
【แผนเที่ยวอิวาเตะ 2 คืน 3 วัน】ทริปผ่อนคลายกับเมืองปราสาทโมริโอกะและวิวสุดตระการตาแห่งคิตะซันริคุ
ถ้าอยากออกทริปแบบค่อยๆ ซึมซับทั้งบรรยากาศเมืองเก่าและธรรมชาติสวยๆ จังหวัดอิวาเตะก็เป็นจุดหมายที่น่าสนใจไม่น้อย
พื้นที่ของที่นี่กว้างใหญ่ที่สุดในภูมิภาคฮนชู และเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งเมืองปราสาทโมริโอกะที่ได้รับเลือกจากหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ให้เป็นหนึ่งใน “52 สถานที่ที่ควรไปเยือนในปี 2023”, ฮิราอิซุมิซึ่งเป็นมรดกโลก และคิตะซันริคุที่โดดเด่นด้วยความงดงามของชายฝั่งทะเลแบบไดนามิก รวมถึงเสน่ห์ด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ
ครั้งนี้เราจะมาแนะนำแผนเที่ยวตัวอย่าง 2 คืน 3 วัน โดยเริ่มต้นจากเมืองโมริโอกะ แล้วค่อยไปเพลิดเพลินกับออนเซ็นและวิวสวยๆ กัน!
Day1|เดินเล่นในเมืองปราสาทโมริโอกะที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์
ทริปครั้งนี้เริ่มต้นกันที่สถานี JR โมริโอกะ โดยเป็นสถานีที่รถไฟชินคันเซ็นสายโทโฮคุจอดให้บริการด้วย
แค่ได้เห็นท้องฟ้ากว้างของภูมิภาคโทโฮคุ ก็ชวนให้ตื่นเต้นกับการเดินทางขึ้นมาแล้ว!

ชมวิวเมืองโมริโอกะแบบพาโนรามาที่ “ห้องชมวิวมาริออส” ก่อนออกเดินเที่ยว!
เริ่มต้นด้วยการมุ่งหน้าไปยังห้องชมวิวบนชั้นบนสุดของ “มาริออส” แลนด์มาร์กทาวเวอร์ของเมืองโมริโอกะ ซึ่งอยู่ห่างจากทางออกฝั่งตะวันตกของสถานีโมริโอกะโดยเดินประมาณ 3 นาที
ห้องชมวิวมาริออสตั้งอยู่บนชั้นบนสุดของอาคารสูง 92 เมตร ซึ่งเป็นตึกระฟ้าชั้นนำของภูมิภาคคิตะโทโฮคุ และเปิดให้เข้าชมฟรี ที่นี่สามารถมองเห็นทั้งทิวทัศน์เมืองโมริโอกะที่มีแม่น้ำคิตาคามิและแม่น้ำชิซึกุอิชิไหลผ่าน รวมถึงภูเขาอิวาเตะด้วย ลองเริ่มต้นทริปด้วยการชมวิวเมืองจากมุมสูง เพื่อเพิ่มอารมณ์การเดินทางกันก่อน

เดินเล่นที่ “สวนซากปราสาทโมริโอกะ” สัญลักษณ์ของเมืองปราสาท
จากห้องชมวิวมาริออส เดินประมาณ 15 นาที จุดหมายถัดไปคือสวนซากปราสาทโมริโอกะ (สวนอิวาเตะ) สถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองปราสาทโมริโอกะ
สวนซากปราสาทโมริโอกะ (สวนอิวาเตะ) ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็น “สวนอิวาเตะ” ในปี ค.ศ. 1906 บนพื้นที่ของปราสาทโมริโอกะซึ่งเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1597 ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติในชื่อ “ซากปราสาทโมริโอกะ” ภายในสวนมีสระน้ำ 2 แห่ง (คูน้ำ) และสนามหญ้า เหมาะสำหรับการเดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น อีกทั้งยังมีทิวทัศน์ตามฤดูกาลที่น่าประทับใจ เช่น ดอกบ๊วยและซากุระในฤดูใบไม้ผลิ หรือใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง
ในสวนยังมีจุดน่าสนใจอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นกำแพงหินที่ชวนให้นึกถึงอดีตของปราสาท ตลอดจนโบราณสถานและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมต่างๆ จึงเหมาะกับการเดินเที่ยวแบบสบายๆ มากทีเดียว

