เติมพลังใจและกายด้วยการตระเวนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์! 22 ที่เที่ยวห้ามพลาดในมิเอะ

เติมพลังใจและกายด้วยการตระเวนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์! 22 ที่เที่ยวห้ามพลาดในมิเอะ

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

ถ้าอยากออกเดินทางไปหาที่ที่ช่วยให้ทั้งใจและกายได้ชาร์จพลัง มิเอะก็เป็นจุดหมายที่ชวนแวะไม่น้อย
ที่นี่มีสถานที่เปี่ยมพลังศรัทธาอยู่มากมาย เช่น ศาลเจ้าอิเสะจิงกู (Ise Jingu) ซึ่งเป็นหนึ่งในพาวเวอร์สปอตชั้นนำของญี่ปุ่น และคุมาโนะโคโด (Kumano Kodo) เส้นทางแสวงบุญที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
ระหว่างทางยังได้เจอกับทิวทัศน์งดงามที่รายล้อมด้วยทะเลและภูเขา ช่วยให้จิตใจผ่อนคลายขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ปิดท้ายด้วยอาหารชั้นเลิศจากวัตถุดิบท้องถิ่นทั้งจากทะเลและภูเขา ก็ยิ่งทำให้ทริปนี้น่าจดจำขึ้นไปอีก

มิเอะเป็นสถานที่แบบไหน?

จังหวัดมิเอะอยู่บริเวณตอนกลางของญี่ปุ่น
มีแนวชายฝั่งยาวประมาณ 1,000 กิโลเมตร และยังเป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่จัดการประชุมสุดยอดอิเสะชิมะ ปี 2016
ดังที่ถูกบรรยายไว้ใน “โคจิกิ” และ “นิฮงโชกิ” ซึ่งเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นว่าเป็น “ดินแดนอันงดงาม” มิเอะจึงมีเสน่ห์จากภูมิประเทศที่อุดมด้วยทะเล ภูเขา และแม่น้ำ พร้อมวิวสวยที่ทำให้จิตใจอิ่มเอม
เรื่องอาหารก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ทั้งมัตสึซากะกิว เนื้อวัวแบรนด์ดังระดับประเทศ อิเสะเอบิ หอยฮามากุริ และอะกะฟุกุโมจิ ล้วนเป็นของขึ้นชื่อของที่นี่
ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าอิเสะจิงกู พาวเวอร์สปอตชั้นนำของญี่ปุ่น ซึ่งมีผู้คนจากทั่วประเทศเดินทางมาสักการะต่อเนื่องมาประมาณ 400 ปี
ถ้าอยากชิมของอร่อย พร้อมชาร์จพลังใจท่ามกลางธรรมชาติสวยงามและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ลองวางแผนมาเที่ยวมิเอะกัน

ทิวทัศน์เมืองมิเอะที่อุดมด้วยทะเลและภูเขา
ทิวทัศน์เมืองมิเอะที่อุดมด้วยทะเลและภูเขา

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของมิเอะคือช่วงไหน?

มิเอะเป็นจังหวัดที่สามารถเพลิดเพลินกับธรรมชาติอันงดงามได้ตลอดทั้ง 4 ฤดู
ช่วงที่ดีที่สุดคือเดือน 1 ซึ่งสามารถไปไหว้ขอพรรับปีใหม่ที่ศาลเจ้าอิเสะจิงกู และลิ้มรสอาหารทะเลตามฤดูกาลได้
หากไม่ชอบอากาศหนาว แนะนำช่วงเดือน 9–10 ที่อากาศสดชื่นและมีใบไม้เปลี่ยนสีสวยงาม

ตัวอย่างการแต่งกายของแต่ละฤดูกาลในมิเอะ

  • ฤดูใบไม้ผลิ (3–5): เลือกแจ็กเก็ตบาง ๆ คู่กับเสื้อสเวตเตอร์เนื้อบาง
  • ฤดูร้อน (6–8): เสื้อผ้าบางเบาและเสื้อแขนสั้นกำลังเหมาะ
  • ฤดูใบไม้ร่วง (9–11): แจ็กเก็ตบางหรือโค้ตก็ใช้งานได้ดี
  • ฤดูหนาว (12–2): ควรเตรียมโค้ต เสื้อสเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ต

เดินทางไปมิเอะอย่างไร?

เนื่องจากจังหวัดมิเอะไม่มีสนามบิน จึงควรเดินทางผ่านเมืองใหญ่ เช่น นาโกยา โอซาก้า หรือเกียวโต
จากสถานีโตเกียว สามารถนั่งชินคันเซ็นไปยังสถานีนาโกยา แล้วต่อรถไฟสาย JR หรือรถด่วนคินเท็ตสึ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 20 นาที
จากสถานีโอซาก้านัมบะ นั่งรถด่วนคินเท็ตสึใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที
ลองเพลิดเพลินกับเอคิเบ็งและวิวจากหน้าต่างรถไฟระหว่างทางก่อนถึงมิเอะ

การเดินทางหลักสำหรับเที่ยวในมิเอะ

การเที่ยวในมิเอะสามารถเดินทางได้สะดวก หากใช้รถไฟและแท็กซี่ให้เหมาะสม
นอกจากนี้ยังมีรถบัสและรถเช่าให้เลือกอย่างครบครัน จึงแนะนำให้วางแผนท่องเที่ยวโดยคำนึงถึงการเดินทางด้วยรถยนต์ควบคู่ไปด้วย

