
【15 สถานที่เดตยอดนิยมในฮิโรชิมะ】ทริปคู่รักตระเวนมรดกโลกและวิวสุดตระการตา
ถ้าอยากวางแผนทริปกับคนรักแบบมีทั้งบรรยากาศดี ๆ และที่เที่ยวหลากหลาย ฮิโรชิมะก็เป็นอีกจังหวัดที่น่าสนใจมาก
ที่นี่มีทั้งมรดกโลก 2 แห่ง อาหารหลากหลาย และธรรมชาติอันงดงาม
บทความนี้คัดสรรสถานที่เดตยอดนิยม จุดชมวิวกลางคืน ร้านอาหาร และที่พักมาแนะนำอย่างพิถีพิถันจากบรรดาสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย
มาสัมผัสเสน่ห์ของฮิโรชิมะอย่างเต็มที่ พร้อมสร้างช่วงเวลาพิเศษและความทรงจำที่ไม่อาจลืมกันเถอะ
อิ่มเอมกับธรรมชาติสวยงามในทุกฤดู! 15 สถานที่เดตยอดนิยมในฮิโรชิมะ
หากมีแพลนมาเที่ยวฮิโรชิมะกับคนรัก เรารวบรวมสถานที่เดตยอดนิยมที่ไม่ควรพลาดมาไว้ให้แล้ว
ฮิโรชิมะมีทั้งพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ และมรดกโลกที่เป็นสถานที่ยอดนิยม ซึ่งช่วยให้สัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมได้อย่างเต็มที่
ยังมีจุดท่องเที่ยวที่สามารถเพลิดเพลินกับธรรมชาติในแต่ละฤดูได้อีกมากมาย ลองออกไปสัมผัสประสบการณ์หลากหลายด้วยกันดู
1. ฟาร์มที่ราบสูงเซระ
ฟาร์มที่ราบสูงเซระ (Sera Kogen Farm) เป็นหนึ่งใน 4 ฟาร์มท่องเที่ยวที่กระจายตัวอยู่บนที่ราบสูงเซระ
ที่นี่เป็นฟลาวเวอร์พาร์กยอดนิยมของจังหวัดฮิโรชิมะ โดยในฤดูใบไม้ผลิมีทิวลิป ฤดูร้อนมีทานตะวัน และฤดูใบไม้ร่วงมีดาเลีย ทำให้ได้เห็นทุ่งดอกไม้ที่มีบรรยากาศแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล
วิวสีสันสดใสยังเป็นจุดถ่ายรูปสวยที่ได้รับความสนใจ และมีการจัดงานอีเวนต์ต่าง ๆ รวมถึงเทศกาลดอกไม้
แนะนำให้แวะเที่ยวฟาร์มท่องเที่ยวใกล้เคียงอย่าง ฮานะยูเมะโนะซาโตะ, เซระโคเก็น ฮานะโนะโมริ และ สวนวิสทีเรียเซระ ไปพร้อมกันด้วย

2. ซันดังเคียว
ซันดังเคียว (Sandankyo) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่งดงามพิเศษของประเทศ และเป็นที่รู้จักในฐานะดินแดนลี้ลับชั้นนำแห่งหนึ่งของฝั่งตะวันตกญี่ปุ่น
หุบเขาแห่งนี้มีความยาวประมาณ 16 กม. ภายในหุบเขามีทัศนียภาพราวภาพวาดภูเขาและสายน้ำ อีกทั้งยังมีเรือแจวข้ามฟากให้เพลิดเพลินกับวิวสวยจากบนเรือ
5 จุดชมวิวสำคัญ ได้แก่ คุโรบุจิ, ซารุโทบิ, น้ำตกนิดัน, น้ำตกซันดัง และน้ำตกมิตสึ ทำให้ผู้มาเยือนประทับใจอย่างมาก

