
【คู่มือเที่ยวกินซังออนเซ็นแบบครบถ้วน】 อธิบายไฮไลต์ อาหาร การเดินทาง และตัวอย่างเส้นทางอย่างละเอียด!
ท่ามกลางหุบเขาอันเงียบสงบของเมืองโอบานาซาวะ จังหวัดยามากาตะ มีเมืองออนเซ็นที่ยังเก็บบรรยากาศแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมเอาไว้อย่างงดงามอยู่แห่งหนึ่ง นั่นคือ “กินซังออนเซ็น”
ถนนเมืองออนเซ็นที่อบอวลด้วยเสน่ห์ยุคไทโชและความมีเสน่ห์ของย่านออนเซ็นเก่าแก่ผสานกันอย่างลงตัว โดยมีเรียวกังไม้หลายชั้นเรียงรายริมแม่น้ำกินซังคอยดึงดูดผู้มาเยือน
โดยเฉพาะภาพทิวทัศน์ยามเย็นเมื่อโคมแก๊สเริ่มสว่างนั้นชวนฝัน ราวกับหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง
บทความนี้จะพาไปแนะนำเสน่ห์ของกินซังออนเซ็นอย่างครอบคลุม โดยเน้นข้อมูลพื้นฐาน การเดินทาง และจุดน่าเที่ยว
สำหรับใครที่กำลังวางแผนไปครั้งแรก เราก็สรุปตัวอย่างเส้นทางเที่ยวไว้ให้ด้วย ลองอ่านต่อจนจบเพื่อเตรียมทริปของคุณได้เลย
กินซังออนเซ็นเป็นสถานที่แบบไหน?
ถ้าให้นึกถึงเมืองออนเซ็นที่ซ่อนตัวเงียบๆ อยู่ท่ามกลางหุบเขาในเมืองโอบานาซาวะ จังหวัดยามากาตะ “กินซังออนเซ็น” (Ginzan Onsen) ก็มักเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงเสมอ และนับเป็นหนึ่งในเมืองออนเซ็นชั้นนำของญี่ปุ่น
ที่นี่เป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่ถ่ายทำละครโทรทัศน์ช่วงเช้าของ NHK เรื่อง “โอะชิง” และริมแม่น้ำกินซังยังมีเรียวกังไม้หลายชั้นเรียงรายอยู่ตลอดสองฝั่ง
ออนเซ็นที่มีประวัติยาวนานประมาณ 500 ปีแห่งนี้ได้รับฉายาว่า “น้ำพุร้อนเพื่อผิวสวย” โดยเป็นน้ำแร่โซเดียมคลอไรด์และซัลเฟตที่อ่อนโยนต่อผิว ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นลึกถึงภายใน
เสน่ห์ที่สุดของที่นี่คือทิวทัศน์สไตล์โรแมนติกยุคไทโชที่ให้ความรู้สึกราวกับย้อนเวลากลับไป
เมื่อโคมแก๊สเริ่มส่องแสงในยามพลบค่ำ แสงไฟจากเรียวกังที่สะท้อนบนผิวน้ำจะสร้างบรรยากาศชวนคิดถึงอดีต และพาผู้มาเยือนเข้าสู่โลกที่ต่างจากชีวิตประจำวัน
ยังมีอาหารท้องถิ่นและคาเฟ่สไตล์ย้อนยุคให้เลือกแวะอยู่หลายแห่ง ทำให้การเดินเล่นในเมืองเองก็มีเสน่ห์ไม่น้อย
ธรรมชาติที่เปลี่ยนสีสันไปตามฤดูกาลก็สวยงามไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นใบไม้ผลิสีเขียวสด ใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วง หรือหิมะขาวโพลนในฤดูหนาว
รอบๆ ยังมีจุดน่าเที่ยวอีกหลายแห่ง เช่น “น้ำตกชิโรงาเนะ” ที่มีความสูง 22 เมตร และ “โบราณสถานเหมืองเงินโนเบซาวะ” ที่ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายของเหมืองในอดีต

ประวัติของกินซังออนเซ็น
กินซังออนเซ็นมีต้นกำเนิดมาจาก “เหมืองเงินโนเบซาวะ” (Nobesawa Ginzan) ซึ่งเชื่อกันว่าถูกค้นพบในช่วงกลางศตวรรษที่ 15
เล่ากันว่าคนงานเหมืองที่ทำงานอยู่ที่เหมืองเงินโนเบซาวะได้ค้นพบน้ำพุร้อนที่ผุดขึ้นตามแนวแม่น้ำกินซังโดยบังเอิญ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของกินซังออนเซ็น
ในช่วงต้นยุคเอโดะ ระหว่างปี ค.ศ. 1603–1868 รากฐานของเมืองออนเซ็นได้ถูกสร้างขึ้นพร้อมกับความรุ่งเรืองของเหมืองเงิน และตั้งแต่ช่วงกลางยุคเอโดะถึงยุคเมจิ ระหว่างปี ค.ศ. 1868–1912 ที่นี่ก็ครึกครื้นในฐานะแหล่งพักฟื้นด้วยน้ำพุร้อน
แม้เมืองออนเซ็นจะได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการเอ่อล้นของแม่น้ำกินซังในปี ค.ศ. 1913 แต่ราวปี ค.ศ. 1926 ก็มีการฟื้นฟูโดยอาศัยปริมาณน้ำพุร้อนที่อุดมสมบูรณ์
แต่ละเรียวกังจึงถูกสร้างใหม่เป็นอาคารไม้หลายชั้นที่ผสมดีไซน์ตะวันตก จนค่อยๆ ก่อรูปเป็นทิวทัศน์แบบโรแมนติกยุคไทโชอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
ในปี ค.ศ. 1986 มีการประกาศใช้ข้อบัญญัติอนุรักษ์แนวบ้านเรือนกินซังออนเซ็น ทำให้การคุ้มครองภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์เริ่มจริงจังมากขึ้น
ต่อมาเมื่อมีการขยายเส้นทางชินคันเซ็นยามากาตะในปี ค.ศ. 1999 จำนวนนักท่องเที่ยวก็เพิ่มขึ้น และปัจจุบันที่นี่กลายเป็นเมืองออนเซ็นยอดนิยมที่มีนักเดินทางจากทั้งญี่ปุ่นและต่างประเทศมาเยือนอย่างต่อเนื่อง
ความเกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ “Spirited Away”
กินซังออนเซ็นมักถูกกล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ต้นแบบของภาพยนตร์แอนิเมชันจากสตูดิโอจิบลิเรื่อง “Spirited Away”
อย่างไรก็ตาม สตูดิโอจิบลิและผู้กำกับฮายาโอะ มิยาซากิ (Hayao Miyazaki) ไม่เคยยืนยันอย่างเป็นทางการ
ถึงอย่างนั้น สิ่งที่ทำให้ผู้คนเชื่อมโยงทั้งสองเข้าด้วยกันก็คือทิวทัศน์ของเรียวกังไม้สไตล์โรแมนติกยุคไทโชที่เรียงรายริมแม่น้ำ ซึ่งชวนให้นึกถึงบรรยากาศงดงามในภาพยนตร์
โดยเฉพาะแสงจากโคมแก๊สยามค่ำคืนและภาพหิมะที่ปกคลุมเมือง ยิ่งทำให้หลายคนรู้สึกว่าคล้ายกับโลกแฟนตาซีในเรื่องนี้
สถานที่แห่งนี้ยังเป็นกระแสบนโซเชียลมีเดียอยู่บ่อยครั้ง และมีแฟนๆ จำนวนมากเดินทางมาตามรอยสถานที่ที่เชื่อมโยงกับผลงานเรื่องดังกล่าว

คุณภาพน้ำพุร้อนและสรรพคุณของกินซังออนเซ็น
สำหรับคนที่อยากรู้เรื่องน้ำแร่ของที่นี่ คุณภาพน้ำพุร้อนของกินซังออนเซ็นคือ น้ำแร่โซเดียมคลอไรด์และซัลเฟตชนิดความเข้มข้นต่ำ เป็นกลาง และมีอุณหภูมิสูง
ลักษณะเด่นคือน้ำใสไม่มีสี เนื้อน้ำอ่อนนุ่มและมีรสเค็มอ่อนๆ เล็กน้อย
อุณหภูมิของแหล่งน้ำพุร้อนอยู่ที่ประมาณ 63.8℃ ซึ่งค่อนข้างสูง และเป็นที่รู้จักว่าเป็นออนเซ็นที่ช่วยกักเก็บความร้อนได้ดี ทำให้ร่างกายไม่เย็นง่ายแม้อาบเสร็จแล้ว
อีกหนึ่งเสน่ห์คือช่วยบรรเทาอาการได้หลากหลาย เช่น ฟื้นฟูความเหนื่อยล้า อาการหนาวง่าย ปวดกล้ามเนื้อ และปวดข้อ
จะเลือกเพลิดเพลินกับออนเซ็นจากต้นน้ำตามเรียวกังต่างๆ หรือแวะลองแช่แบบง่ายๆ ที่โรงอาบน้ำรวม “ชิโรงาเนะยุ” และบ่อแช่เท้าฟรี “วาราชิยุ” ก็ได้เช่นกัน

การเดินทางไปกินซังออนเซ็น
ก่อนวางแผนเที่ยว สิ่งที่ควรรู้ไว้ก่อนคือสถานีที่ใกล้กินซังออนเซ็นที่สุดคือ “สถานีโออิชิดะ” บนสาย JR โออุฮงเซ็น และชินคันเซ็นยามากาตะ
จากสถานีสามารถต่อรถบัสประจำทางและใช้เวลาประมาณ 40 นาทีถึงย่านออนเซ็น
อย่างไรก็ตาม รถมีค่อนข้างน้อย โดยวิ่งประมาณ 1 คันต่อ 1–2 ชั่วโมง จึงแนะนำให้ตรวจสอบตารางเวลาไว้ล่วงหน้า
ที่นี่เราได้สรุปวิธีเดินทางไปกินซังออนเซ็นจาก “สนามบินยามากาตะ” “สถานียามากาตะ” และ “สถานีโตเกียว” ไว้ด้านล่าง
หากเช่ารถขับ สามารถใช้เส้นทาง Yamagata JCT (ทางด่วน Tohoku Chuo) → ทางออก Obanazawa IC โดยใช้เวลาจากตัวเมืองยามากาตะประมาณ 1 ชั่วโมง
| จุดเริ่มต้น | เส้นทาง | ระยะเวลา |
|---|---|---|
| สนามบินยามากาตะ |
ขึ้นรถบัสท่องเที่ยว Oishii Yamagata Kuko จากจุดขึ้นรถชัตเทิลบัส “สนามบินยามากาตะ” แล้วลงที่ “กินซังออนเซ็น” ※มีเพียงวันละ 2 เที่ยวเท่านั้น (09:30, 14:40) หากเวลาไม่เหมาะอาจใช้แท็กซี่แทน |
ประมาณ 1 ชั่วโมง 25 นาที |
| สถานียามากาตะ |
1. ขึ้น JR ชินคันเซ็นสึบาสะจาก “สถานียามากาตะ” ไปลงที่ “สถานีโออิชิดะ” แล้วเดินไปป้ายรถบัส 2. จาก “สถานีโออิชิดะ” ขึ้นรถบัสเทศบาลเมืองโอบานาซาวะสายไปกินซังออนเซ็น แล้วลงที่ “กินซังออนเซ็น” |
ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที |
| สถานีโตเกียว |
1. ขึ้น JR ชินคันเซ็นสึบาสะจาก “สถานีโตเกียว” ไปลงที่ “สถานีโออิชิดะ” แล้วเดินไปป้ายรถบัส 2. จาก “สถานีโออิชิดะ” ขึ้นรถบัสเทศบาลเมืองโอบานาซาวะสายไปกินซังออนเซ็น แล้วลงที่ “กินซังออนเซ็น” |
4–5 ชั่วโมง |
ข้อจำกัดการใช้รถยนต์ส่วนตัวในฤดูหนาว
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ กินซังออนเซ็นได้รับความนิยมมากขึ้น จนมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าสู่ย่านออนเซ็นขนาดกะทัดรัดแห่งนี้เป็นจำนวนมาก
ผลที่ตามมาคือเริ่มเกิดผลกระทบต่อทั้งนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ เช่น ความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุจากการเฉี่ยวชนคนเดินเท้า และปัญหาการจราจรบนถนนที่มีหิมะปกคลุม
เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ เมืองโอบานาซาวะจึงเริ่มทดลองใช้มาตรการจำกัดรถยนต์ส่วนตัวแบบพาร์กแอนด์ไรด์ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2024
ภาพรวมของฤดูกาล 2025–2026 มีดังนี้
เนื่องจากรายละเอียดอาจมีการเปลี่ยนแปลงในปีถัดไป โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดที่เว็บไซต์ทางการ
- ช่วงเวลาบังคับใช้
-
・ฤดูใบไม้ร่วง: 1/11–3/11 และ 22/11–24/11 (รวม 6 วัน)
・ฤดูหนาว: 20/12–1/3 ของปีถัดไป (รวม 79 วัน) - รายละเอียดมาตรการ
-
・ห้ามรถยนต์ส่วนตัวและรถเช่าของนักท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับเข้าเขต (ผู้เข้าพักค้างคืนไม่รวมอยู่ในมาตรการนี้)
・ควบคุมการเข้าใช้พื้นที่ตามช่วงเวลา - ช่วงถนนที่บังคับใช้
- ถนนจังหวัดหมายเลข 188 (จากซากด่าน Jubuichi Sekisho ไปจนถึงกินซังออนเซ็น)
- สถานที่จอดรถ
- ลานจอดรถ Taisho Roman Kan และลานจอดรถที่กำหนด
- วิธีการเดินทางต่อ
- รถชัตเทิลบัส (ลานจอดรถ Ginzan ของเมืองโอบานาซาวะ–ป้ายรถบัสกินซังออนเซ็น ใช้เวลาประมาณ 15 นาที)
ข้อมูลการให้บริการรถชัตเทิลบัส
ข้อมูลการให้บริการรถชัตเทิลบัสมีดังนี้
ในฤดูหนาว ถนนจะแคบลงจากหิมะสะสม และมีทั้งรถกวาดหิมะกับรถบัสสัญจรไปมา การเดินเท้าไปยังย่านออนเซ็นจึงอันตรายมาก
อย่าลืมจอดรถในจุดที่กำหนดและใช้รถชัตเทิลบัสแทน
- เวลาให้บริการ
-
09:00–18:00
※ฤดูใบไม้ร่วงจะออกเมื่อมีผู้โดยสารครบ ส่วนฤดูหนาวออกเวลา 00, 20 และ 40 นาทีของทุกชั่วโมง (ทุก 20 นาที) - เส้นทางเดินรถ
-
ฤดูใบไม้ร่วง: Taisho Roman Kan ⇔ หน้าลานจอดรถรวมกินซังออนเซ็น ⇔ หน้า Ginzanso ⇔ ทางเข้าย่านกินซังออนเซ็น
ฤดูหนาว: Taisho Roman Kan ⇔ หน้า Ginzanso
※ฤดูหนาวต้องเดินต่อจากหน้า Ginzan-so ประมาณ 10 นาที - ค่าโดยสาร
-
ฤดูใบไม้ร่วง: 500 เยน
ฤดูหนาว: 800 เยน (09:00–10:59), 500 เยน (11:00–13:59), 1,000 เยน (14:00–18:00)
※เด็กโดยสารฟรี
นอกจากนี้ ในฤดูหนาวยังมีการใช้ระบบรอคิวที่กำหนดเวลาเดินทางตอนขึ้นรถ จึงอาจมีเวลารอในช่วงคนหนาแน่น
หากต้องการขึ้นรถในช่วงเวลาที่ต้องการให้แน่นอน แนะนำให้ใช้ “Priority Pass” แบบจองล่วงหน้า (ค่าโดยสารตามช่วงเวลา + ผู้ใหญ่ 500 เยน)
ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของกินซังออนเซ็นคือช่วงไหน?
ถ้าอยากเห็นบรรยากาศที่กินซังออนเซ็นขึ้นชื่อมากที่สุด ฤดูหนาวคือช่วงที่หลายคนแนะนำเป็นพิเศษ
คุณจะได้เพลิดเพลินกับภาพเมืองออนเซ็นที่ถูกหิมะปกคลุมและส่องสว่างด้วยแสงสีส้มจากโคมแก๊สอย่างชวนฝัน
นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกมาเยือนในฤดูหนาวเพื่อชมเมืองออนเซ็นที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ยุคไทโชท่ามกลางหิมะ
อีกเสน่ห์หนึ่งคือการแช่ออนเซ็นพร้อมชมวิวหิมะซึ่งหาได้เฉพาะหน้าหนาว
ลองมาสัมผัสช่วงเวลาแสนสุขกับการแช่น้ำพุร้อนอุ่นๆ พร้อมมองหิมะที่ค่อยๆ ตกสะสมอย่างเงียบสงบกันดู
พื้นที่ที่ตั้งของ “กินซังออนเซ็น” เป็นเขตหิมะตกหนัก โดยหิมะจะเริ่มตกตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม
ช่วงที่มีหิมะสะสมมากที่สุดคือประมาณเดือนมกราคมถึงปลายเดือนมีนาคม และอาจหนาถึงมากกว่า 1 เมตร จึงควรเตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม

7 จุดไฮไลต์ยอดนิยมที่ช่วยให้คุณเที่ยวกินซังออนเซ็นได้เต็มอิ่ม
ถ้าอยากเดินเที่ยวให้เห็นเสน่ห์ของที่นี่แบบครบๆ ลองเริ่มจาก 7 จุดคลาสสิกต่อไปนี้ได้เลย
ทุกแห่งล้วนให้คุณได้สัมผัสทั้งทิวทัศน์ ประวัติศาสตร์ และความผ่อนคลาย โดยมีเสน่ห์ของเมืองออนเซ็นเป็นหัวใจสำคัญ จึงไม่ใช่แค่การมาเดินชมเท่านั้น
ธรรมชาติและวิถีชีวิตผู้คนอยู่ใกล้ชิดกันอย่างพอดี ทำให้แต่ละแห่งมีเอกลักษณ์ที่ถ่ายรูปสวยและน่าจดจำ เหมาะกับการเก็บเป็นความทรงจำระหว่างทริป
ลองนำข้อมูลเหล่านี้ไปวางแผนท่องเที่ยวในแบบที่เหมาะกับคุณได้เลย
1. “ทิวทัศน์เมืองออนเซ็นและงานปูนปั้นนูนต่ำ” ที่อบอวลด้วยเสน่ห์ยุคไทโช
สัญลักษณ์ของกินซังออนเซ็นก็คือทิวทัศน์ของเมืองออนเซ็นที่ยังคงกลิ่นอายโรแมนติกยุคไทโชไว้อย่างชัดเจน
เรียวกังไม้หลายชั้นที่เรียงรายตามแนวแม่น้ำกินซังถูกแต่งแต้มด้วยแสงนุ่มนวลจากโคมแก๊ส เผยบรรยากาศที่แตกต่างกันระหว่างกลางวันและกลางคืน
โดยเฉพาะในฤดูหิมะ ภาพตัดกันระหว่างสีขาวกับงานไม้จะยิ่งเด่นชัด ให้ความรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปในยุคไทโช ระหว่างปี ค.ศ. 1912–1926
อีกสิ่งหนึ่งที่สะดุดตาระหว่างเดินเล่นคือ “โคะเตะเอะ” งานเทคนิคดั้งเดิมที่ช่างปูนใช้เกรียงวาดลวดลายลงบนปูนฉาบ
แต่ละเรียวกังมีลวดลายเฉพาะตัว โดยมักประดับผนังอาคารด้วยภาพดอกไม้ นก ธรรมชาติ และสัญลักษณ์มงคลต่างๆ ช่วยเพิ่มสีสันให้กับเมือง
โคะเตะเอะไม่ได้มีบทบาทแค่ด้านการตกแต่งเท่านั้น แต่ยังช่วยปกป้องตัวอาคารด้วย จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้ชมฝีมือช่างอย่างใกล้ชิด

2. “วาราชิยุ” บ่อแช่เท้าฟรีที่ใครก็ใช้ได้
“วาราชิยุ” (Warashiyu) บ่อแช่เท้าที่ตั้งอยู่ตรงทางเข้าย่านออนเซ็นริมแม่น้ำกินซัง เป็นจุดพักผ่อนที่ใครก็เข้าใช้ได้ฟรี
เสน่ห์ที่สุดคือเพียงถอดถุงเท้าก็สัมผัสบรรยากาศออนเซ็นได้อย่างง่ายๆ
น้ำที่ใช้เป็นน้ำพุร้อนจากต้นน้ำจริง อุณหภูมิอาจค่อนข้างร้อนเล็กน้อย แต่ช่วยให้ร่างกายอุ่นลึกถึงภายใน จึงเหมาะมากสำหรับผ่อนคลายขาหลังเดินเที่ยว
อีกจุดที่น่าสนใจคือการออกแบบตำแหน่งและความสูงของม้านั่งให้ใช้นั่งได้สะดวก
หากได้นั่งพักชิลๆ พร้อมชมสายน้ำและทิวทัศน์ของเมือง ก็จะยิ่งสัมผัสเสน่ห์เฉพาะตัวของกินซังออนเซ็นได้อย่างเต็มที่

3. “ชิโรงาเนะยุ” โรงอาบน้ำรวมที่ออกแบบโดยเค็งโกะ คุมะ
“ชิโรงาเนะยุ” ที่ออกแบบโดยสถาปนิกเค็งโกะ คุมะ (Kengo Kuma) เป็นสถานที่อาบน้ำที่เหมาะสำหรับการมาแช่ออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับในกินซังออนเซ็น
ภายนอกอาคารใช้ไม้ซีดาร์และหินเป็นวัสดุหลัก จึงกลมกลืนไปกับทิวทัศน์ของย่านออนเซ็นที่มีเรียวกังไม้แบบดั้งเดิมเรียงรายอยู่โดยรอบ
ห้องอาบน้ำมีการสลับใช้ระหว่างชายหญิง โดยชั้น 1 ให้บรรยากาศสงบคล้ายถ้ำ ส่วนชั้น 2 โดดเด่นด้วยหน้าต่างบานใหญ่และแสงไฟทางอ้อมที่นุ่มนวล
แม้จะมีขนาดกะทัดรัด แต่ก็ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย และหลังแช่น้ำเสร็จก็จะรู้สึกอบอุ่นจากภายในร่างกาย
※เวลาเปิดให้บริการ: 08:30–16:00 / เข้าใช้ได้ถึง 15:30 / อาจมีการเปลี่ยนแปลง

