• เมื่อก้าวเข้าสู่ “โฮจุซัง ริชชาคุจิ” (ยามาเดระ) แล้วเดินขึ้นบันไดหินไปเรื่อย ๆ ระหว่างทางจะสัมผัสได้ถึงอารมณ์อันลึกซึ้งจากบทกวีของมัตสึโอะ บาโชที่ว่า “ความเงียบสงัด เสียงจักจั่นซึมลึกเข้าไปในโขดหิน” ตลอดทางมีสะพานเล็กเก่าแก่ พระจิโซ ตลอดจนรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ของมัตสึโอะ บาโชกับโซระ ศิษย์ของเขา ผืนป่าเขียวชอุ่มทำให้การปีนเขาครั้งนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศเงียบสงบ

    เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขา ศาลาโนเคียวโดและศาลาไคซันโดที่ตั้งตระหง่านอยู่บนหน้าผาก็ปรากฏแก่สายตา เมื่อมองจากที่สูงออกไปยังหุบเขาและแนวเทือกเขาสลับซับซ้อน ทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ก็ช่วยคลายความเหนื่อยล้าจากการขึ้นบันไดได้ในทันที! ไม่ว่าจะอยากทดสอบกำลังขา แสวงหาความสงบทางใจ หรือชมธรรมชาติอันน่าตื่นตา ยามาเดระก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับคลาสสิกของยามากาตะที่ไม่ควรพลาดอย่างแน่นอน!

  • ท้องฟ้าสีเทาขาวดูต่ำลงมา เมฆหนาทึบทำให้แนวภูเขาไกล ๆ ค่อย ๆ จางเข้าไปในหมอก เหมือนภาพหมึกจีนที่ค่อย ๆ ฟุ้งออกมา ความยิ่งใหญ่แบบไม่อวดตัวนี้กลับให้พลังมากกว่าวันฟ้าใสเสียอีก

    เมืองเล็กตรงเชิงเขาถูกหิมะห่อหุ้มไว้อย่างอ่อนโยน หลังคาแต่ละหลังปูด้วยสีขาวอย่างเป็นระเบียบ แม่น้ำและสะพานพาดผ่านอยู่ตรงกลาง ทำให้ภาพไม่เงียบสงบจนเกินไป กลับเพิ่มความรู้สึกอุ่นใจว่าไออุ่นของชีวิตผู้คนยังคงอยู่

  • ถ้ามาวัดยามาเดระในฤดูหนาว ควรใส่รองเท้าที่ยึดเกาะดีและกันลื่น โดยเฉพาะตอนลงเขา มีหลายคนเผลอลื่นล้ม และบางช่วงต้องจับเชือกเดิน

  • ค่อย ๆ เดินขึ้นแบบไม่รีบ ยิ่งสูงขึ้นวิวก็ยิ่งเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ กว่าจะถึงยอดเขาก็แค่ชั่วโมงนิด ๆ เอง ไม่เหนื่อยอย่างที่คิด

  • ยามาเดระให้ความรู้สึกเหมือนเป็นสถานที่ฝึกตนของพระสายบำเพ็ญ ต้องใช้ขาเดินปีนขึ้นไปถึงยอดเขาเอง ระหว่างทางค่อนข้างเหนื่อย แต่ก็มีวิวสวย ๆ อยู่รอบตัว ทำให้รู้สึกว่ามาแล้วคุ้ม

  • ยามาเดระ สมชื่อจริง ๆ เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนภูเขาเลย!

  • หิมะหนามาก ทำให้การปีนยากขึ้นเยอะ แต่พอขึ้นไปถึงด้านบนแล้วก็รู้สึกว่าคุ้มค่ามาก

  • ไม่คิดว่าจะเหนื่อยขนาดนี้ เดินขึ้นบันไดเกือบพันขั้น โชคดีที่ยังพยายามต่อจนถึงสุดทาง วิวบนยอดเขาสวยมาก

  • ถ้าไปหน้าหนาว บันไดหลายช่วงจะเป็นน้ำแข็ง เดินยากมากถ้าไม่ได้ใส่รองเท้าตะปู และค่อนข้างอันตราย!