3. วัดเซ็นโคจิ
วัดเซ็นโคจิ (Senkōji) ตั้งอยู่บริเวณกลางเขาเซ็นโคจิยามะ เป็นวัดเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 806 ตัวอาคารหลักมีอีกชื่อว่า “อาคะโด” และโดดเด่นด้วยสีแดงสด
เสน่ห์ของที่นี่คือทิวทัศน์งดงามที่สีแดงสดตัดกับท้องฟ้าสีฟ้า ทะเล และความเขียวของต้นไม้ได้อย่างลงตัว
ภายในยังมีจุดน่าสนใจมากมาย เช่น “ทามะโนะอิวะ” หินแห่งตำนานที่เล่าว่าเคยมีลูกแก้วส่องแสง, “คางามิอิวะ” ที่ว่ากันว่าเคยสะท้อนแสงจากหินลูกแก้ว พระอาทิตย์ และพระจันทร์, หอระฆังที่มีชื่อเสียงในฐานะ “ระฆังแห่งกาลเวลา” และ “หอคันนง 33 องค์” ที่เชื่อกันว่าหากมาสักการะจะได้กุศลเทียบเท่าการแสวงบุญคันนงแห่งไซโงกุ

4. ปราสาทฮิโรชิมะ
ปราสาทฮิโรชิมะ (Hiroshima Castle) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1589 โดยโมริ เทรูโมโตะ หนึ่งในห้าผู้สำเร็จราชการของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ
ตั้งอยู่ใจกลางเมืองฮิโรชิมะ จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังที่เดินทางสะดวก
หอคอยปราสาทเปิดเป็นห้องจัดแสดง โดยมีดาบญี่ปุ่น ชุดเกราะ และสิ่งจัดแสดงอื่น ๆ ให้ชม จากจุดชมวิวชั้นบนสุดสามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองฮิโรชิมะได้กว้างไกล
อาคารอย่างประตูโอโมเตะโกะมงและหอกลองที่เคยถูกทำลายจากระเบิดปรมาณู ก็ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในช่วงทศวรรษ 1990 ทำให้สามารถชมทิวทัศน์อันงดงามได้อีกครั้ง

5. สวนชุกเคเอ็น
สวนชุกเคเอ็น (Shukkeien) ถูกสร้างขึ้นเป็นสวนของคฤหาสน์พักผ่อนตั้งแต่ปี ค.ศ. 1620 โดยอาซาโนะ นางะอากิระ เจ้าแคว้นฮิโรชิมะ
กลางสวนมีสระทักคุเออิชิ ซึ่งมีเกาะลอยอยู่ 2 เกาะชื่อว่า “เกาะกระเรียน” และ “เกาะเต่า” อันสื่อถึงความปรารถนาให้อายุยืนยาว น้ำในสระเป็นน้ำกร่อยที่ผสมน้ำจืดกับน้ำทะเล จึงมีปลาทะเลอย่างปลากระบอกอาศัยอยู่ และยังดึงดูดนกป่าให้บินมาอีกด้วย
รอบสระมีการจัดวางห้องชงชา ศาลา ภูเขา ลำธาร และเกาะอย่างประณีต ทำให้เป็นสวนแบบเดินชมรอบที่สามารถเที่ยวภายในสวนตามเส้นทางได้อย่างเพลิดเพลิน

6. พิพิธภัณฑ์เซนและสวน ชินโชจิ
วัดนิกายเซนแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตภูเขาของเมืองฟุกุยามะ จังหวัดฮิโรชิมะ เป็นวัดพิเศษของนิกายรินไซ สายเคนนินจิ
ที่นี่ถูกสร้างขึ้นให้เป็นทั้งสถานที่ประกอบพิธีอุทิศส่วนกุศล และสถานที่ให้ผู้คนได้สัมผัสว่าเซนคืออะไรผ่านประสบการณ์หลากหลาย เช่น เซนและพิธีชงชา
ภายในเขตวัดบนพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 70,000 สึโบะ มีอาคารสมัยศตวรรษที่ 17 ที่ย้ายมาจากจังหวัดชิงะ ห้องชงชาของเซ็นโนะริคิวที่บูรณะขึ้นใหม่ และสำนักงานวัดที่ออกแบบโดยฟูจิโมริ เทรูโนบุ นักประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมและสถาปนิก โดยมีธีมเป็นต้นสนแดงญี่ปุ่น
สวนที่จัดวางเชื่อมต่อระหว่างอาคารต่าง ๆ ก็เป็นอีกจุดที่ไม่ควรพลาด

7. ศาลเจ้าอิสึคุชิมะ
ศาลเจ้าอิสึคุชิมะ (Itsukushima Shrine) ตั้งอยู่บนเกาะอิสึคุชิมะที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเกาะแห่งเทพเจ้า
อาคารศาลเจ้าส่วนใหญ่ภายในบริเวณได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของญี่ปุ่น โทริอิใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางทะเลเสร็จสิ้นการบูรณะครั้งใหญ่ในยุคเรวะเมื่อปี 2022 หลังใช้เวลานาน 3 ปีครึ่ง และกลับมางดงามด้วยสีชาดสดใสยิ่งกว่าเดิม
ยังมีการประดับไฟตั้งแต่ช่วงก่อนพระอาทิตย์ตกไปจนถึง 23:00 ทำให้ได้เห็นทิวทัศน์ชวนฝันที่แตกต่างจากตอนกลางวัน

8. ถนนช้อปปิ้งมิยาจิมะโอโมเตะซันโด
ถนนที่คึกคักที่สุดบนเกาะและเรียงรายไปด้วยร้านดังของมิยาจิมะ คือ “ถนนช้อปปิ้งมิยาจิมะโอโมเตะซันโด”
ถนนอาเขตยาวประมาณ 350 ม. ที่ทอดไปสู่โทริอิใหญ่ของศาลเจ้าอิสึคุชิมะ เต็มไปด้วยร้านขายของฝาก ร้านงานหัตถกรรมพื้นบ้าน และร้านอาหารที่ลิ้มลองของอร่อยมิยาจิมะได้
เพราะมีทั้งของฝากและอาหารขึ้นชื่อแบบมิยาจิมะรวมอยู่แน่น ๆ หากมาเยือนมิยาจิมะ แนะนำให้เริ่มจากการเดินเล่นที่ถนนสายนี้ก่อน

9. ไทชะคุเคียว
หุบเขายาวถึง 18 กม. ที่ทอดตัวคร่อมเมืองโชบาระและเมืองจินเซกิโคเก็นในจังหวัดฮิโรชิมะ
ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติฮิบะโดโกะไทชะคุ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่งดงามของประเทศ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งใน 100 วิวทิวทัศน์ของญี่ปุ่น จึงนับเป็นแหล่งชมวิวชั้นนำของภูมิภาคจูโงกุ
พื้นที่หลักแบ่งออกเป็นโซนคามิไทชะคุและโซนทะเลสาบชินริว โดยแต่ละโซนมีจุดน่าสนใจกระจายอยู่หลายแห่ง
ในโซนคามิไทชะคุมีภูมิประเทศแบบคาร์สต์ที่เกิดจากหินปูนถูกกัดเซาะเป็นเวลายาวนาน สามารถชมทิวทัศน์ธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์ เช่น ถ้ำหินงอกหินย้อยฮาคุอุนโด และช่องหินโอนิโนะคาราโตะสูง 8 ม.

10. โดมระเบิดปรมาณู (สวนสันติภาพ)
เดิมทีโดมระเบิดปรมาณู (Atomic Bomb Dome) สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 5 เมษายน ค.ศ. 1915 ในชื่อ “อาคารแสดงสินค้าจังหวัดฮิโรชิมะ” จากการออกแบบของยาน เล็ตเซิล สถาปนิกชาวเช็ก อย่างไรก็ตาม ในช่วงการทิ้งระเบิดปรมาณู อาคารแห่งนี้ได้รับความเสียหายในระยะใกล้เพียง 160 ม. จากจุดศูนย์กลางระเบิด
โครงเหล็กที่เปลือยออกมาและผนังภายนอกที่เสียหายหนักยังคงหลงเหลือในสภาพใกล้เคียงกับช่วงที่ถูกระเบิด และต่อมาจึงถูกเรียกว่า “โดมระเบิดปรมาณู”
การเยี่ยมชมทำได้เฉพาะภายนอกอาคาร ไม่สามารถเข้าชมด้านในได้ แต่ในเวลากลางคืนมีการประดับไฟ ทำให้ได้เห็นบรรยากาศชวนฝันที่ต่างจากตอนกลางวันด้วย

11. พิพิธภัณฑ์ศิลปะชิโมเสะ
พิพิธภัณฑ์ศิลปะชิโมเสะ (Simose Art Museum) เปิดให้บริการในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2023
อาคารริมทะเลที่มองเห็นมิยาจิมะอยู่ฝั่งตรงข้าม ออกแบบโดยสถาปนิกบัง ชิเงรุ และในปี 2024 ยังได้รับรางวัลแวร์ซายส์ในฐานะ “พิพิธภัณฑ์ที่สวยที่สุดในโลก”
หนึ่งในไฮไลต์คือห้องจัดแสดงแบบเคลื่อนที่ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากหมู่เกาะในทะเลเซโตะใน โดยมีอาคารจัดแสดง 8 หลังเรียงรายอยู่บนสระน้ำและหุ้มด้วยกระจกสีต่างกัน ดูโดดเด่นอย่างมาก
นิทรรศการจะคัดเลือกจัดแสดงตามธีมจากคอลเลกชันอันหลากหลาย ทั้งงานหัตถกรรมญี่ปุ่น เช่น ตุ๊กตาฮินะและตุ๊กตาเกียวโต งานหัตถกรรมตะวันตกที่เน้นผลงานแก้วของเอมิล กาเล และศิลปะสมัยใหม่ของญี่ปุ่นและตะวันตก

12. ถนนโรงสาเกไซโจ
ไซโจในเมืองฮิงาชิฮิโรชิมะเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตสาเกชั้นดีของญี่ปุ่น ร่วมกับนาดะในจังหวัดเฮียวโงะ และฟูชิมิในเกียวโต
ที่นี่เป็นเมืองเก่าแก่ที่รุ่งเรืองในฐานะเมืองพักแรมมาตั้งแต่สมัยเอโดะ และด้วยสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการทำสาเก ทั้งน้ำคุณภาพดีและข้าวสำหรับทำสาเก จึงพัฒนาจนได้รับฉายาว่า “เมืองหลวงแห่งสาเก ไซโจ”
ปัจจุบันรอบสถานี JR ไซโจยังคงมีโรงสาเกอยู่ 7 แห่ง บางแห่งมีห้องให้เข้าชม รวมถึงมีบริการชิมและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้วย
ยังมีร้านอาหารที่เสิร์ฟบิชุนาเบะ หม้อไฟที่ใช้สาเกญี่ปุ่น และคาเฟ่ที่ดัดแปลงจากโรงสาเก ทำให้สามารถสัมผัสเสน่ห์ของไซโจ เมืองแห่งสาเก ได้ในหลายรูปแบบ

13. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมิยาจิมะ “มิยาจิ มาริน”
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบนเกาะมิยาจิมะซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะเกาะของศาลเจ้าอิสึคุชิมะ มรดกโลก
อยู่ห่างจากทางออกศาลเจ้าอิสึคุชิมะโดยใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาที จึงรวมไว้ในเส้นทางท่องเที่ยวได้ง่าย
ตัวอาคารสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นหลังคากระเบื้องที่คำนึงถึงทิวทัศน์ประวัติศาสตร์ของมิยาจิมะนั้นโดดเด่นน่าประทับใจ
ภายในจัดแสดงสิ่งมีชีวิตทางทะเล เช่น ปลาและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รวมกว่า 380 ชนิด มากกว่า 15,000 ตัว
มีนิทรรศการที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นอย่างครบถ้วน ทั้งตู้ปลาซูนาเมริที่อาศัยอยู่ในทะเลเซโตะใน รวมถึงโซนจำลองพื้นที่ชุ่มน้ำของมิยาจิมะและภูมิทัศน์ชนบทของฮิโรชิมะ

