มีผลบังคับใช้เดือนพฤศจิกายน 2026 อธิบายการปรับปรุงระบบปลอดภาษีของญี่ปุ่นแบบเข้าใจง่าย|สิ่งที่เปลี่ยนแปลง ระบบคืนภาษี วิธีใช้ และข้อควรระวัง

มีผลบังคับใช้เดือนพฤศจิกายน 2026 อธิบายการปรับปรุงระบบปลอดภาษีของญี่ปุ่นแบบเข้าใจง่าย|สิ่งที่เปลี่ยนแปลง ระบบคืนภาษี วิธีใช้ และข้อควรระวัง

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

การช้อปปิ้งปลอดภาษีถือเป็นหนึ่งในความสนุกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 ระบบปลอดภาษีของญี่ปุ่นจะได้รับการปรับปรุงและเปลี่ยนเป็นระบบคืนภาษี
แม้การแบ่งประเภทสินค้าในขั้นตอนการซื้อจะเรียบง่ายขึ้นเมื่อเทียบกับระบบปัจจุบัน แต่สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจขั้นตอนทั้งหมด รวมถึงการตรวจสอบและการคืนเงินเมื่อเดินทางออกจากญี่ปุ่น
บทความนี้จะอธิบายสิ่งที่เปลี่ยนแปลง ขั้นตอนการซื้อสินค้า และข้อควรระวังสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเข้าใจง่าย แม้เป็นผู้ใช้ครั้งแรก

สรุป: ระบบปลอดภาษีของญี่ปุ่นจะเปลี่ยนไปอย่างไรตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2026?

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 ระบบยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติของญี่ปุ่น หรือระบบร้านจำหน่ายสินค้าเพื่อการส่งออก จะได้รับการปรับปรุงและเปลี่ยนรูปแบบการขายสินค้าปลอดภาษีครั้งใหญ่
จะไม่มีช่วงที่ใช้ระบบปัจจุบันควบคู่กับระบบใหม่ สินค้าปลอดภาษีทั้งหมดที่จำหน่ายตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไปจะใช้ระบบใหม่

สรุปก่อนเลยว่า มีการเปลี่ยนแปลงหลัก 4 ข้อดังนี้

  • เปลี่ยนเป็นระบบคืนภาษี
  • ไม่ต้องใช้บรรจุภัณฑ์พิเศษหรือถุงซีลสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค
  • ยกเลิกการแบ่งประเภทระหว่างสินค้าทั่วไปกับสินค้าอุปโภคบริโภค
  • ยกเลิกวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคสูงสุด 500,000 เยน

ทุกข้อเป็นเรื่องสำคัญที่ควรจดจำ มาดูรายละเอียดทีละข้อกัน

เปลี่ยนเป็นระบบคืนภาษี

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของระบบใหม่คือการเปลี่ยนเป็นระบบคืนภาษีภายหลัง
ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวสามารถซื้อสินค้าจากร้านค้าปลอดภาษีในราคาที่หักภาษีมูลค่าเพิ่มออกแล้ว แต่ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป จะต้องชำระราคาเต็มรวมภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่มส่วนดังกล่าวจะคืนให้ตามวิธีที่กำหนด หลังจากได้รับการตรวจสอบเมื่อนำสินค้าที่ซื้อแบบปลอดภาษีออกนอกประเทศในวันที่เดินทางออกจากญี่ปุ่น
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาจมองได้ว่าจะไม่ได้รับส่วนลดทันทีขณะซื้อ แต่จะได้รับเงินคืนหลังผ่านขั้นตอนที่กำหนด
จึงควรวางแผนงบประมาณการเดินทางโดยคำนึงว่าเงินภาษีจะได้รับคืนภายหลัง เพื่อให้จัดแผนได้ง่ายขึ้น
ทั้งนี้ วิธีและช่วงเวลาในการคืนเงินจะแตกต่างกันตามร้านค้าปลอดภาษีหรือผู้ให้บริการที่ได้รับมอบหมาย จึงต้องตรวจสอบขณะซื้อสินค้า

ระบบจะเปลี่ยนเป็นระบบคืนภาษี โดยคืนเงินจำนวนเทียบเท่าภาษีมูลค่าเพิ่มในภายหลัง
ระบบจะเปลี่ยนเป็นระบบคืนภาษี โดยคืนเงินจำนวนเทียบเท่าภาษีมูลค่าเพิ่มในภายหลัง

ไม่ต้องใช้บรรจุภัณฑ์พิเศษหรือถุงซีลสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค

ภายใต้ระบบปัจจุบัน ร้านค้ามีหน้าที่บรรจุสินค้าอุปโภคบริโภคที่ซื้อแบบปลอดภาษี เช่น อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และยา ในบรรจุภัณฑ์พิเศษหรือถุงซีล
จุดประสงค์หลักคือเพื่อป้องกันการใช้หรือบริโภคระหว่างพำนักในญี่ปุ่น แต่สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว การต้องพกสินค้าที่ปิดผนึกไว้ก็เป็นภาระด้านความสะดวกเช่นกัน
หลังการปรับปรุง จะยกเลิกบรรจุภัณฑ์พิเศษที่หน้าร้าน และคาดว่าขั้นตอนการทำงานของร้านค้าจะง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้จะยกเลิกบรรจุภัณฑ์พิเศษ ก็ไม่ได้หมายความว่าสามารถใช้หรือบริโภคสินค้าเหล่านี้ในญี่ปุ่นได้อย่างอิสระ
เงื่อนไขในการรับเงินคืนคือ ต้องนำสินค้าที่ซื้อแบบปลอดภาษีออกนอกประเทศ

หากใช้เครื่องสำอางหรือรับประทานขนมระหว่างเดินทาง จะไม่ได้รับเงินคืน จึงควรระวัง
หากใช้เครื่องสำอางหรือรับประทานขนมระหว่างเดินทาง จะไม่ได้รับเงินคืน จึงควรระวัง

ยกเลิกการแบ่งประเภทสินค้าทั่วไปและสินค้าอุปโภคบริโภค

ระบบปัจจุบันแบ่งเสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า นาฬิกา และเครื่องประดับเป็นสินค้าทั่วไป ส่วนอาหาร เครื่องสำอาง ยา และของใช้ประจำวันเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค โดยกำหนดเงื่อนไขปลอดภาษีแยกกัน
หากใบเสร็จใบเดียวมีสินค้าทั้งสองประเภท ร้านค้าจะต้องจัดการยอดเงินและดำเนินขั้นตอนปลอดภาษีตามแต่ละประเภท ทำให้มีภาระด้านเอกสารเพิ่มขึ้น
ระบบใหม่จะยกเลิกการแบ่งประเภทดังกล่าว และพิจารณาสินค้าที่มีสิทธิ์ปลอดภาษีด้วยเกณฑ์เดียวกันตามยอดรวม
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ การจัดการด้านภาษีจะไม่แตกต่างตามสินค้าอีกต่อไป ทำให้คำอธิบายที่แคชเชียร์และการจัดการเอกสารง่ายขึ้น
ต่อไปจึงน่าจะเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งได้อย่างเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น

ระบบปลอดภาษีจะเข้าใจง่ายขึ้น ช่วยให้เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งมากกว่าเดิม
ระบบปลอดภาษีจะเข้าใจง่ายขึ้น ช่วยให้เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งมากกว่าเดิม

ยกเลิกวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคสูงสุด 500,000 เยน

ปัจจุบันสินค้าอุปโภคบริโภคมีวงเงินซื้อสูงสุดไม่เกิน 500,000 เยนก่อนภาษี ต่อผู้มีสิทธิ์ซื้อสินค้าปลอดภาษี 1 คน ต่อร้านค้า 1 แห่ง ต่อวัน
การซื้อเกินวงเงินจะไม่ได้รับสิทธิ์ปลอดภาษี ซึ่งมักเป็นข้อจำกัดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการซื้อเครื่องสำอางระดับไฮเอนด์หรือซื้อสินค้าจำนวนมาก
เมื่อเปลี่ยนเป็นระบบคืนภาษี ระบบใหม่จะยกเลิกวงเงิน 500,000 เยน ทำให้ช้อปปิ้งได้ยืดหยุ่นมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสิทธิ์ปลอดภาษีโดยไม่จำกัด
สินค้าที่มีสิทธิ์ปลอดภาษีซึ่งมีราคาต่อชิ้นก่อนภาษีอย่างน้อย 1,000,000 เยน จะอยู่ภายใต้กฎเพิ่มเติม เช่น ร้านค้าปลอดภาษีต้องบันทึกข้อมูลโดยละเอียด ซึ่งจะอธิบายในภายหลัง
ส่วนยอดขั้นต่ำยังคงเป็นอย่างน้อย 5,000 เยนก่อนภาษีเช่นเดิม แต่ตามที่กล่าวไป หากยอดรวมอย่างน้อย 5,000 เยนก็ถือว่าผ่านเงื่อนไขโดยไม่คำนึงถึงประเภทสินค้า

ระบบใหม่จะช่วยให้ซื้อเครื่องสำอางและยาจำนวนมากได้สะดวกขึ้น
ระบบใหม่จะช่วยให้ซื้อเครื่องสำอางและยาจำนวนมากได้สะดวกขึ้น

ตารางเปรียบเทียบระบบปัจจุบันกับระบบใหม่แบบเข้าใจได้ในทันที

ตารางต่อไปนี้สรุปและเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของระบบทั้งหมด รวมถึงเนื้อหาที่กล่าวมาข้างต้น

หัวข้อ ระบบปัจจุบัน ถึงเดือนตุลาคม 2026 ระบบใหม่ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2026
กลไกการปลอดภาษี ซื้อสินค้าที่ร้านในราคาที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ชำระราคารวมภาษีที่ร้าน และรับเงินคืนเทียบเท่าภาษีมูลค่าเพิ่มหลังจากยืนยันการนำสินค้าออกนอกประเทศเมื่อเดินทางออกจากญี่ปุ่น ตามระบบคืนภาษี
วิธีคืนเงิน ไม่มี เนื่องจากซื้อในราคาปลอดภาษี เงินสด บัตรเครดิต แอปพลิเคชัน การโอนเงินผ่านธนาคาร เป็นต้น
การแบ่งประเภทสินค้าที่มีสิทธิ์ปลอดภาษี แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ สินค้าทั่วไปและสินค้าอุปโภคบริโภค ยกเลิกการแบ่งประเภท
ยอดซื้อที่มีสิทธิ์ปลอดภาษี สินค้าทั่วไป: อย่างน้อย 5,000 เยนก่อนภาษี
สินค้าอุปโภคบริโภค: ตั้งแต่ 5,000–500,000 เยนก่อนภาษี
อย่างน้อย 5,000 เยนก่อนภาษี โดยพิจารณาจากราคาก่อนภาษีโดยไม่แบ่งสินค้าทั่วไปและสินค้าอุปโภคบริโภค
การบรรจุสินค้าอุปโภคบริโภค ต้องใช้บรรจุภัณฑ์พิเศษหรือซีล ไม่ต้องใช้บรรจุภัณฑ์พิเศษ
การตรวจสอบการนำสินค้าออกนอกประเทศเมื่อเดินทางออก ผู้ซื้อต้องนำสินค้าออกนอกประเทศจึงจะเป็นไปตามเงื่อนไขปลอดภาษี ต้องได้รับการตรวจสอบจากศุลกากรเมื่อเดินทางออก จึงจะถือว่าการขายปลอดภาษีสมบูรณ์
กำหนดเวลาเดินทางออก ไม่มีข้อจำกัดจำนวนวันที่ชัดเจน ต้องได้รับการตรวจสอบจากศุลกากรภายใน 90 วัน โดยนับจากวันถัดจากวันที่ซื้อ
วิธีตรวจสอบของศุลกากร ศุลกากรตรวจสอบการนำสินค้าออก ตรวจสอบทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครื่องเฉพาะ เป็นต้น และเจ้าหน้าที่ศุลกากรอาจตรวจสินค้าเมื่อจำเป็น
หน้าที่ในการเก็บรักษาข้อมูล เก็บรักษาบันทึกการซื้อ เก็บรักษาข้อมูลบันทึกการซื้อและข้อมูลการตรวจสอบของศุลกากร
การจัดส่งสินค้าปลอดภาษี การส่งแยกโดยผู้ซื้อถูกยกเลิกตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2025 ร้านค้าสามารถจัดส่งตรงไปต่างประเทศได้ในฐานะการส่งออกที่ได้รับยกเว้นภาษี

ดังที่เห็น ระบบใหม่ทำให้ขั้นตอนขณะซื้อง่ายขึ้น แต่การตรวจสอบเมื่อเดินทางออกมีความสำคัญมากขึ้น
แม้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีขั้นตอนเพิ่มขึ้น แต่ก็มีส่วนที่สะดวกกว่าเดิม เช่น การยกเลิกวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและการทำบรรจุภัณฑ์ให้ง่ายขึ้น
ผู้ที่คุ้นเคยกับขั้นตอนปลอดภาษีเดิมอาจสับสนกับวิธีซื้อที่เปลี่ยนไป จึงควรตรวจสอบก่อนเดินทางมาญี่ปุ่น

การส่งแยกกับการจัดส่งตรงต่างกันอย่างไร?

ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวสามารถจัดส่งสินค้าปลอดภาษีที่ซื้อไปต่างประเทศด้วยตนเองได้ภายใต้เงื่อนไขบางประการ แต่ระบบดังกล่าวถูกยกเลิกตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2025
ในทางกลับกัน แม้ระบบจะปรับปรุงในเดือนพฤศจิกายน 2026 ร้านค้าก็ยังสามารถจัดส่งสินค้าตรงไปต่างประเทศได้
แม้ทั้งสองวิธีจะคล้ายกัน แต่เป็นคนละระบบ จึงควรระวัง

การส่งแยก ไม่สามารถทำได้: นักท่องเที่ยวไม่พกสินค้าที่ซื้อออกนอกประเทศด้วยตนเอง แต่ส่งไปต่างประเทศผ่านไปรษณีย์ระหว่างประเทศ เป็นต้น

การจัดส่งตรง สามารถทำได้: นักท่องเที่ยวทำสัญญาขนส่งที่ร้านค้าปลอดภาษี ส่งมอบสินค้าให้ผู้ประกอบการขนส่ง ณ จุดนั้น และให้ร้านค้าจัดส่งตรงไปต่างประเทศ

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2026 การจัดส่งตรงจะไม่ถือเป็นการขายปลอดภาษีตามระบบคืนภาษี แต่จะจัดเป็นการส่งออกที่ได้รับยกเว้นภาษีตามมาตรา 7 แห่งกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม
ดังนั้นจึงไม่ต้องรับการตรวจสอบการนำสินค้าออกจากศุลกากรเมื่อเดินทางออก และไม่ต้องดำเนินขั้นตอนการขายปลอดภาษีในฐานะร้านจำหน่ายสินค้าเพื่อการส่งออก

ควรตรวจสอบให้ดีเมื่อต้องการจัดส่งสินค้าไปยังประเทศของตน
ควรตรวจสอบให้ดีเมื่อต้องการจัดส่งสินค้าไปยังประเทศของตน

ระบบปลอดภาษีของญี่ปุ่นที่ผ่านมา

ระบบใหม่ไม่ได้กำหนดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่ได้รับการพัฒนาเป็นรูปธรรมผ่านการพิจารณาและหารือหลายครั้งจากผู้เกี่ยวข้อง
ต่อไปจะสรุปกลไกและปัญหาของระบบปัจจุบัน รวมถึงที่มาและลำดับการเปลี่ยนแปลงระบบ
ลองอ่านเพื่อทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

กลไกและปัญหาของระบบปัจจุบัน

ระบบปัจจุบันใช้รูปแบบยกเว้นภาษี ณ เวลาซื้อ โดยแสดงหนังสือเดินทางขณะชำระเงินและซื้อสินค้าได้ทันทีในราคาที่หักภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
แม้เข้าใจง่ายสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่เนื่องจากการยกเว้นภาษีมีผลตั้งแต่เวลาซื้อ จึงเกิดปัญหาด้านการดำเนินงานหลายประการ
หนึ่งในนั้นคือกรณีที่สงสัยว่าสินค้าจำนวนมากหรือมูลค่าสูงที่ซื้อแบบปลอดภาษีไม่ได้ถูกนำออกนอกประเทศ แต่กลับถูกขายหรือส่งต่อภายในญี่ปุ่น
อีกปัญหาคือ เมื่อพยายามเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้รับยกเว้นจากนักท่องเที่ยวซึ่งไม่มีสินค้าอยู่กับตัวขณะเดินทางออก หลายกรณีกลายเป็นหนี้ค้างชำระ
การใช้สิทธิ์โดยมิชอบเช่นนี้เป็นปัจจัยที่บั่นทอนความเป็นธรรมของระบบปลอดภาษี

นายหน้าภายในประเทศและผู้ซื้อไปขายต่อเป็นปัญหาสำคัญของระบบ
นายหน้าภายในประเทศและผู้ซื้อไปขายต่อเป็นปัญหาสำคัญของระบบ

ที่มาและลำดับการปรับปรุงระบบ

จากสถานการณ์การใช้สิทธิ์โดยมิชอบเหล่านี้ รัฐบาลจึงประกาศแนวทางทบทวนระบบในแผนปฏิรูปภาษีประจำปีงบประมาณ 2024
รายละเอียดของระบบได้รับการสรุปในแผนปฏิรูปภาษีประจำปีงบประมาณ 2025 โดยคำนึงถึงความสะดวกของนักท่องเที่ยวต่างชาติและการลดภาระงานเอกสารของร้านค้าปลอดภาษีด้วย
เป้าหมายสำคัญของการปรับปรุงคือ ป้องกันการใช้สิทธิ์โดยมิชอบและทำให้ระบบดำเนินไปอย่างเหมาะสม ด้วยการยืนยันอย่างแน่นอนว่าสินค้าที่ซื้อแบบปลอดภาษีถูกนำออกนอกประเทศ โดยมีการตรวจสอบของศุลกากรเมื่อเดินทางออกเป็นเงื่อนไข
ขณะเดียวกัน ยังเดินหน้าปรับขั้นตอนปลอดภาษีให้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์
นักท่องเที่ยวอาจรู้สึกว่ามีขั้นตอนยุ่งยากขึ้น แต่เบื้องหลังคือเป้าหมายในการทำให้ระบบโดยรวมมีความโปร่งใสและคงไว้ซึ่งระบบปลอดภาษีในระยะยาว
ลำดับตั้งแต่การสรุประบบจนถึงการบังคับใช้มีดังนี้

ช่วงเวลา เหตุการณ์ ประเด็นสำคัญ
1 เมษายน 2023 เพิ่มความเข้มงวดของเงื่อนไขปลอดภาษีสำหรับชาวญี่ปุ่นที่เดินทางกลับประเทศชั่วคราว กำหนดให้ตรวจสอบด้วยหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ สำเนาทะเบียนประวัติครอบครัว เป็นต้น
การปฏิรูปภาษีประจำปีงบประมาณ 2024 กำหนดแนวทางปรับปรุงระบบปลอดภาษีครั้งใหญ่ จากปัญหาการนำสินค้าปลอดภาษีไปขายต่อในญี่ปุ่นและการใช้สิทธิ์โดยมิชอบ จึงกำหนดแนวทางจัดทำรายละเอียดระบบใหม่ที่เน้นการตรวจสอบของศุลกากรเมื่อเดินทางออก ในการปฏิรูปภาษีประจำปีงบประมาณ 2025
การปฏิรูปภาษีประจำปีงบประมาณ 2025 สรุปรายละเอียดระบบคืนภาษี เปลี่ยนเป็นระบบที่การขายปลอดภาษีจะมีผลเมื่อได้รับการยืนยันการนำสินค้าออกนอกประเทศ
1 เมษายน 2025 ยกเลิกสิทธิ์ปลอดภาษีสำหรับการส่งแยก ยกเลิกการส่งแยก ซึ่งผู้ซื้อสินค้าปลอดภาษีจัดส่งสินค้าไปต่างประเทศด้วยตนเองทางไปรษณีย์ เป็นต้น หลังการซื้อ
8 กรกฎาคม 2026 ประกาศรายละเอียดระบบคืนภาษี กรมสรรพากรแห่งชาติญี่ปุ่นเผยแพร่คำถามและคำตอบเกี่ยวกับรายละเอียดของระบบคืนภาษี
1 พฤศจิกายน 2026 ระบบคืนภาษีมีผลบังคับใช้ เปลี่ยนเป็นระบบใหม่ทั้งหมด
หลังการพิจารณาและพัฒนาร่างแก้ไขอย่างต่อเนื่อง จึงกำหนดให้เปลี่ยนระบบตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2026
หลังการพิจารณาและพัฒนาร่างแก้ไขอย่างต่อเนื่อง จึงกำหนดให้เปลี่ยนระบบตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2026

