เที่ยววากายามะแบบคุ้มค่า ครบทุกเสน่ห์! คู่มือท่องเที่ยววากายามะ

เที่ยววากายามะแบบคุ้มค่า ครบทุกเสน่ห์! คู่มือท่องเที่ยววากายามะ

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

ถ้าคุณกำลังมองหาทริปที่มีทั้งธรรมชาติสวย ๆ และออนเซ็นชื่อดัง “วากายามะ” ก็เป็นจุดหมายที่น่าสนใจมาก
ระหว่างทางยังได้เจอกับสถานที่ประวัติศาสตร์และแหล่งพักผ่อนที่เที่ยวได้ทุกเพศทุกวัย ทำให้ทั้งภูมิภาคเต็มไปด้วยจุดน่าแวะมากมาย
อย่างไรก็ตาม วากายามะมีพื้นที่ทอดยาวจากเหนือจรดใต้ ทำให้การเดินทางอาจค่อนข้างลำบาก จึงควรเลือกวิธีเดินทางให้เหมาะกับจุดหมายและวางแผนทริปอย่างมีประสิทธิภาพ
บทความนี้จะเน้นแนะนำตัวอย่างทริป 2 วัน 1 คืนในวากายามะ พร้อมพาไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม เสน่ห์ของแต่ละแห่ง และการเดินทาง
เราได้รวบรวมข้อมูลสำคัญสำหรับการเที่ยววากายามะไว้อย่างครบถ้วน หวังว่าจะช่วยให้คุณวางแผนทริปได้ง่ายขึ้นจนถึงบรรทัดสุดท้าย

“วากายามะ” เมืองแห่งแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายและโลกอันลึกซึ้งน่าค้นหา

ถ้ามองภาพรวมของภูมิภาคคันไซ วากายามะก็เป็นอีกจังหวัดที่มีบรรยากาศต่างออกไปพอสมควร โดยเกือบ 80% ของพื้นที่เป็นเขตภูเขาที่มีเทือกเขาคิอิเป็นศูนย์กลาง
ที่นี่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติทั้งทะเล ภูเขา และแม่น้ำ จึงมีทิวทัศน์สวยงามตามฤดูกาลและออนเซ็นเก่าแก่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่
มีแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างปราสาทวากายามะและแอดเวนเจอร์เวิลด์ จึงเป็นจุดหมายยอดนิยมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ
ในอีกด้านหนึ่ง ที่นี่ยังเป็นดินแดนที่ทำให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและจิตวิญญาณของชาวญี่ปุ่นมาตั้งแต่อดีต เช่น โคยะซัง และคุมาโนะซันซัง ซึ่งมอบประสบการณ์ลึกซึ้งที่หาไม่ได้จากเมืองใหญ่

มาสัมผัสวัฒนธรรมและจิตวิญญาณแบบญี่ปุ่นที่วากายามะกันเถอะ
มาสัมผัสวัฒนธรรมและจิตวิญญาณแบบญี่ปุ่นที่วากายามะกันเถอะ

อุณหภูมิเฉลี่ยและตัวอย่างการแต่งกายในวากายามะ

วากายามะมีภูมิประเทศทอดยาวจากเหนือจรดใต้ ทำให้บรรยากาศของแต่ละพื้นที่ต่างกันอยู่พอสมควร ภาคเหนือมีฝนค่อนข้างน้อย ส่วนภาคใต้อากาศอบอุ่นตลอดปี แม้สภาพอากาศจะแตกต่างกันไปตามพื้นที่ แต่โดยรวมถือว่าเที่ยวได้สบาย

อุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือนของวากายามะ

- มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม
อุณหภูมิเฉลี่ย (องศา) 6.2 6.7 9.9 15.1 19.7 23.2 27.2 28.4 24.9 19.3 13.8 8.6

ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของวากายามะ

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เหมาะกับแจ็กเก็ตบางหรือเสื้อสเวตเตอร์เนื้อบาง
  • ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางเบา ใส่สบาย เช่น เสื้อแขนสั้น
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบาง ๆ หรือโค้ตกำลังพอดี
  • ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): ควรเตรียมโค้ต สเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ต

การเดินทางไปวากายามะ

ถ้าจะเดินทางเข้าสู่วากายามะจากต่างประเทศ ส่วนใหญ่มักต้องผ่านสนามบินนานาชาติคันไซหรือสนามบินฮาเนดะก่อน เพราะวากายามะไม่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศ
จากโอซาก้าและเกียวโตสามารถเดินทางมาได้สะดวก จึงเหมาะกับการวางแผนเที่ยวร่วมกับทริปคันไซ
นอกจากนี้ จุดเริ่มต้นที่เหมาะสมในวากายามะยังแตกต่างกันไปตามสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องการไป จึงควรตรวจสอบให้ดี
ในที่นี้เราจะอธิบายวิธีเดินทางจากสถานีโอซาก้า สถานีเกียวโต และโตเกียว (สนามบินฮาเนดะ) ไปยังสถานีวากายามะ ซึ่งเป็นสถานีที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากใช้เป็นจุดหมาย

แม้จะมีสนามบิน แต่ไม่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศ จึงไม่สามารถเดินทางตรงจากต่างประเทศได้
แม้จะมีสนามบิน แต่ไม่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศ จึงไม่สามารถเดินทางตรงจากต่างประเทศได้

การเดินทางจากโอซาก้าไปวากายามะ

ถ้าออกเดินทางจากสถานีโอซาก้าไปสถานีวากายามะ วิธีหลักมีดังนี้
โอซาก้าเป็นจุดที่เดินทางสะดวกที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะสามารถไปถึงได้แบบไม่ต้องเปลี่ยนขบวน
จำนวนรถไฟก็มีค่อนข้างมาก จึงเหมาะกับการจัดตารางเดินทางที่ยืดหยุ่น
แม้รถด่วนพิเศษ JR “คุโรชิโอะ” จะมีประมาณชั่วโมงละ 1 ขบวน แต่ใช้เวลาเร็วสุดเพียง 57 นาที
หากต้องการประหยัดค่าเดินทาง แนะนำให้ใช้รถไฟขบวนเร็วหรือรถบัสด่วนพิเศษ

เส้นทาง
ขึ้นรถไฟด่วนพิเศษ JR หรือรถไฟขบวนเร็วจาก “สถานี JR โอซาก้า” และลงที่ “สถานี JR วากายามะ”
※ ระยะเวลาเดินทางต่างกันประมาณ 30 นาที ขึ้นอยู่กับขบวนที่ใช้
ระยะเวลาเดินทาง
ประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที

การเดินทางจากเกียวโตไปวากายามะ

สำหรับการเดินทางจากสถานีเกียวโตไปสถานีวากายามะ สามารถดูวิธีได้ดังนี้
เส้นทางคล้ายกับการเดินทางจากโอซาก้า จึงควรเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองโดยพิจารณาจากเวลาและค่าใช้จ่าย
หากจะไปยังโซนโคยะซัง แนะนำให้ใช้รถบัสด่วนตรงที่เดินทางได้สะดวกกว่า

เส้นทาง
1. ขึ้นรถไฟชินคันเซ็น JR จาก “สถานี JR เกียวโต” แล้วลงที่ “สถานีชินโอซาก้า”
2. จาก “สถานีชินโอซาก้า” ขึ้นรถไฟด่วนพิเศษ JR คุโรชิโอะ แล้วลงที่ “สถานีวากายามะ”
※ ระยะเวลาเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามขบวนที่ใช้
ระยะเวลาเดินทาง
ประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที

การเดินทางจากโตเกียวไปวากายามะ

ถ้าเริ่มต้นจากโตเกียว วิธีที่เหมาะที่สุดคือบินจากสนามบินฮาเนดะไปยังสนามบินนันกิชิราฮามะตามรายละเอียดด้านล่าง
อย่างไรก็ตาม มีเที่ยวบินต่อวันเพียงไม่กี่เที่ยว จึงควรตรวจสอบตารางบินและที่นั่งว่างล่วงหน้า
ถ้าจุดหมายคือโซนชิราฮามะหรือคุชิโมโตะ ก็สามารถเดินทางต่อจากสถานีชิราฮามะไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในบริเวณนั้นได้
นอกจากนี้ หากต้องการไปโซนคุมาโนะ (คุมาโนะซันซัง) ก็มีรถลีมูซีนบัสจากสนามบินนันกิชิราฮามะไปโดยตรง ดังนั้นบางกรณีอาจไม่จำเป็นต้องเข้าไปถึงสถานีวากายามะ

