
【9 ที่เที่ยวยอดนิยมในซึรุโอกะ】ออกเดินทางเติมเต็มหัวใจด้วยธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมอันอุดมสมบูรณ์
ถ้าอยากออกไปเจอเมืองที่มีทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมอยู่ใกล้กัน ซึรุโอกะก็เป็นอีกแห่งที่น่าสนใจ
ที่นี่มีมรดกของญี่ปุ่น 3 แห่ง พร้อมสถานที่ที่ชวนให้สัมผัสประวัติศาสตร์ความรุ่งเรืองในฐานะเมืองปราสาท อาหารท้องถิ่นจากวัตถุดิบในพื้นที่ และแหล่งออนเซ็น 4 แห่ง จึงมีจุดน่าแวะหลายแบบในทริปเดียว
บทความนี้จะพาไปรู้จักเสน่ห์และสถานที่ท่องเที่ยวของซึรุโอกะ
ถ้ามีโอกาส ลองออกไปเที่ยวซึรุโอกะให้เต็มอิ่มกัน
ซึรุโอกะเป็นสถานที่แบบไหน?
ซึรุโอกะอยู่ทางตะวันตกของจังหวัดยามางาตะ และเป็นเมืองที่มีพื้นที่กว้างที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุ
เมืองนี้หันหน้าออกสู่ทะเลญี่ปุ่น และมีภูเขาอย่างภูเขาฮากุโระกับภูเขากัสซังโอบล้อมอยู่สามด้าน จึงเป็นพื้นที่ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ที่มีทุ่งราบกว้างใหญ่แผ่ขยายออกไป
ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมก็โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยมีมรดกของญี่ปุ่นมากถึง 3 แห่ง ซึ่งถือว่ามากที่สุดในประเทศ
ในบรรดานั้น เดวะซันซังเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่ไม่เพียงมีทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล แต่ยังเป็นสถานที่ที่ยังคงมีความศรัทธาสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
ในสมัยเอโดะ เมืองนี้เคยรุ่งเรืองในฐานะเมืองปราสาท จึงมีสถานที่ที่ยังคงร่องรอยในอดีตหลงเหลืออยู่มากมาย รวมถึงสวนซึรุโอกะที่พัฒนาขึ้นบนพื้นที่เดิมของปราสาท
นอกจากนี้ยังมีแหล่งออนเซ็น 4 แห่งที่ได้รับการกำหนดให้เป็นพื้นที่ออนเซ็นเพื่อการพักผ่อนของประชาชน จึงเป็นอีกเสน่ห์หนึ่งที่ช่วยให้ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการท่องเที่ยวได้
อาหารอร่อยที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ก็เป็นอีกเสน่ห์ของซึรุโอกะ
ไม่ว่าจะเป็นซูชิและข้าวหน้าซีฟู้ดจากปลาสด หรือหม้อไฟมิโซะที่ใช้ปลาทาระตามฤดูกาลทั้งตัวอย่างดงการะจิรุ ก็มีทั้งอาหารรสเลิศและอาหารพื้นเมืองให้ได้ลิ้มลองหลากหลายเมนู

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำสำหรับซึรุโอกะคือช่วงไหน?
ซึรุโอกะเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ถ้าจะเลือกช่วงที่สัมผัสเสน่ห์ของเมืองนี้ได้ชัดเป็นพิเศษ ฤดูใบไม้ผลิและฤดูหนาวก็น่าสนใจมาก
ในฤดูใบไม้ผลิ สามารถชมซากุระสวยงามได้ตามจุดต่าง ๆ ทั่วเมือง โดยเฉพาะสวนซึรุโอกะที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 จุดชมซากุระชื่อดังของญี่ปุ่น
ส่วนพื้นที่ภูเขาของซึรุโอกะมีหิมะตกมาก จึงสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมฤดูหนาวที่ลานสกีได้อย่างเต็มที่
ถ้าอยากสัมผัสธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของซึรุโอกะ ลองวางแผนมาเที่ยวในฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูหนาวกันดู
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของซึรุโอกะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): แจ็กเก็ตหรือเสื้อสเวตเตอร์
- ช่วงฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม) เหมาะกับเสื้อผ้าบางเบา
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): เลือกเป็นเสื้อสเวตเตอร์หรือคาร์ดิแกน
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): โค้ต เสื้อสเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ต
การเดินทางไปซึรุโอกะทำอย่างไร?
ขอแนะนำวิธีเดินทางไปซึรุโอกะจากโตเกียวโดยผ่านสถานียามางาตะ
จากสถานีโตเกียว นั่งรถไฟชินคันเซ็นสายยามางาตะไปสถานียามางาตะ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที
จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้นรถบัสด่วนที่สถานียามางาตะ แล้วต่อไปยังสถานีซึรุโอกะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
หากเดินทางโดยเครื่องบิน สามารถบินจากสนามบินฮาเนดะในโตเกียวไปยังสนามบินโชไน แล้วนั่งรถลีมูซีนบัสต่อ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
พาหนะหลักสำหรับเที่ยวซึรุโอกะ
การท่องเที่ยวในซึรุโอกะใช้รถบัสประจำทางเป็นพาหนะหลัก
สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญเกือบทั้งหมดสามารถเดินทางได้ด้วยรถบัสประจำทางเพียงอย่างเดียว
สำหรับผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ขอแนะนำแท็กซี่ท่องเที่ยว “เอกิคาระคันทาคุง” ที่ออกเดินทางจากสถานีซึรุโอกะ
เพียงเลือกคอร์สที่จัดไว้ ก็สามารถนั่งแท็กซี่เที่ยวชมสถานที่ยอดนิยมได้ในราคาเหมาจ่าย
9 ที่เที่ยวยอดนิยมที่ให้คุณสัมผัสเสน่ห์ของซึรุโอกะได้อย่างเต็มที่
ถ้าอยากทำความรู้จักซึรุโอกะให้รอบด้าน ลองเริ่มจากสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ที่รวมทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวัฒนธรรมไว้ด้วยกัน
จะใช้เป็นแกนหลักในการวางแผนทริปต่อจากนี้ก็ได้เช่นกัน
1. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคาโมะ เทศบาลเมืองซึรุโอกะ
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งเดียวของจังหวัดยามางาตะ ตั้งอยู่ริมชายฝั่งของเมืองซึรุโอกะ
ที่นี่จัดแสดงแมงกะพรุนมากกว่า 60 ชนิด และเป็นที่รู้จักในฐานะพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีจำนวนชนิดแมงกะพรุนที่เพาะเลี้ยงและจัดแสดงมากที่สุดในโลก
ไฮไลต์สำคัญคือแทงก์น้ำเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เมตรที่เรียกว่า “เธียเตอร์แห่งความฝันของแมงกะพรุน”
ภาพแมงกะพรุนมิสึคุราเกะประมาณ 10,000 ตัวลอยพลิ้วอยู่ในแทงก์ขนาดยักษ์ เป็นทิวทัศน์ที่หาชมได้ที่นี่เท่านั้น

2. ภูเขาฮากุโระ
ภูเขาสูง 414 เมตร ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของภูเขากัสซัง ซึ่งเป็นยอดเขาหลักของเดวะซันซัง
จากซุยชินมงที่มีป้ายรถบัส เดินตามเส้นทางภูเขาเพียงไม่กี่นาที ก็จะพบเจดีย์ห้าชั้นสูง 29 เมตรตั้งตระหง่านกลมกลืนไปกับแนวต้นสนซีดาร์
เชื่อกันว่าสร้างขึ้นโดยไทระ โนะ มาซาคาโดะ ในปี ค.ศ. 938 และเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมพุทธไม่กี่แห่งที่ยังหลงเหลืออยู่บนภูเขาฮากุโระ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่แห่งการผสมผสานความเชื่อชินโตและพุทธศาสนา โดยในปี ค.ศ. 1966 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติประจำชาติ

3. สวนซึรุโอกะ
สวนโบราณสถานปราสาทแห่งนี้พัฒนาขึ้นบนพื้นที่เดิมของปราสาทซึรุกาโอกะ ซึ่งเป็นที่พำนักของตระกูลซาไก เจ้าแคว้นโชไนมายาวนานประมาณ 250 ปี โดยยังคงมีคูน้ำ กำแพงหิน และต้นสนซีดาร์เก่าแก่อายุหลายร้อยปีที่ช่วยให้สัมผัสบรรยากาศในอดีตได้
ภายในสวนที่ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 100 จุดชมซากุระชื่อดังของญี่ปุ่น มีต้นซากุระประมาณ 710 ต้น ทั้งโซเมโยชิโนะ ยาเอะซากุระ และชิดาเระซากุระ โดยมักบานเต็มที่ในช่วงต้นถึงกลางเดือนเมษายนของทุกปี
เมื่อถึงช่วงดอกบาน จะมีการจัดงานเทศกาลซากุระซึรุโอกะ พร้อมโคมไฟและร้านค้าต่าง ๆ ที่สร้างบรรยากาศคึกคักแบบงานเทศกาล

4. ยูโดโนะซัง โซฮนจิ ริวซุยจิ ไดนิจิโบ
วัดนิกายชินงอนที่เชื่อกันว่าก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 807 โดยคูไค และมีโทไก ผู้เป็นศิษย์ เป็นผู้วางรากฐานของวัด
เนื่องจากภูเขายูโดโนะเคยเป็นพื้นที่ห้ามสตรีเข้ามาแต่โบราณ จึงมีการอัญเชิญยูโดโนะซัง ไดกงเง็นมาประดิษฐานที่ไดนิจิโบ และสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่สักการะภูเขายูโดโนะสำหรับสตรี
ที่วัดแห่งนี้สามารถเข้าชมพระภิกษุชินเนียวไค โชนิน ผู้กลายเป็นโซคุชินบุตสึเมื่อปี ค.ศ. 1783 ขณะมีอายุ 96 ปี

5. พิพิธภัณฑ์ชิโด
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1950 เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยได้รับการบริจาคทรัพย์สินทางวัฒนธรรม รวมถึงที่ดินและอาคารที่สืบทอดมาจากตระกูลซาไก อดีตเจ้าแคว้นโชไน
ตระกูลซาไกสืบเชื้อสายจากซาไก ทาดาสึงุ หนึ่งในสี่ขุนพลสำคัญของโทกุงาวะ และได้ปกครองโชไนมาตั้งแต่สมัยเอโดะจนถึงการคืนทะเบียนที่ดินและราษฎรในสมัยเมจิ พร้อมทุ่มเทให้กับการพัฒนาบ้านเมืองอย่างมาก
พื้นที่ของพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่บริเวณซันโนะมารุของปราสาทซึรุกาโอกะ ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของคฤหาสน์ราชการของตระกูลซาไก ปัจจุบันยังคงเหลือบางส่วนของ “โกอินเด็นของอดีตเจ้าแคว้นโชไน” ที่สร้างขึ้นในช่วงปลายยุคเอโดะ

6. มิจิโนเอกิ อัตสึมิ ชาริน
สถานีพักรถริมทางที่ตั้งอยู่เลียบชายฝั่งเมืองซึรุโอกะ จังหวัดยามางาตะ บนถนนแห่งชาติหมายเลข 7 โดยมีจุดสังเกตคือรูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ที่เหมือนมีเรือ 2 ลำวางอยู่บนหลังคา
แนวคิดของอาคารได้แรงบันดาลใจจากเรือที่ลอยอยู่ในทะเล และตัวอาคารยังใช้ไม้ซุงจาก “ไม้อตสึมิ” ซึ่งเป็นไม้สนซีดาร์ท้องถิ่นอีกด้วย
สถานีพักรถริมทางแห่งนี้มีพื้นที่กว้างขวาง และรวมสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายไว้ด้วยกัน โดยเฉพาะ “อาคารสินค้าท้องถิ่น” ที่เหมาะสำหรับเลือกซื้อของฝาก ทั้งสินค้าขึ้นชื่อของพื้นที่อัตสึมิและผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร

7. ศาลเจ้าโชไน
ศาลเจ้าโชไนตั้งอยู่ภายในสวนซึรุโอกะที่มีแนวซากุระริมคูน้ำงดงาม โดยก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1877 หลังการปฏิรูปเมจิ บนพื้นที่เดิมของฮงมารุแห่งปราสาทซึรุกาโอกะ โดยชาวโชไนที่เคารพรักอดีตเจ้าแคว้น
ศาลเจ้าแห่งนี้อัญเชิญเจ้าแคว้นโชไน 4 รุ่นมาประดิษฐานเป็นเทพเจ้าประจำศาล และเป็นที่รักของผู้คนทั่วโชไนมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันในชื่อเล่นว่า “จินจะฮัง”

8. ศาลเจ้าเดวะซันซัง
สำหรับคนที่สนใจสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของภูมิภาคโทโฮคุ เดวะซันซังก็เป็นดินแดนแห่งความเชื่อภูเขาและชูเก็นโดที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่ง
ชื่อนี้ใช้เรียกรวมภูเขา 3 ลูก ได้แก่ ภูเขาฮากุโระที่สื่อถึงปัจจุบัน ภูเขากัสซังที่สื่อถึงอดีต และภูเขายูโดโนะที่สื่อถึงอนาคต ตลอดประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,430 ปีนับจากการเปิดภูเขาแห่งนี้ ได้หล่อหลอมความเชื่ออันหลากหลายขึ้นมา และยังคงเป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ชั้นนำของญี่ปุ่นที่ความศรัทธายังคงมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้

9. สตูดิโอเซดิค โชไนโอเพ่นเซ็ต
สตูดิโอถ่ายทำที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขากัสซัง และเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมฉากถ่ายทำที่สร้างขึ้นสำหรับภาพยนตร์
ภายในพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 88 เฮกตาร์ มีฉากหลากบรรยากาศกระจายอยู่ ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านชาวประมง หมู่บ้านเกษตรกรรม เมืองพักแรมระหว่างทาง และชุมชนกลางหุบเขา ที่ผ่านมาที่นี่เคยใช้ถ่ายทำผลงานมากมาย เช่น Departures, Rurouni Kenshin และซีรีส์ Yusha Yoshihiko
อีกกิจกรรมยอดนิยมคือการถ่ายภาพคอสเพลย์ในชุดญี่ปุ่นหรือชุดนินจา ที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต (ต้องยื่นคำขอล่วงหน้า)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวซึรุโอกะ
Q
ถ้ามีเวลาน้อยและอยากเที่ยวซึรุโอกะให้คุ้ม ควรไปที่ไหนดี?
แนะนำเดวะซันซังหรือสวนซึรุโอกะ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของญี่ปุ่น
Q
อาหารขึ้นชื่อของซึรุโอกะคืออะไร?
เมนูขึ้นชื่อคือ “ดงการะจิรุ” หม้อไฟมิโซะที่ใช้ปลาทาระตามฤดูกาลทั้งตัว และ “มูกิกิริ” อุด้นเส้นเล็กที่ทำจากแป้งสาลี
บทสรุป
บทความนี้ได้พาไปรู้จักเสน่ห์ของซึรุโอกะ ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเดินทาง
หวังว่าคุณจะได้ใช้บทความนี้เป็นแนวทางไปสัมผัสเสน่ห์อันหลากหลายของซึรุโอกะ ทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ออนเซ็น และอาหารท้องถิ่นอย่างเต็มอิ่ม
พอออกจากซึรุโอกะไปแล้ว จังหวัดยามางาตะก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายให้ชมธรรมชาติอันงดงามและสัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
ถ้าอยากสนุกกับการเที่ยวจังหวัดยามางาตะให้มากขึ้น ลองดูบทความนี้เพิ่มเติมได้เลย