
【คู่มือท่องเที่ยวเกาะฮิมากาจิมะ】เพลิดเพลินกับวิวสวยและอาหารทะเลบนเกาะห่างฝั่งที่ใกล้นาโกย่าที่สุด!
ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากในเมือง แล้วไปใช้เวลาแบบเนิบช้าริมทะเล “ฮิมากาจิมะ” คือจุดหมายที่น่าสนใจในอ่าวมิกาวะ เดินทางจากนาโกย่าประมาณ 1 ชั่วโมง
บนเกาะมีทั้งจุดชมวิวสวยสำหรับดูพระอาทิตย์ขึ้นและตก รวมถึงทิวทัศน์แบบเมืองท่าที่เป็นเอกลักษณ์ ให้ค่อยๆ เพลิดเพลินกับเสน่ห์เฉพาะของเกาะห่างฝั่งแห่งนี้
อาหารทะเลที่ปรุงจากวัตถุดิบสดใหม่ซึ่งจับได้จากอ่าวมิกาวะ ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรมองข้าม
บทความนี้จะแนะนำทั้งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของฮิมากาจิมะ ร้านอาหารที่ได้ลิ้มรสชาติท้องถิ่น และที่พักที่สามารถชมวิวสวยได้อย่างเต็มตา
หากคุณกำลังวางแผนมาเยือนเป็นครั้งแรก ลองใช้บทความนี้เป็นไกด์ แล้วออกไปสัมผัสเสน่ห์ของฮิมากาจิมะให้เต็มที่กัน
ฮิมากาจิมะเป็นสถานที่แบบไหน?
หากมองหาเกาะเล็กๆ สำหรับหนีความวุ่นวาย ฮิมากาจิมะ (Himakajima) ที่ลอยอยู่ในอ่าวมิกาวะ ระหว่างคาบสมุทรชิตะและคาบสมุทรอัตสึมิในจังหวัดไอจิ ก็เป็นจุดหมายที่ชวนแวะมาใช้เวลา
รอบเกาะมีระยะทางประมาณ 5.5 กิโลเมตร เป็นเกาะขนาดกะทัดรัดที่สามารถเดินรอบเกาะได้ในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงแบบสบายๆ
ด้วยการเดินทางจากสนามบินนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์และนาโกย่าใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงได้รับความนิยมในฐานะเกาะห่างฝั่งที่ไปเที่ยวได้ง่าย
อากาศอบอุ่นและลมทะเลที่อ่อนโยนทำให้รู้สึกสบายตลอดทั้งปี ภายในเกาะยังคงมีบรรยากาศเมืองท่าแบบดั้งเดิมหลงเหลืออยู่ ให้ความรู้สึกชวนคิดถึงอย่างบอกไม่ถูก
ภาพปลาหมึกตากแห้งที่แขวนอยู่ตามชายคาก็เป็นอีกหนึ่งทิวทัศน์เรียบง่ายที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองท่า เพียงเดินเล่นริมทะเล ชมพระอาทิตย์ตกจากจุดชมวิว หรือปล่อยตัวสบายๆ พร้อมฟังเสียงคลื่น ก็ช่วยให้จิตใจผ่อนคลายได้อย่างน่าอัศจรรย์
ฮิมากาจิมะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยังคงมีความอบอุ่นแบบเรียบง่ายของผู้คน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายในเมืองมาพักใจ
นอกจากนี้ แหล่งประมงอันอุดมสมบูรณ์ของอ่าวมิกาวะยังทำให้สามารถลิ้มรสอาหารทะเลสดใหม่ได้ตลอดปี โดยเฉพาะเมนูปลาหมึกและปลาปักเป้าที่ขึ้นชื่อของเกาะ ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง


ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของฮิมากาจิมะคือช่วงไหน?
หากจะไปเยือนฮิมากาจิมะ ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนถือเป็นช่วงที่แนะนำ
ฤดูใบไม้ผลิมีอากาศสบาย และทั่วทั้งเกาะจะอาบไปด้วยแสงแดดอ่อนๆ
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินเล่นริมทะเล ให้คุณใช้เวลาอย่างผ่อนคลายท่ามกลางสายลมทะเลที่นุ่มนวล
เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน น้ำทะเลใสสะอาดจะยิ่งเปล่งประกาย และบรรยากาศของเกาะก็จะคึกคักมากขึ้น
คุณสามารถเพลิดเพลินกับการเล่นน้ำทะเลและกิจกรรมพักผ่อน พร้อมลิ้มรสอาหารทะเลสดใหม่ได้ในฤดูกาลนี้
อีกทั้งยังเป็นช่วงที่การจับปลาหมึกคึกคัก จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้ชิมเมนูปลาหมึกสดใหม่ด้วย
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของฮิมากาจิมะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): แจ็กเก็ตบาง หรือเสื้อสเวตเตอร์เนื้อบาง
- ช่วงฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางเบาและเสื้อแขนสั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบาง หรือโค้ต
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): โค้ต สเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ต
เดินทางไปฮิมากาจิมะอย่างไร?
โดยทั่วไป การเดินทางไปฮิมากาจิมะซึ่งเป็นเกาะห่างฝั่ง มักใช้เรือเร็วที่ออกจากท่าเรือโควะ
วิธีการเดินทางหลักจากสนามบินนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์และนาโกย่าสรุปไว้ในตารางด้านล่าง
แม้จะสามารถนั่งรถไฟจากสนามบินนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์ไปยังท่าเรือโควะได้ แต่หากคำนึงถึงการต่อรถ การใช้แท็กซี่จะสะดวกและราบรื่นกว่า
| จุดออกเดินทาง | เส้นทาง | ระยะเวลา |
|---|---|---|
| สนามบินนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์ |
1. นั่งแท็กซี่จากสนามบินนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์ไปท่าเรือโควะ 2. ขึ้นเรือเร็วจากท่าเรือโควะ 3. เดินทางถึงฮิมากาจิมะ |
ประมาณ 1 ชั่วโมง |
| นาโกย่า |
1. ขึ้นรถไฟเมเท็ตสึจากสถานีชินนาโกย่า แล้วลงที่สถานีโควะ 2. เดินประมาณ 5 นาทีไปยังท่าเรือโควะ แล้วขึ้นเรือเร็ว 3. เดินทางถึงฮิมากาจิมะ |
ประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที |
การเดินทางหลักสำหรับท่องเที่ยวบนฮิมากาจิมะ
ฮิมากาจิมะเป็นเกาะขนาดกะทัดรัด โดยสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่ในระยะเดินถึงกันได้ เดินรอบเกาะทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
แนะนำให้ค่อยๆ เดินเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหาร พร้อมสัมผัสสายลมทะเลอย่างสบายๆ
หากต้องการเที่ยวให้ทั่วอย่างมีประสิทธิภาพ การเช่าจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าก็สะดวกมาก
ค่อยๆ ดื่มด่ำกับธรรมชาติแสนงดงาม! 5 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของฮิมากาจิมะ
เสน่ห์ของฮิมากาจิมะอยู่ที่การได้ค่อยๆ ซึมซับทั้งธรรมชาติและจังหวะชีวิตอันสงบของเกาะไปพร้อมกัน
มีตั้งแต่ชายหาดสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก ชิงช้าที่มองเห็นวิวทะเล ไปจนถึงวัดที่อบอวลด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์ แต่ละแห่งล้วนถ่ายทอดบรรยากาศเฉพาะตัวของเกาะออกมาได้อย่างชัดเจน
ต่อไปนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ทำให้คุณสัมผัสเสน่ห์ของฮิมากาจิมะได้อย่างใกล้ชิด
ลองออกไปดื่มด่ำกับทิวทัศน์ของเกาะ แล้วใช้เวลาพิเศษที่ทำให้ใจผ่อนคลายกัน
1. ชิงช้าคู่รัก
ฮิมากาจิมะเป็นเกาะที่ลอยอยู่ในอ่าวมิกาวะ มีเส้นรอบเกาะประมาณ 5.5 กิโลเมตร และพื้นที่ทั้งหมดได้รับการกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติกึ่งแห่งชาติอ่าวมิกาวะ
เมื่อเดินขึ้นบันไดจากซันไรส์บีชใกล้ท่าเรือฝั่งตะวันออกไปยังเนินสูง จะพบกับ “ชิงช้าคู่รัก” ที่หันหน้าออกสู่ทะเล
ชิงช้านี้ทำจากท่อนไม้ที่แขวนด้วยเชือกกับต้นสนขนาดใหญ่ มีขนาดกว้างพอให้ผู้ใหญ่ 2 คนนั่งคู่กันได้ และยังมีความเชื่อกันว่าหากคู่รักได้นั่งด้วยกัน ก็จะมีความสุขสมหวัง