พาวเวอร์สปอตครบครัน! 22 ที่เที่ยวห้ามพลาดในมิเอะ

พูดถึงมิเอะขึ้นมา หลายคนน่าจะนึกถึงศาลเจ้าอิเสะจิงกูที่มีประวัติยาวนานประมาณ 2,000 ปี และคุมาโนะโคโดซึ่งเป็นมรดกโลกก่อน
นอกเหนือจากสองแห่งนี้ ระหว่างการเดินทางยังจะได้เจอกับธรรมชาติสวยงามและศาลเจ้าเก่าแก่อีกมากมาย จนมิเอะเต็มไปด้วยพาวเวอร์สปอตน่าไปเยือน
ต่อไปนี้คือที่เที่ยวห้ามพลาดที่อยากแนะนำให้ลองไปสัมผัสด้วยตัวเอง

1. นาบานะโนะซาโตะ

ธีมพาร์กขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์บานสะพรั่งตามฤดูกาล
ไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจมากในช่วงหลังคือ “งานประดับไฟนาบานะโนะซาโตะ” ซึ่งจัดขึ้นทุกปีตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงถึงฤดูใบไม้ผลิ
ธีมงานจะแตกต่างกันไปในแต่ละปี แต่การประดับไฟด้วยเทคโนโลยีการโปรแกรมระดับโลกและหลอดไฟ LED รุ่นใหม่ก็สร้างความประทับใจให้ผู้ชมเสมอ

ครบครันทั้งลานดอกไม้ ร้านอาหาร เรือนกระจกขนาดใหญ่ และออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับ เที่ยวได้เต็มวัน
ครบครันทั้งลานดอกไม้ ร้านอาหาร เรือนกระจกขนาดใหญ่ และออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับ เที่ยวได้เต็มวัน

2. ศาลเจ้าอิเสะจิงกู

เป็นที่คุ้นเคยในชื่อ “โออิเซะซัง” และมักเรียกรวมกันว่า “อิเสะจิงกู” แต่ชื่ออย่างเป็นทางการคือ “จิงกู”
ภายในจิงกูมีศาลชั้นในหรือไนกู (โคไตจิงกู) ที่ประดิษฐานเทพอามาเทราสึ โอมิคามิ เทพต้นตระกูลของราชวงศ์ญี่ปุ่น และศาลชั้นนอกหรือเกกู (โทโยอุเกะไดจิงกู) ที่ประดิษฐานเทพผู้คุ้มครองเรื่องอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และอุตสาหกรรม รวมถึงศาลอื่น ๆ รวมทั้งหมด 125 แห่ง
อาคารศาลเจ้าสร้างด้วยไม้ฮิโนกิในรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่เรียกว่า “ชินเมซึคุริ” โดยที่ศาลหลัก 2 แห่งและศาลรอง 14 แห่ง จะมีพิธีสร้างอาคารใหม่และอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ย้ายไปยังอาคารใหม่ทุก 20 ปี

ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อายุ 2,000 ปี ที่รวมรากฐานของประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นไว้ครบถ้วน
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อายุ 2,000 ปี ที่รวมรากฐานของประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นไว้ครบถ้วน

3. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเก่าแก่ที่เปิดในปี 1955 โดยจากเดิมที่มีสัตว์น้ำเพาะเลี้ยงราว 50 ชนิด ได้เพิ่มเป็นมากกว่า 1,200 ชนิดในปี 2013 มากที่สุดในญี่ปุ่น
ที่นี่ยังเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่เลี้ยงพะยูน และมีทั้งการแสดงกับโซนนิทรรศการที่ครบครัน
เมื่อเดินชมไปเรื่อย ๆ จะได้พบทั้งโซนพะยูนแอฟริกา “อาณาจักรสัตว์ทะเล” ที่สามารถเดินผ่านท่อใสใต้น้ำได้ และในโซน “ทะเลอิเสะชิมะและทะเลญี่ปุ่น” ยังมีโอกาสได้พบกับโลมาสเนเมริแสนน่ารักอีกด้วย

จำลองท้องทะเลแนวปะการังเขตร้อนได้อย่างสวยงาม
จำลองท้องทะเลแนวปะการังเขตร้อนได้อย่างสวยงาม

4. นางาชิมะสปาแลนด์

สวนสนุกขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น ที่มีเครื่องเล่นสุดหวาดเสียวอลังการ
ไฮไลต์ยอดนิยมที่สุดคือรถไฟเหาะไฮบริดระดับโลก “ฮาคุเก”
พุ่งทะยานจากความสูง 55 เมตร ด้วยมุมลาดชัน 80 องศา และความเร็วสูงสุด 107 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้ความตื่นเต้นเร้าใจราวกับวาฬขาวดุร้ายกำลังฝ่าคลื่นทะเล

สนุกกับรถไฟเหาะไฮบริดไม้และเหล็ก “ฮาคุเก” พร้อมเครื่องเล่นสุดมันและสระว่ายน้ำ
สนุกกับรถไฟเหาะไฮบริดไม้และเหล็ก “ฮาคุเก” พร้อมเครื่องเล่นสุดมันและสระว่ายน้ำ

