ทริปญี่ปุ่นที่ครบยิ่งขึ้น! แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ไปเช้าเย็นกลับได้จากแหล่งท่องเที่ยวดัง

ทริปญี่ปุ่นที่ครบยิ่งขึ้น! แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ไปเช้าเย็นกลับได้จากแหล่งท่องเที่ยวดัง

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

เวลาไปเที่ยวญี่ปุ่น หลายคนน่าจะเคยคิดว่า “อยากขยับจากจุดหมายหลักออกไปอีกนิด แล้วแวะเที่ยวอีกที่แบบเช้าเย็นกลับด้วย”
บทความนี้จึงคัดสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจที่อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของญี่ปุ่น และสามารถไปเที่ยวแบบเช้าเย็นกลับได้มาแนะนำ
ถ้าเป็นแบบนั้น ลองใช้บทความนี้เป็นแนวทางเพื่อทำให้แผนเที่ยวญี่ปุ่นของคุณสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

3 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำที่ไปเช้าเย็นกลับได้จากโตเกียว

โตเกียวเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมและศูนย์กลางของญี่ปุ่น
ในเมืองเดียวกันนี้ คุณจะเจอทั้งจุดรวมเทรนด์ล้ำสมัย ย่านที่ยังมีกลิ่นอายวัฒนธรรมดั้งเดิม ประวัติศาสตร์ และจุดชมธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ จึงนับเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์หลากหลายมากแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น
บริเวณรอบโตเกียวเองก็มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจกระจายอยู่มากมาย
ต่อไปนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวใกล้โตเกียวที่เหมาะสำหรับไปเช้าเย็นกลับและควรค่าแก่การแวะเยือนเป็นพิเศษ
ทุกแห่งเดินทางได้ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงเหมาะมากที่จะเพิ่มเข้าไปในแผนเที่ยวโตเกียวของคุณ

1. “คาวาโกเอะ” เมืองที่เดินชมบรรยากาศสมัยเอโดะได้

จากสถานีโตเกียวไปคาวาโกเอะ (Kawagoe) ใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมง
คาวาโกเอะเป็นเมืองที่เรียงรายด้วยอาคารคลังสินค้าแบบดั้งเดิม และยังคงบรรยากาศของญี่ปุ่นในยุคเอโดะไว้อย่างชัดเจนในช่วงปี ค.ศ. 1603–1868
คุณจะได้สัมผัสวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น พร้อมเพลิดเพลินกับความรู้สึกราวกับย้อนเวลากลับไปในอดีตอย่างสบาย ๆ
บทความด้านล่างนี้แนะนำเสน่ห์ของคาวาโกเอะอย่างละเอียดมากขึ้น ทั้งฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำและสถานที่ยอดนิยมที่ไม่ควรพลาด ลองอ่านควบคู่กันดูได้เลย

ใส่กิโมโนเดินเล่นก็เป็นอีกแบบที่น่าแนะนำ
ใส่กิโมโนเดินเล่นก็เป็นอีกแบบที่น่าแนะนำ

2. “โยโกฮามะ” เมืองทันสมัยที่ผสานกลิ่นอายต่างชาติอย่างลงตัว

จากโตเกียวไปโยโกฮามะ (Yokohama) สามารถเดินทางด้วยรถไฟแบบไม่ต้องเปลี่ยนขบวนได้
ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
ที่นี่เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ต่างจากโตเกียว ด้วยภาพของเมืองสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยตึกสูง ผสานเข้ากับบรรยากาศต่างชาติอย่างกลมกลืน
เหตุผลก็เพราะโยโกฮามะรุ่งเรืองมาอย่างยาวนานในฐานะเมืองท่าการค้าระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ยังมีวิวกลางคืนสวยงามและจุดเดตมากมาย จึงได้รับความนิยมทั้งจากนักท่องเที่ยวและคู่รัก
หากอยากรู้จักเสน่ห์และสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของโยโกฮามะให้มากขึ้น ลองอ่านบทความด้านล่างนี้ได้เลย

ไปสัมผัสเสน่ห์ที่แตกต่างจากโตเกียวกัน
ไปสัมผัสเสน่ห์ที่แตกต่างจากโตเกียวกัน

3. “เอโนะชิมะ” ที่เต็มไปด้วยวิวทะเลงดงามและจุดพลังศรัทธา

จากโตเกียวไปเอโนะชิมะ (Enoshima) ใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที
แนะนำเส้นทางที่เปลี่ยนขบวนที่สถานีฟุจิซาวะเพื่อขึ้นรถไฟเอโนะเด็น ซึ่งสามารถชมทิวทัศน์ของเอโนะชิมะและบริเวณรอบ ๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน
เอโนะชิมะเป็นจุดท่องเที่ยวที่ชาวญี่ปุ่นซึ่งอาศัยอยู่ในโตเกียวก็นิยมมาเที่ยวแบบเช้าเย็นกลับเช่นกัน
เสน่ห์สำคัญของเอโนะชิมะคือวิวทะเลที่สวยงาม โดยเฉพาะแนวชายฝั่งยามพระอาทิตย์ตกที่งดงามเป็นพิเศษ
อีกจุดเด่นคือมีสถานที่พลังศรัทธาหลายแห่ง เช่น ศาลเจ้าเอโนะชิมะ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในสามเบ็นไซเท็นสำคัญของญี่ปุ่น
สำหรับคนที่สนใจเรื่องความเชื่อ เบ็นไซเท็นเป็นหนึ่งในเทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้ง 7 ของญี่ปุ่น และเป็นเทพในพุทธศาสนาที่เชื่อกันว่าช่วยเรื่องการเรียนและความรุ่งเรืองทางการค้า
หากอยากสัมผัสทั้งวิวทะเลสวย ๆ และวัฒนธรรมญี่ปุ่น เอโนะชิมะก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับเพิ่มเข้าในแผนเที่ยวโตเกียวของคุณ