ผู้มีสิทธิ์ สินค้า และร้านค้าที่ใช้สิทธิ์ปลอดภาษีได้ภายใต้ระบบใหม่

แม้เปลี่ยนเป็นระบบคืนภาษีแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนหรือสินค้าทุกชนิดจะได้รับสิทธิ์ปลอดภาษี
นอกจากเงื่อนไขของนักท่องเที่ยวและสินค้าแล้ว ยังมีกฎเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบันทึกข้อมูลสินค้ามูลค่าสูง รวมถึงกรณีที่ไม่ได้รับสิทธิ์ปลอดภาษี
ต่อไปจะอธิบายเงื่อนไขหลักและข้อควรระวังที่ควรรู้

ผู้มีสิทธิ์ได้รับการยกเว้นภาษี

เฉพาะผู้ที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขต่อไปนี้เท่านั้นจึงจะได้รับสิทธิ์ปลอดภาษี
แม้เงื่อนไขพื้นฐานแทบไม่ต่างจากระบบปัจจุบัน แต่ระบบใหม่จะปรับปรุงวิธียืนยันผู้มีสิทธิ์และการจัดการข้อมูลบันทึกการซื้อบางส่วน

ผู้มีสิทธิ์ เงื่อนไขหลัก
ผู้ถือสัญชาติอื่น ผู้ที่พำนักด้วยสถานะการพำนักระยะสั้น การทูต หรือราชการ ผู้ที่พำนักโดยได้รับอนุญาตให้ขึ้นฝั่งตามเงื่อนไขที่กำหนด สมาชิกกองกำลังสหรัฐฯ เป็นต้น
ผู้ถือสัญชาติญี่ปุ่น ผู้ที่มีที่อยู่หรือถิ่นพำนักนอกประเทศอย่างน้อย 2 ปี โดยต้องยื่นและรับการตรวจสอบเอกสารที่พิสูจน์ว่าอาศัยอยู่ตามระยะเวลาที่กำหนด

ไม่ใช่ชาวต่างชาติทุกคนจะมีสิทธิ์ปลอดภาษี แต่จำกัดเฉพาะผู้ไม่มีถิ่นพำนักที่มีคุณสมบัติตามสถานะการพำนักและเงื่อนไขอื่นๆ
ตัวอย่างเช่น ผู้ที่พำนักด้วยสถานะเพื่อทำงานในญี่ปุ่น โดยหลักแล้วจะไม่มีสิทธิ์ซื้อสินค้าปลอดภาษี

ผู้มีสิทธิ์ปลอดภาษีแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระบบปัจจุบัน
ผู้มีสิทธิ์ปลอดภาษีแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระบบปัจจุบัน

สินค้าที่ได้รับสิทธิ์ปลอดภาษี

เงื่อนไขในระบบปัจจุบันที่จำกัดเฉพาะสินค้าสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันจะถูกยกเลิก
ระบบใหม่ให้สิทธิ์ปลอดภาษีแก่สินค้าโดยไม่จำกัดวัตถุประสงค์การใช้งาน ยกเว้นสินค้าที่มีความเสี่ยงสูงต่อการใช้สิทธิ์โดยมิชอบ เช่น ทองคำแท่ง แพลทินัมแท่ง เหรียญทองและเหรียญแพลทินัม รวมถึงสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่แล้ว
สินค้าที่มีสิทธิ์ครอบคลุมหลายประเภท เช่น อาหาร ยา เครื่องใช้ไฟฟ้า กระเป๋า และนาฬิกา
อย่างไรก็ตาม หากซื้อจำนวนมากจนยากที่จะนำออกนอกประเทศด้วยตนเองเมื่อเดินทางออก ก็จะไม่สามารถรับการตรวจสอบจากศุลกากรได้ จึงควรระวัง
นอกจากนี้ ร้านค้าที่ได้รับอนุญาตเป็นร้านจำหน่ายสินค้าเพื่อการส่งออกหรือร้านค้าปลอดภาษี ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า ร้านขายยา หรือร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ก็สามารถจำหน่ายสินค้าปลอดภาษีได้

สินค้าหลายประเภทมีสิทธิ์ปลอดภาษี
สินค้าหลายประเภทมีสิทธิ์ปลอดภาษี

กฎเพิ่มเติมเมื่อซื้อสินค้ามูลค่าสูงตั้งแต่ 1,000,000 เยนก่อนภาษี

สำหรับสินค้าปลอดภาษีมูลค่าสูงที่มีราคาต่อชิ้นก่อนภาษีอย่างน้อย 1,000,000 เยน ร้านค้ามีหน้าที่บันทึกข้อมูลโดยละเอียดที่สามารถระบุสินค้าได้ไว้ในบันทึกการซื้อ
ข้อมูลที่ต้องบันทึก ได้แก่ ชื่อสินค้า แบรนด์ หมายเลขรุ่น ลักษณะของสีหรือรูปทรง ตลอดจนการมีหรือไม่มีใบรับรองการประเมินหรือใบรับประกัน โดยเลือกบันทึกร่วมกันตามคุณสมบัติของสินค้า หากสินค้ามีหมายเลขซีเรียล ต้องบันทึกหมายเลขดังกล่าวด้วย
มาตรการนี้มีไว้เพื่อให้ศุลกากรตรวจสอบสินค้าปลอดภาษีมูลค่าสูงได้อย่างแน่นอนเมื่อเดินทางออก และป้องกันการทุจริต เช่น การนำสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าที่ซื้อจริงออกนอกประเทศ
นักท่องเที่ยวไม่ต้องยื่นคำขอพิเศษ แต่หากวางแผนซื้อสินค้ามูลค่าสูง ควรเผื่อใจว่าการตรวจสอบที่แคชเชียร์อาจใช้เวลานานกว่าปกติ
ทั้งนี้ 1,000,000 เยนไม่ได้พิจารณาจากยอดรวมในการซื้อครั้งเดียว แต่ดูว่าสินค้าที่มีสิทธิ์ปลอดภาษี 1 ชิ้นมีราคาก่อนภาษีอย่างน้อย 1,000,000 เยนหรือไม่
ตัวอย่างเช่น หากซื้อสินค้าราคา 800,000 เยนและ 300,000 เยนก่อนภาษี รวมเป็น 1,100,000 เยน แม้ยอดรวมเกิน 1,000,000 เยนก็ไม่อยู่ภายใต้การลงทะเบียนเพิ่มเติม

ควรจำไว้ว่ามีกฎเพิ่มเติมเมื่อซื้อสินค้าหรูมูลค่าตั้งแต่ 1,000,000 เยน
ควรจำไว้ว่ามีกฎเพิ่มเติมเมื่อซื้อสินค้าหรูมูลค่าตั้งแต่ 1,000,000 เยน

กรณีที่ไม่ได้รับสิทธิ์ปลอดภาษี

กรณีหลักที่ไม่ได้รับสิทธิ์ปลอดภาษีภายใต้ระบบใหม่มีดังนี้
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา ควรดูแลสินค้าที่ซื้อแบบปลอดภาษีโดยคำนึงว่าต้องนำออกนอกประเทศด้วยตนเอง

ไม่ผ่านคุณสมบัติของผู้ไม่มีถิ่นพำนัก เช่น ทำงานอยู่ในญี่ปุ่น หรืออยู่ในญี่ปุ่นมานานอย่างน้อย 6 เดือนหลังเดินทางเข้า
ไม่มีสินค้าอยู่กับตัวเมื่อเดินทางออก ผู้มีสิทธิ์ซื้อสินค้าปลอดภาษีไม่มีสินค้าที่มีสิทธิ์อยู่กับตัวขณะเดินทางออก รวมถึงสินค้าสูญหายหรือถูกโอนให้ผู้อื่น หรือไม่สามารถรับการตรวจสอบจากศุลกากรได้
เกินกำหนดเวลาเดินทางออก 90 วัน ไม่ได้รับการตรวจสอบการนำสินค้าออกจากประเทศเมื่อเดินทางออกภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อสินค้าที่มีสิทธิ์ปลอดภาษี
ซื้อสินค้าที่ระบบไม่ครอบคลุม ทองคำแท่ง แพลทินัมแท่ง เหรียญทอง เหรียญแพลทินัม สินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นต้น
ใช้หรือบริโภคสินค้าในประเทศ ใช้หรือบริโภคสินค้าอุปโภคบริโภคภายในญี่ปุ่น
ประเด็นสำคัญคือผู้ซื้อต้องนำสินค้าที่มีสิทธิ์ปลอดภาษีออกนอกประเทศเมื่อเดินทางออก
ประเด็นสำคัญคือผู้ซื้อต้องนำสินค้าที่มีสิทธิ์ปลอดภาษีออกนอกประเทศเมื่อเดินทางออก

ขั้นตอนการซื้อสินค้าด้วยระบบคืนภาษี

การช้อปปิ้งปลอดภาษีภายใต้ระบบใหม่แบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนหลัก
หากเข้าใจลำดับไว้ล่วงหน้า ก็จะดำเนินการได้อย่างไม่รีบร้อนระหว่างท่องเที่ยวญี่ปุ่น
มาดูรายละเอียดทีละขั้นตอนกัน

ขั้นตอนที่ 1: ซื้อสินค้าในราคารวมภาษีที่ร้าน

เมื่อซื้อสินค้าจากร้านค้าปลอดภาษี จะต้องชำระเงินในราคารวมภาษี
แสดงหนังสือเดินทางแก่พนักงานที่แคชเชียร์เพื่อรับการยืนยันว่าเป็นผู้มีสิทธิ์ซื้อสินค้าปลอดภาษี สำหรับชาวญี่ปุ่นที่เดินทางกลับประเทศชั่วคราว ต้องใช้บัตรมายนัมเบอร์ หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ เป็นต้นด้วย
ตามที่กล่าวข้างต้น เงื่อนไขคือยอดรวมก่อนภาษีอย่างน้อย 5,000 เยน ไม่ใช่ยอดรวมภาษี 5,000 เยน
โดยเฉพาะสินค้าที่มีราคารวมภาษีใกล้เคียง 5,000 เยน ควรตรวจสอบก่อนถึงแคชเชียร์ว่าราคาก่อนภาษีผ่านเงื่อนไขหรือไม่
คาดว่าจะสามารถเลือกวิธีชำระเงินจากช่องทางที่ร้านจัดเตรียมไว้ เช่น เงินสดหรือบัตรเครดิต
ทั้งนี้ ในขั้นตอนนี้การยกเว้นภาษียังไม่ถือว่าสมบูรณ์

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน บัตรมายนัมเบอร์จะถูกเพิ่มเป็นเอกสารยืนยันสำหรับชาวญี่ปุ่นที่เดินทางกลับประเทศชั่วคราว
ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน บัตรมายนัมเบอร์จะถูกเพิ่มเป็นเอกสารยืนยันสำหรับชาวญี่ปุ่นที่เดินทางกลับประเทศชั่วคราว

ขั้นตอนที่ 2: ร้านค้าปลอดภาษีส่งข้อมูลบันทึกการซื้อ

ร้านค้าปลอดภาษีจะส่งข้อมูลบันทึกการซื้อไปยังระบบจัดการการขายปลอดภาษีของกรมสรรพากรแห่งชาติญี่ปุ่นในขณะชำระเงิน
ข้อมูลดังกล่าวประกอบด้วยข้อมูลหนังสือเดินทาง ผู้ซื้อ และสินค้าที่ซื้อ ซึ่งจะใช้ในการตรวจสอบของศุลกากรเมื่อเดินทางออก
สิ่งสำคัญคือ วิธีคืนเงิน วิธีลงทะเบียนปลายทางรับเงิน และช่วงเวลาดำเนินการไม่ได้กำหนดเป็นแบบเดียวกันทั่วประเทศ แต่แตกต่างตามร้านค้าปลอดภาษีหรือผู้ให้บริการคืนเงิน
หากร้านค้าให้คำแนะนำเกี่ยวกับการคืนเงิน เช่น ให้เข้าถึงเว็บไซต์เฉพาะผ่านคิวอาร์โค้ด ให้ปฏิบัติตามวิธีดังกล่าว

ในขั้นตอนนี้ ไม่มีขั้นตอนส่วนกลางที่นักท่องเที่ยวต้องดำเนินการด้วยตนเอง

แต่ละร้านมีวิธีคืนเงินต่างกัน จึงควรระวังเมื่อซื้อสินค้าหลายแห่ง
แต่ละร้านมีวิธีคืนเงินต่างกัน จึงควรระวังเมื่อซื้อสินค้าหลายแห่ง

ขั้นตอนที่ 3: รับการตรวจสอบการนำสินค้าออกที่สนามบินหรือท่าเรือเมื่อเดินทางออก

เมื่อเดินทางออกจากญี่ปุ่น ให้อ่านหนังสือเดินทางผ่านเครื่องสำหรับขั้นตอนปลอดภาษีที่ติดตั้งในสนามบินหรือท่าเรือ เช่น เครื่องคีออสก์หรือเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรับการตรวจสอบจากศุลกากร
โดยทั่วไปเป็นรูปแบบบริการตนเอง แต่เจ้าหน้าที่ศุลกากรอาจขอให้แสดงสินค้าเมื่อจำเป็น จึงควรจัดสินค้าปลอดภาษีให้อยู่ในสภาพที่หยิบออกมาได้ทันที
เครื่องบางประเภทแสดงผลได้หลายภาษา หากไม่ทราบวิธีใช้งานให้สอบถามเจ้าหน้าที่สนามบิน
เมื่อศุลกากรยืนยันการนำสินค้าที่มีสิทธิ์ปลอดภาษีออกนอกประเทศ การขายปลอดภาษีจึงจะสมบูรณ์และสามารถรับเงินคืนเทียบเท่าภาษีมูลค่าเพิ่มได้

รับการตรวจสอบการนำสินค้าปลอดภาษีออกผ่านเครื่องคีออสก์ ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น
รับการตรวจสอบการนำสินค้าปลอดภาษีออกผ่านเครื่องคีออสก์ ภาพใช้เพื่อประกอบเท่านั้น

ดำเนินการออนไลน์ผ่าน Visit Japan Web ได้เช่นกัน

Visit Japan Web หรือ VJW เป็นบริการดิจิทัลสำหรับดำเนินขั้นตอนการเข้าประเทศและเดินทางกลับทางออนไลน์
ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 จะสามารถใช้ดำเนินขั้นตอนปลอดภาษีในสนามบินบางแห่ง โดยดำเนินการผ่านสมาร์ตโฟนแทนเครื่องเฉพาะได้
ใช้ได้ที่สนามบิน 7 แห่ง ได้แก่ นาริตะ ฮาเนดะ คันไซ ชูบุ ชินชิโตเสะ ฟุกุโอกะ และนาฮะ ภายในบริเวณโถงผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศที่เชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายเฉพาะสำหรับดำเนินขั้นตอนได้
หากลงทะเบียน VJW ก่อนหรือหลังเข้าประเทศ จะช่วยให้ขั้นตอนที่ร้านค้าปลอดภาษีราบรื่นขึ้น
อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบของศุลกากรที่สนามบินยังคงเป็นข้อบังคับ และหากระบบพิจารณาว่าต้องตรวจสินค้า เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะดำเนินการตรวจสอบด้วย

ขั้นตอนที่ 4: รับเงินคืนเทียบเท่าภาษีมูลค่าเพิ่ม

เมื่อศุลกากรยืนยันการนำสินค้าออกแล้ว จะได้รับเงินคืนเทียบเท่าภาษีมูลค่าเพิ่มจากร้านค้าปลอดภาษีหรือผู้ให้บริการคืนเงินที่ได้รับมอบหมาย
ช่วงเวลาคืนเงินแตกต่างกันตามวิธีที่ใช้ บางกรณีรับเป็นเงินสดที่สนามบินขาออก หรืออาจได้รับคืนเข้าบัญชีธนาคารหรือบัตรเครดิตในภายหลัง
โปรดสอบถามรายละเอียดจากร้านค้าที่ซื้อหรือผู้ให้บริการคืนเงิน
ตัวอย่างเช่น หากซื้อสินค้าจากร้าน A ร้าน B และร้าน C ช่วงเวลาที่ได้รับเงินคืนอาจไม่ตรงกันเพราะใช้วิธีคืนเงินต่างกัน

ช่วงเวลาคืนเงินแตกต่างกันตามวิธีคืนเงิน ร้านค้าปลอดภาษี และผู้ให้บริการคืนเงิน
ช่วงเวลาคืนเงินแตกต่างกันตามวิธีคืนเงิน ร้านค้าปลอดภาษี และผู้ให้บริการคืนเงิน

ข้อดีและข้อเสียที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวจากระบบคืนภาษี

ระบบคืนภาษีทำให้ประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปทั้งด้านบวกและลบ
อธิบายง่ายๆ คือ ขั้นตอนตอนซื้อสินค้าจะเรียบง่ายขึ้น แต่ต้องระมัดระวังจนถึงตอนเดินทางออก
การช้อปปิ้งในช่วงต้นของทริปและดำเนินขั้นตอนต่างๆ ระหว่างเตรียมเดินทางออกในช่วงท้าย น่าจะเป็นวิธีรับมือกับระบบใหม่ได้อย่างเหมาะสม
ตารางต่อไปนี้สรุปข้อดีและข้อเสียจากมุมมองของนักท่องเที่ยว

มุมมอง ข้อดี ข้อเสียและข้อควรระวัง
ประสบการณ์ขณะชำระเงิน ไม่มีการแบ่งสินค้าทั่วไปกับสินค้าอุปโภคบริโภค จึงซื้อได้โดยไม่ต้องกังวลว่าสินค้าแต่ละชนิดจะได้รับการจัดการอย่างไร ไม่ได้ซื้อในราคาถูกลงทันที และต้องชำระราคาปกติในตอนซื้อ
การจัดการสินค้า ไม่ต้องใช้บรรจุภัณฑ์พิเศษสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค ทำให้พกพาง่ายขึ้น ส่วนที่ใช้หรือบริโภคในญี่ปุ่นจะไม่ได้รับสิทธิ์ปลอดภาษี
ความยืดหยุ่นของยอดซื้อ ยกเลิกวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคสูงสุด ทำให้ซื้อจำนวนมากได้ง่ายขึ้น สินค้ามูลค่าสูงต้องบันทึกรายละเอียดข้อมูลสินค้า
ขั้นตอนการคืนเงิน ไม่ต้องดำเนินการยกเว้นภาษีให้เสร็จในตอนซื้อ แต่จะรับเงินคืนหลังการตรวจสอบของศุลกากรเมื่อเดินทางออก ต้องรับการตรวจสอบจากศุลกากรเมื่อเดินทางออก และอาจต้องลงทะเบียนปลายทางรับเงินตามวิธีคืนเงิน
ทำความเข้าใจทั้งข้อดีและข้อเสีย แล้วเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง
ทำความเข้าใจทั้งข้อดีและข้อเสีย แล้วเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง

ข้อควรระวังเกี่ยวกับการช้อปปิ้งปลอดภาษีที่นักท่องเที่ยวควรรู้

ต่อไปนี้คือข้อควรระวังสำคัญ 6 ข้อสำหรับการช้อปปิ้งปลอดภาษี
ภายใต้ระบบใหม่ นักท่องเที่ยวต้องตรวจสอบประเด็นต่างๆ ด้วยตนเองทั้งตอนซื้อและตอนเดินทางออก
เนื้อหานี้สำคัญต่อการดำเนินขั้นตอนอย่างราบรื่นและรับเงินภาษีคืน จึงควรอ่านล่วงหน้า

