหน่ายในราคาพิเศษ และสินค้าลิมิเต็ดของ “Bakauke” ให้เลือก เหมาะกับการหาซื้อของฝากด้วย
ท่ามกลางกลิ่นหอมอบอวล จะได้เพลิดเพลินกับรสชาติและวัฒนธรรมแบบนีงาตะอย่างเต็มอิ่ม


ผ่อนคลายที่ “ชิราทามะโนะยุ คะโฮ” ที่พักในสึกิโอกะออนเซ็นซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นน้ำแร่เพื่อผิวสวย
หลังสนุกกับการย่างเซ็มเบ้แล้ว ก็ถึงเวลามุ่งหน้าสู่สึกิโอกะออนเซ็น ออนเซ็นชื่อดังระดับตัวแทนของจังหวัดนีงาตะ
น้ำแร่กำมะถันที่มีความเป็นด่างอ่อน ๆ แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องคุณสมบัติช่วยให้ผิวดูสวย จนได้รับฉายาว่าเป็น “ออนเซ็นเพื่อผิวสวย”
ทั่วเมืองมีทั้งแช่เท้า คาเฟ่ และร้านขายของฝากกระจายอยู่ ให้บรรยากาศสงบผ่อนคลายแบบเมืองออนเซ็น
“ชิราทามะโนะยุ คะโฮ” (Shiratama no Yu Kahou) ที่ตั้งอยู่บนเนินเตี้ย ๆ เป็นเรียวกังขนาดใหญ่ที่โดดเด่นเรื่องการบริการอย่างมีคุณภาพ โดยบ่อน้ำพุร้อนส่วนตัว “ชิราทามะโนะยุ” มีสีเขียวมรกต และเป็นน้ำแร่กำมะถันที่มีปริมาณสารประกอบสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ
ที่นี่มีบ่ออาบน้ำกลางแจ้งแบบเดินวนแช่หลายจุด ทั้งบ่อหินและบ่อฮิโนกิที่เชื่อมถึงกันด้วยวูดเด็ค ให้เพลิดเพลินกับการแช่ออนเซ็นได้เต็มที่ อีกทั้งยังมีบ่อในร่มขนาดกว้างและบ่อส่วนตัวให้ใช้บริการ จึงดื่มด่ำกับคุณภาพของน้ำแร่ได้อย่างจุใจ
หลังแช่ออนเซ็น ยังได้ลิ้มลองอาหารชุดไคเซกิที่รวมรสชาติประจำฤดูกาลของนีงาตะ และพักผ่อนในห้องพักอย่างสบายเพื่อคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
-
แช่น้ำพุร้อนส่วนตัวสีเขียวมรกตได้อย่างเต็มอิ่ม
-
ส่วนวิวสวนจากล็อบบี้ก็ชวนประทับใจ
-
ถ้ามีเวลา ลองเดินเล่นชิล ๆ ในสวนขนาด 6,000 สึโบะดู
Day2|วันที่ 2 มุ่งหน้าสู่มุราคามิ เมืองปราสาทที่ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อมุราคามิและปลาแซลมอนมุราคามิ
วันที่สองของทริป เราจะออกจากบรรยากาศออนเซ็นแล้วมุ่งหน้าไปยังเมืองปราสาทมุราคามิ เพื่อสัมผัส “อีกด้านหนึ่งของนีงาตะ” ที่เต็มไปด้วยอาหารและประวัติศาสตร์
เดินเล่นบนถนนกำแพงดำที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของ “มุราคามิ”
หลังผ่อนคลายที่สึกิโอกะออนเซ็นแล้ว เช้าวันที่ 2 ให้นั่งรถชัตเทิลบัสไปยังสถานีโทโยซากะ
จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสาย JR ฮาคุชิน และสายอุเอ็ตสึ ใช้เวลาประมาณ 50 นาที ก็จะถึงสถานีมุราคามิ ประตูสู่เมืองปราสาท
“มุราคามิ” (Murakami) เติบโตมาในฐานะเมืองปราสาทของแคว้นมุราคามิ จุดเด่นคือบรรยากาศเมืองอันสงบที่ยังคงหลงเหลือร่องรอยของย่านซามูไรและย่านพ่อค้าไว้อย่างชัดเจน
ที่นี่ยังเป็นดินแดนที่วัฒนธรรมปลาแซลมอนเติบโตขึ้นรอบแม่น้ำมิโอะโมเตะ ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ปลาแซลมอนว่ายทวนน้ำกลับมา และประวัติศาสตร์นั้นก็ยังคงมีชีวิตอยู่ในเมืองจนถึงทุกวันนี้
เมื่อเดินจากสถานีมุราคามิมุ่งหน้าไปยังถนนกำแพงดำ จะพบตรอกที่เรียกว่าอันเซ็นโคจิ ซึ่งเรียงรายไปด้วยกำแพงดำ
มีทั้งบ้านโบราณและวัดกระจายอยู่ทั่วไป ให้ได้เดินเล่นท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ พร้อมสัมผัสเสน่ห์เฉพาะของเมืองปราสาทอย่างเต็มที่