14. ทางแคบแมว
ตรอกแคบยาวประมาณ 200 ม. ที่ต่อเนื่องจากศาลเจ้าอุชิโทระในย่านนางาเอะ เมืองโอโนมิจิ จังหวัดฮิโรชิมะ มีชื่อเรียกว่า “ทางแคบแมว” นักเขียนโซโนยามะ ชุนจิ เริ่มกิจกรรมวาง “หินแมวมงคล” ที่ตนสร้างขึ้นตามตรอกนี้ตั้งแต่ปี 1998 จากนั้นจึงเริ่มเป็นที่รู้จักในชื่อเล่นว่า “ทางแคบแมว” และกลายเป็นจุดท่องเที่ยวของโอโนมิจิ
นอกจาก “หินแมวมงคล” ที่วาดลวดลายแมวน่ารักบนก้อนหินกลมแล้ว ยังมีวัตถุตกแต่งรูปแมวอีกหลากหลาย เช่น แผ่นกระเบื้องลายแมว รอบ ๆ ยังมีร้านสไตล์หลบมุมที่รีโนเวตจากบ้านว่างและพิพิธภัณฑ์กระจายอยู่หลายแห่ง จึงเหมาะกับการเดินเล่นแวะชมไปเรื่อย ๆ

15. มิไรชินโนะโอกะ (พิพิธภัณฑ์โคซันจิ)
วัดในนิกายโจโดชินชู ฮงกันจิฮะ ที่โคซันจิ โคโซ นักธุรกิจจากโอซาก้า สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้มารดา
อีกหนึ่งจุดห้ามพลาดคือสวนหินอ่อน “มิไรชินโนะโอกะ” บนพื้นที่ประมาณ 5,000 ตร.ม. ภายในบริเวณวัด ผลงานของคุเอทานิ อิตโตะ ประติมากรชื่อดังระดับโลก โดยหินอ่อนที่ใช้ทั้งหมดขุดมาจากเมืองคาร์รารา ประเทศอิตาลี อนุสาวรีย์หลากหลายขนาดเรียงรายอยู่ท่ามกลางบรรยากาศสีขาวบริสุทธิ์ชวนลึกลับ

ถ้าอยากเดตแบบโรแมนติก ต้องที่นี่! 3 จุดชมวิวกลางคืนยอดนิยมในฮิโรชิมะ
พอพระอาทิตย์ตก เมืองฮิโรชิมะก็เผยอีกบรรยากาศหนึ่งขึ้นมา จากแสงไฟของตัวเมือง อาคารประวัติศาสตร์ ไปจนถึงเส้นภูมิประเทศที่มองเห็นได้ชัดในยามค่ำ
สถานที่ที่จะแนะนำต่อไปนี้น่าจะช่วยให้คุณได้ใช้ช่วงเวลาพิเศษท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติก
1. โอริซึรุทาวเวอร์
อาคารคอมเพล็กซ์ที่ตั้งอยู่ติดกับโดมระเบิดปรมาณู เป็นแลนด์มาร์กของฮิโรชิมะที่ให้คุณได้สัมผัสทั้งวิวและประสบการณ์ที่หาได้เฉพาะที่นี่
จุดชมวิวบนดาดฟ้า “ฮิโรชิมะโนะโอกะ” เป็นพื้นที่วูดเด็คที่ให้ความรู้สึกสบาย รับลมได้ดี และถ่ายทอดความอบอุ่นของไม้
หลังพระอาทิตย์ตกจะได้เห็นโดมระเบิดปรมาณูที่ประดับไฟและวิวกลางคืนของเมือง เป็นทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของฮิโรชิมะ
บนจุดชมวิวยังมี “ROOF TOP BAR” ให้ได้นั่งจิบค็อกเทลและใช้เวลาพิเศษร่วมกันอย่างโรแมนติก

2. ยอดเขาไฮกามิเนะ
“ไฮกามิเนะ” ยอดเขาเดี่ยวสูง 737 ม. ที่ตั้งตระหง่านอยู่ในเมืองคุเระ จังหวัดฮิโรชิมะ จากจุดชมวิวสามารถมองเห็นตัวเมืองคุเระและทะเลเซโตะในแบบพาโนรามากว้างไกล
หลังพระอาทิตย์ตกสามารถชมวิวกลางคืนอันงดงามที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 วิวยามค่ำคืนของญี่ปุ่น” และ “3 วิวยามค่ำคืนยอดเยี่ยมแห่งจูโงกุ-ชิโกกุ”
ด้านล่างมีแสงไฟจากท่าเรือและตัวเมืองส่องประกายราวอัญมณี ขณะที่แสงจากเรือที่สะท้อนบนผิวน้ำก็ช่วยสร้างทิวทัศน์ชวนฝัน
สามารถขับรถขึ้นไปได้ใกล้ยอดเขา จึงเหมาะกับการเดตขับรถในยามค่ำคืนอย่างมาก
ลองปล่อยใจไปกับสายลมกลางคืนที่จุดชมวิวอันเงียบสงบ แล้วใช้ช่วงเวลาโรแมนติกด้วยกัน

3. สวนเซ็นโคจิ
ภูเขาเซ็นโคจิสูง 144.2 ม. เป็นหนึ่งในสามภูเขาแห่งโอโนมิจิ และสวนเซ็นโคจิก็กระจายตัวตั้งแต่ยอดเขาลงมาถึงช่วงกลางเขา
จากตัวเมืองมีโรปเวย์ขึ้นไปถึงสวนเซ็นโคจิ ใช้เวลาเพียงประมาณ 3 นาที จึงเป็นจุดเด่นที่เดินทางได้สะดวก
ระหว่างทางยังสามารถชมทิวทัศน์เมืองโอโนมิจิที่ได้รับการรับรองเป็นมรดกญี่ปุ่นได้จากหน้าต่างกระเช้า
จาก “จุดชมวิวบนยอดเขาเซ็นโคจิ PEAK” ที่เชื่อมตรงกับสถานียอดเขาของโรปเวย์ สามารถมองเห็นวิวสวยแบบฉบับโอโนมิจิที่มีท่าเรือและภูเขาโอบล้อม และในตอนกลางคืนยังได้ชมทิวทัศน์ระยิบระยับที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 วิวยามค่ำคืนของญี่ปุ่น”

3 ร้านอาหารในฮิโรชิมะที่แนะนำสำหรับคู่รักที่ใส่ใจทั้งรสชาติและบรรยากาศ
ถ้าให้ความสำคัญกับทั้งรสชาติอาหารและบรรยากาศของร้าน ลองดูร้านอาหารสำหรับคู่รักที่คัดมาไว้ชุดนี้ได้เลย
เราได้คัดเลือกร้านที่มีเอกลักษณ์ต่างกันไว้แล้ว ลองเลือกจุดหมายมื้อค่ำให้ตรงกับสไตล์ที่ชอบกันได้เลย
1. Ristorante Mario
“ริสโตรันเต มาริโอ” ร้านอาหารอิตาเลียนแท้ที่อยู่ห่างจากสวนสันติภาพโดยเดิน 3 นาที โดดเด่นด้วยภายนอกอาคารที่ชวนให้นึกถึงบ้านเก่าในยุโรป
มีเมนูหลากหลายที่ใช้ผักจากฮิโรชิมะและอาหารทะเลจากทะเลเซโตะใน
มื้อค่ำ คอร์ส “เชฟแนะนำ” ได้รับความนิยม โดยมีตั้งแต่อาหารเรียกน้ำย่อยสีสันสวยงามที่ใช้วัตถุดิบทะเลตามฤดูกาล ไปจนถึงเมนูหลักที่เลือกได้ตามชอบ และพาสต้า
ยังมีเมนูอะลาคาร์ตและไวน์ให้เลือกมากมาย สามารถสนุกกับการจับคู่รสชาติได้ด้วย
ภายในร้านมีโต๊ะที่ปูผ้าลายตารางเรียงราย ให้บรรยากาศแบบอิตาเลียนอย่างชัดเจน

2. HIROSHIMA2016 RESTAURANT UNDER THE SKY
ร้านอาหารตะวันตกสไตล์ไดนิ่งบรรยากาศสบาย ๆ ในย่านฮัจจิโบริ แหล่งคึกคักของเมืองฮิโรชิมะ
ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ เมนูคอร์สได้รับความนิยม ส่วนเมนูจานเดี่ยวก็มีให้เลือกหลากหลาย เช่น ข้าวห่อไข่ แกงกะหรี่เนื้อ และพาสต้า อีกหนึ่งจุดเด่นคือมีคอร์สพร้อมเครื่องดื่มไม่อั้นให้เลือกด้วย
ที่การ์เดนเทอร์เรซ ตอนกลางวันสามารถนั่งทานอาหารพร้อมชมวิวเมืองและพื้นที่สีเขียวของฮิโรชิมะ ส่วนตอนกลางคืนจะได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศชวนฝันท่ามกลางแสงไฟประดับ
ทำเลยังอยู่ใกล้สวนสันติภาพและโอริซึรุทาวเวอร์ซึ่งเป็นจุดชมวิวกลางคืนยอดนิยม จึงเหมาะกับการเดินเล่นต่อหลังมื้ออาหาร

3. ซันบิ อาหารญี่ปุ่น
“ซันบิ อาหารญี่ปุ่น” ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของอาคารเออร์บันวิวแกรนด์ทาวเวอร์ ใจกลางเมืองฮิโรชิมะ
คุณสามารถลิ้มลองอาหารไคเซกิที่ใช้ประโยชน์จากอาหารทะเลสดจากทะเลเซโตะในและวัตถุดิบตามฤดูกาลจากจังหวัดฮิโรชิมะ ในบรรยากาศญี่ปุ่นโมเดิร์นที่สงบผ่อนคลาย
ภาชนะคาคิเอมงและแก้วบาคาราช่วยเพิ่มสีสัน ทำให้เพลิดเพลินได้ทั้งด้วยสายตาและรสชาติ
มีคอร์สหลากหลายให้เลือกตามความชอบ เช่น “คอร์สเนื้อฮิโรชิมะย่างบนหิน” และ “ไคเซกิปลาไหลสไตล์เรียวกัง”
ลองค่อย ๆ ดื่มด่ำกับสาเกญี่ปุ่น โชจู หรือไวน์ที่เชฟคัดสรรมาอย่างดีควบคู่กับอาหารไคเซกิดู

โลเคชันชมวิวสุดตระการตาคือเสน่ห์! 3 ที่พักแนะนำในฮิโรชิมะ
สำหรับคู่รักที่ใส่ใจเรื่องที่พัก เราคัดที่พักซึ่งโดดเด่นด้วยโลเคชันและมองเห็นวิวทะเลเซโตะในกับตัวเมืองฮิโรชิมะได้อย่างสวยงามมาให้แล้ว
ทุกแห่งเป็นโรงแรมที่จะเปลี่ยนเวลาพักผ่อนให้กลายเป็นช่วงเวลาพิเศษ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคู่รักที่พิถีพิถันเรื่องที่พัก
1. Grand Prince Hotel Hiroshima
รีสอร์ตโฮเทลสูง 23 ชั้นทรงปริซึมสามเหลี่ยมที่ตั้งอยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติทะเลเซโตะในอันอุดมด้วยธรรมชาติ
จากสถานีฮิโรชิมะสามารถนั่งรถชัตเทิลบัสฟรีประมาณ 30 นาที จึงเดินทางสะดวก
เสน่ห์สำคัญคือวิวมุมกว้างที่มองเห็นทะเลเซโตะในอันงดงามซึ่งเปลี่ยนบรรยากาศไปตามฤดูกาล
สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการก็ครบครัน ทั้งสปา อ่างอาบน้ำกลางแจ้งที่เพลิดเพลินกับน้ำพุร้อนฮิโรชิมะได้ และช้อปปิ้งอาเขต
จากท่าเรือหน้าโรงแรมสามารถนั่งเรือเฟอร์รี่ประมาณ 30 นาทีไปยังมิยาจิมะ จึงเหมาะเป็นฐานสำหรับเที่ยวศาลเจ้าอิสึคุชิมะ มรดกโลกด้วย

2. Hotel Granvia Hiroshima South Gate
“โฮเทลแกรนเวีย ฮิโรชิมะ เซาท์เกต” ตั้งอยู่ตั้งแต่ชั้น 9 ถึงชั้น 21 ของอาคารสถานี
ห้องพักทั้ง 380 ห้องมีหน้าต่างบานใหญ่ ทำให้เพลิดเพลินกับวิวทะเลเซโตะในและตัวเมืองฮิโรชิมะได้อย่างเต็มที่
ภายใต้ธีม “ประตูสู่เซโตะใน” ภายในห้องพักมีการสอดแทรกรายละเอียดที่ช่วยให้สัมผัสเซโตะในผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ไม่ว่าจะเป็นงานศิลป์ กลิ่น มักแก้วบิเซ็นยากิ และเกลืออาบน้ำ
ภายในโรงแรมมี “Café & Buffet UmiShima Dining” ไดนิ่งที่ให้ลิ้มรสความอุดมสมบูรณ์ของทะเลและหมู่เกาะแห่งเซโตะในผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า
ช่วงเช้ามีขนมปังอบใหม่ กลางวันเป็นซีเล็กต์บุฟเฟต์หลากหลาย ส่วนมื้อค่ำมีเมนูอะลาคาร์ตสไตล์สแปนิชอิตาเลียน ให้เพลิดเพลินกับอาหารตามช่วงเวลาได้อย่างครบครัน

3. Miyajima Grand Hotel Arimoto
“มิยาจิมะ แกรนด์ โฮเทล อาริโมโตะ” เป็นเรียวกังเก่าแก่ที่ก่อตั้งมายาวนานกว่า 400 ปี ตั้งอยู่ในทำเลดีเยี่ยมห่างจากศาลเจ้าอิสึคุชิมะ มรดกโลก โดยเดินเพียง 3 นาที
ห้องพักทั้ง 55 ห้องเป็นสถาปัตยกรรมสุกิยะที่ช่างฝีมือจากเกียวโตเป็นผู้รังสรรค์ ให้บรรยากาศญี่ปุ่นอันประณีตและเงียบสงบ
มีห้องพักหลากหลายให้เลือก ทั้งห้องพร้อมอ่างอาบน้ำกลางแจ้งไม้ฮิโนกิ และห้องวิวสวยที่มองเห็นศาลเจ้าอิสึคุชิมะหรือธรรมชาติอันงดงามของมิยาจิมะ
ภายในร้านอาหารของที่พักสามารถลิ้มลองอาหารไคเซกิที่ใช้ปลาและอาหารทะเลสดจากทะเลเซโตะใน รวมถึงผักท้องถิ่นอย่างเต็มที่
คอร์สเมนูที่เสิร์ฟหอยนางรมขึ้นชื่อและเนื้อฮิโรชิมะระดับ A5 แบบหรูหราได้รับความนิยมอย่างมาก
นอกจากนี้ยังมีทัวร์เดินชมมิยาจิมะพร้อมไกด์ฟรีช่วงเช้าและเย็น ให้ได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันบริสุทธิ์ยามเช้าตรู่และการประดับไฟของศาลเจ้าอิสึคุชิมะในยามค่ำคืน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสถานที่เดตในฮิโรชิมะ
Q
ถ้าคู่รักจะไปเดตที่ฮิโรชิมะในฤดูใบไม้ผลิ แนะนำที่ไหน?
แนะนำให้เดินเล่นชมดอกซากุระที่สวนชุกเคเอ็น
Q
ถ้าคู่รักจะไปเดตที่ฮิโรชิมะในฤดูหนาว แนะนำที่ไหน?
แนะนำโอริซึรุทาวเวอร์ ที่สามารถเพลิดเพลินกับแสงไฟประดับและวิวกลางคืนได้พร้อมกัน
บทสรุป
บทความนี้รวบรวมสถานที่เดต จุดชมวิวกลางคืน ร้านอาหาร และที่พักในฮิโรชิมะที่เหมาะกับทริปคู่รักไว้ให้แล้ว
ถ้าจัดแผนเที่ยวให้ได้ทั้งสถานที่ยอดนิยม มรดกโลก และจุดชมวิวธรรมชาติสุดตระการตาในแต่ละฤดู ทริปของคุณทั้งสองคนน่าจะยิ่งน่าจดจำมากขึ้น
ลองนำข้อมูลในบทความนี้ไปวางแผนเดตที่จะทำให้คุณได้สัมผัสเสน่ห์ของฮิโรชิมะอย่างเต็มที่กันดู
หากอยากรู้จักแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของฮิโรชิมะให้มากขึ้น ลองดูบทความนี้ต่อได้เลย