ในช่วงฤดูซากุระ อีกจุดที่อยากแวะคืออิชิวาริซากุระ ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณศาลจังหวัดโมริโอกะ ห่างจากสวนประมาณ 7 นาที ต้นซากุระพันธุ์เอโดะฮิกังที่มีอายุประมาณ 350–400 ปี เติบโตขึ้นอย่างทรงพลังจากรอยแยกของหินแกรนิตขนาดใหญ่ ราวกับกำลังแยกหินออกจากกัน เป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก ช่วงเวลาที่สวยที่สุดโดยทั่วไปคือประมาณกลางถึงปลายเดือนเมษายน ลองนำไปใช้วางแผนทริปกันได้เลย

มื้อกลางวันที่ “อาซุมะยะ ฮอนเท็น” ร้านดังของโซบะวังโกะ เมนูขึ้นชื่อของโมริโอกะ
เดินเที่ยวจนเริ่มหิว ได้เวลาสนุกกับมื้อกลางวันด้วยเมนูขึ้นชื่อของโมริโอกะอย่างวังโกะโซบะ! จากสวนซากปราสาทโมริโอกะ (สวนอิวาเตะ) เดินประมาณ 7 นาที ก็จะถึงร้านดังอย่างอาซุมะยะ ฮอนเท็น (Azumaya Honten)
วังโกะโซบะเป็นสไตล์การกินที่มีเอกลักษณ์ โดยพนักงานจะคอยใส่เส้นโซบะคำเล็กๆ ลงในชามของเราอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสียงเรียกจังหวะสนุกๆ จนกว่าจะพูดว่า “อิ่มแล้ว” และปิดฝาชาม จึงเป็นเมนูท้องถิ่นที่อยากให้ลองเมื่อมาเยือนอิวาเตะ ความอร่อยก็มีอยู่เต็มที่ ส่วนการโต้ตอบกับพนักงานก็สนุกไม่แพ้กัน และน่าจะกลายเป็นหนึ่งในความทรงจำดีๆ ของทริปนี้แน่นอน!

ชมอาคารย้อนยุคสไตล์เมจิที่ถ่ายรูปสวย “อาคารอิวาเตะกินโกะ อากะเร็งกะคัง”
หลังอิ่มอร่อยกับวังโกะโซบะแล้ว เดินจากอาซุมะยะ ฮอนเท็นเพียง 1 นาที ก็ถึงอาคารอิวาเตะกินโกะ อากะเร็งกะคัง (Iwate Ginko Akarengakan)
อาคารสไตล์เรอเนสซองส์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1911 เพื่อใช้เป็นสำนักงานใหญ่ของธนาคารโมริโอกะ โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์เรโทรโมเดิร์นที่ถ่ายรูปออกมาสวยมาก ออกแบบโดยสำนักงานสถาปัตยกรรมของคิงโงะ ทัตสึโนะ และมันจิ คาซาอิ และยังเป็นผลงานเพียงแห่งเดียวของคิงโงะ ทัตสึโนะที่ยังหลงเหลืออยู่ในภูมิภาคโทโฮคุ ภายในมีจุดให้ชมมากมาย เช่น โคมแชนเดอเลียร์เหนือห้องอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่เข้าชมฟรี ซึ่งยังคงบรรยากาศตั้งแต่ยุคเมจิไว้ได้อย่างดี นอกจากนี้ยังสามารถชมวิดีโอเกี่ยวกับประวัติของอาคารได้ด้วย ภายในอาคารก็สามารถถ่ายภาพได้ ยกเว้นบริเวณที่มีข้อห้าม ถือเป็นอีกจุดที่น่าแวะไม่น้อย

