
【คู่มือเที่ยวสวนลิงจิโกคุดานิ】สัมผัสประสบการณ์หาชมได้ยากกับลิงแช่ออนเซ็น
ถ้ากำลังมองหาที่เที่ยวในญี่ปุ่นที่ให้ประสบการณ์ไม่เหมือนที่ไหน “สวนลิงจิโกคุดานิ” ก็เป็นหนึ่งในจุดหมายที่น่าสนใจมาก
โดยเฉพาะภาพลิงญี่ปุ่นป่าแช่น้ำพุร้อนที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ
สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นโดยแทบไม่แตะต้องธรรมชาติเดิม จึงสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ธรรมชาติ และสังเกตพืชกับสัตว์อื่น ๆ ไปพร้อมกันได้ด้วย
บทความนี้จะพาไปรู้จักเสน่ห์ วิธีเที่ยว และจุดแนะนำรอบ ๆ “สวนลิงจิโกคุดานิ”
หากวางแผนเที่ยวโดยอ้างอิงบทความนี้ คุณน่าจะสนุกกับ “สวนลิงจิโกคุดานิ” ได้อย่างเต็มที่
สวนลิงจิโกคุดานิเป็นสถานที่แบบไหน?
ท่ามกลางหุบเขาของแม่น้ำโยโกะยุที่ไหลมาจากชิงะโคเก็นในจังหวัดนากาโนะ คือที่ตั้งของ “สวนลิงจิโกคุดานิ (Jigokudani Yaen Koen)”
สวนลิงจิโกคุดานิแตกต่างจากสวนสัตว์ เพราะไม่มีรั้วกั้นระหว่างคนกับลิง และเป็นสถานที่ที่ใช้ประโยชน์จากสภาพธรรมชาติของจิโกคุดานิอย่างเต็มที่
จึงสามารถชมลิงญี่ปุ่นป่าได้อย่างใกล้ชิด
เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวอันหนาวเย็น ลิงจะลงแช่น้ำพุร้อนเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น
ลิงที่แช่น้ำพุร้อนถือเป็นภาพที่หาชมได้ยากในระดับโลก จึงมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากทั้งในและต่างประเทศมาเยี่ยมชม
ท่ามกลางหิมะที่ปกคลุม ภาพสีหน้าและท่าทางของลิงที่กำลังแช่น้ำพุร้อนดูคล้ายมนุษย์ จนทำให้รู้สึกแปลกตาไม่น้อย
เดิมทีสวนลิงจิโกคุดานิถูกสร้างขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่ออยู่ร่วมกับลิงที่สูญเสียแหล่งอาศัย
เบื้องหลังนั้นมาจากผลกระทบของการทำป่าไม้หลังสงครามที่ทำให้ลิงไม่มีถิ่นอาศัย
เมื่อต้นไม้ถูกตัดโค่น ลิงที่สูญเสียแหล่งอยู่จึงลงมาจากภูเขาสู่ชุมชนด้านล่าง สร้างความเสียหายแก่พื้นที่เกษตรจนถูกจัดเป็นสัตว์รบกวน
ด้วยเหตุนี้ ผู้อำนวยการรุ่นแรกจึงมุ่งหวังการอยู่ร่วมกับลิง โดยให้อาหารลิงบริเวณต้นน้ำ และเปิดสวนลิงจิโกคุดานิในปี 1964
ที่สวนลิงจิโกคุดานิแห่งนี้ คุณจะได้เพลิดเพลินกับทั้งลิงและทิวทัศน์ธรรมชาติที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล
ที่นี่ยังเป็นถิ่นอาศัยของกระรอกและคาโมชิกะญี่ปุ่นซึ่งเป็นสัตว์ธรรมชาติคุ้มครองพิเศษ จึงอยากชวนให้ลองเดินเล่นพร้อมสังเกตพืชและสัตว์ไปด้วย

