ท่ามกลางย่านฮิกาชิยามะที่คึกคักและเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของเกียวโต ซึ่งมีทั้งวัดคิโยมิสึเดระและศาลเจ้ายาซากะ วัดแห่งนี้ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่คนแวะมาเยือนไม่ขาด ชื่ออย่างเป็นทางการคือ “ไดโคคุซัง คงโกจิ โคชินโด” ส่วนคนท้องถิ่นมักเรียกกันว่า “ยาซากะ โนะ โคชินซัง” เชื่อกันว่าเป็นสถานที่แรกในญี่ปุ่นที่เริ่มความศรัทธาโคชินซึ่งมีรากมาจากลัทธิเต๋าของจีน และยังนับเป็นหนึ่งในสามโคชินสำคัญของญี่ปุ่น
สิ่งที่สะดุดตาที่สุดภายในบริเวณวัดคือ “คุคุริซารุ” เครื่องรางที่ทำจากผ้าสีสันสดใส ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีมานี้กลายเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียด้วย เครื่องรางนี้มีรูปร่างเป็นลิงที่ถูกมัดมือมัดเท้าจนขยับไม่ได้ สื่อถึงการสงบใจที่เคลื่อนไหวไม่หยุดเหมือนลิง และควบคุมจิตใจของตนเอง เชื่อกันว่าหากอธิษฐานกับคุคุริซารุและยอมอดกลั้นความอยากไว้ 1 อย่าง คำขอพรจะเป็นจริง ลองเขียนคำอธิษฐาน วันที่ และชื่อของคุณลงบนคุคุริซารุที่ทำด้วยมือทีละชิ้น แล้วผูกไว้ก่อนกลับ
องค์ประธานของวัดคือ “โชเมนคงโก” (Shomen Kongo) เดิมทีเป็นเทพผู้คุ้มครองของตระกูลฮาตะซึ่งเป็นตระกูลผู้มีอำนาจในเกียวโต แต่ต่อมาได้มีการก่อตั้งวัดขึ้นในปี ค.ศ.960 เพื่อให้คนทั่วไปสามารถมาสักการะโชเมนคงโกได้เช่นกัน ในความเชื่อโคชิน ลิงถือเป็นผู้ส่งสารของเทพ และภายในบริเวณวัดยังประดับรูป “ลิงสามตัว” ผู้ติดตามของโชเมนคงโก ที่สื่อความหมายว่า “ไม่ดู ไม่ฟัง ไม่พูด” ไว้ตามจุดต่าง ๆ
ในวันโคชินซึ่งมีปีละ 6 ครั้ง จะมีการแจกคอนยัคต้มในรูปคุคุริซารุแก่ผู้มาเยือน
เดินดูต่อไปอีกหน่อยก็จะเจอเครื่องรางเกี่ยวกับลิงอีกหลายแบบ แต่ละชิ้นทำด้วยมือและมีสีหน้าแตกต่างกันไป ถ้ามาเยือนที่นี่ก็น่าลองหาชิ้นที่ถูกใจดู
จุดเด่น
-
“คุคุริซารุ” เครื่องรางสีสันสดใสที่กลายเป็นกระแสในโซเชียลมีเดีย
-
มีความเชื่อว่าถ้าสละความอยาก 1 อย่าง พร 1 ข้อจะเป็นจริง
-
หนึ่งในสามโคชินสำคัญของญี่ปุ่น และยังเชื่อกันว่าเป็นต้นกำเนิดความเชื่อโคชินในญี่ปุ่น
-
ภายในบริเวณวัดจะพบรูป “ลิงสามตัว” ที่สื่อความหมายว่า “ไม่ดู ไม่ฟัง ไม่พูด” อยู่ตามจุดต่าง ๆ
-
อีกอย่างที่น่าดูคือเครื่องรางลวดลายลิงน่ารักซึ่งมีให้เลือกหลายแบบ