2. ชายหาดฮิงาชิฮามะ เกาะฮิมากาจิมะ (ซันไรส์บีช)
ชายหาดฮิงาชิฮามะ “ซันไรส์บีช” สามารถเดินทางได้โดยนั่งเรือเร็วจากท่าเรือโมโรซากิประมาณ 10 นาที
ชายหาดแห่งนี้ได้ชื่อมาจากการที่สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นได้ตรงหน้าแบบไม่มีสิ่งบดบัง โดยชายฝั่งอันสงบที่ทอดยาวทางตะวันออกของเกาะยังได้รับการขนานนามว่าเป็น “ภาพทิวทัศน์ดั้งเดิมของฮิมากาจิมะ” อีกด้วย ชายหาดจะเปิดให้เล่นน้ำทะเลทุกปีในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม
ชายหาดมีความยาวประมาณ 300 เมตร และลึกประมาณ 70 เมตร น้ำตื้นค่อยๆ ลาดลง จึงเหมาะสำหรับครอบครัวที่พาเด็กเล็กมาด้วย

3. วัดอันราคุจิ (ทาโกะอามิดะ)
ฮิมากาจิมะเป็นเกาะในอ่าวมิกาวะที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลอุดมสมบูรณ์ เช่น ปลาหมึกในฤดูร้อนและปลาปักเป้าในฤดูหนาว วัดอันราคุจิบนเกาะก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1494 และเป็นวัดในนิกายโซโตะที่ชาวเกาะเรียกกันอย่างคุ้นเคยว่า “ทาโกะอามิดะ”
ด้วยการเปรียบกับนิสัยของปลาหมึกที่ใช้ปุ่มดูดยึดเกาะคู่ตรงข้าม วัดแห่งนี้จึงได้รับความนิยมในฐานะสถานที่ขอพรเรื่องความรักและความสัมพันธ์ดีๆ
ที่นี่ยังเป็นหนึ่งใน “มินามิชิตะชิจิฟุคุจิน” ซึ่งประกอบด้วยศาลเจ้าและวัด 9 แห่งในพื้นที่มินามิชิตะ และเป็นสถานที่ประจำเรือสมบัติเต่าจากชุดเทพเจ้าแห่งโชคลาภ 7 องค์บวกเรือสมบัติ 2 ลำ จึงมีผู้มาสักการะจำนวนมากเพื่ออธิษฐานให้การแสวงบุญครบสมบูรณ์

4. ซันเซ็ตบีช
ชายหาดที่อยู่ใกล้กับ “ท่าเรือฝั่งตะวันตกของฮิมากาจิมะ” ซึ่งเป็นประตูสู่เกาะ ชายหาดนี้ถูกเรียกว่า “ซันเซ็ตบีช” เพราะสามารถชมพระอาทิตย์ตกอันงดงามเหนือฝั่งแผ่นดินใหญ่ได้
ชายหาดทรายเปิดโล่งมีความยาวประมาณ 200 เมตร และลึกประมาณ 30 เมตร โดยเปิดเป็นชายหาดสำหรับเล่นน้ำทะเลทุกปีในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม
แม้จะไม่มีบ้านพักชายหาด แต่มีเจ้าหน้าที่ดูแลประจำ พร้อมจุดปฐมพยาบาล ฝักบัวฟรี และห้องน้ำ จึงสามารถเล่นน้ำได้อย่างสบายใจ

