เมื่อเดินเลียบแม่น้ำทามะกาวะ จะเห็นบ้านพ่อค้าเก่าและโกดังดินที่สร้างมาตั้งแต่สมัยเอโดะถึงสมัยไทโชเรียงรายอยู่ในบรรยากาศชวนให้นึกถึงวันวาน พื้นที่นี้เคยรุ่งเรืองในฐานะเมืองหน้าปราสาทของปราสาทอุทสึบุกิในสมัยมุโรมาจิ และในสมัยเอโดะก็มีการสร้างที่พักซามูไรรอบจินยะ จึงกลายเป็นย่านประวัติศาสตร์ที่มีเสน่ห์ด้วยทิวทัศน์เมืองอันสวยงามจนถูกเรียกว่าเกียวโตน้อย
อาคารต่าง ๆ มีเอกลักษณ์ที่ชั้นล่างเป็นผนังไม้ซีดาร์เผาสีดำ ช่วงบนเป็นผนังปูนฉาบสีขาว และมุงหลังคาด้วยกระเบื้องเซกิชูสีแดงอย่างเป็นระเบียบ พื้นที่หลักประกอบด้วยถนนฮมมาจิโดริที่เรียงรายด้วยบ้านพ่อค้า และแนวริมแม่น้ำทามะกาวะที่มีโกดังดินตั้งต่อเนื่องกัน สำหรับอาคารที่เรียกว่า “อะคะงาวะ” ภายในย่านชิราคะเบะ โดโซกุงมีอยู่รวม 15 แห่ง ใช้เป็นร้านขายของฝาก คาเฟ่ และเวิร์กช็อปต่าง ๆ โดยอะคะงาวะหมายเลข 10 เป็นศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จึงเหมาะแวะเป็นจุดแรก
บริเวณโดยรอบยังมีโรงหมักสาเกและโรงหมักโชยุอยู่มากมาย จนได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 ทัศนียภาพแห่งกลิ่นหอม และ 100 ภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์อันงดงามของญี่ปุ่น ภายในย่านการค้ายังหลงเหลือป้ายร้านจากยุคโชวะอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยเสน่ห์ย้อนยุคที่น่าเดินชม
จุดเด่น
-
ทิวทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ของโกดังที่มุงหลังคากระเบื้องเซกิชูสีแดงและเรียงรายต่อเนื่องกัน
-
สำหรับกระเบื้องสีแดงนี้ ถือเป็นลักษณะเฉพาะของภูมิภาคซันอิน โดยมีต้นกำเนิดจากกระเบื้องเซกิชูในแคว้นอิวามิ จังหวัดชิมาเนะ
-
มีร้านให้แวะชิมทั้งสาเกท้องถิ่น เบียร์ท้องถิ่น และไวน์ที่ผลิตในพื้นที่
-
ถ้าเดินต่อจากชิราคะเบะ โดโซกุงไปอีกหน่อย ก็ยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดทตโตริ พิพิธภัณฑ์ลูกแพร์เอซแพ็ก นาชิคโกะคัง และพิพิธภัณฑ์ฟิกเกอร์วงกลมคุรายะโยชิให้แวะเที่ยวได้