5. ซูซูกะเซอร์กิต

ซูซูกะเซอร์กิตมีชื่อเสียงจากการแข่งขันมากมาย เช่น F1 เจแปนกรังด์ปรีซ์ และซูซูกะ 8 ชั่วโมง
นอกจากสนามแข่งระดับนานาชาติแล้ว ยังมีสวนสนุก โรงแรม และร้านอาหาร จึงสามารถเที่ยวได้ในฐานะธีมพาร์กเช่นกัน

สัมผัสบรรยากาศแบบนักแข่งที่ซูซูกะเซอร์กิต สนามแข่งที่ใช้จัด F1 เจแปนกรังด์ปรีซ์
สัมผัสบรรยากาศแบบนักแข่งที่ซูซูกะเซอร์กิต สนามแข่งที่ใช้จัด F1 เจแปนกรังด์ปรีซ์

6. หมู่บ้านสเปนชิมะ

ธีมพาร์กที่สามารถสนุกกับเครื่องเล่น ขบวนพาเหรด และการแสดงต่าง ๆ ได้
ภายในมีสิ่งน่าสนใจในธีมสเปนมากมาย โดยหนึ่งในไฮไลต์คือการแสดงฟลาเมงโกแบบเต็มรูปแบบ
ในสวนยังมีมุมถ่ายรูปสวย ๆ จำนวนมาก ให้คุณเก็บภาพพิเศษที่แตกต่างจากชีวิตประจำวันได้

ใช้เวลาราวกับอยู่ในฝัน พร้อมสัมผัสบรรยากาศสดใสแบบสเปน
ใช้เวลาราวกับอยู่ในฝัน พร้อมสัมผัสบรรยากาศสดใสแบบสเปน

7. โอฮาไรมาจิ และโอคาเงะโยโกโจ

หน้าประตูโทริอิของศาลชั้นในแห่งอิเสะจิงกู มีถนนสายหนึ่งคล้ายเมืองหน้าวัดที่เรียกว่า “โอฮาไรมาจิ” ซึ่งคึกคักไปด้วยผู้แสวงบุญจำนวนมากในทุกปี
กล่าวกันว่าชื่อนี้มีที่มาจากในอดีตตั้งแต่สมัยเอโดะจนถึงต้นสมัยเมจิ ที่นี่เป็นที่อยู่ของผู้คนที่เรียกว่า “โอนชิ” จำนวนมาก ซึ่งทำพิธีคางุระให้แก่ผู้แสวงบุญที่ตนดูแลอยู่

เมืองที่สามารถเพลิดเพลินกับอาหารและการหาของฝาก พร้อมสัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของอิเสะ
เมืองที่สามารถเพลิดเพลินกับอาหารและการหาของฝาก พร้อมสัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของอิเสะ

8. ศาลเจ้าซารุตาฮิโกะ

ศาลเจ้าแห่งนี้ประดิษฐานซารุตาฮิโกะโอกามิ เทพเจ้าที่เชื่อกันว่าจะปรากฏในยามเริ่มต้นสิ่งต่าง ๆ และนำพาทุกอย่างไปในทิศทางที่ดี
มีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับอิเสะจิงกู โดยโอตะโนะมิโคโตะ ผู้สืบเชื้อสายจากซารุตาฮิโกะโอกามิ เป็นผู้แนะนำบริเวณต้นน้ำแม่น้ำอิซุซุกาวะให้เป็นที่ตั้งของศาลชั้นในแห่งอิเสะจิงกู
ตระกูลหัวหน้านักบวชอุจิโทโก ซึ่งสืบสายตรงจากซารุตาฮิโกะโอกามิและโอตะโนะมิโคโตะ เคยดำรงตำแหน่งพิเศษในจิงกูและมีบทบาทสำคัญในพิธีสร้างศาลใหม่ทุก 20 ปี

อยากไปสักการะศาลเจ้าซารุตาฮิโกะ เพื่อเปิดทางให้โชคและสิ่งดี ๆ ในอนาคต
อยากไปสักการะศาลเจ้าซารุตาฮิโกะ เพื่อเปิดทางให้โชคและสิ่งดี ๆ ในอนาคต

9. ศาลเจ้าชินเมจินจะ (อิชิงามิซัง)

ลึกเข้าไปจากทางเดินเข้าสักการะ ท่ามกลางป่าอันเงียบสงบ มี “ศาลเจ้าชินเมจินจะ” ตั้งอยู่ โดยเป็นศาลประจำท้องถิ่นของโอซัตสึ และประดิษฐานอามาเทราสึโอมิคามิ
ข้างศาลเจ้ามีต้นการบูรเก่าแก่ที่แห้งตายแล้ว ซึ่งได้รับการเคารพบูชาในฐานะต้นไม้วิเศษที่ช่วยคุ้มครองอายุยืน
ด้านในของต้นไม้เป็นโพรงถ้ำ และยังมีตำนานเล่าว่าทหารตระกูลเก็นจิที่พ่ายแพ้เคยหลบซ่อนอยู่ในโพรงนี้

อยากรับพรจากอิชิงามิซัง ที่ว่ากันว่าจะช่วยให้คำขอของผู้หญิงเป็นจริงได้ 1 ข้อ
อยากรับพรจากอิชิงามิซัง ที่ว่ากันว่าจะช่วยให้คำขอของผู้หญิงเป็นจริงได้ 1 ข้อ