เส้นทาง
1. ขึ้นเครื่องบิน JAL จาก “สนามบินฮาเนดะ” ไปยัง “สนามบินนันกิชิราฮามะ”
2. เดินจาก “สนามบินนันกิชิราฮามะ” ไปยัง “ป้ายรถบัสสนามบินนันกิชิราฮามะ”
3. ขึ้นรถเมโกะบัสจาก “ป้ายรถบัสสนามบินนันกิชิราฮามะ” ลงที่ป้าย “ชิราฮามะ” แล้วเดินต่อไปยังสถานีชิราฮามะ
4. จาก “สถานีชิราฮามะ” ขึ้นรถไฟด่วนพิเศษ JR คุโรชิโอะ แล้วลงที่ “สถานีวากายามะ”
ระยะเวลาเดินทาง
ประมาณ 3 ชั่วโมง 40 นาที

วิธีเดินทางหลักในวากายามะ

ถ้าเที่ยวภายในวากายามะ วิธีเดินทางหลัก ๆ มีอยู่ 3 แบบ คือ รถไฟ JR สายปกติ (สายวากายามะและสายฮันวะ) รถไฟเอกชน (สายหลักนันไค) และรถบัสประจำทาง
หากเลือกใช้รถไฟและรถบัสให้เหมาะกับจุดเริ่มต้นและจุดหมาย การเดินทางจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ภายในจังหวัดมีรถบัสหลายสายมาก จึงควรระวังขึ้นผิดสาย
เราได้สรุปบริษัทเดินรถบัสที่มีโอกาสใช้งานบ่อยในแต่ละพื้นที่ไว้แบบเข้าใจง่ายเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง
อีกทางหนึ่ง ถ้าต้องการเดินทางไปยังโรงแรมหรือเรียวกังที่เข้าถึงยาก การใช้แท็กซี่ก็สะดวกและสบายกว่า

รถบัสประจำทางหลักแยกตามพื้นที่

พื้นที่ใกล้เมืองวากายามะ
Wakayama Bus, Limousine Bus
พื้นที่โคยะซัง
Nankai Rinkai Bus, Koya Marine Liner (เฉพาะเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และช่วงเวลาจำกัด)
พื้นที่อาริดะและฮิดากะ
Arida Tetsudo Bus
พื้นที่ชิราฮามะและคุชิโมโตะ
Meiko Bus
พื้นที่คุมาโนะ
Kumano Kotsu Bus, Meiko Bus
มีรถบัสหลายสายวิ่งให้บริการ ควรตรวจสอบสายรถให้ดีก่อนขึ้น
มีรถบัสหลายสายวิ่งให้บริการ ควรตรวจสอบสายรถให้ดีก่อนขึ้น

ตั๋วเดินทางสุดคุ้มที่ควรใช้เมื่อเที่ยววากายามะ

ถ้าอยากควบคุมค่าเดินทางในทริปวากายามะไว้ให้คุ้ม ลองเริ่มจากตั๋วโดยสารที่ใช้งานสะดวกเหล่านี้ก่อน
พอวางแผนใช้ให้เหมาะกับเส้นทางแล้ว การเดินทางก็คล่องตัวขึ้น และยังมีโอกาสช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากอีกด้วย

ตั๋ว Wakayama Sightseeing Ticket

Wakayama Sightseeing Ticket ที่จำหน่ายโดยรถไฟนันไค (ผู้ใหญ่ 2,080 เยน เด็ก 1,040 เยน) เป็นชุดตั๋วที่รวมตั๋วรถไฟไป-กลับแบบลดราคาและตั๋วรถบัสแบบฟรีพาส 1 วันไว้ด้วยกัน จึงใช้งานสะดวกมาก
ส่วนของรถไฟสามารถใช้ได้จากสถานีที่จำหน่ายตั๋ว (นัมบะ ชินอิมามิยะ เทงกาจายะ สุมิโยชิไทฉะ และซาไก) ไปจนถึงสถานีวากายามะชิ
ส่วนรถบัสใช้ได้กับทุกสายของ Wakayama Bus และ Wakayama Bus Naga (ยกเว้นบางสาย เช่น รถบัสด่วนและรถลีมูซีนบัส)

ทั้งรถไฟและรถบัสคุ้มขึ้นกว่าเดิม พร้อมรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมได้อีก
ทั้งรถไฟและรถบัสคุ้มขึ้นกว่าเดิม พร้อมรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมได้อีก

5 พื้นที่สำคัญในวากายามะที่ควรรู้ก่อนวางแผนเที่ยว

ก่อนเริ่มจัดทริป ลองทำความรู้จักพื้นที่หลักทั้ง 5 โซนของวากายามะกันสักนิด เพราะแต่ละแห่งมีบรรยากาศและเสน่ห์ต่างกันพอสมควร รวมถึงเขตใกล้ตัวเมืองด้วย
ต่อไปนี้เราจะพาไปรู้จักเสน่ห์ของแต่ละพื้นที่และแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมใกล้เคียง
แต่ละพื้นที่อยู่ห่างกันพอสมควร จึงยากที่จะเที่ยวครบทั้งหมดในครั้งเดียว
ลองเลือกพื้นที่ที่สนใจเป็นแกนหลัก แล้วค่อยวางแผนทริปให้เหมาะกับคุณ

“พื้นที่ใกล้เมืองวากายามะ” ที่มีเสน่ห์หลากหลาย

ถ้าเริ่มสำรวจจากตอนเหนือของจังหวัด พื้นที่ใกล้เมืองวากายามะก็เป็นโซนที่เดินทางสะดวกและหยิบจับใส่แพลนได้ง่าย โดยติดกับจังหวัดโอซาก้า และเชื่อมต่อกับทั้งภูมิภาคคันไซรวมถึงจุดหมายอื่น ๆ ในประเทศและต่างประเทศได้สะดวก
เป็นพื้นที่ศูนย์กลางของวากายามะที่มีประชากรมากที่สุดในจังหวัด และคึกคักไปด้วยทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว
ทั่วเมืองที่มีปราสาทวากายามะเป็นสัญลักษณ์หลัก ให้บรรยากาศผ่อนคลายสบาย ๆ ผสมผสานข้อดีของเมืองใหญ่และชนบทเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
ทิวทัศน์ชนบทอันเงียบสงบก็ช่วยเติมอารมณ์การเดินทางได้ไม่น้อย
ภายในเมืองมีชายหาดสำหรับเล่นน้ำถึง 5 แห่ง รวมถึงหาดคาดะ จึงเป็นพื้นที่ที่กิจกรรมทางทะเลอย่างเซิร์ฟและเรือยอชต์ได้รับความนิยม อีกทั้งยังมีอาหารทะเลสดใหม่ให้ลิ้มลอง
นอกจากนี้ยังมีของขึ้นชื่อและอาหารท้องถิ่นมากมาย จึงเหมาะสำหรับสายกินเช่นกัน
ยังมีจุดชมธรรมชาติสวย ๆ อย่างวัดเนโกโระจิ (Negoroji) และสถานที่ชมวิวที่เคยถูกกล่าวถึงในบทกวีโบราณมันโยชู
อีกหนึ่งไฮไลต์คือสายคิชิงาวะและสถานีท้องถิ่นที่มี “ทามะ” นายสถานีแมวชื่อดังเป็นผู้ต้อนรับ

ทิวทัศน์เมืองวากายามะซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของจังหวัด
ทิวทัศน์เมืองวากายามะซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของจังหวัด
วัดเนโกโระจิ จุดที่คุณจะได้สัมผัสทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์พร้อมกัน
วัดเนโกโระจิ จุดที่คุณจะได้สัมผัสทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์พร้อมกัน