เรียนรู้เรื่องนักเขียนที่มีความผูกพันกับโมริโอกะที่ “มุ่งหน้าไปยังพิพิธภัณฑ์วัยหนุ่มสาวทาคุโบคุและเค็นจิ โมริโอกะ”
จากอาคารอิวาเตะกินโกะ อากะเร็งกะคัง เดินประมาณ 2 นาที ก็จะถึงพิพิธภัณฑ์ที่ใช้อาคาร “อดีตสำนักงานใหญ่ธนาคารไดคิวจู” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ
ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แนะนำเรื่องราวของอิชิคาวะ ทาคุโบคุ และมิยาซาวะ เค็นจิ สองนักเขียนผู้ใช้ช่วงวัยหนุ่มสาวในเมืองโมริโอกะ นอกจากจะมีนิทรรศการเกี่ยวกับชีวิตช่วงวัยหนุ่มสาวของทั้งสองแล้ว ยังมีการจัดแสดงเรื่องราวของเมืองโมริโอกะในยุคนั้นด้วย ภายในยังมีมุมคาเฟ่สไตล์ย้อนยุค เหมาะสำหรับแวะพักระหว่างเดินเที่ยวอีกด้วย


ไปสักการะ “ศาลเจ้าโมริโอกะฮาจิมังกู” ที่มีศาลย่อยถึง 12 แห่งในบริเวณเดียวกัน!
หลังออกจากพิพิธภัณฑ์วัยหนุ่มสาวทาคุโบคุและเค็นจิ โมริโอกะ เดินต่อประมาณ 13 นาที ก็จะถึงศาลเจ้าโมริโอกะฮาจิมังกู (Morioka Hachimangu)
ศาลเจ้าโมริโอกะฮาจิมังกูเป็นศาลเจ้าใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1680 อาคารศาลเจ้าที่เคยได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติต่างๆ รวมถึงเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในโมริโอกะเมื่อปี ค.ศ. 1884 และความเสียหายจากลมและหิมะ ได้รับการบูรณะซ้ำหลายครั้ง โดยอาคารปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1997 ภายในบริเวณมีศาลย่อย 12 แห่ง ประดิษฐานเทพเจ้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวันอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านเกษตรกรรม พาณิชยกรรม และอุตสาหกรรม แวะมาสักการะจุดพลังงานดีของโมริโอกะเพื่อเสริมสิริมงคลให้ทริปนี้กันได้

มุ่งหน้าสู่ “ฮานามากิ 12 ออนเซ็น” พื้นที่ออนเซ็นขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของโทโฮคุ!
จากศาลเจ้าโมริโอกะฮาจิมังกู มุ่งหน้าไปยังที่พักของคืนนี้คือฮานามากิออนเซ็นเคียว “ฮานามากิ 12 ออนเซ็น”
ขึ้นรถบัสจากป้ายหน้าฮาจิมังกูไปยังสถานีโมริโอกะ จากนั้นขึ้นรถไฟสายโทโฮคุเมนไลน์ไปทางคิตากามิ และลงที่สถานีฮานามากิ แล้วต่อรถชัตเทิลบัสฟรีสำหรับผู้เข้าพักเข้าสู่ย่านออนเซ็นฮานามากิ!
สำหรับคนที่สนใจชื่อเรียกนี้ ฮานามากิออนเซ็นเคียวได้รับฉายาว่า “ฮานามากิ 12 ออนเซ็น” เพราะมีบ่อน้ำพุร้อนรวม 12 แห่ง เช่น ฮานามากิออนเซ็น ไดออนเซ็น และโอซาวะออนเซ็น ถือเป็นพื้นที่ออนเซ็นขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของโทโฮคุ ที่นี่มีที่พักหลากหลายทั้งเรียวกัง โรงแรมรีสอร์ต และที่พักเพื่อการพักฟื้นแบบดั้งเดิมที่ตั้งอยู่ในย่านออนเซ็นเก่าแก่ คืนแรกของทริป ลองแช่ออนเซ็นอย่างสบายๆ เพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางกัน


Day2|วันที่ 2 จากฮานามากิ 12 ออนเซ็น สู่มิยาโกะแห่งคิตะซันริคุ
เช้าวันที่ 2 ต้องออกเดินทางกันไวขึ้นอีกนิด โดยจะแวะผ่านโทโนะก่อน แล้วค่อยมุ่งหน้าไปยังมิยาโกะแห่งคิตะซันริคุ
แวะลงระหว่างทางที่สถานีโทโนะ แล้วสัมผัสโลกนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นที่ “โทโนะโมโนกาตาริ โนะ ยากาตะ”!
จากสถานีฮานามากิ นั่งรถไฟ JR สายคามาอิชิประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วแวะลงที่สถานีโทโนะ จากนั้นมุ่งหน้าไปยังโทโนะโมโนกาตาริ โนะ ยากาตะ สถานที่ที่ให้คุณได้สัมผัสโลกแห่งนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่น
โทโนะโมโนกาตาริ โนะ ยากาตะ เป็นสถานที่ที่ถ่ายทอดโลกทัศน์ของหนังสือ “โทโนะโมโนกาตาริ” ผลงานของคุนิโอะ ยานางิตะ ซึ่งรวบรวมเรื่องเล่าพื้นบ้านและตำนานของแถบโทโนะไว้ ภายในมีจุดน่าสนใจมากมาย เช่น “คุระนิทานพื้นบ้าน” ที่ให้สัมผัสเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมาในโทโนะผ่านภาพและเสียง “ห้องจัดแสดงคุนิโอะ ยานางิตะ” ที่แนะนำชีวิตและผลงานของเขา และ “โทโนะสะ” โรงละครขนาดเล็กที่มีนักเล่าเรื่องมาถ่ายทอดนิทานพื้นบ้านด้วยสำเนียงท้องถิ่นของโทโนะ ใช้เวลารอบละประมาณ 20 นาที จึงเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าที่จะได้สัมผัสโลกของนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด

มื้อกลางวันที่ “จิงกิสข่านอันเบะ” ร้านเก่าแก่ของจิงกิสข่านโทโนะ เมนูขึ้นชื่อประจำเมือง
ในเมื่อแวะลงที่โทโนะแล้ว มื้อกลางวันก็ต้องลองของอร่อยประจำเมืองกันสักหน่อย นั่งแท็กซี่ประมาณ 3 นาที ไปยังร้านเก่าแก่ของจิงกิสข่านโทโนะอย่างจิงกิสข่านอันเบะ (Jingisukan Anbe)
จริงๆ แล้วเมืองโทโนะในจังหวัดอิวาเตะก็ขึ้นชื่อเรื่องจิงกิสข่านเช่นกัน ร้านยอดนิยมที่มีผู้คนแวะเวียนมาไม่ขาดสายแห่งนี้เปิดกิจการมานานกว่า 70 ปี และได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นตำรับของ “จิงกิสข่านโทโนะ” จุดเด่นคือซอสสูตรลับรสเผ็ดสดชื่นมีความเปรี้ยวกำลังดี ซึ่งอร่อยจนได้รับคำชมว่าช่วยชูรสทั้งเนื้อและผักไปพร้อมกัน อีกทั้งช่วงมื้อกลางวันยังมีเมนูเซ็ตให้เลือกหลากหลาย นับเป็นอีกข้อดีที่น่าประทับใจ


นั่ง “รถไฟซันริคุ” สายซันริคุเรียส ไปยังมิยาโกะ!
หลังมื้ออาหาร ได้เวลาออกเดินทางสู่มิยาโกะ! นั่งแท็กซี่จากร้านกลับไปยังสถานีโทโนะ จากนั้นขึ้นรถไฟด่วนเร็ว JR สายคามาอิชิ ใช้เวลาประมาณ 50 นาที ก็ถึงสถานีคามาอิชิ
จากสถานีคามาอิชิ เราจะขึ้นรถไฟท้องถิ่นซันริคุ ซึ่งมีชื่อเล่นว่า “ซันเท็ตสึ” รถไฟสายนี้เปิดให้บริการในฐานะรถไฟภาคเอกชนร่วมทุนแห่งแรกของญี่ปุ่น ระหว่างทางสามารถชมหน้าผาสูงชันอันเป็นเอกลักษณ์ของชายฝั่งแบบเรียส รวมถึงวิถีชีวิตอันสงบเรียบง่ายริมทะเลจากหน้าต่างรถไฟ นั่งตู้รถไฟสีไตรรงค์แสนน่ารัก แล้วเพลิดเพลินกับการเดินทางด้วยรถไฟแบบสบายๆ ประมาณ 80 นาที

เช็กอินที่ “โรงแรมโจโดะกาฮามะ พาร์ค” โรงแรมวิวสวยที่มองเห็นโจโดะกาฮามะแบบเต็มตา!
ลงที่สถานีมิยาโกะของรถไฟซันริคุ แล้วต่อรถบัสจากป้ายหน้าสถานีมิยาโกะประมาณ 15 นาที ก็ถึงที่พักของคืนนี้ โรงแรมโจโดะกาฮามะ พาร์ค!
โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินสูงที่มองเห็นโจโดะกาฮามะ หนึ่งในจุดชมวิวชื่อดังของซันริคุ และขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์ทะเลที่สวยงามมาก เมื่อก้าวผ่านประตูทางเข้าหลักเข้าสู่ล็อบบี้ คุณอาจเผลอหยุดมองวิวอ่าวมิยาโกะที่แผ่กว้างเต็มหน้าต่าง อาหารที่หลายคนตั้งตารอมาในรูปแบบบุฟเฟต์เป็นหลัก โดยสามารถเพลิดเพลินกับเมนูที่ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลจากทั้งทะเลและภูเขาของอิวาเตะซันริคุได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีสาเกท้องถิ่นชื่อดังของอิวาเตะให้เลือกหลากหลาย เหมาะจะสั่งมาจับคู่กับมื้ออาหารด้วยเช่นกัน



Day3|วันที่ 3 ดื่มด่ำกับวิวสุดตระการตาของโจโดะกาฮามะ!
วันสุดท้ายของทริปอิวาเตะ ลองปล่อยเวลาให้ไหลช้าๆ แล้วไปผ่อนคลายกับวิวเหนือจริงอันงดงามของโจโดะกาฮามะกัน
มุ่งหน้าไปยัง “โจโดะกาฮามะ” จุดชมวิวระดับแนวหน้าของญี่ปุ่นที่งดงามราวกับแดนสุขาวดี
จากโรงแรมโจโดะกาฮามะ พาร์ค เดินประมาณ 10 นาที พร้อมเพลิดเพลินกับการเดินเล่นไปยังโจโดะกาฮามะ จุดชมวิวชื่อดังระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น
ที่นี่เป็นเวิ้งชายฝั่งหินริมทะเลซันริคุ ซึ่งคุณจะได้พบกับชายหาดหินสีขาว ผิวน้ำทะเลใสสะอาด และภูมิประเทศสลับซับซ้อนที่สร้างทิวทัศน์เหนือจริงอันน่าประทับใจ อีกทั้งยังมีจุดชมวิวมากมายจากกลุ่มหินรูปร่างแปลกตาที่ก่อตัวขึ้นเมื่อประมาณ 52 ล้านปีก่อน ลองเดินเล่นอย่างสบายๆ บนเส้นทางเลียบเวิ้งอ่าวที่มีทางเดินไม้จัดไว้อย่างดี แล้วดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันสวยงามให้เต็มที่
นอกจากนี้ยังมีจุดยอดนิยมอย่าง “ฮาจิโนะเฮะอานะ” ที่ได้รับสมญาว่า “ถ้ำสีน้ำเงิน” เพราะแสงแดดและน้ำทะเลใสสะอาดช่วยสร้างบรรยากาศสีฟ้างดงาม และยังสามารถนั่งเรือซัปปะเข้าไปชมด้านในได้ จึงน่าแวะไปพร้อมกันด้วย

ปิดท้ายทริปที่ “จาโนะเมะ ฮอนเท็น” อิ่มอร่อยกับอาหารทะเลจากซันริคุ!
กลับไปที่โรงแรมโจโดะกาฮามะ พาร์ค แล้วนั่งรถบัสจากหน้าโรงแรมไปยังหน้าสถานีมิยาโกะ จากนั้นเดินต่อประมาณ 1 นาที ไปยังจาโนะเมะ ฮอนเท็น (Janome Honten)
ร้านนี้เป็นที่นิยมในหมู่คนท้องถิ่น เพราะสามารถลิ้มลองอาหารทะเลจากซันริคุได้ในราคาสบายกระเป๋า เมนูที่อยากแนะนำคือ “คิตะซันริคุกุฮัง” ข้าวหน้าซีฟู้ดขึ้นชื่อที่รวมอาหารทะเลสดจากคิตะซันริคุถึง 15 ชนิด ทั้งอูนิ ไข่ปลาแซลมอน และปลาทูน่า! อีกเมนูที่น่าสนใจคือ “บิงดง” ข้าวหน้าท้องถิ่นของมิยาโกะที่ใส่วัตถุดิบทะเลตามฤดูกาลลงในขวดนม ก็ควรเช็กไว้เช่นกัน
ปิดท้ายทริปด้วยการลิ้มรสอาหารทะเลสดใหม่เฉพาะถิ่นอย่างจุใจ แล้วเก็บความประทับใจกลับบ้านกัน!

ตารางแผนเที่ยวอิวาเตะ 2 คืน 3 วัน
Day1
- 10:00
- สถานีโมริโอกะ
- ...
- เดินประมาณ 1 นาที
- 10:10
- ห้องชมวิวมาริออส
- ...
- เดินประมาณ 15 นาที
- 11:00
- สวนซากปราสาทโมริโอกะ
- ...
- เดินประมาณ 7 นาที
- 11:40
- อาซุมะยะ ฮอนเท็น
- ...
- เดินประมาณ 1 นาที
- 13:00
- อาคารอิวาเตะกินโกะ อากะเร็งกะคัง
- ...
- เดินประมาณ 2 นาที
- 13:40
- พิพิธภัณฑ์วัยหนุ่มสาวทาคุโบคุและเค็นจิ โมริโอกะ
- ...
- เดินประมาณ 13 นาที
- 15:00
- ศาลเจ้าโมริโอกะฮาจิมังกู
- ...
- เดินประมาณ 2 นาที→ขึ้นรถบัสอิวาเตะเค็งสึที่ป้าย “หน้าฮาจิมังกู” มุ่งหน้าไปสถานีโมริโอกะ→ขึ้นรถไฟสายโทโฮคุเมนไลน์ไปทางคิตากามิที่ “สถานีโมริโอกะ”→ลงที่ “สถานีฮานามากิ”→ใช้รถรับส่งฟรี
- ประมาณ 18:00
- ฮานามากิ 12 ออนเซ็น
Day2
- 11:00
- โทโนะโมโนกาตาริ โนะ ยากาตะ
- ...
- แท็กซี่ประมาณ 3 นาที
- 12:00
- จิงกิสข่านอันเบะ
- ...
- แท็กซี่ประมาณ 3 นาที→ขึ้นรถไฟด่วนเร็ว JR สายคามาอิชิที่ “สถานีโทโนะ”→เปลี่ยนไปขึ้นรถไฟซันริคุที่ “สถานีคามาอิชิ”→ลงที่ “สถานีมิยาโกะ” แล้วต่อรถบัสที่ป้าย “หน้าสถานีมิยาโกะ”→ลงที่ป้าย “หน้าโรงแรมโจโดะกาฮามะ พาร์ค”
- 16:20
- โรงแรมโจโดะกาฮามะ พาร์ค
Day3
- 10:00
- โจโดะกาฮามะ
- ...
- เดินประมาณ 13 นาที→ขึ้นรถบัสอิวาเตะเคนโปคุสาย C04 ที่ป้าย “หน้าโรงแรมโจโดะกาฮามะ พาร์ค”→ลงที่ป้าย “หน้าสถานีมิยาโกะ” แล้วเดินประมาณ 1 นาที
- 12:40
- จาโนะเมะ ฮอนเท็น
บทสรุป
ทริปอิวาเตะ 2 คืน 3 วัน ที่พาไปผ่อนคลายกับเมืองปราสาทโมริโอกะและวิวสุดตระการตาแห่งคิตะซันริคุ เป็นอย่างไรกันบ้าง?
จังหวัดอิวาเตะซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโทโฮคุ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมาก นอกเหนือจากสถานที่ที่แนะนำไว้ในทริปนี้
หากกำลังวางแผนเดินทาง อย่าลืมอ่านคู่มือท่องเที่ยวที่จะพาคุณสัมผัสเสน่ห์เฉพาะตัวของอิวาเตะอย่างเต็มอิ่มไว้ใช้เป็นไอเดียประกอบการเดินทางกันด้วยนะ