10. โกไซโชโรปเวย์

เชื่อมระหว่างสถานียุโนะยามะออนเซ็นที่เชิงเขาโกไซโชดาเกะความสูง 400 เมตร กับสถานีสวนบนเขาที่ระดับความสูง 1,180 เมตร โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที
จากกระเช้าสามารถมองเห็นอ่าวอิเสะได้แบบพาโนรามา และที่ร้านอาหารชมวิวบนสถานียอดเขาก็สามารถรับประทานอาหารได้
หากใช้เส้นทางเดินชมธรรมชาติที่ได้รับการจัดไว้อย่างดีในสวนบนเขา ก็สามารถเดินขึ้นสู่ยอดเขาโกไซโชดาเกะที่สูง 1,212 เมตรได้ไม่ยาก และหากต้องการขึ้นสู่ยอดเขาแบบง่ายยิ่งขึ้น ก็สามารถใช้ลิฟต์ชมวิวแบบเดี่ยวยกที่ปกติใช้สำหรับสกีได้เช่นกัน

ดื่มด่ำธรรมชาติยิ่งใหญ่ของโกไซโชด้วยวิวจากกระเช้าและการเดินเขาบนยอด
ดื่มด่ำธรรมชาติยิ่งใหญ่ของโกไซโชด้วยวิวจากกระเช้าและการเดินเขาบนยอด

11. คุมาโนะโคโด

สำหรับคนที่สนใจประวัติศาสตร์การแสวงบุญ คุมาโนะโคโดคือเส้นทางที่นำไปสู่คุมาโนะซันซัง
คุมาโนะซันซังเป็นชื่อรวมของศาลเจ้าคุมาโนะฮงกูไทฉะ ศาลเจ้าคุมาโนะฮายาทามะไทฉะ ศาลเจ้าคุมาโนะนาจิไทฉะ และวัดเซกันโตจิบนเขานาจิ
เมื่อความศรัทธาต่อคุมาโนะแพร่หลาย เหล่าเชื้อพระวงศ์ได้ใช้เส้นทางนี้เพื่อเดินทางไปสักการะ และในเวลาต่อมาก็ขยายสู่ประชาชนทั่วไป

เส้นทางนากาเฮจิที่มุ่งสู่ภูเขาจากทานาเบะภาพถ่ายโดย: สมาคมการท่องเที่ยวคุมาโนะฮงกู
เส้นทางนากาเฮจิที่มุ่งสู่ภูเขาจากทานาเบะภาพถ่ายโดย: สมาคมการท่องเที่ยวคุมาโนะฮงกู

12. เกาะไข่มุกมิกิโมโตะ

เกาะที่โคคิจิ มิกิโมโตะ ประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงไข่มุกเป็นครั้งแรกของโลกในปี 1893
บนเกาะสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ไข่มุก พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์โคคิจิ มิกิโมโตะ และการสาธิตดำน้ำของอามะได้
ที่พิพิธภัณฑ์ไข่มุก นอกจากจะมีการจัดแสดงเครื่องประดับโบราณจากยุคไข่มุกธรรมชาติและงานศิลปหัตถกรรมที่ใช้ไข่มุกแล้ว ยังมีมุมอธิบายกลไกการเกิดไข่มุกโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ผ่านของจริง ตัวอย่าง และสื่อภาพต่าง ๆ

ครบทั้งเครื่องประดับไข่มุก เทคโนโลยีเพาะเลี้ยงไข่มุก และการสาธิตของอามะ มีจุดน่าสนใจมากมาย
ครบทั้งเครื่องประดับไข่มุก เทคโนโลยีเพาะเลี้ยงไข่มุก และการสาธิตของอามะ มีจุดน่าสนใจมากมาย

13. พิพิธภัณฑ์นินจาอิงะริว

เดิมมีต้นกำเนิดจากคฤหาสน์นินจาอิงะริวที่เปิดเมื่อปี 1964
ปัจจุบันในฐานะพิพิธภัณฑ์นินจาอิงะริว นอกจากคฤหาสน์นินจาแล้ว ยังเก็บรักษาเอกสารโบราณเกี่ยวกับนินจาและวิชานินจาจากทั่วญี่ปุ่น รวมถึงมีอาคารกิจกรรมและอาคารถ่ายทอดความรู้ด้วย

พิพิธภัณฑ์ที่พาคุณไปรู้จักภูมิปัญญาและทักษะนินจาที่ไม่ค่อยมีใครรู้
พิพิธภัณฑ์ที่พาคุณไปรู้จักภูมิปัญญาและทักษะนินจาที่ไม่ค่อยมีใครรู้

14. อ่าวอะโงะ

อ่าวแห่งนี้มีชื่อเสียงในฐานะชายฝั่งแบบเรียส และมีเกาะน้อยใหญ่มากถึง 60 เกาะลอยอยู่ในอ่าว
ยังเป็นแหล่งผลิตสาหร่ายสีเขียวที่คนท้องถิ่นเรียกว่า “อาโอะสะ” อีกด้วย ส่วนคาชิโคจิมะซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมสุดยอดอิเสะชิมะนั้น เชื่อมต่อกับเกาะฮนชูด้วยสะพาน จึงเดินทางได้ค่อนข้างสะดวก และยังมีโรงแรมวิวสวยให้พักผ่อน

จุดชมวิวสวยของอุทยานแห่งชาติอิเสะชิมะ และยังเคยเป็นสถานที่จัดการประชุมสุดยอดอิเสะชิมะ
จุดชมวิวสวยของอุทยานแห่งชาติอิเสะชิมะ และยังเคยเป็นสถานที่จัดการประชุมสุดยอดอิเสะชิมะ

15. ย่านเมืองเก่าอิเสะคาวาซากิ

คาวาซากิตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิเสะจิงกู เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยเอโดะในฐานะ “ครัวของอิเสะ” ซึ่งจัดหาสินค้าให้ผู้คนที่มาแสวงบุญ
ย่านนี้แผ่ขยายอยู่บริเวณตอนกลางของแม่น้ำเซตะกาวะที่ไหลผ่านเมืองอิเสะ แม้อาคารมาจิยะและโกดังบางส่วนจะหายไปจากการปรับปรุงแม่น้ำหลังเกิดน้ำท่วม แต่บรรยากาศเมืองเก่าทางประวัติศาสตร์ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน
ตามแนวถนนคาวาซากิฮนโดริที่ขนานกับแม่น้ำเซตะกาวะ เรียงรายไปด้วยบ้านมาจิยะแบบหลังคาหน้าจั่วและโกดังเก่า
การเดินเล่นไปตามถนนสายนี้ พร้อมแวะคาเฟ่ ร้านอิเสะอุด้ง และร้านขายของจุกจิกต่าง ๆ เป็นอีกความเพลิดเพลินที่ไม่ควรพลาด

เมืองพ่อค้าที่เคยค้ำจุนอิเสะในฐานะครัวของเมือง และยังคงมีโกดังเรียงราย
เมืองพ่อค้าที่เคยค้ำจุนอิเสะในฐานะครัวของเมือง และยังคงมีโกดังเรียงราย

16. อิเสะซีพาราไดซ์

“อิเสะซีพาราไดซ์” เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในเมืองอิเสะที่ตั้งอยู่ใกล้ “เมโอโตะอิวะ” หรือโขดหินคู่สมรสซึ่งมีหินสองก้อนลอยอยู่ในทะเล
ที่นี่ได้รับความนิยมจากประสบการณ์ใกล้ชิดสัตว์ทะเลและสิ่งมีชีวิตนานาชนิดแบบ “ไร้ระยะห่าง”

ทำเลดี เที่ยวควบคู่กับการไปสักการะอิเสะได้อย่างสะดวก
ทำเลดี เที่ยวควบคู่กับการไปสักการะอิเสะได้อย่างสะดวก

17. เมโอโตะอิวะ

มีชื่อเสียงจากภาพโขดหินสองก้อนที่ตั้งเคียงกันอย่างงดงามริมชายฝั่งฟุตามิอุระ โดยก้อนผู้ชายสูง 9 เมตร และก้อนผู้หญิงสูง 4 เมตร
ที่นี่ถือเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตคู่ที่ราบรื่น จึงเป็นพาวเวอร์สปอตที่ผู้หญิงและคู่รักจำนวนมากมาขอพรเรื่องความรักและคู่ครองที่ดี
ยังถูกมองว่าเป็นเสาโทริอิสำหรับสักการะหินศักดิ์สิทธิ์โอกิทามะชินเซกิและพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งอยู่ในทะเลห่างออกไป 700 เมตร จึงเป็นสถานที่แห่งศรัทธามาตั้งแต่โบราณ โดยสามารถชมเมโอโตะอิวะได้จากทางเข้าสู่ศาลเจ้าฟุตามิโอคิทามะ

โขดหินใหญ่สองก้อนที่ตั้งชิดเคียงกันราวกับคู่สามีภรรยา
โขดหินใหญ่สองก้อนที่ตั้งชิดเคียงกันราวกับคู่สามีภรรยา

18. ศาลเจ้าฟุตามิโอคิทามะ

ศาลเจ้าที่ประดิษฐานซารุตาฮิโกะโอกามิเป็นเทพประจำศาล และเชื่อกันว่าช่วยเสริมเรื่องความรัก ชีวิตคู่ราบรื่น และความปลอดภัยในการเดินทาง
จากทางเข้าสักการะสามารถมองเห็นภาพโขดหินสองก้อนที่เรียกว่า “เมโอโตะอิวะ” ตั้งเรียงเคียงกัน โดยก้อนผู้ชายสูง 9 เมตร และก้อนผู้หญิงสูง 4 เมตร

ศาลเจ้าที่ผู้คนจำนวนมากมาเยือนเพื่อชำระกายใจก่อนเข้าสักการะ
ศาลเจ้าที่ผู้คนจำนวนมากมาเยือนเพื่อชำระกายใจก่อนเข้าสักการะ

19. ยุโนะยามะออนเซ็น

แหล่งออนเซ็นท่ามกลางธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ที่แผ่ขยายอยู่บริเวณเชิงเขาโกไซโชดาเกะ มีทั้งเรียวกังและโรงแรมกระจายตัวอยู่ตามแนวลำธารมิตากิกาวะในหุบเขา และคึกคักในฐานะจุดเริ่มต้นสำหรับเที่ยวพื้นที่รอบ ๆ
ออนเซ็นแห่งนี้มีประวัติยาวนาน โดยเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 718 ในสมัยนาระ และยังมีอีกชื่อว่า “ชิกะโนะยุ” จากตำนานที่เล่าว่ากวางเคยมารักษาบาดแผลที่นี่