5. อนุสาวรีย์ปลาหมึกฝั่งตะวันออกและตะวันตก (กัชชีนี่・นิชชีนี่)
พื้นที่ทั้งหมดของฮิมากาจิมะได้รับการกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติกึ่งแห่งชาติอ่าวมิกาวะ และยังคงรักษาบรรยากาศเมืองชาวประมงอันเรียบง่ายไว้จนถึงปัจจุบัน
ด้วยความที่ปลาหมึกและปลาปักเป้าเป็นของขึ้นชื่อ เกาะแห่งนี้จึงมีชื่อเสียงในฐานะ “เกาะแห่งความสุขจากปลาหมึก และเกาะแห่งโชคจากปลาปักเป้า”
บนเกาะที่มีเส้นรอบเกาะประมาณ 5.5 กิโลเมตร มีท่าเรือประจำอยู่ทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก และสิ่งที่คอยต้อนรับผู้มาเยือนอย่างอารมณ์ดีก็คืออนุสาวรีย์ปลาหมึกชื่อ “กัชชีนี่” และ “นิชชีนี่”

3 ร้านอาหารยอดนิยมที่ลิ้มลองเมนูขึ้นชื่อของฮิมากาจิมะได้
ถ้ามาเที่ยวฮิมากาจิมะ เมนูขึ้นชื่อของเกาะอย่างปลาหมึก ชิราสึ และปลาปักเป้า เป็นของอร่อยที่ไม่ควรพลาด
ถ้ากำลังมองหาร้านน่าแวะ ลองดูร้านยอดนิยมที่เราจะแนะนำต่อไปนี้ได้เลย
มีให้เลือกหลายสไตล์ ตั้งแต่ข้าวหน้าซีฟู้ด ซาชิมิ ไปจนถึงพาสต้า ให้เพลิดเพลินกับรสชาติแบบฉบับของเกาะได้เต็มที่
1. Shimacafe Barca
คาเฟ่ที่เน้นเมนูอาหารทะเล ตั้งอยู่ใกล้กับ “ท่าเรือฝั่งตะวันออก” ซึ่งมีบรรยากาศเงียบสงบและผ่อนคลายภายในเกาะ
เมนูยอดนิยมคือ “ข้าวหน้าชิราสึสด” ที่โดดเด่นด้วยความสดในแบบร้านที่บริหารโดยตรงจากโรงงานชิราสึ รวมถึงชุดอาหารที่ได้ลิ้มลอง “ข้าวปลาหมึก” เมนูขึ้นชื่อของฮิมากาจิมะ
นอกจากนี้ยังมีเมนูของว่างให้เลือกหลากหลาย เช่น ปลาหมึกเสียบไม้ และโคร็อกเกะที่อัดแน่นด้วยอาหารทะเล
อีกหนึ่งเสน่ห์คือที่นั่งบนระเบียงซึ่งมีลมทะเลพัดผ่านอย่างสบาย ทำให้ได้ใช้เวลาช้าๆ ในแบบฉบับของเกาะ

2. Keisan
ร้านอาหาร “เคซัน” ตั้งอยู่ภายในเรียวกัง “โอโตฮิเมะ” ใกล้สะพานท่าเรือฝั่งตะวันตก ในทำเลที่สะดวกมาก
เมนูยอดนิยมคือ “ข้าวหน้าอาหารทะเลทอดกรอบรวม” ที่ใช้วัตถุดิบจากทะเลอย่างจุใจ
ยังมีเมนูอาหารทะเลอีกมากมาย เช่น “ข้าวปลาหมึก” “ชุดปลาหมึกหั่นชิ้น” และ “ชาบูปลาหมึก” ที่ใช้ปลาหมึกซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของฮิมากาจิมะ
ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงปลายเดือนมีนาคม ยังสามารถลิ้มลองเมนูปลาปักเป้าตามฤดูกาลได้ ทำให้ที่นี่เป็นร้านที่เพลิดเพลินกับเมนูดังของฮิมากาจิมะได้ครบในที่เดียว
ภายในร้านเป็นที่นั่งแบบเสื่อทาทามิเป็นหลัก ให้บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง และหากนั่งริมหน้าต่างก็สามารถชมท่าเรือฝั่งตะวันตกไปพร้อมกับลิ้มรสอาหารท่ามกลางลมทะเลได้อย่างพิเศษ