การเดินทางไปสวนลิงจิโกคุดานิ
ถ้าออกเดินทางจาก “สถานีนากาโนะ (Nagano)” ซึ่งเป็นประตูสู่การท่องเที่ยวนากาโนะ วิธีที่สะดวกคือการนั่งรถบัสไปยัง “สวนลิงจิโกคุดานิ”
เนื่องจากบริเวณใกล้เคียงไม่มีสถานีรถไฟ จึงต้องเดินทางด้วยรถบัส
- เส้นทาง
-
1. ขึ้นรถบัส Nagaden จากทางออกฝั่งตะวันออกของสถานีนากาโนะ สายด่วนชิงะโคเก็น ปลายทางโฮตารุออนเซ็น/สุซูริกาวะ
2. ลงที่ป้าย Snow Monkey Park
3. เดินเท้าจากป้าย Snow Monkey Park ไปยังสวนลิงจิโกคุดานิ - ระยะเวลา
- ประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที
ค่าเข้าชมและเวลาเปิดทำการของสวนลิงจิโกคุดานิ
ค่าเข้าชมและเวลาเปิดทำการของ “สวนลิงจิโกคุดานิ” ดูได้จากตารางด้านล่าง
เวลาเปิดทำการจะแตกต่างกันไปตามฤดูกาล โปรดตรวจสอบล่วงหน้า
- ค่าเข้าชม
-
・ผู้ใหญ่ (อายุ 18 ปีขึ้นไป) 800 เยน
・เด็ก (ประถมศึกษา–มัธยมปลาย) 400 เยน - เวลาเปิด
-
・ฤดูร้อน (เดือน 4–เดือน 10) 8:30–17:00
・ฤดูหนาว (เดือน 11–เดือน 3) 9:00–16:00
ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของสวนลิงจิโกคุดานิคือช่วงไหน?
ถ้าพูดถึง “สวนลิงจิโกคุดานิ” หลายคนน่าจะนึกถึงภาพลิงแช่น้ำพุร้อนเป็นอันดับแรก
จุดเด่นที่สุดของสวนลิงจิโกคุดานิ คือการได้ชมลิงแช่น้ำ ซึ่งมักเห็นได้ในช่วงเดือน 12 ถึงเดือน 3 และยังได้ชมวิวหิมะสวยงามไปพร้อมกัน จึงถือว่าฤดูหนาวเป็นช่วงที่แนะนำที่สุด
ส่วนช่วงฤดูคลอดในเดือน 4 ถึงเดือน 5 ที่มีโอกาสได้เจอลูกลิง ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน


3 วิธีเที่ยวสวนลิงจิโกคุดานิให้คุ้ม
ต่อจากนี้จะพาไปดู 3 วิธีในการเพลิดเพลินกับ “สวนลิงจิโกคุดานิ”
ถ้าอยากเที่ยวที่นี่ให้เต็มอิ่ม ลองใช้เป็นแนวทางได้เลย
1. ชมวิวหิมะและลิงที่ลงแช่น้ำพุร้อน
เสน่ห์ที่สุดของ “สวนลิงจิโกคุดานิ” ก็คือลิงที่ลงแช่น้ำพุร้อนนั่นเอง
สภาพแวดล้อมอันโหดร้ายที่อุณหภูมิต่ำสุดอาจลดลงถึงติดลบ 10 องศา และพื้นที่ที่มีน้ำพุร้อนผุดขึ้นมา เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดภาพลิงลงแช่น้ำพุร้อน
ช่วงที่ลิงลงแช่น้ำพุร้อนคือฤดูหนาว ตั้งแต่เดือน 12 ถึงเดือน 3
ในช่วงนี้หิมะจะตกปกคลุมทั่วบริเวณ ทำให้ได้ชมภาพแสนแปลกตาของลิงที่แช่น้ำพุร้อนท่ามกลางธรรมชาติสีขาวโพลน
ลิงแช่น้ำพุร้อนเหล่านี้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศด้วยชื่อเล่นว่า “สโนว์มังกี”

2. สังเกตพฤติกรรมของลูกลิงแสนน่ารัก
ฤดูใบไม้ผลิในช่วงเดือน 4 ถึงเดือน 5 เป็นฤดูคลอดของลิง
หากมาเยือนในช่วงนี้ โอกาสที่จะได้พบลูกลิงจะสูงขึ้น
ความน่ารักน่าเอ็นดูของลูกลิงช่วยเยียวยาความรู้สึกของผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี
การสังเกตพฤติกรรมของแม่ลิงและลูกลิงก็เป็นอีกอย่างที่แนะนำ

