
สัมผัสมีดและเครื่องมือคมจากมิกิที่มืออาชีพทั้งในและต่างประเทศไว้วางใจ
รอบตัวเรามีอุปกรณ์และเครื่องมือโลหะอยู่มากมาย และในญี่ปุ่นเองก็มีเมืองผู้ผลิตเครื่องมือเหล่านี้กระจายอยู่ทั่วประเทศ หนึ่งในนั้นคือเมืองมิกิ จังหวัดเฮียวโงะ ที่ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องมือช่างไม้และอุปกรณ์ทำครัว เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่มีการพัฒนาไปสู่ระบบเครื่องจักรและการผลิตจำนวนมากตามยุคสมัย แต่ก็ยังมีช่างฝีมือจำนวนไม่น้อยที่สืบสานวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมมาจนถึงปัจจุบัน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เครื่องมือโลหะที่ช่างฝีมือทำขึ้นอย่างพิถีพิถันทีละชิ้นได้รับความสนใจทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลก หากอยากสัมผัสวัฒนธรรมงานโลหะอันเป็นความภาคภูมิใจของญี่ปุ่น เมืองมิกิ จังหวัดเฮียวโงะ ก็เป็นอีกแห่งที่น่าแวะไปทำความรู้จัก
มิกิ เมืองแห่งงานโลหะที่มีประวัติยาวนาน 1,500 ปี
หากพูดถึงเมืองงานโลหะของญี่ปุ่น ชื่อของเมืองมิกิ (Miki) ในจังหวัดเฮียวโงะก็มักถูกนึกถึงเป็นลำดับต้น ๆ เมืองนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองโกเบ และมีประวัติศาสตร์ยาวนาน โดยเชื่อกันว่าในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 5 ประมาณ 1,500 ปีก่อน ช่างตีเหล็กจากแพ็กเจที่มาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่นี้ได้แลกเปลี่ยนเทคนิคกับช่างตีเหล็กจากยามาโตะ จนวางรากฐานให้ที่นี่กลายเป็น “เมืองแห่งงานโลหะ” แห่งแรกของญี่ปุ่น ต่อมาในยุคเซ็นโกกุ หลังสงครามมิกิ โยบาย ฮาชิบะ ฮิเดโยชิ ได้ฟื้นฟูเมืองและใช้นโยบายยกเว้นภาษี ทำให้ช่างตีเหล็กและช่างไม้จากหลายพื้นที่หลั่งไหลเข้ามา ปัจจุบัน เมืองมิกิมีสัดส่วนมูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมโลหะประมาณ 13.4% ในฐานะหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของเมือง สิ่งที่เป็นดั่งสัญลักษณ์ของ “งานโลหะมิกิ” ก็คือเครื่องมือช่างไม้ที่ใช้ในงานก่อสร้าง และมีดที่ขาดไม่ได้สำหรับเชฟมืออาชีพ ผลงานระดับชั้นหนึ่งเหล่านี้ได้รับการยอมรับอย่างสูงจากมืออาชีพทั้งในและต่างประเทศ หากได้ไปเยือนสถานที่ผลิตจริงและสัมผัสทั้งฝีมือและจิตวิญญาณของช่างฝีมือ คุณน่าจะรู้สึกถึงเสน่ห์ของงานผลิตแบบญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน

เยี่ยมชมสถานที่ทำงานของช่างฝีมือ พร้อมลองลับมีดและงานตีเหล็กทำกบไสไม้
โปรแกรมนี้ประกอบด้วย 2 กิจกรรม คือ “การลับมีด” และ “การตีเหล็กทำกบไสไม้” โดยจะพาไปยังสถานที่ทำงานจริงที่ช่างฝีมือใช้สร้างสรรค์ผลงานในแต่ละวัน ไม่ใช่สถานที่ที่สร้างขึ้นเพื่อการทดลองโดยเฉพาะ เมื่อพูดถึงเวิร์กช็อปของช่างฝีมือ หลายคนอาจรู้สึกว่าเข้าถึงยาก แต่ไม่ต้องกังวล เพียงมีความเคารพและความตั้งใจอยากเรียนรู้ก็เพียงพอแล้ว ช่างฝีมือผู้ชำนาญจะถ่ายทอดทักษะชั้นครูให้ชมอย่างใกล้ชิด พร้อมสอนอย่างเป็นกันเองและละเอียด การได้พูดคุยและใกล้ชิดกับช่างฝีมือก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์สำคัญของโปรแกรมนี้ที่จะทำให้ประสบการณ์ของคุณยิ่งน่าประทับใจยิ่งขึ้น ระหว่างทางยังสามารถแวะที่โรงสาเกอินามิชุโซ (Inami Shuzo) ซึ่งเป็นโรงสาเกแห่งเดียวของเมืองมิกิ เพื่อชิมสาเกญี่ปุ่นได้อีกด้วย



เรียนรู้เทคนิคการทำคมมีดจากช่างผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์
จุดแรกที่ไปเยือนคือสถานที่ลับมีด ภายใต้การสอนของช่างผู้คร่ำหวอดในสายงานนี้มานาน 70 ปี คุณจะได้ลองทำ “การขึ้นคมมีด” สำหรับคนที่สนใจกระบวนการนี้ คำนี้หมายถึงการนำเหล็กที่ตีขึ้นรูปเป็นมีดแล้วมาขัดและลับให้สามารถใช้งานตัดได้จริง หรือก็คือการลับมีดนั่นเอง ในกิจกรรมนี้จะใช้มีดที่ยังไม่ผ่านการแปรรูปขั้นสุดท้ายไปแตะกับหินเจียรหมุนเพื่อขัดผิว เมื่อทำไปเรื่อย ๆ พื้นผิวที่เคยหม่นจะเริ่มเงางามราวกับกระจก โดยมีช่างคอยเก็บรายละเอียดให้เป็นระยะ จากนั้นจึงค่อย ๆ ลับจนถึงขั้นตอนสุดท้ายอย่างประณีต ก่อนรับมีดที่ทำเสร็จแล้ว คุณยังจะได้เรียนรู้วิธีดูแลมีดในชีวิตประจำวันด้วยหินลับมีดสำหรับใช้ในบ้าน แม้จะได้สัมผัสเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการทั้งหมด แต่มีดที่คุณลงมือทำด้วยตัวเองย่อมกลายเป็นชิ้นงานที่น่าผูกพันอย่างแน่นอน


โลกแห่งการตีเหล็กที่เต็มไปด้วยความร้อนแรงและพลังอันน่าทึ่ง
จากจุดลับมีดแล้ว โปรแกรมจะพาไปต่อยังสถานที่ทำกบไสไม้ กบไสไม้เป็นเครื่องมือช่างไม้สำหรับไสผิวไม้ให้เรียบลื่น และเป็นหนึ่งในสินค้าขึ้นชื่อที่เมืองมิกิภาคภูมิใจ ที่นี่มีช่างฝีมือระดับแนวหน้าสร้างสรรค์กบไสไม้คุณภาพสูงมาอย่างยาวนาน และยังคงผลิตใบมีดกบไสไม้โดยเฉพาะสืบต่อกันมาหลายรุ่น กิจกรรมที่ได้ลองคือการตีขึ้นรูปเหล็กที่ถูกเผาจนร้อนแดงที่อุณหภูมิประมาณ 1,100–1,200 องศาเซลเซียส ด้วยการทุบเพื่อปรับรูปทรง กระบวนการตีขึ้นรูปนี้ไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่จัดรูปทรงเท่านั้น แต่ยังเป็นขั้นตอนสำคัญในการอัดช่องว่างภายใน ไล่สิ่งเจือปน ทำให้ผลึกละเอียดขึ้น และเพิ่มความแข็งแรงของเหล็ก ความสมดุลอันละเอียดอ่อนระหว่างความแข็งและความยืดหยุ่นที่ใบมีดกบไสไม้ต้องการก็ถูกกำหนดจากขั้นตอนนี้เช่นกัน เผาแล้วตี เผาแล้วตี ซ้ำไปซ้ำมา ช่างตีเหล็กที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจอยู่หน้าเตาไฟจนใบหน้าแดงระเรื่อ ดูราวกับมีออร่าอันน่าเกรงขาม เมื่อได้เห็นภาพนั้นอย่างใกล้ชิดแล้ว ก็ถึงเวลาลองลงมือเองด้วยค้อนหนักในมือ ตีเหล็กท่ามกลางประกายไฟที่กระเด็นไปทั่วอย่างเต็มที่