แหล่งออนเซ็นกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ที่โอบล้อมด้วยเขาโกไซโช เปิดมานาน 1,300 ปี
แหล่งออนเซ็นกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ที่โอบล้อมด้วยเขาโกไซโช เปิดมานาน 1,300 ปี

20. น้ำตกอะกาเมะชิจูฮัตทากิ

แม่น้ำตกิกาวะที่ไหลผ่านย่านอะกาเมะโจ เมืองนาบาริ โดยบริเวณต้นน้ำมีน้ำตกหลายแห่งเรียงรายตามหุบเขา จนถูกเรียกรวมว่า “อะกาเมะชิจูฮัตทากิ”
ที่นี่เป็นพาวเวอร์สปอตที่มีประวัติยาวนาน ในฐานะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งพระสงฆ์และนินจาเคยใช้ฝึกตนมาตั้งแต่อดีต

พาวเวอร์สปอตที่เพลิดเพลินได้ทั้งน้ำตกหลากหลายรูปแบบและธรรมชาติสวยงามในแต่ละฤดูกาล
พาวเวอร์สปอตที่เพลิดเพลินได้ทั้งน้ำตกหลากหลายรูปแบบและธรรมชาติสวยงามในแต่ละฤดูกาล

21. จุดชมวิวโยโกยามะ

จุดชมวิวที่ตั้งอยู่บนภูเขาโยโกยามะความสูง 140 เมตร มองเห็นแนวชายฝั่งสวยงามที่มีเกาะน้อยใหญ่ราว 60 เกาะลอยอยู่ในทะเล
ได้รับการปรับปรุงใหม่ในปี 2018 และเปิดระเบียงชมวิวบรรยากาศโมเดิร์น
ที่ “โยโกยามะเท็นคูคาเฟ่เทอร์เรซ มิราดอร์ชิมะ” บนระเบียงชมวิว มีบริการเครื่องดื่มและอาหารแบบซื้อกลับ ทำให้สามารถนั่งพักผ่อนพร้อมชมวิวทะเลซาโตอุมิอันงดงามได้

ชมแนวชายฝั่งสวยงามที่เว้าแหว่งซับซ้อนได้แบบพาโนรามา
ชมแนวชายฝั่งสวยงามที่เว้าแหว่งซับซ้อนได้แบบพาโนรามา

22. คาชิโคจิมะ

คาชิโคจิมะซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมสุดยอดอิเสะชิมะในปี 2016 เป็นเกาะที่ลอยอยู่ในอ่าวอะโงะทางตอนใต้ของคาบสมุทรชิมะ และมีที่ตั้งอันโดดเด่นเพราะอยู่ห่างจากเกาะฮนชูเพียงประมาณ 10 เมตร
อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากการมีสถานี “คาชิโคจิมะ” ซึ่งเป็นสถานีปลายทางของรถไฟสายคินเท็ตสึชิมะ

เกาะรีสอร์ตที่ลอยอยู่กลางชายฝั่งเรียสอันระยิบระยับด้วยแสง
เกาะรีสอร์ตที่ลอยอยู่กลางชายฝั่งเรียสอันระยิบระยับด้วยแสง

ลิ้มรสอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่น! 3 ร้านอาหารยอดนิยมในมิเอะ

เรื่องของกินก็เป็นอีกเสน่ห์สำคัญของมิเอะ โดยเฉพาะวัตถุดิบชั้นเลิศอย่างมัตสึซากะกิวและอิเสะเอบิ
ถ้ามาเที่ยวมิเอะทั้งที อยากชวนให้ลองชิมอาหารท้องถิ่นที่ใช้วัตถุดิบของภูมิภาคนี้ด้วย

1. ซูชิคิว

ตั้งอยู่ใน “โอคาเงะโยโกโจ” เมืองหน้าศาลเจ้าอิเสะจิงกูที่เรียงรายด้วยร้านอาหารและร้านขายของฝากมากมาย
เริ่มต้นจากการที่โมริตะ คิวโซ รุ่นแรก เปิดร้านซูชิในช่วงยุคเท็มโป ปี 1830–1844 ของสมัยเอโดะ ก่อนจะพัฒนาจนกลายเป็นเรียวกังอาหารในเวลาต่อมา
ซูชิคิวในปัจจุบันได้รับการบูรณะและปรับปรุงใหม่ในปี 1989

ลิ้มรสเมนูขึ้นชื่อในร้านเก่าแก่ของอิเสะ
ลิ้มรสเมนูขึ้นชื่อในร้านเก่าแก่ของอิเสะ

2. ฟุกุสุเกะ

ร้านอุด้งใน “โอคาเงะโยโกโจ” ซึ่งตั้งอยู่กลางถนนคึกคัก “โอฮาไรมาจิ” หน้าไนกูของอิเสะจิงกู ให้บริการอิเสะอุด้ง เมนูขึ้นชื่อที่ได้รับความนิยมมายาวนานในฐานะรสชาติที่ขาดไม่ได้ของการมาเยือนอิเสะ
จุดเด่นของอิเสะอุด้งคือเส้นหนานุ่มและซอสเข้มข้น
อิเสะอุด้งของ “ฟุกุสุเกะ” ก็ยึดตามเอกลักษณ์ดั้งเดิมนี้อย่างซื่อตรง โดยใช้เส้นใหญ่ที่นุ่มและเหนียวนุ่มกำลังดี

