11 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในเอฮิเมะสำหรับทริปครอบครัว สัมผัสประวัติศาสตร์เมืองรอบปราสาทและมรดกอุตสาหกรรม

11 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในเอฮิเมะสำหรับทริปครอบครัว สัมผัสประวัติศาสตร์เมืองรอบปราสาทและมรดกอุตสาหกรรม

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

จังหวัดเอฮิเมะมีทิวทัศน์เมืองรอบปราสาทเก่าแก่ โดยมีมัตสึยามะ (Matsuyama) เมืองที่มีโดโกะออนเซ็น (Dogo Onsen) ซึ่งเป็นที่รักในฐานะเมืองน้ำพุร้อนมาตั้งแต่อดีตเป็นศูนย์กลาง ภายในเมืองมีทั้งสวนขนาดใหญ่และสถานที่ในร่ม เหมาะสำหรับทริปครอบครัว
หากเดินทางต่อไปอีกเล็กน้อย ก็จะพบเมืองแห่งมรดกอุตสาหกรรมอย่างเหมืองทองแดงเบชิ (Besshi Copper Mine) สัมผัสทิวทัศน์ภูเขาที่เคยรุ่งเรืองจากการขุดทองแดง และนิทรรศการที่บอกเล่าประวัติศาสตร์รถไฟ พร้อมพบอีกหนึ่งเสน่ห์ของเอฮิเมะ
ในพื้นที่ที่ประวัติศาสตร์เมืองรอบปราสาทและความทรงจำของอุตสาหกรรมซ้อนทับกันนี้ ลองนึกภาพช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกันทั้งครอบครัว แล้วเลือกจุดหมายสำหรับการเดินทางกัน

3 เคล็ดลับเที่ยวเอฮิเมะกับครอบครัวให้สนุกเต็มที่

เอฮิเมะเป็นจังหวัดที่มีทั้งมัตสึยามะ ซึ่งยังคงทิวทัศน์เมืองรอบปราสาทเก่าแก่ และเมื่อเดินทางออกไปอีกเล็กน้อยก็จะพบเมืองแห่งมรดกอุตสาหกรรม แต่ละพื้นที่มีทั้งบรรยากาศและวิธีใช้เวลาที่แตกต่างกัน จึงควรวางแผนเล็กน้อยเมื่อไปเที่ยวกับครอบครัว นี่คือเคล็ดลับสำหรับสนุกกับทริปครอบครัวในเอฮิเมะแบบไม่เหนื่อยเกินไป

1. กำหนดธีมการเที่ยวระหว่างเมืองรอบปราสาทและมรดกอุตสาหกรรม

พื้นที่มัตสึยามะที่มีทิวทัศน์เมืองรอบปราสาท และเมืองกลางหุบเขาที่หลงเหลือประวัติศาสตร์อุตสาหกรรม เช่น เหมืองทองแดงเบชิ ต่างก็มีเสน่ห์คนละแบบ หากกำหนดไว้ก่อนว่าอยากใช้เวลาแบบไหนกับครอบครัว ก็จะเดินทางได้ง่ายขึ้น
เช่น ใช้เวลาแบบสบาย ๆ ในเมืองรอบปราสาทโดยผสมผสานสวนและสถานที่ในร่ม หรือสนุกกับช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้เกี่ยวกับมรดกอุตสาหกรรม การกำหนดแกนของการใช้เวลาในแต่ละพื้นที่ให้ชัดเจน จะช่วยให้ทริปเอฮิเมะมีจังหวะที่ลงตัว

“ไมน์โทเปียเบชิ” สถานที่ที่ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์เหมืองทองแดงเบชิ
“ไมน์โทเปียเบชิ” สถานที่ที่ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์เหมืองทองแดงเบชิ

2. วางทริปโดยคำนึงถึงระยะทางระหว่างเขตเมืองรอบปราสาทกับพื้นที่ภูเขา

สวนและสถานที่ในร่มที่กระจายอยู่ในเขตเมืองรอบปราสาท รวมถึงมรดกอุตสาหกรรมที่เหลืออยู่ตามพื้นที่ภูเขา คือหนึ่งในเอกลักษณ์ของจังหวัดเอฮิเมะที่มีสถานที่น่าสนใจหลากหลายประเภท อย่างไรก็ตาม ใจกลางเมืองมัตสึยามะกับพื้นที่โทโย (Toyo) ซึ่งมีมรดกอุตสาหกรรมอยู่ค่อนข้างห่างกัน จึงไม่ใช่ว่าจะเดินทางไปมาหากันได้อย่างง่ายดายเสมอไป
ควรตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะใช้ที่ไหนเป็นฐาน และหากจะเที่ยวทั้งสองฝั่ง จะเลือกวิธีเดินทางแบบใด การวางแผนการเคลื่อนที่ไว้ก่อนจะช่วยให้ทริปครอบครัวราบรื่นขึ้น

ความงามของหมู่เกาะในทะเลเซโตะใน ซึ่งมีชิมานามิไคโดเป็นตัวแทน ควรวางทริปโดยรวมระยะทางและการเดินทางระหว่างแต่ละพื้นที่ไว้ด้วย
ความงามของหมู่เกาะในทะเลเซโตะใน ซึ่งมีชิมานามิไคโดเป็นตัวแทน ควรวางทริปโดยรวมระยะทางและการเดินทางระหว่างแต่ละพื้นที่ไว้ด้วย

3. เลือกพื้นที่ให้แคบลง แล้วผสมผสานรูปแบบการใช้เวลา

สวน สวนสัตว์ และสถานที่ทำกิจกรรมกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ หากเลือกเที่ยวเพียงพื้นที่เดียว จะจัดลำดับการใช้เวลาทั้งวันได้ง่ายขึ้น
การผสมผสานกิจกรรมในร่มและกลางแจ้งอย่างพอดี ช่วยให้ปรับแผนตามสภาพอากาศและสภาพร่างกายได้สะดวก

สวนสัตว์จังหวัดเอฮิเมะโทเบะและเอฮิเมะโคโดโมะโนะชิโระอยู่ติดกัน จึงแวะเที่ยวคู่กันได้ง่าย
สวนสัตว์จังหวัดเอฮิเมะโทเบะและเอฮิเมะโคโดโมะโนะชิโระอยู่ติดกัน จึงแวะเที่ยวคู่กันได้ง่าย

ถ้าจะไปเที่ยวกับครอบครัวต้องที่นี่! 11 สถานที่ท่องเที่ยวในเอฮิเมะ

จังหวัดเอฮิเมะมีสถานที่มากมายให้ได้สัมผัสประวัติศาสตร์ ทั้งพื้นที่มัตสึยามะที่ยังคงทิวทัศน์เมืองรอบปราสาท และเมืองแห่งมรดกอุตสาหกรรมอย่างเหมืองทองแดงเบชิ
ยังมีสวนขนาดใหญ่ สวนสัตว์ และสนามเด็กเล่นในร่มกระจายอยู่หลายแห่ง เป็นสถานที่ที่เด็ก ๆ ได้ทั้งเล่นและเรียนรู้ไปพร้อมกัน นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวในเอฮิเมะที่อยากแนะนำให้ใส่ไว้ในทริปครอบครัว

1. เอฮิเมะโคโดโมะโนะชิโระ (เมืองมัตสึยามะ)

สถานสงเคราะห์เด็กขนาดใหญ่ที่สามารถผสมผสานการเล่นและกิจกรรมทั้งในร่มและกลางแจ้งได้
ภายในแบ่งออกเป็น 5 โซน ได้แก่ “โซนเมืองเด็ก” “โซนกิจกรรม” “โซนเนินผจญภัย” “โซนป่าสัมผัสธรรมชาติ” และ “โซนกิจกรรม -NEXT-” โดยแต่ละโซนมีรูปแบบการเล่นที่แตกต่างกัน
จุดเด่นคือพื้นที่กว้างขวางที่มีทั้งเครื่องเล่น สนามแอดเวนเจอร์ กิจกรรมทำงานฝีมือ ไปจนถึงพื้นที่เล่นในร่ม ให้เลือกจัดวิธีใช้เวลาได้อย่างอิสระ
มีกิจกรรมหลากหลายตั้งแต่การเล่นกลางแจ้งให้ได้ขยับร่างกาย ไปจนถึงกิจกรรมสร้างสรรค์ จึงใช้เวลาทั้งวันกับครอบครัวได้

มีกิจกรรมหลากหลายรออยู่ รวมถึงซิปไลน์ขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของชิโกกุ
มีกิจกรรมหลากหลายรออยู่ รวมถึงซิปไลน์ขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของชิโกกุ

2. สวนสัตว์จังหวัดเอฮิเมะโทเบะ (เมืองโทเบะ)

สวนสัตว์ที่สร้างโดยใช้สภาพภูมิประเทศตามธรรมชาติ ทำให้ได้พบกับสัตว์ที่ใช้ชีวิตอย่างผ่อนคลาย
มีการจัดแสดงสิงโต ยีราฟ ชิมแปนซี และสัตว์อื่น ๆ ตามสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย พร้อมมีแนวทางหลายจุดที่ช่วยให้สังเกตพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์ได้
ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ “พีซ” หมีขั้วโลกที่ญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในการเลี้ยงด้วยคนเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ยังมีฉากเคลื่อนไหวให้ชมใกล้ ๆ เช่น เพนกวินว่ายน้ำ และอุรังอุตังไต่เชือก

สวนสัตว์ขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของญี่ปุ่นตะวันตก ตั้งอยู่ติดกับ “เอฮิเมะโคโดโมะโนะชิโระ”
สวนสัตว์ขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของญี่ปุ่นตะวันตก ตั้งอยู่ติดกับ “เอฮิเมะโคโดโมะโนะชิโระ”

3. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์จังหวัดเอฮิเมะ (เมืองนีฮามะ)

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่ที่มีท้องฟ้าจำลองระดับใหญ่ที่สุดในโลก ให้เรียนรู้ธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ และอุตสาหกรรมผ่านประสบการณ์จริง
ภายในแบ่งเป็น “อาคารธรรมชาติ” “อาคารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” และ “อาคารอุตสาหกรรม” สามารถเรียนรู้เกี่ยวกับอวกาศ โลก ธรรมชาติของเอฮิเมะ กลไกทางวิทยาศาสตร์ และประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมท้องถิ่นผ่านประสบการณ์ต่าง ๆ
ยังมีนิทรรศการหุ่นยนต์ไทรันโนซอรัสและไทรเซอราทอปส์ขนาดเท่าของจริง พร้อมการแสดงที่เคลื่อนไหวไปกับเสียงร้องอย่างมีพลัง
ท้องฟ้าจำลองที่มีจอโดมระดับใหญ่ที่สุดในโลก ให้สัมผัสประสบการณ์สมจริงจากภาพรอบทิศทางเต็มโดม

สนุกกับการแสดงที่ไทรันโนซอรัสและไทรเซอราทอปส์ขนาดเท่าของจริง (ระดับใหญ่ที่สุดในโลก) จะขยับพร้อมเสียงร้องทุก 15 นาที
สนุกกับการแสดงที่ไทรันโนซอรัสและไทรเซอราทอปส์ขนาดเท่าของจริง (ระดับใหญ่ที่สุดในโลก) จะขยับพร้อมเสียงร้องทุก 15 นาที

4. ดอลฟินฟาร์มชิมานามิ (เมืองอิมาบาริ)

สถานที่สัมผัสโลมาระดับใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่บนเกาะฮากาตะ (Hakatajima) ใจกลางเส้นทางชิมานามิไคโด (Shimanami Kaido) ริมทะเลเซโตะในอันสงบ สามารถชมโลมาใกล้ ๆ สัมผัส หรือว่ายน้ำไปด้วยกันได้
มีโปรแกรมประสบการณ์ต่าง ๆ เช่น ให้อาหาร สัมผัสโลมา และว่ายน้ำกับโลมา (ต้องจองล่วงหน้า) ให้ได้รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวและสีหน้าของโลมาในระยะใกล้
แม้ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรม เพียงจ่ายค่าเข้าก็สามารถชมโลมาจากท่าเรือได้ จึงเป็นจุดที่แวะได้สบาย ๆ

สถานที่สัมผัสโลมาระดับใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ให้สนุกกับประสบการณ์ใกล้ชิดโลมาที่เป็นมิตร
สถานที่สัมผัสโลมาระดับใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ให้สนุกกับประสบการณ์ใกล้ชิดโลมาที่เป็นมิตร

5. เรือชมกระแสน้ำเชี่ยวช่องแคบคุรุชิมะ (เมืองอิมาบาริ)

เรือท่องเที่ยวที่ให้สัมผัสกระแสน้ำเชี่ยวในช่องแคบคุรุชิมะ (Kurushima Strait) ได้อย่างใกล้ชิด
“น้ำวน” ที่เกิดจากกระแสน้ำเร็วและภูมิประเทศซับซ้อนเป็นเอกลักษณ์ของช่องแคบคุรุชิมะ เมื่อออกเรือสู่ช่องแคบ จะได้เห็นการไหลของกระแสน้ำที่รุนแรง หมู่เกาะในทะเลเซโตะใน และ “สะพานคุรุชิมะไคเคียว” สะพานแขวน 3 ช่วงแห่งแรกของโลกอย่างใกล้ชิด
อีกเสน่ห์คือได้ใช้เวลาสไตล์ทะเลเซโตะในกับครอบครัว พลางชมวิวชิมานามิไคโดจากบนทะเล

บางครั้งอาจได้เห็นกระแสน้ำเชี่ยวแรงจนเรือเข้าใกล้ไม่ได้
บางครั้งอาจได้เห็นกระแสน้ำเชี่ยวแรงจนเรือเข้าใกล้ไม่ได้

6. พิพิธภัณฑ์ผ้าขนหนู (เมืองอิมาบาริ)

พิพิธภัณฑ์ที่ให้สัมผัสวัฒนธรรมผ้าขนหนูและการผลิตของอิมาบาริ (Imabari) นอกจากจะได้ชมกระบวนการผลิตผ้าขนหนูจริงแล้ว ยังสามารถชมผลงานจัดแสดงที่ผสานผ้าขนหนูกับศิลปะได้ด้วย
ภายในมีจุดถ่ายรูปสวย ๆ มากมาย เช่น “กำแพงหลอดด้าย” ที่เรียงรายด้วยเส้นด้ายประมาณ 200 สี 1,800 หลอด และ “บ้านหลอดด้าย” ที่ทำจากหลอดด้ายสีสันสดใส ให้ครอบครัวเดินชมได้อย่างเพลิดเพลิน

“กำแพงหลอดด้าย” ที่มีด้ายหลากสีเรียงรายเต็มไปหมด
“กำแพงหลอดด้าย” ที่มีด้ายหลากสีเรียงรายเต็มไปหมด

7. ไมน์โทเปียเบชิ (เมืองนีฮามะ)

สถานที่เชิงประสบการณ์ที่นำมรดกอุตสาหกรรมมาใช้ประโยชน์ ให้ได้สัมผัสประวัติศาสตร์เหมืองแร่
เหมืองแห่งนี้ปิดทำการในปีโชวะที่ 48 (1973) และพื้นที่เดิมของสำนักงานใหญ่การทำเหมืองสุดท้ายถูกนำมาพัฒนาเป็นธีมพาร์กเหมืองแร่ชื่อ “ไมน์โทเปียเบชิ”
บนพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 60,000㎡ มีทั้งรถไฟท่องเที่ยวและอุโมงค์เหมืองสำหรับเข้าชม ให้สัมผัสบรรยากาศการทำเหมืองตั้งแต่สมัยเอโดะจนถึงยุคสมัยใหม่
ไฮไลต์สำคัญคือโซนโทนารุ (Tonaru) ที่สามารถชมกลุ่มมรดกอุตสาหกรรมซึ่งหลงเหลืออยู่กลางภูเขาที่ระดับความสูงประมาณ 750m ได้อย่างใกล้ชิด

“โซนโทนารุ” ที่ได้รับการขนานนามว่า “มาชูปิกชูแห่งตะวันออก” ยังคงหลงเหลือมรดกอุตสาหกรรมหลากหลายแห่ง
“โซนโทนารุ” ที่ได้รับการขนานนามว่า “มาชูปิกชูแห่งตะวันออก” ยังคงหลงเหลือมรดกอุตสาหกรรมหลากหลายแห่ง

8. สวนประวัติศาสตร์รถไฟ in SAIJO (เมืองไซโจ)

สถานที่ท่องเที่ยวที่ให้สัมผัสเสน่ห์ของรถไฟผ่านประวัติศาสตร์และการจัดแสดงขบวนรถ
ประกอบด้วยอาคาร 4 แห่ง ได้แก่ “พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมรถไฟชิโกกุ อาคารเหนือ” “พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมรถไฟชิโกกุ อาคารใต้” “พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์ชินจิ โซโก” และ “ศูนย์แลกเปลี่ยนการท่องเที่ยว”
มีการจัดแสดงขบวนรถจริง เช่น ชินคันเซ็นซีรีส์ 0 และหัวรถจักรดีเซล พร้อมประสบการณ์เข้าไปในห้องคนขับและนั่งบนที่นั่งคนขับได้
ยังมีไดโอรามาขนาดใหญ่และนิทรรศการจำลองอาคารสถานี ให้สนุกกับโลกของรถไฟได้หลายมุมมอง

สามารถชมชินคันเซ็นซีรีส์ 0 ที่เคยวิ่งจริงได้อย่างใกล้ชิด
สามารถชมชินคันเซ็นซีรีส์ 0 ที่เคยวิ่งจริงได้อย่างใกล้ชิด

9. สวนโดโกะ (ซากปราสาทยุซึกิ) (เมืองมัตสึยามะ)

สวนสาธารณะในเมืองที่ใช้ประโยชน์จากซากปราสาททางประวัติศาสตร์ พื้นที่ทั้งสวนเคยเป็นที่ตั้งของปราสาทตั้งแต่ช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 14 ถึงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 16 ปัจจุบันยังคงมีร่องรอยของปราสาท เช่น คันดินและคูน้ำ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติในชื่อ “ซากปราสาทยุซึกิ”
ภายในสวนมีเนินเขาและจุดชมวิว สามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่มองออกไปยังที่ราบมัตสึยามะได้ อีกเสน่ห์คือการเดินเล่นในสวนกว้าง พร้อมค่อย ๆ สัมผัสประวัติศาสตร์และทิวทัศน์ร่วมกันทั้งครอบครัว

ภายในสวนกว้างใหญ่ประมาณ 8.6 เฮกตาร์ มีจุดน่าสนใจหลากหลาย เช่น บ้านซามูไร
ภายในสวนกว้างใหญ่ประมาณ 8.6 เฮกตาร์ มีจุดน่าสนใจหลากหลาย เช่น บ้านซามูไร

10. สวนญี่ปุ่นนันราคุเอ็น (เมืองอุวาจิมะ)

สวนญี่ปุ่นระดับใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของชิโกกุ มีพื้นที่รวม 153,322 ตารางเมตร
เป็นสวนแบบเดินชมรอบสระน้ำ จัดขึ้นภายใต้ธีม “ภูเขา หมู่บ้าน เมือง และทะเล” โดยมีสระบนและสระล่างเป็นศูนย์กลาง พร้อมทิวทัศน์หลากหลายที่ต่อเนื่องกัน มีการจัดวางเนินจำลอง สนามหญ้า และศาลาพักผ่อน ทำให้ทิวทัศน์เปลี่ยนไปทุกครั้งที่เดิน
ดอกไม้ตามฤดูกาลก็น่าประทับใจ เช่น ทิวทัศน์ต้นฤดูร้อนที่ดอกไอริสญี่ปุ่นประมาณ 30,000 กอ รวม 250,000 ดอกบานสะพรั่ง

ภายในสวนยังมีจุดพลังงาน 3 แห่ง และร้านอาหารที่ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นได้
ภายในสวนยังมีจุดพลังงาน 3 แห่ง และร้านอาหารที่ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นได้

11. ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ “คุรุริน” (เมืองมัตสึยามะ)

ชิงช้าสวรรค์ในเมืองที่แวะได้ง่าย พร้อมชมวิวมัตสึยามะแบบกว้างไกล มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 45m และจุดสูงสุดจากพื้นดิน 85m สามารถมองเห็นปราสาทมัตสึยามะ ย่านออนเซ็นโดโกะออนเซ็น ไปจนถึงทะเลอิโยะนาดะ
“กอนโดลาแบบซีทรู” ที่พื้นทำจากกระจกใส ให้ความรู้สึกเหมือนลอยอยู่กลางอากาศ ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน
นอกจากวิวในช่วงกลางวันแล้ว ตอนกลางคืนยังชมทิวทัศน์ยามค่ำของเมืองได้ด้วย

ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองมัตสึยามะ
ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองมัตสึยามะ

เหมาะเป็นฐานของทริปครอบครัว! 3 ที่พักแนะนำในเอฮิเมะ

มัตสึยามะที่รู้จักกันจากโดโกะออนเซ็น เป็นพื้นที่ที่ยังคงทิวทัศน์เมืองรอบปราสาทเก่าแก่ และสะดวกสำหรับใช้เป็นฐานเที่ยวเอฮิเมะ
สามารถจัดทริปได้หลากหลาย เช่น พักพร้อมเดินเล่นในย่านออนเซ็นและเที่ยวในเมือง แล้ววันถัดไปค่อยเดินทางต่อไปยังเมืองแห่งมรดกอุตสาหกรรม นี่คือที่พักในเอฮิเมะที่ให้พักท่ามกลางบรรยากาศเมืองรอบปราสาท

1. โดโกะ พรินซ์ โฮเทล (เมืองมัตสึยามะ)

ที่พักออนเซ็นขนาดใหญ่ใจกลางย่านออนเซ็นของโดโกะออนเซ็น
มีบ่อออนเซ็นเอกลักษณ์หลากหลาย เช่น บ่อกลางแจ้งในสวน และ “บ่อมิกันบอล” ทำให้สนุกกับออนเซ็นได้หลายแบบ ภายในที่พักยังมีโปรแกรมสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นหลายรูปแบบ เช่น “ประสบการณ์กลองซุยกุนไทโกะและชามิเซ็นสึการุ” และ “โชว์ประสบการณ์ทำซานุกิอุด้งสีทอง” ให้เพลิดเพลินกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นไปด้วย

มีห้องพักหลายประเภท รวมถึงห้องสไตล์ญี่ปุ่นแท้
มีห้องพักหลายประเภท รวมถึงห้องสไตล์ญี่ปุ่นแท้

2. ยามาโตยะ ฮอนเท็น (เมืองมัตสึยามะ)

เรียวกังเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ติดกับ “โดโกะออนเซ็น ฮอนคัง”
ห้องพักมีให้เลือก 2 ประเภท ได้แก่ ห้องญี่ปุ่นแบบสุกิยะที่นำรูปแบบห้องชงชามาใช้ และห้องสไตล์ตะวันตกโมเดิร์นที่สะดวกสบายและประณีต
อีกจุดที่น่าประทับใจคือได้เพลิดเพลินกับออนเซ็นเนื้อสัมผัสนุ่มในบ่อรวมขนาดใหญ่ ซึ่งใช้น้ำพุร้อนจากแหล่งเดียวกับ “โดโกะออนเซ็น ฮอนคัง” บริเวณพักผ่อนหลังแช่ออนเซ็นยังมีแผงร้านอย่างดากาชิ BAR ให้สนุกได้ทั้งครอบครัว
อาหารไคเซกิที่ใช้วัตถุดิบจากทะเลเซโตะใน เช่น ข้าวหน้าปลาไทที่ทำจากปลาไทแท้ ก็ได้รับเสียงชื่นชมเช่นกัน

ยังสามารถเพลิดเพลินกับออนเซ็นธรรมชาติที่นักเขียนเอกสมัยเมจิชื่นชอบได้ในบ่อกลางแจ้ง
ยังสามารถเพลิดเพลินกับออนเซ็นธรรมชาติที่นักเขียนเอกสมัยเมจิชื่นชอบได้ในบ่อกลางแจ้ง

3. โดโกะออนเซ็น ฟุนายะ (เมืองมัตสึยามะ)

เรียวกังออนเซ็นเก่าแก่ที่มีสวนอันเงียบสงบ เหมาะกับการใช้เวลาอย่างผ่อนคลาย
มีสวนขนาด 1,500 สึโบะที่พืชประมาณ 200 ชนิดสร้างทิวทัศน์งดงาม และตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วง สามารถเพลิดเพลินกับมื้ออาหารริมลำธารที่ไหลผ่านสวนได้
น้ำร้อนที่ดึงมาจากต้นน้ำโดโกะออนเซ็นสามารถเพลิดเพลินได้ใน “บ่อฮิโนกิ” ที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมของไม้ฮิโนกิ และ “บ่อมิคาเกะ” ที่ทำจากหินแกรนิต อีกทั้งอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากทะเลและภูเขาของเซโตะในก็มีชื่อเสียง ให้ลิ้มรสความอร่อยของมัตสึยามะ “แหล่งรวมของอร่อย” ได้อย่างเต็มที่

อาหารที่เสิร์ฟรสชาติอร่อยตามฤดูกาลก็เป็นอีกความภูมิใจของที่พัก
อาหารที่เสิร์ฟรสชาติอร่อยตามฤดูกาลก็เป็นอีกความภูมิใจของที่พัก

คอร์สตัวอย่าง 2 วัน 1 คืนในจังหวัดเอฮิเมะ ตามรอยทิวทัศน์เมืองรอบปราสาทและมรดกอุตสาหกรรม

ทริปครอบครัว 2 วัน 1 คืนในจังหวัดเอฮิเมะ เริ่มจากเมืองรอบปราสาทของมัตสึยามะที่รู้จักกันจากโดโกะออนเซ็น แล้วต่อไปยังเมืองแห่งมรดกอุตสาหกรรมที่หลงเหลืออยู่กลางหุบเขา
วันแรกใช้เวลาที่สวนโดโกะและเอฮิเมะโคโดโมะโนะชิโระ ท่ามกลางทิวทัศน์เมืองรอบปราสาท วันที่สองขับรถไปไซโจและนีฮามะ เพื่อสัมผัสประวัติศาสตร์รถไฟและเหมืองแร่
การที่ทั้งความสนุกและการเรียนรู้มาบรรจบกันในทริปเดียว คือเสน่ห์เฉพาะของการออกเที่ยวกับครอบครัวแบบนี้

วันที่ 1
สถานีมัตสึยามะ→จัดการเช่ารถบริเวณรอบสถานี→สวนโดโกะ (ซากปราสาทยุซึกิ)→เอฮิเมะโคโดโมะโนะชิโระ→พักที่โดโกะ พรินซ์ โฮเทล
วันที่ 2
ออกจากโดโกะ พรินซ์ โฮเทล→สวนประวัติศาสตร์รถไฟ in SAIJO→ไมน์โทเปียเบชิ→คืนรถเช่าที่สถานีมัตสึยามะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวเอฮิเมะกับครอบครัว

Q

เที่ยวเอฮิเมะจำเป็นต้องมีรถไหม?

A

ภายในเมืองมัตสึยามะสามารถเดินทางด้วยรถรางและรถบัสได้ แต่หากจะเดินทางต่อไปยังพื้นที่มรดกอุตสาหกรรมอย่างไซโจและนีฮามะ การมีรถเช่าจะช่วยให้จัดเส้นทางได้ง่ายขึ้น

Q

พื้นที่เหมืองทองแดงเบชิพาเด็กไปเที่ยวได้ไหม?

A

ไมน์โทเปียเบชิมีทั้งอาคารจัดแสดงและโปรแกรมประสบการณ์ จัดมาให้ครอบครัวสนุกได้ อย่างไรก็ตาม มีบางช่วงที่ต้องเดินกลางแจ้ง จึงแนะนำให้เที่ยวตามระยะทางและกำลังของเด็ก ๆ

Q

มีสถานที่ที่เที่ยวได้แม้วันฝนตกไหม?

A

สวนประวัติศาสตร์รถไฟ in SAIJO และสถานที่ในร่มเป็นจุดที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศน้อย หากปรับลำดับการเที่ยวตามสภาพอากาศ ก็จะเดินทางได้สบายขึ้น

บทสรุป

เสน่ห์ของจังหวัดเอฮิเมะคือมีพื้นที่หลากหลายบรรยากาศกระจายอยู่ ตั้งแต่มัตสึยามะที่ยังคงทิวทัศน์เมืองรอบปราสาท ไปจนถึงเมืองแห่งมรดกอุตสาหกรรมกลางหุบเขา
ช่วงเวลาที่ใช้ในสวนโดโกะและเอฮิเมะโคโดโมะโนะชิโระ รวมถึงประวัติศาสตร์รถไฟและเหมืองแร่ที่ได้สัมผัสในไซโจและนีฮามะ ทริปที่สลับไปมาระหว่างการเล่นและการเรียนรู้นี้เหมาะกับการสร้างความทรงจำของครอบครัว
หากวางแผนโดยคำนึงถึงฐานที่พักและการเดินทาง ประสบการณ์แบบเอฮิเมะก็จะใกล้ตัวมากยิ่งขึ้น