• วัดคิงคะคุจิสวยเหมือนใส่ฟิลเตอร์เลย แต่ที่นี่เป็นอาคารประวัติศาสตร์ของจริงนะ! เดิมทีเป็นคฤหาสน์หรู “คิตะยามะเด็ง” ของอาชิคางะ โยชิมิตสึ โชกุนรุ่นที่ 3 แห่งรัฐบาลโชกุนมุโรมาจิ ต่อมาถูกดัดแปลงเป็นวัด ชื่อทางการจริง ๆ คือ “โระคุองจิ” ส่วนชื่อที่ทุกคนคุ้นเคยอย่าง “คิงคะคุจิ” ก็มาจากศาลาชาริเด็นที่ปิดทองระยิบระยับนั่นเอง พอเดินเข้าไปในบริเวณวัด ภาพศาลาทองสะท้อนบนสระเคียวโกะจิสวยจนอดกดชัตเตอร์รัว ๆ ไม่ได้ ไม่น่าแปลกใจที่คนมาเกียวโตแทบทุกคนจะใส่ที่นี่ไว้ในลิสต์ที่ต้องมา!

  • ถ้าได้มาเยือน鹿苑寺อันโด่งดังของเกียวโต ก็ต้องมาชมอาคารพระบรมสารีริกธาตุสีทองของวัด หรือที่รู้จักกันในชื่อ คิงคะคุจิ ให้ได้

    คิงคะคุจิมีชื่อเสียงไปทั่วโลกจากผนังด้านนอกที่ประดับด้วยแผ่นทองคำเปลว ตัววัดที่โอบล้อมด้วยสระเคียวโคจิสะท้อนเงาสีทองลงบนผิวน้ำระยิบระยับอย่างงดงามมาก ภาพสะท้อนที่เรียกว่า “คิงคะคุกลับหัว” ถือเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นที่สุดอย่างหนึ่งของเกียวโต และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 1994

    คิงคะคุจิมีทัศนียภาพงดงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล ผู้คนที่มาเยือนไม่ขาดสายก็บ่งบอกถึงความนิยมในฐานะแหล่งท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี หวังว่าจะได้กลับมาอีกครั้งในฤดูหนาวเพื่อชมคิงคะคุจิยามหิมะ

  • คิงคะคุจิดูสง่างามมาก ทิวทัศน์ก็สวยงาม คุ้มค่าแก่การไปชม

  • ทุกย่างก้าวในบริเวณนี้เต็มไปด้วยความงามแบบญี่ปุ่นที่เงียบสงบ ไม่ได้เป็นแค่การมาเที่ยวชมวัด แต่เหมือนเป็นการชำระใจไปด้วย

  • รูปลักษณ์ภายนอกของวัดคินคะคุจิน่าทึ่งมาก ตัวอาคารที่ปิดทองทั้งหลังเปล่งประกายระยิบระยับใต้แสงแดด และเงาสะท้อนบนผิวน้ำก็ให้บรรยากาศราวกับดินแดนในฝัน

  • วัดคินคะคุจิสวยมาก แต่ใช้เวลาเที่ยวชมไม่ถึง 20 กว่านาทีก็เดินครบแล้ว

  • ความงามของวัดคินคะคุจิดูสง่างามและน่าประทับใจ ตั้งอยู่เงียบ ๆ ริมสระ ผสานเข้ากับสวนด้านข้างและแนวต้นไม้ด้านหลังได้อย่างลงตัว แบบนี้ยิ่งทำให้หลงใหล

  • เป็นจุดที่ต้องมาเยือนในเกียวโตเลย มาแต่ละฤดูก็ให้บรรยากาศที่ต่างกันไป!