4. “น้ำตกชิโรงาเนะ” วิวสวยตระการตาสูง 22 เมตร
“น้ำตกชิโรงาเนะ” ปรากฏตัวอย่างโดดเด่นบริเวณทางเข้าสวนชิโรงาเนะ ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปด้านในของย่านออนเซ็นและโอบล้อมด้วยต้นไม้นานาพรรณ
น้ำตกแห่งนี้มีความสูงประมาณ 22 เมตร และสายน้ำที่แยกออกเป็นหลายสายใหญ่เล็กไหลลงมาอย่างทรงพลัง ดูยิ่งใหญ่และน่าประทับใจมาก
ละอองน้ำที่ฟุ้งกระจายพร้อมเสียงกึกก้องช่วยให้สัมผัสได้ถึงพลังของธรรมชาติ ซึ่งตัดกับบรรยากาศสงบของเมืองออนเซ็นอย่างชัดเจน
สามารถเดินเข้าไปใกล้แอ่งน้ำตกได้ จึงได้อารมณ์สมจริงเต็มที่ และถ้าไปยังจุดชมวิวฝั่งตรงข้ามก็จะมองเห็นภาพรวมของน้ำตกได้อย่างสวยงาม
ไม่ว่าจะเป็นสายน้ำที่ไหลตามผาหินในฤดูร้อน ใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วง หรือหิมะชวนฝันในฤดูหนาว ความงามของแต่ละฤดูกาลล้วนช่วยให้ทั้งกายและใจผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี

5. “โบราณสถานเหมืองเงินโนเบซาวะ” ต้นกำเนิดของชื่อสถานที่
“โบราณสถานเหมืองเงินโนเบซาวะ” คือโบราณสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนระดับประเทศ และยังเป็นที่มาของชื่อกินซังออนเซ็นอีกด้วย
ที่นี่อยู่ห่างจากย่านออนเซ็นโดยเดินประมาณ 15 นาที และปัจจุบันเปิดให้เข้าชมอุโมงค์เหมืองในอดีตที่เรียกว่า “ถ้ำเหมืองเงินโนเบซาวะ”
เมื่อก้าวเข้าสู่ทางเดินภายในอุโมงค์ที่มีระบบไฟพร้อม คุณจะพบกับพื้นที่เงียบสงบ รายล้อมด้วยผนังหินสีเข้มต่อเนื่อง และอากาศเย็นชื้นที่โอบล้อมร่างกาย
สถานที่แห่งนี้ยังคงเก็บร่องรอยการทำเหมืองเงินในยุคเอโดะไว้ได้ดี จึงเป็นอีกเสน่ห์ที่ทำให้รู้สึกใกล้ชิดกับประวัติศาสตร์เมื่อหลายร้อยปีก่อน
เข้าชมฟรี (ปิดในช่วงฤดูหนาว) และยังสามารถเดินชมภายในได้แม้สวมชุดยูกาตะ

6. “ทะเลสาบโทะคุระ” ต้นกำเนิดการเต้นฮานากาสะ
ทะเลสาบโทะคุระ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ “การเต้นฮานากาสะ” หนึ่งในเทศกาลสำคัญของยามากาตะและนับเป็นหนึ่งในสี่เทศกาลใหญ่ของภูมิภาคโทโฮคุ เป็นทะเลสาบเทียมที่สร้างขึ้นในยุคไทโช
เชื่อกันว่า “การเต้นฮานากาสะ” มีต้นกำเนิดจากเพลงทำงานที่คนงานร้องระหว่างการก่อสร้างทะเลสาบแห่งนี้ ซึ่งต่อมาได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งใน “100 อ่างเก็บน้ำเด่น” โดยกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 2010

7. “ไอราสุเกนะ” ร้านเช่าชุดสไตล์ยุคไทโช
หากอยากสนุกกับการเดินเล่นในย่านออนเซ็นให้มากขึ้น สถานที่ที่อยากแนะนำคือร้านเช่าชุดพร้อมคาเฟ่ “ไอราสุเกนะ” ซึ่งเปิดอยู่ตรงทางเข้ากินซังออนเซ็น
ที่นี่มีบริการชุด “ไฮคาระซังสไตล์” ซึ่งเป็นแฟชั่นที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่นช่วงยุคไทโช
เมื่อสวมชุดแล้วออกไปเดินเล่นในย่านออนเซ็น ก็เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่ยุคไทโช
ยังมีคาเฟ่ที่โดดเด่นด้วยพื้นที่เปิดโล่งแบบโอเพ่นเด็ค ให้แวะนั่งจิบกาแฟหรือเครื่องดื่มอื่นๆ ได้ เหมาะสำหรับพักเหนื่อยระหว่างเดินเที่ยวด้วยเช่นกัน

อิ่มอร่อยกับอาหารรสเรียบง่ายแต่โดดเด่น! 3 ร้านอาหารยอดนิยมในกินซังออนเซ็น
อีกเรื่องที่ทำให้การมาเยือนกินซังออนเซ็นน่าสนุกก็คือของกินรสเรียบง่ายที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว
ไม่ว่าจะเป็นเมนูเลิศรสจากวัตถุดิบท้องถิ่นหรือขนมโฮมเมด เวลาอาหารก็ช่วยเติมเต็มการเดินทางให้น่าประทับใจยิ่งขึ้น
ที่นี่เราจะพาไปรู้จัก 3 ร้านดังที่เหมาะกับการแวะระหว่างเดินเล่น
แต่ละร้านมีเมนูซิกเนเจอร์เป็นของตัวเอง และเป็นร้านยอดนิยมที่ให้คุณดื่มด่ำกับบรรยากาศย้อนยุคแบบเมืองออนเซ็นได้อย่างเต็มที่
1. โนกาวะ โทฟุยะ
“โนกาวะ โทฟุยะ” ร้านเต้าหู้ทำมือที่บริหารโดยร้านตัดผมเก่า ตั้งอยู่ใกล้ทางเข้าย่านออนเซ็น
เป็นร้านเก่าแก่ที่เปิดกิจการมามากกว่า 100 ปีและมีเอกลักษณ์ท้องถิ่นชัดเจน จนกลายเป็นจุดกินเดินชิมชื่อดังของกินซังออนเซ็นที่มีคนต่อคิวไม่ขาดสาย
เมนูหลักมีอยู่ประมาณ 4 อย่าง ได้แก่ “นามะอาเกะ” “ยูโดฟุ” “เต้าหู้กินยืน” และ “โทฟุเท็น”
ทุกเมนูทำมือโดยใช้ถั่วเหลืองจากจังหวัดยามากาตะ ให้รสหวานธรรมชาติของถั่วเหลืองอย่างชัดเจนแม้รสชาติจะเรียบง่าย
เนื้อสัมผัสลื่นกินง่าย และในช่วงอากาศหนาว เต้าหู้ร้อนๆ ที่มีไอน้ำลอยขึ้นก็ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายได้เป็นอย่างดี
แม้จะเป็นร้านซื้อกลับเท่านั้น แต่ใกล้ๆ กันมีบ่อแช่เท้าวาราชิยุและจุดพักผ่อน จึงสามารถซื้อแล้วนำไปกินแถวนั้นได้ทันที
เนื่องจากมีจำนวนจำกัดและปิดร้านทันทีเมื่อขายหมด แนะนำให้แวะไปแต่เนิ่นๆ

2. อิซุโนะฮานะ
ร้านนี้เปิดครั้งแรกในปี ค.ศ. 1952 ในฐานะร้านอาหารประจำเมือง
ต่อมาในปี ค.ศ. 2013 ได้รีโนเวตบ้านโบราณอายุ 140 ปีและเปิดใหม่ในสถานที่ปัจจุบันในรูปแบบคาเฟ่และร้านอาหาร
เมนูขึ้นชื่อคือ “โซบะ” ที่ทำตามวิธีดั้งเดิมซึ่งสืบทอดกันมาตั้งแต่ช่วงก่อตั้งร้าน
อย่าพลาดลองโซบะที่ใช้แป้งบัควีต “โมกามิ วาเซ” จากเมืองโอบานาซาวะ จังหวัดยามากาตะ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องโซบะ พร้อมน้ำซุปสูตรโฮมเมดจากปลาโอแห้ง

3. ชุซะโบ คุริเอะ
“ชุซะโบ คุริเอะ” คาเฟ่มีสไตล์ที่ตั้งอยู่กลางย่านออนเซ็น สังเกตได้จากตู้ไปรษณีย์สีแดงแบบคลาสสิกด้านหน้า
ภายในร้านขนาดเล็กมีที่นั่ง 6 ที่ชั้น 1 และ 14 ที่ชั้น 2 ตกแต่งด้วยสไตล์แอนทีคที่อบอุ่นด้วยงานไม้ กลมกลืนกับบรรยากาศเมืองออนเซ็นยุคไทโชได้อย่างดี
จากที่นั่งริมหน้าต่างชั้น 2 สามารถชมวิวภายนอกได้ และช่วงเวลาคาเฟ่ยามเย็นที่ได้มองดูโคมแก๊สเริ่มส่องแสงนั้นก็เป็นช่วงเวลาแสนสุขอย่างแท้จริง
เมนูยอดนิยมคือ “โกโก้ย่าง” ซึ่งเป็นโกโก้สูตรผสมเองของร้าน ท็อปด้วยมาร์ชเมลโลว์
มาร์ชเมลโลว์ที่ละลายเข้ากับโกโก้รสขมนิดๆ เข้ากันได้อย่างลงตัว หวานไม่มากและดื่มง่ายกว่าที่คิด
มีกาแฟ เลมอนเนด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงสโคน พาวด์เค้ก และของทานเล่นให้เลือกอีกด้วย

มาแล้วต้องลอง! ของกินเดินชิมที่แนะนำในกินซังออนเซ็น
เดินเที่ยวไป แวะชิมของอร่อยระหว่างทางไปด้วย ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ทริปสนุกขึ้นมาก
โดยเฉพาะ 3 อย่างต่อไปนี้น่าแนะนำมาก หากมีโอกาสมาเยือนกินซังออนเซ็น อยากให้ลองชิมกันสักครั้ง
| ขนมปังแกงกะหรี่ไฮคาระซัง | ของขึ้นชื่อประจำกินซังออนเซ็นที่มักถูกพูดถึงเป็นอันดับแรกเมื่อพูดถึงของกินเดินชิม ด้านนอกกรอบ ด้านในแป้งหนึบหนับ และอัดแน่นด้วยแกงกะหรี่รสเผ็ดหอม |
| ซอฟต์ครีมโซบะ | ซอฟต์ครีมสูตรพิเศษที่ผสมแป้งโซบะ มีกลิ่นหอมคั่วอ่อนๆ เข้ากันดีกับความหวานของน้ำเชื่อมดำ จึงเป็นของหวานพักเหนื่อยยอดนิยมระหว่างเดินเที่ยว |
| สาเกท้องถิ่น (อะมะซาเกะ) | นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมจิบสาเกอุ่นๆ ไปพร้อมชมวิวหิมะและเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย ทำให้ได้สัมผัสทั้งวัฒนธรรมออนเซ็นและวัฒนธรรมสาเกในคราวเดียว หากไม่ถนัดแอลกอฮอล์ แนะนำอะมะซาเกะแทน |

เก็บความทรงจำจากการเดินทาง! 3 จุดช้อปปิ้งหาของฝากเฉพาะกินซังออนเซ็น
1. กินซังโคคันเซ็นเตอร์ ไทโชโรมันคัง
ระหว่างทางไปกินซังออนเซ็น คุณจะพบศูนย์นักท่องเที่ยว “กินซังโคคันเซ็นเตอร์ ไทโชโรมันคัง”
ที่นี่มีลานจอดรถขนาดใหญ่รองรับรถบัสคันใหญ่ได้ พร้อมห้องน้ำอเนกประสงค์แบบไร้อุปสรรคและห้องพักผ่อนอย่างครบครัน
ภายในอาคารมีสินค้าจำหน่ายเฉพาะของโรมันคัง เช่น “อาเกะปัง” ขนมปังทอดสอดไส้ซุนดะหรือถั่วแดง และ “พระจันทร์แห่งกินซัง”
ยังมีร้านของฝากที่รวมสินค้าคลาสสิกของยามากาตะไว้มากมาย เช่น “มันจูคินซัง” และ “คารินโตมันจู” เป็นต้น

2. อิซุ โคเคชิ โคโบ สาขาใหญ่
“อิซุ โคเคชิ โคโบ สาขาใหญ่” เป็นเวิร์กช็อปที่สืบทอดประเพณีการทำตุ๊กตาโคเคชิ โดยเป็นผู้สืบทอดเพียงรายเดียวในปัจจุบัน หลังจากเทคนิคการผลิตโคเคชิถูกถ่ายทอดเข้ามาในปี ค.ศ. 1925
ที่นี่มีสินค้าให้เลือกมากมาย ทั้งโคเคชิดีไซน์ต้นฉบับ ผลิตภัณฑ์งานไม้ และงานหัตถกรรมต่างๆ
ในบรรดาสินค้าทั้งหมด “กินซังโคเคชิ” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โคเคชิโอะชิง” ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการปรากฏในละครโทรทัศน์ช่วงเช้าของ NHK เรื่อง “โอะชิง” ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างมาก
จุดเด่นคือทรงผมหน้าม้าแบบเด็กและดวงตากลมโต พร้อมสีหน้าที่ดูเรียบง่ายแต่น่ารัก
ช่วงหลังมานี้ “โคเคชิวันเกิด” แบบสั่งทำตามส่วนสูงและน้ำหนักจริงของทารกก็ได้รับความนิยมเช่นกัน เหมาะสำหรับเป็นของที่ระลึกหรือของขวัญ
นอกจากนี้ยังมีเวิร์กช็อประบายสีโคเคชิด้วย โดยต้องจองล่วงหน้า จึงเป็นอีกกิจกรรมที่น่าแวะสำหรับสร้างความทรงจำระหว่างเดินทาง

