9 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในฟุคุยามะที่โดดเด่นด้วยความงามของทะเลเซโตะในและบรรยากาศเมืองเก่า

9 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในฟุคุยามะที่โดดเด่นด้วยความงามของทะเลเซโตะในและบรรยากาศเมืองเก่า

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

ถ้าอยากออกไปเจอทั้งวิวทะเลสงบ ๆ อาคารเก่า และบรรยากาศเมืองญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ฟุคุยามะ (Fukuyama) ในจังหวัดฮิโรชิมะก็เป็นจุดหมายที่น่าสนใจไม่น้อย
ใครที่ชอบวิวญี่ปุ่นและประวัติศาสตร์ น่าจะเพลิดเพลินกับสถานที่ท่องเที่ยวของที่นี่ได้อย่างเต็มที่
บทความนี้จะพาไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม พร้อมแนะนำฤดูกาลที่เหมาะแก่การเที่ยวและวิธีการเดินทาง
หากตามรอยสถานที่ที่แนะนำในบทความนี้ คุณจะได้สัมผัสเสน่ห์ของฟุคุยามะอย่างครบถ้วนแน่นอน

ฟุคุยามะเป็นสถานที่แบบไหน?

เมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดฮิโรชิมะแห่งนี้หันหน้าออกสู่ทะเลเซโตะใน และมีบรรยากาศที่ผสมทั้งความสงบของทะเลกับเสน่ห์ของเมืองเก่าไว้ด้วยกัน
ในอดีต เมืองนี้รุ่งเรืองในฐานะเมืองท่าและเมืองรอบปราสาทฟุคุยามะ จึงมีวัดและโบราณสถานอยู่มากมาย
ในบรรดาสถานที่เหล่านี้ โทโมโนะอุระ (Tomonoura) ซึ่งเคยรุ่งเรืองในฐานะ “ท่าเรือรอน้ำขึ้นน้ำลง” สำหรับเรือเดินสมุทร เมียวโออิน (Myooin) ที่มีสมบัติประจำชาติ 2 แห่ง และปราสาทฟุคุยามะที่มีอายุครบ 400 ปี ล้วนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างยิ่ง
อีกหนึ่งเสน่ห์เฉพาะของฟุคุยามะ คือทิวทัศน์ที่อบอวลด้วยบรรยากาศจากทะเลอันสงบและย่านเมืองที่ยังคงร่องรอยของยุคเอโดะไว้
ธรรมชาติที่หลากหลายและสวยงามก็เป็นอีกจุดเด่นที่ทำให้เมืองนี้น่าแวะมาเยือน
หากอยากชมวิวเด่น ๆ ขอแนะนำวัดฟุคุเซ็นจิ ไทโชโร ที่มองเห็นทะเลเซโตะในได้แบบกว้างไกล รวมถึงเซ็นซุยจิมะและเบ็นเท็นจิมะ ซึ่งเป็นจุดชมวิวขึ้นชื่อของฟุคุยามะและมีทิวทัศน์งดงามเป็นพิเศษ
ด้วยความที่เมืองนี้อุดมสมบูรณ์ทั้งทะเลและภูเขา ระหว่างเที่ยวก็อย่าลืมลองอาหารท้องถิ่นที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่จากทะเลและผลผลิตทางการเกษตร
เมนูดังเป็นพิเศษ ได้แก่ อุซุมิ อาหารที่ซ่อนเครื่องไว้ใต้ข้าว รวมถึงอาหารจากปลากะพงอย่างข้าวหน้าปลากะพงและเส้นปลากะพง

ทิวทัศน์ของโทโมโนะอุระ แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในฟุคุยามะ
ทิวทัศน์ของโทโมโนะอุระ แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในฟุคุยามะ

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของฟุคุยามะคือช่วงไหน?

ถ้าอยากเห็นอีกมุมหนึ่งของฟุคุยามะ ช่วงต้นฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วงถือว่าน่าไปเป็นพิเศษ เพราะเป็นเวลาที่ดอกกุหลาบบานสวย
ในช่วงที่ดอกบานสวย จะมีกุหลาบบานทั่วเมืองมากถึงประมาณ 1 ล้านดอก ให้ได้ชมทิวทัศน์อันเป็นความภาคภูมิใจของฟุคุยามะ
ฟุคุยามะได้รับฉายาว่าเป็น “เมืองแห่งกุหลาบ” โดยมีจุดเริ่มต้นจากการปลูกกุหลาบ 1,000 ต้นในสวนกุหลาบ เพื่อฟื้นฟูเมืองจากความเสียหายที่ได้รับจากการโจมตีทางอากาศ
ถ้าอยากสัมผัสกลิ่นหอมชวนผ่อนคลายและสีสันสดใสของดอกกุหลาบ ลองวางแผนมาเที่ยวให้ตรงช่วงที่ดอกบานกันดู

ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูของฟุคุยามะ

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เหมาะกับแจ็กเก็ตบางและเสื้อสเวตเตอร์เนื้อบาง
  • ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางเบา หรือเสื้อแขนสั้นกำลังสบาย
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบางหรือเสื้อโค้ตกำลังเหมาะ
  • ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): ควรเตรียมเสื้อโค้ต เสื้อสเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ต

เดินทางไปฟุคุยามะอย่างไร?

ถ้าวางแผนเดินทางไปฟุคุยามะจากโตเกียวหรือโอซาก้า การนั่งชินคันเซ็นก็สะดวกมาก โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาทีจากโตเกียว และประมาณ 1 ชั่วโมงจากโอซาก้า
จากสนามบินฮิโรชิมะ สามารถนั่งรถลีมูซีนบัสไปยังเมืองฟุคุยามะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
สนามบินฮิโรชิมะมีเที่ยวบินระหว่างประเทศด้วย จึงเดินทางมาจากต่างประเทศได้สะดวก

วิธีเดินทางหลักสำหรับเที่ยวฟุคุยามะ

ถ้าจะเที่ยวในฟุคุยามะ พาหนะที่ใช้กันหลัก ๆ คือรถบัส
รถบัสวนรอบ “มาวะโรส” ที่วิ่งรอบสถานีฟุคุยามะ เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการเที่ยวสถานที่สำคัญต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงน่าใช้มาก
นอกจากนี้ยังมีบริการจักรยานเช่า เหมาะกับการปั่นเที่ยวรอบสถานีและในเมืองแบบสบาย ๆ
บางสถานที่ท่องเที่ยวอาจเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะไม่ได้ ดังนั้นขึ้นอยู่กับแผนการเที่ยว อาจพิจารณาใช้แท็กซี่หรือรถเช่าด้วย

9 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ไม่ควรพลาดในฟุคุยามะ

ในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวมากมายของฟุคุยามะ บทความนี้คัดจุดยอดนิยมที่น่าแวะมาไว้ให้แล้ว
ที่นี่มีทั้งวิวสวย สถานที่เปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์ และแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะกับการมาแบบครอบครัว
ทุกแห่งเดินทางจากสถานีฟุคุยามะได้สะดวก ลองหาโอกาสแวะไปกันดู

1. โทโมโนะอุระ

บรรยากาศเมืองท่าเก่าแก่ของโทโมโนะอุระยังคงชวนให้เดินเล่นได้เพลิน และที่นี่ก็รุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยโบราณในฐานะ “ท่าเรือรอน้ำขึ้นน้ำลง” ที่เหมาะสำหรับการเดินเรือ
ที่นี่เป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่ที่ถูกกล่าวถึงในกวีนิพนธ์มันโยชู และยังได้รับการกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของญี่ปุ่น โดยมีภาพทิวทัศน์เงียบสงบของทะเลเซโตะในที่มีเซ็นซุยจิมะและเบ็นเท็นจิมะลอยอยู่
ด้วยความสวยงามของที่นี่ จึงถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดังและเป็นฉากในแอนิเมชัน ทำให้เป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยว

ท่าเรือที่ถูกกล่าวถึงในมันโยชู และยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดรวมถึงฉากในแอนิเมชัน
ท่าเรือที่ถูกกล่าวถึงในมันโยชู และยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดรวมถึงฉากในแอนิเมชัน

2. ปราสาทฟุคุยามะ

หากสนใจประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ปราสาทฟุคุยามะก็เป็นจุดสำคัญที่อยากให้แวะ เพราะเป็นโบราณสถานตัวแทนของยุคที่สถาปัตยกรรมปราสาทญี่ปุ่นพัฒนาถึงจุดสมบูรณ์ ตั้งแต่ยุคอาซุจิโมโมยามะถึงยุคเอโดะ และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ
ผู้สร้างคือ มิซูโนะ คัตสึนาริ เจ้าเมืองฟุคุยามะซึ่งเป็นเครือญาติของโชกุนโทกุงาวะ อิเอยาสุ ในยุคเอโดะ
จุดเด่นคือโครงสร้างพิเศษที่กรุแผ่นเหล็กเฉพาะด้านทิศเหนือ เพื่อใช้ป้องกันศัตรู
ภายในเขตปราสาทมีอาคารประวัติศาสตร์หลายแห่งกระจายตัวอยู่ เช่น หอคอยหลัก ยางูระชมจันทร์ และอาคารอาบน้ำ
ในบรรดานี้ ฟูชิมิยางูระ และประตูซุจิกาเนะโกมง ซึ่งได้รับมาจากตระกูลโทกุงาวะตอนสร้างปราสาท ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติและน่าชมมาก
ส่วนหอคอยปราสาทเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ให้เรียนรู้ประวัติความเป็นมาของปราสาทฟุคุยามะ และหากแวะไปพร้อมกับพิพิธภัณฑ์วรรณกรรมฟุคุยามะที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปราสาท ก็จะยิ่งเที่ยวได้สนุกขึ้น