พกความอร่อยระหว่างเดินเที่ยวกับโคร็อกเกะเนื้อมุราคามิที่ “บิชกุยะ ยามะชิน”!
เดินชมเมืองมุราคามิไปพร้อม ๆ กับมุ่งหน้าไปยัง “บิชกุยะ ยามะชิน”
ที่นี่เป็นร้านเฉพาะทางที่จำหน่ายเนื้อมุราคามิ แบรนด์เนื้อชื่อดังประจำเมืองมุราคามิ โดยมีตั้งแต่เนื้อสดไปจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูป และยังมีร้านอาหารในตัวด้วย
ของขึ้นชื่อที่หน้าร้านคือเมนูซื้อกลับอย่างโคร็อกเกะเนื้อมุราคามิทำมือ ซึ่งได้รับความนิยมมาก เหมาะสำหรับซื้อเป็นของกินระหว่างเดินเล่น ให้คุณได้ลิ้มรสความหอมกรอบจากของทอดใหม่ ๆ และรสอูมามิอันเป็นเอกลักษณ์ของเนื้อมุราคามิแบบง่าย ๆ ระหว่างเดินเที่ยวก็อิ่มอร่อยกับรสชาติของมุราคามิได้แบบสบาย ๆ


เลือกของฝากที่ “เซ็นเน็นซาเกะ คิกกาวะ” ร้านที่พิถีพิถันกับวิธีผลิตแบบดั้งเดิม
ระหว่างชิมโคร็อกเกะเนื้อมุราคามิ ก็เดินต่อไปยังย่านที่เรียงรายด้วยบ้านมาจิยะแบบเมืองปราสาท
อาคารร้านค้าไม้และหน้าร้านแบบดั้งเดิมที่ต่อเนื่องกัน ทำให้แม้เพียงเดินชมภายนอกก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศของเมืองเก่าอย่างชัดเจน
เมื่อเดินไปตามถนนที่เต็มไปด้วยบ้านมาจิยะแบบเมืองปราสาท ก็จะมาถึงร้านแปรรูปปลาแซลมอน “เซ็นเน็นซาเกะ คิกกาวะ” ซึ่งใช้ประโยชน์จากอาคารอายุ 130 ปีที่สร้างขึ้นในสมัยเมจิ
ด้านในอาคารซึ่งเดิมเคยเป็นโรงผลิตสาเก และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ของชาติ จะได้พบภาพอันน่าตื่นตาของปลาแซลมอนประมาณ 1,000 ตัวที่ถูกแขวนเรียงอยู่บนคาน
ที่นี่มีผลิตภัณฑ์ปลาแซลมอนที่ทำด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมโดยไม่ใช้วัตถุเจือปนอาหารหรือผงชูรส รวมถึงสินค้าที่หาซื้อได้เฉพาะที่นี่อีกมากมาย เหมาะกับการเลือกซื้อของฝากอย่างยิ่ง


มื้อกลางวันกับชุดอาหารปลาแซลมอน 8 อย่างที่ “เซ็นเน็นซาเกะ อิซึสึยะ” เพื่อดื่มด่ำกับปลาแซลมอนมุราคามิ!
หลังซื้อของฝากแล้ว ก็ถึงเวลามื้อกลางวันที่หลายคนรอคอย มุ่งหน้าไปยัง “เซ็นเน็นซาเกะ อิซึสึยะ” ร้านอาหารเฉพาะทางด้านปลาแซลมอนที่ดูแลโดย “เซ็นเน็นซาเกะ คิกกาวะ” ตัวอาคารแห่งนี้เคยใช้เป็นที่พักแรมแบบฮาตาโกะ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ของชาติ
มื้อกลางวันที่นี่จะได้ลิ้มลองคอร์สปลาแซลมอนขึ้นชื่อ “อาหารปลาแซลมอน 8 อย่าง”
มีทั้งปลาแซลมอนหมักเกลือ ซาเกะบิตาชิ และยากิซึเกะ ซึ่งล้วนเป็นรสชาติดั้งเดิมของมุราคามิที่ใช้ประโยชน์จากการหมักและการบ่มอย่างเต็มที่ รับประทานคู่กับข้าวหุงใหม่ร้อน ๆ ได้อย่างอร่อย
นี่คือช่วงเวลาที่จะได้ค่อย ๆ ลิ้มรส “วัฒนธรรมปลาแซลมอนของมุราคามิ” ที่หาไม่ได้จากที่อื่น


เรียนรู้วัฒนธรรมของมุราคามิและปลาแซลมอนที่ “อิโยโบยะไคคัง”
หลังอิ่มอร่อยกับมื้อกลางวันปลาแซลมอนเต็มโต๊ะที่อิซึสึยะแล้ว เดินต่อประมาณ 15 นาทีไปยัง “อิโยโบยะไคคัง”
สำหรับที่นี่ ชื่อสถานที่มาจากคำในภาษาถิ่นของมุราคามิที่ว่า “อิโยโบยะ = ปลาแซลมอน” และยังเป็นพิพิธภัณฑ์ปลาแซลมอนแห่งแรกของญี่ปุ่นด้วย
พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ภายในสวนปลาแซลมอน และช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างแม่น้ำมิโอะโมเตะกับปลาแซลมอนได้มากยิ่งขึ้น
ภายในมีทั้งสื่อภาพและนิทรรศการที่ให้เรียนรู้ประวัติการจับปลาแซลมอนและระบบนิเวศ อีกทั้งยังมีมินิโรงเพาะฟักให้ชมการฟักตัวจากไข่ และห้องสังเกตการณ์ระบบนิเวศที่สามารถดูทั้งลูกปลาและปลาโตเต็มวัยได้อย่างใกล้ชิด
หนึ่งในโซนที่ไม่ควรพลาดคือ “อาคารธรรมชาติสังเกตปลาแซลมอนแม่น้ำมิโอะโมเตะ” ซึ่งสามารถมองลงไปใต้น้ำของแม่น้ำทาเนะกาวะได้
หากโชคดี อาจได้เห็นปลาแซลมอนที่ว่ายทวนน้ำขึ้นมา หรือแม้แต่ภาพการวางไข่ด้วย
เป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้อันมีคุณค่า ที่จะทำให้ได้สัมผัสวัฒนธรรมปลาแซลมอนซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของมุราคามิอย่างแท้จริง


ตารางท่องเที่ยวโมเดลคอร์ส 2 วัน 1 คืนในนีงาตะ
Day1
- 10:00
- สถานี JR นีงาตะ
- …
- เดินประมาณ 20 นาที
- 10:20
- หอสังเกตการณ์ Befco Bakauke
- …
- เดินประมาณ 10 นาที
- 11:10
- มินาโตะโนะมาร์เชะ เพียร์ Bandai
- …
- เดินประมาณ 15 นาที
- 12:20
- สะพานบันได
- …
- เดินประมาณ 6 นาที
- 12:40
- พิพิธภัณฑ์ข้อมูลมังงะและอนิเมะเมืองนีงาตะ
- …
- แท็กซี่ประมาณ 8 นาที
- 14:00
- อิมาโยสึคาสะ ชุโซ
- …
- เดินประมาณ 15 นาที
- 15:00
- ปงชุคัง สาขาสถานีนีงาตะ
- …
- สถานี JR นีงาตะ → รถไฟสาย JR ฮาคุชิน ปลายทางโทโยซากะ ประมาณ 21 นาที → ลงที่สถานีโทโยซากะ → รถชัตเทิลบัส 25 นาที → ลงที่สึกิโอกะออนเซ็น
- 17:20
- นีงาตะเบกกะ พรีเมียมเซ็มเบ้เด็ง
- …
- เดินทางพร้อมเพลิดเพลินกับการเดินเล่นในย่านออนเซ็น
- 18:10
- ชิราทามะโนะยุ คะโฮ
Day2
- 9:30
- สึกิโอกะออนเซ็น → รถชัตเทิลบัสประมาณ 25 นาที → สถานีโทโยซากะ → รถไฟสาย JR ฮาคุชิน และสายอุเอ็ตสึ ประมาณ 48 นาที → สถานีมุราคามิ
- 11:00
- มุราคามิ
- …
- เดินเที่ยว (จากสถานีเดินประมาณ 10 นาที)
- 11:10
- บิชกุยะ ยามะชิน
- …
- เดินเที่ยว (เดินประมาณ 25 นาที)
- 12:10
- เซ็นเน็นซาเกะ คิกกาวะ
- …
- เดินประมาณ 2 นาที
- 13:00
- เซ็นเน็นซาเกะ อิซึสึยะ
- …
- เดินประมาณ 15 นาที
- 14:15
- อิโยโบยะไคคัง
บทสรุป
ทริป 2 วัน 1 คืนที่พาไปตะลุยชิม “ความอร่อย” ของจังหวัดนีงาตะ เป็นอย่างไรกันบ้าง?
ครั้งนี้เราได้แนะนำเส้นทางที่ทำให้คุณสัมผัสเสน่ห์อันหลากหลายของนีงาตะ ทั้งอาหารและสาเกในเมืองนีงาตะ สึกิโอกะออนเซ็น รวมถึงวัฒนธรรมปลาแซลมอนที่ได้พบในเมืองปราสาทมุราคามิ
จังหวัดนีงาตะยังมีไฮไลต์น่าสนใจอีกมาก ตั้งแต่ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของเกาะซาโดะ ออนเซ็นของเอจิโกะยูซาวะ ศาลเจ้ายาฮิโกะ ไปจนถึงทริปตระเวนโรงสาเกในเอจิโกะ
หากกำลังวางแผนเที่ยว อย่าลืมลองดู คู่มือท่องเที่ยวนีงาตะที่ควรอ่าน หากอยากเต็มอิ่มกับวิวสวยและอาหารรสเลิศ ควบคู่กันด้วยนะ
ผู้เขียน
ท่องเที่ยว・นิตยสาร กองบรรณาธิการ
mizutama_renga
อาศัยอยู่ในคันไซ ชื่นชอบการไปเยี่ยมชมวัดและพิพิธภัณฑ์ศิลปะเป็นหลักในแถบเคฮันชิน
