เที่ยวเมืองยามากาตะครั้งแรกก็ไม่หลง【คู่มือครบถ้วนสถานียามากาตะ】

เที่ยวเมืองยามากาตะครั้งแรกก็ไม่หลง【คู่มือครบถ้วนสถานียามากาตะ】

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

ถ้ามาถึงยามากาตะครั้งแรก จุดที่น่าจะได้แวะกันก่อนก็มักเป็น “สถานียามากาตะ”
ที่นี่เป็นประตูสู่จังหวัดยามากาตะและเป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัด รองรับทั้งการท่องเที่ยว ธุรกิจ และการใช้งานในชีวิตประจำวัน
รอบสถานีมีทั้งแหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารกระจายตัวอยู่มากมาย เลยมีเสน่ห์ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวไปด้วย
บทความนี้จะพาไปรู้จักภาพรวมของสถานียามากาตะ วิธีการเดินทาง และร้านอาหารแนะนำต่าง ๆ
สรุปข้อมูลไว้ให้เข้าใจง่าย เพื่อให้แม้เป็นครั้งแรกที่ใช้สถานีก็ไม่สับสน และช่วยให้คุณเที่ยวได้สนุกยิ่งขึ้น ลองอ่านต่อจนจบได้เลย

สถานียามากาตะเป็นสถานที่แบบไหน?

ถ้าพูดถึงจุดศูนย์กลางการเดินทางของเมืองยามากาตะ หลายคนก็มักนึกถึงสถานียามากาตะ (Yamagata) ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
มีชินคันเซ็นสายยามากาตะ “สึบาสะ” ให้บริการ และยังเชื่อมต่อกับสายโออุ สายเซ็นซัง และสายอะเทระซาวะด้วย จึงมีผู้คนใช้งานจำนวนมากในแต่ละวันสำหรับหลากหลายวัตถุประสงค์
ภายในยังมีสถานีขนส่งรถบัส ทำให้เดินทางสะดวกมาก และสามารถต่อไปยังเมืองสำคัญหรือแหล่งท่องเที่ยวทั้งในและนอกจังหวัดได้อย่างราบรื่น
ประตูตรวจตั๋วแบ่งเป็นฝั่งตะวันออกที่คึกคักและเป็นทางหลัก กับฝั่งตะวันตกที่บรรยากาศเงียบสงบ โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักออกทางฝั่งตะวันออก
นอกจากนี้ ภายในสถานีและบริเวณโดยรอบยังมีศูนย์การค้า สถานที่ยอดนิยม และร้านอาหารมากมาย จึงเป็นจุดที่เที่ยวได้อย่างเต็มอิ่มเช่นกัน

รถรุ่นใหม่ E8 ของชินคันเซ็นยามากาตะ “สึบาสะ”
รถรุ่นใหม่ E8 ของชินคันเซ็นยามากาตะ “สึบาสะ”

การเดินทางไปสถานียามากาตะ

ถ้าจะเดินทางจากเมืองหลักมายังสถานียามากาตะ สามารถดูตัวเลือกได้ตามนี้
ไม่ว่าจะออกเดินทางจากที่ไหนก็ใช้เวลาประมาณ 40 นาที–2 ชั่วโมง 40 นาที ซึ่งใกล้กว่าที่คิด และเส้นทางก็เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับโตเกียว จำนวนรอบเดินรถมีน้อยกว่า จึงแนะนำให้ตรวจสอบตารางเวลาและเลือกรอบโดยสารล่วงหน้า

จุดเริ่มต้น เส้นทาง ระยะเวลา
สนามบินยามากาตะ ขึ้นรถชัตเทิลบัสเข้าเมืองยามากาตะจาก “ป้ายหมายเลข 3 หน้าอาคารผู้โดยสารสนามบินยามากาตะ” ลงที่ “หน้าสถานี JR ยามากาตะ” แล้วถึงจุดหมาย
※ ให้บริการประมาณ 1 คันต่อ 1–2 ชั่วโมง
ประมาณ 40 นาที
สถานีโตเกียว ขึ้น JR ชินคันเซ็นขบวนสึบาสะจาก “สถานีโตเกียว” และลงที่ “สถานียามากาตะ”
※ ให้บริการประมาณ 1 ขบวนต่อชั่วโมง และสามารถเดินทางตรงจากสถานีอุเอโนะได้ด้วย
ประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที
สถานีเซ็นได ขึ้น JR สายเซ็นซัง มุ่งหน้าไปยามากาตะ จาก “สถานีเซ็นได” และลงที่ “สถานียามากาตะ”
※ ให้บริการประมาณ 1 ขบวนต่อชั่วโมง
ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
สนามบินนานาชาติโอซากะ (อิตามิ) 1. ขึ้นเที่ยวบิน JAL จาก “สนามบินนานาชาติโอซากะ” และลงที่ “สนามบินยามากาตะ”
※ มีเที่ยวบินวันละ 3 เที่ยว
2. ขึ้นรถชัตเทิลบัสเข้าเมืองยามากาตะจาก “ป้ายหมายเลข 3 หน้าอาคารผู้โดยสารสนามบินยามากาตะ” ลงที่ “หน้าสถานี JR ยามากาตะ” แล้วถึงจุดหมาย
ประมาณ 2 ชั่วโมง
สนามบินนาโกย่า (โคมากิ) 1. ขึ้นเที่ยวบิน FDA จาก “สนามบินนาโกย่า” และลงที่ “สนามบินยามากาตะ”
※ มีเที่ยวบินวันละ 2 เที่ยว
2. ขึ้นรถชัตเทิลบัสเข้าเมืองยามากาตะจาก “ป้ายหมายเลข 3 หน้าอาคารผู้โดยสารสนามบินยามากาตะ” ลงที่ “หน้าสถานี JR ยามากาตะ” แล้วถึงจุดหมาย
ประมาณ 2 ชั่วโมง

ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่เชื่อมตรงกับสถานียามากาตะ “S-PAL ยามากาตะ”

ถ้าอยากหาที่แวะง่าย ๆ ทันทีหลังออกจากสถานี “S-PAL ยามากาตะ” ก็เป็นจุดที่สะดวกมาก
หลังรีโนเวตและเปิดใหม่ในปี 2017 ที่นี่ก็ได้รับความนิยมในฐานะแหล่งช้อปปิ้งที่ทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นชื่นชอบ
ภายในอาคารนำเสน่ห์ของยามากาตะมาไว้ได้อย่างเต็มที่ จัดโซนให้คนทุกวัยเพลิดเพลินได้ และสามารถจบครบทั้งช้อปปิ้งและมื้ออาหารในที่เดียว
โดยเฉพาะชั้น 2 โซน “ยามากาตะมิยาเกะ อายะ” ที่รวมร้านดังในจังหวัดไว้มากมาย มีตัวเลือกแน่นทั้งสาเกท้องถิ่น ขนมขึ้นชื่อ และขนมหวานสไตล์ยามากาตะ เหมาะสำหรับซื้อของฝากในจุดเดียว
ด้วยทำเลที่เดินจากประตูตรวจตั๋วเพียงประมาณ 1 นาที จึงแวะได้สะดวกทั้งระหว่างการเดินทางหรือก่อนจบทริป

“S-PAL ยามากาตะ” อัดแน่นด้วยร้านค้าที่รวมเสน่ห์ของยามากาตะไว้ครบ
“S-PAL ยามากาตะ” อัดแน่นด้วยร้านค้าที่รวมเสน่ห์ของยามากาตะไว้ครบ

เจอไอเท็มสไตล์ยามากาตะได้ที่นี่! 3 แหล่งช้อปปิ้งรอบสถานียามากาตะ

จากตรงนี้ เราจะพาไปรู้จัก 3 แหล่งช้อปปิ้งรอบสถานียามากาตะ
แต่ละแห่งล้วนเป็นสถานที่ที่ให้คุณสัมผัสเสน่ห์ของยามากาตะได้ ทั้งสินค้าเกษตรท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์แปรรูป และงานหัตถกรรมดั้งเดิม
เดินชมเฉย ๆ ก็เพลิน และยังเหมาะมากสำหรับมองหาของฝาก อย่าลืมแวะไปกัน

1. กุตโตะ ยามากาตะ

ศูนย์รวมสินค้าพื้นเมือง สินค้าขึ้นชื่อ และงานหัตถกรรมจากทั่วจังหวัดยามากาตะ
ภายในแบ่งเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่ “โซนขายของฝาก” ที่เรียงรายด้วยสินค้าจากจังหวัด “โซนฟู้ดคอร์ต” ที่ชิมรสชาติยามากาตะได้แบบสบาย ๆ และ “โซนร้านค้าเช่า” ที่อยู่ด้านนอกอาคาร
ใน “โซนขายของฝาก” มีสินค้าพิเศษและสาเกชั้นดีจากทั่วจังหวัดยามากาตะรวมกันมากถึงประมาณ 4,000 รายการ
ไม่ว่าจะเป็นขนมดั้งเดิมจากร้านเก่าแก่ ผักดองขึ้นชื่อ หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อโยเนซาวะก็มีให้เลือกครบ

รวมสาเกชื่อดังและของดีประจำจังหวัดยามากาตะไว้มากมาย
รวมสาเกชื่อดังและของดีประจำจังหวัดยามากาตะไว้มากมาย

2. ยามากาตะ มารุโกโตะคัง เบนิโนะคุระ

ศูนย์ท่องเที่ยวแบบครบวงจรที่ดัดแปลงจากโกดังเก่าของตระกูลฮาเซกาวะ ซึ่งเคยเป็นพ่อค้าดอกคำฝอย และนำเสนอทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม อาหาร ของขึ้นชื่อ และข้อมูลท่องเที่ยวของยามากาตะในที่เดียว
ภายในแบ่งออกเป็น 5 ส่วน ได้แก่ ร้านโซบะ ร้านอาหารตะวันตก ร้านขายของฝาก ศูนย์ข้อมูลในเมือง และตลาดขายตรงสินค้าเกษตร
โดยเฉพาะร้านของฝาก “อาการัชชัย” ที่มีสินค้าขึ้นชื่อ สินค้าแปรรูป และงานฝีมือที่คัดสรรความเป็นยามากาตะมาอย่างเต็มที่ เหมาะสำหรับหาของที่ระลึกหรือของขวัญมาก
ยังมีสินค้าตามฤดูกาลจำนวนมาก จึงแวะเมื่อไรก็มักได้เจออะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ
นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่ประกอบกันเป็นมรดกญี่ปุ่น “วัฒนธรรมดอกคำฝอยที่วัดยามาเดระค้ำจุนไว้” จึงเป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าแวะชมเช่นกัน

“ยามากาตะ มารุโกโตะคัง เบนิโนะคุระ” ที่ให้คุณเพลิดเพลินกับบรรยากาศโกดังเก่าเชิงประวัติศาสตร์
“ยามากาตะ มารุโกโตะคัง เบนิโนะคุระ” ที่ให้คุณเพลิดเพลินกับบรรยากาศโกดังเก่าเชิงประวัติศาสตร์

3. ย่านการค้านาโนะคามาจิ

ย่านเดินเล่นที่ยังคงบรรยากาศเมืองปราสาทจากสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603–1868) เอาไว้จนถึงปัจจุบัน
ชื่อของย่านมาจากการที่เคยมีตลาดนัดในวันที่มีเลข 7 และทุกวันนี้ก็ยังคงมีทั้งร้านเก่าแก่กับร้านใหม่ตั้งอยู่ร่วมกัน ให้บรรยากาศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ถนนที่นำสายไฟลงดินอย่างสวยงามเดินสะดวก และมีร้านหลากหลายแนวทั้งของจุกจิก แฟชั่น และร้านอาหาร
เสน่ห์ของนาโนะคามาจิคือการเดินเล่นไปเรื่อย ๆ แวะร้านที่สะดุดตา แล้วพักในคาเฟ่บรรยากาศย้อนยุคอย่างสบาย ๆ
นอกจากนี้ยังมีจุดน่าสนใจอีกมาก เช่น “บุนโชคัง” อาคารสำคัญทางวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนระดับชาติ และ “ฮตโตะนารุ ฮิโรบะ โคเอ็น” สวนที่มักจัดอีเวนต์ต่าง ๆ

อย่าพลาดแวะ “บุนโชคัง” ที่ถ่ายทอดเสน่ห์โรแมนติกแบบยุคไทโช
อย่าพลาดแวะ “บุนโชคัง” ที่ถ่ายทอดเสน่ห์โรแมนติกแบบยุคไทโช

ชิมอาหารท้องถิ่นได้แบบสบาย ๆ! 3 ร้านอาหารแนะนำรอบสถานียามากาตะ

ต่อไปขอแนะนำร้านอาหารน่าแวะรอบสถานียามากาตะ
แต่ละร้านเดินทางสะดวก อยู่ใกล้สถานี และนักท่องเที่ยวก็เข้าได้ไม่ยาก พร้อมเปิดโอกาสให้ลิ้มลองวัฒนธรรมอาหารของยามากาตะอย่างเต็มที่
น่าจะเป็นมื้อที่ทำให้คุณประทับใจได้แน่นอน จะมาแวะมื้อกลางวันหรือมื้อเย็นก็เหมาะ

1. ซาคาเอะยะ ฮนเต็น

จากสถานี JR ยามากาตะ นั่งรถประมาณ 7 นาที ก็จะถึง “ซาคาเอะยะ ฮนเต็น” ร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องเมนูดังของยามากาตะอย่าง “ราเม็งเย็น”
ร้านนี้ก่อตั้งในปี 1932 หลังเจ้าของรุ่นแรกผ่านการฝึกฝนในร้านโซบะเก่าแก่นาน 12 ปี
จากคำขอของลูกค้าที่ถามว่า “มีโซบะเย็นแล้ว จะทำราเม็งเย็นไม่ได้หรือ” ร้านจึงพัฒนาเมนู “ราเม็งเย็น” และเริ่มวางขายในปี 1952
ปัจจุบันเมนูนี้กลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์หน้าร้อนของยามากาตะ และเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนทั้งในและนอกจังหวัด
เมนูยอดนิยมอันดับ 1 คือ “ราเม็งเย็น” ต้นตำรับของร้าน ซึ่งไม่ใช่แค่หน้าร้อน แต่หน้าหนาวก็มีคนสั่งกันมาก อีกทั้งยังมีเมนูเส้นอื่น ๆ ให้เลือกอีกมาก เช่น “ชูกะโซบะ” และ “ราเม็งเห็ดนาเมโกะ”

ร้านราเม็งที่เป็นที่รู้จักในฐานะต้นกำเนิด “ราเม็งเย็น” เมนูขึ้นชื่อของยามากาตะ
ร้านราเม็งที่เป็นที่รู้จักในฐานะต้นกำเนิด “ราเม็งเย็น” เมนูขึ้นชื่อของยามากาตะ

2. โอยัตสึยะซัง

“โอยัตสึยะซัง” ร้านเฉพาะทางที่ขาย “ดงดงยากิ” อาหารโซลฟู้ดที่คนยามากาตะรู้จักกันดี
ที่นี่เป็นร้านอาหารท้องถิ่นชื่อดังที่เคยได้รับการนำเสนอผ่านสื่อมากมาย
เดินจากทางออกฝั่งตะวันตกของสถานียามากาตะประมาณ 8 นาที ก็จะพบกับร้านบรรยากาศอบอุ่นที่เป็นที่รักของคนท้องถิ่น
สำหรับคนที่สงสัยว่า ดงดงยากิคืออะไร อาหารชนิดนี้เป็นแป้งสไตล์แผงลอย ทำจากแป้งสาลีผสมน้ำ นำไปย่างบาง ๆ บนกระทะเหล็กแล้วใส่เครื่องลงไป
หน้าตาคล้ายโอโคโนมิยากิ ด้านนอกกรอบ ด้านในนุ่มชุ่ม เป็นรสชาติที่ยิ่งกินยิ่งติดใจ
ที่ร้านมีทั้งดงดงยากิแบบมาตรฐาน เช่น ซอสหรือโชยุ และเมนูแปลกใหม่อย่างชีส พิซซ่า และทาเบะรา

ในยามากาตะ “ดงดงยากิ” มักนิยมม้วนกับตะเกียบไม้แบบนี้ (ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย)
ในยามากาตะ “ดงดงยากิ” มักนิยมม้วนกับตะเกียบไม้แบบนี้ (ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย)

3. อาจิโนะมิเซะ ซูซุรัน

“อาจิโนะมิเซะ ซูซุรัน” ร้านคัปโปะสไตล์บ้าน ๆ เก่าแก่ ตั้งอยู่ห่างจากสถานียามากาตะเพียง 5 นาทีด้วยการเดิน บนถนนซูซุรันซึ่งเป็นถนนสายหลักของย่านร้านกินดื่ม
ที่นี่เสิร์ฟอาหารจากวัตถุดิบสดใหม่ในราคาสมเหตุสมผล ทั้งปลาธรรมชาติและอาหารทะเลที่ส่งตรงจากทะเลญี่ปุ่น รวมถึงผักที่ปลูกเอง
มีเมนูให้เลือกมากกว่า 100 รายการ โดยเมนูยอดนิยมคือ “อิกะป็อปโปะยากิ” “เกี๊ยวปลาทอด” และ “พิซซ่าซูซุรัน”
ยังมีอาหารท้องถิ่นของยามากาตะอย่างซุปอิโมนิ คอนยักกุเสียบไม้ และถั่วดาดาชามาเมะครบครัน จึงเป็นร้านที่เหมาะสำหรับลิ้มลองทั้งอาหารและสาเกท้องถิ่นในคราวเดียว

“ทามะคอนยักกุ” เมนูขึ้นชื่อของยามากาตะ (ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย)
“ทามะคอนยักกุ” เมนูขึ้นชื่อของยามากาตะ (ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย)

เที่ยวครั้งแรกก็สบายใจ! 3 ที่พักยอดนิยมรอบสถานียามากาตะ

ถ้าเป็นทริปยามากาตะครั้งแรก การพักแถวสถานียามากาตะถือว่าสะดวกมาก
ไม่ว่าจะเดินทางไปสนามบิน ไปยังจุดต่าง ๆ ในจังหวัด หรือออกนอกจังหวัดก็ทำได้ง่าย จึงตอบโจทย์ในหลายด้าน
ที่นี่เราคัด 3 โรงแรมยอดนิยมมาแนะนำ
เพราะอยู่ใกล้สถานีจึงหาไม่ยาก ให้ความอุ่นใจ และยังใช้เวลาว่างระหว่างวันได้คุ้มค่า ทำให้ทริปของคุณน่าจะเต็มอิ่มยิ่งขึ้น

1. โรงแรมเมโทรโพลิแทน ยามากาตะ

ซิตี้โฮเทลที่ตั้งอยู่ในทำเลยอดเยี่ยม เชื่อมตรงกับทางออกฝั่งตะวันออกของสถานี JR ยามากาตะ
ด้านหน้ามีทั้งแท็กซี่ รถบัส และจุดขึ้นรถไลเนอร์ไปสนามบิน ทำให้เดินทางสะดวกแม้ในวันที่อากาศไม่ดี และยังต่อไปยังจุดต่าง ๆ รอบเมืองได้ง่าย
อีกทั้งยังสามารถแวะช้อปปิ้งที่ S-PAL ยามากาตะซึ่งอยู่ติดกันได้ทันที จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นฐานเที่ยว
ภายในโรงแรมบรรยากาศสงบ ผ่อนคลายได้เต็มที่ในพื้นที่ที่ผสานความหรูหราและฟังก์ชันการใช้งานเข้าด้วยกัน
มีห้องพักหลายแบบทั้งซิงเกิล ทวิน ยูนิเวอร์แซล รวมถึงห้องสไตล์ญี่ปุ่นและตะวันตก จึงเหมาะทั้งสำหรับเดินทางคนเดียว ครอบครัว หรือคู่รัก

“โรงแรมเมโทรโพลิแทน ยามากาตะ” เชื่อมตรงกับทางออกฝั่งตะวันออกของสถานี JR ยามากาตะ เดินจากประตูตรวจตั๋วได้ใน 0 นาที
“โรงแรมเมโทรโพลิแทน ยามากาตะ” เชื่อมตรงกับทางออกฝั่งตะวันออกของสถานี JR ยามากาตะ เดินจากประตูตรวจตั๋วได้ใน 0 นาที

2. โรงแรมวอชิงตัน สถานียามากาตะ ฝั่งตะวันตก

โรงแรมสูงแห่งเดียวในยามากาตะที่ตั้งอยู่ภายในอาคารคะโจ เซ็นทรัล
เนื่องจากเชื่อมกับสถานียามากาตะผ่านทางเดินลอยฟ้า จึงเช็กอินได้โดยแทบไม่ต้องออกไปข้างนอก
เสน่ห์ที่โดดเด่นที่สุดคือวิวแบบพาโนรามาที่ทำให้ที่นี่ได้รับฉายาว่าเป็น “โรงแรมที่ใกล้ดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่สุด”
แผนกต้อนรับอยู่ชั้น 24 ส่วนห้องพักอยู่ชั้น 19–21 มองเห็นได้ทั้งวิวกลางคืนของเมืองและทิวทัศน์งดงามของซาโอะ เทือกเขาอาซาฮิ และภูเขากัสซัง
นอกจากบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันแล้ว ที่นี่ยังเด่นเรื่องการต้อนรับแบบหลากหลายวัฒนธรรมและหลายภาษา จึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยากพักอย่างสบายใจ
อีกทั้งบริเวณทางออกฝั่งตะวันตกมีร้านอาหารและศูนย์การค้าน้อยกว่าฝั่งตะวันออก จึงค่อนข้างเงียบในตอนกลางคืน เหมาะกับคนที่อยากพักผ่อนแบบสบาย ๆ

“โรงแรมวอชิงตัน สถานียามากาตะ ฝั่งตะวันตก” ตั้งอยู่ภายในอาคารคะโจ เซ็นทรัล
“โรงแรมวอชิงตัน สถานียามากาตะ ฝั่งตะวันตก” ตั้งอยู่ภายในอาคารคะโจ เซ็นทรัล

3. โรงแรมนานาชาติยามากาตะ

โรงแรมขนาดใหญ่ในทำเลดี เดินจากทางออกฝั่งตะวันออกของสถานี JR ยามากาตะประมาณ 7 นาที มีห้องพัก 177 ห้อง รองรับผู้เข้าพักได้ 262 คน
เดินเพียง 5 นาทีก็ถึงย่านการค้าหน้าสถานี และยังขับรถไปซาโอะหรือยามาเดระซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของยามากาตะได้ใน 40 นาที จึงสะดวกทั้งเที่ยวและทำงาน
มีห้องพักให้เลือกหลากหลาย ทั้งห้องดีลักซ์ทวินพร้อมห้องอาบน้ำส่วนตัวที่มองเห็นวิวสวยของยามากาตะ ห้องซิงเกิลและห้องทวินที่ใช้งานสะดวก รวมถึงห้องสไตล์ญี่ปุ่นที่เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก จึงเลือกได้ตามจำนวนผู้เดินทางและวัตถุประสงค์ของทริป

ทำเลสะดวกทั้งสำหรับท่องเที่ยวและทำธุรกิจ
ทำเลสะดวกทั้งสำหรับท่องเที่ยวและทำธุรกิจ

จัดใส่แพลนเที่ยวได้ง่าย! 5 จุดท่องเที่ยวรอบสถานียามากาตะ

สถานียามากาตะไม่ได้เป็นแค่จุดเริ่มต้นการเดินทาง แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เที่ยวได้เพลินด้วย
ที่นี่เราขอแนะนำ 5 จุดยอดนิยมรอบสถานีที่ใส่ลงในแพลนได้ง่าย
แต่ละแห่งช่วยให้คุณสัมผัสเอกลักษณ์ของยามากาตะผ่านประวัติศาสตร์ ทิวทัศน์ และวัฒนธรรมได้อย่างเต็มที่ ลองหาเวลาแวะไปกัน

1. สวนคะโจ (ซากปราสาทยามากาตะ)

สวนสาธารณะในเมืองที่พัฒนาขึ้นบนพื้นที่ซากของ “ปราสาทยามากาตะ” ซึ่งได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งใน “100 ปราสาทชื่อดังของญี่ปุ่น” ปราสาทยามากาตะเป็นปราสาทที่ราบแบบวงล้อม มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบสามชั้น ได้แก่ ฮนมารุ นิโนะมารุ และซันโนะมารุ และถือเป็นหนึ่งในปราสาทขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของประเทศ
เชื่อกันว่าโครงสร้างปราสาทในปัจจุบันมีต้นแบบมาจากสิ่งที่โมกามิ โยชิอากิ เจ้าเมืองรุ่นที่ 11 สร้างไว้ในช่วง ค.ศ. 1546–1614
พื้นที่สวนในปัจจุบันครอบคลุมฮนมารุ นิโนะมารุ และบางส่วนของซันโนะมารุ
ภายในสวนมีพื้นที่กว้างประมาณ 35.9 เฮกตาร์ และปลูกต้นซากุระไว้ประมาณ 1,500 ต้น จึงเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่มีชื่อเสียงที่สุดของยามากาตะ
เมื่อซากุระบานเต็มที่ สีสันอ่อนหวานจะช่วยแต่งแต้มซากปราสาทให้ยิ่งมีเสน่ห์และบรรยากาศงดงามเป็นพิเศษ

การประชันความงามระหว่างซากปราสาทที่ชวนให้นึกถึงเรื่องราวในอดีตกับซากุระอันตระการตานั้นน่าประทับใจมาก
การประชันความงามระหว่างซากปราสาทที่ชวนให้นึกถึงเรื่องราวในอดีตกับซากุระอันตระการตานั้นน่าประทับใจมาก

2. บุนโชคัง (พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจังหวัดยามากาตะ)

อาคารก่ออิฐที่สร้างขึ้นในปีไทโชที่ 5 (ค.ศ. 1916) เพื่อใช้เป็นที่ทำการจังหวัดยามากาตะและอาคารสภาจังหวัด
อาคารนี้ก่อสร้างเสร็จในรูปแบบสถาปัตยกรรมฟื้นฟูสมัยใหม่แบบอังกฤษ โดยใช้งบประมาณ 400,000 เยน ซึ่งคิดเป็น 25% ของงบประมาณรวมของจังหวัดในเวลานั้น
หลังจากย้ายหน้าที่ของที่ทำการจังหวัดออกไปในปีโชวะที่ 50 (ค.ศ. 1975) อาคารจึงได้รับการอนุรักษ์ในฐานะทรัพย์สินทางวัฒนธรรม และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติในปีโชวะที่ 59 (ค.ศ. 1984)
ตั้งแต่ปีเฮเซที่ 7 (ค.ศ. 1995) เป็นต้นมา ที่นี่เปิดให้เข้าชมในชื่อพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจังหวัดยามากาตะ (บุนโชคัง) และกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองยามากาตะ

บรรยากาศสง่างามราวกับพระราชวัง
บรรยากาศสง่างามราวกับพระราชวัง

3. พิพิธภัณฑ์จังหวัดยามากาตะ

พิพิธภัณฑ์แบบครบวงจรภายในสวนคะโจ เมืองยามากาตะ ครอบคลุมสาขาธรณีวิทยา สัตววิทยา พฤกษศาสตร์ โบราณคดี ประวัติศาสตร์ และชาติพันธุ์วิทยา เปิดทำการในปี 1971 ภายในแบ่งเป็น 3 ห้องจัดแสดงถาวรที่ให้เรียนรู้ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของจังหวัดยามากาตะ
ห้องจัดแสดงที่ 1 นำเสนอการก่อกำเนิดของยามากาตะ ป่าไม้ และการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ ส่วนห้องที่ 2 แนะนำประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคหินเก่าถึงยุคโจมง ไปจนถึงวิถีชีวิตการปลูกข้าว
ห้องจัดแสดงที่ 3 จัดแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่นหลังยุคสมัยใหม่ รวมถึงของเล่นต่าง ๆ

ตั้งอยู่ภายในสวนคะโจ บริเวณใจกลางเมืองยามากาตะ
ภาพโดย: พิพิธภัณฑ์จังหวัดยามากาตะ ตั้งอยู่ภายในสวนคะโจ บริเวณใจกลางเมืองยามากาตะ

4. ยามากาตะ ซาเกะเมกุริ Chetto

พื้นที่ชิมสาเกภายในศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวยามากาตะ บนชั้น 1 ของคะโจ เซ็นทรัล ซึ่งอยู่ติดกับฝั่งตะวันตกของสถานียามากาตะ
สำหรับคนที่สงสัยว่า “Chetto = chetto” หมายถึงอะไร คำนี้เป็นภาษาถิ่นยามากาตะที่แปลว่า “นิดหน่อย” และสื่อถึงการค่อย ๆ ลองชิมสาเกจากโรงบ่มต่าง ๆ ทีละเล็กทีละน้อย
มีเครื่องดื่มให้เลือกประจำประมาณ 42 ชนิด (ในจำนวนนี้เป็นไวน์ 12 ชนิด) สามารถชิมได้ในราคา 3 ช็อต 500 เยน หรือ 6 ช็อต 1,000 เยน

มีโต๊ะให้นั่งด้วย จึงค่อย ๆ ละเลียดชิมได้อย่างสบาย
มีโต๊ะให้นั่งด้วย จึงค่อย ๆ ละเลียดชิมได้อย่างสบาย

5. สวนโมมิจิ

สวนญี่ปุ่นแบบเดินชมรอบสระ ที่ให้คุณดื่มด่ำกับความเงียบสงบและความงามของทั้ง 4 ฤดูกาล
เดิมเป็นสวนของวัดโฮโดจิ วัดเก่าแก่ในนิกายชินงอน ก่อนที่เมืองยามากาตะจะนำมาปรับปรุงและเปิดเป็นสวนสาธารณะในเมือง จึงมีทั้งประวัติความเป็นมาและความสง่างามอยู่ในตัว
ที่นี่มีชื่อเสียงเรื่องใบไม้เปลี่ยนสีอันงดงาม โดยในฤดูใบไม้ร่วง ต้นเมเปิลภายในสวนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงและเหลือง ปกคลุมทั่วบริเวณอย่างสวยงาม
ทิวทัศน์สีสันสดใสที่สะท้อนบนผิวน้ำก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ดึงดูดสายตาจนเผลอลืมเวลา
ค่าเข้าชมฟรี และการเดินเล่นอย่างสงบริม “บ่อชินจิอิเกะ” ซึ่งออกแบบเป็นรูปตัวอักษร “โคโคโระ” นั้นให้บรรยากาศที่พิเศษมาก
นอกจากนี้ ที่ห้องชงชาภายในสวน “อาคารหลักเดิมของวัดโฮโดจิ (เรียกอีกชื่อว่า โฮโคอัน)” ยังมีการจัด “ฮิกามะ” ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวแวะมาดื่มมัตฉะได้อย่างสบาย ๆ ช่วยให้สัมผัสเสน่ห์แบบญี่ปุ่นได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ชมต้นเมเปิลงดงามที่ย้ายมาปลูกจากโยชิโนะแห่งเกียวโตโดยเฉพาะ
ชมต้นเมเปิลงดงามที่ย้ายมาปลูกจากโยชิโนะแห่งเกียวโตโดยเฉพาะ