3. สนุกกับการชมธรรมชาติและสัตว์ป่าพืชพรรณไปด้วย
“สวนลิงจิโกคุดานิ” โอบล้อมด้วยธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และตลอดแต่ละฤดูกาลก็มีโอกาสได้พบพืชและสัตว์หลากหลายชนิดด้วย
ฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงที่ต้นไม้เริ่มผลิใบ และสามารถสังเกตกบกับงูที่ตื่นจากการจำศีลได้
ฤดูร้อนต้นไม้จะเขียวชอุ่ม และคุณอาจได้พบทั้งจักจั่นและผีเสื้อหลากหลายชนิด
อย่างไรก็ตาม มีทั้งงูพิษมาムชิและแมลงดูดเลือดที่อันตราย จึงควรเตรียมสเปรย์กันแมลงและอุปกรณ์ป้องกันให้พร้อม
เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกกัดหรือต่อย ควรสวมเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว
ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่วอลนัต องุ่นป่า และเกาลัดออกผล คุณอาจเห็นกระรอกขนลูกไม้ตามทางเดินได้ด้วย
เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว ภูเขาจะถูกปกคลุมด้วยหิมะ ต้นไม้ผลัดใบ และจะมองเห็นทั้งคาโมชิกะกับลิงได้ง่ายขึ้น
ที่นี่เป็นพื้นที่ที่หิมะอาจทับถมสูงถึง 1 เมตร จึงอย่าลืมเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้พร้อม

3 ข้อควรระวังสำคัญเมื่อเที่ยวสวนลิงจิโกคุดานิ
ที่ “สวนลิงจิโกคุดานิ” มีกฎที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สามารถชมลิงได้อย่างปลอดภัยและสนุกสนาน
ก่อนเข้าไป ลองเช็กกันสักนิดว่ามีข้อไหนที่ควรรู้บ้าง
1. ห้ามโชว์อาหารให้ลิงเห็นและห้ามให้อาหารลิง
หากให้ลิงกินอาหารของมนุษย์ ลิงอาจติดนิสัยและก่อให้เกิดอันตราย เช่น แย่งสัมภาระหรือเข้ามารบกวนใกล้ตัว
ดังนั้น ห้ามโชว์อาหารให้ลิงเห็นหรือให้อาหารลิงโดยเด็ดขาด
2. ห้ามข่มขู่ลิง
ลิงภายในสวนอาจโจมตีได้หากรู้สึกว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตราย
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา โปรดระวังเรื่องต่อไปนี้
- อย่าจับลิง หรือทำให้ลิงตกใจ
- การจ้องตาลิงควรหลีกเลี่ยง
- อย่าเข้าใกล้ลิงมากเกินไป
พฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้ลิงเข้าใจว่าเป็นการคุกคาม
บางครั้งลิงที่อยากรู้อยากเห็นอาจเข้ามาใกล้เอง แต่ในกรณีนั้นควรถอยห่างออกมาโดยเร็ว
3. ห้ามใช้ไม้เซลฟี่
แม้ไม้เซลฟี่จะสะดวกมากสำหรับการถ่ายรูปตัวเอง แต่สำหรับลิงแล้ว อาจทำให้เกิดความเครียดหรือความหวาดกลัวได้
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา ควรงดใช้
พักผ่อนพร้อมชมวิวธรรมชาติสวยงามและลิ้มรสอาหารที่ “เอ็นซะคาเฟ่”
ก่อนหรือหลังแวะ “สวนลิงจิโกคุดานิ” ถ้าอยากหาที่พักเหนื่อย “เอ็นซะคาเฟ่ (Enza Cafe)” ที่อยู่ตรงทางเข้าทางเดินก็น่าแวะไม่น้อย
ที่นั่งระเบียงหันหน้าไปทาง “ชิงะโคเก็น” ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานชีวมณฑลของยูเนสโก ให้คุณใช้เวลาผ่อนคลายไปกับการชมและสัมผัสธรรมชาติที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล
อีกหนึ่งเสน่ห์คือเมนูที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น
มีทั้งราเม็งไก่ชิโรยุใส่มิโซะเซ็นโคจิ และพิซซ่าเห็ดใส่ผักโนซาวานะจากชินชู รวมถึงเมนูหลากหลายให้เลือก
ในฤดูหนาวยังมีฮอตจินเจอร์และฮอตไวน์ให้บริการด้วย หากร่างกายหนาวเย็น ลองแวะมาอุ่นตัวที่ “เอ็นซะคาเฟ่” กัน