3. KITCHEN macha
ร้านอาหารสไตล์ซีไซด์แคชชวล ตั้งอยู่ริมทะเล ห่างจากท่าเรือฝั่งตะวันตกประมาณ 100 เมตรเมื่อเดินเท้า
เจ้าของร้านซึ่งฝึกทำอาหารด้วยตนเองนำวัตถุดิบสดใหม่จากฮิมากาจิมะมาสร้างสรรค์เป็นเมนูต้นตำรับของร้าน
มีให้เลือกตั้งแต่อาหารตะวันตกอย่างพาสต้าและแกงกะหรี่ ไปจนถึงอาหารญี่ปุ่นอย่างซาชิมิและของทอด รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเบียร์ก็มีให้เลือกครบครัน
มีทั้งที่นั่งเคาน์เตอร์สำหรับมาคนเดียวได้สะดวก และโต๊ะสำหรับกลุ่ม ส่วนในวันที่อากาศดี คุณสามารถนั่งชิลที่ระเบียงพร้อมรับลมทะเลได้อย่างสบายๆ

อิ่มเอมกับวิวสวยและของอร่อยบนเกาะ! 3 ที่พักแนะนำบนฮิมากาจิมะ
ถ้าวางแผนพักค้างบนฮิมากาจิมะ ลองดูที่พักเหล่านี้ไว้เป็นตัวเลือกได้เลย
เราคัดที่พักที่ช่วยให้คุณซึมซับช่วงเวลาบนเกาะได้เต็มที่ ทั้งอาหารจากวัตถุดิบทะเลสดใหม่ การต้อนรับอันอบอุ่น และห้องพักแสนผ่อนคลายที่ได้ยินเสียงคลื่น
อีกหนึ่งเสน่ห์ของการมาค้างคืนที่นี่ คือการได้พักผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง พร้อมชมวิวสวยทั้งยามเช้าและยามเย็น
1. Isuzukan
เรียวกังที่ตั้งอยู่ตรงหน้าซันเซ็ตบีชของฮิมากาจิมะ
จุดเด่นที่สุดคือสามารถชมพระอาทิตย์ตกอันงดงามเหนืออ่าวมิกาวะได้จากห้องพัก
โดยเฉพาะห้องพักที่มีอ่างอาบน้ำกลางแจ้งพร้อมวิว คุณสามารถแช่น้ำในพื้นที่ส่วนตัวพร้อมค่อยๆ ชมพระอาทิตย์ลับทะเลได้อย่างเต็มอิ่ม
อีกจุดที่น่าสนใจคือ “อ่างทาโกะสึโบะ” ในห้องอาบน้ำรวม ซึ่งออกแบบเลียนแบบหม้อดักปลาหมึก
อ่างทาโกะสึโบะนี้สร้างสรรค์โดยคุณเค็งโกะ มาเอกาวะ ช่างฝีมือหัตถกรรมดั้งเดิมเครื่องปั้นโทโกนาเมะ และถ่ายทอดภาพปลาหมึกอันเป็นของขึ้นชื่อของฮิมากาจิมะได้อย่างมีชีวิตชีวา
นอกจากนี้ ภายในที่พักยังสามารถลิ้มลองอาหารทะเลที่ทำจากวัตถุดิบสดใหม่ซึ่งขึ้นจากอ่าวมิกาวะได้อีกด้วย
อาหารแต่ละจานที่ดึงรสชาติแท้ของวัตถุดิบออกมาอย่างเต็มที่ น่าจะช่วยให้ความทรงจำจากการเดินทางยิ่งพิเศษขึ้น

2. Suzuya Kaiyutei
เรียวกังในทำเลสะดวก เดินจากท่าเรือฝั่งตะวันตกซึ่งเป็นจุดที่เรือเร็วเข้าออกเพียง 1 นาที และสามารถเช็กอินได้เกือบทันทีหลังมาถึงฮิมากาจิมะ
จากบ่ออาบน้ำกลางแจ้งชมวิว “เท็งไคโนะยุ” บนชั้นบนสุดของห้องอาบน้ำรวม คุณสามารถแช่น้ำไปพร้อมกับชมวิวอ่าวมิกาวะ อ่าวอิเสะ โมโรซากิ และเกาะชิโนะจิมะได้แบบพาโนรามา
ช่วงกลางวันจะได้ชมเรือที่สัญจรไปมาและทิวทัศน์ของหมู่เกาะ ส่วนตอนกลางคืนก็มีวิวแสงไฟระยิบระยับให้เพลิดเพลินกับช่วงเวลาแช่น้ำสุดหรู
ห้องพักยังโดดเด่นด้วยวิวสวยแบบเกาะห่างฝั่ง เช่น พระอาทิตย์ตกเหนือคาบสมุทรชิตะและภาพท่าเรือ
ภายในที่พักสามารถอิ่มอร่อยกับคอร์สอาหารที่ใช้วัตถุดิบทะเลสดใหม่ เช่น ปลาหมึกและปลาปักเป้าลายเสือ
ในฤดูหนาว บางช่วงยังได้ลิ้มลอง “ชิราโกะปลาปักเป้า” ซึ่งเป็นวัตถุดิบชั้นดี ทำให้เพลิดเพลินกับรสชาติประจำฤดูกาลที่แตกต่างกันไปตามช่วงเวลาที่มาเยือน

3. Nagomi no Yado & Café Taisei
ที่พักบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของฮิมากาจิมะ
เสน่ห์ของที่นี่คือการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพนักงานและเจ้าของที่พัก ให้ความสบายใจในแบบเกสต์เฮาส์ที่ใกล้ชิดเป็นพิเศษ
ห้องพักเป็นสไตล์ญี่ปุ่นโมเดิร์นที่ให้บรรยากาศสงบเหมาะแก่การพักผ่อน ส่วนห้องอาหารก็สามารถเพลิดเพลินกับเมนูทะเลที่ใช้ปลาท้องถิ่นตามฤดูกาลอย่างเต็มที่
มีคอร์สให้เลือกอย่างครบครัน เช่น “สแตนดาร์ดคอร์ส” ที่มีซาชิมิกุ้งมังกรอิเสะและกุ้งคุรุมะเอบิเต้นสด หรือ “คอร์สสบายๆ” ที่ได้ลิ้มลองซาชิมิปลาตามฤดูกาลและปลาหมึกต้ม
อาหารเช้ายังขึ้นชื่อเรื่องซุปมิโสะที่ได้รสเข้มข้นจากน้ำซุปปูวาตาริอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่ภายในที่พักซึ่งไม่เฉพาะผู้เข้าพักเท่านั้น แต่นักท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับก็ใช้บริการได้
ที่นี่จึงเป็นพื้นที่พักผ่อนที่ให้คุณใช้เวลาอย่างสบายๆ พร้อมซึมซับบรรยากาศของเกาะได้อย่างเต็มที่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวฮิมากาจิมะ
Q
ถ้ามีเวลาไม่มาก ควรไปที่ไหนเพื่อเที่ยวฮิมากาจิมะให้คุ้ม?
เพราะเดินรอบเกาะแบบสบายๆ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงแนะนำให้ค่อยๆ เดินเล่นเลียบทะเลพร้อมแวะเที่ยวตามจุดต่างๆ
Q
เดินทางจากสนามบินนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์ไปฮิมากาจิมะอย่างไร?
จากสนามบินให้นั่งแท็กซี่ไปท่าเรือโควะ แล้วขึ้นเรือเร็ว ก็จะถึงได้ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
บทสรุป
บทความนี้ได้พาไปรู้จักทั้งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของฮิมากาจิมะ ร้านอาหารที่ลิ้มลองเมนูขึ้นชื่อได้ และที่พักที่สามารถนั่งชมวิวสวยได้อย่างสบายๆ
เกาะแห่งนี้อัดแน่นด้วยเสน่ห์แบบเกาะห่างฝั่ง และเดินทางได้จากนาโกย่าหรือสนามบินนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
หากคุณมีโอกาสมาเที่ยวแถบนาโกย่าหรือจังหวัดไอจิ อย่าลืมเผื่อเวลาแวะมาสัมผัสฮิมากาจิมะด้วย
และถ้าอยากวางแผนเที่ยวต่อ บทความรวมสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตและของอร่อยขึ้นชื่อของไอจิต่อไปนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน