เมื่อก้าวเข้ามาในบรรยากาศอันสงบของที่นี่ จะได้พบกับหนึ่งในสิบศาลเจ้าสำคัญของโตเกียว ที่ประดิษฐานสุกาวาระ โนะ มิจิซาเนะ (Sugawara no Michizane) ผู้เป็นที่รู้จักในฐานะเทพแห่งการศึกษา เชื่อกันว่าจุดเริ่มต้นมาจากสุกาวาระ โอโทริอิ โนะบุสุเกะ (Sugawara Otorii Nobusuke) ผู้สืบสายตระกูลของมิจิซาเนะได้อัญเชิญรูปเคารพมาประดิษฐาน ณ สถานที่แห่งนี้ ต่อมาในปี 1662 ได้ก่อสร้างอาคารศาลเจ้า ระเบียง สระน้ำรูปอักษรโคะโคะโระ และสะพานกลอง โดยจำลองแบบจากศาลเจ้าดาไซฟุ เท็มมังกู อันเป็นศาลเจ้าหลักในคิวชู จนกลายเป็นรูปลักษณ์อย่างในปัจจุบัน และยังได้รับการขนานนามว่าเป็น “ดาไซฟุแห่งตะวันออก” รวมถึง “ฮิงาชิ ดาไซฟุ เท็มมังกู” และ “คาเมอิโดะ ดาไซฟุ เท็มมังกู”
สะพานทั้ง 3 แห่งที่ทอดข้ามสระน้ำรูปอักษรโคะโคะโระ ได้แก่ สะพานโอโตโกะบาชิ สะพานฮิรา บาชิ และสะพานอนนะบาชิ เปรียบแทนอดีตที่เราได้ใช้ชีวิตมา ปัจจุบันที่มองเห็นอยู่ตรงหน้า และอนาคตที่เต็มไปด้วยความหวัง โดยเชื่อกันว่าเมื่อข้ามแต่ละสะพาน จิตใจก็จะได้รับการชำระให้บริสุทธิ์
ภายในบริเวณศาลเจ้ามีต้นบ๊วยมากกว่า 300 ต้น ซึ่งว่ากันว่าเป็นต้นไม้โปรดของมิจิซาเนะ และมีการจัดเทศกาลดอกบ๊วยในเดือน 2 และ 3 พอถึงช่วงปลายเดือน 4 ดอกวิสทีเรียจะบานพร้อมกันอย่างสวยงาม โดยทิวทัศน์จากสะพานกลองที่มองเห็นซุ้มดอกวิสทีเรียได้อย่างเต็มตาเป็นจุดยอดนิยม นอกจากนี้ยังมีเทศกาลดอกเบญจมาศในเดือน 10 สมกับฉายา “เทพเท็นจินแห่งหมู่มวลดอกไม้” ที่มีดอกไม้ประจำฤดูกาลแต่งแต้มบรรยากาศภายในศาลเจ้าอยู่เสมอ ภายในยังมีรูปปั้นวัวศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อกันว่าหากลูบศีรษะจะได้รับปัญญา รวมถึงศาลเจ้าย่อยอีก 4 แห่งกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ลองใช้เวลาเดินเล่นชมให้ทั่วกันได้อย่างเพลิดเพลิน
จุดเด่น
-
ประดิษฐานสุกาวาระ โนะ มิจิซาเนะ เทพแห่งการศึกษา
-
บริเวณศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นโดยยึดแบบอย่างจากศาลเจ้าดาไซฟุ เท็มมังกู ในคิวชู
-
มีฉายาว่า “เทพเท็นจินแห่งหมู่มวลดอกไม้” และมีการจัดเทศกาลดอกบ๊วย เทศกาลวิสทีเรีย รวมถึงเทศกาลดอกเบญจมาศ