แช่ออนเซ็นไปพร้อมชมลิงได้ไหม? ที่ “จิโกคุดานิออนเซ็น โคระคุคัง”
หากอยากต่อช่วงเวลาพักผ่อนหลังชมลิง “จิโกคุดานิออนเซ็น โคระคุคัง (Jigokudani Onsen Korakukan)” ก็เป็นอีกจุดที่น่าสนใจ โดยตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม “สวนลิงจิโกคุดานิ” และมีแม่น้ำโยโกะยุคั่นอยู่เพียงเล็กน้อย
ที่นี่เป็นที่พักออนเซ็นที่ก่อตั้งมามากกว่า 150 ปี และมีบ่อออนเซ็นกลางแจ้ง 5 บ่อให้เพลิดเพลินกับความโปร่งโล่งและทิวทัศน์ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์
ระหว่างแช่น้ำ คุณอาจได้เห็นลิงป่าเข้ามาใกล้ ๆ ด้วย
เพราะตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติยิ่งใหญ่ของชิงะโคเก็น จึงให้บรรยากาศพิเศษที่ห่างไกลจากชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง
หลังจากชมลิงแช่น้ำแล้ว ลองให้รางวัลตัวเองด้วยการลงแช่ออนเซ็นสักครั้งก็น่าจะดีไม่น้อย

“ย่านออนเซ็นชิบุ” จุดที่ควรแวะคู่กับสวนลิงจิโกคุดานิ
ถ้ามีเวลาเที่ยวต่ออีกหน่อย “ย่านออนเซ็นชิบุ (Shibu Onsen)” ก็เป็นจุดที่สามารถเดินเท้าจาก “สวนลิงจิโกคุดานิ” ไปได้เช่นกัน
ที่นี่เป็นหนึ่งในเขตออนเซ็นยูดานากะ-ชิบุ ซึ่งประกอบด้วยน้ำพุร้อน 9 แห่งที่กระจายตัวอยู่ตามลุ่มแม่น้ำโยโกะยุและแม่น้ำโยมะเสะ ในเมืองยามาโนะอุจิ อำเภอชิโมะทากาอิ จังหวัดนากาโนะ และคึกคักในฐานะแหล่งพักฟื้นด้วยน้ำแร่มาอย่างยาวนาน
ภายในเมืองมีโรงอาบน้ำสาธารณะ 9 แห่งที่ชาวท้องถิ่นช่วยกันดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดี โดยผู้เข้าพักในย่านชิบุออนเซ็นสามารถเข้าใช้ได้ฟรี
เสน่ห์ของการตระเวนแช่ครบทั้ง 9 บ่อ คือการได้ชื่นชมบรรยากาศโรงอาบน้ำเก่าแก่ ค้นหาน้ำแร่ที่สัมผัสถูกใจ และพบปะผู้คนระหว่างทาง
หลังแช่ออนเซ็นแล้ว ลองเดินเล่นช้า ๆ ในย่านออนเซ็นบรรยากาศย้อนยุค พร้อมชิมของอร่อยท้องถิ่นที่มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นมันจูออนเซ็นแบบดั้งเดิม เจลาโตที่เหมาะกับร่างกายอุ่น ๆ หลังอาบน้ำ หรือโซบะขึ้นชื่อของพื้นที่
หากมาเที่ยว “สวนลิงจิโกคุดานิ” แล้ว ลองพักค้างคืนที่ย่านออนเซ็นชิบุ เพื่อสัมผัสทั้งออนเซ็นและเสน่ห์ของเมืองออนเซ็นไปด้วยกัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสวนลิงจิโกคุดานิ
Q
ในเดือน 3 และเดือน 4 ยังสามารถเห็นลิงแช่น้ำพุร้อนได้ไหม?
ลิงจะลงแช่น้ำพุร้อนในช่วงอากาศหนาวตั้งแต่เดือน 12 ถึงเดือน 3 ดังนั้นหากเป็นช่วงต้นเดือน 3 ก็ยังมีโอกาสเห็นได้ค่อนข้างสูง
Q
ถ้าไปสวนลิงจิโกคุดานิเมื่อไร ก็จะได้เห็นลิงเสมอหรือไม่?
สามารถชมลิงในหลากหลายอิริยาบถได้ตลอดทั้งปี แต่เนื่องจากเป็นลิงป่า จึงมีโอกาสที่บางช่วงเวลาอาจไม่พบเห็น
บทสรุป
บทความนี้ได้พาคุณไปรู้จักเสน่ห์ วิธีเที่ยว และจุดน่าสนใจรอบ ๆ “สวนลิงจิโกคุดานิ”
สีหน้าและท่าทางของ “สโนว์มังกี” ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น เป็นภาพที่ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายได้อย่างแน่นอน
บริเวณรอบ ๆ ยังมีสถานที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง จึงอยากชวนให้ลองแวะเที่ยวตามจุดที่แนะนำไปด้วย
หากอยากรู้จักแหล่งท่องเที่ยวในนากาโนะเพิ่มเติม สามารถดูบทความด้านล่างประกอบได้