พื้นที่โคยะซัง ที่ยังคงมีชีวิตชีวาด้วยวัฒนธรรมพุทธและประเพณีญี่ปุ่น

ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาสู่โซนที่สงบและขรึมขึ้น พื้นที่โคยะซังก็ชวนให้แวะมากทีเดียว โดยอยู่ติดกับโซนใกล้เมืองวากายามะทางตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด และเต็มไปด้วยวัด ศาลเจ้า รวมถึงโบราณสถาน
มีทั้งธรรมชาติและจุดพลังงานที่ช่วยมอบความสงบและความร่มเย็นให้กับผู้มาเยือน จึงเป็นพื้นที่ที่สะท้อนวัฒนธรรมพุทธและประเพณีญี่ปุ่นได้อย่างน่าประทับใจ
หัวใจสำคัญของพื้นที่นี้คือโคยะซัง (Koyasan) ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 1,200 ปี และเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพุทธนิกายชินงอนที่ก่อตั้งโดยโคโบไดชิ คูไค
ภายในพื้นที่กว้างใหญ่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเส้นทางแสวงบุญในเทือกเขาคิอิ” มีวัดหนาแน่นถึง 117 แห่ง และจนถึงปัจจุบันก็ยังมีพระสงฆ์ฝึกปฏิบัติธรรมอยู่ที่นี่
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ควรไปเยือนอย่างยิ่งคือ ดันโจการัน และโอคุโนะอิน ซึ่งเป็นสองจุดสำคัญแห่งความศรัทธา
หากมีโอกาสพักค้างคืน แนะนำให้ลองเข้าพักในชูคุโบะ หรือที่พักภายในวัด/ศาลเจ้า เพื่อสัมผัสวัฒนธรรมศาสนาอย่างใกล้ชิด
คุณยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมปฏิบัติธรรม เช่น คัดพระสูตรและนั่งสมาธิ ซึ่งน่าจะช่วยเติมเต็มจิตใจได้ไม่น้อย
อย่าลืมลิ้มลองโชจินเรียวริ อาหารมังสวิรัติแบบดั้งเดิมที่เน้นผักและถั่วโดยไม่ใช้เนื้อสัตว์หรืออาหารทะเล

โคยะซัง ดินแดนที่อบอวลด้วยความเงียบสงบและบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์
โคยะซัง ดินแดนที่อบอวลด้วยความเงียบสงบและบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์
ถ้าอยากดื่มด่ำวัฒนธรรมวัดและศาลเจ้า ลองพักค้างคืนในชูคุโบะดูสักครั้ง
ถ้าอยากดื่มด่ำวัฒนธรรมวัดและศาลเจ้า ลองพักค้างคืนในชูคุโบะดูสักครั้ง

“พื้นที่อาริดะและฮิดากะ” ที่เที่ยวได้ทั้งบรรยากาศประวัติศาสตร์และวิวสวยตระการตา

ถัดมาคือพื้นที่อาริดะและฮิดากะซึ่งอยู่ตอนกลางของวากายามะ เป็นโซนที่ธรรมชาติดูโดดเด่นและให้บรรยากาศต่างกันไปในแต่ละฤดู
วิวที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของทั้ง 4 ฤดูกาลนั้นนับว่าน่าไปเยือนอย่างยิ่ง
ที่นี่ยังมีของขึ้นชื่อประจำท้องถิ่นมากมาย เช่น ส้มอาริดะและบ๊วยนันโค รวมถึงกิจกรรมเก็บผลไม้ เช่น องุ่นและลูกแพร์ ก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน
แต่ละส่วนของพื้นที่มีเสน่ห์แตกต่างกัน โดยที่สวนสาธารณะทางทะเลชิราซากิในฮิดากะนั้นโดดเด่นด้วยภาพตัดกันของหินปูนสีขาวขนาดมหึมากับทะเลสีน้ำเงินเข้มอย่างสวยงาม
ชายฝั่งที่มองเห็นจากสวนแห่งนี้ซึ่งเชื่อกันว่าเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 250 ล้านปีก่อน ยังได้รับฉายาว่าเป็น “ทะเลอีเจียนแห่งญี่ปุ่น” และเหมาะทั้งสำหรับออโต้แคมป์และดำน้ำ
ส่วนย่านเมืองยูอาสะในอาริดะเป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมสำคัญแห่งเดียวของจังหวัด มีอาคารประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคต้นสมัยใหม่ถึงยุคใหม่เรียงรายอยู่มากมาย
ที่นี่ยังมีชื่อเสียงในฐานะแหล่งกำเนิดโชยุด้วย จึงเหมาะกับการเดินเล่นชมเมืองเก่าอย่างมาก
อีกหนึ่งจุดยอดนิยมที่ไม่ควรพลาดคือเกาะอารางิจิมะ
อย่าลืมเก็บภาพภูมิทัศน์งดงามที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นภูมิทัศน์วัฒนธรรมสำคัญของชาติ

สวนสาธารณะทางทะเลชิราซากิ กับความงามของสีขาวตัดกับสีน้ำเงินเข้มของทะเล
สวนสาธารณะทางทะเลชิราซากิ กับความงามของสีขาวตัดกับสีน้ำเงินเข้มของทะเล
บรรยากาศเมืองเก่ายูอาสะที่อบอวลด้วยเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์
บรรยากาศเมืองเก่ายูอาสะที่อบอวลด้วยเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์

“พื้นที่ชิราฮามะและคุชิโมโตะ” ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ กิจกรรมพักผ่อน และออนเซ็น

ถ้าอยากได้ทริปที่มีบรรยากาศรีสอร์ตชัด ๆ พื้นที่ชิราฮามะและคุชิโมโตะทางตอนใต้ของวากายามะก็ตอบโจทย์มาก เพราะเป็นโซนที่เพลิดเพลินกับทะเล แม่น้ำ และออนเซ็นได้อย่างเต็มที่
ชิราราฮามะ (Shirarahama) ชายหาดโค้งยาวประมาณ 640 เมตร โดดเด่นด้วยทรายขาวละเอียดนุ่ม ให้บรรยากาศชวนให้นึกถึงหาดไวกีกิ และเป็นจุดหมาย 대표ของพื้นที่
ร่มที่ทำจากใบไม้ก็ช่วยเพิ่มบรรยากาศการพักผ่อน และในฤดูร้อนยังมีอีเวนต์อย่างดอกไม้ไฟและโคมไฟอีกด้วย
รอบ ๆ ยังมีสถานที่แช่ออนเซ็นมากมาย จึงเหมาะกับการใช้เวลาผ่อนคลายในช่วงค่ำ
ออนเซ็นที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษและอยากแนะนำคือชิราฮามะออนเซ็น หนึ่งในสามออนเซ็นโบราณของญี่ปุ่น และริวจินออนเซ็นที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำแร่เพื่อผิวสวย
นอกจากนี้ แอดเวนเจอร์เวิลด์ยังมีทั้งโซนพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและสวนสนุก จึงเที่ยวได้สนุกทั้งผู้ใหญ่และเด็ก
ยังมีจุดชมวิวธรรมชาติอีกหลายแห่ง เช่น ฮาชิกุอิวะ, เอ็นเก็ตสึโตะ ที่มีชื่อเสียงเรื่องพระอาทิตย์ตก และเซ็นโจจิกิ หน้าผาสุดอลังการ
เรียกได้ว่าเต็มไปด้วยจุดชมวิวที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นอย่างน่าประทับใจจนเที่ยวไม่หมดในวันเดียว

ชิราราฮามะ ชายหาดสวยงามที่ทอดยาวสุดสายตา
ชิราราฮามะ ชายหาดสวยงามที่ทอดยาวสุดสายตา
เอ็นเก็ตสึโตะ จุดชมพระอาทิตย์ตกที่มีชื่อเสียง
เอ็นเก็ตสึโตะ จุดชมพระอาทิตย์ตกที่มีชื่อเสียง

“พื้นที่คุมาโนะ” ที่ให้คุณสัมผัสประวัติศาสตร์ลึกซึ้งของญี่ปุ่น

อีกโซนที่หลายคนตั้งใจมาเยือนโดยเฉพาะคือพื้นที่คุมาโนะ ซึ่งทอดยาวตั้งแต่ตอนกลางถึงตะวันตกเฉียงใต้ของวากายามะ และให้บรรยากาศลึกลับเงียบขรึมไม่เหมือนที่อื่น
ในบรรดาสถานที่ทั้งหมดนั้น คุมาโนะโคโดะ (คุมาโนะซันซัง) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและได้รับความศรัทธามาตั้งแต่โบราณ ถือเป็นสถานที่ที่มีบรรยากาศโดดเด่นเป็นพิเศษ
เส้นทางแสวงบุญที่แม้แต่จักรพรรดิและชนชั้นสูงในยุคเฮอัน ซึ่งอยู่ในช่วง ค.ศ. 794–1185 ก็เคยใช้เดินทางและสักการะ ยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ดึงดูดผู้แสวงบุญจำนวนมากมาจนถึงปัจจุบัน
ที่นี่ยังได้รับความสนใจในฐานะจุดพลังงานที่เชื่อกันว่านำมาซึ่งพรด้านต่าง ๆ
ที่ศาลเจ้าคุมาโนะฮายาตามะไทฉะ หนึ่งในสามศาลเจ้าคุมาโนะ คุณจะได้เห็นต้นนางิยักษ์อายุกว่า 1,000 ปีซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติภายในบริเวณศาลเจ้า
ส่วนศาลเจ้าคุมาโนะฮงกูไทฉะที่มีบรรยากาศโบราณขรึมเป็นพิเศษ ก็ให้คุณสัมผัสประวัติศาสตร์ผ่านแนวต้นสนซีดาร์และอาคารศาลเจ้ามุงเปลือกไม้ฮิโนกิได้อย่างชัดเจน
พื้นที่นี้ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติสูง และมีความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ทั้งป้ายหลายภาษาและข้อมูลภาษาอังกฤษ
ยังมีโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ที่ช่วยให้คุณสัมผัสเสน่ห์ของคุมาโนะได้ลึกขึ้น หากมีโอกาสก็น่าลองเช่นกัน

“คุมาโนะโคโดะ (คุมาโนะซันซัง)” จุดที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศและทิวทัศน์อันลึกลับ
“คุมาโนะโคโดะ (คุมาโนะซันซัง)” จุดที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศและทิวทัศน์อันลึกลับ

ควรใช้เวลากี่วันจึงจะเที่ยววากายามะได้เต็มอิ่ม

ถ้าดูจากการกระจายตัวของสถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละโซน วากายามะเป็นจังหวัดที่ควรเผื่อเวลาไว้พอสมควร
นอกจากนี้ยังมีไม่น้อยที่ต้องใช้เวลาเที่ยวมาก เพราะพื้นที่กว้างและมีจุดให้ชมจำนวนมาก
ดังนั้น หากอยากสัมผัสเสน่ห์ของแต่ละโซนอย่างเต็มที่ ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 3 วัน 2 คืน
แต่ก็เชื่อว่าหลายคนอาจไม่มีเวลามากขนาดนั้นสำหรับทริปวากายามะ
ถ้าคุณอยากเที่ยววากายามะแบบสั้น ๆ ลองใช้ตัวอย่างคอร์สท่องเที่ยวที่เราจะแนะนำต่อจากนี้เป็นแนวทางได้เลย

หากอยากตระเวนเที่ยวหลายจุดในวากายามะ ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 3 วัน 2 คืน
หากอยากตระเวนเที่ยวหลายจุดในวากายามะ ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 3 วัน 2 คืน

ตัวอย่างทริป 2 วัน 1 คืน เที่ยววากายามะให้คุ้มในเวลาสั้น

สำหรับคนที่มีเวลาไม่มาก ลองดูทริปตัวอย่าง 2 วัน 1 คืนนี้ไว้เป็นไอเดียได้เลย
เราออกแบบคอร์สนี้ให้คุณได้สัมผัสเสน่ห์ของวากายามะผ่านแหล่งท่องเที่ยวเด่นในโซนชิราฮามะ–คุชิโมโตะ และโซนคุมาโนะ
เนื่องจากสถานที่เหล่านี้อยู่ห่างจากสถานีวากายามะและย่านตัวเมือง จึงควรระวังเรื่องจุดเริ่มต้นของทริป
หากยังลังเลว่าจะจัดแผนเที่ยวอย่างไร ลองใช้รายละเอียดต่อจากนี้เป็นแนวทางได้เลย

วันที่ 1: ผ่อนคลายกับวิวสวยและออนเซ็นในโซนชิราฮามะ–คุชิโมโตะ

วันแรกของทริปตัวอย่าง เราจะมุ่งหน้าไปยังโซนชิราฮามะ–คุชิโมโตะ เพื่อดื่มด่ำกับวิวธรรมชาติอันงดงามและออนเซ็นอย่างเต็มที่
เราออกแบบตารางให้เริ่มต้นด้วยออนเซ็นที่มีบรรยากาศพิเศษไม่เหมือนใคร และปิดท้ายวันด้วยออนเซ็นอีกครั้ง เพื่อให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์นอกชีวิตประจำวันตลอดทั้งวัน
ระหว่างทางยังแวะไปที่แอดเวนเจอร์เวิลด์ ซึ่งคุณจะได้สนุกกับรถไฟเหาะและโชว์โลมากับสิงโตทะเล จึงเป็นวันที่ครบทั้งการพักผ่อนและกิจกรรมสนุก ๆ
แม้แต่ระหว่างการเดินทางก็ยังมีวิวทิวทัศน์และบรรยากาศเมืองให้ชมเพลิน ทำให้เป็นแพลนที่แน่นและคุ้มค่าตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

07:50 เริ่มต้นจากสถานี JR ชิราฮามะ

วันแรกเริ่มต้นที่สถานี JR ชิราฮามะ
ก่อนอื่นให้นั่งเมโกะบัสไปยังป้าย “ชินยูซากิ” แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาทีไปยัง “ชิราฮามะออนเซ็น ซากิโนะยู”

สถานี JR ชิราฮามะ จุดเริ่มต้นของโปรแกรมวันที่ 1
สถานี JR ชิราฮามะ จุดเริ่มต้นของโปรแกรมวันที่ 1

08:30 แช่ออนเซ็นยามเช้าที่ “ชิราฮามะออนเซ็น ซากิโนะยู” พร้อมวิวสุดยอด

ชิราฮามะออนเซ็น ซากิโนะยู เป็นออนเซ็นโบราณที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างมาก โดยมีบันทึกปรากฏอยู่ในนิฮงโชกิและมันโยชู ซึ่งเป็นเอกสารประวัติศาสตร์และรวมบทกวีโบราณที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น
จุดเด่นคือบ่ออาบน้ำกลางแจ้งที่มองเห็นมหาสมุทรแปซิฟิกได้แบบเต็มตา และคุณน่าจะประทับใจกับภาพคลื่นซัดกระทบเบื้องหน้าอย่างทรงพลัง
เมื่อได้แช่ตัวในบ่อหินธรรมชาติ คุณจะสัมผัสทั้งเสียงคลื่น ลมทะเล และกลิ่นอายธรรมชาติ พร้อมเพลิดเพลินกับความรู้สึกเปิดโล่งอย่างยอดเยี่ยม
คุณภาพน้ำแร่ที่เชื่อกันว่าดีต่ออาการปวดเส้นประสาทและโรคของสตรีก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
โปรดทราบว่าเพื่อปกป้องทะเล จึงไม่สามารถใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดภายในบ่อได้

ออนเซ็นโบราณที่มีบันทึกอยู่ในนิฮงโชกิและมันโยชู ใช้เวลาผ่อนคลายพร้อมชมวิวทะเลได้อย่างเต็มอิ่ม
ออนเซ็นโบราณที่มีบันทึกอยู่ในนิฮงโชกิและมันโยชู ใช้เวลาผ่อนคลายพร้อมชมวิวทะเลได้อย่างเต็มอิ่ม

09:40 สัมผัสความยิ่งใหญ่และความงามจากธรรมชาติที่ “ซันดันเบกิ”

