
【คู่มือเที่ยวมิฮามะ ทาวน์ รีสอร์ต อเมริกันวิลเลจ】อิ่มอร่อย ช้อปเพลิน ชมวิวสวย!
ถ้าอยากเดินเล่นในบรรยากาศสดใสแบบเมืองริมทะเลที่มีทั้งของกิน ร้านน่าแวะ และมุมถ่ายรูปเยอะ ๆ “มิฮามะ ทาวน์ รีสอร์ต อเมริกันวิลเลจ” ก็เป็นจุดหมายที่น่าสนใจมากในย่านมิฮามะ ตอนกลางของจังหวัดโอกินาวะ
ที่นี่ผสานวัฒนธรรมอเมริกันเข้ากับความเป็นโอกินาวะไว้ได้อย่างลงตัว โดยบรรยากาศทั้งเมืองถูกออกแบบให้มีกลิ่นอายชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา
เสน่ห์สำคัญคือการได้สัมผัสพื้นที่เชิงประสบการณ์ที่รวมทั้งอาหาร ช้อปปิ้ง และความบันเทิงไว้ในที่เดียว
ภายในยังเต็มไปด้วยจุดถ่ายรูปสวย ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาคารสีสันสดใสหรือวอลล์อาร์ตน่ารัก ๆ
บทความนี้จะพาไปรู้จักข้อมูลพื้นฐานของอเมริกันวิลเลจ พร้อมแนะนำจุดเด่นและแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมเป็นหลัก
ยังมีข้อมูลที่ควรรู้ล่วงหน้าเพื่อให้เที่ยวได้สนุกยิ่งขึ้นด้วย ลองอ่านต่อจนจบแล้วค่อยวางแผนทริปกันได้เลย
อเมริกันวิลเลจเป็นสถานที่แบบไหน?
ถ้าจะนึกภาพแบบง่าย ๆ อเมริกันวิลเลจก็คือเมืองรีสอร์ตเชิงพาณิชย์แบบคอมเพล็กซ์ในเมืองชาตัน (Chatan) บริเวณตอนกลางของเกาะหลักโอกินาวะ โดยได้แรงบันดาลใจจากทัศนียภาพเมืองชายฝั่งตะวันตกของอเมริกา
ที่นี่รวมสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ร้านแฟชั่น ร้านของใช้และของแต่งบ้าน ร้านอาหาร โรงแรม ไปจนถึงโรงภาพยนตร์
ภายในพื้นที่กว้างขวางเรียงรายด้วยอาคารสีสันสดใส โดดเด่นด้วยโลเคชันโปร่งสบายที่มองเห็นทะเลและการตกแต่งสไตล์อเมริกันป๊อป
บริเวณใกล้เคียงยังมีสวนชาตันและซันเซ็ตบีช ทำให้เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่มีที่เที่ยวหลากหลายและใช้เวลาได้เพลินตลอดทั้งวัน
นอกจากนี้ยังมีจุดถ่ายรูปสวยกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ จึงเป็นหนึ่งในสถานที่เด่นของโอกินาวะที่เหมาะทั้งทริปผู้หญิง ทริปคู่รัก และโอกาสอื่น ๆ อีกมากมาย
ประวัติของอเมริกันวิลเลจ
ตั้งแต่หลังปี ค.ศ. 1945 ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 พื้นที่แห่งนี้เคยถูกใช้เป็นฐานทัพสหรัฐฯ ในชื่อ “สนามบินฮัมบี”
หลังจากมีการคืนพื้นที่จากกองทัพสหรัฐฯ ในปี ค.ศ. 1981 การพัฒนาเมืองใหม่บนพื้นที่เดิมขนาดประมาณ 38 เฮกตาร์ก็เริ่มเดินหน้าอย่างจริงจัง
เมื่อมีการถมทะเลในปี ค.ศ. 1988 จึงเกิดแนวคิดพัฒนาเมืองโดยชูบรรยากาศแบบสหรัฐอเมริกาให้เด่นชัด อาศัยจุดแข็งของพื้นที่ที่มีฐานทัพสหรัฐฯ ในญี่ปุ่นกระจุกตัวอยู่มาก
จากภูมิหลังดังกล่าว “มิฮามะ ทาวน์ รีสอร์ต อเมริกันวิลเลจ” จึงถือกำเนิดขึ้น สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เปิดให้บริการตามลำดับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1997 และเกือบแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 2004
พื้นที่เมืองที่ผสานวัฒนธรรมอเมริกันและโอกินาวะอย่างมีเสน่ห์จึงเกิดขึ้น และยังคงพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันในฐานะศูนย์กลางการพบปะของชุมชนและสัญลักษณ์ของอัตลักษณ์ใหม่ของพื้นที่