ต้องแสดงหนังสือเดินทางและเอกสารอื่นๆ

ร้านค้าปลอดภาษีจะจัดทำข้อมูลบันทึกการซื้อจากข้อมูลหนังสือเดินทางและเอกสารอื่นๆ จึงต้องแสดงหนังสือเดินทางเมื่อซื้อสินค้า
ผู้มีสิทธิ์บางประเภท เช่น ชาวญี่ปุ่นที่เดินทางกลับประเทศชั่วคราว อาจต้องใช้เอกสารรับรองเพิ่มเติมด้วย
นอกจากนี้ ยังสามารถแสดงข้อมูลหนังสือเดินทางที่หน้าร้านผ่านคิวอาร์โค้ดของ Visit Japan Web ได้
หากวางแผนใช้สิทธิ์ปลอดภาษี ควรเตรียมหนังสือเดินทางและเอกสารยืนยันที่จำเป็นให้พร้อมแสดงทันที

ควรพกหนังสือเดินทางไว้ขณะช้อปปิ้งปลอดภาษี
ควรพกหนังสือเดินทางไว้ขณะช้อปปิ้งปลอดภาษี

ไม่สามารถซื้อแทนผู้อื่นได้

ระบบปลอดภาษีกำหนดให้ผู้ซื้อนำสินค้าออกนอกประเทศด้วยตนเอง
ไม่สามารถให้คนหนึ่งซื้อสินค้าของเพื่อนหรือครอบครัวรวมกัน แล้วนับยอดของหลายคนเป็นการซื้อปลอดภาษีของคนเดียวได้
โดยเฉพาะเมื่อมีบุคคลอื่นฝากซื้อหรือซื้อเพื่อขายต่อ จะไม่ได้รับสิทธิ์ปลอดภาษี
หากบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ซื้อนำสินค้าออก ก็ไม่ผ่านเงื่อนไขปลอดภาษีเช่นกัน
เมื่อช้อปปิ้งเป็นกลุ่ม ให้แยกขั้นตอนปลอดภาษีทีละคนและระบุให้ชัดเจนว่าสินค้าเป็นของใคร

เมื่อเดินทางเป็นกลุ่มและช้อปปิ้งปลอดภาษี ควรแยกชำระเงินทีละคน
เมื่อเดินทางเป็นกลุ่มและช้อปปิ้งปลอดภาษี ควรแยกชำระเงินทีละคน

ดำเนินพิธีการศุลกากรก่อนโหลดสัมภาระ

ที่สนามบินขาออก ต้องดำเนินขั้นตอนยืนยันการนำสินค้าออกผ่านเครื่องคีออสก์หรือเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนฝากสัมภาระกับสายการบินที่เคาน์เตอร์เช็กอิน
หลังการตรวจสอบ หากพิจารณาว่าไม่ต้องตรวจสินค้า ขั้นตอนจะเสร็จสิ้น แต่หากต้องตรวจ เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะตรวจสอบสินค้า
กล่าวคือ หากโหลดสินค้าปลอดภาษีไปก่อน จะไม่สามารถดำเนินขั้นตอนได้และไม่ได้รับเงินภาษีคืน
ควรรวบรวมสินค้าปลอดภาษีไว้ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่องเท่าที่ทำได้ และไปยังพื้นที่ดำเนินขั้นตอนปลอดภาษีก่อน

ต้องดำเนินพิธีการศุลกากรก่อนโหลดกระเป๋าเดินทางเสมอ
ต้องดำเนินพิธีการศุลกากรก่อนโหลดกระเป๋าเดินทางเสมอ

ไปถึงสนามบินก่อนเวลาในวันเดินทางออก

ตามที่อธิบายมา ภายใต้ระบบใหม่ นักท่องเที่ยวที่มีสิทธิ์ปลอดภาษีต้องรับการตรวจสอบการนำสินค้าออกจากศุลกากรเมื่อเดินทางออก
เพื่อดำเนินพิธีการศุลกากรได้อย่างไม่เร่งรีบ ควรไปถึงสนามบินก่อนเวลามากกว่าปกติในวันเดินทางออก
โดยเฉพาะช่วงฤดูท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก สนามบินอาจแออัด จึงควรคำนึงถึงเรื่องนี้ขณะวางแผน

การไปถึงสนามบินก่อนเวลาจะช่วยให้อุ่นใจมากขึ้น
การไปถึงสนามบินก่อนเวลาจะช่วยให้อุ่นใจมากขึ้น

หากเกินกำหนดเดินทางออก 90 วัน จะไม่ได้รับเงินคืน

ภายใต้ระบบคืนภาษี ต้องรับการตรวจสอบจากศุลกากรว่านำสินค้าออกนอกประเทศเมื่อเดินทางออกภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อสินค้าที่มีสิทธิ์ปลอดภาษี
หากเดินทางออกหลังพ้น 90 วัน จะไม่ได้รับสิทธิ์ปลอดภาษีและไม่ได้รับเงินคืนเทียบเท่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
คำว่าภายใน 90 วันในที่นี้ หมายถึงนับวันถัดจากวันที่ซื้อเป็นวันที่ 1 จนถึงวันที่ 90
ตัวอย่างเช่น หากซื้อวันที่ 1 พฤศจิกายน กำหนดเวลาคือวันที่ 30 มกราคม
สินค้าแต่ละรายการจะมีกรอบเวลา 90 วันแตกต่างกันตามวันที่ซื้อ ผู้ที่พำนักระยะยาวจึงควรระวังเป็นพิเศษ

หากพำนักเป็นเวลานาน ควรซื้อสินค้าเมื่อใกล้ถึงวันเดินทางออก
หากพำนักเป็นเวลานาน ควรซื้อสินค้าเมื่อใกล้ถึงวันเดินทางออก

ใช้ประโยชน์จากเอกสารทางการหลายภาษา

เนื่องจากระบบปลอดภาษีจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2026 หากมีข้อสงสัยควรตรวจสอบเอกสารทางการ
ตัวอย่างเช่น สำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่นเผยแพร่เอกสารสรุปภาพรวมของระบบคืนภาษี ขั้นตอน และข้อควรระวัง
เว็บไซต์ทางการที่เป็นประโยชน์มีดังนี้

เอกสารและหน่วยงานผู้เผยแพร่ ภาพรวม
สำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่น: หน้าพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว อธิบายภาพรวมระบบคืนภาษี ขั้นตอนที่ร้านค้าปลอดภาษี การคืนเงิน การตรวจสอบของศุลกากรเมื่อเดินทางออก และคำถามที่พบบ่อยสำหรับนักท่องเที่ยว
สำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่น: แผ่นพับและวิดีโอหลายภาษา เผยแพร่ข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ จีนตัวย่อ จีนตัวเต็ม และเกาหลี เพื่อให้ตรวจสอบสิ่งที่เปลี่ยนแปลงและลำดับขั้นตอนได้
กรมสรรพากรแห่งชาติญี่ปุ่น: การปรับระบบร้านจำหน่ายสินค้าเพื่อการส่งออกเป็นระบบคืนภาษี หน้ารวมข้อมูลของกรมสรรพากรแห่งชาติญี่ปุ่นเกี่ยวกับระบบคืนภาษี ซึ่งมีคำถามและคำตอบ เอกสารอธิบาย และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับระบบปลอดภาษี ให้ตรวจสอบข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยวบนเว็บไซต์ทางการของสำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่น
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับระบบปลอดภาษี ให้ตรวจสอบข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยวบนเว็บไซต์ทางการของสำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่น

ความแตกต่างและวิธีเลือกช่องทางคืนเงิน

กฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ได้กำหนดวิธีคืนเงินแบบเดียวกันทั้งหมด ร้านค้าปลอดภาษีอาจดำเนินการเองหรือมอบหมายขั้นตอนคืนเงินให้ผู้ประกอบการภายนอก
วิธีที่คาดว่าจะมี ได้แก่ การโอนเข้าบัญชีธนาคาร การคืนเข้าบัตรเครดิต การโอนผ่านแอปพลิเคชัน และการคืนเป็นเงินสดภายในสนามบินหรือท่าเรือขาออก
ดังนั้น นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบวิธีคืนเงิน ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขการใช้บริการขณะซื้อ พร้อมพิจารณาความสะดวกในการรับเงิน

วิธีหลักและลักษณะเฉพาะมีดังนี้

วิธีคืนเงิน ลักษณะเฉพาะ ข้อดี
โอนเข้าบัญชีธนาคาร คืนเงินไปยังบัญชีธนาคารที่ระบุ รับเงินผ่านบัญชี จึงไม่ต้องพกเงินสด
คืนเข้าบัตรเครดิต รับเงินคืนเข้าบัตรเครดิตที่ระบุ เป็นต้น รับคืนเป็นยอดเงินเข้าบัตร
โอนผ่านแอปพลิเคชัน รับเงินคืนผ่านแอปพลิเคชันที่รองรับ เป็นต้น ดำเนินขั้นตอนผ่านสมาร์ตโฟนได้
รับเงินสดภายในสนามบินหรือท่าเรือขาออก รับเงินคืนเป็นเงินสดภายในสนามบินหรือท่าเรือขาออกที่ได้รับการตรวจสอบจากศุลกากร รับเงินคืนได้ทันทีเมื่อเดินทางออก

ร้านค้าปลอดภาษีแต่ละแห่งอาจไม่รองรับทุกวิธี

อย่าลืมตรวจสอบวิธีคืนเงินขณะซื้อสินค้า
อย่าลืมตรวจสอบวิธีคืนเงินขณะซื้อสินค้า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบปลอดภาษี

Q

ต้องใช้เวลานานเท่าใดจึงจะได้รับเงินคืน?

A

ระยะเวลาแตกต่างกันตามวิธีคืนเงินและผู้ให้บริการ จึงควรสอบถามร้านค้าที่ซื้อหรือผู้ให้บริการคืนเงินโดยตรง

Q

ใช้ได้กับร้านค้าทุกแห่งหรือไม่?

A

ใช้ได้เฉพาะร้านจำหน่ายสินค้าเพื่อการส่งออกหรือร้านค้าปลอดภาษีที่ได้รับอนุญาตให้ขายสินค้าปลอดภาษีและรองรับระบบคืนภาษี ควรตรวจสอบสัญลักษณ์ร้านค้าปลอดภาษีที่หน้าร้าน

Q

ทิ้งใบเสร็จได้หรือไม่?

A

แนะนำให้เก็บไว้อย่างน้อยจนกว่าจะได้รับเงินคืนครบถ้วน แม้ไม่จำเป็นต้องแสดงใบเสร็จในพิธีการศุลกากร แต่มีประโยชน์ในฐานะเอกสารตรวจสอบรายละเอียดการซื้อ

Q

บัตรเครดิตที่รับเงินคืนไม่ใช่ชื่อของผู้ซื้อได้หรือไม่?

A

ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศเงื่อนไขแบบเดียวกันทั้งระบบ เงื่อนไขการคืนเงินอาจแตกต่างตามร้านค้าปลอดภาษีหรือผู้ให้บริการ จึงควรใช้บัตรที่เป็นชื่อของผู้ซื้อเองเพื่อความปลอดภัย

Q

หากลืมดำเนินการที่ร้าน สามารถทำเรื่องปลอดภาษีย้อนหลังที่สนามบินได้หรือไม่?

A

ไม่ได้ การดำเนินขั้นตอนขายปลอดภาษีที่ร้านขณะซื้อและการลงทะเบียนข้อมูลบันทึกการซื้อเป็นเงื่อนไขในการรับเงินคืน จึงควรระวังอย่าลืมตอนซื้อสินค้า

Q

ขั้นตอนที่สนามบินใช้เวลานานเท่าใด?

A

โดยทั่วไปให้อ่านหนังสือเดินทางผ่านเครื่องสำหรับขั้นตอนปลอดภาษีของศุลกากร เช่น เครื่องคีออสก์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรับการตรวจสอบ ระยะเวลาจะแตกต่างตามความแออัดและการตรวจสินค้า จึงควรเผื่อเวลาดำเนินการก่อนเดินทางออก

Q

หากไม่ได้เดินทางออก จะได้รับเงินคืนอย่างไร?

A

การยกเว้นภาษีจะไม่สมบูรณ์และจะไม่ได้รับเงินคืนเทียบเท่าภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่นเดียวกับกรณีที่ไม่ได้รับการตรวจสอบจากศุลกากรภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อ หากได้รับเงินคืนไปแล้ว ผู้ให้บริการคืนเงินอาจเรียกให้ชำระเงินส่วนดังกล่าวกลับคืน

บทสรุป

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2026 ระบบปลอดภาษีของญี่ปุ่นจะเปลี่ยนจากการยกเว้นภาษีทันทีเมื่อซื้อ เป็นการคืนเงินเทียบเท่าภาษีมูลค่าเพิ่มหลังได้รับการตรวจสอบเมื่อเดินทางออก
แม้จะมีขั้นตอนใหม่ที่ต้องดำเนินการเมื่อออกจากญี่ปุ่น แต่ก็มีข้อดีสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น การยกเลิกวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและบรรจุภัณฑ์พิเศษ
ควรตรวจสอบเอกสารและสินค้าที่ซื้อแบบปลอดภาษีล่วงหน้า และอย่าลืมดำเนินพิธีการศุลกากรเมื่อเดินทางออก
ทำความเข้าใจระบบใหม่อย่างถูกต้อง แล้วเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งระหว่างเที่ยวญี่ปุ่นได้อย่างราบรื่น


ทั้งนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินระบบอาจได้รับการปรับปรุงในอนาคต จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการด้วย