เอโนะชิมะยามอาบแสงอาทิตย์ยามเย็น
เอโนะชิมะยามอาบแสงอาทิตย์ยามเย็น

3 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำใกล้โอซาก้าที่ควรเพิ่มในแผนเที่ยวโอซาก้า

โอซาก้าขึ้นชื่อเรื่องวัฒนธรรมอาหารอันอุดมสมบูรณ์ จนได้รับฉายาว่าเมืองแห่งการกิน
แวะมาแล้วก็สนุกกับทั้งการเที่ยวและช้อปปิ้งได้เต็มที่ เพราะมีทั้งสวนสนุกชื่อดังและคอมเพล็กซ์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่รออยู่
แม้โอซาก้าเพียงแห่งเดียวก็มีเสน่ห์มากจนเที่ยวไม่หมด แต่พื้นที่ใกล้เคียงก็ยังเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมเช่นกัน
สถานที่ท่องเที่ยวรอบโอซาก้ามีหลายแห่งที่ทำให้สัมผัสได้ถึงความลึกซึ้งของวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น พร้อมทั้งมีทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญและสมบัติแห่งชาติมากมาย
ต่อไปนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวใกล้โอซาก้าที่สามารถไปเช้าเย็นกลับได้ และควรค่าแก่การแวะเยือนเป็นพิเศษ

1. “เกียวโต” เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมระดับตัวแทนของญี่ปุ่น

หากนั่งรถไฟ จากโอซาก้าไปเกียวโตใช้เวลาประมาณ 30 นาที
การเดินทางไปยังหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของญี่ปุ่นได้ในเวลาอันสั้นถือว่าสะดวกมาก
เกียวโตมีเสน่ห์จากศาลเจ้าและวัดจำนวนมาก รวมถึงทัศนียภาพเมืองเก่าแก่ที่ทำให้สัมผัสกลิ่นอายประวัติศาสตร์ได้อย่างเต็มที่
ก่อนที่โตเกียวจะเป็นเมืองหลวง เกียวโตเคยทำหน้าที่นี้มายาวนาน ลองใช้โอกาสนี้ทำความรู้จักประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นให้ลึกขึ้นดู
เกียวโตยังมีชื่อเสียงเรื่องอาหารท้องถิ่นแสนอร่อย โดยเฉพาะอาหารเกียวโตที่ใช้น้ำซุปดาชิเป็นหลัก
อย่าลืมลองสัมผัสวัฒนธรรมอาหารของเกียวโตด้วย
หากมีแผนจะไปเยือนจริง บทความด้านล่างที่คัดเลือกจุดเที่ยวคลาสสิกของเกียวโตไว้ก็เหมาะจะใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง

ไปสัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นในเมืองหลวงเก่าอย่างเกียวโต
ไปสัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นในเมืองหลวงเก่าอย่างเกียวโต

2. “วากายามะ” ที่เต็มอิ่มกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และออนเซ็นได้

จากโอซาก้าไปวากายามะ (Wakayama) ใช้รถไฟด่วนพิเศษประมาณ 1 ชั่วโมง
แม้จะใช้เวลานานขึ้นอีกราว 30 นาที แต่ก็สามารถเดินทางด้วยรถไฟด่วนธรรมดาได้เช่นกัน
วากายามะอุดมสมบูรณ์ด้วยทะเล ภูเขา และแม่น้ำ มีเสน่ห์จากทิวทัศน์ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และบ่อน้ำพุร้อน
เส้นทางคุมาโนะโคโดอันลึกลับและเปี่ยมพลังเฉพาะตัว ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย
สำหรับคนที่กำลังมองหาความหมายของสถานที่นี้ คุมาโนะโคโดเป็นเส้นทางแสวงบุญไปยังศาลเจ้าที่เรียกรวมกันว่า “คุมาโนะซันซัง” และหากเลือกเส้นทางให้เหมาะ ก็สามารถเที่ยวแบบเช้าเย็นกลับได้อย่างเพลิดเพลิน
บทความด้านล่างนี้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวในวากายามะไว้มากมาย ลองมองหาสถานที่ที่ตรงกับสไตล์ของคุณได้เลย

เพลิดเพลินกับวิวสวยตระการตาที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้น
เพลิดเพลินกับวิวสวยตระการตาที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้น

3. “นารา” เมืองที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ยิ่งกว่าเกียวโต

จากโอซาก้าไปนาราใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงด้วยรถไฟด่วนธรรมดา
เนื่องจากนาราเคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นมาก่อน จึงยังคงมีอาคารและพระพุทธรูปจำนวนมากที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ
มีจุดท่องเที่ยวมากมายที่ทำให้สัมผัสประวัติศาสตร์อันลึกซึ้งได้ และในฤดูใบไม้ร่วงก็ยังชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามได้พร้อมกัน
นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยนิยมแวะนาราควบคู่กับเกียวโตที่อยู่ติดกัน
สิ่งปลูกสร้างอันสง่างามน่าตื่นตาตื่นใจเหล่านี้ล้วนคุ้มค่าแก่การไปเห็นด้วยตาตัวเอง
หากได้อ่านบทความด้านล่าง คุณน่าจะสัมผัสเสน่ห์ของนาราที่เต็มไปด้วยบรรยากาศทางประวัติศาสตร์ได้มากขึ้น
แนะนำให้ลองเช็กข้อมูลไว้ก่อนเดินทาง

ลองแวะพบกับกวาง สัญลักษณ์สำคัญของนารา ควบคู่กับอาคารประวัติศาสตร์อันโดดเด่น
ลองแวะพบกับกวาง สัญลักษณ์สำคัญของนารา ควบคู่กับอาคารประวัติศาสตร์อันโดดเด่น

3 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำที่อยากให้แวะควบคู่กับเกียวโตแบบเช้าเย็นกลับ

เกียวโตมีเสน่ห์ทั้งทิวทัศน์เมืองที่เปี่ยมบรรยากาศ ศาลเจ้าและวัดจำนวนมาก รวมถึงอาหารอย่างอาหารเกียวโตและมัทฉะ จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่นอย่างไม่ต้องสงสัย
ใกล้ ๆ กันก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอีกมาก และมีอาหารขึ้นชื่อเฉพาะถิ่นให้เลือกชิมอย่างหลากหลาย
หลังจากเที่ยวเกียวโตแล้ว การออกไปกินมื้อกลางวันหรือของว่างที่เมืองใกล้เคียงก็นับเป็นอีกไอเดียที่น่าสนใจ

1. “โอซาก้า” ที่เต็มอิ่มได้ทั้งอาหารท้องถิ่นรสเยี่ยมและสวนสนุก

จากเกียวโตไปโอซาก้าใช้เวลาประมาณ 30 นาทีโดยรถไฟ
อย่างไรก็ตาม รถไฟบางขบวนอาจใช้เวลาราว 45 นาที จึงควรตรวจสอบล่วงหน้า
โอซาก้าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่โดดเด่นด้านอาหาร จนได้รับฉายาว่าเมืองแห่งการกิน
ทาโกะยากิ โอโคโนะมิยากิ และคุชิคัตสึ เป็นเมนูดังที่อยากให้ลองอย่างน้อยสักครั้ง
แม้โอซาก้าจะโดดเด่นเรื่องอาหาร แต่ก็ยังมีแหล่งพักผ่อนอย่างสวนสนุกและพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมากมาย
แม้จะยากที่จะเก็บครบในเวลาสั้น ๆ แต่ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปนก็นับว่าเป็นจุดสำคัญที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวโอซาก้า
ลองใช้บทความด้านล่างที่แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในโอซาก้าเป็นแนวทางในการจัดแผนเที่ยวของคุณ

เพลิดเพลินกับอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์แบบโอซาก้าแท้ ๆ
เพลิดเพลินกับอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์แบบโอซาก้าแท้ ๆ

2. “เฮียวโงะ” จังหวัดที่เที่ยวได้หลากหลายรูปแบบ

หากนั่งรถไฟ จากเกียวโตไปเฮียวโงะ (Hyogo) แบบไม่ต้องเปลี่ยนขบวนใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
แม้จะต้องเปลี่ยนขบวนมากขึ้น แต่ก็สามารถเดินทางได้ในเวลาราว 50 นาทีเช่นกัน
เฮียวโงะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์หลากหลาย ทั้งปราสาทฮิเมจิซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมืองออนเซ็นอย่างอาริมะออนเซ็น และโกเบที่อบอวลด้วยบรรยากาศต่างชาติ
โดยเฉพาะโกเบเป็นพื้นที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยว มีทั้งอาหารขึ้นชื่ออย่างเนื้อโกเบ และแหล่งช้อปปิ้งในศูนย์การค้าขนาดใหญ่
ด้วยความหลากหลายเหล่านี้ เฮียวโงะจึงน่าจะตอบโจทย์การท่องเที่ยวในแบบที่คุณชอบได้ไม่ยาก
บทความด้านล่างได้คัดเลือกสถานที่ท่องเที่ยวเด่น ๆ ของเฮียวโงะมาแนะนำไว้แล้ว
อย่าลืมลองเช็กควบคู่กันด้วย

ลองวางแผนสัมผัสเสน่ห์อีกด้านของญี่ปุ่นที่อาจยังเที่ยวไม่ครบจากทริปโอซาก้า
ลองวางแผนสัมผัสเสน่ห์อีกด้านของญี่ปุ่นที่อาจยังเที่ยวไม่ครบจากทริปโอซาก้า

3. “ชิงะ” จุดชมวิวสวยของทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

หากจะเดินทางจากเกียวโตไปชิงะ ให้ใช้รถไฟ โดยจะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีพร้อมเปลี่ยนขบวน 1 ครั้ง
เสน่ห์ที่โดดเด่นที่สุดของชิงะคือทะเลสาบบิวะ
ด้วยพื้นที่ 670 ตารางกิโลเมตร และปริมาณน้ำกักเก็บ 27.5 พันล้านตัน ทำให้ที่นี่เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น พร้อมทิวทัศน์กว้างไกลจนแทบมองเหมือนทะเล
อยากให้ลองเพลิดเพลินกับวิวสวยของทะเลสาบบิวะจากจุดต่าง ๆ ทั่วชิงะ
ถัดจากวิวทะเลสาบไป ชิงะยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอีกมาก เช่น วัดเอ็นเรียวคุจิบนภูเขาฮิเอซึ่งเป็นมรดกโลก
โดยเฉพาะศาลเจ้าและวัดมีอยู่มากมาย การลองเปรียบเทียบบรรยากาศกับศาลเจ้าและวัดในเกียวโตก็น่าสนุกไม่น้อย
บทความด้านล่างนี้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่จะช่วยให้คุณเที่ยวชิงะได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
หากกำลังวางแผนเที่ยวชิงะแบบเช้าเย็นกลับ ก็ลองใช้เป็นข้อมูลประกอบได้เลย

ลองไปเที่ยวชิงะแบบเช้าเย็นกลับ แล้วจะพบว่าไม่ได้มีดีแค่ทะเลสาบบิวะเท่านั้น
ลองไปเที่ยวชิงะแบบเช้าเย็นกลับ แล้วจะพบว่าไม่ได้มีดีแค่ทะเลสาบบิวะเท่านั้น

3 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำที่ไปเช้าเย็นกลับได้จากนาโกย่า

นาโกย่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่โดดเด่นด้วยอาหารท้องถิ่นรสเลิศ เช่น มิโสะคัตสึและฮิตสึมาบุชิ
ที่นี่ตั้งอยู่ใจกลางเกาะฮนชู จึงเป็นจุดที่วัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกมาบรรจบกัน จนก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมเฉพาะตัว และยังมีแหล่งพักผ่อนอย่างพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ อีกมาก
บริเวณใกล้นาโกย่าก็มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอยู่ไม่น้อย
แหล่งท่องเที่ยวรอบนาโกย่าหลายแห่งเป็นสถานที่ที่ช่วยเยียวยาทั้งกายและใจ ด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และจุดพลังศรัทธา
จากตรงนี้ไป เราจะพาไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวใกล้นาโกย่าที่ไปเช้าเย็นกลับได้ และแนะนำเป็นพิเศษ

1. “ชิซูโอกะ” จังหวัดที่มีไฮไลต์หลากหลาย รวมถึงวิวภูเขาไฟฟูจิอันงดงาม

หากเดินทางจากนาโกย่าไปชิซูโอกะ แนะนำให้ใช้รถไฟชินคันเซ็น ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
ชิซูโอกะมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ตั้งแต่วิวภูเขาไฟฟูจิอันเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น ไปจนถึงสวนสนุกและเอาต์เล็ตขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ
จึงสามารถเลือกเที่ยวให้เหมาะกับสถานการณ์และใส่ลงในแผนเดินทางได้ง่าย
ชิซูโอกะยังขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตชาชั้นนำแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นด้วย
ถ้ามีโอกาส อยากให้ลองซื้อชาซึ่งเป็นรสชาติที่สะท้อนความเป็นญี่ปุ่นกลับไปเป็นของฝาก
ลองอ่านบทความด้านล่างที่แนะนำจุดเที่ยวคลาสสิกประกอบไปด้วย แล้ววางแผนเที่ยวชิซูโอกะแบบเช้าเย็นกลับกันดู

ดื่มด่ำกับเสน่ห์หลากหลายของชิซูโอกะ รวมถึงวิวภูเขาไฟฟูจิอันงดงาม
ดื่มด่ำกับเสน่ห์หลากหลายของชิซูโอกะ รวมถึงวิวภูเขาไฟฟูจิอันงดงาม

2. “กิฟุ” ที่เที่ยวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมดั้งเดิมได้อย่างเต็มอิ่ม

จากนาโกย่าไปกิฟุใช้เวลาประมาณ 25 นาทีด้วยรถไฟ และไม่ต้องเปลี่ยนขบวน จึงเดินทางสะดวกมากจากนาโกย่า
ที่นี่เป็นพื้นที่ทิวทัศน์งดงาม รายล้อมด้วยธรรมชาติอันยิ่งใหญ่อย่างเทือกเขาฮิดะและแม่น้ำคิโซะสามสาย
เกโระออนเซ็นซึ่งได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสามน้ำพุร้อนชื่อดังของญี่ปุ่น คือหนึ่งในจุดเที่ยวยอดนิยมของกิฟุ
ชิราคาวาโกะซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกก็เป็นอีกแห่งที่ไม่ควรพลาด
ที่กิฟุ คุณจะได้สัมผัสทั้งธรรมชาติแสนสวยและวัฒนธรรมกับทิวทัศน์แบบญี่ปุ่นที่สั่งสมมาจากการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติเหล่านี้
บทความด้านล่างแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในกิฟุไว้อย่างละเอียดมากขึ้น อย่าลืมลองใช้เป็นข้อมูลประกอบด้วย

เพราะเป็นดินแดนที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ จึงมีไฮไลต์ให้ชมมากมาย
เพราะเป็นดินแดนที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ จึงมีไฮไลต์ให้ชมมากมาย

3. “มิเอะ” จังหวัดที่มีจุดพลังศรัทธาชั้นนำของญี่ปุ่น

หากจะเดินทางจากนาโกย่าไปมิเอะ ให้ขึ้นรถไฟจากสถานีคินเท็ตสึนาโกย่า
ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที
มิเอะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ทั้งธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และอาหารขึ้นชื่ออย่างเนื้อมัตสึซากะ
สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดคือศาลเจ้าอิเสะ
ที่นี่เป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่ชาวญี่ปุ่นอยากไปเยือนสักครั้งในชีวิต และยังเป็นจุดพลังศรัทธาที่โดดเด่นมาก
บทความด้านล่างนี้ได้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวคลาสสิกของมิเอะ รวมถึงศาลเจ้าอิเสะไว้แล้ว
ลองใช้บทความนี้เป็นแนวทางในการวางแผนเที่ยวแบบเช้าเย็นกลับโดยมีศาลเจ้าอิเสะเป็นไฮไลต์กันได้

นอกจากพลังลึกลับของสถานที่แล้ว คุณน่าจะได้รับพลังจากธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ด้วยเช่นกัน
นอกจากพลังลึกลับของสถานที่แล้ว คุณน่าจะได้รับพลังจากธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ด้วยเช่นกัน

3 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำที่ควรขยับไปเยือนจากฟุกุโอกะ

ฟุกุโอกะเป็นเมืองที่เจริญไม่แพ้โตเกียวหรือโอซาก้า
แม้จะเป็นเมืองใหญ่ แต่ก็ยังมีเสน่ห์จากธรรมชาติทั้งทะเล ภูเขา และแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์
อาหารท้องถิ่นที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติอันอุดมนี้ก็เป็นอีกอย่างที่ไม่ควรพลาด
อาจกล่าวได้เลยว่าเสน่ห์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฟุกุโอกะคืออาหารท้องถิ่น
โดยเฉพาะมิซุตากิ ราเม็งทงคตสึ และโมตสึนาเบะ ที่มีชื่อเสียงมาก จนกลายเป็นเมนูเด่นระดับตัวแทนของญี่ปุ่น ไม่ใช่แค่ของฟุกุโอกะเท่านั้น
รอบฟุกุโอกะยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอีกมาก โดยเฉพาะจุดที่ให้คุณได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่
หลายแห่งเต็มไปด้วยบรรยากาศลึกลับชวนสัมผัสพลังพิเศษ เหมาะสำหรับรีเฟรชร่างกายที่อ่อนล้า
ต่อไปนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ฟุกุโอกะที่สามารถไปเช้าเย็นกลับได้ อย่าลืมลองเพิ่มลงในแผนเที่ยวฟุกุโอกะของคุณ

1. “โออิตะ” จังหวัดที่มีจำนวนแหล่งออนเซ็นติดอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น

หากเดินทางจากสถานีฮากาตะในฟุกุโอกะไปโออิตะ (Oita) จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาทีโดยรถไฟ
โออิตะมีแหล่งพักผ่อนมากมายทั้งพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและสวนสัตว์ แต่สิ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดน่าจะเป็นออนเซ็น
โออิตะเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในแหล่งออนเซ็นชั้นนำของญี่ปุ่น และมีจำนวนย่านออนเซ็นมากจนได้รับฉายาว่าอาณาจักรแห่งออนเซ็น
โดยเฉพาะเบ็ปปุออนเซ็นและยูฟุอินออนเซ็นที่ได้รับความนิยมสูงมาก
เนื่องจากแต่ละออนเซ็นมีคุณสมบัติและสรรพคุณของน้ำพุร้อนต่างกัน การลองแวะแช่หลายแห่งแล้วเปรียบเทียบกันก็น่าสนุกไม่น้อย และแน่นอนว่ามีสถานที่ออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับอยู่มากเช่นกัน
หากสนใจโออิตะ ลองดูบทความด้านล่างที่แนะนำเสน่ห์และสถานที่ท่องเที่ยวของที่นี่เพิ่มเติมได้

ลองผ่อนคลายร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการท่องเที่ยวด้วยออนเซ็น
ลองผ่อนคลายร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการท่องเที่ยวด้วยออนเซ็น

2. “คาโงชิมะ” ที่เยียวยาด้วยมรดกโลกทางธรรมชาติและออนเซ็น

หากเดินทางจากฟุกุโอกะไปคาโงชิมะ แนะนำให้ใช้เครื่องบินซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายมักค่อนข้างสูง จึงควรพิจารณาการเดินทางด้วยรถไฟไว้ด้วย
คาโงชิมะมีเสน่ห์จากทิวทัศน์ธรรมชาติอันสวยงาม โดยเฉพาะซากุระจิมะและยากุชิมะที่เป็นจุดเที่ยวยอดนิยม ยากุชิมะยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย
มีหลายจุดที่ทำให้สัมผัสพลังของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ เหมาะกับการรีเฟรชทั้งกายและใจ
ที่นี่ยังมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีหลายแห่ง หากมาในฤดูใบไม้ร่วงก็ควรหาโอกาสแวะชมไปพร้อมกัน
ลองใช้สถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำไว้ในบทความด้านล่างเป็นแนวทาง แล้วขยับออกไปเที่ยวคาโงชิมะกันดู

ถ้าอยากชมทิวทัศน์ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ในคิวชู คาโงชิมะเป็นตัวเลือกที่น่าแนะนำ
ถ้าอยากชมทิวทัศน์ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ในคิวชู คาโงชิมะเป็นตัวเลือกที่น่าแนะนำ

3. “มิยาซากิ” จุดหมายที่โดดเด่นด้วยสถานที่ลึกลับซึ่งเกี่ยวข้องกับตำนานญี่ปุ่น

หากเดินทางจากฟุกุโอกะไปมิยาซากิ แนะนำให้ใช้เครื่องบิน แม้ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่า แต่ใช้เวลาประมาณ 45 นาที
หนึ่งในเสน่ห์ของมิยาซากิคือธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์
หุบเขาทาคาจิโฮะซึ่งก่อตัวขึ้นตลอดเวลาหลายหมื่นปี เป็นวิวสวยตระการตาและยังเป็นจุดถ่ายภาพที่ช่างภาพจำนวนมากชื่นชอบ
ที่นี่เป็นดินแดนซึ่งเกี่ยวข้องกับตำนานญี่ปุ่น และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับตำนานเหล่านั้นอยู่มากมาย ให้คุณได้สัมผัสบรรยากาศลึกลับอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ยังมีของขึ้นชื่อมากมาย เช่น ไก่ท้องถิ่น เนื้อมิยาซากิ และมะม่วง จึงอยากให้ลองชิมอาหารอร่อยของที่นี่ด้วย
หากเป็นการมาเยือนมิยาซากิครั้งแรก บทความด้านล่างที่คัดเลือกสถานที่ท่องเที่ยวมาแนะนำก็น่าจะเป็นประโยชน์มาก

ลองมาสัมผัสพลังแห่งธรรมชาติและความลึกลับที่มิยาซากิ
ลองมาสัมผัสพลังแห่งธรรมชาติและความลึกลับที่มิยาซากิ

3 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่สนุกได้แบบเช้าเย็นกลับจากซัปโปโร

ซัปโปโร เมืองศูนย์กลางของฮอกไกโด เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่โดดเด่นด้วยความเป็นเมืองสวยงามเป็นระเบียบและกลมกลืนกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์
ระหว่างเที่ยว คุณจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่แบบฮอกไกโดและอาหารรสเลิศจากวัตถุดิบที่เติบโตจากธรรมชาติด้วย โดยเฉพาะมิโสะราเม็งและซุปแกงกะหรี่ที่ได้รับความนิยมมาก
บริเวณใกล้ซัปโปโรก็มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจกระจายอยู่หลายแห่งเช่นกัน
จากตรงนี้ไป เราจะพาไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ซัปโปโรที่ควรไปเยือนเป็นพิเศษและสามารถเที่ยวแบบเช้าเย็นกลับได้
ลองออกไปเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ธรรมชาติที่มีเสน่ห์แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ พร้อมลิ้มลองอาหารท้องถิ่นกันดู

1. “โอตารุ” เมืองสวยสไตล์ย้อนยุคที่ชวนให้นึกถึงวันวาน

หากเดินทางจากซัปโปโรไปโอตารุ (Otaru) ใช้เวลาประมาณ 50 นาทีด้วยรถไฟ และไม่ต้องเปลี่ยนขบวน จึงถือว่าเดินทางสะดวกมาก
เสน่ห์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโอตารุคือความงดงามและบรรยากาศของเมือง
ที่นี่ยังมีอาคารจำนวนมากจากสมัยเมจิและสมัยไทโชหลงเหลืออยู่ ทำให้คุณดื่มด่ำกับความรู้สึกย้อนวันวานท่ามกลางทิวทัศน์สไตล์เรโทรได้
โดยเฉพาะคลองโอตารุถือเป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่อยากแนะนำให้แวะเมื่อมาเยือนโอตารุ
ปัจจุบันคลองแห่งนี้ไม่ได้ใช้เป็นเส้นทางขนส่งแล้ว แต่กลายเป็นทางเดินเล่นที่ประดับด้วยโคมแก๊ส 63 ต้นแทน
เมื่อยามเย็นมาถึง โคมแก๊สจะเปิดไฟ สร้างบรรยากาศงดงามและชวนฝัน
ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวชั้นนำของโอตารุ และยังได้รับความนิยมมากในฐานะจุดถ่ายรูป
บทความด้านล่างนี้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในโอตารุไว้อย่างละเอียดมากขึ้น
หากมีแผนจะไปเยือน ลองเช็กควบคู่กันไว้ได้เลย

เดินเล่นท่ามกลางเมืองสวย พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศชวนหวนคิดถึง
เดินเล่นท่ามกลางเมืองสวย พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศชวนหวนคิดถึง

2. “ฟุราโนะ” เมืองแห่งทุ่งดอกไม้สวยงามที่ปกคลุมผืนดินกว้างใหญ่

จากซัปโปโรไปฟุราโนะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยรถไฟด่วนพิเศษหรือวิธีเดินทางอื่นที่ใกล้เคียงกัน
เมื่อพูดถึงฟุราโนะ สิ่งที่โดดเด่นคือทุ่งดอกไม้สวยงามที่แผ่กว้างไปทั่วผืนดินอันกว้างใหญ่
โดยเฉพาะทุ่งลาเวนเดอร์ที่มักอยู่ในช่วงชมสวยตั้งแต่ปลายเดือน 6 ถึงปลายเดือน 7 ถือเป็นภาพจำอันโดดเด่นของฟุราโนะ
ภาพของดอกไม้นานาพันธุ์ที่ผลิบานเต็มสายตาในแต่ละฤดูกาล คือเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาได้จากฟุราโนะเท่านั้น
ถ้าอยากชมทิวทัศน์ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ในฮอกไกโด ฟุราโนะก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะมาก
หากมีแผนไปเยือนฟุราโนะ ซึ่งเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ทำให้เพลิดเพลินกับธรรมชาติได้เต็มที่ บทความด้านล่างนี้ก็น่าลองใช้เป็นข้อมูลประกอบเช่นกัน

ออกไปชมวิวสุดตระการตาที่มีให้เห็นได้ที่ฟุราโนะเท่านั้น
ออกไปชมวิวสุดตระการตาที่มีให้เห็นได้ที่ฟุราโนะเท่านั้น

3. “คาบสมุทรชะโคตัน” วิวงามของหน้าผาสูงชันกับทะเลสีคราม

คาบสมุทรชะโคตัน (Shakotan) ตั้งอยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด และเป็นคาบสมุทรที่ยื่นออกสู่ทะเลญี่ปุ่น
หากเดินทางจากซัปโปโร แนะนำให้ใช้รถไฟร่วมกับรถบัสประจำทาง หรือเลือกขึ้นรถบัสด่วนที่ไม่ต้องเปลี่ยนขบวนก็ได้ ซึ่งทั้งสองเส้นทางใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที
เสน่ห์ของคาบสมุทรชะโคตันคือวิวชายฝั่งที่งดงามจากแนวหน้าผาสูงชันที่ทอดยาวต่อเนื่อง
ลองไปสัมผัสทะเลสีฟ้าสวยที่ขึ้นชื่อว่างดงามติดอันดับต้น ๆ ของฮอกไกโดกันดู
ระหว่างชมวิว คุณจะได้เห็นทั้งทิวทัศน์อันทรงพลังจากคลื่นที่ค่อนข้างสูง และเมื่อถึงยามเย็นก็ยังมีภาพพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าตามแนวชายฝั่งที่โรแมนติกมาก
คาบสมุทรชะโคตันขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลอร่อย โดยเฉพาะอูนิหรือหอยเม่นทะเลที่เป็นของขึ้นชื่อและรสชาติเยี่ยม
ช่วงฤดูกาลที่เหมาะอยู่ราวเดือน 7 ดังนั้นหากเป็นไปได้ แนะนำให้มาเยือนในฤดูร้อน

คาบสมุทรชะโคตันมีจุดชมวิวสวยติดอันดับต้น ๆ ของฮอกไกโดอยู่มากมาย
คาบสมุทรชะโคตันมีจุดชมวิวสวยติดอันดับต้น ๆ ของฮอกไกโดอยู่มากมาย

3 เกาะยอดนิยมที่เที่ยวแบบเช้าเย็นกลับได้จากนาฮะ

นาฮะเป็นศูนย์กลางของโอกินาวะและเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่ใคร ๆ ก็รู้จักกันดี
เสน่ห์ของที่นี่คือบรรยากาศแบบต่างแดนที่เกิดจากวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันเป็นเอกลักษณ์
ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น ซากปราสาทชูริที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และถนนช้อปปิ้งโคคุไซโดริในเมืองนาฮะ หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่าโคคุไซโดริ
รอบนาฮะยังมีเกาะน้อยใหญ่มากมายที่สามารถเที่ยวแบบเช้าเย็นกลับได้
คุณจะได้เพลิดเพลินกับทะเลสีฟ้าใสราวกระจก และยังสนุกกับกิจกรรมทางทะเลอย่างดำน้ำได้ด้วย
หากมีเวลา ลองขยับไปเที่ยวเกาะใกล้ ๆ เพื่อสัมผัสธรรมชาติของโอกินาวะอย่างใกล้ชิดกันดู

1. “เกาะอิเอะ” เกาะที่มีหาดทรายขาวสวยทอดยาว

เกาะอิเอะ (Iejima) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะหลักโอกินาวะ โดดเด่นด้วยชายหาดทรายขาวทอดยาวและทะเลสีฟ้าใสความโปร่งใสสูง
ภูเขากุสึคุยามะที่อยู่ใจกลางเกาะเป็นสัญลักษณ์ของเกาะอิเอะ และผู้คนนอกเกาะรู้จักกันในชื่อเล่นว่า “ทัจจู”
แม้จะเป็นเกาะเล็ก ๆ พื้นที่ประมาณ 23 ตารางกิโลเมตร แต่ก็มีชายหาดสวยกระจายอยู่หลายแห่ง และเป็นจุดท่องเที่ยวที่ซ่อนตัวอยู่เงียบ ๆ
การไปเกาะอิเอะสามารถนั่งเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือโมโตบุ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
หากจะเดินทางจากสนามบินนาฮะไปท่าเรือโมโตบุ สามารถใช้รถบัสด่วน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
ที่นี่ยังมีกิจกรรมทางทะเลอย่างดำน้ำให้สนุกได้อย่างเต็มที่ จึงเหมาะสำหรับคนที่อยากเพลิดเพลินกับทะเลของโอกินาวะ

วิวทะเลใสและหาดทรายขาวที่ผสานกันอย่างลงตัว งดงามเป็นพิเศษจริง ๆ
วิวทะเลใสและหาดทรายขาวที่ผสานกันอย่างลงตัว งดงามเป็นพิเศษจริง ๆ

2. “เกาะโทคาชิกิ” ที่เต็มอิ่มกับดำน้ำและกีฬาทางทะเลได้

เกาะโทคาชิกิ (Tokashikijima) ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกาะหลักโอกินาวะ และเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะเครามะ
การเดินทางไปเกาะโทคาชิกิใช้เรือเฟอร์รี่ 2 ประเภทที่ออกจากอาคารผู้โดยสารทางเรือในเมืองนาฮะ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “โทมาริน” ใช้เวลาสูงสุดประมาณ 70 นาที และบางเที่ยวใช้เวลาราว 40 นาที
ทะเลสีฟ้าใสที่เรียกว่า “เครามะบลู” คือเสน่ห์สำคัญของเกาะโทคาชิกิ
ในช่วงฤดูร้อนที่นี่คึกคักไปด้วยกิจกรรมทางทะเลหลากหลายชนิด อยากให้ลองไปสนุกกันดูสักครั้ง
ยังมีจุดดำน้ำหลายแห่ง และได้รับการประเมินสูงจากนักดำน้ำทั่วญี่ปุ่นอีกด้วย

เพลิดเพลินกับการดำน้ำและกีฬาทางทะเลในทะเลแสนสวย
เพลิดเพลินกับการดำน้ำและกีฬาทางทะเลในทะเลแสนสวย

3. “เกาะมินนะ” ที่เพลิดเพลินกับโลกใต้ทะเลอันงดงามซึ่งมีแนวปะการังและปลาทะเลเขตร้อนแหวกว่ายได้

เกาะมินนะ (Minnajima) ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกาะหลักโอกินาวะ และอยู่ทางใต้ของเกาะอิเอะ
ตัวเกาะมีรูปร่างคล้ายพระจันทร์เสี้ยว จึงมีชื่อเล่นว่า “เกาะครัวซองต์”
การเดินทางไปเกาะมินนะใช้เรือเฟอร์รี่จากท่าเรือโทกุจิ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
ส่วนจากสนามบินนาฮะไปท่าเรือโทกุจิ สามารถใช้รถบัสด่วน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที
เกาะมินนะมีเสน่ห์จากทะเลสวย และกิจกรรมอย่างดำน้ำหรือสน็อกเกิลที่ทำให้เพลิดเพลินกับทะเลได้เต็มที่
เมื่อมองลงไปในทะเลของเกาะมินนะ คุณจะพบโลกใต้ทะเลที่เต็มไปด้วยปะการังสวยงามและปลาทะเลเขตร้อนแหวกว่ายอยู่
นี่คือภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะมินนะซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางแนวปะการัง และเป็นประสบการณ์ที่อยากให้ลองสักครั้ง
หากกังวลเรื่องการลงเล่นน้ำ การนั่งเรือท้องกระจกเพื่อชมวิวก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ

ถ้าอยากเห็นทิวทัศน์เฉพาะตัวของเกาะมินนะ ลองหาโอกาสไปเยือนกันดู
ถ้าอยากเห็นทิวทัศน์เฉพาะตัวของเกาะมินนะ ลองหาโอกาสไปเยือนกันดู

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแผนเที่ยวญี่ปุ่นแบบเช้าเย็นกลับ

Q

เมืองท่องเที่ยวไหนมีพื้นที่ใกล้เคียงน่าสนใจให้เที่ยวหลายแห่ง?

A

เกียวโต นารา และโอซาก้าอยู่ติดกันและเดินทางสะดวก จึงเหมาะสำหรับผู้ที่อยากเที่ยวหลายจุดในการเดินทางครั้งเดียว

Q

ถ้ามีเวลาน้อยแต่อยากเที่ยวหลายที่ ควรไปเที่ยวที่ไหนดี?

A

แนะนำโอซาก้าและเกียวโต เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมกระจุกตัวอยู่ใกล้กัน

บทสรุป

ถ้าอยากให้ทริปญี่ปุ่นมีสีสันขึ้นอีกหน่อย การขยับจากจุดหมายหลักไปเที่ยวแบบเช้าเย็นกลับก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
บทความนี้ได้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจซึ่งสามารถไปเที่ยวแบบเช้าเย็นกลับได้จากแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของญี่ปุ่น
หากกำลังวางแผนทริปอยู่ ลองเพิ่มจุดหมายที่แนะนำไว้เข้าไปในแผนการเดินทางของคุณ คุณอาจได้พบเสน่ห์อีกด้านของญี่ปุ่นที่ยังไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้