ปราสาทฟุคุยามะ โบราณสถานสำคัญที่เป็นตัวแทนของญี่ปุ่นยุคใหม่ตอนต้น
ปราสาทฟุคุยามะ โบราณสถานสำคัญที่เป็นตัวแทนของญี่ปุ่นยุคใหม่ตอนต้น

3. มิโรคุโนะซาโตะ

ถ้ามาเที่ยวกันแบบครอบครัว มิโรคุโนะซาโตะเป็นธีมพาร์กที่เหมาะมาก โดยเดินทางจากสถานีฟุคุยามะด้วยรถบัสประมาณ 30 นาที และใช้เวลาเที่ยวได้เต็มวัน
มีเครื่องเล่น 23 ชนิดให้เลือก ตั้งแต่ชิงช้าสวรรค์ โกคาร์ต บ้านผีสิง ไปจนถึงเครื่องเล่นที่ทั้งเด็กเล็กและผู้ใหญ่สนุกได้
อีกโซนที่ไม่ควรพลาดคือ “อิทสึกะคิตะมิจิ” พื้นที่ที่จำลองบรรยากาศเมืองย้อนยุคสมัยโชวะ
เมื่อเข้าไปในโซนนี้ คุณจะรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไปสู่ญี่ปุ่นในวันวาน
ถ้าเล่นจนหิว ก็มีร้านอาหารที่มีเมนูหลากหลายทั้งอาหารญี่ปุ่นและอาหารตะวันตกให้เลือก
อย่าลืมแวะร้านของฝากเพื่อหาของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับไปด้วย
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมตามฤดูกาลตลอดปี เช่น งานประดับไฟในฤดูหนาว

สวนสนุกที่พ่อแม่ลูกสามารถสนุกกันได้อย่างเต็มที่
สวนสนุกที่พ่อแม่ลูกสามารถสนุกกันได้อย่างเต็มที่

4. สวนสัตว์เทศบาลฟุคุยามะ

สวนสัตว์เทศบาลฟุคุยามะอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือจากสถานีฟุคุยามะ และเป็นที่เที่ยวที่ได้ใกล้ชิดกับสัตว์ต่าง ๆ ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์
ภายในเลี้ยงสัตว์อย่างอิสระมากกว่า 500 ตัว จากประมาณ 50 ชนิด รวมถึงช้างบอร์เนียวเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่น ตลอดจนสิงโตและฟลามิงโก
กิจกรรมภายในสวนก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน โดยมีทั้งการบรรยายโดยเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์ เช่น “ไกด์ช้างตามอารมณ์ของผู้ดูแล” และ “ชมยีราฟอย่างละเอียดพร้อมคำบรรยาย”
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้อาหารสัตว์และกิจกรรมสัมผัสสัตว์หลากหลายชนิด
ยังมีอีเวนต์พิเศษแบบจำกัดช่วง เช่น “สวนสัตว์ยามค่ำคืน” ทำให้เที่ยวได้สนุกหลายรูปแบบตลอดทั้งปี

ช้างบอร์เนียวที่ว่ากันว่าเป็นช้างที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก เดินทางมาจากเกาะบอร์เนียว
ช้างบอร์เนียวที่ว่ากันว่าเป็นช้างที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก เดินทางมาจากเกาะบอร์เนียว

