คู่มือเที่ยวทตโตริที่ควรอ่านเป็นอันดับแรก! รวมจุดเที่ยวดังและวิธีสนุกกับทริป

คู่มือเที่ยวทตโตริที่ควรอ่านเป็นอันดับแรก! รวมจุดเที่ยวดังและวิธีสนุกกับทริป

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

ถ้าอยากออกไปเจอทั้งธรรมชาติแบบยิ่งใหญ่ บรรยากาศผ่อนคลาย และมุมเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ “ทตโตริ” ก็เป็นจุดหมายที่น่าสนใจไม่น้อย
ที่นี่มีทั้งวิวอย่าง “เนินทรายทตโตริ” ภูเขาชื่อดัง “ไดเซ็น” ออนเซ็นหลากหลายแห่ง และท้องฟ้าเต็มดาวอันสวยงาม
ยังมีสถานที่ให้เพลิดเพลินกับโลกและเสน่ห์ของมังงะชื่อดังด้วย ทำให้การเที่ยวทตโตริสนุกได้หลายแบบ
ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักเสน่ห์ของทตโตริ จุดน่าสนใจในแต่ละพื้นที่ อาหารที่ห้ามพลาด และคอร์สท่องเที่ยวตัวอย่างแนะนำ
หากคุณสนใจทตโตริหรือกำลังคิดจะมาเที่ยว ลองใช้บทความนี้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนได้เลย

“ทตโตริ” เมืองที่มีเสน่ห์จากธรรมชาติสวยงามและสถานที่ที่พาคุณเข้าสู่โลกของมังงะ

ถ้ามองหาจังหวัดที่มีทั้งภูเขา ทะเล ออนเซ็น และมุมให้ดื่มด่ำกับโลกของมังงะ ทตโตริก็มีเสน่ห์อยู่ครบในแบบของตัวเอง
จังหวัดทตโตริตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกาะฮนชู และทอดตัวยาวตามแนวตะวันออก–ตะวันตกริมทะเลญี่ปุ่น
ทางตอนใต้มีแนวเทือกเขาจูโงกุที่ต่อเนื่องกัน รวมถึงภูเขาชื่อดัง “ไดเซ็น” ซึ่งเป็นหนึ่งในยอดเขาที่โดดเด่นของญี่ปุ่นตะวันตก
ที่นี่ยังมี “เนินทรายทตโตริ” ซึ่งเป็นเนินทรายที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น จึงเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทิวทัศน์งดงาม
มีทั้งเมืองออนเซ็นที่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ และท้องฟ้าที่มองเห็นดาวได้ชัดเจนติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ ทำให้ทตโตริเป็นสถานที่ที่คุณจะได้สัมผัสธรรมชาติและความผ่อนคลายอย่างเต็มที่
อาหารท้องถิ่นก็เป็นอีกเสน่ห์หนึ่งของการเที่ยวทตโตริ ไม่ว่าจะเป็นลูกแพร์นิจูเซกิ นาชิ ปูมัตสึบะ รวมถึงผลผลิตทางการเกษตรและอาหารทะเลสดใหม่
ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ยังเป็นบ้านเกิดของ มิซึกิ ชิเงรุ (Mizuki Shigeru) ผู้สร้าง “เกะเกะเกะ โนะ คิทาโร่” และ อาโอยามะ โกโช (Aoyama Gosho) ผู้สร้าง “ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน” จึงมีสถานที่ให้สัมผัสโลกของมังงะอย่างใกล้ชิด
ยังมีทั้งอนุสาวรีย์และย่านการค้าที่จำลองตัวละครและบรรยากาศจาก “เกะเกะเกะ โนะ คิทาโร่” และ “ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน” ให้แฟน ๆ ได้สนุกกันอย่างแน่นอน

มาเที่ยวทตโตริทั้งที อย่าลืมชมท้องฟ้าเต็มดาวด้วย
มาเที่ยวทตโตริทั้งที อย่าลืมชมท้องฟ้าเต็มดาวด้วย

อุณหภูมิเฉลี่ยและตัวอย่างการแต่งกายในทตโตริ

ก่อนจัดกระเป๋าไปทตโตริ ลองเช็กอากาศคร่าว ๆ เอาไว้สักหน่อยจะช่วยวางแผนได้ง่ายขึ้น
ทตโตริมีอากาศค่อนข้างอบอุ่นตลอดปี และฤดูร้อนค่อนข้างร้อน
ส่วนฤดูหนาวมีหิมะตกบ่อยตามลักษณะเด่นของพื้นที่ฝั่งทะเลญี่ปุ่น
แม้อุณหภูมิจะต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ แต่ช่วงฤดูฝนไปจนถึงฤดูร้อนก็มีฝนตกบ่อย จึงถือว่าเป็นจังหวัดที่มีปริมาณฝนค่อนข้างมากตลอดปี

อุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือนของทตโตริ

- มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม
อุณหภูมิเฉลี่ย (องศา) 4.4 4.7 7.7 12.6 17.4 21.2 25.4 26.3 22.2 17.1 12.0 6.9

ตัวอย่างการแต่งกายตามฤดูกาลในทตโตริ

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เหมาะกับแจ็กเก็ตบางและเสื้อสเวตเตอร์เนื้อบาง
  • ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางเบา หรือเสื้อแขนสั้นก็สบาย
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): ช่วงนี้มักเหมาะกับแจ็กเก็ตบางหรือเสื้อโค้ต
  • ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): ควรเตรียมเสื้อโค้ตหนา ชุดสูทผ้าวูล เสื้อสเวตเตอร์หรือแจ็กเก็ตหนา

การเดินทางไปทตโตริ

ถ้ากำลังดูอยู่ว่าจะเข้าทตโตริทางไหน ข้อมูลคร่าว ๆ ด้านล่างนี้น่าจะช่วยให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้น
ทตโตริมีสนามบิน 2 แห่ง คือ “สนามบินทตโตริ (สนามบินทตโตริซาคิว โคนัน)” และ “สนามบินโยนาโกะ (สนามบินโยนาโกะคิทาโร่)” โดยทั้งสองแห่งต่างใช้ชื่อเล่นที่มาจากมังงะชื่อดังของนักเขียนชาวทตโตริ
ด้วยเหตุนี้จึงสามารถเดินทางจากโตเกียวไปยังสนามบินทั้งสองแห่งได้ในเวลาประมาณมากกว่า 1 ชั่วโมงเล็กน้อย
หากเดินทางจากโอซาก้า เพียงขึ้นรถด่วนพิเศษ “ซูเปอร์ฮาคุโตะ” ก็ไปถึง “สถานีทตโตริ” ได้ในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที
สนามบินโยนาโกะคิทาโร่ยังมีเที่ยวบินระหว่างประเทศ สามารถเดินทางตรงจากฮ่องกง เกาหลี และจีนได้

สนามบินทตโตริซาคิว โคนัน มีจุดถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกับตัวละครต่าง ๆ ภายในสนามบิน
สนามบินทตโตริซาคิว โคนัน มีจุดถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกับตัวละครต่าง ๆ ภายในสนามบิน
สนามบินโยนาโกะคิทาโร่ที่มีวัตถุจัดแสดงของคิทาโร่อยู่ภายใน
สนามบินโยนาโกะคิทาโร่ที่มีวัตถุจัดแสดงของคิทาโร่อยู่ภายใน

การเดินทางจากสนามบินในทตโตริไปยังสถานีทตโตริ

เมื่อมาถึงทตโตริแล้ว ขั้นต่อไปก็คือการเข้าเมืองไปยัง “สถานีทตโตริ” ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นของทริปได้บ่อยที่สุด
ต่อไปนี้คือวิธีเดินทางจาก “สนามบินทตโตริซาคิว โคนัน” และ “สนามบินโยนาโกะคิทาโร่” ซึ่งเป็นประตูสู่ท้องฟ้าของทตโตริ ไปยัง “สถานีทตโตริ” ศูนย์กลางการท่องเที่ยวของทริปนี้

การเดินทางจากสนามบินทตโตริซาคิว โคนันไปยังสถานีทตโตริ

เส้นทาง
ขึ้นรถบัสตรงจาก “สนามบินทตโตริซาคิว โคนัน” และลงที่ “สถานี JR ทตโตริ”
ระยะเวลา
ประมาณ 20 นาที

การเดินทางจากสนามบินโยนาโกะคิทาโร่ไปยังสถานีทตโตริ

เส้นทาง
1. ขึ้นรถบัสเชื่อมต่อจาก “สนามบินโยนาโกะคิทาโร่” และลงที่ “สถานี JR โยนาโกะ”
2. ขึ้นรถไฟด่วนพิเศษจาก “สถานี JR โยนาโกะ” และลงที่ “สถานี JR ทตโตริ”
ระยะเวลา
ประมาณ 2 ชั่วโมง

วิธีเดินทางหลักในทตโตริ

พอเริ่มวางแผนเที่ยวในจังหวัดแล้ว เรื่องการเดินทางภายในทตโตริก็เป็นอีกจุดที่ควรรู้ไว้ก่อน
แม้ในจังหวัดทตโตริจะมีรถไฟวิ่งตามแนวตะวันออก–ตะวันตก แต่การเดินทางไปให้ครบทุกจุดท่องเที่ยวด้วยรถไฟเพียงอย่างเดียวยังทำได้ยาก
หากต้องการเดินทางอย่างยืดหยุ่นครอบคลุมหลายพื้นที่ หรือวางแผนเที่ยวแถบตอนกลางเป็นหลัก การเช่ารถจะสะดวกกว่า
อย่างไรก็ตาม ในตัวเมืองทตโตริและโยนาโกะมีรถบัสประจำทางค่อนข้างสะดวก หากเที่ยวเฉพาะในเมืองและจุดท่องเที่ยวหลักบางแห่ง ใช้ขนส่งสาธารณะอย่างเดียวก็เพียงพอ

ยังมีรถไฟลวดลาย “เกะเกะเกะ โนะ คิทาโร่” ให้ขึ้นด้วย ลองนั่งดูสักครั้งก็น่าสนุก
ยังมีรถไฟลวดลาย “เกะเกะเกะ โนะ คิทาโร่” ให้ขึ้นด้วย ลองนั่งดูสักครั้งก็น่าสนุก

เสน่ห์ของ 3 พื้นที่ที่ควรรู้เพื่อเที่ยวทตโตริได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทตโตริเป็นจังหวัดที่ทอดยาวจากตะวันออกไปตะวันตก จึงค่อนข้างสะดวกถ้ารู้ลักษณะของแต่ละโซนไว้ก่อน
พื้นที่หลักแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน ได้แก่ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคตะวันตก
หากรู้เอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ไว้ก่อน จะช่วยให้วางแผนท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น ที่นี่เราจึงรวบรวมเสน่ห์และจุดเที่ยวเด่นของแต่ละพื้นที่มาแนะนำ

“พื้นที่ตะวันออก” ที่เต็มไปด้วยวิวสุดตระการตาจากเนินทรายทตโตริและทะเลญี่ปุ่น

ถ้าพูดถึงพื้นที่ตะวันออก หลายคนน่าจะนึกถึง “เนินทรายทตโตริ” เป็นอย่างแรก
ที่นี่คุณสามารถขี่อูฐ สนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ หรือชมผืนทรายและท้องฟ้าที่ทอดยาวสุดสายตา พร้อมพบกับทิวทัศน์และประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่ในญี่ปุ่น
บริเวณใกล้เคียงยังมี “สวนเด็กเนินทรายทตโตริ” ที่เหมาะกับครอบครัวเพราะมีเครื่องเล่นขนาดใหญ่ และ “พิพิธภัณฑ์ทราย” ที่จัดแสดงประติมากรรมทรายสุดน่าทึ่ง
ที่นี่คุณยังจะได้ลิ้มรสอาหารทะเลจากทะเลญี่ปุ่น เช่น ปูมัตสึบะและหมึกขาว และยังมีชายหาดทรายขาวสวยงามให้แวะชมอีกด้วย

“เนินทรายทตโตริ” จุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของทตโตริ
“เนินทรายทตโตริ” จุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของทตโตริ
อาหารทะเลมากมาย รวมถึงปูมัตสึบะ ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์สำคัญ
อาหารทะเลมากมาย รวมถึงปูมัตสึบะ ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์สำคัญ

“พื้นที่ตอนกลาง” ที่มีเสน่ห์จากบรรยากาศย้อนยุคและเมืองออนเซ็น 4 แห่ง

ถ้าอยากเปลี่ยนอารมณ์มาเจอบรรยากาศคลาสสิก พื้นที่ตอนกลางก็มีเสน่ห์อีกแบบหนึ่ง
พื้นที่ตอนกลางมีเมืองคุระโยชิเป็นศูนย์กลาง โดดเด่นด้วยถนนสายโกดังผนังขาวที่ยังคงกลิ่นอายเมืองปราสาทเอาไว้ พร้อมบรรยากาศย้อนยุค ออนเซ็น และผลผลิตการเกษตรมากมายให้เพลิดเพลิน
หากมองหาที่พัก แนะนำย่านออนเซ็นริมทะเลสาบอย่าง “โทโงะออนเซ็น” และ “ฮาวายออนเซ็น” หรือ “มิซาสะออนเซ็น” ที่มีชื่อเสียงในฐานะน้ำพุร้อนชั้นดี
“มิโทคุซัง ซันบุตสึจิ นาเงะอิเระโด” ที่ถูกขนานนามว่าเป็นสมบัติแห่งชาติที่อันตรายที่สุดในญี่ปุ่น ก็อยู่ในพื้นที่ตอนกลางเช่นกัน
ที่นี่ยังมีความสนุกอีกหลายแบบ ทั้งการชิมองุ่น ลูกแพร์ และหัวหอมญี่ปุ่น หรือดื่มด่ำกับโลกของโคนันในบ้านเกิดของ อาโอยามะ โกโช

“กลุ่มโกดังผนังขาวคุระโยชิ” ที่อบอวลด้วยบรรยากาศย้อนยุค
“กลุ่มโกดังผนังขาวคุระโยชิ” ที่อบอวลด้วยบรรยากาศย้อนยุค
สมบัติแห่งชาติ มิโทคุซัง ซันบุตสึจิ นาเงะอิเระโด ที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชัน
สมบัติแห่งชาติ มิโทคุซัง ซันบุตสึจิ นาเงะอิเระโด ที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชัน

“พื้นที่ตะวันตก” ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์หลากหลาย

ส่วนพื้นที่ตะวันตกจะให้บรรยากาศที่หลากหลายขึ้นไปอีก ทั้งธรรมชาติ ออนเซ็น และโลกของมังงะ
พื้นที่ตะวันตกมีเมืองโยนาโกะและซาไกมินาโตะเป็นศูนย์กลาง เป็นบริเวณที่สามารถเพลิดเพลินได้ทั้งธรรมชาติของทะเลญี่ปุ่นและแนวภูเขาด้านในแผ่นดิน
ภูเขาไดเซ็นซึ่งมีชื่อเสียงจากทุ่งเลี้ยงสัตว์เชิงเขาอันกว้างใหญ่และแนวเขาที่สวยงาม ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่สุดของพื้นที่นี้
“ไคเคะออนเซ็น” ที่สามารถเล่นน้ำทะเลได้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อยากสนุกกับทะเล
หากคุณชอบผลงานของ มิซึกิ ชิเงรุ ก็ไม่ควรพลาด “ถนนมิซึกิ ชิเงรุ” ที่ให้คุณดื่มด่ำกับโลกในผลงานของเขา
นอกจากนี้ยังมี “ทตโตริ ฮานะไคโร” ให้ชมความงดงามโรแมนติกของดอกไม้นานาชนิดอีกด้วย

ดอกไม้สวยงามที่ทตโตริ ฮานะไคโร กับภูเขาไดเซ็นที่ทอดตัวอยู่ด้านหลัง
ดอกไม้สวยงามที่ทตโตริ ฮานะไคโร กับภูเขาไดเซ็นที่ทอดตัวอยู่ด้านหลัง
ยังมีโอกาสได้ชมทะเลยามอาทิตย์ตกที่ย้อมด้วยสีสวยงาม
ยังมีโอกาสได้ชมทะเลยามอาทิตย์ตกที่ย้อมด้วยสีสวยงาม

ควรใช้เวลากี่วันจึงจะเที่ยวทตโตริได้อย่างเต็มอิ่ม

เรื่องจำนวนวันก็เป็นอีกคำถามที่หลายคนน่าจะนึกถึงเวลาเริ่มจัดทริปทตโตริ
หากเน้นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของทตโตริ ทริป 1 คืน 2 วันก็สามารถเที่ยวได้พอสมควร
แต่ถ้าอยากสัมผัสทตโตริให้เต็มที่ รวมถึงจุดลับและสถานที่ธรรมชาติอันเงียบสงบ แนะนำให้เผื่อเวลา 2 คืน 3 วัน

หากมีเวลา ลองออกไปเที่ยวให้ไกลกว่าจุดยอดนิยมและแวะสัมผัสสถานที่ลับของทตโตริด้วย
หากมีเวลา ลองออกไปเที่ยวให้ไกลกว่าจุดยอดนิยมและแวะสัมผัสสถานที่ลับของทตโตริด้วย

คอร์สเที่ยวตัวอย่าง 1 คืน 2 วัน แนะนำสำหรับทริปทตโตริครั้งแรก

ถ้ายังนึกภาพไม่ออกว่าจะจัดเส้นทางอย่างไร ลองดูคอร์สตัวอย่าง 1 คืน 2 วันนี้เป็นแนวทางได้
แผนนี้พาไปตระเวนจุดท่องเที่ยวยอดนิยมและคลาสสิกของทตโตริ
มีทั้ง “เนินทรายทตโตริ” โลกของมังงะชื่อดัง เรียวกังออนเซ็นเก่าแก่ และอาหารทตโตริที่ไม่ควรพลาด
เราได้คัดเฉพาะจุดที่ควรไปจริง ๆ พร้อมอธิบายการเดินทางระหว่างสถานที่อย่างชัดเจน
หากนี่เป็นทริปทตโตริครั้งแรกของคุณ ลองใช้คอร์สตัวอย่างต่อไปนี้เป็นแนวทางได้เลย

วันที่ 1: เที่ยวจุดไฮไลต์คลาสสิกโดยมีเนินทรายทตโตริเป็นศูนย์กลาง

วันแรกจะพาไล่เที่ยวจุดเด่นแบบคลาสสิกของทตโตริ โดยมี “เนินทรายทตโตริ” เป็นแกนหลักของทริป
ต่อด้วย “กลุ่มโกดังผนังขาวคุระโยชิ” เพลิดเพลินกับเรียวกังออนเซ็นเก่าแก่และอาหารทตโตริ ก่อนปิดท้ายวันด้วยการพักผ่อนในที่พักออนเซ็นเก่าแก่
มาดูคอร์สตัวอย่างของวันแรกที่เต็มไปด้วยทิวทัศน์และประสบการณ์ที่หาได้เฉพาะในทตโตริกัน

08:20 เริ่มต้นจากสถานี JR ทตโตริ

วันแรกของคอร์สตัวอย่างเริ่มต้นที่สถานี JR ทตโตริ
จากสถานีทตโตริ นั่ง “Loop Kirinjishi Bus” ประมาณ 20 นาที ก็จะถึง “เนินทรายทตโตริ”

จุดเริ่มต้นของวันที่ 1: สถานี JR ทตโตริ
จุดเริ่มต้นของวันที่ 1: สถานี JR ทตโตริ

09:00 สนุกกับความงามของรูปทรงธรรมชาติและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ “เนินทรายทตโตริ”

“เนินทรายทตโตริ” ตั้งอยู่ฝั่งทะเลญี่ปุ่นของเมืองทตโตริ เป็นเนินทรายขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่นที่ทอดยาว 16 กิโลเมตรจากตะวันออกถึงตะวันตก และ 2.4 กิโลเมตรจากเหนือจรดใต้
ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวตัวแทนของจังหวัดทตโตริ และได้รับการกำหนดให้เป็นทั้งเขตอนุรักษ์พิเศษและอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติของประเทศ
เมื่อมาเดินชมวิวในแต่ละช่วงเวลา คุณจะเห็นทั้งความงามของรูปร่างเนินทรายที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้น และบรรยากาศที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ
อีกทั้งยังมีกิจกรรมอย่างพาราไกลดิ้งและแซนด์บอร์ดให้ลองด้วย
อย่าลืมชิมอาหารท้องถิ่น เช่น ไข่ทรายที่ทำโดยใช้ความร้อนจากทรายของเนินทราย และหัวหอมญี่ปุ่นที่ปลูกในทรายละเอียดด้วย

เนินทรายขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น พร้อมวิวสวยตระการตา
เนินทรายขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น พร้อมวิวสวยตระการตา

11:00 ชมประติมากรรมทรายระดับโลกที่ “พิพิธภัณฑ์ทรายทตโตริซาคิว”

หลังจากเพลิดเพลินกับวิวและกิจกรรมที่เนินทรายทตโตริแล้ว เดินต่อประมาณ 3 นาทีไปยัง “พิพิธภัณฑ์ทรายทตโตริซาคิว”
ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของโลกที่จัดแสดงประติมากรรมทรายโดยเฉพาะ ผลงานดูแลโดย ชาเอ็น คัตสึฮิโกะ ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 ชาวญี่ปุ่นที่โลกยกย่อง” และเชิญศิลปินแกะสลักทรายจากหลายประเทศมาสร้างผลงานระดับโลกให้ชม
ธีมการจัดแสดงจะเปลี่ยนทุกปี และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาจัดแสดง ประติมากรรมทรายทั้งหมดจะถูกคืนสภาพกลับเป็นทรายเหมือนเดิม จึงเป็นงานศิลปะที่ชมได้เฉพาะช่วงเวลานั้นเท่านั้น
มาสัมผัสงานศิลป์ที่มีให้ชมในช่วงเวลาจำกัดกันเถอะ อีกทั้งยังสามารถถ่ายภาพประติมากรรมทรายได้ด้วย

โลกอันงดงาม ละเอียดอ่อน และแสนชั่วคราวที่รังสรรค์จากทราย
โลกอันงดงาม ละเอียดอ่อน และแสนชั่วคราวที่รังสรรค์จากทราย

12:30 แวะทานราเม็งน้ำซุปกระดูกวัวเป็นมื้อกลางวันแถวสถานีทตโตริ

หลังเที่ยวพิพิธภัณฑ์ทรายทตโตริซาคิวเสร็จ ให้ไปขึ้นรถบัสที่ป้าย “หน้าพิพิธภัณฑ์ทราย” กลับสู่สถานี JR ทตโตริ
บริเวณรอบสถานีทตโตริมีร้านอาหารมากมาย เหมาะสำหรับแวะทานมื้อกลางวัน
เมนูแนะนำคือ “ราเม็งน้ำซุปกระดูกวัว” อาหารขึ้นชื่อของทตโตริ
ลองชิมน้ำซุปที่เคี่ยวจากกระดูกวัว ซึ่งมีรสหวานนุ่มและอัดแน่นด้วยความอร่อยจากเนื้อวัว

มื้อกลางวันลองชิมของขึ้นชื่ออย่าง “ราเม็งน้ำซุปกระดูกวัว”
มื้อกลางวันลองชิมของขึ้นชื่ออย่าง “ราเม็งน้ำซุปกระดูกวัว”

14:20 เดินเล่นช้า ๆ ใน “กลุ่มโกดังผนังขาวคุระโยชิ” ท่ามกลางบรรยากาศย้อนยุค

หลังรับประทานอาหารกลางวัน ให้นั่งรถไฟไปยังสถานี JR คุระโยชิ
จากสถานี JR คุระโยชิ ขึ้นรถบัสและลงที่ป้าย “อาคากาวาระ・ชิราคะเบะโดโซ” จากนั้นเดินต่อ 5 นาทีจะถึง “กลุ่มโกดังผนังขาวคุระโยชิ”
ที่นี่เป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารประวัติศาสตร์สำคัญของชาติ มีอาคารพาณิชย์เก่าและโกดังดินที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเอโดะ ค.ศ. 1603–1868 จนถึงสมัยไทโช ค.ศ. 1912–1926 เรียงรายเลียบแม่น้ำทามากาวะ
ในอดีตบริเวณนี้เคยเป็นพื้นที่สำคัญที่มีที่ทำการปกครองและบ้านซามูไร จึงเป็นย่านประวัติศาสตร์ที่มีเสน่ห์ของเมืองสวยจนได้รับฉายาว่า “เกียวโตน้อย”
รอบ ๆ ยังมีโรงสาเก โรงซีอิ๊ว และโรงหมักต่าง ๆ อยู่มากมาย จนได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งใน “100 ทิวทัศน์แห่งกลิ่นหอม” และ “100 ภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์งดงามของญี่ปุ่น”
ลองออกเดินเล่นและซึมซับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบดั้งเดิมกัน

ทิวทัศน์โกดังที่งดงามเป็นเอกภาพด้วยกระเบื้องหลังคาสีแดง ผนังขาว และไม้ซีดาร์เผาสีดำ
ทิวทัศน์โกดังที่งดงามเป็นเอกภาพด้วยกระเบื้องหลังคาสีแดง ผนังขาว และไม้ซีดาร์เผาสีดำ

17:10 พักค้างคืนที่ “มิซาสะคัง” ที่พักออนเซ็นน้ำพุร้อนไหลตรงจากแหล่งกำเนิด

เมื่อเดินเล่นที่กลุ่มโกดังผนังขาวคุระโยชิจนเริ่มเหนื่อยแล้ว ให้กลับไปที่ป้ายรถบัส “อาคากาวาระ・ชิราคะเบะโดโซ” แล้วมุ่งหน้าไปยัง “หน้าศูนย์การท่องเที่ยวและการค้าของมิซาสะออนเซ็น”
ลงจากรถบัสแล้วก็จะถึง “มิซาสะออนเซ็น”
สำหรับชื่อของออนเซ็นแห่งนี้ มีที่มาจากตำนานที่ว่า “หากพัก 3 คืนและต้อนรับเช้า 3 ครั้ง อาการเจ็บป่วยต่าง ๆ จะบรรเทาลง”
ที่นี่เป็นน้ำพุร้อนกัมมันตรังสีที่มีเรดอนความเข้มข้นสูง และถือเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำพุร้อนสำคัญของโลก อีกทั้งยังเป็นแหล่งออนเซ็นเก่าแก่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกญี่ปุ่นลำดับแรก
ริมสองฝั่งแม่น้ำมิซาสะเรียงรายด้วยที่พักออนเซ็น ร้านขนม ร้านเหล้า และร้านกาแฟ ให้บรรยากาศแบบเมืองพักฟื้นด้วยน้ำพุร้อนในอดีตอย่างชัดเจน
ระหว่างเดินเล่นในย่านออนเซ็น ให้มุ่งหน้าไปยังที่พักคืนแรก “มิซาสะคัง”
มิซาสะคังเป็นที่พักออนเซ็นแบบน้ำพุร้อนไหลตรงจากแหล่งกำเนิด โดดเด่นด้วยบ่ออาบน้ำสไตล์สวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ถึง 1,000 สึโบะ
แช่ออนเซ็นอย่างผ่อนคลายในบ่ออาบน้ำทั้ง 12 จุดภายในที่พัก และลิ้มรสอาหารไคเซกิตามฤดูกาลที่เน้นวัตถุดิบท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟูร่างกายให้พร้อมสำหรับวันถัดไป

ที่พักออนเซ็นน้ำพุร้อนไหลตรงจากแหล่งกำเนิด พร้อมบ่ออาบน้ำสไตล์สวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ถึง 1,000 สึโบะ!
ที่พักออนเซ็นน้ำพุร้อนไหลตรงจากแหล่งกำเนิด พร้อมบ่ออาบน้ำสไตล์สวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ถึง 1,000 สึโบะ!

วันที่ 2: ดื่มด่ำกับโลกของโคนันและคิทาโร่อย่างเต็มที่

วันที่ 2 จะเปลี่ยนบรรยากาศไปอีกแบบ โดยเน้นการเที่ยวในโลกของมังงะและแวะชิมอาหารทะเลสด
คุณจะได้สัมผัสทั้งโลกของ “ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน” และ “เกะเกะเกะ โนะ คิทาโร่” พร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารทะเลสดจากทะเลญี่ปุ่นที่ “ศูนย์จำหน่ายอาหารทะเลสดซาไกมินาโตะ” รับรองว่าเป็นประสบการณ์ที่ต่างจากวันแรกอย่างสิ้นเชิง

09:10 เริ่มต้นจากสถานี JR คุระโยชิ

วันที่ 2 เริ่มต้นที่สถานี JR คุระโยชิ
จากสถานี JR คุระโยชิ นั่งสายหลักซันอินไปยังสถานียูระ แล้วเดินต่อประมาณ 20 นาที ก็จะถึง “พิพิธภัณฑ์บ้านเกิดอาโอยามะ โกโช”

จุดเริ่มต้นของวันที่ 2: สถานี JR คุระโยชิ
จุดเริ่มต้นของวันที่ 2: สถานี JR คุระโยชิ

10:00 สนุกกับเสน่ห์ของโคนันอย่างเต็มอิ่มที่ “พิพิธภัณฑ์บ้านเกิดอาโอยามะ โกโช”

พิพิธภัณฑ์บ้านเกิดอาโอยามะ โกโช เป็นพิพิธภัณฑ์ที่อุทิศให้กับ อาโอยามะ โกโช ผู้สร้างการ์ตูนยอดนิยม “ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน” ซึ่งตีพิมพ์ใน 25 ประเทศทั่วโลก
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงประวัติของอาโอยามะตั้งแต่วัยเด็กจนถึงช่วงเรียนมหาวิทยาลัย และเส้นทางสู่การเป็นนักวาดมังงะในเมืองโฮคุเอที่เป็นบ้านเกิดของเขา รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับ “ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน” อีกมากมาย
ภายในคุณจะได้ชมทั้งนิทรรศการที่เล่ากว่าจะมาเป็นผลงาน “ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน” ภาพต้นฉบับ และกระบวนการสร้างมังงะ
อย่าลืมแวะซื้อของฝาก เพราะที่นี่มีสินค้าต้นฉบับหายากเฉพาะที่นี่เท่านั้นให้เลือกมากมาย

สนุกกับโลกของโคนันได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่!
สนุกกับโลกของโคนันได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่!

14:50 ลิ้มรสซีฟู้ดสุดหรูที่ “ศูนย์จำหน่ายอาหารทะเลสดซาไกมินาโตะ”

หลังจากดื่มด่ำกับโลกของโคนันที่พิพิธภัณฑ์บ้านเกิดอาโอยามะ โกโชแล้ว ให้เดินกลับไปยังสถานี JR ยูระ
จากสถานี JR ยูระ ให้นั่งรถไฟไปเปลี่ยนขบวนที่สถานี JR โยนาโกะ แล้วเดินทางต่อไปยังสถานี JR ซาไกมินาโตะ
จากสถานี นั่งแท็กซี่ไปยัง “ศูนย์จำหน่ายอาหารทะเลสดซาไกมินาโตะ”
ซาไกมินาโตะซึ่งหันหน้าออกสู่ทะเลญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในท่าเรือที่มีการขึ้นสัตว์น้ำมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น และอุดมไปด้วยอาหารทะเล
ที่ศูนย์จำหน่ายอาหารทะเลสดซาไกมินาโตะ ลองเพลิดเพลินกับมื้อกลางวันสุดพิเศษที่ได้ลิ้มรสอาหารทะเลสดใหม่ เช่น “ปูมัตสึบะ” “ปูเบนิซูไว” และ “ปลาทูน่าครีบน้ำเงิน”
ภายในมีร้านจำหน่ายอาหารทะเลเรียงราย และยังมีพื้นที่อีทอินที่สามารถนำอาหารทะเลที่ซื้อมาไปรับประทานได้ทันที

มื้อกลางวันลองจัดข้าวหน้าซีฟู้ดแบบจัดเต็มกันสักมื้อ
มื้อกลางวันลองจัดข้าวหน้าซีฟู้ดแบบจัดเต็มกันสักมื้อ

16:10 ดื่มด่ำกับโลกของภูตผีและมิซึกิ ชิเงรุที่ “พิพิธภัณฑ์มิซึกิ ชิเงรุ”

หลังอิ่มอร่อยที่ศูนย์จำหน่ายอาหารทะเลสดซาไกมินาโตะแล้ว เดินต่อประมาณ 20 นาทีไปยัง “พิพิธภัณฑ์มิซึกิ ชิเงรุ”
พิพิธภัณฑ์มิซึกิ ชิเงรุ ตั้งอยู่ในเมืองซาไกมินาโตะ บ้านเกิดของ มิซึกิ ชิเงรุ ผู้เป็นที่รู้จักจาก “เกะเกะเกะ โนะ คิทาโร่”
เมื่อมาถึง คุณจะพบกับ “ประตูเกะเกะเกะ” ที่มีรูปปั้นของมิซึกิ ชิเงรุ และคิทาโร่มาต้อนรับ
เมื่อเข้าไปด้านในและเดินตามเส้นทางชม นิทรรศการแรกที่พบคือ “โลกมังงะของมิซึกิ ชิเงรุ” ซึ่งแนะนำผลงานของเขา
นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการมากมายที่ช่วยให้เข้าใจทั้งชีวิตของมิซึกิ ชิเงรุ ความคิดที่มีต่อมังงะและภูตผี รวมถึงความรู้เกี่ยวกับโยไกอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ลองปล่อยตัวเองให้ดื่มด่ำไปกับโลกของภูตผีและมิซึกิ ชิเงรุดูสักครั้ง

เต็มไปด้วยภูตผีมากมาย รวมถึงตัวละครจากเกะเกะเกะ โนะ คิทาโร่! ยินดีต้อนรับสู่โลกของมิซึกิ ชิเงรุ
เต็มไปด้วยภูตผีมากมาย รวมถึงตัวละครจากเกะเกะเกะ โนะ คิทาโร่! ยินดีต้อนรับสู่โลกของมิซึกิ ชิเงรุ

17:10 เที่ยว ช้อป และชิมของอร่อยให้เต็มที่ที่ “ถนนมิซึกิ ชิเงรุ”

ถนนระยะประมาณ 800 เมตรจากพิพิธภัณฑ์มิซึกิ ชิเงรุไปยังสถานีซาไกมินาโตะ คือ “ถนนมิซึกิ ชิเงรุ”
ระหว่างทางคุณจะได้พบกับรูปปั้นบรอนซ์โยไก 177 ตัว รวมถึงตัวละครที่ปรากฏในมังงะของมิซึกิ ชิเงรุ เช่น คิทาโร่ เมดามะโอยาจิ และเนซึมิ โอโตโกะ
ตลอดเส้นทางยังมีทั้งศาลเจ้าโยไกซึ่งเป็นจุดพลังงานยอดนิยม น้ำพุคัปปะที่มีโยไก 9 ตนนั่งพักผ่อน รวมถึงร้านขายของฝากและร้านอาหารมากมาย เหมาะจะเดินเที่ยวไปพร้อมกับตามหาโยไกไปด้วย
พอพระอาทิตย์ตก คุณยังจะได้ชมรูปปั้นโยไกบรอนซ์ที่ประดับไฟอย่างชวนลึกลับอีกด้วย

เต็มไปด้วยโยไกทั้งกลางวันและกลางคืน! รูปปั้นบรอนซ์โยไก 177 ตัวกำลังรอต้อนรับระหว่างสถานีซาไกมินาโตะถึงพิพิธภัณฑ์มิซึกิ ชิเงรุ
เต็มไปด้วยโยไกทั้งกลางวันและกลางคืน! รูปปั้นบรอนซ์โยไก 177 ตัวกำลังรอต้อนรับระหว่างสถานีซาไกมินาโตะถึงพิพิธภัณฑ์มิซึกิ ชิเงรุ

3 เมนูอาหารท้องถิ่นที่ต้องลองเมื่อมาเยือนทตโตริ

เที่ยวทตโตริแล้ว เรื่องกินก็เป็นอีกอย่างที่ไม่อยากให้มองข้าม
ที่นี่ไม่ได้มีแค่ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ หรือมังงะเท่านั้น แต่อาหารท้องถิ่นที่เติบโตมาพร้อมวัฒนธรรมการกินอันอุดมสมบูรณ์ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน
ต่อไปนี้คือเมนูเด่นที่อยากแนะนำเป็นพิเศษจากบรรดาอาหารท้องถิ่นน่าสนใจมากมาย

1. ราเม็งน้ำซุปกระดูกวัว

พูดถึงราเม็ง โดยทั่วไปมักใช้น้ำซุปจากกระดูกหมูหรือกระดูกไก่
แต่ในทตโตริ “ราเม็งน้ำซุปกระดูกวัว” เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมมายาวนาน
น้ำซุปมีรสละมุน ไม่มีกลิ่นแรง และให้ความหวานกับความหอมเฉพาะตัวของมันวัว เข้ากันได้ดีกับเส้นขนาดกลาง
เครื่องมาตรฐานมักเป็นถั่วงอก เมนมะ และต้นหอม
บางร้านยังใส่ชาชูเนื้อวัว ทำให้ได้ลิ้มรสความอร่อยของวัวทั้งจากเครื่องและน้ำซุป

ราเม็งน้ำซุปกระดูกวัวที่ให้รสชาติความอร่อยจากเนื้อวัวอย่างเต็มคำ
ราเม็งน้ำซุปกระดูกวัวที่ให้รสชาติความอร่อยจากเนื้อวัวอย่างเต็มคำ

2. แกงกะหรี่ทตโตริ

ว่ากันว่าทตโตริเป็นจังหวัดที่รักแกงกะหรี่มากที่สุดในญี่ปุ่น
เหตุผลก็คือมีปริมาณการบริโภคแกงกะหรี่ต่อครัวเรือนสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ
ด้วยเหตุนี้จึงมี “สถาบันวิจัยแกงกะหรี่ทตโตริ” และได้พัฒนารูซ์แกงกะหรี่ต้นตำรับชื่อ “หัวแกงทตโตริ” ขึ้นมา
ในหัวแกงนี้ใช้ทั้งลูกแพร์นิจูเซกิ หัวหอมญี่ปุ่น และน้ำซุปจากปูซูไว ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของทตโตริอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังไม่ใช้สีผสมอาหารหรือวัตถุกันเสีย
เครื่องเทศถูกปรุงให้มีความเผ็ดแบบนุ่มนวล จึงเป็นรสชาติที่ถูกใจคนทุกเพศทุกวัย และยังเป็นของฝากยอดนิยมเมื่อมาเยือนทตโตริอีกด้วย

แกงกะหรี่ทตโตริที่ใช้น้ำซุปจากวัตถุดิบขึ้นชื่อของทตโตริ
แกงกะหรี่ทตโตริที่ใช้น้ำซุปจากวัตถุดิบขึ้นชื่อของทตโตริ

3. ปูมัตสึบะ

สำหรับคนที่สนใจอาหารทะเลฤดูหนาวของทตโตริ “ปูมัตสึบะ” เป็นชื่อที่น่าจะได้ยินบ่อยทีเดียว
ปูซูไวตัวผู้ที่โตเต็มวัยจะถูกเรียกว่า “ปูมัตสึบะ” และเป็นวัตถุดิบชั้นสูงยอดนิยมของทตโตริในฤดูหนาว
เนื้อปูที่แน่นเต็มกระดองจากการเติบโตท่ามกลางคลื่นแรงของทะเลญี่ปุ่นอันหนาวเย็น มีรสอูมามิอย่างหรูหรา
โดยทั่วไปนิยมต้มรับประทาน แต่ซาชิมิที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มลื่นและความหวานเฉพาะตัว ซึ่งต้องใช้ปูสดมากเท่านั้น จึงเป็นรสชาติที่สัมผัสได้แบบพิเศษเมื่อมาเยือนทตโตริ
ยังมีอีกหลายวิธีในการลิ้มลอง เช่น ปูต้ม หม้อไฟปู ข้าวต้ม และปูย่าง

ลองชิมปูมัตสึบะ วัตถุดิบชั้นสูง ผ่านหลากหลายวิธีการปรุง
ลองชิมปูมัตสึบะ วัตถุดิบชั้นสูง ผ่านหลากหลายวิธีการปรุง

จุดชมซากุระที่ควรไปเยือนในทริปทตโตริช่วงฤดูใบไม้ผลิ

ถ้าได้ไปทตโตริในฤดูใบไม้ผลิ การแวะชมซากุระก็เป็นอีกช่วงเวลาที่น่าใส่ไว้ในแผน
คุณน่าจะได้พบกับทิวทัศน์แสนสวยและโรแมนติกที่เห็นได้เฉพาะฤดูนี้เท่านั้น
ที่ “ซากปราสาททตโตริ” ซึ่งเป็นจุดชมซากุระชื่อดัง คุณจะได้เห็นวิวแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ของปราสาทจำลองและร่องรอยนิโนะมารุที่ถูกโอบล้อมด้วยต้นโซเมโยชิโนะประมาณ 240 ต้นรอบคูน้ำ
ยังมีการประดับไฟในตอนกลางคืน และในช่วงซากุระบานก็จะมีร้านแผงลอย ทำให้บรรยากาศคึกคักสวยงามเป็นพิเศษ
“สวนซาไกไดบะ” บนเนินสูงที่มองลงไปเห็นซาไกมินาโตะ ก็โดดเด่นด้วยภาพของซากุระ 240 ต้นคู่กับประภาคารซาไกมินาโตะที่บูรณะขึ้นใหม่
ส่วนซากุระของ “สวนมินาโตะยามะ” ที่มีการประดับโคมไฟและสามารถล่องเรือชมจากแม่น้ำคาโมะได้ ก็มีเสน่ห์งดงามไม่แพ้กัน
วันเริ่มบาน วันบานเต็มที่ และช่วงเวลาชมซากุระของทตโตริโดยเฉลี่ยในแต่ละปีเป็นดังตารางด้านล่าง แต่ทั้งนี้ช่วงเวลาดังกล่าวอาจเลื่อนเร็วหรือช้าตามสภาพอากาศ อุณหภูมิ และแต่ละสถานที่
ก่อนเดินทาง อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลการบานของซากุระล่วงหน้าด้วย

วันเริ่มบาน
29 มีนาคม
วันบานเต็มที่
5 เมษายน
ช่วงเวลาชมซากุระ
5 เมษายน–12 เมษายน
จากซากปราสาททตโตริ สามารถชมซากุระโดยมีภูเขาไดเซ็นเป็นฉากหลังได้
จากซากปราสาททตโตริ สามารถชมซากุระโดยมีภูเขาไดเซ็นเป็นฉากหลังได้
สวนซาไกไดบะที่มีประภาคารซาไกมินาโตะโอบล้อมด้วยซากุระอย่างน่าประทับใจ
สวนซาไกไดบะที่มีประภาคารซาไกมินาโตะโอบล้อมด้วยซากุระอย่างน่าประทับใจ
สวนมินาโตะยามะที่มีแนวต้นซากุระสวยงามให้ชม
สวนมินาโตะยามะที่มีแนวต้นซากุระสวยงามให้ชม

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในทตโตริที่เผยทิวทัศน์งดงามเฉพาะฤดูใบไม้ร่วง

พอเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ทตโตริก็มีอีกบรรยากาศให้เที่ยวชมต่างไปจากช่วงซากุระ
ที่นี่ไม่ได้มีแค่จุดชมซากุระเท่านั้น แต่ยังมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอยู่มากมาย
หนึ่งในนั้นคือ “มิโทคุซัง ซันบุตสึจิ นาเงะอิเระโด” สมบัติแห่งชาติที่ถูกขนานนามว่าอันตรายที่สุดในญี่ปุ่น
ภาพของหน้าผาสูงชันตัดกับต้นไม้ที่เปลี่ยนสีงดงามนั้นทรงพลังอย่างมาก และการมองใบไม้เปลี่ยนสีที่แผ่กว้างอยู่เบื้องล่างจากระเบียงก็เป็นอีกเสน่ห์หนึ่ง
ส่วน “ไดเซ็น” ที่ได้รับการยกย่องว่า “ฟูจิแห่งตะวันออก ไดเซ็นแห่งตะวันตก” นั้น คุณจะได้เห็นความงามของแนวสันเขา พร้อมคอนทราสต์ระหว่างยอดเขาที่มีหิมะปกคลุมกับต้นไม้บริเวณเชิงเขาที่เปลี่ยนเป็นสีแดง เหลือง และส้ม
อีกแห่งที่ไม่ควรพลาดคือ “เซ็มโจซัง” ซึ่งสามารถชม “น้ำตกมัสุกะเอชิ” จากจุดชมวิว เห็นสายน้ำตกกระหน่ำลงท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสีอย่างน่าประทับใจ
หลายจุดจะเข้าสู่ช่วงสวยที่สุดราวกลางเดือนตุลาคมถึงปลายเดือนพฤศจิกายน แต่ช่วงเวลาดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศ อุณหภูมิ และแต่ละสถานที่ ก่อนออกเดินทางอย่าลืมเช็กข้อมูลใบไม้เปลี่ยนสีด้วย

ใบไม้เปลี่ยนสีที่มองลงไปจากระเบียงของมิโทคุซัง ซันบุตสึจิ นาเงะอิเระโด
ใบไม้เปลี่ยนสีที่มองลงไปจากระเบียงของมิโทคุซัง ซันบุตสึจิ นาเงะอิเระโด
ภูเขาไดเซ็นกับใบไม้เปลี่ยนสีหลากสีที่งดงาม
ภูเขาไดเซ็นกับใบไม้เปลี่ยนสีหลากสีที่งดงาม
เซ็มโจซังที่สามารถชมการผสานกันอย่างงดงามของใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตก
เซ็มโจซังที่สามารถชมการผสานกันอย่างงดงามของใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทริปทตโตริ

Q

ฤดูไหนเหมาะสำหรับการเที่ยวทตโตริ?

A

ไม่ว่าจะไปเมื่อไรก็มีโอกาสได้พบวิวสวยงาม แต่ถ้าเป็นพิเศษ แนะนำฤดูใบไม้ผลิที่ซากุระสวย และฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีงดงาม

Q

มีจุดท่องเที่ยวไหนในทตโตริที่เหมาะสำหรับเที่ยวกับครอบครัว?

A

แนะนำเนินทรายทตโตริ, สวนเด็กเนินทรายทตโตริ และพิพิธภัณฑ์ทราย

บทสรุป

หากกำลังเตรียมตัวเที่ยวทตโตริ บทความนี้ก็น่าจะช่วยให้เห็นภาพรวมได้ค่อนข้างครบ
เราได้รวบรวมทั้งเสน่ห์ของเมือง จุดน่าสนใจ คอร์สตัวอย่าง และข้อมูลการเดินทางไว้ในที่เดียว
ลองใช้เนื้อหาเหล่านี้เป็นแนวทาง แล้วค่อยเลือกมุมที่อยากไปตามสไตล์การเที่ยวของตัวเองได้เลย
ถ้าอยากรู้จักแหล่งท่องเที่ยวในทตโตริให้มากขึ้น ลองอ่านบทความนี้ต่อควบคู่กันได้เลย