หลังจากดื่มด่ำกับวิวสวยที่ออนเซ็นแล้ว ให้นั่งเมโกะบัสจากชินยูซากิอีกครั้งมุ่งหน้าไปยังซันดันเบกิ (ลงที่ซันดันเบกิแล้วเดินต่อไม่กี่นาที)
ซันดันเบกิ (Sandanbeki) เป็นหน้าผาสูงชันราว 50 เมตร ที่สะท้อนทั้งความงามจากการรังสรรค์ของธรรมชาติและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์
ภาพคลื่นคุโรชิโอะซัดกระแทกชายฝั่งอย่างต่อเนื่องตลอดแนวยาวประมาณ 2 กิโลเมตรนั้นน่าประทับใจอย่างยิ่ง
ใกล้จุดชมวิวซึ่งได้รับการรับรองให้เป็น “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคู่รัก” ยังมีอนุสาวรีย์รูปหัวใจ เหมาะสำหรับคู่รักที่อยากเก็บความทรงจำพิเศษร่วมกัน

หน้าผาสูงชันสุดตระการตา ที่คลื่นคุโรชิโอะซัดกระแทกอย่างรุนแรง
หน้าผาสูงชันสุดตระการตา ที่คลื่นคุโรชิโอะซัดกระแทกอย่างรุนแรง

11:20 พบกับเหล่าสัตว์น่ารักที่ “แอดเวนเจอร์เวิลด์”

หลังจากตื่นตากับวิวของซันดันเบกิแล้ว ให้นั่งเมโกะบัสต่อไปยังแอดเวนเจอร์เวิลด์ (ใช้เวลาประมาณ 15 นาที)
แอดเวนเจอร์เวิลด์เป็นธีมพาร์กที่รวมสวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และสวนสนุกไว้ในที่เดียว จึงเหมาะกับทุกช่วงวัย
ที่นี่คุณจะได้พบกับสัตว์น่ารักถึง 1,400 ตัว จาก 140 สายพันธุ์ รวมถึงโลมาและเพนกวินที่ได้รับความนิยมมาก

มารีนไลฟ์ “Smiles” โชว์สุดตื่นตาของวาฬและโลมา
มารีนไลฟ์ “Smiles” โชว์สุดตื่นตาของวาฬและโลมา

14:40 ชมฮาชิกุอิวะจากรถด่วนพิเศษ “คุโรชิโอะ”

หลังจากสนุกกับแอดเวนเจอร์เวิลด์แล้ว ให้นั่งรถบัสกลับไปยังสถานี JR ชิราฮามะ (ใช้เวลาประมาณ 10 นาที) แล้วขึ้นรถด่วนพิเศษ “คุโรชิโอะ” ขบวนเวลา 14:43
จากนั้นใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีไปยังสถานีคิอิคัตสึอุระ ซึ่งเป็นสถานีใกล้ที่สุดของจุดหมายถัดไป “นันกิคัตสึอุระออนเซ็น”
ระหว่างทางจะพักผ่อนหรือพูดคุยกันตามสบายก็ได้ แต่ห้ามพลาด “ฮาชิกุอิวะ” ที่จะปรากฏให้เห็นใกล้สถานีคุชิโมโตะ (มีประกาศจากพนักงานบนรถ)
ลองเพลิดเพลินกับ “ฮาชิกุอิวะ” งานศิลป์แห่งธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของคลื่น และเรียงตัวเป็นแนวยาวสวยงามผ่านหน้าต่างรถไฟ

เสาหินเรียงตัวต่อเนื่องยาวประมาณ 850 เมตร จุดชมวิวเอกลักษณ์เด่นที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในที่สุดของวากายามะ
เสาหินเรียงตัวต่อเนื่องยาวประมาณ 850 เมตร จุดชมวิวเอกลักษณ์เด่นที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในที่สุดของวากายามะ

16:20 เดินเล่นและชิมของอร่อยที่ “นันกิคัตสึอุระออนเซ็น”

นันกิคัตสึอุระออนเซ็น ซึ่งผุดขึ้นใกล้กับศาลเจ้านาจิ หนึ่งในคุมาโนะซันซัง เป็นเมืองออนเซ็นตัวแทนของวากายามะที่มีแหล่งน้ำพุมากกว่า 100 แห่ง
เสน่ห์สำคัญคือการได้แช่ออนเซ็นพร้อมชมวิวหินรูปร่างแปลกตา โขดหิน และเกาะเล็กเกาะน้อยที่ลอยอยู่ในอ่าวแบบชายฝั่งเรียส
คุณสามารถเดินเล่นแวะออนเซ็นสาธารณะหรือแช่บ่อแช่เท้าไปพลาง ๆ เพื่อทบทวนการเดินทางตลอดทั้งวันได้เช่นกัน
อีกหนึ่งจุดเด่นของเมืองนาจิคัตสึอุระก็คือเป็นแหล่งขึ้นปลาทูน่าปริมาณมากติดอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น
อย่าลืมแวะร้านอาหารหรือตลาดในบริเวณใกล้เคียงเพื่อชิมเมนูทูน่าสดใหม่กันด้วย

เมืองออนเซ็นริมทะเลเชิงเขานาจิ แหล่งรวมมรดกโลก ที่มีน้ำพุร้อนผุดขึ้นถึง 175 สาย
เมืองออนเซ็นริมทะเลเชิงเขานาจิ แหล่งรวมมรดกโลก ที่มีน้ำพุร้อนผุดขึ้นถึง 175 สาย

19:00 ผ่อนคลายในออนเซ็นถ้ำของ “Hotel Urashima”

แม้ที่นันกิคัตสึอุระออนเซ็นจะมีที่พักให้เลือกมากมาย แต่ที่พักคืนแรกที่อยากแนะนำคือ “โฮเทลอุราชิมะ”
โรงแรมขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของญี่ปุ่นแห่งนี้มีจุดเด่นที่สุดคือประสบการณ์แช่ออนเซ็นในถ้ำธรรมชาติที่ไม่เหมือนใคร
จากบ่อน้ำพุร้อนในถ้ำทั้งหมด 5 แห่งนั้น จุดที่น่าประทับใจเป็นพิเศษคือ “โบคิโด” ซึ่งมองเห็นมหาสมุทรแปซิฟิกได้กว้างไกล และ “เก็นบูโด” ที่ให้คุณสัมผัสผิวหินได้อย่างใกล้ชิด
ภายในโรงแรมยังมีจุดน่าสนใจอย่างศาลเจ้าอุราชิมะอินาริซึ่งถือเป็นจุดพลังงาน และจุดชมวิวที่มองเห็นทัศนียภาพได้แบบ 360 องศา ก็น่าแวะไปเช่นกัน

นั่งเรือจากท่าเรือไปถึงได้เลย! เรียวกังออนเซ็นขนาดใหญ่ที่โด่งดังเรื่องอ่างอาบน้ำถ้ำขนาดมหึมา
นั่งเรือจากท่าเรือไปถึงได้เลย! เรียวกังออนเซ็นขนาดใหญ่ที่โด่งดังเรื่องอ่างอาบน้ำถ้ำขนาดมหึมา

วันที่ 2: สัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นในโซนคุมาโนะ

วันที่สองของทริปจะพาไปต่อในโซนคุมาโนะ เพื่อค่อย ๆ ซึมซับทั้งวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมและธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
คุณจะได้ไปเยือนคุมาโนะซันซัง ซึ่งเป็นตัวแทนสำคัญของความเชื่อคุมาโนะที่สร้างโลกทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมรับพลังศักดิ์สิทธิ์และพรต่าง ๆ ไปทีละแห่งตามลำดับ
จากนั้นปิดท้ายด้วยการผ่อนคลายในออนเซ็นที่ผู้เดินทางแสวงบุญคุมาโนะเคยใช้ชำระล้างกายใจ พร้อมสัมผัสเสน่ห์ของเมืองน้ำพุร้อนเก่าแก่
เนื่องจากเป็นตารางที่เริ่มตั้งแต่เช้ามาก และมีทั้งระยะทางเดินทางกับการเดินเท้าค่อนข้างมาก จึงควรพักผ่อนให้เพียงพอตั้งแต่คืนก่อนหน้า

07:20 เริ่มต้นจากสถานี JR คิอิคัตสึอุระ

วันที่ 2 เริ่มต้นเมื่อกลับมาถึงสถานี JR คิอิคัตสึอุระ
จากที่นี่ให้นั่งรถบัสมุ่งหน้าไปยังศาลเจ้าคุมาโนะนาจิไทฉะ

สถานี JR คิอิคัตสึอุระ จุดเริ่มต้นของโปรแกรมวันที่ 2
สถานี JR คิอิคัตสึอุระ จุดเริ่มต้นของโปรแกรมวันที่ 2

08:00 เดินชม “ศาลเจ้าคุมาโนะนาจิไทฉะ” ที่เต็มไปด้วยไฮไลต์น่าสนใจ

ศาลเจ้าคุมาโนะนาจิไทฉะ หนึ่งในคุมาโนะซันซัง มีประวัติยาวนานกว่า 1,700 ปี และเคยรุ่งเรืองในฐานะศูนย์กลางของแนวคิดชินบุสึชูโก ที่ผสานความเชื่อของเทพเจ้าและพระพุทธเข้าด้วยกัน
เทพประธาน คุมาโนะฟุซูมิโนะโอคามิ เป็นที่เคารพในฐานะเทพแห่งความสัมพันธ์และการผูกวาสนา
ในอาคารหลักทั้ง 6 หลังมีจุดน่าสนใจมากมาย รวมถึง “หินอีกา” ที่เชื่อกันว่าเป็นร่างแปลงของยาตาการาสุ
ระหว่างทางขึ้นบันไดหิน “ไดมงซากะ” ไปยังอาคารหลัก ยังมีจุดเด่นอย่าง “สะพานฟุริกาเสะ” ซึ่งเป็นเส้นแบ่งระหว่างโลกมนุษย์กับเขตศักดิ์สิทธิ์ และ “ต้นสนคู่” อายุกว่า 800 ปี ที่น่าแวะชมเช่นกัน

หนึ่งในคุมาโนะซันซัง ศาลเจ้าที่เชื่อว่าช่วยผูกความสัมพันธ์และสมหวังในสิ่งต่าง ๆ พร้อมจุดชมมากมาย เช่น ต้นการบูรใหญ่อายุ 850 ปี
หนึ่งในคุมาโนะซันซัง ศาลเจ้าที่เชื่อว่าช่วยผูกความสัมพันธ์และสมหวังในสิ่งต่าง ๆ พร้อมจุดชมมากมาย เช่น ต้นการบูรใหญ่อายุ 850 ปี

08:30 สัมผัสพลังแห่งธรรมชาติที่ “น้ำตกนาจิ” น้ำตกที่มีความต่างระดับสูงที่สุดในญี่ปุ่น

เมื่อมาเยือนศาลเจ้าคุมาโนะนาจิไทฉะแล้ว อย่าลืมแวะไปชมน้ำตกนาจิซึ่งเป็นจุดชมวิวภายในเขตศักดิ์สิทธิ์และได้รับการเคารพในฐานะร่างแทนของเทพเจ้า
น้ำตกแห่งนี้สูง 133 เมตร ปากน้ำตกกว้าง 13 เมตร แอ่งน้ำลึกอย่างน้อย 10 เมตร และมีปริมาณน้ำไหลประมาณ 1 ตันต่อวินาที ถือเป็นน้ำตกที่มีความต่างระดับสูงที่สุดในญี่ปุ่น และยิ่งใหญ่ตระการตาอย่างแท้จริง
จุดชมที่ดีที่สุดคือ “เวทีสักการะโอทากิ” ซึ่งสามารถมองเห็นน้ำตกได้ตรงหน้าและใกล้จนรู้สึกถึงละอองน้ำ
อยากให้ลองชิมน้ำจากแอ่งน้ำตกที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่ออายุยืนและสุขภาพที่ดีด้วย (300 เยน)

จุดชมวิวชื่อดังของวากายามะ น้ำตกที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นและเป็นสถานที่ที่นักพรตคุมาโนะมาเยือนกันมาตั้งแต่โบราณ
จุดชมวิวชื่อดังของวากายามะ น้ำตกที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นและเป็นสถานที่ที่นักพรตคุมาโนะมาเยือนกันมาตั้งแต่โบราณ

11:20 ดื่มด่ำบรรยากาศและโลกทัศน์เฉพาะตัวที่ “ศาลเจ้าคุมาโนะฮายาตามะไทฉะ”

หลังจากชมน้ำตกนาจิแล้ว ให้นั่งรถบัสต่อไปยังป้ายฮายาตามะไทฉะมาเอะหรือชินโยคินโกะมาเอะ
เดินจากป้ายรถบัสเพียงไม่กี่นาที ก็จะพบกับศาลเจ้าคุมาโนะฮายาตามะไทฉะ ซึ่งเป็นหนึ่งในคุมาโนะซันซัง
เมื่อเดินผ่านเสาโทริอิสีแดงสดเข้าสู่เขตศาลเจ้า คุณน่าจะรู้สึกสงบลงท่ามกลางบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์และโลกทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์
ที่นี่ยังเก็บรักษาวัตถุศักดิ์สิทธิ์โบราณมากกว่า 1,200 ชิ้น เช่น กล่องเครื่องเขินและเชือกถักคุมิฮิโมะ จึงมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูงมาก
ความกลมกลืนระหว่างธรรมชาติกับหมู่ต้นไม้เขียวขจี โดยเฉพาะต้นนางิศักดิ์สิทธิ์ ก็เป็นอีกเสน่ห์ที่งดงามไม่แพ้กัน

มรดกโลกของยูเนสโก หนึ่งในคุมาโนะซันซังที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ดินแดนแห่งการฟื้นคืน”
มรดกโลกของยูเนสโก หนึ่งในคุมาโนะซันซังที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ดินแดนแห่งการฟื้นคืน”

13:20 สัมผัสประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ “ศาลเจ้าคุมาโนะฮงกูไทฉะ”

หลังจากไปเยือนศาลเจ้าคุมาโนะนาจิไทฉะและศาลเจ้าคุมาโนะฮายาตามะไทฉะแล้ว จุดหมายต่อไปคือศาลเจ้าคุมาโนะฮงกูไทฉะ ศูนย์กลางใหญ่ของศาลเจ้าคุมาโนะทั่วญี่ปุ่น
นั่งรถบัสไปลงที่ป้ายฮงกูไทฉะมาเอะ แล้วเดินต่ออีกไม่กี่นาทีก็จะถึง
เมื่อก้าวขึ้นบันไดหิน 158 ขั้นไปยังอาคารหลัก คุณจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศสงบร่มเย็นที่ชวนให้นึกถึงประวัติศาสตร์อันยาวนาน
ภายในบริเวณศาลเจ้า อย่าลืมหาสัญลักษณ์ยาตาการาสุ อีกาสามขาที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเทพผู้ชี้ทาง
หากมีเวลา การเข้าร่วมพิธีสวดขอพรก็น่าสนใจเช่นกัน เพราะที่นี่คือหนึ่งในดินแดนศักดิ์สิทธิ์สำคัญมาตั้งแต่อดีต ※ ค่าพิธีเริ่มต้น 5,000 เยน

มีเสาโทริอิใหญ่สูงประมาณ 34 เมตรเป็นสัญลักษณ์ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของการแสวงบุญคุมาโนะ
มีเสาโทริอิใหญ่สูงประมาณ 34 เมตรเป็นสัญลักษณ์ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของการแสวงบุญคุมาโนะ

17:00 ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าที่ “ยูโนะมิเนะออนเซ็น” ออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น

เมื่อมาเยือนศาลเจ้าคุมาโนะฮงกูไทฉะและสักการะครบทั้งคุมาโนะซันซังแล้ว ก็ถึงเวลาไปผ่อนคลายที่ยูโนะมิเนะออนเซ็น
จากป้ายฮงกูไทฉะมาเอะ สามารถนั่งรถบัส Nara Kotsu ไปได้ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที เดินทางสะดวกพอสมควร
ยูโนะมิเนะออนเซ็นเป็นที่รู้จักในฐานะออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยมีประวัติยาวนานประมาณ 1,800 ปี
ที่นี่เป็นน้ำพุร้อนชื่อดังที่เหล่านักแสวงบุญคุมาโนะเคยใช้ชำระร่างกาย และจนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงบรรยากาศเมืองออนเซ็นแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างน่าประทับใจ
โดยเฉพาะ “สึโบะยู” โรงอาบน้ำสาธารณะแห่งเดียวในโลกที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และเชื่อกันว่าสีน้ำจะเปลี่ยนถึง 7 ครั้งต่อวัน เป็นจุดที่อยากให้ลองไปสัมผัสด้วยตัวเอง

ออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น เคยรุ่งเรืองในฐานะสถานที่ชำระล้างกายใจก่อนการแสวงบุญคุมาโนะ
ออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น เคยรุ่งเรืองในฐานะสถานที่ชำระล้างกายใจก่อนการแสวงบุญคุมาโนะ

เส้นทางคุมาโนะโคโดะ ทริปเข้มข้นที่ให้คุณสัมผัสประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และจิตวิญญาณของญี่ปุ่น

ถ้าคุณสนใจโซนคุมาโนะอยู่แล้ว การเพิ่มคุมาโนะโคโดะเข้าไปในทริปก็น่าสนใจมาก
สำหรับคนที่อยากรู้จักให้ชัดขึ้น คุมาโนะโคโดะ หรืออีกชื่อหนึ่งว่าเส้นทางแสวงบุญคุมาโนะ เป็นชื่อเรียกรวมของเส้นทางแสวงบุญที่เชื่อมไปยังศาลเจ้าทั้ง 3 แห่งของคุมาโนะซันซัง ได้แก่ ศาลเจ้าคุมาโนะฮายาตามะไทฉะ ศาลเจ้าคุมาโนะนาจิไทฉะ และศาลเจ้าคุมาโนะฮงกูไทฉะ
เส้นทางนี้พาดผ่าน 5 จังหวัด ได้แก่ วากายามะ นารา มิเอะ โอซาก้า และเกียวโต รวมระยะทางยาวถึง 1,000 กิโลเมตร
ในปี ค.ศ. 2004 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในฐานะส่วนหนึ่งของ “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเส้นทางแสวงบุญในเทือกเขาคิอิ”
การแสวงบุญคุมาโนะ หรือการสักการะคุมาโนะซันซัง ยังถูกขนานนามว่าเป็นต้นกำเนิดของการเดินทางแบบญี่ปุ่น และจนถึงปัจจุบันก็ยังมีผู้คนจำนวนมากมาเยือนเพื่อตามรอยความศรัทธาของคนในอดีต
คุมาโนะโคโดะได้รับการยกย่องว่าเป็น “สถานที่ที่คุ้มค่ากับการตั้งใจเดินทางไป” เพราะบรรยากาศลึกลับและวิวธรรมชาติอันงดงามจะค่อย ๆ เปิดขึ้นระหว่างทาง อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้คุณหันกลับมาทบทวนตัวเองและชำระจิตใจได้อีกด้วย

เส้นทางและวิธีเที่ยวคุมาโนะโคโดะ

ถ้าจะเริ่มวางแผนเดินคุมาโนะโคโดะก่อนอื่นควรรู้ว่า เส้นทางหลักแบ่งออกได้เป็น 6 เส้นทางใหญ่ ได้แก่ คิอิจิ, โคเฮจิ, นาคาเฮจิ, โอเฮจิ, อิเสะจิ และโอมิเนะโอกุงาเกะมิจิ
แม้ระยะเวลาและระดับความยากจะต่างกัน แต่หากต้องการเดินให้ครบอย่างจริงจัง ควรมีเวลาอย่างน้อย 4–5 วัน
ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงเลือกสนุกกับการเดินเทรกกิงเฉพาะบางช่วงของเส้นทางแทน
เส้นทางนี้มีประวัติศาสตร์ของการเปิดรับผู้คนหลากหลายมาโดยตลอด และคุณสามารถเลือกวิธีเดินในแบบของตัวเองได้อย่างอิสระ
หากนำคอร์สเที่ยวโซนคุมาโนะมาผสมกับเส้นทางคุมาโนะโคโดะ ก็จะได้ทริปแบบเฉพาะตัวที่น่าสนใจไม่น้อย

คุมาโนะโคโดะ เส้นทางที่คุณจะได้สนุกกับการเดินเทรกกิงท่ามกลางบรรยากาศลึกลับและวิวธรรมชาติอันงดงาม
คุมาโนะโคโดะ เส้นทางที่คุณจะได้สนุกกับการเดินเทรกกิงท่ามกลางบรรยากาศลึกลับและวิวธรรมชาติอันงดงาม

3 เมนูท้องถิ่นที่ต้องลองในวากายามะ

ถ้าไปถึงวากายามะแล้ว เรื่องของกินก็คงพลาดไม่ได้
วากายามะขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งเพาะปลูกผลไม้ และยังเต็มไปด้วยอาหารพื้นบ้านดั้งเดิมกับเมนูอร่อยมากมาย
เราได้เลือกเมนูยอดนิยมที่เป็นตัวแทนของวากายามะมาให้แล้ว ถ้าได้ไปเที่ยว อย่าลืมลองชิมกันให้ได้

1. เมฮาริซูชิ

เมฮาริซูชิ อาหารพื้นบ้านของจังหวัดวากายามะ โดยเฉพาะแถบคุมาโนะ เป็นข้าวปั้นทรงรีที่ห่อด้วยใบผักกาดดองทาคานะแบบดองอ่อน
เดิมทีนิยมใช้ข้าวบาร์เลย์ แต่ปัจจุบันมักใช้ข้าวขาว และโดยทั่วไปจะนำส่วนก้านของทาคานะมาเป็นไส้ร่วมกับของดองอื่น ๆ
ที่มาของชื่อมีหลายทฤษฎี เช่น “อร่อยจนต้องเบิกตากว้าง” หรือ “ต้องอ้าปากกว้างเวลากิน” แต่ไม่ว่าแบบไหน เมนูนี้ก็เป็นอาหารกล่องที่ชาวจังหวัดคุ้นเคยมาตั้งแต่อดีต
ทุกวันนี้ยังทำกินกันในครัวเรือนทั่วไป และยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นของฝากแนะนำของจังหวัดวากายามะอีกด้วย จึงเป็นเมนูที่อยากให้ลองเมื่อมาเยือน
สำหรับชาวญี่ปุ่น เมนูนี้ใช้วัตถุดิบที่คุ้นเคยอย่างข้าวและทาคานะดองเป็นหลัก ปรุงรสด้วยซอสโชยุ
รสชาติเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง มีกลิ่นหอมเฉพาะของทาคานะและสัมผัสกรุบของก้านผัก ให้ความอร่อยแบบชวนคิดถึง

“เมฮาริซูชิ” ข้าวปั้นทรงรีห่อด้วยใบผักกาดทาคานะดองอ่อน
“เมฮาริซูชิ” ข้าวปั้นทรงรีห่อด้วยใบผักกาดทาคานะดองอ่อน

2. วากายามะราเม็ง

วากายามะราเม็ง เป็นราเม็งท้องถิ่นของวากายามะที่คนท้องถิ่นมักเรียกว่า “จูกะโซบะ”
ทั่วไปแล้ว นอกจากเครื่องอย่างหมูชาชู เมนมะ และต้นหอม ก็มักใส่คามาโบโกะลงไปด้วย
จุดเด่นสำคัญคือสามารถแบ่งได้เป็น 2 สายหลักตามซุปที่เป็นหัวใจของรสชาติ ได้แก่ สไตล์ชะโกะมาเอะ และสไตล์อิเดะ
สไตล์ชะโกะมาเอะใช้ซุปโชยุใส รสค่อนข้างเบาและกินง่าย
ส่วนสไตล์อิเดะเป็นซุปทงคตสึโชยุสีขาวขุ่น รสเข้มข้นแต่ยังมีปลายรสสดชื่น
ทั้งสองแบบต่างก็ได้รับความนิยมมายาวนาน จึงน่าลองชิมเปรียบเทียบรสชาติแบบดั้งเดิมดูสักครั้ง
นอกจากนี้ หลายร้านยังมีไข่ต้มและฮายานาเระซูชิวางไว้บนโต๊ะเป็นเมนูทานเล่นระหว่างรอ
การกินของเหล่านี้ไปพลางระหว่างรอราเม็งก็ถือเป็นสไตล์เฉพาะของวากายามะราเม็งที่ควรรู้ไว้

