
เที่ยวเมืองยามากาตะครั้งแรกก็ไม่หลง【คู่มือครบถ้วนสถานียามากาตะ】
ถ้ามาถึงยามากาตะครั้งแรก จุดที่น่าจะได้แวะกันก่อนก็มักเป็น “สถานียามากาตะ”
ที่นี่เป็นประตูสู่จังหวัดยามากาตะและเป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัด รองรับทั้งการท่องเที่ยว ธุรกิจ และการใช้งานในชีวิตประจำวัน
รอบสถานีมีทั้งแหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารกระจายตัวอยู่มากมาย เลยมีเสน่ห์ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวไปด้วย
บทความนี้จะพาไปรู้จักภาพรวมของสถานียามากาตะ วิธีการเดินทาง และร้านอาหารแนะนำต่าง ๆ
สรุปข้อมูลไว้ให้เข้าใจง่าย เพื่อให้แม้เป็นครั้งแรกที่ใช้สถานีก็ไม่สับสน และช่วยให้คุณเที่ยวได้สนุกยิ่งขึ้น ลองอ่านต่อจนจบได้เลย
สถานียามากาตะเป็นสถานที่แบบไหน?
ถ้าพูดถึงจุดศูนย์กลางการเดินทางของเมืองยามากาตะ หลายคนก็มักนึกถึงสถานียามากาตะ (Yamagata) ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
มีชินคันเซ็นสายยามากาตะ “สึบาสะ” ให้บริการ และยังเชื่อมต่อกับสายโออุ สายเซ็นซัง และสายอะเทระซาวะด้วย จึงมีผู้คนใช้งานจำนวนมากในแต่ละวันสำหรับหลากหลายวัตถุประสงค์
ภายในยังมีสถานีขนส่งรถบัส ทำให้เดินทางสะดวกมาก และสามารถต่อไปยังเมืองสำคัญหรือแหล่งท่องเที่ยวทั้งในและนอกจังหวัดได้อย่างราบรื่น
ประตูตรวจตั๋วแบ่งเป็นฝั่งตะวันออกที่คึกคักและเป็นทางหลัก กับฝั่งตะวันตกที่บรรยากาศเงียบสงบ โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักออกทางฝั่งตะวันออก
นอกจากนี้ ภายในสถานีและบริเวณโดยรอบยังมีศูนย์การค้า สถานที่ยอดนิยม และร้านอาหารมากมาย จึงเป็นจุดที่เที่ยวได้อย่างเต็มอิ่มเช่นกัน

การเดินทางไปสถานียามากาตะ
ถ้าจะเดินทางจากเมืองหลักมายังสถานียามากาตะ สามารถดูตัวเลือกได้ตามนี้
ไม่ว่าจะออกเดินทางจากที่ไหนก็ใช้เวลาประมาณ 40 นาที–2 ชั่วโมง 40 นาที ซึ่งใกล้กว่าที่คิด และเส้นทางก็เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับโตเกียว จำนวนรอบเดินรถมีน้อยกว่า จึงแนะนำให้ตรวจสอบตารางเวลาและเลือกรอบโดยสารล่วงหน้า
| จุดเริ่มต้น | เส้นทาง | ระยะเวลา |
|---|---|---|
| สนามบินยามากาตะ |
ขึ้นรถชัตเทิลบัสเข้าเมืองยามากาตะจาก “ป้ายหมายเลข 3 หน้าอาคารผู้โดยสารสนามบินยามากาตะ” ลงที่ “หน้าสถานี JR ยามากาตะ” แล้วถึงจุดหมาย ※ ให้บริการประมาณ 1 คันต่อ 1–2 ชั่วโมง |
ประมาณ 40 นาที |
| สถานีโตเกียว |
ขึ้น JR ชินคันเซ็นขบวนสึบาสะจาก “สถานีโตเกียว” และลงที่ “สถานียามากาตะ” ※ ให้บริการประมาณ 1 ขบวนต่อชั่วโมง และสามารถเดินทางตรงจากสถานีอุเอโนะได้ด้วย |
ประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที |
| สถานีเซ็นได |
ขึ้น JR สายเซ็นซัง มุ่งหน้าไปยามากาตะ จาก “สถานีเซ็นได” และลงที่ “สถานียามากาตะ” ※ ให้บริการประมาณ 1 ขบวนต่อชั่วโมง |
ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที |
| สนามบินนานาชาติโอซากะ (อิตามิ) |
1. ขึ้นเที่ยวบิน JAL จาก “สนามบินนานาชาติโอซากะ” และลงที่ “สนามบินยามากาตะ” ※ มีเที่ยวบินวันละ 3 เที่ยว 2. ขึ้นรถชัตเทิลบัสเข้าเมืองยามากาตะจาก “ป้ายหมายเลข 3 หน้าอาคารผู้โดยสารสนามบินยามากาตะ” ลงที่ “หน้าสถานี JR ยามากาตะ” แล้วถึงจุดหมาย |
ประมาณ 2 ชั่วโมง |
| สนามบินนาโกย่า (โคมากิ) |
1. ขึ้นเที่ยวบิน FDA จาก “สนามบินนาโกย่า” และลงที่ “สนามบินยามากาตะ” ※ มีเที่ยวบินวันละ 2 เที่ยว 2. ขึ้นรถชัตเทิลบัสเข้าเมืองยามากาตะจาก “ป้ายหมายเลข 3 หน้าอาคารผู้โดยสารสนามบินยามากาตะ” ลงที่ “หน้าสถานี JR ยามากาตะ” แล้วถึงจุดหมาย |
ประมาณ 2 ชั่วโมง |
ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่เชื่อมตรงกับสถานียามากาตะ “S-PAL ยามากาตะ”
ถ้าอยากหาที่แวะง่าย ๆ ทันทีหลังออกจากสถานี “S-PAL ยามากาตะ” ก็เป็นจุดที่สะดวกมาก
หลังรีโนเวตและเปิดใหม่ในปี 2017 ที่นี่ก็ได้รับความนิยมในฐานะแหล่งช้อปปิ้งที่ทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นชื่นชอบ
ภายในอาคารนำเสน่ห์ของยามากาตะมาไว้ได้อย่างเต็มที่ จัดโซนให้คนทุกวัยเพลิดเพลินได้ และสามารถจบครบทั้งช้อปปิ้งและมื้ออาหารในที่เดียว
โดยเฉพาะชั้น 2 โซน “ยามากาตะมิยาเกะ อายะ” ที่รวมร้านดังในจังหวัดไว้มากมาย มีตัวเลือกแน่นทั้งสาเกท้องถิ่น ขนมขึ้นชื่อ และขนมหวานสไตล์ยามากาตะ เหมาะสำหรับซื้อของฝากในจุดเดียว
ด้วยทำเลที่เดินจากประตูตรวจตั๋วเพียงประมาณ 1 นาที จึงแวะได้สะดวกทั้งระหว่างการเดินทางหรือก่อนจบทริป

เจอไอเท็มสไตล์ยามากาตะได้ที่นี่! 3 แหล่งช้อปปิ้งรอบสถานียามากาตะ
จากตรงนี้ เราจะพาไปรู้จัก 3 แหล่งช้อปปิ้งรอบสถานียามากาตะ
แต่ละแห่งล้วนเป็นสถานที่ที่ให้คุณสัมผัสเสน่ห์ของยามากาตะได้ ทั้งสินค้าเกษตรท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์แปรรูป และงานหัตถกรรมดั้งเดิม
เดินชมเฉย ๆ ก็เพลิน และยังเหมาะมากสำหรับมองหาของฝาก อย่าลืมแวะไปกัน
1. กุตโตะ ยามากาตะ
ศูนย์รวมสินค้าพื้นเมือง สินค้าขึ้นชื่อ และงานหัตถกรรมจากทั่วจังหวัดยามากาตะ
ภายในแบ่งเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่ “โซนขายของฝาก” ที่เรียงรายด้วยสินค้าจากจังหวัด “โซนฟู้ดคอร์ต” ที่ชิมรสชาติยามากาตะได้แบบสบาย ๆ และ “โซนร้านค้าเช่า” ที่อยู่ด้านนอกอาคาร
ใน “โซนขายของฝาก” มีสินค้าพิเศษและสาเกชั้นดีจากทั่วจังหวัดยามากาตะรวมกันมากถึงประมาณ 4,000 รายการ
ไม่ว่าจะเป็นขนมดั้งเดิมจากร้านเก่าแก่ ผักดองขึ้นชื่อ หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อโยเนซาวะก็มีให้เลือกครบ

2. ยามากาตะ มารุโกโตะคัง เบนิโนะคุระ
ศูนย์ท่องเที่ยวแบบครบวงจรที่ดัดแปลงจากโกดังเก่าของตระกูลฮาเซกาวะ ซึ่งเคยเป็นพ่อค้าดอกคำฝอย และนำเสนอทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม อาหาร ของขึ้นชื่อ และข้อมูลท่องเที่ยวของยามากาตะในที่เดียว
ภายในแบ่งออกเป็น 5 ส่วน ได้แก่ ร้านโซบะ ร้านอาหารตะวันตก ร้านขายของฝาก ศูนย์ข้อมูลในเมือง และตลาดขายตรงสินค้าเกษตร
โดยเฉพาะร้านของฝาก “อาการัชชัย” ที่มีสินค้าขึ้นชื่อ สินค้าแปรรูป และงานฝีมือที่คัดสรรความเป็นยามากาตะมาอย่างเต็มที่ เหมาะสำหรับหาของที่ระลึกหรือของขวัญมาก
ยังมีสินค้าตามฤดูกาลจำนวนมาก จึงแวะเมื่อไรก็มักได้เจออะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ
นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่ประกอบกันเป็นมรดกญี่ปุ่น “วัฒนธรรมดอกคำฝอยที่วัดยามาเดระค้ำจุนไว้” จึงเป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าแวะชมเช่นกัน

3. ย่านการค้านาโนะคามาจิ
ย่านเดินเล่นที่ยังคงบรรยากาศเมืองปราสาทจากสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603–1868) เอาไว้จนถึงปัจจุบัน
ชื่อของย่านมาจากการที่เคยมีตลาดนัดในวันที่มีเลข 7 และทุกวันนี้ก็ยังคงมีทั้งร้านเก่าแก่กับร้านใหม่ตั้งอยู่ร่วมกัน ให้บรรยากาศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ถนนที่นำสายไฟลงดินอย่างสวยงามเดินสะดวก และมีร้านหลากหลายแนวทั้งของจุกจิก แฟชั่น และร้านอาหาร
เสน่ห์ของนาโนะคามาจิคือการเดินเล่นไปเรื่อย ๆ แวะร้านที่สะดุดตา แล้วพักในคาเฟ่บรรยากาศย้อนยุคอย่างสบาย ๆ
นอกจากนี้ยังมีจุดน่าสนใจอีกมาก เช่น “บุนโชคัง” อาคารสำคัญทางวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนระดับชาติ และ “ฮตโตะนารุ ฮิโรบะ โคเอ็น” สวนที่มักจัดอีเวนต์ต่าง ๆ

ชิมอาหารท้องถิ่นได้แบบสบาย ๆ! 3 ร้านอาหารแนะนำรอบสถานียามากาตะ
ต่อไปขอแนะนำร้านอาหารน่าแวะรอบสถานียามากาตะ
แต่ละร้านเดินทางสะดวก อยู่ใกล้สถานี และนักท่องเที่ยวก็เข้าได้ไม่ยาก พร้อมเปิดโอกาสให้ลิ้มลองวัฒนธรรมอาหารของยามากาตะอย่างเต็มที่
น่าจะเป็นมื้อที่ทำให้คุณประทับใจได้แน่นอน จะมาแวะมื้อกลางวันหรือมื้อเย็นก็เหมาะ
1. ซาคาเอะยะ ฮนเต็น
จากสถานี JR ยามากาตะ นั่งรถประมาณ 7 นาที ก็จะถึง “ซาคาเอะยะ ฮนเต็น” ร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องเมนูดังของยามากาตะอย่าง “ราเม็งเย็น”
ร้านนี้ก่อตั้งในปี 1932 หลังเจ้าของรุ่นแรกผ่านการฝึกฝนในร้านโซบะเก่าแก่นาน 12 ปี
จากคำขอของลูกค้าที่ถามว่า “มีโซบะเย็นแล้ว จะทำราเม็งเย็นไม่ได้หรือ” ร้านจึงพัฒนาเมนู “ราเม็งเย็น” และเริ่มวางขายในปี 1952
ปัจจุบันเมนูนี้กลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์หน้าร้อนของยามากาตะ และเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนทั้งในและนอกจังหวัด
เมนูยอดนิยมอันดับ 1 คือ “ราเม็งเย็น” ต้นตำรับของร้าน ซึ่งไม่ใช่แค่หน้าร้อน แต่หน้าหนาวก็มีคนสั่งกันมาก อีกทั้งยังมีเมนูเส้นอื่น ๆ ให้เลือกอีกมาก เช่น “ชูกะโซบะ” และ “ราเม็งเห็ดนาเมโกะ”

2. โอยัตสึยะซัง
“โอยัตสึยะซัง” ร้านเฉพาะทางที่ขาย “ดงดงยากิ” อาหารโซลฟู้ดที่คนยามากาตะรู้จักกันดี
ที่นี่เป็นร้านอาหารท้องถิ่นชื่อดังที่เคยได้รับการนำเสนอผ่านสื่อมากมาย
เดินจากทางออกฝั่งตะวันตกของสถานียามากาตะประมาณ 8 นาที ก็จะพบกับร้านบรรยากาศอบอุ่นที่เป็นที่รักของคนท้องถิ่น
สำหรับคนที่สงสัยว่า ดงดงยากิคืออะไร อาหารชนิดนี้เป็นแป้งสไตล์แผงลอย ทำจากแป้งสาลีผสมน้ำ นำไปย่างบาง ๆ บนกระทะเหล็กแล้วใส่เครื่องลงไป
หน้าตาคล้ายโอโคโนมิยากิ ด้านนอกกรอบ ด้านในนุ่มชุ่ม เป็นรสชาติที่ยิ่งกินยิ่งติดใจ
ที่ร้านมีทั้งดงดงยากิแบบมาตรฐาน เช่น ซอสหรือโชยุ และเมนูแปลกใหม่อย่างชีส พิซซ่า และทาเบะรา

3. อาจิโนะมิเซะ ซูซุรัน
“อาจิโนะมิเซะ ซูซุรัน” ร้านคัปโปะสไตล์บ้าน ๆ เก่าแก่ ตั้งอยู่ห่างจากสถานียามากาตะเพียง 5 นาทีด้วยการเดิน บนถนนซูซุรันซึ่งเป็นถนนสายหลักของย่านร้านกินดื่ม
ที่นี่เสิร์ฟอาหารจากวัตถุดิบสดใหม่ในราคาสมเหตุสมผล ทั้งปลาธรรมชาติและอาหารทะเลที่ส่งตรงจากทะเลญี่ปุ่น รวมถึงผักที่ปลูกเอง
มีเมนูให้เลือกมากกว่า 100 รายการ โดยเมนูยอดนิยมคือ “อิกะป็อปโปะยากิ” “เกี๊ยวปลาทอด” และ “พิซซ่าซูซุรัน”
ยังมีอาหารท้องถิ่นของยามากาตะอย่างซุปอิโมนิ คอนยักกุเสียบไม้ และถั่วดาดาชามาเมะครบครัน จึงเป็นร้านที่เหมาะสำหรับลิ้มลองทั้งอาหารและสาเกท้องถิ่นในคราวเดียว

เที่ยวครั้งแรกก็สบายใจ! 3 ที่พักยอดนิยมรอบสถานียามากาตะ
ถ้าเป็นทริปยามากาตะครั้งแรก การพักแถวสถานียามากาตะถือว่าสะดวกมาก
ไม่ว่าจะเดินทางไปสนามบิน ไปยังจุดต่าง ๆ ในจังหวัด หรือออกนอกจังหวัดก็ทำได้ง่าย จึงตอบโจทย์ในหลายด้าน
ที่นี่เราคัด 3 โรงแรมยอดนิยมมาแนะนำ
เพราะอยู่ใกล้สถานีจึงหาไม่ยาก ให้ความอุ่นใจ และยังใช้เวลาว่างระหว่างวันได้คุ้มค่า ทำให้ทริปของคุณน่าจะเต็มอิ่มยิ่งขึ้น
1. โรงแรมเมโทรโพลิแทน ยามากาตะ
ซิตี้โฮเทลที่ตั้งอยู่ในทำเลยอดเยี่ยม เชื่อมตรงกับทางออกฝั่งตะวันออกของสถานี JR ยามากาตะ
ด้านหน้ามีทั้งแท็กซี่ รถบัส และจุดขึ้นรถไลเนอร์ไปสนามบิน ทำให้เดินทางสะดวกแม้ในวันที่อากาศไม่ดี และยังต่อไปยังจุดต่าง ๆ รอบเมืองได้ง่าย
อีกทั้งยังสามารถแวะช้อปปิ้งที่ S-PAL ยามากาตะซึ่งอยู่ติดกันได้ทันที จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นฐานเที่ยว
ภายในโรงแรมบรรยากาศสงบ ผ่อนคลายได้เต็มที่ในพื้นที่ที่ผสานความหรูหราและฟังก์ชันการใช้งานเข้าด้วยกัน
มีห้องพักหลายแบบทั้งซิงเกิล ทวิน ยูนิเวอร์แซล รวมถึงห้องสไตล์ญี่ปุ่นและตะวันตก จึงเหมาะทั้งสำหรับเดินทางคนเดียว ครอบครัว หรือคู่รัก

2. โรงแรมวอชิงตัน สถานียามากาตะ ฝั่งตะวันตก
โรงแรมสูงแห่งเดียวในยามากาตะที่ตั้งอยู่ภายในอาคารคะโจ เซ็นทรัล
เนื่องจากเชื่อมกับสถานียามากาตะผ่านทางเดินลอยฟ้า จึงเช็กอินได้โดยแทบไม่ต้องออกไปข้างนอก
เสน่ห์ที่โดดเด่นที่สุดคือวิวแบบพาโนรามาที่ทำให้ที่นี่ได้รับฉายาว่าเป็น “โรงแรมที่ใกล้ดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่สุด”
แผนกต้อนรับอยู่ชั้น 24 ส่วนห้องพักอยู่ชั้น 19–21 มองเห็นได้ทั้งวิวกลางคืนของเมืองและทิวทัศน์งดงามของซาโอะ เทือกเขาอาซาฮิ และภูเขากัสซัง
นอกจากบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันแล้ว ที่นี่ยังเด่นเรื่องการต้อนรับแบบหลากหลายวัฒนธรรมและหลายภาษา จึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยากพักอย่างสบายใจ
อีกทั้งบริเวณทางออกฝั่งตะวันตกมีร้านอาหารและศูนย์การค้าน้อยกว่าฝั่งตะวันออก จึงค่อนข้างเงียบในตอนกลางคืน เหมาะกับคนที่อยากพักผ่อนแบบสบาย ๆ