ถ้าไม่แน่ใจให้ไปที่ “ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวสถานียามากาตะ”

ถ้ายังไม่แน่ใจเรื่องเส้นทางหรืออยากหาข้อมูลเพิ่ม “ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวสถานียามากาตะ” ก็เป็นจุดที่แวะได้สะดวกมาก
เป็นเคาน์เตอร์ที่มีเจ้าหน้าที่ประจำ สามารถรับบริการได้หลากหลาย ทั้งแผนที่ท่องเที่ยวในเมือง แผ่นพับ ข้อมูลการเดินทาง และข้อมูลอีเวนต์ต่าง ๆ
ที่จุดเดียวนี้ คุณสามารถรับข้อมูลที่จำเป็นต่อการเดินทางรวมถึงข้อมูลแบบคนท้องถิ่นได้แบบครบ และยังสอบถามเพิ่มเติมได้ด้วย จึงเป็นจุดที่มีประโยชน์มากเมื่อเดินทางจริง
เปิดทำการ 09:00–17:30 (เปิดทุกวันตลอดปี) และยังมีเจ้าหน้าที่ที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ด้วย นักท่องเที่ยวต่างชาติจึงใช้งานได้อย่างสบายใจ
หากคุณมีข้อสงสัยระหว่างอยู่ที่สถานียามากาตะ แวะมาที่นี่แล้วจะช่วยให้เที่ยวในยามากาตะได้เต็มอิ่มยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ หากต้องการข้อมูลท่องเที่ยวที่ครอบคลุมมากขึ้น แนะนำให้ไปที่ “ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวเมืองยามากาตะ” บริเวณชั้น 1 ของคะโจ เซ็นทรัล ซึ่งเชื่อมตรงกับทางออกฝั่งตะวันตก

ถ้าไม่แน่ใจเรื่องสถานียามากาตะหรือการเที่ยวในยามากาตะ ลองแวะมาสอบถามได้ (ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย)
ถ้าไม่แน่ใจเรื่องสถานียามากาตะหรือการเที่ยวในยามากาตะ ลองแวะมาสอบถามได้ (ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสถานียามากาตะ

Q

ถ้าอยากหาอะไรทำเพื่อใช้เวลารอบสถานียามากาตะ ควรไปไหนดี?

A

คุณสามารถเดินไป “สวนคะโจ” หรือ “พิพิธภัณฑ์จังหวัดยามากาตะ” ที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีได้ หรือจะช้อปปิ้งที่ “S-PAL ยามากาตะ” ซึ่งเชื่อมตรงกับสถานีก็เพลิดเพลินได้เช่นกัน

Q

ของฝากแนะนำที่ซื้อได้ที่สถานียามากาตะมีอะไรบ้าง?

A

ของแนะนำได้แก่ “โนชิอุเมะ” ขนมบ๊วยขึ้นชื่อของยามากาตะจากซาโตยะ และ “ยามากาตะ ซากุรัมโบะ คิราระ” เยลลีจากเชอร์รีขึ้นชื่อของท้องถิ่น

Q

เที่ยวรอบสถานียามากาตะโดยไม่มีรถยนต์ได้ไหม?

A

เที่ยวได้สบายแม้จะเดินเป็นหลักเท่านั้น และหากใช้รถบัสก็ยังไปยังจุดสำคัญที่อยู่ไกลออกไปได้ด้วย จึงแทบไม่รู้สึกไม่สะดวกแม้ไม่มีรถยนต์

บทสรุป

มาถึงตรงนี้ ก็น่าจะพอเห็นภาพแล้วว่า “สถานียามากาตะ” คือจุดสำคัญของการเดินทางในจังหวัดยามากาตะ
ที่นี่รวมทั้งชินคันเซ็น รถไฟท้องถิ่น และสถานีขนส่งรถบัสไว้ในที่เดียว จึงเดินทางได้สะดวกทั้งสำหรับการท่องเที่ยวและธุรกิจ
รอบสถานียังเต็มไปด้วยจุดน่าสนใจอย่าง S-PAL ยามากาตะ สวนคะโจ และบุนโชคัง เลยเหมาะมากในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่รวมเสน่ห์ไว้แบบกะทัดรัด
ถ้าอยากเที่ยวทริปยามากาตะให้เต็มอิ่มยิ่งขึ้น ลองอ่านบทความนี้ต่อไปพร้อมกันด้วย ซึ่งรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ทั้งจุดท่องเที่ยวยอดนิยม ร้านอาหารดัง และของฝากแนะนำ