ชมซากุระคาวาสึที่อิซุแบบไม่พลาดช่วงสวยที่สุด กับเส้นทางท่องเที่ยวแนะนำ

ชมซากุระคาวาสึที่อิซุแบบไม่พลาดช่วงสวยที่สุด กับเส้นทางท่องเที่ยวแนะนำ

อัปเดต :
เขียนโดย:  Oyamada Hiroaki
ตรวจสอบโดย:  GOOD LUCK TRIP

พอเข้าสู่ฤดูชมซากุระในญี่ปุ่น บรรยากาศทั่วประเทศก็คึกคักขึ้นมาทันที และแหล่งชมซากุระชื่อดังก็เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
โซเมโยชิโนะเป็นซากุระสายพันธุ์เด่นที่บานไล่ขึ้นไปทางเหนือของหมู่เกาะญี่ปุ่นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน ส่วนซากุระคาวาสึจะบานเร็วกว่านั้นมากกว่า 1 เดือน และเป็นที่นิยมจากสีสันสดใส
บริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรอิซุซึ่งเป็นต้นกำเนิดของซากุระคาวาสึ จะมีเทศกาลซากุระจัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ให้คุณได้สัมผัสการชมดอกไม้ในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ
มาดูเคล็ดลับและตัวอย่างเส้นทางเที่ยวเพื่อเพลิดเพลินกับซากุระคาวาสึให้เต็มที่กัน

ซากุระคาวาสึเป็นซากุระแบบไหน?

สำหรับคนที่สนใจซากุระที่บานเร็ว ซากุระคาวาสึ (Kawazuzakura) เป็นสายพันธุ์ที่บานเร็วกว่าซากุระตัวแทนของญี่ปุ่นอย่างโซเมโยชิโนะอยู่มาก และมีดอกสีชมพูอ่อนขนาดค่อนข้างใหญ่ ดูแน่นเต็มต้น
ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1955 ที่เมืองคาวาสึ (Kawazu) จังหวัดชิซุโอกะ และปัจจุบันสามารถพบได้ในหลายพื้นที่ทั่วญี่ปุ่น
โดยทั่วไปซากุระจะถือว่าบานเต็มที่เมื่อดอกบานประมาณ 80% ของต้น แต่ซากุระคาวาสึแม้จะบานเพียงราว 60% ก็สวยน่าชมมากพอแล้ว จึงถือว่าเข้าสู่ช่วงชมสวยได้แม้ยังไม่เต็มบาน

ซากุระคาวาสึมีสีเข้มและดอกค่อนข้างใหญ่ จึงถ่ายรูปออกมาได้สวยสะดุดตา
ซากุระคาวาสึมีสีเข้มและดอกค่อนข้างใหญ่ จึงถ่ายรูปออกมาได้สวยสะดุดตา

โซเมโยชิโนะหลังจากบานเต็มที่แล้ว หากอากาศอุ่นขึ้นหรือเจอฝนลมและสภาพอากาศไม่ดี ก็มักร่วงอย่างรวดเร็ว แต่ซากุระคาวาสึจะคงดอกได้นานกว่า
อย่างไรก็ตาม เมื่อพ้นช่วงเต็มบานไปแล้ว ใบอ่อนสีเขียวจะเริ่มแตก ทำให้สีชมพูของแนวต้นไม้ปนกับสีเขียวอ่อนจนดูหม่นลง แต่ถ้ามองในระยะใกล้ก็ยังเพลิดเพลินได้อย่างเต็มที่

โซเมโยชิโนะที่มีสีอ่อนมีเสน่ห์ตรงบานพร้อมกันและร่วงอย่างรวดเร็ว
โซเมโยชิโนะที่มีสีอ่อนมีเสน่ห์ตรงบานพร้อมกันและร่วงอย่างรวดเร็ว

ช่วงชมซากุระคาวาสึสวยที่สุดคือเมื่อไร?

ถ้าวางแผนจะไปชมจริงๆ ช่วงเวลาถือว่าสำคัญมาก ซากุระคาวาสึเริ่มบานตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ และสามารถชมดอกไม้ได้ต่อเนื่องเกือบ 1 เดือน
ช่วงที่แนวซากุระคาวาสึย้อมเป็นสีชมพูสดทั้งแถวนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละปี
ประกาศบานเต็มที่ของเมืองคาวาสึในปี 2022 คือวันที่ 26 กุมภาพันธ์, ปี 2023 คือวันที่ 17 กุมภาพันธ์, ปี 2024 คือวันที่ 12 กุมภาพันธ์ และปี 2025 คือวันที่ 28 กุมภาพันธ์
ในปี 2025 ซึ่งอุณหภูมิฤดูใบไม้ผลิต่ำกว่าปกติ การประกาศบานเต็มที่ช้ากว่าปีก่อนมากกว่า 2 สัปดาห์ และเทศกาลซากุระของเมืองคาวาสึก็มีการขยายระยะเวลาจัดงานด้วย

แม้มองใกล้ๆ ก็ยังเห็นสีสันสดใส และตัดกับท้องฟ้าสวยมาก
แม้มองใกล้ๆ ก็ยังเห็นสีสันสดใส และตัดกับท้องฟ้าสวยมาก

โดยปกติช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์มักเป็นช่วงที่สีดอกสวยและดอกดูแน่น แต่การคาดการณ์ช่วงพีกอย่างแม่นยำนั้นทำได้ยาก
หากปรับแผนการเดินทางได้ แนะนำให้เช็กข้อมูลการบานจากแหล่งข้อมูลท้องถิ่น แล้ววางเป้าหมายมาเยือนในช่วงบานประมาณ 50–60%

หลังพ้นช่วงเต็มบาน ใบอ่อนจะเริ่มยืดตัว ทำให้โทนสีโดยรวมดูหม่นลง
หลังพ้นช่วงเต็มบาน ใบอ่อนจะเริ่มยืดตัว ทำให้โทนสีโดยรวมดูหม่นลง

จุดชมซากุระคาวาสึชื่อดังอยู่ที่ไหน?

ถ้าพูดถึงจุดที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในญี่ปุ่น ก็คือเมืองคาวาสึ อำเภอคาโมะ จังหวัดชิซุโอกะ โดยมีต้นซากุระเกือบ 850 ต้นเรียงรายตามแม่น้ำคาวาสึ และทั้งเมืองมีรวมกันถึงประมาณ 8,000 ต้น

ในช่วงเต็มบาน สองฝั่งแม่น้ำคาวาสึจะถูกปกคลุมด้วยสีชมพู
ในช่วงเต็มบาน สองฝั่งแม่น้ำคาวาสึจะถูกปกคลุมด้วยสีชมพู

อีกแห่งที่สามารถชมทิวทัศน์ซากุระคาวาสึอันหนาแน่นได้ไม่แพ้เมืองคาวาสึ คือเมืองมินามิอิซุ (Minamiizu) อำเภอคาโมะ จังหวัดชิซุโอกะ
ตามแม่น้ำอาโอโนกาวะซึ่งไหลผ่านใจกลางเมือง มีซากุระคาวาสึประมาณ 800 ต้น และบริเวณปลายน้ำยังมีโซเมโยชิโนะปลูกไว้ด้วย

แม่น้ำอาโอโนกาวะแห่งมินามิอิซุมีสิ่งปลูกสร้างน้อย ทำให้ได้ชมทิวทัศน์ธรรมชาติของแม่น้ำอย่างเต็มตา
แม่น้ำอาโอโนกาวะแห่งมินามิอิซุมีสิ่งปลูกสร้างน้อย ทำให้ได้ชมทิวทัศน์ธรรมชาติของแม่น้ำอย่างเต็มตา

นอกจากนี้ ในภูมิภาคคันโตยังมีจุดยอดนิยมอย่างบริเวณสถานีมิอุระไคกัน จังหวัดคานางาวะ (ประมาณ 1,000 ต้น) และสวนนิชิฮิราฮาตะ ในเมืองมัตสึดะ อำเภออาชิงาระคามิ จังหวัดคานางาวะ (ประมาณ 360 ต้น และยังมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้) ซึ่งต่างก็มีเทศกาลซากุระจัดขึ้นเช่นกัน
บทความนี้ขอแนะนำเมืองคาวาสึและมินามิอิซุเป็นจุดหมายหลัก เพราะอากาศอบอุ่นแม้ในฤดูหนาว และสามารถเริ่มชมซากุระคาวาสึได้ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์

มีแนวซากุระคาวาสึอยู่ในพื้นที่ฝั่งไปทางสถานีมิซากิจากสถานีมิอุระไคกัน
มีแนวซากุระคาวาสึอยู่ในพื้นที่ฝั่งไปทางสถานีมิซากิจากสถานีมิอุระไคกัน
ที่สวนนิชิฮิราฮาตะสามารถถ่ายซากุระคาวาสึคู่กับภูเขาไฟฟูจิในภาพเดียวได้
ที่สวนนิชิฮิราฮาตะสามารถถ่ายซากุระคาวาสึคู่กับภูเขาไฟฟูจิในภาพเดียวได้

การเดินทางไปเมืองคาวาสึและมินามิอิซุ แนะนำรถด่วนพิเศษ JR Odoriko

ถ้าจะมุ่งหน้าไปชมซากุระคาวาสึที่อิซุ การรู้เส้นทางไว้ก่อนช่วยได้มาก เมืองคาวาสึและมินามิอิซุตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรอิซุ และสามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟ JR และสายอิซุคิว
สถานีรถไฟที่ใกล้เมืองคาวาสึที่สุดคือสถานีคาวาสึ ส่วนสถานีที่ใกล้มินามิอิซุที่สุดคือสถานีอิซุคิวชิโมดะ แล้วต่อรถบัสประจำทางไปยังจุดหมาย
จากสถานีโตเกียว การใช้รถด่วนพิเศษ JR Odoriko ซึ่งวิ่งทุกวันและตรงถึงทั้งสถานีคาวาสึและสถานีชิโมดะนั้นสะดวกมาก
ส่วนคนที่ออกจากฝั่งเมือง ขบวน Odoriko ยังขึ้นได้จากอิเคะบุคุโระและชินจูกุ โดยให้บริการในวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

เวลาเดินทางจากแต่ละสถานีของขบวน Odoriko และวันเดินรถ

สถานีต้นทาง เวลาเดินทางถึงคาวาสึ เวลาเดินทางถึงอิซุคิวชิโมดะ วันเดินรถ
โตเกียว ประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที ประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที ทุกวัน และมีเที่ยวเสริม
อิเคะบุคุโระ 2 ชั่วโมง 45 นาที ประมาณ 3 ชั่วโมง เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
ชินจูกุ 2 ชั่วโมง 34 นาที 2 ชั่วโมง 47 นาที เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
ขบวน Odoriko ขณะข้ามแม่น้ำคาวาสึ โดยมีตู้กรีนคาร์เชื่อมต่ออยู่ด้วย
ขบวน Odoriko ขณะข้ามแม่น้ำคาวาสึ โดยมีตู้กรีนคาร์เชื่อมต่ออยู่ด้วย

รถไฟพิเศษ “Saphir Odoriko” ที่ทุกตู้เป็นกรีนคาร์

บนเส้นทางเดียวกับขบวน Odoriko ยังมีรถด่วนพิเศษ Saphir Odoriko ซึ่งเป็นขบวนที่นั่งกรีนคาร์ทั้งหมด
มีให้บริการวันละ 1 เที่ยวไป-กลับ และในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ของปีถัดไป ในวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะเพิ่มเที่ยวขาไป 2 เที่ยว และขากลับ 1 เที่ยว
กรีนคาร์ของขบวน Odoriko ปกติจะจัดที่นั่งแถวละ 4 ที่นั่ง (2+2) แต่ Saphir Odoriko จัดแบบหรูหรากว่าเป็นแถวละ 3 ที่นั่ง (2+1)

ขบวน Saphir Odoriko มุ่งหน้าสู่ชิโมดะ โดยมีหน้าต่างติดตั้งถึงบริเวณเพดาน
ขบวน Saphir Odoriko มุ่งหน้าสู่ชิโมดะ โดยมีหน้าต่างติดตั้งถึงบริเวณเพดาน

ตู้หมายเลข 1 เป็นตู้พิเศษที่ใช้ชื่อว่า Premium Green โดยจัดที่นั่งแบบ 1+1 ต่อแถว
เบาะหนังดีไซน์โอบรับสรีระของผู้โดยสารแต่ละคนสามารถหมุนหันไปทางหน้าต่างได้ ทำให้เพลิดเพลินกับวิวได้อย่างเต็มที่

ตู้ Premium Green มีพื้นที่ส่วนตัวกว้างขวาง
ตู้ Premium Green มีพื้นที่ส่วนตัวกว้างขวาง

เดินทางไปมินามิอิซุโดยต่อรถบัสที่ชิโมดะ

ถ้าปลายทางคือมินามิอิซุ ช่วงต่อรถเป็นจุดที่ควรรู้ไว้ก่อน หากต้องการไปยังจุดชมซากุระคาวาสึในมินามิอิซุ จำเป็นต้องลงที่สถานีอิซุคิวชิโมดะ แล้วต่อรถบัสประจำทาง
จากสถานีคาวาสึไปสถานีอิซุคิวชิโมดะ ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีโดยรถด่วนพิเศษ Odoriko และประมาณ 13 นาทีโดยรถไฟสายอิซุคิว
หากต้องการไปยังฝั่งแม่น้ำอาโอโนกาวะที่ซากุระคาวาสึบาน ให้ขึ้นรถบัส Tokai Bus ปลายทางชิโมคาโมะจากป้ายหมายเลข 3 หน้าสถานีชิโมดะ ใช้เวลาประมาณ 25 นาที

จุดขึ้นรถบัสที่สถานีอิซุคิวชิโมดะอยู่ด้านขวาเมื่อออกจากประตูหน้าสถานี
จุดขึ้นรถบัสที่สถานีอิซุคิวชิโมดะอยู่ด้านขวาเมื่อออกจากประตูหน้าสถานี

เต็มอิ่มบรรยากาศเทศกาล ชมซากุระคาวาสึที่เมืองคาวาสึ

ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศคึกคักแบบเต็มๆ เมืองคาวาสึซึ่งเป็นต้นกำเนิดของซากุระคาวาสึ จะคึกคักที่สุดในช่วงเทศกาล “Kawazu Sakura Matsuri”
โดยปกติเทศกาลนี้จะจัดตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม และในปี 2026 ซึ่งเป็นครั้งที่ 36 จะจัดระหว่างวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ถึง 8 มีนาคม
ในช่วงนี้จะมีกิจกรรมหลากหลาย และมีการประดับไฟซากุระในเวลา 18:00–21:00

บริเวณริมแม่น้ำใกล้สถานียังมีแปลงดอกนาโนะฮานะให้ชมด้วย
บริเวณริมแม่น้ำใกล้สถานียังมีแปลงดอกนาโนะฮานะให้ชมด้วย
ขนมสีซากุระที่ขายตามร้านแผงลอยก็เป็นของยอดนิยมเช่นกัน
ขนมสีซากุระที่ขายตามร้านแผงลอยก็เป็นของยอดนิยมเช่นกัน

เส้นทางเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ เมืองคาวาสึ ออกเดินทางจากโตเกียว

ถ้าอยากไปแบบเช้าเย็นกลับ ก็ยังจัดทริปได้ค่อนข้างลงตัว ในฤดูซากุระคาวาสึจะมีรถไฟขบวนพิเศษเพิ่มเติมในวันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ แต่ในตัวอย่างเส้นทางนี้จะขอแนะนำตารางที่ใช้ขบวนซึ่งวิ่งทุกวัน
หากเดินทางในวันเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่สามารถใช้ขบวนพิเศษได้ ก็สามารถเลือกเที่ยวออกจากสถานีโตเกียวเวลา 7:30 (Odoriko 51) และออกจากสถานีคาวาสึเวลา 17:06 (Odoriko 66) ทำให้มีเวลาชมซากุระเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 ชั่วโมง

*ตารางเวลาอ้างอิง ณ เดือนมกราคม 2026 กรุณาตรวจสอบอีกครั้งก่อนออกเดินทางจริง

09:00 ออกเดินทางจากสถานีโตเกียว

นั่งรถด่วนพิเศษ Odoriko 1 ที่ออกจากสถานีโตเกียวเวลา 09:00 ไปยังสถานีคาวาสึ

บนชานชาลามีป้ายแสดงตำแหน่งขึ้นรถ ควรรอตามหมายเลขตู้ที่ระบุในตั๋วที่นั่งจอง
บนชานชาลามีป้ายแสดงตำแหน่งขึ้นรถ ควรรอตามหมายเลขตู้ที่ระบุในตั๋วที่นั่งจอง

11:28 ถึงสถานีคาวาสึ

ฝากสัมภาระที่ไม่จำเป็นต้องถือเดินไว้ในล็อกเกอร์ และแวะห้องน้ำให้เรียบร้อย

มีล็อกเกอร์สำหรับกระเป๋าใบใหญ่ติดตั้งไว้ด้วย
มีล็อกเกอร์สำหรับกระเป๋าใบใหญ่ติดตั้งไว้ด้วย

11:40 มุ่งหน้าไปแม่น้ำคาวาสึ

เมื่อออกจากสถานีแล้ว ให้เดินโดยมองรางรถไฟอยู่ทางขวามือ มุ่งหน้าไปทางแม่น้ำ แล้วขึ้นไปยังทางเดินบนคันดิน

ริมทางเดินข้างรางรถไฟก็ปลูกดอกนาโนะฮานะไว้ จึงถ่ายภาพรถไฟ ซากุระคาวาสึ และดอกไม้สีเหลืองร่วมกันได้
ริมทางเดินข้างรางรถไฟก็ปลูกดอกนาโนะฮานะไว้ จึงถ่ายภาพรถไฟ ซากุระคาวาสึ และดอกไม้สีเหลืองร่วมกันได้
สะพานยากาตะบาชิที่ใกล้สถานีที่สุดก็เป็นจุดถ่ายภาพที่ดี
สะพานยากาตะบาชิที่ใกล้สถานีที่สุดก็เป็นจุดถ่ายภาพที่ดี

ตามทางเดินบนคันดินมีร้านแผงลอยมากมาย ทั้งร้านที่มีที่นั่งให้นั่งกินและร้านอาหารเบาๆ สำหรับซื้อเดินกิน
ยังมีร้านขายผลผลิตเกษตรท้องถิ่น ปลาแห้ง และของฝากด้วย ถ้าเจอของถูกใจก็แวะซื้อได้เลย

การเดินเล่นพร้อมแวะชมแผงลอยริมแม่น้ำเป็นเสน่ห์เฉพาะช่วงเทศกาลซากุระ
การเดินเล่นพร้อมแวะชมแผงลอยริมแม่น้ำเป็นเสน่ห์เฉพาะช่วงเทศกาลซากุระ
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในระยะเดินประมาณ 10–20 นาทีจากสถานี
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในระยะเดินประมาณ 10–20 นาทีจากสถานี

ที่สวนซาซาฮาระซึ่งอยู่ห่างจากสถานีราว 10 นาที และบริเวณมิเนะออนเซ็นซึ่งเดินประมาณ 30 นาที มีจุดแช่เท้าให้พักผ่อนด้วย หากเริ่มรู้สึกเมื่อยก็แวะพักได้
จุดแช่เท้าไม่มีผ้าเช็ดเท้าหรือผ้าเช็ดตัวเตรียมไว้ จึงควรพกผ้าไปเอง

สวนซาซาฮาระมีม้านั่งหลายตัวให้นั่งพัก
สวนซาซาฮาระมีม้านั่งหลายตัวให้นั่งพัก
ที่สวนซาซาฮาระมีบ่อแช่เท้าทรงกลม
ที่สวนซาซาฮาระมีบ่อแช่เท้าทรงกลม

13:10 ข้ามไปอีกฝั่งที่สะพานโฮเซ็นบาชิ

จากสถานีประมาณ 1.6 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายที่สะพานโฮเซ็นบาชิซึ่งมีราวสะพานสีแดงชาด แล้วข้ามไปยังอีกฝั่ง จากนั้นเดินต่อไปตามทางเลียบแม่น้ำมุ่งสู่ต้นน้ำ

ข้ามสะพานโฮเซ็นบาชิไปยังย่านมิเนะออนเซ็นกัน
ข้ามสะพานโฮเซ็นบาชิไปยังย่านมิเนะออนเซ็นกัน

อีกไม่นานจะเห็น “บ่อแช่เท้าโฮเซ็นแห่งมิเนะออนเซ็น” และห้องน้ำสาธารณะ หากบ่อแช่เท้าว่างอยู่ก็แนะนำให้พักตรงนี้สักหน่อย
จากสถานีมาถึงจุดนี้ระยะทางประมาณ 1.8 กิโลเมตร แล้วให้เลี้ยวเข้าถนนด้านหน้าเพื่อมุ่งหน้าไปสวนมิเนะออนเซ็นไดฟุนโตะ

บ่อแช่เท้าโฮเซ็นที่ใช้น้ำร้อนจากมิเนะออนเซ็น
บ่อแช่เท้าโฮเซ็นที่ใช้น้ำร้อนจากมิเนะออนเซ็น

13:20 สวนมิเนะออนเซ็นไดฟุนโตะ

ที่สวนมิเนะออนเซ็นไดฟุนโตะ ซึ่งสามารถชมการพุ่งขึ้นของน้ำพุร้อนได้ทุก 1 ชั่วโมง ตั้งแต่ 09:30–15:30 มีร้านให้ซื้อของว่างด้วย
ที่นี่มีม้านั่งและบ่อแช่เท้า จึงเหมาะจะใช้เป็นจุดพักก่อนเดินย้อนกลับ

น้ำพุร้อนพุ่งขึ้นชั่วโมงละ 1 ครั้ง แต่แม้เวลาปกติก็ยังมีไอน้ำพวยพุ่งดูน่าตื่นตา
น้ำพุร้อนพุ่งขึ้นชั่วโมงละ 1 ครั้ง แต่แม้เวลาปกติก็ยังมีไอน้ำพวยพุ่งดูน่าตื่นตา
มีบ่อแช่เท้าแบบเปิดโล่ง
มีบ่อแช่เท้าแบบเปิดโล่ง

14:30–15:00 บริเวณรอบสถานีคาวาสึ

หากอยากซื้อของฝาก ลองแวะซูเปอร์มาร์เก็ตรอบสถานีคาวาสึได้

ฝั่งตะวันออกของสถานี (ฝั่งทะเล) มีซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าต่างๆ รวมตัวกันอยู่
ฝั่งตะวันออกของสถานี (ฝั่งทะเล) มีซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าต่างๆ รวมตัวกันอยู่

15:21 ออกจากสถานีคาวาสึ

ขึ้นขบวน Odoriko 10 เวลา 15:21 และจะถึงสถานีโตเกียวเวลา 17:48

หน้า สถานียังมีรูปปั้นทองแดงของตัวละครจากนวนิยาย “The Izu Dancer” ของยาซึนาริ คาวาบาตะ
หน้า สถานียังมีรูปปั้นทองแดงของตัวละครจากนวนิยาย “The Izu Dancer” ของยาซึนาริ คาวาบาตะ

ที่พักและร้านอาหารในเมืองคาวาสึ

ถ้าคิดจะพักค้าง เมืองคาวาสึก็มีตัวเลือกให้พอสมควร เมืองคาวาสึมีชายหาดและเป็นเมืองที่คึกคักด้วยนักท่องเที่ยวในช่วงหน้าร้อนด้วย
ใกล้แม่น้ำคาวาสึที่ซากุระบานก็มีที่พักอยู่บ้าง แต่ไม่มีโรงแรมขนาดใหญ่ ดังนั้นในช่วงเทศกาลคาวาสึซากุระจึงแน่นมาก
ในปี 2026 ยังพอหาห้องว่างได้แม้เป็นช่วงกลางเดือนมกราคม แต่โดยทั่วไปห้องพักมักเต็มค่อนข้างเร็ว ถ้าวางแผนได้แล้วควรรีบจอง

เรียวกังเก่าแก่ “Gyokuhokan” ที่อยู่ติดกับสวนมิเนะออนเซ็นไดฟุนโตะ มีสวนแบบเดินชมที่สวยมาก
เรียวกังเก่าแก่ “Gyokuhokan” ที่อยู่ติดกับสวนมิเนะออนเซ็นไดฟุนโตะ มีสวนแบบเดินชมที่สวยมาก
“Hanakomachi” สามารถเข้าพักพร้อมสัตว์เลี้ยงได้ และอยู่ในทำเลดี ห่างจากสะพานโฮเซ็นบาชิเพียงประมาณ 1 นาที
“Hanakomachi” สามารถเข้าพักพร้อมสัตว์เลี้ยงได้ และอยู่ในทำเลดี ห่างจากสะพานโฮเซ็นบาชิเพียงประมาณ 1 นาที

แม้ในช่วงเทศกาลซากุระจะเพลิดเพลินกับอาหารจากแผงลอยจำนวนมากได้ แต่ถ้าอยากนั่งกินในร้านอย่างสบายๆ แนะนำให้เลื่อนเวลามื้อกลางวันออกไปเล็กน้อย
มีร้านมากมายที่เสิร์ฟอาหารทะเลสดจากท้องถิ่น รวมถึงเมนูปลาคินเมะไดซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของคาบสมุทรอิซุ

ที่ร้านอาหารญี่ปุ่น “Takumitei Ichiyama” ใกล้ Kawazu Sakura Kanko Koryukan สามารถลิ้มลองเมนูจากวัตถุดิบตามฤดูกาลได้
ที่ร้านอาหารญี่ปุ่น “Takumitei Ichiyama” ใกล้ Kawazu Sakura Kanko Koryukan สามารถลิ้มลองเมนูจากวัตถุดิบตามฤดูกาลได้

เลี่ยงผู้คน เดินเล่นสบายๆ ชมซากุระคาวาสึที่มินามิอิซุ

ถ้าอยากชมซากุระแบบค่อนข้างสงบ มินามิอิซุก็น่าสนใจมาก แนวซากุระในมินามิอิซุก็ปลูกเรียงตามริมแม่น้ำเช่นเดียวกับเมืองคาวาสึ ทำให้สามารถเดินเล่นบนคันดินพร้อมชมวิวแม่น้ำได้

ซากุระคาวาสึในมินามิอิซุเหมาะกับการลงไปชมใกล้ๆ ที่ริมตลิ่งด้วย
ซากุระคาวาสึในมินามิอิซุเหมาะกับการลงไปชมใกล้ๆ ที่ริมตลิ่งด้วย

เมื่อดูจากภาพถ่าย ทั้งสองแห่งอาจดูแตกต่างกันไม่มาก แต่ที่มินามิอิซุมีนักท่องเที่ยวน้อยกว่าเมืองคาวาสึ จึงชมซากุระได้อย่างสงบกว่า
นอกจากนี้ ถนนบนคันดินแทบไม่มีรั้วกั้น และยังมีหลายจุดที่สามารถลงไปเดินเล่นริมตลิ่งได้
หากอยากถ่ายภาพทิวทัศน์โดยเน้นซากุระคาวาสึเป็นหลัก แนะนำให้มาเยือนมินามิอิซุ เพราะมีสิ่งปลูกสร้างติดภาพน้อยและผู้คนไม่หนาแน่น

เมื่อเทียบกับเมืองคาวาสึ ที่นี่มีนักท่องเที่ยวน้อยกว่า และถนนบนคันดินซึ่งรถวิ่งผ่านตามปกติก็กว้างขวาง
เมื่อเทียบกับเมืองคาวาสึ ที่นี่มีนักท่องเที่ยวน้อยกว่า และถนนบนคันดินซึ่งรถวิ่งผ่านตามปกติก็กว้างขวาง

ที่มินามิอิซุก็มีเทศกาลซากุระภายใต้ชื่อ “Minami no Sakura to Nanohana Matsuri” โดยครั้งที่ 28 ในปี 2026 จะจัดระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 10 มีนาคม
ในช่วงนี้จะมีการประดับไฟดอกซากุระเวลา 18:00–21:00 เช่นกัน แต่พื้นที่ตั้งร้านแผงลอยจะจำกัดอยู่ที่มิจิโนะเอกิเท่านั้น (ข้อมูลปี 2026)

ช่วงประดับไฟควรระวังพื้นทางขณะเดิน
ช่วงประดับไฟควรระวังพื้นทางขณะเดิน

เส้นทางเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ มินามิอิซุ ออกเดินทางจากโตเกียว

สำหรับคนที่อยากไปมินามิอิซุแบบวันเดียว ก็พอจัดเวลาได้ สำหรับตัวอย่างเส้นทางเที่ยวมินามิอิซุนี้ ก็จะใช้ขบวนรถที่วิ่งทุกวันเช่นกัน
หากใช้ขบวนพิเศษได้ สามารถเลือกออกจากสถานีโตเกียวเวลา 7:30 (Odoriko 51) และออกจากสถานีอิซุคิวชิโมดะเวลา 16:55 (Odoriko 66)

*ตารางเวลาอ้างอิง ณ เดือนมกราคม 2026 กรุณาตรวจสอบอีกครั้งก่อนออกเดินทางจริง

09:00 ออกเดินทางจากสถานีโตเกียว

ขึ้นรถด่วนพิเศษ Odoriko 1 จากสถานีโตเกียวเวลา 09:00 ไปจนถึงสถานีปลายทางอิซุคิวชิโมดะ

ขบวน Odoriko ที่ออกต้นทางจากสถานีโตเกียวจะออกจากชานชาลาหมายเลข 9 แต่ควรมาถึงล่วงหน้าเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง
ขบวน Odoriko ที่ออกต้นทางจากสถานีโตเกียวจะออกจากชานชาลาหมายเลข 9 แต่ควรมาถึงล่วงหน้าเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง

11:39 ถึงสถานีอิซุคิวชิโมดะ

รถไฟจะถึงสถานีอิซุคิวชิโมดะเวลา 11:39 และมีเวลาเปลี่ยนขึ้นรถบัสเพียง 16 นาที จึงควรรีบเคลื่อนตัว

ป้ายรถบัสอยู่ติดกับตัวสถานีทันที สังเกตหลังคากันแดดสีเหลืองไว้ได้เลย
ป้ายรถบัสอยู่ติดกับตัวสถานีทันที สังเกตหลังคากันแดดสีเหลืองไว้ได้เลย

11:55 ขึ้นรถบัส Tokai Bus ไปชิโมคาโมะ

ขึ้นรถบัสปลายทางชิโมคาโมะจากป้ายหมายเลข 3 หน้าสถานี
หากพลาดรถเที่ยว 11:55 เที่ยวถัดไปจะออกเวลา 14:05 ซึ่งช้ากว่าเดิมมากกว่า 2 ชั่วโมง
ถ้าขึ้นไม่ทันเวลา 11:55 แนะนำให้นั่งแท็กซี่ไปยังบริเวณชิโมคาโมะ

ที่ป้ายรถบัสจะมีชื่อปลายทาง เวลา และชื่อป้ายระบุไว้ ควรตรวจสอบให้ดี
ที่ป้ายรถบัสจะมีชื่อปลายทาง เวลา และชื่อป้ายระบุไว้ ควรตรวจสอบให้ดี

12:20 ลงที่ชิโมคาโมะ ป้ายสุดท้าย

เดินต่อไปตามทิศทางที่รถบัสวิ่งมา (มุ่งไปทางต้นน้ำของแม่น้ำ) แล้วตรงไปยังสะพานมาเอฮาระก่อน
ไม่ต้องข้ามสะพาน ให้เดินลงไปทางปลายน้ำบนถนนบนคันดิน โดยให้แม่น้ำอยู่ทางขวามือ
แถบนี้มีหลายช่วงที่ดูเหมือนอุโมงค์ซากุระ จึงเหมาะกับการถ่ายภาพมาก

ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา บางครั้งคุณอาจได้มีวิวสวยๆ นี้แทบเป็นของตัวเอง
ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา บางครั้งคุณอาจได้มีวิวสวยๆ นี้แทบเป็นของตัวเอง
ความตัดกันระหว่างซากุระริมทางเดินกับดอกนาโนะฮานะบนคันดินนั้นสวยมาก
ความตัดกันระหว่างซากุระริมทางเดินกับดอกนาโนะฮานะบนคันดินนั้นสวยมาก

13:10 ไปยังมิจิโนะเอกิ “Shimokamo Onsen Yunohana”

เนื่องจากอยู่ระหว่างทางไปทุ่งดอกนาโนะฮานะ จึงเหมาะแวะพักที่มิจิโนะเอกิ “Shimoagamo Onsen Yunohana”
ในช่วงเทศกาลซากุระจะมีรถขายอาหารและแผงลอย จึงสามารถฝากท้องที่นี่ได้เช่นกัน

ถ้ายังไม่ค่อยหิวมาก จะพักด้วยเครื่องดื่ม ไอศกรีม หรือของหวานก็ได้
ถ้ายังไม่ค่อยหิวมาก จะพักด้วยเครื่องดื่ม ไอศกรีม หรือของหวานก็ได้

13:50 จากมิจิโนะเอกิ “Shimoagamo Onsen Yunohana” ไปยังทุ่งนาโนะฮานะแห่งฮิโนะ

เดินเลียบแม่น้ำไปทางปลายน้ำ ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีไปยังทุ่งนาโนะฮานะแห่งฮิโนะ
ซากุระคาวาสึจะขาดช่วงไปแถวสะพานมิยะมาเอะ แต่เมื่อผ่านสวนอาโอโนกาวะฟุรุซาโตะไปแล้ว จุดหมายสุดท้ายอย่างทุ่งดอกไม้ก็อยู่ไม่ไกล

ก่อนถึงสวนอาโอโนกาวะฟุรุซาโตะ มีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้าคาบาตะคาโมะอายุ 1,200 ปีอยู่ด้วย
ก่อนถึงสวนอาโอโนกาวะฟุรุซาโตะ มีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้าคาบาตะคาโมะอายุ 1,200 ปีอยู่ด้วย
หากมาถึงสวนอาโอโนกาวะฟุรุซาโตะแล้ว ก็เหลืออีกเพียงไม่กี่นาทีถึงทุ่งนาโนะฮานะ
หากมาถึงสวนอาโอโนกาวะฟุรุซาโตะแล้ว ก็เหลืออีกเพียงไม่กี่นาทีถึงทุ่งนาโนะฮานะ

14:15 ทุ่งนาโนะฮานะแห่งฮิโนะ

ที่นี่เป็นทุ่งดอกนาโนะฮานะขนาดใหญ่ที่ได้รับการดูแลโดยเกษตรกรท้องถิ่น และยังเป็นหนึ่งในสถานที่จัดงานของเทศกาล Minami no Sakura to Nanohana Matsuri ด้วย
เมื่อเดินมาตามริมแม่น้ำ คุณอาจตื่นตากับแปลงดอกไม้ด้านหน้าที่มีพื้นที่จอดรถอยู่แล้ว แต่ถ้าเดินต่อไป จะเจอทุ่งดอกไม้กว้างใหญ่เกินคาดที่เปิดออกตรงหน้า

เบื้องหน้าถูกปกคลุมด้วยพรมดอกไม้สีเหลืองสุดลูกหูลูกตา และยังอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้
เบื้องหน้าถูกปกคลุมด้วยพรมดอกไม้สีเหลืองสุดลูกหูลูกตา และยังอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้

ทุ่งนาโนะฮานะกระจายตัวอยู่บนพื้นที่ต่ำกว่าถนนเล็กน้อย และจะเห็นผู้คนเดินอยู่ภายในด้วย
แม้บางจุดจะดูเหมือนมีทางเดิน แต่หลายแห่งเกิดจากนักท่องเที่ยวเหยียบย่ำ จึงควรใช้ทางเดินไม้เมื่อจะเข้าไปในแปลงดอกไม้

สามารถเดินเข้าทุ่งผ่านทางเดินไม้ และบางจุดมีม้านั่งกับโต๊ะจัดไว้ให้
สามารถเดินเข้าทุ่งผ่านทางเดินไม้ และบางจุดมีม้านั่งกับโต๊ะจัดไว้ให้

จากป้ายรถบัสฮิโนะ เดินทางกลับชิโมดะ

ขึ้นรถบัสไปชิโมดะเวลา 14:35 และจะถึงสถานีชิโมดะเวลา 14:55

เวลาเปลี่ยนขบวนที่สถานีอิซุคิวชิโมดะมีน้อย จึงควรระวังอย่าลืมของ
เวลาเปลี่ยนขบวนที่สถานีอิซุคิวชิโมดะมีน้อย จึงควรระวังอย่าลืมของ

15:08 ออกจากสถานีอิซุคิวชิโมดะ

ขึ้นขบวน Odoriko 10 เวลา 15:08 และถึงสถานีโตเกียวเวลา 17:48

ประตูตรวจตั๋วจะเปิดเมื่อใกล้เวลาออกเดินทาง
ประตูตรวจตั๋วจะเปิดเมื่อใกล้เวลาออกเดินทาง

ที่พักและร้านอาหารในมินามิอิซุ

ถ้าจะพักแถวนี้ ควรจองไว้ล่วงหน้าสักหน่อย ตามแนวแม่น้ำอาโอโนกาวะซึ่งเป็นจุดชมซากุระคาวาสึหลัก มีเรียวกังออนเซ็นอยู่หลายแห่ง แต่ล้วนเป็นที่พักขนาดเล็ก จึงควรจองล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ
ในมินามิอิซุ ที่พักจะกระจุกตัวอยู่บริเวณยูมิกะฮามะ แต่หากคิดจะใช้รถบัสเที่ยวชมซากุระคาวาสึ ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนรถที่ฮิโนะ

ร้านอาหารมีอยู่ราวสิบกว่าร้านระหว่างย่านชิโมคาโมะถึงฮิโนะ แต่ไม่ได้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ จึงไม่ค่อยสะดวกสำหรับการแวะร้านไปพร้อมกับชมซากุระ
นอกจากนี้ หลายร้านมักหยุดในวันทำการช่วงวันจันทร์ถึงพฤหัสบดีวันใดวันหนึ่ง ดังนั้นหากจะไปในวันอังคาร พุธ หรือพฤหัสบดี ควรตรวจสอบวันเปิดทำการและที่ตั้งของร้านที่สนใจไว้ล่วงหน้า
รถขายอาหารและแผงลอยที่มิจิโนะเอกิก็มักหยุดในวันอังคาร พุธ พฤหัสบดี หรือในวันที่สภาพอากาศเลวร้ายเช่นกัน

ร้านที่ใช้งานสะดวกแห่งหนึ่งคือ “Gin no Yu Kaikan Restaurant” ซึ่งอยู่ห่างจากสะพานมาเอฮาระ จุดเริ่มต้นของเส้นทางตัวอย่าง ไม่ถึง 10 นาทีเดิน
แม้วันพุธจะเป็นวันหยุด แต่ในช่วงเทศกาลซากุระจะเปิดต่อเนื่อง 11:00–20:00 โดยรับออร์เดอร์สุดท้ายเวลา 19:00

สามารถไปยัง Gin no Yu Kaikan ได้โดยข้ามสะพานคนเดินที่พาดผ่านแม่น้ำ
สามารถไปยัง Gin no Yu Kaikan ได้โดยข้ามสะพานคนเดินที่พาดผ่านแม่น้ำ

ถ้าอยากชมซากุระทั้งคาวาสึและมินามิอิซุ แนะนำพักที่ชิโมดะ

ถ้าอยากจัดทริปให้ครบทั้งสองพื้นที่ การปักหลักที่ชิโมดะจะสะดวกกว่า หากอยากชมซากุระคาวาสึพร้อมเที่ยวสถานที่น่าสนใจ ออนเซ็น และอาหารท้องถิ่น แนะนำให้พักค้างที่ชิโมดะ 1 คืน แล้วค่อยไปเที่ยวทั้งเมืองคาวาสึและมินามิอิซุ
แม้ใกล้แนวซากุระคาวาสึของเมืองคาวาสึและมินามิอิซุจะมีที่พักและร้านอาหารอยู่บ้าง แต่มีจำนวนไม่มาก และช่วงพีกของฤดูกาลเที่ยวซากุระคาวาสึในเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งที่พักและร้านอาหารจะหนาแน่นมาก
ในทางกลับกัน ชิโมดะยังพอมีตัวเลือกที่พักมากกว่าแม้เป็นฤดูซากุระคาวาสึ และมีร้านอาหารจำนวนมาก จึงเลือกร้านได้สะดวกกว่าโดยไม่ต้องลำบากมากนัก
ชิโมดะคือท่าเรือแห่งแรกของญี่ปุ่นที่เปิดประเทศ โดยเป็นสถานที่ที่พลเรือจัตวาเพอร์รี่มาถึงหลังการลงนามสนธิสัญญาไมตรีญี่ปุ่น-สหรัฐฯ
ในเวลานั้น ภาพเมือง ทิวทัศน์ และผู้คนที่ถูกแนะนำในสหรัฐอเมริกาก็คือภาพของชิโมดะเอง จนชิโมดะกลายเป็นภาพแทนทิวทัศน์ญี่ปุ่นในยุคนั้น

อาคารในยุคนั้นใช้วิธีก่อสร้างแบบกำแพงนามาโกะซึ่งทนไฟได้ดี
อาคารในยุคนั้นใช้วิธีก่อสร้างแบบกำแพงนามาโกะซึ่งทนไฟได้ดี

ชิโมดะมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ทั้งการเดินเล่นในเมืองและวัดต่างๆ ที่เคยเป็นที่พึ่งพาของคณะทูตจากหลายประเทศในช่วงเปิดท่าเรือ จนเที่ยวครึ่งวันก็ยังไม่ทั่ว

จากสถานีชิโมดะเดินประมาณ 2 นาที จะมีศูนย์ข้อมูลของสมาคมการท่องเที่ยวเมืองชิโมดะอยู่ตรงหัวมุมแยกสะพานนากาจิมะ
จากสถานีชิโมดะเดินประมาณ 2 นาที จะมีศูนย์ข้อมูลของสมาคมการท่องเที่ยวเมืองชิโมดะอยู่ตรงหัวมุมแยกสะพานนากาจิมะ

3 ที่พักแนะนำในชิโมดะ

ถ้าใช้ขนส่งสาธารณะเป็นหลัก ทำเลที่พักจะมีผลกับความคล่องตัวพอสมควร หากเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ การเลือกที่พักที่เดินจากสถานีไม่เกิน 10 นาทีจะสะดวกมาก
ใกล้สถานีอิซุคิวชิโมดะจะมีโรงแรมธุรกิจกระจุกตัว ส่วนบริเวณท่าเรือและริมทะเลที่มองเห็นวิวทะเลจะมีโรงแรมสไตล์รีสอร์ตกระจายอยู่

1. Shimoda Itoen Hotel Hanamisaki

ที่พักคุ้มค่าราคาดี ตั้งอยู่หน้าท่าเรือ พร้อมแพ็กเกจ 1 คืน 2 มื้อ และเครื่องดื่มไม่อั้นช่วงมื้อเย็น โดยเข้าพักได้ในงบประมาณราว 10,000 เยนต่อคน
จากสถานีอิซุคิวชิโมดะเดินประมาณ 10 นาที และฝั่งตรงข้ามถนนยังมี “มิจิโนะเอกิ ไคโคคุ ชิโมดะ มินาโตะ” รวมทั้งอยู่ใกล้ท่าเรือสำหรับล่องเรือชมอ่าวชิโมดะด้วย

ทำเลดีและค่าที่พักไม่แพง เป็นที่พักที่ใช้งานสะดวกมาก
ทำเลดีและค่าที่พักไม่แพง เป็นที่พักที่ใช้งานสะดวกมาก

2. Kurofune Hotel

โรงแรมสไตล์รีสอร์ตที่ทุกห้องมองเห็นวิวทะเล และสามารถชมอ่าวชิโมดะได้แบบพาโนรามา
มีทั้งห้องพร้อมอ่างอาบน้ำกลางแจ้ง ห้องที่เข้าพักพร้อมสัตว์เลี้ยงได้ สระว่ายน้ำในร่ม และห้องอาบน้ำใหญ่ที่มองเห็นทะเล สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่โดดเด่นด้วยภายนอกสีชมพู
เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่โดดเด่นด้วยภายนอกสีชมพู

3. Hotel Marseille

โรงแรมธุรกิจที่ตั้งอยู่ตรงหน้าสถานีอิซุคิวชิโมดะ ทำเลเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นฐานเที่ยว
ค่าที่พักในวันธรรมดาช่วงเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ต่ำกว่า 10,000 เยนต่อคน และมีอาหารเช้าเบาๆ ฟรี อีกทั้งบริเวณรอบสถานีชิโมดะก็มีร้านอาหารจำนวนมาก จึงไม่ต้องกังวลเรื่องหาของกิน

เดินไป Shimoda Ropeway ได้ในเวลาประมาณ 2 นาที
เดินไป Shimoda Ropeway ได้ในเวลาประมาณ 2 นาที

3 ร้านอาหารแนะนำในชิโมดะ

เรื่องกินที่ชิโมดะก็เลือกได้ค่อนข้างหลากหลาย ร้านอาหารจะกระจุกตัวอยู่ในย่าน Perry Road ทางตอนใต้ของสถานีอิซุคิวชิโมดะ
มีให้เลือกครบทั้งร้านอาหารญี่ปุ่นที่เสิร์ฟเมนูปลาคินเมะไดและซาชิมิ รวมถึงร้านอาหารตะวันตกและคาเฟ่ เรียกได้ว่ามีตัวเลือกมากจนเลือกยาก

1. Amimoto Ryori Tokuzomaru สาขาชิโมดะ

ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่หน้าสถานีอิซุคิวชิโมดะ ติดกับด้านขวาของ Hotel Marseille และชั้น 1 ยังมีร้าน “Kaisenya” สำหรับซื้อของฝากด้วย
เมนูที่ใช้ปลาคินเมะไดได้รับความนิยมมาก โดยมีชุด “คินเมะไดครบเซ็ต” ที่สามารถลิ้มลองได้ทั้งแบบต้มซีอิ๊ว ซาชิมิ ชาบูชาบู และซุปหัวปลา
ปกติเปิดให้บริการช่วงกลางวันและกลางคืน แต่ในช่วงเทศกาลซากุระจะเปิดต่อเนื่อง 09:00–17:45 โดยลาสต์ออร์เดอร์เวลา 17:00

ภายนอกร้าน Amimoto Ryori Tokuzomaru สาขาชิโมดะ
ภายนอกร้าน Amimoto Ryori Tokuzomaru สาขาชิโมดะ

2. Ichiba no Shokudo Kinmetei

ร้านยอดนิยมที่ตั้งอยู่ในตลาดปลาของเมืองชิโมดะ ฝั่งตรงข้าม “มิจิโนะเอกิ ไคโคคุ ชิโมดะ มินาโตะ” ที่ท่าเรือชิโมดะ
เปิดให้บริการช่วงเช้าและกลางวัน และสามารถกินปลาคินเมะไดต้มซีอิ๊วได้ตั้งแต่เวลา 07:00
โดยทั่วไปเมนูปลาคินเมะไดมักมีงบประมาณอย่างน้อย 2,000 เยนต่อคน แต่ที่นี่มีหลายเมนูในราคา 1,870 เยนรวมภาษี จึงเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์มาก

เมนูปลาคินเมะไดต้มซีอิ๊วของ Ichiba no Shokudo Kinmetei
เมนูปลาคินเมะไดต้มซีอิ๊วของ Ichiba no Shokudo Kinmetei

3. Hiranoya

ร้านที่เปิด 11:00–16:00 เหมาะสำหรับมื้อกลางวันและช่วงคาเฟ่
ใช้ตัวอาคารสมัยเอโดะที่เคยเป็นสถานที่ค้าขาย ทำให้บรรยากาศภายในร้านมีเสน่ห์และนั่งพักได้อย่างสบาย
ภายในร้านมีทั้งเครื่องดื่มให้เลือก และเมนูอิ่มท้องอย่างสเต๊กกับแฮมเบิร์กด้วย

ภายนอกร้าน Hiranoya
ภายนอกร้าน Hiranoya

เต็มอิ่มกับซากุระคาวาสึ แผนเที่ยว 2 วัน 1 คืน พักชิโมดะ ออกเดินทางจากโตเกียว

ถ้ามีเวลาเพิ่มอีกนิด แผน 2 วัน 1 คืนจะเที่ยวได้สบายขึ้น ขอแนะนำแผนเที่ยว 2 วัน 1 คืน โดยออกเดินทางจากสถานีโตเกียว พักที่ชิโมดะ และเที่ยวทั้งเมืองคาวาสึกับมินามิอิซุ
เช่นเดียวกับแผนไปเช้าเย็นกลับ หากใช้ขบวนพิเศษได้ ก็สามารถเลือกเที่ยวออกจากสถานีโตเกียวเวลา 7:30 (Odoriko 51) และออกจากสถานีอิซุคิวชิโมดะเวลา 16:55 (Odoriko 66) ทำให้ทั้งวันแรกและวันที่สองมีเวลาเพิ่มขึ้นเกือบ 1 ชั่วโมง 30 นาที

*ตารางเวลาอ้างอิง ณ เดือนมกราคม 2026 กรุณาตรวจสอบอีกครั้งก่อนออกเดินทางจริง

วันแรก 09:00 ออกเดินทางจากสถานีโตเกียว

นั่งรถด่วนพิเศษ Odoriko 1 ที่ออกจากสถานีโตเกียวเวลา 09:00 ไปยังสถานีคาวาสึ

แม้จะมีประกาศบนรถ แต่หลังผ่านอิซุอาตากาวะแล้ว อย่าลืมมองทะเลด้านซ้ายตามทิศทางการเดินรถ ในวันที่อากาศแจ่มใสจะมองเห็นเกาะอิซุโอชิมะได้ชัดเจน
แม้จะมีประกาศบนรถ แต่หลังผ่านอิซุอาตากาวะแล้ว อย่าลืมมองทะเลด้านซ้ายตามทิศทางการเดินรถ ในวันที่อากาศแจ่มใสจะมองเห็นเกาะอิซุโอชิมะได้ชัดเจน

11:28 ถึงสถานีคาวาสึ

ฝากสัมภาระที่ไม่จำเป็นต้องถือเดินไว้ในล็อกเกอร์ และแวะห้องน้ำด้วย

บริเวณหน้าสถานีคาวาสึก็มีต้นซากุระคาวาสึปลูกไว้เช่นกัน
บริเวณหน้าสถานีคาวาสึก็มีต้นซากุระคาวาสึปลูกไว้เช่นกัน

11:40 Kawazu Sakura Kanko Koryukan

เริ่มต้นด้วยการแวะ Kawazu Sakura Kanko Koryukan เพื่อหาข้อมูลก่อน
ที่นี่มีทั้งศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยว ร้านค้า ร้านอาหาร และสามารถใช้ห้องน้ำได้ด้วย

ข้างศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวมีร้านขายผลผลิตเกษตร “ODORICO Baiten” และชั้น 2 เป็นโรงอาหาร
ข้างศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวมีร้านขายผลผลิตเกษตร “ODORICO Baiten” และชั้น 2 เป็นโรงอาหาร

11:50 ไปยังแม่น้ำคาวาสึ แล้วเดินเล่นไปทางต้นน้ำ

ถ้าหิวแล้ว จะเลือกร้านใกล้ Kawazu Sakura Kanko Koryukan หรือร้านในย่านริมแม่น้ำก่อนก็ได้ แต่ถ้าอากาศดี แนะนำให้เริ่มด้วยการชมซากุระคาวาสึก่อน

บริเวณทางเดินรอบสวนซาซาฮาระมีทั้งต้นซากุระคาวาสึและดอกนาโนะฮานะปลูกเรียงกัน
บริเวณทางเดินรอบสวนซาซาฮาระมีทั้งต้นซากุระคาวาสึและดอกนาโนะฮานะปลูกเรียงกัน

13:45 ไปชมต้นแม่พันธุ์ซากุระคาวาสึ

เมื่อเดินเลียบแม่น้ำมาถึงสะพานโฮเซ็นบาชิแล้ว ให้เดินออกจากแม่น้ำไปอีกทางเพื่อไปชมต้นแม่พันธุ์ของซากุระคาวาสึ
ต้นแม่พันธุ์ที่ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1955 ออกดอกครั้งแรกในปี ค.ศ. 1966 และได้รับการตั้งชื่อว่า Kawazuzakura ในปี ค.ศ. 1974
ต่อมาในปี ค.ศ. 1975 ได้รับการกำหนดให้เป็นต้นไม้ประจำเมืองคาวาสึ และในปี ค.ศ. 2005 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติของเมือง
จนถึงปัจจุบันยังคงออกดอกทุกปีอยู่ที่บ้านส่วนบุคคลซึ่งเป็นสถานที่ค้นพบเดิม และมีลำต้นสง่างามสูงและกว้างเกิน 10 เมตร

ว่ากันว่าต้นแม่พันธุ์จะเริ่มบานเร็วกว่าต้นซากุระริมแม่น้ำเล็กน้อย
ว่ากันว่าต้นแม่พันธุ์จะเริ่มบานเร็วกว่าต้นซากุระริมแม่น้ำเล็กน้อย

14:00 ข้ามไปอีกฝั่งที่สะพานโฮเซ็นบาชิ

ข้ามไปยังอีกฝั่งที่สะพานโฮเซ็นบาชิซึ่งมีราวสะพานสีแดงชาด แล้วเดินต่อไปตามทางเลียบแม่น้ำมุ่งสู่ต้นน้ำ
พอมาถึงแถวนี้จำนวนแผงลอยจะน้อยลง และสามารถลงไปชมซากุระคาวาสึจากริมตลิ่งได้

เมื่อมาถึงบริเวณสะพานโฮเซ็นบาชิ ก็สามารถลงไปชมซากุระจากริมตลิ่งได้
เมื่อมาถึงบริเวณสะพานโฮเซ็นบาชิ ก็สามารถลงไปชมซากุระจากริมตลิ่งได้

14:05 Odoriko Onsen Kaikan

เดินจากสะพานเพียงไม่กี่นาที ก็จะถึง Odoriko Onsen Kaikan ซึ่งสามารถเพลิดเพลินกับน้ำร้อนของมิเนะออนเซ็นได้
เป็นสถานที่อาบน้ำร้อนที่สามารถแช่อ่างกลางแจ้งพร้อมชมดอกไม้ได้อย่างเต็มอิ่ม และยังมีห้องพักผ่อนพื้นเสื่อทาทามิกว้างขวางรวมถึงร้านอาหารด้วย

สถานที่แช่ออนเซ็นพร้อมชมซากุระคาวาสึได้นั้นมีไม่มาก จึงนับว่าพิเศษทีเดียว
สถานที่แช่ออนเซ็นพร้อมชมซากุระคาวาสึได้นั้นมีไม่มาก จึงนับว่าพิเศษทีเดียว

15:20 สวนมิเนะออนเซ็นไดฟุนโตะ

อยู่ห่างจาก Odoriko Onsen Kaikan โดยเดินประมาณ 3–4 นาที
สามารถชมการพุ่งขึ้นของน้ำพุร้อนได้ทุก 1 ชั่วโมง ตั้งแต่ 09:30–15:30 จึงน่าแวะไปชม

มีม้านั่งหลายตัว และร้านขายของว่างก็เปิดให้บริการอยู่
มีม้านั่งหลายตัว และร้านขายของว่างก็เปิดให้บริการอยู่

16:00 เดินทางจากสถานีคาวาสึไปสถานีอิซุคิวชิโมดะ และพักค้างที่ชิโมดะ

นั่งรถไฟสายอิซุคิวเที่ยวเวลา 16:03 หรือ 16:41 ไปยังสถานีอิซุคิวชิโมดะ
ใช้เวลาประมาณ 13 นาที จึงจะถึงสถานีชิโมดะเวลา 16:16 หรือ 16:54 ตามลำดับ
เข้าพักที่โรงแรมในชิโมดะ

ขบวนเวลา 16:03 หลังวันที่ 7 กุมภาพันธ์จะเป็นรถไฟ Kurofune Train (ยกเว้นวันที่ 14 และ 24)
ขบวนเวลา 16:03 หลังวันที่ 7 กุมภาพันธ์จะเป็นรถไฟ Kurofune Train (ยกเว้นวันที่ 14 และ 24)

วันที่สอง 09:30 ออกจากสถานีชิโมดะ

ขึ้นรถบัสปลายทางชิโมคาโมะจากป้ายหมายเลข 3 หน้าสถานี

หากยืนยันปลายทางกับคนขับตอนขึ้นรถได้ก็ยิ่งอุ่นใจ
หากยืนยันปลายทางกับคนขับตอนขึ้นรถได้ก็ยิ่งอุ่นใจ

09:55 ลงที่ชิโมคาโมะ ป้ายสุดท้าย

เดินต่อไปตามทิศทางที่รถบัสวิ่งมา (มุ่งไปทางต้นน้ำของแม่น้ำ) แล้วตรงไปยังสะพานมาเอฮาระก่อน
ไม่ต้องข้ามสะพาน ให้เดินเลียบแม่น้ำฝั่งขวาไปทางปลายน้ำ

แม่น้ำอาโอโนกาวะในมินามิอิซุมีหลายจุดที่เหมาะสำหรับเดินเล่นริมตลิ่ง
แม่น้ำอาโอโนกาวะในมินามิอิซุมีหลายจุดที่เหมาะสำหรับเดินเล่นริมตลิ่ง
แทบไม่มีรั้วกั้น จึงสัมผัสบรรยากาศชนบทแบบดั้งเดิมได้อย่างเต็มที่
แทบไม่มีรั้วกั้น จึงสัมผัสบรรยากาศชนบทแบบดั้งเดิมได้อย่างเต็มที่

11:20 มิจิโนะเอกิ “Shimoagamo Onsen Yunohana”

ที่มิจิโนะเอกิ “Shimoagamo Onsen Yunohana” ซึ่งอยู่ห่างจากสะพานมาเอฮาระประมาณ 1 กิโลเมตร เหมาะสำหรับแวะพักสักหน่อย
ในช่วงเทศกาลซากุระจะมีรถขายอาหารและแผงลอย จึงสามารถหาอะไรกินได้ด้วย
จากที่นี่ไปยังทุ่งนาโนะฮานะซึ่งเป็นจุดหมายสุดท้ายของมินามิอิซุยังเหลือประมาณ 1.8 กิโลเมตร จึงควรเริ่มเดินอีกครั้งหลังเวลา 12:00 เล็กน้อย

ยังมีร้านที่สามารถซื้อผลผลิตเกษตรท้องถิ่นและของฝากได้ด้วย
ยังมีร้านที่สามารถซื้อผลผลิตเกษตรท้องถิ่นและของฝากได้ด้วย

12:30 ทุ่งนาโนะฮานะแห่งฮิโนะ

ทุ่งดอกนาโนะฮานะขนาดใหญ่แห่งนี้ได้รับการดูแลโดยเกษตรกรท้องถิ่น และสามารถเพลิดเพลินกับวิวสวยนี้ได้ยาวนานกว่าซากุระคาวาสึ ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคม

วิวที่แทบทั้งสายตาถูกปกคลุมด้วยดอกไม้สีเหลืองนั้นน่าประทับใจมาก
วิวที่แทบทั้งสายตาถูกปกคลุมด้วยดอกไม้สีเหลืองนั้นน่าประทับใจมาก

จากป้ายรถบัสฮิโนะ เดินทางกลับชิโมดะ

ขึ้นรถบัสไปชิโมดะเวลา 12:50 และจะถึงสถานีชิโมดะเวลา 13:10

เมื่อถึงสถานีชิโมดะแล้ว ให้เดินไปตามถนนด้านหน้าสถานีมุ่งหน้าไปยังจุดขึ้นกระเช้า
เมื่อถึงสถานีชิโมดะแล้ว ให้เดินไปตามถนนด้านหน้าสถานีมุ่งหน้าไปยังจุดขึ้นกระเช้า

13:30 ขึ้น Shimoda Ropeway ไปภูเขาเนสุกาตะ

ขึ้นกระเช้ารอบ 13:30 ไปยังภูเขาเนสุกาตะ และนั่งรอบ 14:30 จากสถานีบนยอดเขากลับลงมา
ใช้เวลานั่งกระเช้าประมาณ 3 นาที 30 วินาที และจากสถานียอดเขาของกระเช้ายังมีเส้นทางเดินเขาที่พาไปยังจุดชมวิวหลายแห่ง

จุดขึ้นกระเช้าอยู่ห่างจากสถานีชิโมดะไม่ถึง 2 นาทีเดิน
จุดขึ้นกระเช้าอยู่ห่างจากสถานีชิโมดะไม่ถึง 2 นาทีเดิน
จากจุดชมวิวสามารถมองได้ไกลตั้งแต่ท่าเรือชิโมดะไปจนถึงทิศทางซูซากิ
จากจุดชมวิวสามารถมองได้ไกลตั้งแต่ท่าเรือชิโมดะไปจนถึงทิศทางซูซากิ
ในฤดูใบไม้ผลิบนยอดเขาก็มีดอกไม้หลากหลายชนิดบานสะพรั่ง รวมถึงมิโมซาที่กำลังสวยพอดี
ในฤดูใบไม้ผลิบนยอดเขาก็มีดอกไม้หลากหลายชนิดบานสะพรั่ง รวมถึงมิโมซาที่กำลังสวยพอดี

15:08 ออกจากอิซุคิวชิโมดะ

ภายในสถานีอิซุคิวชิโมดะมีร้านของฝาก “KIYOTAYA” ที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย จึงเหมาะสำหรับซื้อของฝากจากอิซุรวบเดียวที่นี่
ขึ้นขบวน Odoriko 10 เวลา 15:08 และถึงโตเกียวเวลา 17:48

ที่ร้านของฝาก KIYOTAYA ซึ่งจำหน่ายสินค้าขึ้นชื่อของอิซุ ยังสามารถซื้อปลาแห้งแช่แข็งได้ด้วย
ที่ร้านของฝาก KIYOTAYA ซึ่งจำหน่ายสินค้าขึ้นชื่อของอิซุ ยังสามารถซื้อปลาแห้งแช่แข็งได้ด้วย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวชมซากุระคาวาสึ

Q

ควรไปดูซากุระคาวาสึที่ไหนดี? จุดดังอยู่ที่ไหน?

A

ต้นซากุระคาวาสึปลูกอยู่ทั่วญี่ปุ่น จึงสามารถชมได้ในหลายพื้นที่
สถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งชมซากุระคาวาสึคือบริเวณที่มีแนวต้นซากุระคาวาสึเรียงราย โดยเมืองคาวาสึและมินามิอิซุในอำเภอคาโมะ จังหวัดชิซุโอกะ ถือเป็นตัวแทนที่เด่นที่สุด

Q

ซากุระคาวาสึบานช่วงไหน? ตรวจสอบได้อย่างไร?

A

ซากุระคาวาสึเริ่มบานตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ และมักสวยที่สุดในช่วงกลางถึงปลายเดือน
ช่วงพีกจะขยับไปตามสภาพอากาศของแต่ละปี แต่จุดชมชื่อดังอย่างเมืองคาวาสึและมินามิอิซุจะรายงานสถานะการบานตั้งแต่เริ่มเข้าเดือนกุมภาพันธ์ ดังนั้นควรตรวจสอบจาก ข้อมูลการบานของเมืองคาวาสึ และ ข้อมูลการบานของมินามิอิซุ

Q

มีเทศกาลอะไรบ้างที่จัดในช่วงซากุระคาวาสึสวยที่สุด?

A

ในปี 2026 เมืองคาวาสึจะจัด “Kawazu Sakura Matsuri” ระหว่างวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ถึง 8 มีนาคม และเมืองมินามิอิซุจะจัด “Minami no Sakura to Nanohana Matsuri” ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 10 มีนาคม

Q

นอกจากชมซากุระคาวาสึแล้ว มีกิจกรรมอะไรให้ทำอีก?

A

ทั้งเมืองคาวาสึและมินามิอิซุต่างมีน้ำพุร้อนธรรมชาติแบบพุ่งขึ้นเอง ซึ่งมีอยู่เพียง 3 แห่งในคาบสมุทรอิซุ จึงสามารถเพลิดเพลินกับการแช่ออนเซ็นได้เต็มที่
ในช่วงเทศกาลซากุระยังมีกิจกรรมต่างๆ การประดับไฟยามค่ำคืน และอาหารจากแผงลอยให้สนุกกันอีกด้วย

Q

อยากขับรถไปเที่ยวเมืองคาวาสึและมินามิอิซุ

A

คาบสมุทรอิซุมีถนนวิวสวยหลายสาย จึงเหมาะกับทริปขับรถมาก แต่ถ้าจะไปงานเทศกาลซากุระในวันเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ อาจต้องเจอกับรถติดและหาที่จอดรถลำบาก จึงแนะนำให้เดินทางด้วยรถไฟมากกว่า

Q

นอกช่วงเทศกาลซากุระ ยังชมซากุระคาวาสึได้ไหม?

A

ซากุระคาวาสึมีช่วงบานยาว จึงมีโอกาสมากพอที่จะชมดอกไม้ได้ทั้งก่อนและหลังช่วงเทศกาลซากุระ
อย่างไรก็ตาม นอกช่วงเทศกาลจะไม่มีร้านแผงลอย จึงไม่สามารถเพลิดเพลินกับการซื้อของกินเดินเล่นได้

บทสรุป

ซากุระคาวาสึเป็นดอกไม้ที่ทำให้รู้สึกถึงการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิได้เร็ว แม้จะยังเป็นช่วงที่อากาศค่อนข้างหนาวอยู่ก็ตาม
วิธีเพลิดเพลินในพื้นที่มีได้หลายแบบ แต่พอไปถึงแล้ว แนะนำให้โฟกัสกับการชมดอกซากุระก่อนเป็นอันดับแรก
เพราะหากเลื่อนการชมดอกไม้ไว้ทีหลัง เพียงเวลาห่างกันเล็กน้อยก็อาจเจออากาศเปลี่ยน หรือมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาจนชมได้ไม่สงบ
หากเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับจากฝั่งโตเกียว เวลาจะค่อนข้างจำกัด จึงอาจยากที่จะเพลิดเพลินกับการแช่ออนเซ็นหรือชมไฟประดับยามค่ำ
แม้บรรยากาศคึกคักริมแม่น้ำจะน่าสนใจ แต่การได้เดินเล่นช้าๆ ในยามเช้าที่ยังมีนักท่องเที่ยวน้อย ก็น่าจะกลายเป็นความทรงจำที่ดีได้เหมือนกัน
ถ้าเป็นไปได้ ลองพักอย่างน้อย 1 คืน แล้วดื่มด่ำกับฤดูซากุระที่มาเยือนเร็วกว่าที่อื่นกันให้เต็มที่

Oyamada Hiroaki

ผู้เขียน

ช่างภาพ・นักเขียน

Oyamada Hiroaki

ช่างภาพและนักเขียนที่รักธรรมชาติ และอยากถ่ายทอดความประทับใจจากการเดินทาง