วากายามะราเม็ง เมนูดังที่มีชื่อเสียงทั่วญี่ปุ่น
วากายามะราเม็ง เมนูดังที่มีชื่อเสียงทั่วญี่ปุ่น

3. หม้อไฟคุเอะ

คุเอะ หรือปลากะรังชนิดหนึ่งในวงศ์ปลาเก๋า เป็นปลาทะเลหายากที่จับได้เพียงไม่กี่ตัวต่อเดือน จัดเป็นปลาชั้นสูงราคาแพงมาก
ปลาตัวใหญ่บางตัวมีความยาวมากกว่า 2 เมตร เนื้อสีขาวแน่นคล้ายเนื้อสัตว์และมีความอร่อยจนว่ากันว่าเทียบชั้นปลาปักเป้าได้เลย
แม้จะนำไปปรุงได้หลายแบบทั้งทอดหรือย่างถ่าน แต่เมนูที่ดึงรสอร่อยของคุเอะออกมาได้ดีที่สุดคือ “หม้อไฟคุเอะ”
เมื่อทำเป็นหม้อไฟ ไขมันจะละลายออกมาอย่างพอดี ทำให้ได้รสหวานและรสลึกของเนื้อปลาอย่างชัดเจน ยิ่งจิ้มกับซอสพอนสึโชยุก็ยิ่งอร่อยจนหยุดคีบไม่ได้
อีกหนึ่งเสน่ห์คือสัมผัสเด้งนุ่มของหนังปลาที่อุดมด้วยเจลาติน อีกทั้งยังมีคอลลาเจนและโปรตีนสูง จึงเหมาะกับทริปสาว ๆ เช่นกัน
น้ำซุปก็เข้มข้นมาก ผักที่ต้มลงไปก็อร่อยตามไปด้วย และโจ๊กหรืออุด้งที่ปิดท้ายหม้อก็มักเป็นอีกช่วงที่หลายคนรอคอย
ถ้าได้มาวากายามะ อย่าพลาดลิ้มลองคุเอะ วัตถุดิบชั้นเลิศที่แม้แต่นักชิมยังยกนิ้วให้

อาหารพื้นบ้านที่ใช้คุเอะ วัตถุดิบชั้นเลิศ เป็นเมนูหลัก
อาหารพื้นบ้านที่ใช้คุเอะ วัตถุดิบชั้นเลิศ เป็นเมนูหลัก

จุดชมซากุระที่ควรไปในทริปวากายามะช่วงฤดูใบไม้ผลิ

ถ้าได้ไปวากายามะในฤดูใบไม้ผลิ ลองเผื่อเวลาให้กับจุดชมซากุระไว้ด้วยก็น่าจะคุ้มมาก
วัดเนโกโระจิซึ่งได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 100 จุดชมซากุระชื่อดังของญี่ปุ่น มีภาพความงามของซากุระที่กลมกลืนกับสมบัติแห่งชาติและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญจนอยากหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายเก็บไว้
ซากุระยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยบรรยากาศก็เผยเสน่ห์แตกต่างจากช่วงกลางวัน จึงน่าไปชมเช่นกัน
ที่วัดคิมิอิเดระซึ่งขึ้นชื่อเรื่องซากุระบานเร็วที่สุดในคันไซ ดอกโซเมโยชิโนะจะตัดกับเจดีย์สีแดงและประตูวัดอย่างสวยงาม
ส่วนสัญลักษณ์ของเมืองอย่างปราสาทวากายามะก็มีต้นซากุระปลูกราว 500 ต้น และในช่วงบานสะพรั่งก็จะคึกคักด้วยร้านแผงลอยและกิจกรรมต่าง ๆ
แม้สถานที่เหล่านี้จะอยู่ในโซนใกล้เมืองวากายามะ แต่พื้นที่อื่น ๆ ก็มีจุดชมสวย ๆ กระจายอยู่เช่นกัน อย่าลืมลองใส่ไว้ในแผนเที่ยวของคุณ
หลายแห่งมักสวยที่สุดในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี แต่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศและพื้นที่

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่แต่งแต้มฤดูใบไม้ร่วงในวากายามะ

พอเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง วากายามะก็มีอีกบรรยากาศที่น่าเที่ยวไม่แพ้กันกับช่วงซากุระ
วัดเนโกโระจิที่เป็นจุดชมซากุระยอดนิยม ก็มีชื่อเสียงในฐานะจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีเช่นกัน โดยช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคมจะสวยเด่นด้วยใบเมเปิลสีแดงสดและบรรยากาศชวนประทับใจ
บริเวณวัดที่มีเจดีย์สมบัติแห่งชาติและทางเดินเลียบลำน้ำถือเป็นจุดที่น่าเดินชมเป็นพิเศษ
โคยะซัง ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพุทธนิกายชินงอน ก็เป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงระดับโลก
มีต้นไม้หลากหลายชนิด ทั้งเมเปิล แปะก๊วย และบีช สีเหลือง ส้ม และแดงที่ตัดกันนั้นสวยงามมาก
ในตอนกลางคืนยังมีการประดับไฟ ทำให้ได้เห็นอีกบรรยากาศที่สว่างไสวและชวนฝันจนหลายคนประทับใจ
อีกจุดหนึ่งที่อลังการไม่แพ้กันคือ “ต้นแปะก๊วยยักษ์ฟุกุซาดะ” ซึ่งมีอายุกว่า 400 ปี
หากคุณเดินทางมาวากายามะในฤดูใบไม้ร่วง อยากให้ลองใส่สถานที่เหล่านี้ไว้ในแผนเที่ยวด้วย
หลายแห่งมักเข้าสู่ช่วงสวยที่สุดตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน แต่ก็อาจคลาดเคลื่อนได้ตามสภาพอากาศและพื้นที่
ดังนั้น แนะนำให้ตรวจสอบสถานะใบไม้เปลี่ยนสีก่อนออกเดินทาง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยววากายามะ

Q

ฤดูกาลไหนเหมาะกับการเที่ยววากายามะมากที่สุด?

A

ช่วงประมาณเดือนกันยายนถึงต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงที่เที่ยวได้สะดวก เพราะความร้อนและความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวเริ่มลดลง และยังเป็นช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีกำลังสวยด้วย

Q

ถ้าเที่ยวแบบครอบครัว มีสถานที่ไหนในวากายามะที่แนะนำบ้าง?

A

ขอแนะนำ “แอดเวนเจอร์เวิลด์” ที่รวมสวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และสวนสนุกไว้ด้วยกัน รวมถึง “ปอร์โตยุโรป” ที่ให้คุณดื่มด่ำกับบรรยากาศแบบยุโรปยุคกลางได้อย่างเต็มที่

บทสรุป

ตลอดบทความนี้ เราได้พาไปรู้จักทั้งตัวอย่างคอร์สเที่ยววากายามะ จุดน่าสนใจในแต่ละพื้นที่ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม และตั๋วเดินทางสุดคุ้มของ “วากายามะ”
เสน่ห์ของวากายามะอยู่ที่การรวมธรรมชาติ จุดชมวิว อาหารท้องถิ่น และสถานที่ประวัติศาสตร์ไว้ได้ในทริปเดียว
การเดินทางจากเกียวโตและโอซาก้าก็สะดวกมาก จึงเหมาะกับการจัดรวมไว้ในทริปเที่ยวคันไซด้วย
หากอยากเที่ยววากายามะให้เต็มอิ่มยิ่งขึ้น ลองดูบทความนี้เพิ่มเติมซึ่งรวบรวมข้อมูลเรื่องของฝากและที่พักแนะนำไว้อย่างครบถ้วน