• มรดกโลกทางวัฒนธรรมอย่าง “วัดคิงคะคุจิ” คือสถานที่สุดคลาสสิกที่ต้องเลือกเป็นอันดับแรกอย่างแน่นอน! เมื่อเดินถึงทางเข้าและซื้อตั๋วกระดาษแบบพิเศษที่ดูคล้ายเครื่องรางแล้ว เดินไปตามทางในสวนที่เขียวชอุ่ม พอเลี้ยวผ่านมุมไป อาคารสีทองอร่ามก็ปรากฏต่อสายตา ความตื่นตาตื่นใจนั้นไม่มีอะไรเทียบได้จริง ๆ

    ผนังด้านนอกปิดด้วยทองคำเปลวล้ำค่าและเปล่งประกายเจิดจ้าท่ามกลางแสงแดด มุมคลาสสิกที่มีเสน่ห์ที่สุดคือการยืนมองจากฝั่งตรงข้ามริมสระเคียวโกะ เงาอันสง่างามของวัดคิงคะคุจิสะท้อนบนผิวน้ำอันสงบนิ่งอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อประกอบกับต้นสนเขียวขจีและท้องฟ้าสีครามที่มีเมฆขาวอยู่โดยรอบ ก็ราวกับภาพโปสการ์ดที่ไร้ที่ติ ไม่ว่าใครมายืนตรงนี้ก็อดยกกล้องขึ้นมากดชัตเตอร์รัว ๆ ไม่ได้

    หลังสักการะตัวอาคารหลักของวัดคิงคะคุจิแล้ว สามารถเดินเล่นไปตามทางในสวนเพื่อชมสวนแบบจิเซ็นไคยูที่เปี่ยมด้วยบรรยากาศเซน เรือนน้ำชาประวัติศาสตร์อย่างเซ็กกะเต และภูมิทัศน์อันงดงามอีกหลากหลาย แม้จะไม่สามารถเข้าไปชมภายในได้ แต่เพียงเดินชมรอบ ๆ และสัมผัสบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผสานวัฒนธรรมอันหรูหราของยุคมุโรมาจิเข้ากับความสงบแบบเซน ก็คุ้มค่าเข้าชมมากแล้ว

    ขอแนะนำอย่างยิ่งว่าเมื่อมาเที่ยวเกียวโต ต้องจัดวัดคิงคะคุจิไว้ในแผนช่วงเช้า มาชมประกายของทองคำเปลวในช่วงที่แสงแดดส่องลงมาในมุมที่สวยที่สุด รับรองว่าจะได้ความทรงจำอันงดงาม เปล่งประกาย และยากจะลืมเลือนจากทริปคันไซอย่างแน่นอน!

  • มาวัดคิงคะคุจิเป็นครั้งแรก รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับทิวทัศน์ตรงหน้าจริงๆ! อาคารพระบรมสารีริกธาตุสีทองสะท้อนอยู่บนสระเคียวโกะ เมื่อแสงแดดส่องลงมาก็เปล่งประกายระยิบระยับ เข้ากันกับต้นไม้เขียวขจีและสวนโดยรอบ ภาพทั้งหมดดูเหมือนโปสการ์ดทิวทัศน์ญี่ปุ่นเลย!

    ค่อยๆ เดินเล่นไปตามสวน พลางชมความงามของวัดคิงคะคุจิจากมุมต่างๆ และสัมผัสบรรยากาศแบบโบราณอันเป็นเอกลักษณ์ของเกียวโต

  • วัดคิงคะคุจิสวยเหมือนใส่ฟิลเตอร์เลย แต่ที่นี่เป็นอาคารประวัติศาสตร์ของจริงนะ! เดิมทีเป็นคฤหาสน์หรู “คิตะยามะเด็ง” ของอาชิคางะ โยชิมิตสึ โชกุนรุ่นที่ 3 แห่งรัฐบาลโชกุนมุโรมาจิ ต่อมาถูกดัดแปลงเป็นวัด ชื่อทางการจริง ๆ คือ “โระคุองจิ” ส่วนชื่อที่ทุกคนคุ้นเคยอย่าง “คิงคะคุจิ” ก็มาจากศาลาชาริเด็นที่ปิดทองระยิบระยับนั่นเอง พอเดินเข้าไปในบริเวณวัด ภาพศาลาทองสะท้อนบนสระเคียวโกะจิสวยจนอดกดชัตเตอร์รัว ๆ ไม่ได้ ไม่น่าแปลกใจที่คนมาเกียวโตแทบทุกคนจะใส่ที่นี่ไว้ในลิสต์ที่ต้องมา!

  • ถ้าได้มาเยือน鹿苑寺อันโด่งดังของเกียวโต ก็ต้องมาชมอาคารพระบรมสารีริกธาตุสีทองของวัด หรือที่รู้จักกันในชื่อ คิงคะคุจิ ให้ได้

    คิงคะคุจิมีชื่อเสียงไปทั่วโลกจากผนังด้านนอกที่ประดับด้วยแผ่นทองคำเปลว ตัววัดที่โอบล้อมด้วยสระเคียวโคจิสะท้อนเงาสีทองลงบนผิวน้ำระยิบระยับอย่างงดงามมาก ภาพสะท้อนที่เรียกว่า “คิงคะคุกลับหัว” ถือเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นที่สุดอย่างหนึ่งของเกียวโต และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 1994

    คิงคะคุจิมีทัศนียภาพงดงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล ผู้คนที่มาเยือนไม่ขาดสายก็บ่งบอกถึงความนิยมในฐานะแหล่งท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี หวังว่าจะได้กลับมาอีกครั้งในฤดูหนาวเพื่อชมคิงคะคุจิยามหิมะ

  • คิงคะคุจิดูสง่างามมาก ทิวทัศน์ก็สวยงาม คุ้มค่าแก่การไปชม

  • ทุกย่างก้าวในบริเวณนี้เต็มไปด้วยความงามแบบญี่ปุ่นที่เงียบสงบ ไม่ได้เป็นแค่การมาเที่ยวชมวัด แต่เหมือนเป็นการชำระใจไปด้วย

  • รูปลักษณ์ภายนอกของวัดคินคะคุจิน่าทึ่งมาก ตัวอาคารที่ปิดทองทั้งหลังเปล่งประกายระยิบระยับใต้แสงแดด และเงาสะท้อนบนผิวน้ำก็ให้บรรยากาศราวกับดินแดนในฝัน

  • วัดคินคะคุจิสวยมาก แต่ใช้เวลาเที่ยวชมไม่ถึง 20 กว่านาทีก็เดินครบแล้ว