• ท้องฟ้าสีเทาขาวดูต่ำลงมา เมฆหนาทึบทำให้แนวภูเขาไกล ๆ ค่อย ๆ จางเข้าไปในหมอก เหมือนภาพหมึกจีนที่ค่อย ๆ ฟุ้งออกมา ความยิ่งใหญ่แบบไม่อวดตัวนี้กลับให้พลังมากกว่าวันฟ้าใสเสียอีก

    เมืองเล็กตรงเชิงเขาถูกหิมะห่อหุ้มไว้อย่างอ่อนโยน หลังคาแต่ละหลังปูด้วยสีขาวอย่างเป็นระเบียบ แม่น้ำและสะพานพาดผ่านอยู่ตรงกลาง ทำให้ภาพไม่เงียบสงบจนเกินไป กลับเพิ่มความรู้สึกอุ่นใจว่าไออุ่นของชีวิตผู้คนยังคงอยู่

  • ถ้ามาวัดยามาเดระในฤดูหนาว ควรใส่รองเท้าที่ยึดเกาะดีและกันลื่น โดยเฉพาะตอนลงเขา มีหลายคนเผลอลื่นล้ม และบางช่วงต้องจับเชือกเดิน

  • ค่อย ๆ เดินขึ้นแบบไม่รีบ ยิ่งสูงขึ้นวิวก็ยิ่งเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ กว่าจะถึงยอดเขาก็แค่ชั่วโมงนิด ๆ เอง ไม่เหนื่อยอย่างที่คิด

  • ยามาเดระให้ความรู้สึกเหมือนเป็นสถานที่ฝึกตนของพระสายบำเพ็ญ ต้องใช้ขาเดินปีนขึ้นไปถึงยอดเขาเอง ระหว่างทางค่อนข้างเหนื่อย แต่ก็มีวิวสวย ๆ อยู่รอบตัว ทำให้รู้สึกว่ามาแล้วคุ้ม

  • ยามาเดระ สมชื่อจริง ๆ เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนภูเขาเลย!

  • หิมะหนามาก ทำให้การปีนยากขึ้นเยอะ แต่พอขึ้นไปถึงด้านบนแล้วก็รู้สึกว่าคุ้มค่ามาก

  • ไม่คิดว่าจะเหนื่อยขนาดนี้ เดินขึ้นบันไดเกือบพันขั้น โชคดีที่ยังพยายามต่อจนถึงสุดทาง วิวบนยอดเขาสวยมาก

  • ถ้าไปหน้าหนาว บันไดหลายช่วงจะเป็นน้ำแข็ง เดินยากมากถ้าไม่ได้ใส่รองเท้าตะปู และค่อนข้างอันตราย!

  • ถ้าอยากชมวิวสวย ๆ ก็ต้องยอมรับความท้าทายที่ค่อนข้างหนักหน่อยก่อน