5. พิพิธภัณฑ์รถยนต์และนาฬิกาฟุคุยามะ

หากชอบบรรยากาศเรโทร ลองแวะพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ที่เดินจากสถานี JR ฟุคุยามะประมาณ 12 นาที ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์แบบมีส่วนร่วมภายใต้แนวคิด “ขึ้นได้ ดูได้ จับได้ และถ่ายรูปได้”
ภายในและรอบอาคารมีการจัดแสดงรถคลาสสิกจากทั้งในและต่างประเทศ จึงเป็นจุดที่คนรักรถไม่ควรพลาด
นอกจากนี้ยังมีนาฬิกาโบราณ หุ่นขี้ผึ้ง ของใช้ในชีวิตประจำวันและเครื่องใช้ไฟฟ้าสไตล์ย้อนยุคสมัยโชวะ รวมถึงสิ่งจัดแสดงอีกหลากหลายประเภท
โดยปกติในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน จะมีการจัดกิจกรรมนั่งรถบัสฝากระโปรงหน้าคลาสสิก ซึ่งมีอยู่ในญี่ปุ่นเพียง 4 คันเท่านั้น ถ้ามีโอกาสก็ลองไปสัมผัสรถหายากสไตล์เรโทรกันดู

รถบัสฝากระโปรงหน้าทรงเรโทรที่มีดีไซน์น่ารัก
รถบัสฝากระโปรงหน้าทรงเรโทรที่มีดีไซน์น่ารัก

6. เมียวโออิน

เมียวโออินเป็นวัดเก่าแก่ใกล้เชิงเขาอาตาโกะ โดยเดินทางจากสถานีฟุคุยามะด้วยรถบัสและเดินต่อรวมประมาณ 17 นาที
วัดแห่งนี้มีสมบัติประจำชาติคือ “อาคารหลัก” และ “เจดีย์ห้าชั้น” ส่วนพระประธาน “รูปปั้นยืนพระโพธิสัตว์คันเซองสิบเอ็ดพักตร์แกะสลักไม้” ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ
อาคารหลักเป็นสถาปัตยกรรมแบบผสม ระหว่างรูปแบบญี่ปุ่นกับรายละเอียดสไตล์จีน และเป็นอาคารที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน
ส่วนเจดีย์ห้าชั้นถือเป็นสถาปัตยกรรมตัวแทนของยุคนันโบกุโจ และหาชมได้ยากมาก เพราะภาพจิตรกรรมฝาผนังและลวดลายสีภายในยังคงสภาพดี
ภายในบริเวณวัดยังมีสิ่งก่อสร้างสำคัญอีกมาก ทั้งหอระฆัง ประตูวัด และเรือนหนังสือ รวมแล้วมีทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญระดับจังหวัด 6 รายการ และระดับเมือง 10 รายการ จึงมีจุดน่าสนใจมากมาย
อีกทั้งบริเวณวัดที่ผสานความงามของดอกไม้ตามฤดูกาลกับสถาปัตยกรรมเก่าแก่ก็เป็นเสน่ห์ที่น่าประทับใจเช่นกัน

อาคารหลักของเมียวโออิน ที่เผยให้เห็นรูปแบบสถาปัตยกรรมอันงดงามสมฐานะสมบัติประจำชาติ
อาคารหลักของเมียวโออิน ที่เผยให้เห็นรูปแบบสถาปัตยกรรมอันงดงามสมฐานะสมบัติประจำชาติ

7. อาบุโตะคันนง (บันไดจิ)

ปลายแหลมอาบุโตะบริเวณตอนใต้สุดของคาบสมุทรนุมะคุมะเป็นที่ตั้งของวัดแห่งนี้ ทางตอนใต้ของฟุคุยามะ
ภายในวัดมี “อาคารรับรองบันไดจิ” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของจังหวัดฮิโรชิมะ และ “หอคันนงอาบุโตะ” ซึ่งสร้างขึ้นโดยขุนศึกโมริ เทรุโมโตะ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ ความงดงามของสถาปัตยกรรมชวนให้ประทับใจ
ไฮไลต์คือทิวทัศน์สุดตระการตาจากทะเลอันสงบตัดกับหอคันนงสีแดงสดที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชัน
วิวทะเลเซโตะในที่มองจากราวระเบียงของหอคันนงก็สวยงามไม่แพ้กัน

วิวตระการตาที่ผสานทะเลเซโตะในเข้ากับทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ
วิวตระการตาที่ผสานทะเลเซโตะในเข้ากับทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ

8. เซ็นซุยจิมะ

จากโทโมโนะอุระนั่งเรือเพียง 5 นาที ก็จะถึงเซ็นซุยจิมะ เกาะร้างที่เป็นจุดชมวิวขึ้นชื่อของฟุคุยามะ
มีเรื่องเล่าว่าชื่อเกาะมาจากความหมายว่า “เกาะที่งดงามจนแม้แต่นักพรตก็ยังเคลิบเคลิ้ม” อีกทั้งยังเคยถูกพิจารณาให้เป็นสถานที่สร้างศาลเจ้าอิสึกุชิมะและประตูโทริอิใหญ่แห่งมิยาจิมะ จึงพอจินตนาการได้ถึงความงามของที่นี่
แม้จะเป็นเกาะเล็ก ๆ ที่มีเส้นรอบวงเพียง 6 กิโลเมตร แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับพักผ่อนครบครัน ทั้งที่พัก เส้นทางเดินเขา และชายหาด ทำให้สามารถดื่มด่ำกับวิวสวยในบรรยากาศเงียบสงบได้
อีกจุดที่ไม่ควรพลาดคือ “โขดหินห้าสี” หน้าผาหินหายากที่มีหิน 5 สีทอดยาวมากกว่า 200 เมตร ซึ่งพบเห็นได้เฉพาะที่เซ็นซุยจิมะเท่านั้น

เซ็นซุยจิมะ ที่ให้คุณสัมผัสทั้งวิวตระการตาและพลังของธรรมชาติในบรรยากาศเงียบสงบ
เซ็นซุยจิมะ ที่ให้คุณสัมผัสทั้งวิวตระการตาและพลังของธรรมชาติในบรรยากาศเงียบสงบ

9. ฟุคุเซ็นจิ ไทโชโร

ถ้าอยากชมมุมมองงาม ๆ ของทะเลเซโตะใน ฟุคุเซ็นจิ (Senjuin Fukuzenji) ที่อยู่ห่างจากสถานีฟุคุยามะประมาณ 30 นาทีโดยรถบัสก็เป็นอีกแห่งที่น่าสนใจ โดยวัดนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่สมัยเฮอัน
อาคารรับรองที่สร้างขึ้นในสมัยเอโดะและอยู่ติดกับอาคารหลักของวัด ก็คือ “ไทโชโร” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ
ในสมัยเอโดะ ที่นี่เคยใช้เป็นสถานที่รับรองคณะทูตโชซอนและเป็นพื้นที่พบปะของนักวัฒนธรรม
จุดเด่นเป็นพิเศษคือวิวจากห้องเสื่อทาทามิที่มองเห็นทะเลเซโตะใน พร้อมเกาะเซ็นซุยจิมะและเบ็นเท็นจิมะลอยอยู่กลางทะเล
ความงามของที่นี่ถึงขั้นที่อี บังกอน ทูตโชซอนในปี ค.ศ. 1711 ยกย่องว่าเป็น “ทิวทัศน์งามอันดับหนึ่งแห่งญี่ปุ่น”
ปัจจุบันก็ยังสามารถชมวิวสวยที่แทบไม่ต่างจากสมัยเอโดะได้อย่างเต็มตา หากมีโอกาสอยากชวนให้ลองแวะไปสัมผัสดู

วิวตระการตาของฟุคุยามะที่มองเห็นได้จากฟุคุเซ็นจิ ไทโชโร
วิวตระการตาของฟุคุยามะที่มองเห็นได้จากฟุคุเซ็นจิ ไทโชโร

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวฟุคุยามะ

Q

เดินทางจากฟุคุยามะไปโอโนมิจิอย่างไร?

A

หากเดินทางด้วยรถไฟ ใช้เวลาจากสถานีฟุคุยามะถึงสถานีโอโนมิจิ 19 นาที ส่วนหากขับรถจะใช้เวลา 35 นาที

Q

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีของฟุคุยามะคือเมื่อไร?

A

โดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน

Q

ช่วงชมซากุระของฟุคุยามะคือเมื่อไร?

A

ช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน

Q

อาหารขึ้นชื่อของฟุคุยามะมีอะไรบ้าง?

A

แนะนำอาหารท้องถิ่นของฟุคุยามะอย่างอุซุเมะ และเมนูปลากะพงจากทะเลเซโตะใน

บทสรุป

ฟุคุยามะเป็นเมืองที่เปิดโอกาสให้ค่อย ๆ ซึมซับทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และทิวทัศน์อันงดงามได้ในทริปเดียว
เสน่ห์ของเมืองนี้มีอยู่หลายมุมจนเที่ยววันเดียวอาจยังไม่พอ ลองหาโอกาสไปสัมผัสฟุคุยามะด้วยตัวเองกันดู
พอออกจากฟุคุยามะไปแล้ว ฮิโรชิมะก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากที่เต็มไปด้วยวิวสวยและของอร่อย
หากอยากเที่ยวฮิโรชิมะให้เต็มอิ่ม ลองอ่านบทความนี้ที่คัดสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของฮิโรชิมะมาแนะนำด้วย