
เที่ยววากายามะแบบคุ้มค่า ครบทุกเสน่ห์! คู่มือท่องเที่ยววากายามะ
ถ้าคุณกำลังมองหาทริปที่มีทั้งธรรมชาติสวย ๆ และออนเซ็นชื่อดัง “วากายามะ” ก็เป็นจุดหมายที่น่าสนใจมาก
ระหว่างทางยังได้เจอกับสถานที่ประวัติศาสตร์และแหล่งพักผ่อนที่เที่ยวได้ทุกเพศทุกวัย ทำให้ทั้งภูมิภาคเต็มไปด้วยจุดน่าแวะมากมาย
อย่างไรก็ตาม วากายามะมีพื้นที่ทอดยาวจากเหนือจรดใต้ ทำให้การเดินทางอาจค่อนข้างลำบาก จึงควรเลือกวิธีเดินทางให้เหมาะกับจุดหมายและวางแผนทริปอย่างมีประสิทธิภาพ
บทความนี้จะเน้นแนะนำตัวอย่างทริป 2 วัน 1 คืนในวากายามะ พร้อมพาไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม เสน่ห์ของแต่ละแห่ง และการเดินทาง
เราได้รวบรวมข้อมูลสำคัญสำหรับการเที่ยววากายามะไว้อย่างครบถ้วน หวังว่าจะช่วยให้คุณวางแผนทริปได้ง่ายขึ้นจนถึงบรรทัดสุดท้าย
“วากายามะ” เมืองแห่งแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายและโลกอันลึกซึ้งน่าค้นหา
ถ้ามองภาพรวมของภูมิภาคคันไซ วากายามะก็เป็นอีกจังหวัดที่มีบรรยากาศต่างออกไปพอสมควร โดยเกือบ 80% ของพื้นที่เป็นเขตภูเขาที่มีเทือกเขาคิอิเป็นศูนย์กลาง
ที่นี่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติทั้งทะเล ภูเขา และแม่น้ำ จึงมีทิวทัศน์สวยงามตามฤดูกาลและออนเซ็นเก่าแก่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่
มีแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างปราสาทวากายามะและแอดเวนเจอร์เวิลด์ จึงเป็นจุดหมายยอดนิยมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ
ในอีกด้านหนึ่ง ที่นี่ยังเป็นดินแดนที่ทำให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและจิตวิญญาณของชาวญี่ปุ่นมาตั้งแต่อดีต เช่น โคยะซัง และคุมาโนะซันซัง ซึ่งมอบประสบการณ์ลึกซึ้งที่หาไม่ได้จากเมืองใหญ่

อุณหภูมิเฉลี่ยและตัวอย่างการแต่งกายในวากายามะ
วากายามะมีภูมิประเทศทอดยาวจากเหนือจรดใต้ ทำให้บรรยากาศของแต่ละพื้นที่ต่างกันอยู่พอสมควร ภาคเหนือมีฝนค่อนข้างน้อย ส่วนภาคใต้อากาศอบอุ่นตลอดปี แม้สภาพอากาศจะแตกต่างกันไปตามพื้นที่ แต่โดยรวมถือว่าเที่ยวได้สบาย
อุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือนของวากายามะ
| - | มกราคม | กุมภาพันธ์ | มีนาคม | เมษายน | พฤษภาคม | มิถุนายน | กรกฎาคม | สิงหาคม | กันยายน | ตุลาคม | พฤศจิกายน | ธันวาคม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| อุณหภูมิเฉลี่ย (องศา) | 6.2 | 6.7 | 9.9 | 15.1 | 19.7 | 23.2 | 27.2 | 28.4 | 24.9 | 19.3 | 13.8 | 8.6 |
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของวากายามะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เหมาะกับแจ็กเก็ตบางหรือเสื้อสเวตเตอร์เนื้อบาง
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางเบา ใส่สบาย เช่น เสื้อแขนสั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบาง ๆ หรือโค้ตกำลังพอดี
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): ควรเตรียมโค้ต สเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ต
การเดินทางไปวากายามะ
ถ้าจะเดินทางเข้าสู่วากายามะจากต่างประเทศ ส่วนใหญ่มักต้องผ่านสนามบินนานาชาติคันไซหรือสนามบินฮาเนดะก่อน เพราะวากายามะไม่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศ
จากโอซาก้าและเกียวโตสามารถเดินทางมาได้สะดวก จึงเหมาะกับการวางแผนเที่ยวร่วมกับทริปคันไซ
นอกจากนี้ จุดเริ่มต้นที่เหมาะสมในวากายามะยังแตกต่างกันไปตามสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องการไป จึงควรตรวจสอบให้ดี
ในที่นี้เราจะอธิบายวิธีเดินทางจากสถานีโอซาก้า สถานีเกียวโต และโตเกียว (สนามบินฮาเนดะ) ไปยังสถานีวากายามะ ซึ่งเป็นสถานีที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากใช้เป็นจุดหมาย