3. โรงแรมนานาชาติยามากาตะ
โรงแรมขนาดใหญ่ในทำเลดี เดินจากทางออกฝั่งตะวันออกของสถานี JR ยามากาตะประมาณ 7 นาที มีห้องพัก 177 ห้อง รองรับผู้เข้าพักได้ 262 คน
เดินเพียง 5 นาทีก็ถึงย่านการค้าหน้าสถานี และยังขับรถไปซาโอะหรือยามาเดระซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของยามากาตะได้ใน 40 นาที จึงสะดวกทั้งเที่ยวและทำงาน
มีห้องพักให้เลือกหลากหลาย ทั้งห้องดีลักซ์ทวินพร้อมห้องอาบน้ำส่วนตัวที่มองเห็นวิวสวยของยามากาตะ ห้องซิงเกิลและห้องทวินที่ใช้งานสะดวก รวมถึงห้องสไตล์ญี่ปุ่นที่เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก จึงเลือกได้ตามจำนวนผู้เดินทางและวัตถุประสงค์ของทริป

จัดใส่แพลนเที่ยวได้ง่าย! 5 จุดท่องเที่ยวรอบสถานียามากาตะ
สถานียามากาตะไม่ได้เป็นแค่จุดเริ่มต้นการเดินทาง แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เที่ยวได้เพลินด้วย
ที่นี่เราขอแนะนำ 5 จุดยอดนิยมรอบสถานีที่ใส่ลงในแพลนได้ง่าย
แต่ละแห่งช่วยให้คุณสัมผัสเอกลักษณ์ของยามากาตะผ่านประวัติศาสตร์ ทิวทัศน์ และวัฒนธรรมได้อย่างเต็มที่ ลองหาเวลาแวะไปกัน
1. สวนคะโจ (ซากปราสาทยามากาตะ)
สวนสาธารณะในเมืองที่พัฒนาขึ้นบนพื้นที่ซากของ “ปราสาทยามากาตะ” ซึ่งได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งใน “100 ปราสาทชื่อดังของญี่ปุ่น” ปราสาทยามากาตะเป็นปราสาทที่ราบแบบวงล้อม มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบสามชั้น ได้แก่ ฮนมารุ นิโนะมารุ และซันโนะมารุ และถือเป็นหนึ่งในปราสาทขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของประเทศ
เชื่อกันว่าโครงสร้างปราสาทในปัจจุบันมีต้นแบบมาจากสิ่งที่โมกามิ โยชิอากิ เจ้าเมืองรุ่นที่ 11 สร้างไว้ในช่วง ค.ศ. 1546–1614
พื้นที่สวนในปัจจุบันครอบคลุมฮนมารุ นิโนะมารุ และบางส่วนของซันโนะมารุ
ภายในสวนมีพื้นที่กว้างประมาณ 35.9 เฮกตาร์ และปลูกต้นซากุระไว้ประมาณ 1,500 ต้น จึงเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่มีชื่อเสียงที่สุดของยามากาตะ
เมื่อซากุระบานเต็มที่ สีสันอ่อนหวานจะช่วยแต่งแต้มซากปราสาทให้ยิ่งมีเสน่ห์และบรรยากาศงดงามเป็นพิเศษ

2. บุนโชคัง (พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจังหวัดยามากาตะ)
อาคารก่ออิฐที่สร้างขึ้นในปีไทโชที่ 5 (ค.ศ. 1916) เพื่อใช้เป็นที่ทำการจังหวัดยามากาตะและอาคารสภาจังหวัด
อาคารนี้ก่อสร้างเสร็จในรูปแบบสถาปัตยกรรมฟื้นฟูสมัยใหม่แบบอังกฤษ โดยใช้งบประมาณ 400,000 เยน ซึ่งคิดเป็น 25% ของงบประมาณรวมของจังหวัดในเวลานั้น
หลังจากย้ายหน้าที่ของที่ทำการจังหวัดออกไปในปีโชวะที่ 50 (ค.ศ. 1975) อาคารจึงได้รับการอนุรักษ์ในฐานะทรัพย์สินทางวัฒนธรรม และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติในปีโชวะที่ 59 (ค.ศ. 1984)
ตั้งแต่ปีเฮเซที่ 7 (ค.ศ. 1995) เป็นต้นมา ที่นี่เปิดให้เข้าชมในชื่อพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจังหวัดยามากาตะ (บุนโชคัง) และกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองยามากาตะ

3. พิพิธภัณฑ์จังหวัดยามากาตะ
พิพิธภัณฑ์แบบครบวงจรภายในสวนคะโจ เมืองยามากาตะ ครอบคลุมสาขาธรณีวิทยา สัตววิทยา พฤกษศาสตร์ โบราณคดี ประวัติศาสตร์ และชาติพันธุ์วิทยา เปิดทำการในปี 1971 ภายในแบ่งเป็น 3 ห้องจัดแสดงถาวรที่ให้เรียนรู้ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของจังหวัดยามากาตะ
ห้องจัดแสดงที่ 1 นำเสนอการก่อกำเนิดของยามากาตะ ป่าไม้ และการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ ส่วนห้องที่ 2 แนะนำประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคหินเก่าถึงยุคโจมง ไปจนถึงวิถีชีวิตการปลูกข้าว
ห้องจัดแสดงที่ 3 จัดแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่นหลังยุคสมัยใหม่ รวมถึงของเล่นต่าง ๆ

4. ยามากาตะ ซาเกะเมกุริ Chetto
พื้นที่ชิมสาเกภายในศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวยามากาตะ บนชั้น 1 ของคะโจ เซ็นทรัล ซึ่งอยู่ติดกับฝั่งตะวันตกของสถานียามากาตะ
สำหรับคนที่สงสัยว่า “Chetto = chetto” หมายถึงอะไร คำนี้เป็นภาษาถิ่นยามากาตะที่แปลว่า “นิดหน่อย” และสื่อถึงการค่อย ๆ ลองชิมสาเกจากโรงบ่มต่าง ๆ ทีละเล็กทีละน้อย
มีเครื่องดื่มให้เลือกประจำประมาณ 42 ชนิด (ในจำนวนนี้เป็นไวน์ 12 ชนิด) สามารถชิมได้ในราคา 3 ช็อต 500 เยน หรือ 6 ช็อต 1,000 เยน

5. สวนโมมิจิ
สวนญี่ปุ่นแบบเดินชมรอบสระ ที่ให้คุณดื่มด่ำกับความเงียบสงบและความงามของทั้ง 4 ฤดูกาล
เดิมเป็นสวนของวัดโฮโดจิ วัดเก่าแก่ในนิกายชินงอน ก่อนที่เมืองยามากาตะจะนำมาปรับปรุงและเปิดเป็นสวนสาธารณะในเมือง จึงมีทั้งประวัติความเป็นมาและความสง่างามอยู่ในตัว
ที่นี่มีชื่อเสียงเรื่องใบไม้เปลี่ยนสีอันงดงาม โดยในฤดูใบไม้ร่วง ต้นเมเปิลภายในสวนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงและเหลือง ปกคลุมทั่วบริเวณอย่างสวยงาม
ทิวทัศน์สีสันสดใสที่สะท้อนบนผิวน้ำก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ดึงดูดสายตาจนเผลอลืมเวลา
ค่าเข้าชมฟรี และการเดินเล่นอย่างสงบริม “บ่อชินจิอิเกะ” ซึ่งออกแบบเป็นรูปตัวอักษร “โคโคโระ” นั้นให้บรรยากาศที่พิเศษมาก
นอกจากนี้ ที่ห้องชงชาภายในสวน “อาคารหลักเดิมของวัดโฮโดจิ (เรียกอีกชื่อว่า โฮโคอัน)” ยังมีการจัด “ฮิกามะ” ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวแวะมาดื่มมัตฉะได้อย่างสบาย ๆ ช่วยให้สัมผัสเสน่ห์แบบญี่ปุ่นได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ถ้าไม่แน่ใจให้ไปที่ “ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวสถานียามากาตะ”
ถ้ายังไม่แน่ใจเรื่องเส้นทางหรืออยากหาข้อมูลเพิ่ม “ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวสถานียามากาตะ” ก็เป็นจุดที่แวะได้สะดวกมาก
เป็นเคาน์เตอร์ที่มีเจ้าหน้าที่ประจำ สามารถรับบริการได้หลากหลาย ทั้งแผนที่ท่องเที่ยวในเมือง แผ่นพับ ข้อมูลการเดินทาง และข้อมูลอีเวนต์ต่าง ๆ
ที่จุดเดียวนี้ คุณสามารถรับข้อมูลที่จำเป็นต่อการเดินทางรวมถึงข้อมูลแบบคนท้องถิ่นได้แบบครบ และยังสอบถามเพิ่มเติมได้ด้วย จึงเป็นจุดที่มีประโยชน์มากเมื่อเดินทางจริง
เปิดทำการ 09:00–17:30 (เปิดทุกวันตลอดปี) และยังมีเจ้าหน้าที่ที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ด้วย นักท่องเที่ยวต่างชาติจึงใช้งานได้อย่างสบายใจ
หากคุณมีข้อสงสัยระหว่างอยู่ที่สถานียามากาตะ แวะมาที่นี่แล้วจะช่วยให้เที่ยวในยามากาตะได้เต็มอิ่มยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ หากต้องการข้อมูลท่องเที่ยวที่ครอบคลุมมากขึ้น แนะนำให้ไปที่ “ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวเมืองยามากาตะ” บริเวณชั้น 1 ของคะโจ เซ็นทรัล ซึ่งเชื่อมตรงกับทางออกฝั่งตะวันตก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสถานียามากาตะ
Q
ถ้าอยากหาอะไรทำเพื่อใช้เวลารอบสถานียามากาตะ ควรไปไหนดี?
คุณสามารถเดินไป “สวนคะโจ” หรือ “พิพิธภัณฑ์จังหวัดยามากาตะ” ที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีได้ หรือจะช้อปปิ้งที่ “S-PAL ยามากาตะ” ซึ่งเชื่อมตรงกับสถานีก็เพลิดเพลินได้เช่นกัน
Q
ของฝากแนะนำที่ซื้อได้ที่สถานียามากาตะมีอะไรบ้าง?
ของแนะนำได้แก่ “โนชิอุเมะ” ขนมบ๊วยขึ้นชื่อของยามากาตะจากซาโตยะ และ “ยามากาตะ ซากุรัมโบะ คิราระ” เยลลีจากเชอร์รีขึ้นชื่อของท้องถิ่น
Q
เที่ยวรอบสถานียามากาตะโดยไม่มีรถยนต์ได้ไหม?
เที่ยวได้สบายแม้จะเดินเป็นหลักเท่านั้น และหากใช้รถบัสก็ยังไปยังจุดสำคัญที่อยู่ไกลออกไปได้ด้วย จึงแทบไม่รู้สึกไม่สะดวกแม้ไม่มีรถยนต์
บทสรุป
มาถึงตรงนี้ ก็น่าจะพอเห็นภาพแล้วว่า “สถานียามากาตะ” คือจุดสำคัญของการเดินทางในจังหวัดยามากาตะ
ที่นี่รวมทั้งชินคันเซ็น รถไฟท้องถิ่น และสถานีขนส่งรถบัสไว้ในที่เดียว จึงเดินทางได้สะดวกทั้งสำหรับการท่องเที่ยวและธุรกิจ
รอบสถานียังเต็มไปด้วยจุดน่าสนใจอย่าง S-PAL ยามากาตะ สวนคะโจ และบุนโชคัง เลยเหมาะมากในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่รวมเสน่ห์ไว้แบบกะทัดรัด
ถ้าอยากเที่ยวทริปยามากาตะให้เต็มอิ่มยิ่งขึ้น ลองอ่านบทความนี้ต่อไปพร้อมกันด้วย ซึ่งรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ทั้งจุดท่องเที่ยวยอดนิยม ร้านอาหารดัง และของฝากแนะนำ