การเดินทางไปอเมริกันวิลเลจ
หากเริ่มต้นจาก “สนามบินนาฮะ” ซึ่งมักเป็นจุดเริ่มต้นของการเที่ยวโอกินาวะ ก็มีหลายวิธีในการเดินทางไป “อเมริกันวิลเลจ” ให้เลือก
จึงควรเลือกตามงบประมาณและความสะดวกสบายที่เหมาะกับตัวเอง
อีกอย่าง อเมริกันวิลเลจยังมีที่จอดรถฟรีรองรับได้ 1,500 คัน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่วางแผนช้อปปิ้งจนมีสัมภาระเยอะ หรืออยากเดินทางอย่างอิสระด้วยรถเช่า
| วิธีเดินทาง | ระยะเวลา | เส้นทาง |
|---|---|---|
| รถบัสลิมูซีนสนามบิน | ประมาณ 1 ชั่วโมง |
1. เดินไปยังป้ายขึ้นรถหมายเลข 12 ที่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ สนามบินนาฮะ 2. ขึ้นรถบัสลิมูซีนสนามบินสายไป A Area จากป้ายหมายเลข 12 ลงที่ “เดอะ บีช ทาวเวอร์ โอกินาวะ” แล้วเดินต่อประมาณ 3 นาทีถึงที่หมาย ※ ต้องซื้อตั๋วล่วงหน้า |
| รถบัสประจำทาง | ประมาณ 1 ชั่วโมง |
1. เดินไปยังป้ายขึ้นรถหมายเลข 3 ที่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ สนามบินนาฮะ 2. ขึ้นรถ Ryukyu Bus Kotsu สาย Nago West Airport Line หมายเลข 120 ปลายทางนาโงะ จากป้ายหมายเลข 3 ลงที่ “คูวาเอะ” แล้วเดินต่อประมาณ 3 นาทีถึงที่หมาย |
| แท็กซี่ | ประมาณ 45 นาที | ขึ้นรถจากจุดจอดแท็กซี่ “ระยะไกล” ใกล้ทางออกล็อบบี้ผู้โดยสารขาเข้าภายในประเทศ ค่าโดยสารเที่ยวเดียวประมาณ 4,000–5,000 เยน |
5 วิธีเที่ยวอเมริกันวิลเลจให้คุ้ม
ที่อเมริกันวิลเลจ คุณสามารถเพลิดเพลินได้หลากหลายรูปแบบขณะเดินเล่นในเมืองรีสอร์ตที่ให้บรรยากาศเหมือนชายฝั่งตะวันตกของอเมริกา
จะมาเป็นครอบครัว คู่รัก หรือกลุ่มเพื่อน ก็ใช้เวลาที่นี่ได้อย่างคุ้มค่า และบรรยากาศตอนกลางวันกับกลางคืนก็ให้ความรู้สึกต่างกันไปอย่างมีเสน่ห์
ต่อไปนี้คือวิธีสนุกกับอเมริกันวิลเลจที่น่าเก็บไว้เป็นไอเดียก่อนออกเดินทาง
1. เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งและอาหารในบรรยากาศรีสอร์ต
อเมริกันวิลเลจมีร้านค้าและร้านอาหารหลากหลายรวมกันมากถึง 200 ร้าน ให้คุณสนุกกับทั้งการช้อปปิ้งและของอร่อยในบรรยากาศแบบรีสอร์ต
มีทั้งร้านขายของสไตล์อเมริกัน แฟชั่น งานศิลปะ และไลฟ์สไตล์ไอเท็มสุดมีเอกลักษณ์ เพียงแค่เดินชมก็ให้ความรู้สึกเหมือนได้เที่ยวต่างประเทศ
ยังมีร้านเฉพาะทางของฝากโอกินาวะและร้านงานฝีมือแก้วริวกิว จึงเป็นอีกจุดเด่นที่ช่วยให้หาของดีแบบโอกินาวะได้ง่าย
ด้านร้านอาหารก็มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ทาโก้ไรซ์และโอกินาวะโซบะซึ่งเป็นเมนูท้องถิ่น ไปจนถึงยากินิกุ อาหารอิตาเลียน และอาหารนานาชาติอีกหลายแบบในที่เดียว

2. ตระเวนจุดถ่ายรูปในเดโปไอแลนด์
“เดโปไอแลนด์” เป็นโซนการค้าแบบคอมเพล็กซ์ภายในอเมริกันวิลเลจ โดยประกอบด้วยอาคารเชื่อมต่อกัน 5 หลัง ได้แก่ อาคาร A, B, C, D และ E
บริเวณโอเพ่นมอลล์แห่งนี้รวมร้านคาเฟ่ ร้านอาหาร และร้านของจุกจิกสุดมีสไตล์ไว้มากถึง 130 ร้าน
เสน่ห์มากที่สุดคือภูมิทัศน์คล้ายเขาวงกตอันเป็นเอกลักษณ์ จากการผสานสีสันป๊อปที่ปกคลุมทั้งอาคารเข้ากับวัตถุตกแต่งสไตล์อเมริกันวินเทจที่วางอยู่เป็นระยะ
ทั้งพื้นที่มีความโฟโตจีนิกอย่างมาก และมีจุดถ่ายรูปที่เหมาะลงโซเชียลกระจายอยู่แทบทุกมุม
ตัวอย่างเช่น ประติมากรรมฉลามสีชมพูขนาดใหญ่ที่ยื่นตัวออกมาอย่างโดดเด่น หรืออนุสาวรีย์รถอเมริกันที่ช่วยให้ถ่ายภาพแนวขับรถสุดสนุกได้อย่างมีสไตล์

3. แวะชมจุดที่ทะเลและพระอาทิตย์ตกสวยงาม
ช่วงกลางวันของอเมริกันวิลเลจโดดเด่นด้วยความตัดกันของท้องฟ้าสีฟ้าและทะเลสีเขียวมรกต แต่พอเข้าสู่ยามเย็นบรรยากาศก็เปลี่ยนไปอย่างมีเสน่ห์
ไฟถนนและแสงจากร้านค้าค่อย ๆ สว่างขึ้น ท้องฟ้าไล่เฉดสีสวยงาม และดวงอาทิตย์ค่อย ๆ ลับขอบทะเล
ถ้ามาเที่ยวอเมริกันวิลเลจ การใช้เวลาชมทิวทัศน์โรแมนติกแบบนี้อย่างช้า ๆ ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย
ต่อไปนี้คือจุดแนะนำสำหรับช่วงเย็นที่น่าแวะไปเดินชม
เดโปไอแลนด์ บอร์ดวอล์ก
“เดโปไอแลนด์ บอร์ดวอล์ก” เป็นทางเดินริมทะเลในโซนวอเตอร์ฟรอนต์
เป็นจุดที่เปิดใช้งานในปี ค.ศ. 2019 จึงถือว่าเป็นสถานที่ค่อนข้างใหม่ และเหมาะสำหรับเดินเล่นรับลมทะเลระหว่างพักจากการช้อปปิ้งหรือรับประทานอาหาร
เมื่อถึงยามเย็นที่ท้องฟ้าด้านตะวันตกเปลี่ยนเป็นสีแดงอมส้ม ผิวน้ำทะเลจะสะท้อนเฉดสีโทนอุ่นราวกับกำลังลุกไหม้ และภาพพระอาทิตย์ตกก็ดูงดงามราวกับความฝัน
แสงไฟทางอ้อมบนพื้นเด็คค่อย ๆ สว่างขึ้นอย่างนุ่มนวล พร้อมกับแสงนีออนรอบ ๆ ที่เริ่มเปล่งประกาย ทำให้บรรยากาศต่างจากตอนกลางวันโดยสิ้นเชิงและเต็มไปด้วยอารมณ์โรแมนติก
เพราะให้ความรู้สึกพิเศษเหนือชีวิตประจำวัน จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคู่รัก

ชาตันพาร์ก ซันเซ็ตบีช
“ชาตันพาร์ก ซันเซ็ตบีช” เป็นชายหาดในเมืองที่อยู่ติดกับอเมริกันวิลเลจ
ชายหาดหันสู่เวิ้งอ่าวเทียมทำให้คลื่นค่อนข้างสงบ และเป็นสวนสาธารณะสำหรับกิจกรรมที่มีความงามจากคอนทราสต์ของทะเลสีฟ้ากับหาดทรายขาว
กลางชายหาดมีทั้งร้านเช่าอุปกรณ์กีฬาทางน้ำ พื้นที่บาร์บีคิว ห้องอาบน้ำ และห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า จึงเที่ยวได้อย่างสบายใจและสะดวกสบาย
ที่นี่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในจุดชมพระอาทิตย์ตกชั้นนำของจังหวัด พอถึงช่วงเย็น ดวงอาทิตย์ที่ลับลงสู่ทะเลจีนตะวันออกจะค่อย ๆ เปลี่ยนสีและแต่งแต้มชายหาดด้วยเฉดสีสวยงาม
แสงนั้นย้อมแนวคลื่นริมฝั่งให้เป็นสีทอง พร้อมขับเงาของผู้คนบนหาดทรายให้ดูโดดเด่นอย่างมีดราม่า จนกลายเป็นทิวทัศน์ที่น่าประทับใจ

ชาตันโช ฟิชเชอรินา
“ชาตันโช ฟิชเชอรินา” ในย่านชายฝั่งตะวันตกของมิฮามะ เมืองชาตัน เป็นสถานที่ริมน้ำที่ผสานอุตสาหกรรมประมงท้องถิ่นเข้ากับอุตสาหกรรมทางทะเล เช่น การท่องเที่ยวและกิจกรรมนันทนาการทางทะเล
ร้านค้าและร้านอาหารพร้อมที่นั่งเทอเรซเรียงรายอยู่ริมทะเล ให้บรรยากาศชวนให้นึกถึงเมืองท่ามารีน่าต่างประเทศ
เมื่อเข้าสู่ช่วงพลบค่ำ แสงไฟจากท่าเรือและไฟประดับรอบบริเวณจะเริ่มส่องสว่าง ยิ่งเพิ่มบรรยากาศแบบต่างแดนให้เด่นชัดขึ้น
เงาของเรือและเรือยอชต์ที่จอดอยู่ในท่า สะท้อนบนผิวน้ำเคียงกับท้องฟ้าสีพระอาทิตย์ตก ขณะที่เฉดสีส้มและชมพูพลิ้วไหวไปตามคลื่น เป็นภาพงดงามจนแทบหยุดมองไม่ได้

4. ชมวิวกลางคืนสวย ๆ และดอกไม้ไฟ
ยามค่ำคืนของเดโปไอแลนด์เปลี่ยนจากเมืองสีสันสดใสในตอนกลางวันเป็นรีสอร์ตทาวน์สำหรับผู้ใหญ่ที่โอบล้อมด้วยแสงนีออนและไฟประดับ
อาคารและวัตถุตกแต่งทั้งภายในและภายนอกถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟ ขณะที่เทอเรซกระจกริมทะเลและไฟทางอ้อมบนทางเดินโปรเมอนาดช่วยสร้างบรรยากาศชวนฝัน
จากแต่ละร้านค้าและร้านอาหารจะมีเสียงแจ๊สหรือเฮาส์มิวสิกคลอเบา ๆ พื้นที่พิเศษที่เกิดจากลมกลางคืนและประกายแสงจึงช่วยปลุกประสาทสัมผัสได้อย่างนุ่มนวล
ทุกวันเสาร์เวลา 20:00 จะมีการจุดดอกไม้ไฟประมาณ 3 นาที เพื่อเติมสีสันให้กับวิวกลางคืน (อาจยกเลิกหากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย)
แม้จะมองเห็นได้จากแทบทุกจุดในโซนกลางของเดโปไอแลนด์ แต่จุดที่แนะนำเป็นพิเศษคือดาดฟ้าชมวิวบนชั้น 4 ของซีไซด์บิลดิ้ง ซึ่งสามารถชมทั้งดอกไม้ไฟ ทะเล และทิวทัศน์เมืองได้พร้อมกัน
-
เดโปไอแลนด์ยามค่ำคืนที่ให้บรรยากาศต่างจากตอนกลางวันอย่างชัดเจน
-
ดอกไม้ไฟที่จุดขึ้นทุกวันเสาร์เวลา 20:00 ก็ไม่ควรพลาด
5. สนุกกับไนต์ไลฟ์
อเมริกันวิลเลจยังมีจุดเที่ยวกลางคืนให้เลือกมากมาย
พอค่ำลง บรรยากาศที่ทำให้ลืมชีวิตประจำวันก็ยิ่งชัดขึ้น และคุณจะพบทั้งบาร์ ไลฟ์เฮาส์ และสเตจโชว์หลากหลายแห่งที่คึกคักไปจนดึก
ด้านล่างนี้คือ 3 ร้านที่น่าแวะเป็นพิเศษ
- LIVE HOUSE MOD’S
-
ไลฟ์เฮาส์รุ่นเก๋าในอเมริกันวิลเลจ
สามารถเพลิดเพลินกับการแสดงสดทั้งร็อก แจ๊ส และดนตรีโอกินาวะจากวงดนตรีท้องถิ่น รวมถึงศิลปินจากในและต่างประเทศ
ระบบเสียงและแสงก็จัดเต็ม จุดเด่นคือบรรยากาศใกล้ชิดระหว่างนักแสดงกับผู้ชม - Magic Ocean Restaurant
-
เวทีการแสดงพร้อมร้านอาหาร ที่ให้คุณสัมผัสโชว์มายากลแบบไร้คำพูดระดับแถวหน้าของญี่ปุ่น
มายากลชั้นยอดที่แสดงต่อหน้าต่อตา ผสานกับแสงและเสียง สร้างความตื่นตาและความประทับใจที่ถ่ายทอดได้เกินคำพูด - BAR BARRAGAN
-
ค็อกเทลบาร์ เปิดให้บริการ 18:00–24:00
ในบรรยากาศโทนเข้มสงบพร้อมโคมไฟทำมือ คุณสามารถลิ้มลองค็อกเทลคลาสสิกและค็อกเทลต้นตำรับที่บาร์เทนเดอร์รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน
อิ่มอร่อยกับวัตถุดิบและอาหารโอกินาวะ! 9 ร้านอาหารยอดนิยมในอเมริกันวิลเลจ
ถ้าอยากหาอะไรกินในอเมริกันวิลเลจและบริเวณใกล้เคียง ลองเริ่มจาก 9 ร้านยอดนิยมที่คัดมาแนะนำต่อไปนี้ได้เลย
แต่ละร้านใส่ใจทั้งวัตถุดิบและอาหารสไตล์โอกินาวะ พร้อมนำเสนอเมนูและบริการที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
บรรยากาศส่วนใหญ่เป็นกันเองและนั่งสบาย จึงเหมาะกับหลายโอกาส ไม่ว่าจะมากับเพื่อน ครอบครัว หรือคู่รัก
มีทั้งร้านหลายแนวให้เลือก ลองเช็กดูแล้วแวะร้านที่ถูกใจกันได้เลย
1. Taco Rice cafe Kijimunaa สาขา Depot Island
“ทาโก้ไรซ์คาเฟ่ คิจิมุนาอา” (Taco Rice cafe Kijimunaa) เป็นร้านเฉพาะทางทาโก้ไรซ์ ซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อที่มีต้นกำเนิดจากโอกินาวะ
ร้านนี้คึกคักไปด้วยทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวทุกวัน และเมื่อก้าวผ่านแถวคิวเข้าไปด้านใน จะพบกับบรรยากาศไม่เหมือนใครที่โดดเด่นด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญ่สะดุดตา
เมนูซิกเนเจอร์ “โอมุทาโกะ” คือทาโก้ไรซ์เนื้อวัวปรุงด้วยเครื่องเทศสูตรผสมพิเศษของทางร้าน แล้วห่อด้วยไข่นุ่มฟูละมุน
เนื้อสัมผัสที่มีเฉพาะร้านนี้และความเข้ากันของซัลซาซอสรสเข้มข้นได้รับการแนะนำในรายการทีวีและนิตยสารมากมาย อีกทั้งยังเคยได้รับรางวัลในเทศกาลอาหารด้วย
ยังมีท็อปปิ้งให้เลือกหลากหลาย เช่น อะโวคาโด มอซซาเรลล่าชีส ไก่เทอริยากิ และเมนูตามฤดูกาล จึงปรับรสชาติได้ตามใจชอบ

2. Seaside Cafe Hanon
“ซีไซด์ คาเฟ่ ฮานน” เป็นคาเฟ่แพนเค้กยอดนิยมในอเมริกันวิลเลจที่สามารถมองเห็นทะเลได้อย่างใกล้ชิด
ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนสีขาวและน้ำเงิน ชวนให้นึกถึงเกาะซานโตรินีในกรีซ ให้บรรยากาศพิเศษเหมือนอยู่อีกโลกหนึ่ง พร้อมชมวิวทะเลและฟังเสียงคลื่นจากหน้าต่างบานใหญ่
เมนูเด่นคือชุดแพนเค้กเนื้อนุ่มฟูที่อบอย่างพิถีพิถันทีละแผ่นหลังรับออร์เดอร์ เสิร์ฟคู่กับกาแฟสเปเชียลตี้บดสด
อีกเมนูที่ได้รับความนิยมคือ “แพนเค้กซอลต์คาราเมล” เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลา ให้ลองจับคู่กับครีมคาราเมลเกลือโฮมเมดและวิปครีมได้ในจานเดียว
นอกจากนี้ยังมีน้ำผลไม้สดสำหรับผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟด้วย

3. Chikyumura Sakaba EARTH VILLAGE IZAKAYA
“ชิคิวมูระ ซากาบะ EARTH VILLAGE IZAKAYA” เป็นไดนิ่งบาร์ริมทะเลในอเมริกันวิลเลจ
ที่ร้านมีเครื่องดื่มให้เลือกมากมาย ทั้งเบียร์นานาชาติมากกว่า 200 ชนิด ชูไฮ เทกีลา อาวาโมริ ไวน์ และแชมเปญ
อาหารก็หลากหลายเช่นกัน โดยมีพื้นฐานจากอาหารนานาชาติและผสานวัตถุดิบโอกินาวะอย่างเต้าหู้เกาะหรือองุ่นทะเล จนได้เมนูสีสันสดใสที่เหมาะกับการถ่ายรูปลงโซเชียล
โดยเฉพาะ “ข้าวผัดต้มยำ” และ “ผัดไทย” ที่เชฟชาวไทยทำ เป็นเมนูแนะนำจากผู้จัดการร้าน
อีกเหตุผลที่ทำให้ร้านนี้ได้รับความนิยมคือการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพนักงานที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน
นอกจากนี้ยังมีการแสดงสดเพลงพื้นบ้านโอกินาวะทุกสัปดาห์ ให้คุณเพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มไปพร้อมเสียงดนตรีสดจากซันชินและคุโตะ

4. Gourmet Kaiten Sushi Ichiba สาขามิฮามะ
“กูร์เมะ ไคเท็น ซูชิอิจิบะ” เป็นร้านซูชิสายพานที่ได้รับความรักจากคนท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน
ด้วยความที่สามารถลิ้มลองหน้าซูชิหลากหลายได้ในราคาย่อมเยา โดยเน้นวัตถุดิบทะเลสดจากน่านน้ำใกล้โอกินาวะ ร้านจึงคึกคักอยู่เสมอทั้งจากผู้เกี่ยวข้องกับกองทัพสหรัฐฯ ในโอกินาวะและนักท่องเที่ยว
แน่นอนว่าซูชิหน้าคลาสสิกอย่างทูน่า กุ้ง และแซลมอนก็อร่อย แต่ที่ร้านนี้แนะนำเป็นพิเศษคือหน้าซูชิสไตล์โอกินาวะ
ตัวอย่างเช่น “มีไบ” ปลาชั้นดีในตระกูลปลาเก๋า “กูรูกุน” ของขึ้นชื่อท้องถิ่น และ “อิราบุชา” ปลาประจำจังหวัดที่หาทานได้ยาก ล้วนเป็นเมนูพิเศษที่ไม่ค่อยเจอในเมืองใหญ่
ยังมีหน้าแบบลิมิเต็ดให้ลองอีกด้วย และการสั่งทีละจานทำให้ชิมได้สะดวก

5. Blue Seal Depot Island Seaside
สาขาเดโปไอแลนด์ของแบรนด์ไอศกรีม “บลูซีล” ที่ขึ้นชื่อว่าเกิดในอเมริกาและเติบโตในโอกินาวะ
จุดเด่นคือทำเลริมทะเลในอเมริกันวิลเลจที่มองเห็นวิวได้อย่างยอดเยี่ยม
ภายในร้านให้บรรยากาศสบาย ๆ สดใสสไตล์ป๊อป และยังสามารถนั่งที่เทอเรซรับลมทะเลพร้อมเพลิดเพลินกับไอศกรีมสูตรต้นตำรับและวิวมหาสมุทรได้
ในตู้โชว์มีรสชาติให้เลือกมากกว่า 30 แบบ ตั้งแต่วานิลลาและมะม่วงยอดนิยม ไปจนถึงรสลิมิเต็ดที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เช่น มันม่วง ขนมชินสุโกะรสเกลือ และสับปะรดเกาะมะพร้าว
ในบรรดาเมนูทั้งหมด เมนูที่ได้รับความนิยมในฐานะซิกเนเจอร์คือ “Blue Seal Float” ที่เลือกจับคู่เครื่องดื่มกับไอศกรีมได้ตามชอบ

6. ZHYVAGO COFFEE WORKS
“ZHYVAGO COFFEE WORKS” คือคอฟฟี่สแตนด์แห่งแรกของโอกินาวะที่ถ่ายทอดภาพทับซ้อนกันของชายฝั่งตะวันตกโอกินาวะกับชายฝั่งตะวันตกอเมริกา
จุดเด่นคือบรรยากาศแบบอินดัสเทรียลที่ตกแต่งผนังคอนกรีตเปลือยด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจ
ร้านให้ความรู้สึกทันสมัยแต่ผ่อนคลาย และจากที่นั่งเคาน์เตอร์ทั้งในร้านและนอกร้าน รวมถึงที่นั่งเทอเรซ ยังสามารถชมวิวชายหาดและพระอาทิตย์ตกได้อย่างสวยงาม
กาแฟคั่วเองที่ทำร่วมกับโรงคั่วท้องถิ่น ให้กลิ่นหอมลึกและรสหลังดื่มที่ใสสะอาดในทุกคำ
โดยเฉพาะ “คาปูชิโน” ที่บาริสต้าชงอย่างพิถีพิถันทีละแก้ว ได้รับความนิยมเพราะมีลาเต้อาร์ตสวยงามและช่วยขับเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟออกมาได้ชัดเจน
ยังแนะนำให้จับคู่กับเพสทรีที่อบสดในร้านด้วย

7. STEAK HOUSE BB
“STEAK HOUSE BB” เป็นร้านสเต๊กแท้ ๆ ที่ได้รับความนิยมในหมู่ชาวโอกินาวะและผู้เกี่ยวข้องกับฐานทัพสหรัฐฯ ใกล้เคียง โดยมีบรรยากาศแบบอเมริกันชัดเจน
ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องเทคนิคการย่างที่ดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาได้อย่างเต็มที่ โดยเน้นเนื้อแดงคุณภาพดี เช่น เนื้ออิชิงากิ ริบโรส และเซอร์ลอยน์
เมนูเด่นอย่าง “เลมอนสเต๊ก” ใช้ซอสเลมอนสูตรพิเศษผสมกับโชยุสไตล์ญี่ปุ่น ให้รสสดชื่นจนได้รับความนิยมทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
นอกจากนี้ยังมีเมนูดัดแปลงสไตล์โอกินาวะอีกหลายแบบ เช่น “ชีกวาซาสะสเต๊ก” ที่ใช้ซอสตระกูลส้ม และ “วาซาบิสเต๊ก” ที่เสิร์ฟกับซอสสูตรเฉพาะของร้าน
ยังมีเมนูคอมบิเนชันระหว่างสเต๊กกับล็อบสเตอร์หรือแซลมอนให้เลือกมากมาย จึงเหมาะสำหรับผู้ที่อยากทานมื้อใหญ่แบบอิ่มคุ้ม

8. Churahama Shokudo
“ชูราฮามะ โชคุโด” เป็นร้านเหล้าสไตล์ท้องถิ่นที่สามารถลิ้มลองอาหารโอกินาวะแบบดั้งเดิมซึ่งใช้วัตถุดิบท้องถิ่น
จุดเด่นคือบรรยากาศเป็นกันเองที่เหมาะกับการนั่งชนแก้วอาวาโมริหรือโอริออนเบียร์แบบสบาย ๆ
เมนูยอดนิยมคือ “โอกินาวะโซบะ” ที่คนท้องถิ่นเองก็ชื่นชม
ซุปที่เน้นรสดาชิคัตสึโอะเข้มข้นเข้ากันได้ดีกับเส้นเหนียวนุ่ม อร่อยเป็นพิเศษ
ส่วน “โกยะจัมปุรุ” ที่รวมความกรุบของมะระกับรสขมนิด ๆ ของเต้าหู้เกาะ ช่วยขับรสอูมามิได้ดี และเหมาะเป็นกับแกล้มด้วย
อีกเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ “เทบิจิ” หรือขาหมูตุ๋นจนนุ่มละลาย อุดมด้วยคอลลาเจนและมีเนื้อสัมผัสที่กินเพลินจนหยุดยาก
แม้จะอยู่ในย่านท่องเที่ยว แต่ก็ยังสามารถลิ้มลองอาหารโอกินาวะได้หลากหลายในราคาสบายกระเป๋า

9. Yakiniku RIKIO
“ยากินิกุ RIKIO” เป็นร้านยากินิกุแท้ ๆ ที่สะดุดตาด้วยภายนอกชวนให้นึกถึงต่างแดนและประดับด้วยแสงนีออน
ที่นี่ให้คุณลิ้มลองวัตถุดิบคัดสรรอย่างหรูหรา ไม่ว่าจะเป็นเนื้ออิชิงากิระดับพรีเมียมสูงสุดที่เติบโตในธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของโอกินาวะ หมูคินอากู และไก่ยัมบารุจิโดริ
เมนูเด็ดที่อยากแนะนำเป็นพิเศษคือ “ลิ้นวัวมัดต้นหอม” เมนูดังของร้าน และ “ชาโตว์บริยองด์” ส่วนเนื้อหายากมาก
ภายในร้านจัดเป็นพื้นที่สำหรับผู้ใหญ่ที่นั่งสบาย มีทั้งโต๊ะ ที่นั่งเคาน์เตอร์ และที่นั่งเทอเรซรับลมทะเล
จากที่นั่งเทอเรซยังสามารถชมดอกไม้ไฟที่จุดในวิลเลจทุกวันเสาร์ได้ อีกทั้งยังอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าได้และสูบบุหรี่ได้ จึงเหมาะกับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ

เหมาะสำหรับหาของฝากด้วย! 5 แหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตในอเมริกันวิลเลจ
ถ้าตั้งใจหาของฝากหรืออยากเดินดูร้านเด่น ๆ ในโซนนี้ เราคัดแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมของอเมริกันวิลเลจมาแนะนำไว้ 5 แห่ง
ทุกแห่งมีไอเท็มที่สะท้อนความเป็นโอกินาวะอย่างชัดเจน จึงเหมาะสำหรับเลือกซื้อของฝากด้วย
1. American Depot
“อเมริกันเดโป” เป็นร้านคัดสรรสินค้าที่รวบรวมไอเท็มนำเข้าจากอเมริกาโดยยึดธีม “ไลฟ์สไตล์แบบอเมริกัน”
เมื่อก้าวเข้าไปในร้าน จะพบกับแฟชั่นอเมริกันแคชวลแนวเซิร์ฟและสตรีทเรียงรายเต็มไปหมด แค่เดินดูก็ชวนตื่นเต้นแล้ว
ร้านเน้นสินค้าแฟชั่นเป็นหลัก แต่ก็มีของใช้และของชิ้นเล็กอีกมากมาย รวมถึงสินค้าหายากที่หาได้ยากในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นอีกเสน่ห์หนึ่งของการมาลุ้นหาของเด็ด
ชั้น 2 มีโซนเสื้อผ้ามือสองที่ขึ้นชื่อว่ามีให้เลือกมากที่สุดแห่งหนึ่งในโอกินาวะ โดยจัดแสดงสินค้าที่คัดซื้อมาจากหลายพื้นที่ในอเมริกาและยุโรปอย่างแน่นขนัด
แม้ส่วนใหญ่จะเป็นชิ้นเดียว แต่ระดับราคาก็ยังจับต้องง่าย จึงเหมาะกับมือใหม่เช่นกัน

2. Depot Central
“เดโปเซ็นทรัล” เป็นอาคารพาณิชย์แบบคอมเพล็กซ์สูง 8 ชั้น ที่สะดุดตาด้วยภายนอกโทนสีชมพูและเหลืองสดใส ชวนให้นึกถึงเมืองในสเปนหรือเม็กซิโก
ภายในรวมร้านอาหารและร้านของจุกจิกประมาณ 26 ร้าน และโดยรวมให้บรรยากาศเหมือนสนามเล่นของผู้ใหญ่ที่ดูทันสมัยและมีสไตล์
ในอาคารยังมี “Cafe San Francisco” ที่โดดเด่นด้วยวิวพาโนรามา จึงเหมาะสำหรับแวะพักผ่อนพร้อมชมทิวทัศน์
ขณะเดียวกัน ที่นี่ยังมีจุดถ่ายรูปมากมายที่เต็มไปด้วยความสนุกแบบธีมพาร์ก เช่น ประติมากรรมไดโนเสาร์ที่ยื่นออกมาจากผนัง
ยังมีร้านเฉพาะทางที่มีเอกลักษณ์ เช่น ร้านขายสินค้าแก้ว ร้านเทียน และร้านเสื้อผ้ามือสองสไตล์ริวกิว จึงเหมาะกับผู้ที่มองหาไอเท็มแบบโอกินาวะ

3. SOHO
“SOHO” เป็นร้านคัดสรรสินค้านำเข้าที่ทุ่มเทกับความเป็นอเมริกันอย่างเต็มที่
ร้านนำเสนอสไตล์อเมริกันจากหลากหลายมุมมอง ทั้งแนวเวิร์กแวร์ ฮาวายเอียน และไบเกอร์
ในบรรดาสินค้าทั้งหมด แบรนด์ตัวแทนจากอเมริกาอย่าง “Ralph Lauren” ได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ โดยมีไอเท็มที่แต่งตัวได้อย่างมีสไตล์สำหรับทุกเพศทุกวัย
ชั้น 2 เต็มไปด้วยบรรยากาศที่คนรักอเมริกันแคชวลต้องชอบ ไม่ว่าจะเป็นยีนส์วินเทจหรือสินค้ากีฬา 4 ลีกหลักของอเมริกา
ส่วนชั้นใต้ดินชั้น 1 มีสินค้าแนวทหารแท้ ๆ จากของปลดประจำการกองทัพสหรัฐฯ จึงเหมาะสำหรับมองหาไอเท็มเพิ่มลูกเล่นให้การแต่งตัว
การตกแต่งภายในร้านก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยมีทั้งป้ายวินเทจและป้ายนีออน ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังสำรวจโกดังในต่างแดน

4. Okinawaya สาขามิฮามะ
“โอกินาวะยะ สาขามิฮามะ” เป็นร้านของฝากโอกินาวะที่สังเกตได้ง่ายจากป้ายสีแดงและวัตถุคาแรกเตอร์สุดยูนีก
ภายในร้านเปิดเพลงโอลดีส์ ช่วยให้การช้อปปิ้งยิ่งมีบรรยากาศต่างแดนแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของอเมริกันวิลเลจ
แม้พื้นที่ร้านจะกะทัดรัด แต่ก็มีสินค้าของฝากสไตล์โอกินาวะครบครันตามที่นักท่องเที่ยวมองหา ตั้งแต่อาวาโมริ ขนมขึ้นชื่อ ไปจนถึงเครื่องปรุงรส ทั้งของมาตรฐานและไอเท็มหายาก
โดยเฉพาะสินค้ายอดนิยมอย่าง “เบนิอิโมะ อิปไป มันจู” และ “Jagariko รสทาโก้ไรซ์” มีลูกค้าซื้อซ้ำจำนวนมาก
ยังมีสินค้าออริจินัลเฉพาะมิฮามะและสินค้าคาแรกเตอร์ลิมิเต็ดที่หาจากที่อื่นไม่ได้ง่าย จึงเหมาะกับคนที่อยากหาของฝากแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร

5. OKINAWA MARKET
“OKINAWA MARKET” เป็นร้านของฝากและของจุกจิกที่คัดเฉพาะไอเท็มซึ่งผ่านมุมมองการออกแบบเฉพาะตัวของร้าน
ภายในมีสินค้าหลากหลาย เช่น ของใช้ ของเขียน และเครื่องประดับที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติและวัฒนธรรมของโอกินาวะ จึงสามารถหาของแปลกใหม่ที่ไม่ค่อยเห็นในร้านของฝากทั่วไปได้
จุดเด่นเป็นพิเศษคือไอเท็มลิมิเต็ดจากความร่วมมือกับครีเอเตอร์ทั้งในและนอกจังหวัด รวมถึงต่างประเทศ เช่น เสื้อยืดลายไพ่สไตล์อาณาจักรริวกิว และเสื้อยืดดีไซน์คาแรกเตอร์ซานริโอ
แต่ละชิ้นมีเสน่ห์ราวกับงานศิลปะ จึงได้รับความนิยมจากทั้งนักท่องเที่ยววัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่มีเซนส์ด้านแฟชั่น
ที่นี่จึงไม่ใช่แค่ที่หาของที่ระลึกจากทริปโอกินาวะเท่านั้น แต่ยังเหมาะกับการมองหาของฝากที่หยิบความเป็นโอกินาวะมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย

เหมาะเป็นฐานเที่ยวด้วย! 3 ที่พักแนะนำในอเมริกันวิลเลจ
ถ้าอยากพักค้างแถวอเมริกันวิลเลจ ที่นี่ก็มีตัวเลือกค่อนข้างหลากหลายพอสมควร
เฉพาะโรงแรมขนาดใหญ่ภายในอเมริกันวิลเลจก็มีมากกว่า 5 แห่ง และหากรวมที่พักแบบมินปากุหรือที่พักขนาดเล็กรอบ ๆ ก็มีมากกว่านั้นอีก
ด้วยตัวเลือกที่หลากหลายตามความต้องการ งบประมาณ และสไตล์การเดินทาง จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นฐานเที่ยว
ที่นี่เราคัด 3 โรงแรมแนะนำที่ให้คุณได้สัมผัสทั้งการพักผ่อนแบบรีสอร์ตและบรรยากาศเปิดโล่งสไตล์โอกินาวะ
ลองใช้ข้อมูลนี้เป็นตัวช่วย แล้วเลือกที่พักที่ถูกใจสำหรับทริปของคุณได้เลย
1. The Beach Tower Okinawa
โรงแรมทาวเวอร์สไตล์รีสอร์ตที่ตั้งเด่นอยู่ภายในอเมริกันวิลเลจ ตรงหน้าซันเซ็ตบีชซึ่งขึ้นชื่อเรื่องพระอาทิตย์ตกอันงดงาม
จุดเด่นที่สุดคือวิวสวยจากอาคารสูง 24 ชั้น ซึ่งจัดอยู่ในระดับอาคารสูงที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดโอกินาวะ
ห้องพักทั้ง 280 ห้องมีระเบียงส่วนตัวทุกห้อง ให้คุณเพลิดเพลินกับวิวทะเล พระอาทิตย์ตก และวิวกลางคืนได้อย่างเต็มที่
ประเภทห้องพักก็มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่สำหรับนักธุรกิจ ครอบครัว ไปจนถึงกลุ่มเพื่อน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น Wi-Fi ฟรี เครื่องฟอกอากาศ และชุดของใช้ในห้องพัก ทำให้พักได้ทั้งสะดวกและวิวดี
อีกไฮไลต์คือ “ชาตัน เมกุมิ ออนเซ็น มิฮามะโนะยุ” น้ำพุร้อนธรรมชาติแห่งแรกของจังหวัด
น้ำแร่ชนิดโซเดียม-ไฮโดรเจนคาร์บอเนตที่ผุดขึ้นจากใต้ดินลึก 1,400 เมตร เชื่อกันว่าช่วยบรรเทาอาการปวดเส้นประสาทและปวดกล้ามเนื้อ จึงน่าจะช่วยคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางได้เป็นอย่างดี

2. Lequ Okinawa Chatan Spa & Resort
โรงแรมรีสอร์ตที่ให้คุณใช้เวลาอย่างหรูหราท่ามกลางสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
ห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ชั้นบนสุดใช้น้ำพุร้อนธรรมชาติที่สูบขึ้นมาจากใต้ดินลึก 1,400 เมตร ซึ่งถือว่าหาได้ค่อนข้างยากในโอกินาวะ หากได้แช่น้ำอย่างช้า ๆ ในบรรยากาศโมเดิร์น ก็น่าจะช่วยปลอบประโลมผิวที่ต้องเผชิญแสงแดดโอกินาวะมาตลอดวันได้เป็นอย่างดี
บนชั้นบนสุดยังมีสปาบรรยากาศรีสอร์ตเต็มรูปแบบ พร้อมอินฟินิตี้พูล อ่างจากุซซี่ชมวิว และศาลาพักผ่อน ที่สามารถมองเห็นทะเลและพระอาทิตย์ตกได้ จึงเป็นอีกจุดยอดนิยมของโรงแรม

3. Vessel Hotel Campana Okinawa
โรงแรมรีสอร์ตสไตล์เมืองที่ตั้งอยู่ใจกลางอเมริกันวิลเลจ
จุดเด่นคือทำเลที่ยอดเยี่ยม โดยอาคารหลักสูง 10 ชั้นมีห้องอาบน้ำชมวิวและซาวน่าที่ชั้นบนสุด ส่วนอาคารแยกมีสระว่ายน้ำบนดาดฟ้าชั้น 12 ที่มองเห็นทะเลจีนตะวันออกได้ (เปิดเดือนเมษายน–ตุลาคม / มีค่าใช้จ่าย)
โดยเฉพาะบริการสำหรับครอบครัวที่มีให้ค่อนข้างครบ จึงอยากแนะนำสำหรับทริปครอบครัวที่มีเด็กเล็ก
ตัวอย่างเช่น หากเด็กนอนเตียงเดียวกับพ่อแม่หรือปู่ย่าตายาย ผู้มีอายุไม่เกิน 18 ปีพักฟรี เด็กอายุไม่เกิน 5 ปีรับประทานอาหารเช้าฟรี และยังมีบริการยืมอุปกรณ์สำหรับเด็ก เช่น รถเข็นเด็กและเตียงเด็ก โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
นอกจากนี้ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม และได้รับการรับรองเป็นที่พัก “Welcome Baby” จึงช่วยให้ครอบครัวที่มีทารกเข้าพักได้อย่างสบายใจ

3 สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงที่อยากแนะนำให้แวะพร้อมอเมริกันวิลเลจ
ถ้ามีเวลาเที่ยวต่อจากอเมริกันวิลเลจ รอบ ๆ ก็ยังมีจุดน่าสนใจอีกหลายแห่ง
ต่อไปนี้คือสถานที่แนะนำที่ไม่ควรพลาดเป็นพิเศษ และล้วนเป็นจุดยอดนิยมที่น่าเก็บให้ครบเมื่อมาเที่ยวโอกินาวะ
ลองวางแผนแวะควบคู่กันได้เลย
1. ยาจิมุนโนะซาโตะ
พื้นที่ในหมู่บ้านโยมิตัน จังหวัดโอกินาวะ ที่รายล้อมด้วยหลังคาอิฐแดงและกำแพงหิน และมีกระจายตัวของเวิร์กช็อป “ยาจิมุน” จำนวน 19 แห่ง
สำหรับคนที่สนใจงานหัตถกรรมโอกินาวะ คำว่า “ยาจิมุน” คือเครื่องปั้นดินเผาที่โดดเด่นด้วยเนื้อหนา ผิวสัมผัสดูเรียบง่าย และลวดลายเขียนมือที่ทรงพลัง
แม้จะมีพื้นฐานจากประเพณีและเทคนิคเฉพาะของโอกินาวะ แต่แต่ละเวิร์กช็อปก็เติมเทคนิคและดีไซน์ต้นฉบับของตนเองลงไป จนเกิดเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกัน
ที่เวิร์กช็อปเหล่านี้ คุณสามารถชมขั้นตอนการทำงานของช่างฝีมือและเลือกซื้อผลงานได้ อีกทั้งบางแห่งยังมีโปรแกรมทดลองทำเครื่องปั้นดินเผาด้วย

2. ซากปราสาทนากางุสุกุ
กุสึกุหรือปราสาทแบบโอกินาวะที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านนากางุสุกุ อำเภอนากากามิ จังหวัดโอกินาวะ เชื่อกันว่าสร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 15
สถานที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักจากการที่โกซามารุ ชื่อในสมัยอาณาจักรริวกิว เป็นผู้ดูแลบูรณะ และถือเป็นหนึ่งในกุสึกุของโอกินาวะที่ยังคงสภาพได้ดี โดยในปี ค.ศ. 2000 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโกในกลุ่ม “ปราสาทแห่งอาณาจักรริวกิวและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง”
จุดเด่นคือกำแพงหินโค้งสวยงามที่สะท้อนให้เห็นถึงเทคนิคการก่อสร้างอันยอดเยี่ยมในยุคนั้น

3. มันซาโมะ
จุดชมวิวชื่อดังที่เป็นตัวแทนของโอกินาวะ ตั้งอยู่ริมทะเลจีนตะวันออกในหมู่บ้านอนนะ บริเวณเกือบกึ่งกลางของเกาะหลักโอกินาวะ
แหลมที่ก่อตัวจากหินปูนริวกิวซึ่งเกิดจากปะการังยกตัว ถูกคลื่นกัดเซาะจนกลายเป็นหน้าผาสูงประมาณ 20 เมตรที่มีรูปร่างคล้ายงวงช้างอย่างโดดเด่น
ทิวทัศน์ของท้องฟ้าสีฟ้า ทะเลสีโคบอลต์บลู และหน้าผาที่มีคลื่นสีขาวซัดกระทบกันนั้นช่างยิ่งใหญ่ตระการตา ความงามของทะเลจีนตะวันออกที่เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล สภาพอากาศ และช่วงเวลาก็น่าชมไม่แพ้กัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวอเมริกันวิลเลจ
Q
ชิงช้าสวรรค์ของอเมริกันวิลเลจถูกรื้อออกแล้วหรือไม่?
ถูกรื้อถอนออกทั้งหมดแล้วเมื่อวันที่ 30 เดือน 9 ปี ค.ศ. 2022 เนื่องจากความเสื่อมสภาพและเหตุผลอื่น ๆ ปัจจุบันกำลังก่อสร้างโรงแรมบนพื้นที่เดิม และมีกำหนดเปิดให้บริการในฤดูใบไม้ผลิปี ค.ศ. 2026
Q
สามารถไปอเมริกันวิลเลจได้ไหมหากไม่ได้เช่ารถ?
สามารถเดินทางได้ แม้ไม่เช่ารถก็สะดวก เพราะมีรถบัสประจำทางหลายสายวิ่งจากสนามบินนาฮะและย่านตัวเมืองนาฮะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยค่าโดยสารเที่ยวเดียวอยู่ที่ประมาณ 700–1,000 เยน
Q
เดินทางจากอเมริกันวิลเลจไปโคคุไซโดริอย่างไร?
สามารถขึ้น “Chatan Gateway Bus” ซึ่งวิ่งตรงเชื่อมระหว่างอเมริกันวิลเลจ (Chatan Gateway) กับทางเข้าโคคุไซโดริ (หน้าที่ว่าการจังหวัด) โดยใช้เวลาประมาณ 45 นาที (ค่าโดยสารผู้ใหญ่ 1,000 เยน / วิ่งไป-กลับวันละ 6 รอบ)
Q
ควรเผื่อเวลาเที่ยวอเมริกันวิลเลจนานแค่ไหนถึงจะสนุก?
ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการเที่ยว หากต้องการแค่ซึมซับบรรยากาศ เผื่อเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็พอ แต่ถ้าอยากเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งและอาหาร แนะนำประมาณ 3–4 ชั่วโมง และหากอยากอยู่ชมพระอาทิตย์ตกด้วย ควรเผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน
บทสรุป
ตลอดบทความนี้ เราได้พาคุณไปรู้จักภาพรวม วิธีเที่ยว และแหล่งช้อปปิ้งแนะนำของอเมริกันวิลเลจ
เสน่ห์ของที่นี่อยู่ตรงที่สามารถเพลิดเพลินกับการพักผ่อนได้ครบทั้งอาหาร วิวสวย การถ่ายรูป ความบันเทิง และที่พักในที่เดียว
ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลานั่งพักสบาย ๆ ในคาเฟ่ ความสุขจากการเจอของชิ้นเดียวถูกใจในร้านค้า หรือเวลาชมพระอาทิตย์ตกและวิวกลางคืน ทุกช่วงเวลาที่นี่ก็น่าจะกลายเป็นความทรงจำพิเศษของการเดินทางได้
ถ้ากำลังมองหาวิธีใช้เวลาท่องเที่ยวในแบบของตัวเอง อเมริกันวิลเลจก็น่าจะเป็นจุดหมายที่อยากชวนให้ลองแวะไปสัมผัสสักครั้ง
หากกำลังวางแผนทริปโอกินาวะ อย่าลืมเช็กบทความด้านล่างที่รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดและร้านอาหารยอดนิยมแยกตามพื้นที่ไว้ด้วย