การเดินทางจากโอซาก้าไปวากายามะ
ถ้าออกเดินทางจากสถานีโอซาก้าไปสถานีวากายามะ วิธีหลักมีดังนี้
โอซาก้าเป็นจุดที่เดินทางสะดวกที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะสามารถไปถึงได้แบบไม่ต้องเปลี่ยนขบวน
จำนวนรถไฟก็มีค่อนข้างมาก จึงเหมาะกับการจัดตารางเดินทางที่ยืดหยุ่น
แม้รถด่วนพิเศษ JR “คุโรชิโอะ” จะมีประมาณชั่วโมงละ 1 ขบวน แต่ใช้เวลาเร็วสุดเพียง 57 นาที
หากต้องการประหยัดค่าเดินทาง แนะนำให้ใช้รถไฟขบวนเร็วหรือรถบัสด่วนพิเศษ
- เส้นทาง
-
ขึ้นรถไฟด่วนพิเศษ JR หรือรถไฟขบวนเร็วจาก “สถานี JR โอซาก้า” และลงที่ “สถานี JR วากายามะ”
※ ระยะเวลาเดินทางต่างกันประมาณ 30 นาที ขึ้นอยู่กับขบวนที่ใช้ - ระยะเวลาเดินทาง
- ประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที
การเดินทางจากเกียวโตไปวากายามะ
สำหรับการเดินทางจากสถานีเกียวโตไปสถานีวากายามะ สามารถดูวิธีได้ดังนี้
เส้นทางคล้ายกับการเดินทางจากโอซาก้า จึงควรเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองโดยพิจารณาจากเวลาและค่าใช้จ่าย
หากจะไปยังโซนโคยะซัง แนะนำให้ใช้รถบัสด่วนตรงที่เดินทางได้สะดวกกว่า
- เส้นทาง
-
1. ขึ้นรถไฟชินคันเซ็น JR จาก “สถานี JR เกียวโต” แล้วลงที่ “สถานีชินโอซาก้า”
2. จาก “สถานีชินโอซาก้า” ขึ้นรถไฟด่วนพิเศษ JR คุโรชิโอะ แล้วลงที่ “สถานีวากายามะ”
※ ระยะเวลาเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามขบวนที่ใช้ - ระยะเวลาเดินทาง
- ประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที
การเดินทางจากโตเกียวไปวากายามะ
ถ้าเริ่มต้นจากโตเกียว วิธีที่เหมาะที่สุดคือบินจากสนามบินฮาเนดะไปยังสนามบินนันกิชิราฮามะตามรายละเอียดด้านล่าง
อย่างไรก็ตาม มีเที่ยวบินต่อวันเพียงไม่กี่เที่ยว จึงควรตรวจสอบตารางบินและที่นั่งว่างล่วงหน้า
ถ้าจุดหมายคือโซนชิราฮามะหรือคุชิโมโตะ ก็สามารถเดินทางต่อจากสถานีชิราฮามะไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในบริเวณนั้นได้
นอกจากนี้ หากต้องการไปโซนคุมาโนะ (คุมาโนะซันซัง) ก็มีรถลีมูซีนบัสจากสนามบินนันกิชิราฮามะไปโดยตรง ดังนั้นบางกรณีอาจไม่จำเป็นต้องเข้าไปถึงสถานีวากายามะ
- เส้นทาง
-
1. ขึ้นเครื่องบิน JAL จาก “สนามบินฮาเนดะ” ไปยัง “สนามบินนันกิชิราฮามะ”
2. เดินจาก “สนามบินนันกิชิราฮามะ” ไปยัง “ป้ายรถบัสสนามบินนันกิชิราฮามะ”
3. ขึ้นรถเมโกะบัสจาก “ป้ายรถบัสสนามบินนันกิชิราฮามะ” ลงที่ป้าย “ชิราฮามะ” แล้วเดินต่อไปยังสถานีชิราฮามะ
4. จาก “สถานีชิราฮามะ” ขึ้นรถไฟด่วนพิเศษ JR คุโรชิโอะ แล้วลงที่ “สถานีวากายามะ” - ระยะเวลาเดินทาง
- ประมาณ 3 ชั่วโมง 40 นาที
วิธีเดินทางหลักในวากายามะ
ถ้าเที่ยวภายในวากายามะ วิธีเดินทางหลัก ๆ มีอยู่ 3 แบบ คือ รถไฟ JR สายปกติ (สายวากายามะและสายฮันวะ) รถไฟเอกชน (สายหลักนันไค) และรถบัสประจำทาง
หากเลือกใช้รถไฟและรถบัสให้เหมาะกับจุดเริ่มต้นและจุดหมาย การเดินทางจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ภายในจังหวัดมีรถบัสหลายสายมาก จึงควรระวังขึ้นผิดสาย
เราได้สรุปบริษัทเดินรถบัสที่มีโอกาสใช้งานบ่อยในแต่ละพื้นที่ไว้แบบเข้าใจง่ายเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง
อีกทางหนึ่ง ถ้าต้องการเดินทางไปยังโรงแรมหรือเรียวกังที่เข้าถึงยาก การใช้แท็กซี่ก็สะดวกและสบายกว่า
รถบัสประจำทางหลักแยกตามพื้นที่
- พื้นที่ใกล้เมืองวากายามะ
- Wakayama Bus, Limousine Bus
- พื้นที่โคยะซัง
- Nankai Rinkai Bus, Koya Marine Liner (เฉพาะเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และช่วงเวลาจำกัด)
- พื้นที่อาริดะและฮิดากะ
- Arida Tetsudo Bus
- พื้นที่ชิราฮามะและคุชิโมโตะ
- Meiko Bus
- พื้นที่คุมาโนะ
- Kumano Kotsu Bus, Meiko Bus

ตั๋วเดินทางสุดคุ้มที่ควรใช้เมื่อเที่ยววากายามะ
ถ้าอยากควบคุมค่าเดินทางในทริปวากายามะไว้ให้คุ้ม ลองเริ่มจากตั๋วโดยสารที่ใช้งานสะดวกเหล่านี้ก่อน
พอวางแผนใช้ให้เหมาะกับเส้นทางแล้ว การเดินทางก็คล่องตัวขึ้น และยังมีโอกาสช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากอีกด้วย
ตั๋ว Wakayama Sightseeing Ticket
Wakayama Sightseeing Ticket ที่จำหน่ายโดยรถไฟนันไค (ผู้ใหญ่ 2,080 เยน เด็ก 1,040 เยน) เป็นชุดตั๋วที่รวมตั๋วรถไฟไป-กลับแบบลดราคาและตั๋วรถบัสแบบฟรีพาส 1 วันไว้ด้วยกัน จึงใช้งานสะดวกมาก
ส่วนของรถไฟสามารถใช้ได้จากสถานีที่จำหน่ายตั๋ว (นัมบะ ชินอิมามิยะ เทงกาจายะ สุมิโยชิไทฉะ และซาไก) ไปจนถึงสถานีวากายามะชิ
ส่วนรถบัสใช้ได้กับทุกสายของ Wakayama Bus และ Wakayama Bus Naga (ยกเว้นบางสาย เช่น รถบัสด่วนและรถลีมูซีนบัส)

5 พื้นที่สำคัญในวากายามะที่ควรรู้ก่อนวางแผนเที่ยว
ก่อนเริ่มจัดทริป ลองทำความรู้จักพื้นที่หลักทั้ง 5 โซนของวากายามะกันสักนิด เพราะแต่ละแห่งมีบรรยากาศและเสน่ห์ต่างกันพอสมควร รวมถึงเขตใกล้ตัวเมืองด้วย
ต่อไปนี้เราจะพาไปรู้จักเสน่ห์ของแต่ละพื้นที่และแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมใกล้เคียง
แต่ละพื้นที่อยู่ห่างกันพอสมควร จึงยากที่จะเที่ยวครบทั้งหมดในครั้งเดียว
ลองเลือกพื้นที่ที่สนใจเป็นแกนหลัก แล้วค่อยวางแผนทริปให้เหมาะกับคุณ
“พื้นที่ใกล้เมืองวากายามะ” ที่มีเสน่ห์หลากหลาย
ถ้าเริ่มสำรวจจากตอนเหนือของจังหวัด พื้นที่ใกล้เมืองวากายามะก็เป็นโซนที่เดินทางสะดวกและหยิบจับใส่แพลนได้ง่าย โดยติดกับจังหวัดโอซาก้า และเชื่อมต่อกับทั้งภูมิภาคคันไซรวมถึงจุดหมายอื่น ๆ ในประเทศและต่างประเทศได้สะดวก
เป็นพื้นที่ศูนย์กลางของวากายามะที่มีประชากรมากที่สุดในจังหวัด และคึกคักไปด้วยทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว
ทั่วเมืองที่มีปราสาทวากายามะเป็นสัญลักษณ์หลัก ให้บรรยากาศผ่อนคลายสบาย ๆ ผสมผสานข้อดีของเมืองใหญ่และชนบทเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
ทิวทัศน์ชนบทอันเงียบสงบก็ช่วยเติมอารมณ์การเดินทางได้ไม่น้อย
ภายในเมืองมีชายหาดสำหรับเล่นน้ำถึง 5 แห่ง รวมถึงหาดคาดะ จึงเป็นพื้นที่ที่กิจกรรมทางทะเลอย่างเซิร์ฟและเรือยอชต์ได้รับความนิยม อีกทั้งยังมีอาหารทะเลสดใหม่ให้ลิ้มลอง
นอกจากนี้ยังมีของขึ้นชื่อและอาหารท้องถิ่นมากมาย จึงเหมาะสำหรับสายกินเช่นกัน
ยังมีจุดชมธรรมชาติสวย ๆ อย่างวัดเนโกโระจิ (Negoroji) และสถานที่ชมวิวที่เคยถูกกล่าวถึงในบทกวีโบราณมันโยชู
อีกหนึ่งไฮไลต์คือสายคิชิงาวะและสถานีท้องถิ่นที่มี “ทามะ” นายสถานีแมวชื่อดังเป็นผู้ต้อนรับ


พื้นที่โคยะซัง ที่ยังคงมีชีวิตชีวาด้วยวัฒนธรรมพุทธและประเพณีญี่ปุ่น
ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาสู่โซนที่สงบและขรึมขึ้น พื้นที่โคยะซังก็ชวนให้แวะมากทีเดียว โดยอยู่ติดกับโซนใกล้เมืองวากายามะทางตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด และเต็มไปด้วยวัด ศาลเจ้า รวมถึงโบราณสถาน
มีทั้งธรรมชาติและจุดพลังงานที่ช่วยมอบความสงบและความร่มเย็นให้กับผู้มาเยือน จึงเป็นพื้นที่ที่สะท้อนวัฒนธรรมพุทธและประเพณีญี่ปุ่นได้อย่างน่าประทับใจ
หัวใจสำคัญของพื้นที่นี้คือโคยะซัง (Koyasan) ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 1,200 ปี และเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพุทธนิกายชินงอนที่ก่อตั้งโดยโคโบไดชิ คูไค
ภายในพื้นที่กว้างใหญ่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเส้นทางแสวงบุญในเทือกเขาคิอิ” มีวัดหนาแน่นถึง 117 แห่ง และจนถึงปัจจุบันก็ยังมีพระสงฆ์ฝึกปฏิบัติธรรมอยู่ที่นี่
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ควรไปเยือนอย่างยิ่งคือ ดันโจการัน และโอคุโนะอิน ซึ่งเป็นสองจุดสำคัญแห่งความศรัทธา
หากมีโอกาสพักค้างคืน แนะนำให้ลองเข้าพักในชูคุโบะ หรือที่พักภายในวัด/ศาลเจ้า เพื่อสัมผัสวัฒนธรรมศาสนาอย่างใกล้ชิด
คุณยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมปฏิบัติธรรม เช่น คัดพระสูตรและนั่งสมาธิ ซึ่งน่าจะช่วยเติมเต็มจิตใจได้ไม่น้อย
อย่าลืมลิ้มลองโชจินเรียวริ อาหารมังสวิรัติแบบดั้งเดิมที่เน้นผักและถั่วโดยไม่ใช้เนื้อสัตว์หรืออาหารทะเล


“พื้นที่อาริดะและฮิดากะ” ที่เที่ยวได้ทั้งบรรยากาศประวัติศาสตร์และวิวสวยตระการตา
ถัดมาคือพื้นที่อาริดะและฮิดากะซึ่งอยู่ตอนกลางของวากายามะ เป็นโซนที่ธรรมชาติดูโดดเด่นและให้บรรยากาศต่างกันไปในแต่ละฤดู
วิวที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของทั้ง 4 ฤดูกาลนั้นนับว่าน่าไปเยือนอย่างยิ่ง
ที่นี่ยังมีของขึ้นชื่อประจำท้องถิ่นมากมาย เช่น ส้มอาริดะและบ๊วยนันโค รวมถึงกิจกรรมเก็บผลไม้ เช่น องุ่นและลูกแพร์ ก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน
แต่ละส่วนของพื้นที่มีเสน่ห์แตกต่างกัน โดยที่สวนสาธารณะทางทะเลชิราซากิในฮิดากะนั้นโดดเด่นด้วยภาพตัดกันของหินปูนสีขาวขนาดมหึมากับทะเลสีน้ำเงินเข้มอย่างสวยงาม
ชายฝั่งที่มองเห็นจากสวนแห่งนี้ซึ่งเชื่อกันว่าเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 250 ล้านปีก่อน ยังได้รับฉายาว่าเป็น “ทะเลอีเจียนแห่งญี่ปุ่น” และเหมาะทั้งสำหรับออโต้แคมป์และดำน้ำ
ส่วนย่านเมืองยูอาสะในอาริดะเป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมสำคัญแห่งเดียวของจังหวัด มีอาคารประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคต้นสมัยใหม่ถึงยุคใหม่เรียงรายอยู่มากมาย
ที่นี่ยังมีชื่อเสียงในฐานะแหล่งกำเนิดโชยุด้วย จึงเหมาะกับการเดินเล่นชมเมืองเก่าอย่างมาก
อีกหนึ่งจุดยอดนิยมที่ไม่ควรพลาดคือเกาะอารางิจิมะ
อย่าลืมเก็บภาพภูมิทัศน์งดงามที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นภูมิทัศน์วัฒนธรรมสำคัญของชาติ


“พื้นที่ชิราฮามะและคุชิโมโตะ” ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ กิจกรรมพักผ่อน และออนเซ็น
ถ้าอยากได้ทริปที่มีบรรยากาศรีสอร์ตชัด ๆ พื้นที่ชิราฮามะและคุชิโมโตะทางตอนใต้ของวากายามะก็ตอบโจทย์มาก เพราะเป็นโซนที่เพลิดเพลินกับทะเล แม่น้ำ และออนเซ็นได้อย่างเต็มที่
ชิราราฮามะ (Shirarahama) ชายหาดโค้งยาวประมาณ 640 เมตร โดดเด่นด้วยทรายขาวละเอียดนุ่ม ให้บรรยากาศชวนให้นึกถึงหาดไวกีกิ และเป็นจุดหมาย 대표ของพื้นที่
ร่มที่ทำจากใบไม้ก็ช่วยเพิ่มบรรยากาศการพักผ่อน และในฤดูร้อนยังมีอีเวนต์อย่างดอกไม้ไฟและโคมไฟอีกด้วย
รอบ ๆ ยังมีสถานที่แช่ออนเซ็นมากมาย จึงเหมาะกับการใช้เวลาผ่อนคลายในช่วงค่ำ
ออนเซ็นที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษและอยากแนะนำคือชิราฮามะออนเซ็น หนึ่งในสามออนเซ็นโบราณของญี่ปุ่น และริวจินออนเซ็นที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำแร่เพื่อผิวสวย
นอกจากนี้ แอดเวนเจอร์เวิลด์ยังมีทั้งโซนพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและสวนสนุก จึงเที่ยวได้สนุกทั้งผู้ใหญ่และเด็ก
ยังมีจุดชมวิวธรรมชาติอีกหลายแห่ง เช่น ฮาชิกุอิวะ, เอ็นเก็ตสึโตะ ที่มีชื่อเสียงเรื่องพระอาทิตย์ตก และเซ็นโจจิกิ หน้าผาสุดอลังการ
เรียกได้ว่าเต็มไปด้วยจุดชมวิวที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นอย่างน่าประทับใจจนเที่ยวไม่หมดในวันเดียว


“พื้นที่คุมาโนะ” ที่ให้คุณสัมผัสประวัติศาสตร์ลึกซึ้งของญี่ปุ่น
อีกโซนที่หลายคนตั้งใจมาเยือนโดยเฉพาะคือพื้นที่คุมาโนะ ซึ่งทอดยาวตั้งแต่ตอนกลางถึงตะวันตกเฉียงใต้ของวากายามะ และให้บรรยากาศลึกลับเงียบขรึมไม่เหมือนที่อื่น
ในบรรดาสถานที่ทั้งหมดนั้น คุมาโนะโคโดะ (คุมาโนะซันซัง) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและได้รับความศรัทธามาตั้งแต่โบราณ ถือเป็นสถานที่ที่มีบรรยากาศโดดเด่นเป็นพิเศษ
เส้นทางแสวงบุญที่แม้แต่จักรพรรดิและชนชั้นสูงในยุคเฮอัน ซึ่งอยู่ในช่วง ค.ศ. 794–1185 ก็เคยใช้เดินทางและสักการะ ยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ดึงดูดผู้แสวงบุญจำนวนมากมาจนถึงปัจจุบัน
ที่นี่ยังได้รับความสนใจในฐานะจุดพลังงานที่เชื่อกันว่านำมาซึ่งพรด้านต่าง ๆ
ที่ศาลเจ้าคุมาโนะฮายาตามะไทฉะ หนึ่งในสามศาลเจ้าคุมาโนะ คุณจะได้เห็นต้นนางิยักษ์อายุกว่า 1,000 ปีซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติภายในบริเวณศาลเจ้า
ส่วนศาลเจ้าคุมาโนะฮงกูไทฉะที่มีบรรยากาศโบราณขรึมเป็นพิเศษ ก็ให้คุณสัมผัสประวัติศาสตร์ผ่านแนวต้นสนซีดาร์และอาคารศาลเจ้ามุงเปลือกไม้ฮิโนกิได้อย่างชัดเจน
พื้นที่นี้ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติสูง และมีความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ทั้งป้ายหลายภาษาและข้อมูลภาษาอังกฤษ
ยังมีโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ที่ช่วยให้คุณสัมผัสเสน่ห์ของคุมาโนะได้ลึกขึ้น หากมีโอกาสก็น่าลองเช่นกัน

ควรใช้เวลากี่วันจึงจะเที่ยววากายามะได้เต็มอิ่ม
ถ้าดูจากการกระจายตัวของสถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละโซน วากายามะเป็นจังหวัดที่ควรเผื่อเวลาไว้พอสมควร
นอกจากนี้ยังมีไม่น้อยที่ต้องใช้เวลาเที่ยวมาก เพราะพื้นที่กว้างและมีจุดให้ชมจำนวนมาก
ดังนั้น หากอยากสัมผัสเสน่ห์ของแต่ละโซนอย่างเต็มที่ ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 3 วัน 2 คืน
แต่ก็เชื่อว่าหลายคนอาจไม่มีเวลามากขนาดนั้นสำหรับทริปวากายามะ
ถ้าคุณอยากเที่ยววากายามะแบบสั้น ๆ ลองใช้ตัวอย่างคอร์สท่องเที่ยวที่เราจะแนะนำต่อจากนี้เป็นแนวทางได้เลย

ตัวอย่างทริป 2 วัน 1 คืน เที่ยววากายามะให้คุ้มในเวลาสั้น
สำหรับคนที่มีเวลาไม่มาก ลองดูทริปตัวอย่าง 2 วัน 1 คืนนี้ไว้เป็นไอเดียได้เลย
เราออกแบบคอร์สนี้ให้คุณได้สัมผัสเสน่ห์ของวากายามะผ่านแหล่งท่องเที่ยวเด่นในโซนชิราฮามะ–คุชิโมโตะ และโซนคุมาโนะ
เนื่องจากสถานที่เหล่านี้อยู่ห่างจากสถานีวากายามะและย่านตัวเมือง จึงควรระวังเรื่องจุดเริ่มต้นของทริป
หากยังลังเลว่าจะจัดแผนเที่ยวอย่างไร ลองใช้รายละเอียดต่อจากนี้เป็นแนวทางได้เลย
วันที่ 1: ผ่อนคลายกับวิวสวยและออนเซ็นในโซนชิราฮามะ–คุชิโมโตะ
วันแรกของทริปตัวอย่าง เราจะมุ่งหน้าไปยังโซนชิราฮามะ–คุชิโมโตะ เพื่อดื่มด่ำกับวิวธรรมชาติอันงดงามและออนเซ็นอย่างเต็มที่
เราออกแบบตารางให้เริ่มต้นด้วยออนเซ็นที่มีบรรยากาศพิเศษไม่เหมือนใคร และปิดท้ายวันด้วยออนเซ็นอีกครั้ง เพื่อให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์นอกชีวิตประจำวันตลอดทั้งวัน
ระหว่างทางยังแวะไปที่แอดเวนเจอร์เวิลด์ ซึ่งคุณจะได้สนุกกับรถไฟเหาะและโชว์โลมากับสิงโตทะเล จึงเป็นวันที่ครบทั้งการพักผ่อนและกิจกรรมสนุก ๆ
แม้แต่ระหว่างการเดินทางก็ยังมีวิวทิวทัศน์และบรรยากาศเมืองให้ชมเพลิน ทำให้เป็นแพลนที่แน่นและคุ้มค่าตั้งแต่เช้าจรดค่ำ
07:50 เริ่มต้นจากสถานี JR ชิราฮามะ
วันแรกเริ่มต้นที่สถานี JR ชิราฮามะ
ก่อนอื่นให้นั่งเมโกะบัสไปยังป้าย “ชินยูซากิ” แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาทีไปยัง “ชิราฮามะออนเซ็น ซากิโนะยู”

08:30 แช่ออนเซ็นยามเช้าที่ “ชิราฮามะออนเซ็น ซากิโนะยู” พร้อมวิวสุดยอด
ชิราฮามะออนเซ็น ซากิโนะยู เป็นออนเซ็นโบราณที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างมาก โดยมีบันทึกปรากฏอยู่ในนิฮงโชกิและมันโยชู ซึ่งเป็นเอกสารประวัติศาสตร์และรวมบทกวีโบราณที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น
จุดเด่นคือบ่ออาบน้ำกลางแจ้งที่มองเห็นมหาสมุทรแปซิฟิกได้แบบเต็มตา และคุณน่าจะประทับใจกับภาพคลื่นซัดกระทบเบื้องหน้าอย่างทรงพลัง
เมื่อได้แช่ตัวในบ่อหินธรรมชาติ คุณจะสัมผัสทั้งเสียงคลื่น ลมทะเล และกลิ่นอายธรรมชาติ พร้อมเพลิดเพลินกับความรู้สึกเปิดโล่งอย่างยอดเยี่ยม
คุณภาพน้ำแร่ที่เชื่อกันว่าดีต่ออาการปวดเส้นประสาทและโรคของสตรีก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
โปรดทราบว่าเพื่อปกป้องทะเล จึงไม่สามารถใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดภายในบ่อได้

09:40 สัมผัสความยิ่งใหญ่และความงามจากธรรมชาติที่ “ซันดันเบกิ”
หลังจากดื่มด่ำกับวิวสวยที่ออนเซ็นแล้ว ให้นั่งเมโกะบัสจากชินยูซากิอีกครั้งมุ่งหน้าไปยังซันดันเบกิ (ลงที่ซันดันเบกิแล้วเดินต่อไม่กี่นาที)
ซันดันเบกิ (Sandanbeki) เป็นหน้าผาสูงชันราว 50 เมตร ที่สะท้อนทั้งความงามจากการรังสรรค์ของธรรมชาติและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์
ภาพคลื่นคุโรชิโอะซัดกระแทกชายฝั่งอย่างต่อเนื่องตลอดแนวยาวประมาณ 2 กิโลเมตรนั้นน่าประทับใจอย่างยิ่ง
ใกล้จุดชมวิวซึ่งได้รับการรับรองให้เป็น “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคู่รัก” ยังมีอนุสาวรีย์รูปหัวใจ เหมาะสำหรับคู่รักที่อยากเก็บความทรงจำพิเศษร่วมกัน

11:20 พบกับเหล่าสัตว์น่ารักที่ “แอดเวนเจอร์เวิลด์”
หลังจากตื่นตากับวิวของซันดันเบกิแล้ว ให้นั่งเมโกะบัสต่อไปยังแอดเวนเจอร์เวิลด์ (ใช้เวลาประมาณ 15 นาที)
แอดเวนเจอร์เวิลด์เป็นธีมพาร์กที่รวมสวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และสวนสนุกไว้ในที่เดียว จึงเหมาะกับทุกช่วงวัย
ที่นี่คุณจะได้พบกับสัตว์น่ารักถึง 1,400 ตัว จาก 140 สายพันธุ์ รวมถึงโลมาและเพนกวินที่ได้รับความนิยมมาก

14:40 ชมฮาชิกุอิวะจากรถด่วนพิเศษ “คุโรชิโอะ”
หลังจากสนุกกับแอดเวนเจอร์เวิลด์แล้ว ให้นั่งรถบัสกลับไปยังสถานี JR ชิราฮามะ (ใช้เวลาประมาณ 10 นาที) แล้วขึ้นรถด่วนพิเศษ “คุโรชิโอะ” ขบวนเวลา 14:43
จากนั้นใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีไปยังสถานีคิอิคัตสึอุระ ซึ่งเป็นสถานีใกล้ที่สุดของจุดหมายถัดไป “นันกิคัตสึอุระออนเซ็น”
ระหว่างทางจะพักผ่อนหรือพูดคุยกันตามสบายก็ได้ แต่ห้ามพลาด “ฮาชิกุอิวะ” ที่จะปรากฏให้เห็นใกล้สถานีคุชิโมโตะ (มีประกาศจากพนักงานบนรถ)
ลองเพลิดเพลินกับ “ฮาชิกุอิวะ” งานศิลป์แห่งธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของคลื่น และเรียงตัวเป็นแนวยาวสวยงามผ่านหน้าต่างรถไฟ

16:20 เดินเล่นและชิมของอร่อยที่ “นันกิคัตสึอุระออนเซ็น”
นันกิคัตสึอุระออนเซ็น ซึ่งผุดขึ้นใกล้กับศาลเจ้านาจิ หนึ่งในคุมาโนะซันซัง เป็นเมืองออนเซ็นตัวแทนของวากายามะที่มีแหล่งน้ำพุมากกว่า 100 แห่ง
เสน่ห์สำคัญคือการได้แช่ออนเซ็นพร้อมชมวิวหินรูปร่างแปลกตา โขดหิน และเกาะเล็กเกาะน้อยที่ลอยอยู่ในอ่าวแบบชายฝั่งเรียส
คุณสามารถเดินเล่นแวะออนเซ็นสาธารณะหรือแช่บ่อแช่เท้าไปพลาง ๆ เพื่อทบทวนการเดินทางตลอดทั้งวันได้เช่นกัน
อีกหนึ่งจุดเด่นของเมืองนาจิคัตสึอุระก็คือเป็นแหล่งขึ้นปลาทูน่าปริมาณมากติดอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น
อย่าลืมแวะร้านอาหารหรือตลาดในบริเวณใกล้เคียงเพื่อชิมเมนูทูน่าสดใหม่กันด้วย

19:00 ผ่อนคลายในออนเซ็นถ้ำของ “Hotel Urashima”
แม้ที่นันกิคัตสึอุระออนเซ็นจะมีที่พักให้เลือกมากมาย แต่ที่พักคืนแรกที่อยากแนะนำคือ “โฮเทลอุราชิมะ”
โรงแรมขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของญี่ปุ่นแห่งนี้มีจุดเด่นที่สุดคือประสบการณ์แช่ออนเซ็นในถ้ำธรรมชาติที่ไม่เหมือนใคร
จากบ่อน้ำพุร้อนในถ้ำทั้งหมด 5 แห่งนั้น จุดที่น่าประทับใจเป็นพิเศษคือ “โบคิโด” ซึ่งมองเห็นมหาสมุทรแปซิฟิกได้กว้างไกล และ “เก็นบูโด” ที่ให้คุณสัมผัสผิวหินได้อย่างใกล้ชิด
ภายในโรงแรมยังมีจุดน่าสนใจอย่างศาลเจ้าอุราชิมะอินาริซึ่งถือเป็นจุดพลังงาน และจุดชมวิวที่มองเห็นทัศนียภาพได้แบบ 360 องศา ก็น่าแวะไปเช่นกัน

วันที่ 2: สัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นในโซนคุมาโนะ
วันที่สองของทริปจะพาไปต่อในโซนคุมาโนะ เพื่อค่อย ๆ ซึมซับทั้งวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมและธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
คุณจะได้ไปเยือนคุมาโนะซันซัง ซึ่งเป็นตัวแทนสำคัญของความเชื่อคุมาโนะที่สร้างโลกทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมรับพลังศักดิ์สิทธิ์และพรต่าง ๆ ไปทีละแห่งตามลำดับ
จากนั้นปิดท้ายด้วยการผ่อนคลายในออนเซ็นที่ผู้เดินทางแสวงบุญคุมาโนะเคยใช้ชำระล้างกายใจ พร้อมสัมผัสเสน่ห์ของเมืองน้ำพุร้อนเก่าแก่
เนื่องจากเป็นตารางที่เริ่มตั้งแต่เช้ามาก และมีทั้งระยะทางเดินทางกับการเดินเท้าค่อนข้างมาก จึงควรพักผ่อนให้เพียงพอตั้งแต่คืนก่อนหน้า
07:20 เริ่มต้นจากสถานี JR คิอิคัตสึอุระ
วันที่ 2 เริ่มต้นเมื่อกลับมาถึงสถานี JR คิอิคัตสึอุระ
จากที่นี่ให้นั่งรถบัสมุ่งหน้าไปยังศาลเจ้าคุมาโนะนาจิไทฉะ

08:00 เดินชม “ศาลเจ้าคุมาโนะนาจิไทฉะ” ที่เต็มไปด้วยไฮไลต์น่าสนใจ
ศาลเจ้าคุมาโนะนาจิไทฉะ หนึ่งในคุมาโนะซันซัง มีประวัติยาวนานกว่า 1,700 ปี และเคยรุ่งเรืองในฐานะศูนย์กลางของแนวคิดชินบุสึชูโก ที่ผสานความเชื่อของเทพเจ้าและพระพุทธเข้าด้วยกัน
เทพประธาน คุมาโนะฟุซูมิโนะโอคามิ เป็นที่เคารพในฐานะเทพแห่งความสัมพันธ์และการผูกวาสนา
ในอาคารหลักทั้ง 6 หลังมีจุดน่าสนใจมากมาย รวมถึง “หินอีกา” ที่เชื่อกันว่าเป็นร่างแปลงของยาตาการาสุ
ระหว่างทางขึ้นบันไดหิน “ไดมงซากะ” ไปยังอาคารหลัก ยังมีจุดเด่นอย่าง “สะพานฟุริกาเสะ” ซึ่งเป็นเส้นแบ่งระหว่างโลกมนุษย์กับเขตศักดิ์สิทธิ์ และ “ต้นสนคู่” อายุกว่า 800 ปี ที่น่าแวะชมเช่นกัน

08:30 สัมผัสพลังแห่งธรรมชาติที่ “น้ำตกนาจิ” น้ำตกที่มีความต่างระดับสูงที่สุดในญี่ปุ่น
เมื่อมาเยือนศาลเจ้าคุมาโนะนาจิไทฉะแล้ว อย่าลืมแวะไปชมน้ำตกนาจิซึ่งเป็นจุดชมวิวภายในเขตศักดิ์สิทธิ์และได้รับการเคารพในฐานะร่างแทนของเทพเจ้า
น้ำตกแห่งนี้สูง 133 เมตร ปากน้ำตกกว้าง 13 เมตร แอ่งน้ำลึกอย่างน้อย 10 เมตร และมีปริมาณน้ำไหลประมาณ 1 ตันต่อวินาที ถือเป็นน้ำตกที่มีความต่างระดับสูงที่สุดในญี่ปุ่น และยิ่งใหญ่ตระการตาอย่างแท้จริง
จุดชมที่ดีที่สุดคือ “เวทีสักการะโอทากิ” ซึ่งสามารถมองเห็นน้ำตกได้ตรงหน้าและใกล้จนรู้สึกถึงละอองน้ำ
อยากให้ลองชิมน้ำจากแอ่งน้ำตกที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่ออายุยืนและสุขภาพที่ดีด้วย (300 เยน)

11:20 ดื่มด่ำบรรยากาศและโลกทัศน์เฉพาะตัวที่ “ศาลเจ้าคุมาโนะฮายาตามะไทฉะ”
หลังจากชมน้ำตกนาจิแล้ว ให้นั่งรถบัสต่อไปยังป้ายฮายาตามะไทฉะมาเอะหรือชินโยคินโกะมาเอะ
เดินจากป้ายรถบัสเพียงไม่กี่นาที ก็จะพบกับศาลเจ้าคุมาโนะฮายาตามะไทฉะ ซึ่งเป็นหนึ่งในคุมาโนะซันซัง
เมื่อเดินผ่านเสาโทริอิสีแดงสดเข้าสู่เขตศาลเจ้า คุณน่าจะรู้สึกสงบลงท่ามกลางบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์และโลกทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์
ที่นี่ยังเก็บรักษาวัตถุศักดิ์สิทธิ์โบราณมากกว่า 1,200 ชิ้น เช่น กล่องเครื่องเขินและเชือกถักคุมิฮิโมะ จึงมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูงมาก
ความกลมกลืนระหว่างธรรมชาติกับหมู่ต้นไม้เขียวขจี โดยเฉพาะต้นนางิศักดิ์สิทธิ์ ก็เป็นอีกเสน่ห์ที่งดงามไม่แพ้กัน

13:20 สัมผัสประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ “ศาลเจ้าคุมาโนะฮงกูไทฉะ”
หลังจากไปเยือนศาลเจ้าคุมาโนะนาจิไทฉะและศาลเจ้าคุมาโนะฮายาตามะไทฉะแล้ว จุดหมายต่อไปคือศาลเจ้าคุมาโนะฮงกูไทฉะ ศูนย์กลางใหญ่ของศาลเจ้าคุมาโนะทั่วญี่ปุ่น
นั่งรถบัสไปลงที่ป้ายฮงกูไทฉะมาเอะ แล้วเดินต่ออีกไม่กี่นาทีก็จะถึง
เมื่อก้าวขึ้นบันไดหิน 158 ขั้นไปยังอาคารหลัก คุณจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศสงบร่มเย็นที่ชวนให้นึกถึงประวัติศาสตร์อันยาวนาน
ภายในบริเวณศาลเจ้า อย่าลืมหาสัญลักษณ์ยาตาการาสุ อีกาสามขาที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเทพผู้ชี้ทาง
หากมีเวลา การเข้าร่วมพิธีสวดขอพรก็น่าสนใจเช่นกัน เพราะที่นี่คือหนึ่งในดินแดนศักดิ์สิทธิ์สำคัญมาตั้งแต่อดีต ※ ค่าพิธีเริ่มต้น 5,000 เยน

17:00 ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าที่ “ยูโนะมิเนะออนเซ็น” ออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น
เมื่อมาเยือนศาลเจ้าคุมาโนะฮงกูไทฉะและสักการะครบทั้งคุมาโนะซันซังแล้ว ก็ถึงเวลาไปผ่อนคลายที่ยูโนะมิเนะออนเซ็น
จากป้ายฮงกูไทฉะมาเอะ สามารถนั่งรถบัส Nara Kotsu ไปได้ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที เดินทางสะดวกพอสมควร
ยูโนะมิเนะออนเซ็นเป็นที่รู้จักในฐานะออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยมีประวัติยาวนานประมาณ 1,800 ปี
ที่นี่เป็นน้ำพุร้อนชื่อดังที่เหล่านักแสวงบุญคุมาโนะเคยใช้ชำระร่างกาย และจนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงบรรยากาศเมืองออนเซ็นแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างน่าประทับใจ
โดยเฉพาะ “สึโบะยู” โรงอาบน้ำสาธารณะแห่งเดียวในโลกที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และเชื่อกันว่าสีน้ำจะเปลี่ยนถึง 7 ครั้งต่อวัน เป็นจุดที่อยากให้ลองไปสัมผัสด้วยตัวเอง

เส้นทางคุมาโนะโคโดะ ทริปเข้มข้นที่ให้คุณสัมผัสประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และจิตวิญญาณของญี่ปุ่น
ถ้าคุณสนใจโซนคุมาโนะอยู่แล้ว การเพิ่มคุมาโนะโคโดะเข้าไปในทริปก็น่าสนใจมาก
สำหรับคนที่อยากรู้จักให้ชัดขึ้น คุมาโนะโคโดะ หรืออีกชื่อหนึ่งว่าเส้นทางแสวงบุญคุมาโนะ เป็นชื่อเรียกรวมของเส้นทางแสวงบุญที่เชื่อมไปยังศาลเจ้าทั้ง 3 แห่งของคุมาโนะซันซัง ได้แก่ ศาลเจ้าคุมาโนะฮายาตามะไทฉะ ศาลเจ้าคุมาโนะนาจิไทฉะ และศาลเจ้าคุมาโนะฮงกูไทฉะ
เส้นทางนี้พาดผ่าน 5 จังหวัด ได้แก่ วากายามะ นารา มิเอะ โอซาก้า และเกียวโต รวมระยะทางยาวถึง 1,000 กิโลเมตร
ในปี ค.ศ. 2004 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในฐานะส่วนหนึ่งของ “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเส้นทางแสวงบุญในเทือกเขาคิอิ”
การแสวงบุญคุมาโนะ หรือการสักการะคุมาโนะซันซัง ยังถูกขนานนามว่าเป็นต้นกำเนิดของการเดินทางแบบญี่ปุ่น และจนถึงปัจจุบันก็ยังมีผู้คนจำนวนมากมาเยือนเพื่อตามรอยความศรัทธาของคนในอดีต
คุมาโนะโคโดะได้รับการยกย่องว่าเป็น “สถานที่ที่คุ้มค่ากับการตั้งใจเดินทางไป” เพราะบรรยากาศลึกลับและวิวธรรมชาติอันงดงามจะค่อย ๆ เปิดขึ้นระหว่างทาง อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้คุณหันกลับมาทบทวนตัวเองและชำระจิตใจได้อีกด้วย
เส้นทางและวิธีเที่ยวคุมาโนะโคโดะ
ถ้าจะเริ่มวางแผนเดินคุมาโนะโคโดะก่อนอื่นควรรู้ว่า เส้นทางหลักแบ่งออกได้เป็น 6 เส้นทางใหญ่ ได้แก่ คิอิจิ, โคเฮจิ, นาคาเฮจิ, โอเฮจิ, อิเสะจิ และโอมิเนะโอกุงาเกะมิจิ
แม้ระยะเวลาและระดับความยากจะต่างกัน แต่หากต้องการเดินให้ครบอย่างจริงจัง ควรมีเวลาอย่างน้อย 4–5 วัน
ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงเลือกสนุกกับการเดินเทรกกิงเฉพาะบางช่วงของเส้นทางแทน
เส้นทางนี้มีประวัติศาสตร์ของการเปิดรับผู้คนหลากหลายมาโดยตลอด และคุณสามารถเลือกวิธีเดินในแบบของตัวเองได้อย่างอิสระ
หากนำคอร์สเที่ยวโซนคุมาโนะมาผสมกับเส้นทางคุมาโนะโคโดะ ก็จะได้ทริปแบบเฉพาะตัวที่น่าสนใจไม่น้อย

3 เมนูท้องถิ่นที่ต้องลองในวากายามะ
ถ้าไปถึงวากายามะแล้ว เรื่องของกินก็คงพลาดไม่ได้
วากายามะขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งเพาะปลูกผลไม้ และยังเต็มไปด้วยอาหารพื้นบ้านดั้งเดิมกับเมนูอร่อยมากมาย
เราได้เลือกเมนูยอดนิยมที่เป็นตัวแทนของวากายามะมาให้แล้ว ถ้าได้ไปเที่ยว อย่าลืมลองชิมกันให้ได้
1. เมฮาริซูชิ
เมฮาริซูชิ อาหารพื้นบ้านของจังหวัดวากายามะ โดยเฉพาะแถบคุมาโนะ เป็นข้าวปั้นทรงรีที่ห่อด้วยใบผักกาดดองทาคานะแบบดองอ่อน
เดิมทีนิยมใช้ข้าวบาร์เลย์ แต่ปัจจุบันมักใช้ข้าวขาว และโดยทั่วไปจะนำส่วนก้านของทาคานะมาเป็นไส้ร่วมกับของดองอื่น ๆ
ที่มาของชื่อมีหลายทฤษฎี เช่น “อร่อยจนต้องเบิกตากว้าง” หรือ “ต้องอ้าปากกว้างเวลากิน” แต่ไม่ว่าแบบไหน เมนูนี้ก็เป็นอาหารกล่องที่ชาวจังหวัดคุ้นเคยมาตั้งแต่อดีต
ทุกวันนี้ยังทำกินกันในครัวเรือนทั่วไป และยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นของฝากแนะนำของจังหวัดวากายามะอีกด้วย จึงเป็นเมนูที่อยากให้ลองเมื่อมาเยือน
สำหรับชาวญี่ปุ่น เมนูนี้ใช้วัตถุดิบที่คุ้นเคยอย่างข้าวและทาคานะดองเป็นหลัก ปรุงรสด้วยซอสโชยุ
รสชาติเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง มีกลิ่นหอมเฉพาะของทาคานะและสัมผัสกรุบของก้านผัก ให้ความอร่อยแบบชวนคิดถึง

2. วากายามะราเม็ง
วากายามะราเม็ง เป็นราเม็งท้องถิ่นของวากายามะที่คนท้องถิ่นมักเรียกว่า “จูกะโซบะ”
ทั่วไปแล้ว นอกจากเครื่องอย่างหมูชาชู เมนมะ และต้นหอม ก็มักใส่คามาโบโกะลงไปด้วย
จุดเด่นสำคัญคือสามารถแบ่งได้เป็น 2 สายหลักตามซุปที่เป็นหัวใจของรสชาติ ได้แก่ สไตล์ชะโกะมาเอะ และสไตล์อิเดะ
สไตล์ชะโกะมาเอะใช้ซุปโชยุใส รสค่อนข้างเบาและกินง่าย
ส่วนสไตล์อิเดะเป็นซุปทงคตสึโชยุสีขาวขุ่น รสเข้มข้นแต่ยังมีปลายรสสดชื่น
ทั้งสองแบบต่างก็ได้รับความนิยมมายาวนาน จึงน่าลองชิมเปรียบเทียบรสชาติแบบดั้งเดิมดูสักครั้ง
นอกจากนี้ หลายร้านยังมีไข่ต้มและฮายานาเระซูชิวางไว้บนโต๊ะเป็นเมนูทานเล่นระหว่างรอ
การกินของเหล่านี้ไปพลางระหว่างรอราเม็งก็ถือเป็นสไตล์เฉพาะของวากายามะราเม็งที่ควรรู้ไว้

3. หม้อไฟคุเอะ
คุเอะ หรือปลากะรังชนิดหนึ่งในวงศ์ปลาเก๋า เป็นปลาทะเลหายากที่จับได้เพียงไม่กี่ตัวต่อเดือน จัดเป็นปลาชั้นสูงราคาแพงมาก
ปลาตัวใหญ่บางตัวมีความยาวมากกว่า 2 เมตร เนื้อสีขาวแน่นคล้ายเนื้อสัตว์และมีความอร่อยจนว่ากันว่าเทียบชั้นปลาปักเป้าได้เลย
แม้จะนำไปปรุงได้หลายแบบทั้งทอดหรือย่างถ่าน แต่เมนูที่ดึงรสอร่อยของคุเอะออกมาได้ดีที่สุดคือ “หม้อไฟคุเอะ”
เมื่อทำเป็นหม้อไฟ ไขมันจะละลายออกมาอย่างพอดี ทำให้ได้รสหวานและรสลึกของเนื้อปลาอย่างชัดเจน ยิ่งจิ้มกับซอสพอนสึโชยุก็ยิ่งอร่อยจนหยุดคีบไม่ได้
อีกหนึ่งเสน่ห์คือสัมผัสเด้งนุ่มของหนังปลาที่อุดมด้วยเจลาติน อีกทั้งยังมีคอลลาเจนและโปรตีนสูง จึงเหมาะกับทริปสาว ๆ เช่นกัน
น้ำซุปก็เข้มข้นมาก ผักที่ต้มลงไปก็อร่อยตามไปด้วย และโจ๊กหรืออุด้งที่ปิดท้ายหม้อก็มักเป็นอีกช่วงที่หลายคนรอคอย
ถ้าได้มาวากายามะ อย่าพลาดลิ้มลองคุเอะ วัตถุดิบชั้นเลิศที่แม้แต่นักชิมยังยกนิ้วให้

จุดชมซากุระที่ควรไปในทริปวากายามะช่วงฤดูใบไม้ผลิ
ถ้าได้ไปวากายามะในฤดูใบไม้ผลิ ลองเผื่อเวลาให้กับจุดชมซากุระไว้ด้วยก็น่าจะคุ้มมาก
วัดเนโกโระจิซึ่งได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 100 จุดชมซากุระชื่อดังของญี่ปุ่น มีภาพความงามของซากุระที่กลมกลืนกับสมบัติแห่งชาติและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญจนอยากหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายเก็บไว้
ซากุระยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยบรรยากาศก็เผยเสน่ห์แตกต่างจากช่วงกลางวัน จึงน่าไปชมเช่นกัน
ที่วัดคิมิอิเดระซึ่งขึ้นชื่อเรื่องซากุระบานเร็วที่สุดในคันไซ ดอกโซเมโยชิโนะจะตัดกับเจดีย์สีแดงและประตูวัดอย่างสวยงาม
ส่วนสัญลักษณ์ของเมืองอย่างปราสาทวากายามะก็มีต้นซากุระปลูกราว 500 ต้น และในช่วงบานสะพรั่งก็จะคึกคักด้วยร้านแผงลอยและกิจกรรมต่าง ๆ
แม้สถานที่เหล่านี้จะอยู่ในโซนใกล้เมืองวากายามะ แต่พื้นที่อื่น ๆ ก็มีจุดชมสวย ๆ กระจายอยู่เช่นกัน อย่าลืมลองใส่ไว้ในแผนเที่ยวของคุณ
หลายแห่งมักสวยที่สุดในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี แต่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศและพื้นที่
จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่แต่งแต้มฤดูใบไม้ร่วงในวากายามะ
พอเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง วากายามะก็มีอีกบรรยากาศที่น่าเที่ยวไม่แพ้กันกับช่วงซากุระ
วัดเนโกโระจิที่เป็นจุดชมซากุระยอดนิยม ก็มีชื่อเสียงในฐานะจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีเช่นกัน โดยช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคมจะสวยเด่นด้วยใบเมเปิลสีแดงสดและบรรยากาศชวนประทับใจ
บริเวณวัดที่มีเจดีย์สมบัติแห่งชาติและทางเดินเลียบลำน้ำถือเป็นจุดที่น่าเดินชมเป็นพิเศษ
โคยะซัง ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพุทธนิกายชินงอน ก็เป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงระดับโลก
มีต้นไม้หลากหลายชนิด ทั้งเมเปิล แปะก๊วย และบีช สีเหลือง ส้ม และแดงที่ตัดกันนั้นสวยงามมาก
ในตอนกลางคืนยังมีการประดับไฟ ทำให้ได้เห็นอีกบรรยากาศที่สว่างไสวและชวนฝันจนหลายคนประทับใจ
อีกจุดหนึ่งที่อลังการไม่แพ้กันคือ “ต้นแปะก๊วยยักษ์ฟุกุซาดะ” ซึ่งมีอายุกว่า 400 ปี
หากคุณเดินทางมาวากายามะในฤดูใบไม้ร่วง อยากให้ลองใส่สถานที่เหล่านี้ไว้ในแผนเที่ยวด้วย
หลายแห่งมักเข้าสู่ช่วงสวยที่สุดตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน แต่ก็อาจคลาดเคลื่อนได้ตามสภาพอากาศและพื้นที่
ดังนั้น แนะนำให้ตรวจสอบสถานะใบไม้เปลี่ยนสีก่อนออกเดินทาง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยววากายามะ
Q
ฤดูกาลไหนเหมาะกับการเที่ยววากายามะมากที่สุด?
ช่วงประมาณเดือนกันยายนถึงต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงที่เที่ยวได้สะดวก เพราะความร้อนและความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวเริ่มลดลง และยังเป็นช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีกำลังสวยด้วย
Q
ถ้าเที่ยวแบบครอบครัว มีสถานที่ไหนในวากายามะที่แนะนำบ้าง?
ขอแนะนำ “แอดเวนเจอร์เวิลด์” ที่รวมสวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และสวนสนุกไว้ด้วยกัน รวมถึง “ปอร์โตยุโรป” ที่ให้คุณดื่มด่ำกับบรรยากาศแบบยุโรปยุคกลางได้อย่างเต็มที่
บทสรุป
ตลอดบทความนี้ เราได้พาไปรู้จักทั้งตัวอย่างคอร์สเที่ยววากายามะ จุดน่าสนใจในแต่ละพื้นที่ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม และตั๋วเดินทางสุดคุ้มของ “วากายามะ”
เสน่ห์ของวากายามะอยู่ที่การรวมธรรมชาติ จุดชมวิว อาหารท้องถิ่น และสถานที่ประวัติศาสตร์ไว้ได้ในทริปเดียว
การเดินทางจากเกียวโตและโอซาก้าก็สะดวกมาก จึงเหมาะกับการจัดรวมไว้ในทริปเที่ยวคันไซด้วย
หากอยากเที่ยววากายามะให้เต็มอิ่มยิ่งขึ้น ลองดูบทความนี้เพิ่มเติมซึ่งรวบรวมข้อมูลเรื่องของฝากและที่พักแนะนำไว้อย่างครบถ้วน