3. คาชิโดโคโระ เมยูอัน
“คาชิโดโคโระ เมยูอัน” ร้านขนมเก่าแก่ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1897
ร้านนี้ตั้งอยู่ตรงทางเข้าย่านออนเซ็นและจำหน่ายขนมสำหรับซื้อเป็นของฝากจากกินซังออนเซ็นเป็นหลัก โดยมีสินค้าหลากหลาย เช่น ไดฟุกุแตงโม คารินโตงาดำ และซาเบลช็อกโกแลตสด
ในบรรดาทั้งหมด เมนูดังอย่าง “กินซังมันจู” ไม่ควรพลาด
สามารถเลือกได้ 2 แบบ คือ มันจูน้ำตาลทรายดำ และมันจูงาดำผสมถ่านไม้ไผ่ ซึ่งก็เป็นที่นิยมในฐานะของกินเดินชิมเช่นกัน
ขนมพื้นบ้านของยามากาตะอย่าง “คุจิระโมจิ” ก็แนะนำเช่นกัน
สำหรับคนที่สงสัย ชื่อขนมนี้แม้จะมีคำว่า “ปลาวาฬ” แต่ไม่ได้ใช้เนื้อวาฬ โดยเป็นขนมโมจินึ่งที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวและแป้งข้าวเจ้า ผสมกับน้ำตาลและวอลนัต

สัมผัสเสน่ห์ญี่ปุ่นผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า! 5 เรียวกังแนะนำในกินซังออนเซ็น
ถ้าอยากใช้เวลาอยู่กับบรรยากาศของเมืองออนเซ็นให้เต็มที่ การเลือกที่พักก็สำคัญไม่น้อย
กินซังออนเซ็นมีเรียวกังออนเซ็นที่ตั้งอยู่ในอาคารเก่าแก่เปี่ยมเสน่ห์เรียงรายอยู่มากมาย
เราได้คัดสรรเรียวกังเก่าแก่แบบดั้งเดิมที่อบอวลด้วยเสน่ห์ยุคไทโชมาแนะนำให้คุณแล้ว
1. โนโตยะเรียวกัง
เรียวกังแห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนนในย่านออนเซ็นที่มีที่พักไม้เรียงรายอยู่สองฝั่งของแม่น้ำกินซัง โดยอาคารหลักได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้
มีทั้งห้องอาบน้ำรวมขนาดใหญ่ บ่อกลางแจ้ง 2 แห่ง และบ่อสไตล์ถ้ำให้เลือกใช้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของที่นี่ น้ำพุร้อนที่มีกลิ่นกำมะถันอ่อนๆ ช่วยบรรเทาอาการได้หลากหลาย เช่น อาการปวดเส้นประสาทและโรคผิวหนัง ส่วนมื้อเย็นเป็นอาหารไคเซกิที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างพิถีพิถัน

2. โคเซคิยะ เบ็กคัง
เป็นที่พักออนเซ็นเก่าแก่ที่เชื่อกันว่าเปิดกิจการมาตั้งแต่ราวยุคเท็มโป ระหว่างปี ค.ศ. 1831–1845 ในชื่อ “โคเซคิยะ” เพื่อรองรับผู้ที่มาพักระยะยาวสำหรับการพักฟื้นด้วยออนเซ็น
ที่พักแห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำกินซัง ใจกลางย่านออนเซ็น และมีบรรยากาศเปี่ยมเสน่ห์ด้วยอาคารไม้สไตล์ญี่ปุ่นที่อบอวลด้วยกลิ่นอายยุคไทโช
ห้องพักมีผังแบบสองห้องต่อเนื่องกว้างขวางทั้งฝั่งแม่น้ำและฝั่งภูเขา รวมถึง “ห้องพักโรแมน” บนชั้น 5 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดและได้รับการรีโนเวตในปี ค.ศ. 2016 ช่วยให้การเข้าพักผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

3. ทาคิมิคัง
เรียวกังออนเซ็นบรรยากาศเหมือนที่ซ่อนตัว ตั้งอยู่บนเนินสูงห่างจากใจกลางกินซังออนเซ็นที่มีทิวทัศน์เมืองสไตล์โรแมนติกยุคไทโชเล็กน้อย
เสน่ห์ของที่นี่คือทำเลที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ และจากห้องพักทุกห้องที่ตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่นโมเดิร์นอย่างสงบผ่อนคลาย สามารถมองเห็นภูเขาของกินซังออนเซ็นได้
ออนเซ็นของที่นี่ยังเปิดให้เข้าแช่แบบไปเช้าเย็นกลับได้ด้วย สมชื่อ “ทาคิมิคัง” เพราะบ่อแช่กลางแจ้งแบบชมวิวสามารถมองลงไปเห็นน้ำตกชิโรงาเนะด้านล่าง พร้อมเพลิดเพลินกับทิวทัศน์สวยงามตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นหิมะในฤดูหนาว ใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วง หรือความเขียวสดในฤดูร้อน

4. ฮัสชิตสึโนะยาโดะ ฟูจิยะ
“กินซังออนเซ็น ฮัสชิตสึโนะยาโดะ ฟูจิยะ” เป็นเรียวกังที่โดดเด่นสะดุดตาด้วยอาคารดีไซน์ทันสมัยซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกเค็งโกะ คุมะ
ที่พักเก่าแก่แห่งนี้มีประวัติย้อนไปถึงยุคเอโดะ และได้รับการรีโนเวตใหม่ในปี ค.ศ. 2006
แม้ภายนอกจะเป็นอาคารไม้ 3 ชั้นที่กลมกลืนกับทิวทัศน์เมือง แต่ภายในกลับเป็นพื้นที่โมเดิร์นที่กั้นแบ่งด้วยฟิลเตอร์ไม้ไผ่ “สุมุชิโกะ” และฟิลเตอร์กระจกสี “แวร์ดาลต์” ให้บรรยากาศแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์

5. เซ็งเคียวโนะยาโดะ กินซังโซ
เรียวกังออนเซ็นที่ตั้งอยู่อย่างเงียบสงบ ห่างจากใจกลางกินซังออนเซ็นโดยเดินประมาณ 5 นาที
ที่นี่อยู่ห่างจากความวุ่นวาย เหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างสบายๆ ท่ามกลางบรรยากาศสงบ พร้อมเพลิดเพลินกับออนเซ็น อาหารรสลึกซึ้ง และห้องพักสไตล์ญี่ปุ่นที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย

แผนที่ท่องเที่ยวกินซังออนเซ็น
ตัวอย่างเส้นทางเที่ยวกินซังออนเซ็น
เมื่อเห็นภาพรวมกันแล้ว ลองมาดูตัวอย่างเส้นทางเที่ยวกินซังออนเซ็นทั้งแบบไปเช้าเย็นกลับและแบบ 2 วัน 1 คืนกันต่อได้เลย
ย่านออนเซ็นมีขนาดค่อนข้างกะทัดรัด จึงเที่ยวแบบวันเดียวได้อย่างเต็มอิ่ม แต่หากพักค้างคืนก็จะได้สัมผัสบรรยากาศที่ต่างออกไปอีกแบบ
ไม่ว่าจะเลือกแบบไหนก็ล้วนคุ้มค่าแก่การมาเยือน ลองใช้ข้อมูลด้านล่างประกอบกับงบประมาณและตารางเวลาของคุณ เพื่อวางแผนทริปในสไตล์ที่ชอบได้เลย
| แผน | ข้อดี | เหมาะกับคนแบบไหน |
|---|---|---|
| เที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ |
・เที่ยวชมเมืองออนเซ็น ออนเซ็น และจุดท่องเที่ยวต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพในเวลาสั้น ・ช่วยประหยัดค่าเดินทาง ・สามารถสัมผัสออนเซ็นแบบสบายๆ ได้ เช่น ชิโรงาเนะยุและบ่อแช่เท้า ・วางแผนเที่ยวต่อกับสถานที่ใกล้เคียงได้ง่าย เช่น ยามาเดระ หรือเท็นโดออนเซ็น |
・มีเวลาจำกัด ・อยากประหยัดงบ ・ต้องการเพียงเดินเล่นในเมืองออนเซ็นและชิมของอร่อยก็เพียงพอ ・จองเรียวกังไม่ทัน |
| เที่ยวแบบ 2 วัน 1 คืน |
・ได้ดื่มด่ำกับวิวที่มีเฉพาะผู้เข้าพักเท่านั้น เช่น แสงไฟโคมแก๊สยามค่ำคืนและความสงบยามเช้า ・เพลิดเพลินกับออนเซ็นของเรียวกังที่ใช้น้ำจากต้นน้ำ ・ค่อยๆ ซึมซับเสน่ห์ของแต่ละฤดูกาล เช่น วิวหิมะหรือหมอกยามเช้า ・สมดุลดีทั้งเรื่องอาหาร ออนเซ็น และการเดินเล่น |
・อยากพักผ่อนช้าๆ ในเรียวกังออนเซ็น ・อยากชมวิวกลางคืนและเดินเล่นตอนเช้า ・อยากสัมผัสบรรยากาศพิเศษนอกชีวิตประจำวันอย่างเต็มที่ |
แผนเที่ยววันเดียวสำหรับคนมีเวลาจำกัด
| เวลา (โดยประมาณ) | จุดแวะ | รายละเอียด |
|---|---|---|
| 10:30 | ป้ายรถบัสกินซังออนเซ็น | ขึ้นรถบัสประจำทางที่ออกจากป้ายรถบัสสถานีโออิชิดะเวลา 09:50 |
| 10:40 | ย่านออนเซ็น | มาถึงทางเข้าย่านออนเซ็น แล้วเดินชมทิวทัศน์ชวนคิดถึงที่มีเรียวกังไม้หลายชั้นเรียงราย |
| 11:30 | วาราชิยุ | พักผ่อนพร้อมฟังเสียงน้ำไหลของแม่น้ำกินซัง |
| 11:45 | น้ำตกชิโรงาเนะ | ชมทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลและน้ำตกสูงประมาณ 22 เมตร |
| 12:15 | อาหารกลางวัน | รับประทานมื้อกลางวันที่ร้านอาหารซึ่งสามารถลิ้มลองโซบะและของขึ้นชื่อของยามากาตะ |
| 13:15 | โบราณสถานเหมืองเงินโนเบซาวะ | เข้าไปในอุโมงค์และสัมผัสประวัติของเหมืองที่เป็นที่มาของกินซังออนเซ็น |
| 13:50 | ชิโรงาเนะยุ | แช่ออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับที่โรงอาบน้ำรวมสไตล์โมเดิร์น และสัมผัสน้ำพุร้อนของกินซังออนเซ็น |
| 14:20 | ร้านของฝาก | เลือกซื้อสินค้าท้องถิ่นและขนมขึ้นชื่อ |
| 14:50 | ป้ายรถบัสกินซังออนเซ็น | ขึ้นรถบัสประจำทางรอบ 14:55 (ถึงสถานีโออิชิดะเวลา 15:35) แล้วเดินทางกลับ |
-
แผนนี้อิงการเดินทางโดยรถไฟเป็นหลัก แต่เวลาเดินรถบัสอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาลและการปรับตารางเดินรถ

แผน 2 วัน 1 คืนสำหรับคนอยากเที่ยวแบบเต็มอิ่ม
■วันที่ 1
| เวลา (โดยประมาณ) | จุดแวะ | รายละเอียด |
|---|---|---|
| 10:45 | ป้ายรถบัสกินซังออนเซ็น | ขึ้นรถบัสประจำทางที่ออกจากป้ายรถบัสสถานีโออิชิดะเวลา 10:10 |
| 11:00 | อาหารกลางวัน | เริ่มต้นด้วยมื้อกลางวันเร็วเล็กน้อย ลองชิมโซบะยามากาตะและอาหารท้องถิ่น |
| 12:00 | ย่านออนเซ็นและตามหางานโคะเตะเอะตามเรียวกัง | เดินเล่นช้าๆ ในทิวทัศน์ชวนคิดถึงที่มีเรียวกังไม้หลายชั้นเรียงราย |
| 12:45 | วาราชิยุ | พักผ่อนพร้อมฟังเสียงน้ำไหลของแม่น้ำกินซัง หากเริ่มหิวเล็กน้อยแนะนำซื้อเต้าหู้จาก “โนกาวะ โทฟุยะ” |
| 13:00 | น้ำตกชิโรงาเนะ | เดินเล่นตามทางและเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ธรรมชาติ |
| 13:45 | โบราณสถานเหมืองเงินโนเบซาวะ | เข้าไปในอุโมงค์และสัมผัสประวัติของเหมืองที่เป็นที่มาของกินซังออนเซ็น |
| 15:00 | อิซุ โคเคชิ โคโบ สาขาใหญ่ | ชมตุ๊กตาโคเคชิ เลือกของฝาก หรือร่วมกิจกรรมระบายสีโคเคชิ (ต้องจองล่วงหน้า) |
| 16:00 | เช็กอินเรียวกัง | เพลิดเพลินกับการเข้าพักสุดพิเศษในเรียวกังไม้บรรยากาศย้อนยุค |
| 18:00 | ออนเซ็นและอาหาร | ลิ้มลองอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่น และผ่อนคลายความเหนื่อยล้าด้วยออนเซ็นที่คาดว่าจะช่วยให้ผิวดูดีขึ้น |
| 20:00 | เดินเล่นในย่านออนเซ็น | เดินชมกินซังออนเซ็นยามค่ำคืนที่มีโคมแก๊สส่องแสงอย่างงดงาม |
■วันที่ 2
| เวลา (โดยประมาณ) | จุดแวะ | รายละเอียด |
|---|---|---|
| 07:30 | เดินเล่นยามเช้า | เพลิดเพลินกับย่านออนเซ็นอันเงียบสงบในตอนเช้า ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ผู้เข้าพักเท่านั้นจะได้สัมผัส |
| 09:00 | อาหารเช้าและเช็กเอาต์ | ใช้เวลาอย่างผ่อนคลายในเรียวกัง |
| 10:00 | ชิโรงาเนะยุ | เพลิดเพลินกับน้ำแร่ซัลเฟตแบบไหลจากต้นน้ำที่โรงอาบน้ำรวม |
| 10:45 | ร้านของฝาก | เลือกซื้อสินค้าท้องถิ่นและขนมขึ้นชื่อ |
| 11:30 | อาหารกลางวันและคาเฟ่ | ปิดท้ายด้วยมื้อกลางวันที่ร้านโปรด หากมีเวลาเหลือจะพักเบรกที่คาเฟ่สไตล์ย้อนยุคก็ได้ |
| 13:20 | ป้ายรถบัสกินซังออนเซ็น | ขึ้นรถบัสประจำทางรอบ 13:25 (ถึงสถานีโออิชิดะเวลา 14:03) แล้วเดินทางกลับ |
-
แผนนี้อิงการเดินทางโดยรถไฟเป็นหลัก ส่วนเวลาเดินรถบัสอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาลและการปรับตารางเดินรถ

วันถัดจากกินซังออนเซ็นไปไหนดี! สถานที่ท่องเที่ยวรอบๆ ที่แนะนำ
ถ้ามีเวลาเที่ยวต่ออีกสักวัน รอบๆ กินซังออนเซ็นก็ยังมีสถานที่น่าแวะอีกหลายแห่ง
ทั้ง 3 แห่งต่อไปนี้มีทิวทัศน์สวยงามแตกต่างกันไปตามฤดูกาล และมีเสน่ห์อยู่ที่ความเงียบสงบกับบรรยากาศชวนผ่อนคลาย
คุณจะได้สัมผัสธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และความสบายแบบยามากาตะอย่างเต็มที่ ทำให้ทริปสมบูรณ์ยิ่งขึ้น หากพอมีเวลา อยากแนะนำให้จัดคู่ไปเที่ยวด้วยกัน
1. ซาโอะออนเซ็น
“ซาโอะออนเซ็น” มีปริมาณน้ำพุร้อนอุดมสมบูรณ์จากต้นน้ำ 47 แห่ง รวมประมาณ 8,700 ตันต่อวัน ภายในย่านออนเซ็นมีทั้งโรงอาบน้ำรวม 3 แห่ง บ่อแช่เท้า 4 แห่ง และสถานที่อาบน้ำแบบไปเช้าเย็นกลับ 5 แห่งกระจายอยู่ทั่วพื้นที่
เป็นออนเซ็นธรรมชาติที่เชื่อกันว่าเปิดใช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 110 โดยน้ำแร่กำมะถันที่มีความเป็นกรดสูงมีคุณสมบัติช่วยฆ่าเชื้อบนผิวหนังและเสริมความแข็งแรงให้ผิว จึงเป็นที่รู้จักในฐานะออนเซ็นเพื่อ “การดูแลความงาม”
ในบรรดาสถานที่ทั้งหมด “ซาโอะออนเซ็น ไดโรเท็มบุโระ” บ่อกลางแจ้งขนาดใหญ่แบบน้ำไหลจากต้นน้ำ ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ
คุณสามารถแช่น้ำพร้อมฟังเสียงลำธาร สัมผัสกลิ่นกำมะถัน และเพลิดเพลินกับน้ำพุร้อนสีขาวขุ่นได้อย่างเต็มที่
หากมาในช่วงปลายเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ยังสามารถชม “หิมะปีศาจแห่งซาโอะ” วิวฤดูหนาวอันโด่งดังของยามากาตะที่ซาโอะยามากาตะได้อีกด้วย

2. ยามาเดระ (วัดริชชะคุจิ)
ยามาเดระซึ่งเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของนิกายเท็นได มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “โฮจุซัง ริชชะคุจิ”
เป็นภูเขาประวัติศาสตร์ที่ก่อตั้งขึ้นโดยพระจิคาคุไดชิในปี ค.ศ. 860
มีคำกล่าวว่าเมื่อขึ้นบันไดหิน 1,015 ขั้นไปทีละขั้น กิเลสในใจก็จะค่อยๆ หมดไป อีกทั้งยังได้รับความศรัทธามาแต่โบราณในฐานะวัดที่ช่วยตัดความสัมพันธ์ไม่ดีและเสริมความสัมพันธ์ที่ดี
บนภูเขามีสิ่งปลูกสร้างอยู่หลายแห่ง โดยอาคารที่อยู่ใกล้ทางขึ้นมากที่สุดเรียกว่า “คงปนจูโด” และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญระดับประเทศ อีกทั้งยังกล่าวกันว่าเป็นอาคารไม้บีชที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น
ภายในอาคารสามารถสักการะพระพุทธรูปยาคุชิเนียวไรไม้แกะสลัก และ “แสงธรรมอันไม่ดับสูญ” ซึ่งถูกจุดต่อเนื่องมาอย่างไม่ขาดสายยาวนานกว่า 1,000 ปี

3. เท็นโดออนเซ็น
“เท็นโดออนเซ็น” ที่ผุดขึ้นในเมืองเท็นโด จังหวัดยามากาตะ เป็นแหล่งออนเซ็นชั้นนำของญี่ปุ่นที่มีประวัติยาวนานมากกว่า 110 ปี
ได้รับเลือกติด “100 ออนเซ็นของญี่ปุ่น” และในช่วงไม่กี่ปีมานี้ก็ยิ่งเป็นที่สนใจมากขึ้น จากการได้รับรางวัลพิเศษจากคณะกรรมการจัดงานในปีงบประมาณ 2025 เนื่องจากได้รับการยอมรับด้านการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
เมืองเท็นโดมีชื่อเสียงในฐานะ “เมืองแห่งโชงิ” เพราะเป็นแหล่งผลิตหมากโชงิมากที่สุดในญี่ปุ่น
ภายในย่านออนเซ็นมีทั้งประติมากรรม ฝาท่อ และทางเดินที่ใช้หมากโชงิเป็นแรงบันดาลใจอยู่หลายจุด แค่เดินเล่นก็สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างเพลิดเพลิน
หากคุณสนใจ อย่าลืมอ่านบทความอีกชิ้นที่รวบรวมตัวอย่างทริป 2 วัน 1 คืนสำหรับเที่ยวทั้งเท็นโดออนเซ็นและกินซังออนเซ็นด้วย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกินซังออนเซ็น
Q
ไปกินซังออนเซ็นโดยไม่ใช้รถยนต์ได้ไหม?
สามารถเดินทางได้ด้วยขนส่งสาธารณะเท่านั้น หากออกจากสถานีโตเกียว ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงโดยชินคันเซ็นยามากาตะขบวนสึบาสะไปยังสถานีโออิชิดะ จากนั้นต่อรถบัสประจำทางอีกประมาณ 40 นาที
Q
กินซังออนเซ็นเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้ไหม?
เที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้สบาย ย่านออนเซ็นมีขนาดกะทัดรัด และหากมีเวลาประมาณ 3–5 ชั่วโมง ก็สามารถเที่ยวจุดหลักได้เกือบครบ
Q
กินซังออนเซ็นมีอาบน้ำแบบไปเช้าเย็นกลับได้ไหม?
สามารถแช่ออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับได้ที่โรงอาบน้ำรวมชื่อดัง “ชิโรงาเนะยุ” อย่างไรก็ตาม เข้าใช้ได้ถึง 15:30 และมีวันหยุดให้บริการด้วย จึงควรตรวจสอบล่วงหน้า
Q
มีสถานที่ไหนรอบกินซังออนเซ็นที่อยากแนะนำให้เที่ยวควบคู่กันบ้าง?
จุดที่แนะนำ ได้แก่ “วาราชิยุ” บ่อแช่เท้าฟรี “โบราณสถานเหมืองเงินโนเบซาวะ” ซึ่งเป็นที่มาของชื่อกินซังออนเซ็น และ “น้ำตกชิโรงาเนะ” ที่สามารถชมทิวทัศน์สวยงามได้ตลอดทั้งสี่ฤดู
บทสรุป
ตลอดบทความนี้ เราได้พาไปรู้จักข้อมูลพื้นฐาน จุดน่าเที่ยว และอาหารยอดนิยมของ “กินซังออนเซ็น” ที่ยังคงกลิ่นอายของยุคไทโช พร้อมตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยวไว้ครบถ้วนแล้ว
ที่นี่มีทั้งประวัติศาสตร์ ออนเซ็น และวิวสวยอยู่ในที่เดียว จึงเป็นจุดหมายที่หลายคนนึกถึงเมื่ออยากสัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นแบบชวนคิดถึงสักครั้ง
แม้จะไม่ได้หวือหวา แต่เสน่ห์ของเมืองออนเซ็นที่อบอุ่นและชวนให้ค่อยๆ เดินเล่นนี่เองที่ทำให้เที่ยวได้เพลินตลอดทั้งสี่ฤดู
หากกำลังวางแผนทริป อย่าลืมแวะอ่านบทความนี้ด้วย ซึ่งรวบรวมข้อมูลจุดท่องเที่ยวยอดนิยมและของฝากในจังหวัดยามากาตะที่น่าจะช่วยให้จัดทริปได้ง่ายขึ้น