ร้านอิเสะอุด้งที่ขึ้นชื่อเรื่องซอสสูตรโฮมเมด
ร้านอิเสะอุด้งที่ขึ้นชื่อเรื่องซอสสูตรโฮมเมด

3. บุตะสึเตะ สาขาใหญ่

ร้านเก่าแก่เฉพาะทางด้านเนื้อวากิวที่เปิดกิจการต่อเนื่องมากว่า 110 ปี โดยจำหน่ายเฉพาะวัวดำญี่ปุ่นเพศเมียที่ยังไม่เคยคลอด ซึ่งเลี้ยงอย่างพิถีพิถันโดยเกษตรกรคู่สัญญาเฉพาะในพื้นที่ใกล้อิเสะ
มีชื่อเสียงจากการเลี้ยงด้วยอาหารผสมสูตรของทางร้านที่ให้ความสำคัญทั้งความปลอดภัยและคุณภาพเนื้ออย่างเต็มที่ ทำให้ได้เนื้อที่มีลายไขมันสวยและรสชาติเข้มข้น
โคร็อกเกะซึ่งเป็นเมนูขึ้นชื่อของบุตะสึเตะ กลายเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็วหลังเริ่มจำหน่ายแบบซื้อกลับที่สาขาโอคาเงะโยโกโจ ด้วยความอร่อยแบบร้านขายเนื้อที่ใช้เนื้อวัวดำญี่ปุ่นบดอย่างจุใจ ทำให้เพลิดเพลินกับรสชาติของเนื้ออิเสะคุณภาพดีได้ง่าย ๆ

ร้านเก่าแก่ก่อตั้งในปี 1909 ที่คัดสรรเฉพาะเนื้ออิเสะคุณภาพสูง
ร้านเก่าแก่ก่อตั้งในปี 1909 ที่คัดสรรเฉพาะเนื้ออิเสะคุณภาพสูง

ค้นพบเสน่ห์ท้องถิ่น! 3 แหล่งช้อปปิ้งในมิเอะ

ถ้าอยากทำความรู้จักมิเอะผ่านของใช้ ของฝาก และบรรยากาศท้องถิ่น การแวะช้อปก็ช่วยได้มากทีเดียว
ต่อไปนี้คือ 3 แหล่งช้อปปิ้งที่คัดมาแล้วว่าเหมาะกับการไปเดินเล่นและเลือกซื้อของในแบบของมิเอะ

1. มิตซุยเอาต์เล็ตพาร์ก แจ๊ซดรีม นางาชิมะ

“มิตซุยเอาต์เล็ตพาร์ก แจ๊ซดรีม นางาชิมะ” เปิดให้บริการในปี 2002
เป็นเอาต์เล็ตมอลล์ยอดนิยมขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น มีร้านค้ารวมประมาณ 300 ร้าน
ภายในอาคาร 2 ชั้นที่ออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากทิวทัศน์เมืองนิวออร์ลีนส์ รวบรวมทั้งแบรนด์ลักชัวรีในฝัน ผู้ผลิตชื่อดังจากญี่ปุ่นและต่างประเทศ รวมถึงร้านเซเลกต์ช็อปมากมาย

เอาต์เล็ตมอลล์ในรีสอร์ตคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น
เอาต์เล็ตมอลล์ในรีสอร์ตคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น

2. อิเสะเมโอโตะอิวะ เมโอโตะโยโกโจ

ศูนย์การค้าภายในอาคารขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของอิเสะชิมะ ซึ่งตั้งอยู่ติดกับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ “อิเสะซีพาราไดซ์” ที่โด่งดังจากการจัดแสดงแบบ “ไร้ระยะห่าง”
ที่นี่ตั้งอยู่บนทางเข้าสู่ “เมโอโตะอิวะ” พาวเวอร์สปอตด้านความรักและความสัมพันธ์ที่เป็นที่รู้จักเรื่องการอธิษฐานขอชีวิตคู่ราบรื่นและสมหวังในความรัก จึงมีนักท่องเที่ยวมาเยือนตลอดทั้งปี

ครบทั้งอาหารท้องถิ่นแบบอิเสะและของฝากน่าสนใจ
ครบทั้งอาหารท้องถิ่นแบบอิเสะและของฝากน่าสนใจ

3. D&DEPARTMENT MIE by VISON

สำหรับคนที่สนใจงานดีไซน์ “D&DEPARTMENT” คือทั้งคอมมูนิตี้ช็อปและโครงการเครือข่ายที่ขุดค้นงานดีไซน์อายุยืนของแต่ละภูมิภาค
แนวคิดนี้ยังถ่ายทอดเสน่ห์เฉพาะตัวของพื้นที่นั้น ๆ ไปพร้อมกันด้วย
ปัจจุบันมี 9 สาขาในญี่ปุ่น และ 3 สาขาในต่างประเทศ โดยนำเสนอเสน่ห์เฉพาะของแต่ละท้องถิ่น

พบกับงานดีไซน์แบบลองไลฟ์ของจังหวัดมิเอะ
พบกับงานดีไซน์แบบลองไลฟ์ของจังหวัดมิเอะ

พักผ่อนในรีสอร์ตคุณภาพ! 3 ที่พักในมิเอะ

หลังจากตระเวนพาวเวอร์สปอตกันแล้ว มิเอะยังมีมุมพักผ่อนดี ๆ ให้ปิดท้ายทริปได้อย่างลงตัว
ลองเลือกพักในรีสอร์ตโฮเทลสักแห่ง เพื่อเติมพลังให้ร่างกายท่ามกลางบรรยากาศสบาย ๆ ของจังหวัดนี้

1. NEMU RESORT

“NEMU RESORT” ในอุทยานแห่งชาติอิเสะชิมะ เป็นรีสอร์ตคอมเพล็กซ์ที่ให้คุณเพลิดเพลินกับการพักผ่อนได้ทั้งแบบแอ็กทีฟและแบบสบาย ๆ ท่ามกลางธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ที่โอบล้อมด้วยทะเลและพื้นที่สีเขียว
ภายในรีสอร์ตขนาดใหญ่มีทั้ง “NEMU GOLF CLUB” สำหรับตีกอล์ฟริมทะเลอย่างสดชื่น รวมถึงกิจกรรมหลากหลายอย่างสระว่ายน้ำในสวนและมารีนครูซ

รีสอร์ตคอมเพล็กซ์ในอิเสะชิมะที่ให้คุณดื่มด่ำกับธรรมชาติยิ่งใหญ่และบริการระดับคุณภาพ
รีสอร์ตคอมเพล็กซ์ในอิเสะชิมะที่ให้คุณดื่มด่ำกับธรรมชาติยิ่งใหญ่และบริการระดับคุณภาพ

2. อามาเนมุ

“อามาเนมุ” ตั้งอยู่เงียบสงบบนเนินเขาริมอ่าวอะโงะ และเป็นรีสอร์ตแห่งแรกของเครือโรงแรมลักชัวรีระดับโลก “อามัน” ที่มีบ่อน้ำพุร้อนในตัว
ห้องสวีต 24 ห้องและวิลลา 8 หลังทุกห้องมีออนเซ็นในห้องพัก ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับน้ำพุร้อนได้โดยไม่ต้องออกจากห้อง

ดื่มด่ำธรรมชาติและอาหารของอิเสะชิมะในรีสอร์ตของอามันแห่งแรกที่มีออนเซ็นทุกห้อง
ดื่มด่ำธรรมชาติและอาหารของอิเสะชิมะในรีสอร์ตของอามันแห่งแรกที่มีออนเซ็นทุกห้อง

3. หมู่บ้านเมดิเตอร์เรเนียนชิมะ

รีสอร์ตขนาดใหญ่ที่ให้คุณเพลิดเพลินกับเมืองสีขาวในบรรยากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนและวิวสวยของอ่าวอะโงะ
บนพื้นที่กว้างถึง 33,000 ตารางเมตร มีโซนต่าง ๆ ที่จำลองบรรยากาศของเมืองหลากหลายแบบ เช่น “โซนมิโครุกะ” ที่จำลองทิวทัศน์ของเกาะมิโคนอสในกรีซและเกาะในสเปน “โซนอัลฮัมบรา” อันแปลกตา “โซนกัสติญา” ที่ได้แรงบันดาลใจจากเมืองในตอนกลางของสเปนซึ่งให้บรรยากาศภูเขาและผืนดินแห้งไกลสุดสายตา “โซนซาร์จิเนีย” ที่จำลองเกาะเมดิเตอร์เรเนียนทางตะวันตกของแผ่นดินใหญ่อิตาลี และ “โซนอันดาลูเซีย” ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศสดใสมีชีวิตชีวา โดยแต่ละโซนมีเอกลักษณ์แตกต่างกันอย่างชัดเจน

รีสอร์ตริมทะเลแสนงดงามที่ให้ความรู้สึกหลุดไปจากชีวิตประจำวัน
รีสอร์ตริมทะเลแสนงดงามที่ให้ความรู้สึกหลุดไปจากชีวิตประจำวัน

บทสรุป

ถ้าได้มาเที่ยวมิเอะ ศาลเจ้าอิเสะจิงกูซึ่งเป็นหนึ่งในพาวเวอร์สปอตชั้นนำของญี่ปุ่นก็เป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาด
ระหว่างทริปยังมีสถานที่ประวัติศาสตร์และศาลเจ้าเก่าแก่อีกมากมายให้แวะเยือน ไม่ว่าจะเป็นคุมาโนะโคโด หรือศาลเจ้าซารุตาฮิโกะ
ลองออกไปตระเวนพาวเวอร์สปอตในมิเอะ แล้วค่อย ๆ สัมผัสพรจากเทพเจ้าด้วยตัวเองดู
หลังจากชาร์จพลังที่มิเอะแล้ว หากอยากออกเดินทางต่อเพื่อสำรวจประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นให้ลึกขึ้นอีก ลองไปจังหวัดนาระที่เดินทางต่อด้วยชินคันเซ็นได้ในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง