
11 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำสำหรับทริปครอบครัวในจังหวัดอิวาเตะ ที่ได้สัมผัสประสบการณ์ฟาร์มและโลกแห่งนิทาน
ถ้าอยากพาครอบครัวออกไปเจอทั้งธรรมชาติ ฟาร์มกว้าง ๆ และบรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปในโลกของเรื่องราวต่าง ๆ จังหวัดอิวาเตะก็เป็นจุดหมายที่น่าสนใจไม่น้อย
โดยมีเมืองโมริโอกะเป็นศูนย์กลาง เต็มไปด้วยสถานที่ที่ได้ใกล้ชิดกับสัตว์ ฟาร์มขนาดกว้างใหญ่ และจุดที่สามารถสัมผัสโลกทัศน์ของมิยาซาวะ เคนจิ (Miyazawa Kenji) ได้อย่างเต็มที่ เหมาะสำหรับการใช้เวลาร่วมกันของพ่อแม่ลูกแบบสบาย ๆ
เมื่อเดินทางจากเขตภายในสู่ชายฝั่ง ภาพทิวทัศน์ก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนไป และนี่ก็เป็นอีกเสน่ห์หนึ่งของอิวาเตะที่แต่ละสถานที่มอบประสบการณ์ต่างกันออกไป
หากกำลังมองหาทริปสำหรับครอบครัว ลองออกไปสัมผัสทิวทัศน์และประสบการณ์เฉพาะตัวของจังหวัดอิวาเตะกัน
3 จุดสำคัญเพื่อเที่ยวอิวาเตะกับครอบครัวให้เต็มอิ่ม
เวลาเที่ยวอิวาเตะกับครอบครัว สิ่งที่รู้สึกได้ชัดอย่างหนึ่งคือบรรยากาศและทิวทัศน์ของเขตภายในกับชายฝั่งต่างกันพอสมควร ทำให้แม้อยู่ในจังหวัดเดียวกันก็ได้พบภาพที่ต่างออกไปอย่างชัดเจน
แต่ละพื้นที่ยังอยู่ห่างกันพอสมควร ดังนั้นรูปแบบการเดินทางและขอบเขตที่เลือกเที่ยวจะส่งผลต่อจังหวะของทริปด้วย หากเตรียมตัวโดยคำนึงถึงความกว้างของพื้นที่และความต่างตามฤดูกาล เวลาที่ใช้ร่วมกันในครอบครัวก็น่าจะสบายยิ่งขึ้น
ก่อนออกเดินทาง ลองเช็กจุดสำคัญของทริปครอบครัวในอิวาเตะกันก่อน
1. วางแผนทริปโดยเผื่อการเดินทางด้วยรถยนต์ไว้ด้วย
จังหวัดอิวาเตะมีพื้นที่กว้างที่สุดในภูมิภาคฮอนชู จึงอาจใช้เวลาเดินทางระหว่างแต่ละโซนค่อนข้างมาก
ไม่ว่าจะเลือกเที่ยวรอบโมริโอกะและฮานามากิเป็นหลัก หรือเน้นเฉพาะโซนชายฝั่ง หากกำหนดขอบเขตสถานที่ที่จะไปไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้เดินทางได้คล่องตัวขึ้น
บางจุดท่องเที่ยวเข้าถึงได้ยากด้วยขนส่งสาธารณะ จึงควรพิจารณาการเดินทางด้วยรถยนต์ตามจุดหมายที่ต้องการไป

2. จัดเส้นทางให้ได้ชมทั้งภาพธรรมชาติของเขตภายในและชายฝั่ง
จังหวัดอิวาเตะมีเอกลักษณ์ตรงที่ทิวทัศน์ของเขตภายในและชายฝั่งให้ความรู้สึกต่างกันอย่างชัดเจน โดยเขตภายในเต็มไปด้วยเทือกเขาและหุบเขา ส่วนชายฝั่งที่หันสู่ทะเลซันริกุก็มอบภาพวิวที่ต่างออกไปแม้อยู่ในจังหวัดเดียวกัน
หากวางแผนเที่ยวโดยคำนึงถึงความต่างของแต่ละพื้นที่ ก็จะทำให้ประสบการณ์ระหว่างทางมีสีสันมากขึ้น

3. ในฤดูหนาวควรปรับรูปแบบการเที่ยวให้เหมาะกับหิมะ
ฤดูหนาวของจังหวัดอิวาเตะมักได้รับผลกระทบจากหิมะ ทำให้ทั้งการเดินทางและการใช้เวลาในพื้นที่กลางแจ้งเปลี่ยนไป
โดยเฉพาะในเขตภูเขาที่มีหิมะมาก ควรจำกัดพื้นที่ที่จะไป หรือจัดแผนโดยเน้นสถานที่ในร่มเป็นหลัก เพื่อให้เที่ยวได้แบบไม่ฝืนเกินไป
หากปรับวิธีเที่ยวให้เหมาะกับฤดูกาล ความสบายตลอดทั้งทริปก็จะต่างออกไปอย่างมาก

ถ้าไปเที่ยวกับครอบครัว ต้องที่นี่! 11 สถานที่ท่องเที่ยวในอิวาเตะ
ถ้าจัดทริปครอบครัวในอิวาเตะ ก็มีทั้งจุดที่ได้ใกล้ชิดกับสัตว์ ฟาร์มขนาดใหญ่ สถานที่ที่เหมือนได้เข้าไปอยู่ในโลกของเรื่องราว และแหล่งชมธรรมชาติให้เลือกแวะได้หลากหลาย
ต่อไปนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดอิวาเตะที่น่าไปสำหรับทริปครอบครัว
1. สวนสัตว์เมืองโมริโอกะ ZOOMO (เมืองโมริโอกะ)
สวนสัตว์แห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่กว้างใหญ่ที่ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติแบบซาโตยามะ ทำให้สามารถสังเกตชีวิตของสัตว์ต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมใกล้เคียงธรรมชาติได้
อีกหนึ่งเสน่ห์คือสามารถพบสัตว์หลากหลายประมาณ 60 ชนิด รวมราว 300 ตัว ทั้งสัตว์ขนาดใหญ่และสัตว์ใกล้ตัว ภายในยังมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การให้อาหารสัตว์ รวมถึงร้านอาหารและลานสนามหญ้าที่เหมาะกับการนั่งพักชมสัตว์แบบสบาย ๆ จึงเป็นสถานที่ที่ครอบครัวใช้เวลาได้อย่างผ่อนคลาย

2. อิวายามะ พาร์กแลนด์ (เมืองโมริโอกะ)
สวนสนุกบนเนินเขาเตี้ย ๆ ที่อยู่ห่างจากใจกลางเมืองโมริโอกะโดยรถยนต์ประมาณ 15 นาที
มีทั้งเครื่องเล่นยอดนิยมและเครื่องเล่นแบบหวาดเสียว จึงเหมาะกับการมาเที่ยวเล่นแบบสบาย ๆ เด็กแต่ละวัยสามารถเลือกสนุกกับเครื่องเล่นได้ตามช่วงอายุ ทำให้พ่อแม่ลูกน่าจะใช้เวลาได้ตามจังหวะของตัวเอง
ใกล้กันยังมีจุดน่าแวะอย่าง “จุดชมวิวอิวายามะ” และ “สวนสัตว์เมืองโมริโอกะ ZOOMO” เหมาะกับการเที่ยวควบคู่กัน

3. หมู่บ้านงานฝีมือโมริโอกะ (เมืองโมริโอกะ)
ศูนย์รวมที่ประกอบด้วย 3 โซน ได้แก่ เวิร์กช็อปงานฝีมือ บ้านนันบุมาการิยะ และศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมท้องถิ่นภูมิภาคโมริโอกะ ที่ให้เรียนรู้และสัมผัสงานผลิตของโมริโอกะได้อย่างใกล้ชิด
ในโซนเวิร์กช็อปมีทั้งอาหารและงานหัตถกรรมดั้งเดิมขึ้นชื่อของโมริโอกะรวมไว้ในที่เดียว สามารถชมฝีมือช่างอย่างใกล้ชิด และยังมีกิจกรรมทำงานฝีมือ เช่น ย้อมครามและปั้นเซรามิก หากได้ลองทำด้วยกันทั้งครอบครัวก็น่าจะกลายเป็นความทรงจำพิเศษของทริปนี้

4. ฟาร์มโคอิวาอิ (Koiwai Nojo) (เมืองชิซึคุอิชิ)
ฟาร์มบนพื้นที่กว้างใหญ่ที่เหมาะกับการสัมผัสสัตว์และทำกิจกรรมท่ามกลางธรรมชาติ
มีกิจกรรมนั่งรถแทรกเตอร์เที่ยวรอบพื้นที่ รวมถึงอาหารอร่อยสไตล์ฟาร์มเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ ที่นี่ยังมีกิจกรรมขี่ม้าสำหรับเด็ก การให้อาหารโพนีกับกระต่าย และงานคราฟต์ในป่าอีกด้วย
ด้วยระยะที่ได้ใกล้ชิดกับสัตว์ จึงเป็นช่วงเวลาที่พ่อแม่ลูกสนุกไปด้วยกันได้ในมุมมองเดียวกัน

5. มักโกะ พาร์ก อิวาเตะ (Makko Park Iwate) (เมืองทาคิซาวะ)
จุดท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ในสวนกว้าง ที่ให้ได้ใกล้ชิดกับม้าและโพนี
แม้เป็นมือใหม่ก็สามารถลองขี่ม้าได้อย่างสบาย ๆ อีกทั้งยังมีกิจกรรมจูงม้าและรถม้าโพนี ที่ให้ได้ใกล้ชิดกับสัตว์แบบเต็มที่ ภายในยังมีลานสนามหญ้าและเครื่องเล่น จึงเป็นอีกเสน่ห์หนึ่งสำหรับคนที่อยากขยับร่างกายไปด้วยระหว่างเที่ยว
นอกจากการขี่ม้า ที่นี่ยังมีโปรแกรมประสบการณ์อีกมากมายที่เด็ก ๆ สามารถสนุกได้อย่างสบายใจ ทำให้เป็นสถานที่ที่ได้สัมผัสสัตว์ในหลากหลายรูปแบบ

6. ฟาร์มที่ราบสูงคุซึมากิ (Kuzumaki Kogen Bokujō) (เมืองคุซึมากิ)
ฟาร์มสาธารณะที่ตั้งอยู่บนระดับความสูง 650 เมตร และมีพื้นที่กว้างใหญ่ติดอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น
ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบที่มีภาพฝูงแกะเล็มหญ้าอยู่ทั่วบริเวณ สามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมให้อาหารและการสัมผัสสัตว์ได้ อีกทั้งยังพบสัตว์หลากหลาย เช่น วัว อัลปากา และแพะ
ที่นี่ยังมีอาหารจากวัตถุดิบที่เลี้ยงและผลิตในฟาร์ม รวมถึงที่พักพร้อมสรรพ เหมาะกับการใช้เวลาช้า ๆ ท่ามกลางธรรมชาติ

7. หมู่บ้านนิทานมิยาซาวะ เคนจิ (เมืองฮานามากิ)
สถานที่เชิงประสบการณ์ที่ได้แรงบันดาลใจจากนิทานของมิยาซาวะ เคนจิ ภายในใช้ภาพ เสียง และการออกแบบพื้นที่เพื่อพาผู้มาเยือนให้รู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในโลกของเรื่องราว
ภายในแบ่งออกเป็นหลายโซน มีนิทรรศการตามธีมต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับผลงาน เช่น ป่า ท้องฟ้ายามค่ำคืน และโลกของสิ่งมีชีวิต ทำให้การเดินชมที่นี่เหมือนค่อย ๆ ตามรอยโลกแห่งนิทานอย่างน่าอัศจรรย์

8. สวนสาธารณะเท็นโชจิ เมืองคิตะคามิ (เมืองคิตะคามิ)
สวนสาธารณะริมแม่น้ำที่เหมาะกับการเดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล เป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งชมซากุระ และยังมีทางเดินกับเส้นทางปั่นจักรยานให้ใช้พักผ่อนอย่างสบาย ๆ
ภายในสวนยังมีจุดน่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “Tenshochi Rest House” ที่ออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากยุ้งข้าวของแคว้นนันบุ “หมู่บ้านพื้นบ้านมิจิโนคุ” ที่ย้ายและบูรณะอาคารประวัติศาสตร์จำนวน 28 หลัง รวมถึง “พิพิธภัณฑ์ศิลปะอนุสรณ์โทเนยามะ โคจิน” จึงสามารถแวะเที่ยวระหว่างเดินเล่นและสนุกได้หลายรูปแบบ

9. สวนประวัติศาสตร์เอซาชิ ฟูจิวาระโนะซาโตะ (เมืองโอชู)
ธีมพาร์กประวัติศาสตร์บนพื้นที่กว้างใหญ่ ที่จำลองอาคารในสมัยเฮอันไว้ให้ได้เดินชมบรรยากาศเมืองพร้อมสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมในยุคนั้น ภายในมีอาคารหลากหลายกระจายอยู่ทั่วบริเวณ แค่เดินชมก็เต็มอิ่มแล้ว
ที่นี่ยังมีกิจกรรมสวมชุดย้อนยุคให้ได้สัมผัสบรรยากาศแบบขุนนางสมัยเฮอัน กิจกรรมยิงธนู พิพิธภัณฑ์ภาพลวงตาธีมสมัยเฮอัน และหากจองล่วงหน้า ยังสามารถลิ้มลองสำรับพิเศษที่จำลองอาหารในสมัยเฮอันซึ่งเชื่อกันว่าเคยเป็นอาหารของท่านฮิเดฮิระและโยชิสึเนะได้อีกด้วย เสน่ห์ของที่นี่คือการได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านประสบการณ์จริง

10. เก็นบิเค (เมืองอิจิโนเซกิ)
แหล่งทิวทัศน์งดงามที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทั้งสถานที่งดงามระดับประเทศและอนุสรณ์ทางธรรมชาติ
หุบเขาที่เกิดจากหินรูปร่างแปลกตาและสายน้ำใสไหลผ่านอย่างทรงพลัง สามารถเดินตามทางเดินเพื่อชมทัศนียภาพที่เปลี่ยนไปในแต่ละจุดได้อย่างเพลิดเพลิน ทั้งกระแสน้ำเชี่ยวกรากและแอ่งน้ำสงบที่สลับกันไป ทำให้รู้สึกถึงขนาดอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด และสำหรับเด็ก ๆ ที่นี่ก็น่าจะเป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่ได้สัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง

11. โจโดงะฮามะ (เมืองมิยาโกะ)
จุดชมวิวที่โดดเด่นด้วยชายหาดหินสีขาวและทะเลใสสะอาด รูปทรงภูมิประเทศอันเป็นเอกลักษณ์ที่มีโขดหินแปลกตาเรียงราย และสีของทะเลที่เปลี่ยนไปตามแสงก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์
สามารถชมทิวทัศน์อันสวยงามของโจโดงะฮามะได้ทั้งจากเส้นทางเดินชมอ่าวที่มีทางเดินไม้จัดไว้อย่างดี หรือจะมองแบบพาโนรามาจากจุดชมวิวของ “Jodogahama Rest House” ก็ได้เช่นกัน ที่นี่ยังมีประสบการณ์นั่งเรือซัปปะเพื่อชมวิวจากทะเล เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้สัมผัสเสน่ห์ของธรรมชาติจากมุมมองที่ต่างออกไป

เหมาะเป็นฐานสำหรับทริปครอบครัว! 3 ที่พักแนะนำในอิวาเตะ
ถ้าจะเที่ยวรอบจังหวัดอิวาเตะแบบค่อย ๆ เก็บหลายจุด ย่านฮานามากิออนเซ็นที่อยู่ในตำแหน่งเชื่อมระหว่างเขตภายในกับชายฝั่งก็นับว่าสะดวกไม่น้อยสำหรับใช้เป็นที่พักหลัก
บริเวณนี้ยังมีที่พักจำนวนมากที่พร้อมทั้งออนเซ็นและสิ่งอำนวยความสะดวกภายใน เหมาะกับการพักผ่อนแบบสบาย ๆ สำหรับทั้งครอบครัว
ต่อไปนี้คือที่พักที่อยากแนะนำให้เก็บไว้เป็นฐานสำหรับทริปครอบครัว
1. ชิโดไทระออนเซ็น ยุโนะโมริ โฮเทลชิโดไทระ (เมืองฮานามากิ)
ที่พักออนเซ็นริมช่องเขา ที่มีทั้งบ่อกลางแจ้งและบ่อแช่ภายในขนาดกว้าง ให้เพลิดเพลินกับการแช่น้ำได้หลากหลายรูปแบบ ห้องพักมีตั้งแต่ห้องสไตล์ญี่ปุ่น ห้องญี่ปุ่น-ตะวันตก ไปจนถึงห้องที่รองรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก จึงเหมาะกับการเข้าพักเป็นครอบครัว
ภายในยังมีสระว่ายน้ำในร่มและกลางแจ้ง สปา พื้นที่เล่นสำหรับเด็ก และเลานจ์วิวพาโนรามา ทำให้ทั้งผู้ใหญ่และเด็กสนุกอยู่ในโรงแรมได้ตลอดวัน ร้านอาหารก็มีอุปกรณ์และเมนูสำหรับเด็กพร้อม จึงช่วยให้การเข้าพักสะดวกสบายยิ่งขึ้น

2. ชินนามาริออนเซ็น มุซุบิ โนะ ยาโดะ ไอริงกัน (เมืองฮานามากิ)
ที่พักออนเซ็นริมธารน้ำ ที่รายล้อมด้วยธรรมชาติและเหมาะกับการพักผ่อนอย่างเต็มที่
เสน่ห์ที่สุดคือออนเซ็น ซึ่งใช้น้ำจากบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติคุณภาพดี 3 แหล่ง และสามารถเพลิดเพลินได้ในบ่อรวม 17 แบบ
นอกจากบ่อกลางแจ้ง ยังมีห้องอาบน้ำส่วนตัวสำหรับครอบครัวให้เลือกใช้ตามรูปแบบการเข้าพักได้อีกด้วย ส่วนอาหารทั้งแบบบุฟเฟต์ที่ Satoyama Dining และชุดอาหารญี่ปุ่น ก็มีเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นให้ลิ้มลอง เป็นอีกหนึ่งความสุขระหว่างการเข้าพัก

3. ฮานามากิออนเซ็น โฮเทลโคโยคัง (เมืองฮานามากิ)
ที่พักออนเซ็นในย่านฮานามากิออนเซ็น ที่มีทั้งบ่อกลางแจ้ง ห้องอาบน้ำใหญ่ และซาวน่า ให้เพลิดเพลินกับการแช่ออนเซ็นได้หลากหลายแบบ อีกทั้งยังสามารถใช้ห้องอาบน้ำใหญ่ของโรงแรมในเครือที่อยู่ติดกันได้ จึงเต็มอิ่มกับช่วงเวลาแห่งออนเซ็นทั้งในและนอกอาคาร
มีห้องขนาดใหญ่เหมาะสำหรับครอบครัว เช่น ห้อง Japanese Modern ขนาด 12.5 เสื่อทาทามิ พักได้สูงสุด 5 คน และห้องตะวันตกที่มีเตียง 5 เตียง ส่วนอาหารสามารถเลือกได้ทั้งบุฟเฟต์และชุดอาหารญี่ปุ่น ให้สมาชิกแต่ละคนเลือกตามความชอบได้อย่างลงตัว

เที่ยวฟาร์มและสัมผัสโลกนิทาน กับตัวอย่างทริปครอบครัว 2 วัน 1 คืนในจังหวัดอิวาเตะ
ถ้าอยากเห็นภาพรวมของการเที่ยวแบบครอบครัวในอิวาเตะ ลองนึกถึงเส้นทางที่ค่อย ๆ เดินทางลงใต้จากโมริโอกะสู่ฮานามากิ พร้อมเก็บเกี่ยวช่วงเวลาแห่งการใกล้ชิดสัตว์ ชมทิวทัศน์ฟาร์มอันกว้างใหญ่ และสัมผัสโลกของเรื่องราวต่าง ๆ
วันแรกเริ่มจากในเมืองแล้วมุ่งสู่ย่านชานเมือง หลังจากได้สัมผัสสัตว์และธรรมชาติแล้ว จึงไปพักผ่อนต่ออย่างสบาย ๆ ในย่านออนเซ็น
วันที่สองจะได้ดื่มด่ำกับโลกแห่งนิทาน ก่อนใช้เวลาอย่างอิสระในสวนสาธารณะ แล้วจึงเดินทางกลับ
หากอยากสัมผัสทั้งประสบการณ์ในฟาร์มและโลกของเรื่องราว ลองดูตัวอย่างทริปครอบครัว 2 วัน 1 คืนนี้ได้เลย
- วันที่ 1
- สถานีโมริโอกะ → รับรถเช่าบริเวณรอบสถานี → สวนสัตว์เมืองโมริโอกะ ZOOMO → ฟาร์มโคอิวาอิ → พักที่ ชิโดไทระออนเซ็น ยุโนะโมริ โฮเทลชิโดไทระ
- วันที่ 2
- ออกจากที่พัก → หมู่บ้านนิทานมิยาซาวะ เคนจิ → สวนสาธารณะเท็นโชจิ เมืองคิตะคามิ → คืนรถเช่าบริเวณรอบสถานีโมริโอกะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวอิวาเตะกับครอบครัว
Q
เที่ยวได้ไหมถ้าไม่มีรถ?
หากเที่ยวแถวโมริโอกะหรือฮานามากิ ยังสามารถเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะได้ แต่ถ้าจะรวมฟาร์มหรือจุดท่องเที่ยวนอกเมืองด้วย การเช่ารถจะช่วยให้เดินทางสะดวกกว่า
Q
พื้นที่ไหนเหมาะกับการเที่ยวพร้อมเด็ก?
โซนโมริโอกะ–ฮานามากิมีสถานที่ท่องเที่ยวค่อนข้างรวมตัวกัน และระยะทางเดินทางก็ค่อนข้างกระชับ จึงเหมาะกับการเที่ยวแบบครอบครัว
Q
ฤดูหนาวยังเที่ยวได้ไหม?
แม้ฤดูหนาวจะได้รับผลกระทบจากหิมะได้ง่าย แต่หากจำกัดพื้นที่เที่ยวหรือเน้นสถานที่ในร่ม ก็ยังสามารถใช้เวลาได้อย่างสบายโดยไม่ฝืนเกินไป
บทสรุป
ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาสบาย ๆ ในฟาร์ม หรือช่วงเวลาที่เหมือนได้เข้าไปอยู่ในโลกนิทาน จังหวัดอิวาเตะก็มีประสบการณ์ที่ครอบครัวแบ่งปันร่วมกันได้กระจายอยู่ในหลายพื้นที่
ค่อย ๆ เที่ยวลงใต้จากโมริโอกะสู่ฮานามากิ ก็จะได้พบเสน่ห์ที่หลากหลาย ทั้งการใกล้ชิดกับสัตว์ ทิวทัศน์ธรรมชาติ และโลกของเรื่องราว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่นี้โดยเฉพาะ
หากเลือกจุดพักโดยคำนึงถึงระยะทางของแต่ละพื้นที่ ก็จะช่วยลดความเหนื่อยจากการเดินทาง และทำให้ทั้งครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างผ่อนคลายมากขึ้น ลองวางแผนทริปในแบบของคุณดู