
คู่มือเที่ยวโอโนมิจิแบบครบถ้วน! ตั้งแต่จุดเช็กอินยอดนิยม มุมลับ ของกิน ไปจนถึงของฝาก
ถ้าอยากเดินเล่นในเมืองที่มีทั้งกลิ่นอายย้อนยุค ทะเลสวย และเส้นทางปั่นจักรยานชื่อดัง โอโนมิจิก็น่าแวะมาทำความรู้จักสักครั้ง เมืองนี้เคยรุ่งเรืองในฐานะท่าเรือสำคัญของภูมิภาคเซโตะอุจิ จึงมีวัด ศาลเจ้า สวน และบ้านเรือนจำนวนมากตั้งอยู่ในพื้นที่อยู่อาศัยอันจำกัดระหว่างช่องแคบโอโนมิจิและภูเขาโอโนมิจิซังซัง อีกทั้งยังมีทรัพยากรทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากมาย และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกญี่ปุ่นในปี 2015 ทั้งธรรมชาติที่สวยงาม บรรยากาศเมืองย้อนยุค และถนนชิมานามิไคโดที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์ของนักปั่น ล้วนทำให้ที่นี่เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม ครั้งนี้เราจะพาไปรู้จักไฮไลต์น่าสนใจของโอโนมิจิกัน
โอโนมิจิเป็นสถานที่แบบไหน?
โอโนมิจิอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดฮิโรชิมะ ตัวเมืองมีลักษณะยาวเรียว โดยมีความยาวจากตะวันออกถึงตะวันตกประมาณ 20 กม. และจากเหนือจรดใต้ประมาณ 35 กม. พื้นที่หลักแบ่งได้เป็น 2 โซน คือ “โซนโอโนมิจิ” ซึ่งครอบคลุมตัวเมืองและพื้นที่ตอนเหนือที่เต็มไปด้วยชนบท และ “โซนชิมานามิ” ที่ประกอบด้วยหมู่เกาะตามแนวถนนชิมานามิไคโด โซนโอโนมิจิมีอาคารและทิวทัศน์เมืองสไตล์เรโทรที่ดึงดูดศิลปินจำนวนมาก และยังถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์อยู่บ่อยครั้ง ส่วนโซนชิมานามิมีอากาศอบอุ่น และเป็นที่ตั้งของชิมานามิไคโดที่รู้จักกันในฐานะสวรรค์ของนักปั่นจักรยาน

5 จุดห้ามพลาดในโอโนมิจิ
โอโนมิจิเป็นเมืองที่หันหน้าออกสู่ทะเลเซโตะใน จึงมีจุดชมวิวสวยอยู่มากมาย และยังเป็นจุดเริ่มต้นของ “ชิมานามิไคโด” ที่มีชื่อเสียงระดับโลกในฐานะสวรรค์ของนักปั่น ถ้ามาเยือนครั้งแรก 5 สถานที่ด้านล่างนี้ถือว่าน่าใส่ไว้ในแผน
1. วัดเซ็นโคจิ
วัดเซ็นโคจิ (Senkōji) ตั้งอยู่บริเวณกลางเขาเซ็นโคจิ เป็นวัดเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 806 เสน่ห์ของที่นี่คือทิวทัศน์งดงามจากสีแดงสดของอาคารหลัก ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้า ทะเล และความเขียวของต้นไม้ ภายในมีเครื่องรางหลากหลายสำหรับขอพรเรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง ความสงบสุขในครอบครัว การสอบผ่าน และความรัก นอกจากนี้ ที่บริเวณฝึกปฏิบัติธรรมในอดีตอย่าง “อิชิซึจิซัง” ยังสามารถปีนทางโซ่ได้ ให้ความรู้สึกทั้งเหมือนฝึกจิตและตื่นเต้นไปพร้อมกัน

2. ชิมานามิไคโด
“เซโตะอุจิ ชิมานามิไคโด” เป็นเส้นทางทะเลยาวประมาณ 60 กม. ที่เชื่อมเมืองโอโนมิจิในจังหวัดฮิโรชิมะกับเมืองอิมาบาริในจังหวัดเอฮิเมะ โดยเชื่อม 6 เกาะที่ลอยอยู่ในทะเลเซโตะในเข้าด้วยกันผ่านสะพาน ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับทะเลสีฟ้า วิวสะพานอันสวยงาม และทิวทัศน์หมู่เกาะได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางปั่นจักรยานที่จัดไว้อย่างดี จึงมีชื่อเสียงในฐานะ “สวรรค์ของนักปั่น” อีกด้วย

3. หาดเซโตดะซันเซ็ตบีช
หาดเซโตดะซันเซ็ตบีช (Setoda Sunset Beach) มีความยาวถึง 800 ม. และยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “88 ชายหาดสำหรับเล่นน้ำยอดเยี่ยมของญี่ปุ่น” ที่นี่เป็นสวนกีฬาริมทะเลที่มีหาดทรายขาวทอดยาว และสมชื่อด้วยวิวพระอาทิตย์ตกอันงดงามเหนือทะเลเซโตะใน อีกทั้งยังเป็นจุดกึ่งกลางของ “เส้นทางปั่นจักรยานชิมานามิไคโด” จึงเหมาะสำหรับแวะพักระหว่างปั่น ชมชายฝั่งสวย ๆ และนั่งพักที่คาเฟ่เรสเตอรองต์

4. ทางเดินแมว
ตรอกแคบยาวประมาณ 200 ม. ที่ต่อเนื่องจากศาลเจ้าอุชิโทระในย่านนางาเอะ เมืองโอโนมิจิ จังหวัดฮิโรชิมะ มีชื่อเรียกว่า “ทางเดินแมว” นักเขียน โซโนยามะ ชุนจิ เริ่มกิจกรรมนำ “ฟุกุอิชิเนโกะ” ที่ตนสร้างขึ้นมาวางไว้ในตรอกนี้ตั้งแต่ปี 1998 จากนั้นสถานที่แห่งนี้จึงเริ่มเป็นที่รู้จักในชื่อเล่นว่า “ทางเดินแมว” และกลายเป็นจุดท่องเที่ยวของโอโนมิจิ รอบ ๆ ยังมีร้านบรรยากาศเหมือนที่ซ่อนตัวซึ่งดัดแปลงจากบ้านว่าง และพิพิธภัณฑ์กระจายอยู่หลายแห่ง จึงเหมาะกับการเดินเล่นแวะเที่ยวไปเรื่อย ๆ

5. สวนสาธารณะอินโนะชิมะ
พื้นที่รอบภูเขาเท็งงุซังบนเกาะอินโนะชิมะ ซึ่งมีความสูง 207 ม. คือที่ตั้งของสวนสาธารณะอินโนะชิมะ ตลอดเส้นทางเดินเขาสู่ยอดเขามีการปลูกซากุระ ใบไม้เปลี่ยนสี และดอกซัตสึกิ ทำให้เดินเล่นได้เพลินตลอดทั้งปี จากจุดชมวิวบนยอดเขาสามารถมองเห็นภูเขาในชิโกกุที่อยู่ไกลออกไป รวมถึงหมู่เกาะในทะเลเซโตะในได้แบบพาโนรามา อีกทั้งพระอาทิตย์ตกที่มองจากจุดชมวิวแห่งนี้ยังได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน “8 วิวงามแห่งอินโนะชิมะ” ด้วย

ของกินที่พลาดไม่ได้เมื่อมาโอโนมิจิ
ถ้ามาเที่ยวโอโนมิจิ เรื่องกินก็น่าลองไม่แพ้การเดินเที่ยวในเมือง โดยเฉพาะ “ราเม็งโอโนมิจิ” เมนูขึ้นชื่อ และขนมหวานที่คนท้องถิ่นรักกันมายาวนาน ที่นี่เราได้คัดมาแนะนำ 4 ร้านเด็ด
1. โทชินโค
“โทชินโค” เป็นร้านดังของราเม็งท้องถิ่นฮิโรชิมะอย่าง “ราเม็งโอโนมิจิ” ที่ถูกนำเสนอผ่านทีวีและนิตยสารหลายครั้ง จุดเด่นคือซุปเข้มข้นที่ใช้น้ำพุธรรมชาติรสอร่อยของโอโนมิจิ เคี่ยวกับกระดูกหมู โครงไก่ ผัก และสาหร่ายคอมบุ เป็นราเม็งโอโนมิจิสไตล์มาตรฐานที่ใส่มันหมูด้านหลังอย่างจุใจ

2. โอโนมิจิราเม็ง อิจิบังกัน
ร้านเฉพาะทางราเม็งโอโนมิจิที่ตั้งอยู่ริมถนนเลียบชายฝั่งโอโนมิจิ หน้าศาลเจ้าสุมิโยชิ เดิมทีร้านนี้เริ่มจากการขายสินค้าทางออนไลน์จนกลายเป็นกระแสและเปิดหน้าร้านในที่สุด เมนูยอดนิยมที่สุดคือราเม็งหมูสามชั้นตุ๋นที่ใส่หมูชิ้นใหญ่ ให้ปริมาณเต็มอิ่ม

3. คาราซาวะ
ร้านไอศกรีมโฮมเมดรสดั้งเดิมที่คนโอโนมิจิรักกันมานาน เมนูขึ้นชื่อคือไอศกรีมโมนากะ ซึ่งจะนำไอศกรีมมาประกบแผ่นโมนากะหลังรับออร์เดอร์ จึงได้ความสดใหม่เสมอ แผ่นโมนากะกรอบหอม เข้ากับไอศกรีมรสนุ่มหวานละมุนที่ใช้ไข่อย่างเต็มที่ได้อย่างยอดเยี่ยม นั่งกินบนม้านั่งริมท่าเรือพร้อมชมทะเลของโอโนมิจิก็เป็นอีกบรรยากาศที่น่าลอง

4. The RESTAURANT / ONOMICHI U2
ONOMICHI U2 เป็นคอมเพล็กซ์ริมทะเลทางฝั่งตะวันตกของสถานี JR โอโนมิจิ มีจุดเด่นคือบริการหลากหลายสำหรับนักปั่นที่วิ่งบนชิมานามิไคโด ภายในนั้นมีร้านหนึ่งชื่อ The RESTAURANT ที่เสิร์ฟอาหารอิตาเลียนโดยใช้วัตถุดิบสดใหม่จากเซโตะอุจิ ที่นี่จะได้เพลิดเพลินกับไวน์สไตล์แคชชวลที่รวบรวมมาจากทั่วโลก และค็อกเทลสูตรพิเศษไปพร้อมกันด้วย

2 แหล่งช้อปปิ้งแนะนำที่ควรแวะในโอโนมิจิ
ถ้าอยากหาเวลาช้อปปิ้งระหว่างเที่ยวโอโนมิจิ ก็มีทั้งย่านการค้าที่เดินชมบรรยากาศเมืองเรโทรได้เพลิน ๆ และร้านที่รวมของฝากสไตล์โอโนมิจิไว้ครบครันให้แวะเลือกกัน
1. ย่านการค้าโอโนมิจิฮนโดริ
“ย่านการค้าโอโนมิจิฮนโดริ” เป็นถนนช้อปปิ้งยาว 1.6 กม. ที่ทอดขนานไปกับพื้นที่ระหว่างทะเลและภูเขาซึ่งมีจุดท่องเที่ยวสำคัญของเมืองโอโนมิจิกระจายอยู่ ภายในมีร้านค้าประมาณ 400 ร้านที่แต่ละร้านมีเอกลักษณ์แตกต่างกัน ระหว่างเดินยังจะได้เห็น “อะนาโกะโนะเนโดโกะ” เกสต์เฮาส์ที่ดัดแปลงจากบ้านโบราณ และอาคารอนุสรณ์หอการค้าโอโนมิจิที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของเมือง บรรยากาศโดยรวมจึงเต็มไปด้วยเสน่ห์เรโทร อีกทั้งยังมีตรอกเล็ก ๆ มากมายจนเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมด้วย

2. โอโนมิจิเอเอะมงยะ
“โอโนมิจิเอเอะมงยะ” เป็นร้านที่รวบรวมของฝากจากโอโนมิจิไว้แบบครบครัน โดยมีสินค้าประมาณ 500 ชนิด ถือเป็นร้านขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของเมือง สำหรับคนที่สนใจคำท้องถิ่น คำว่า “เอเอะมง” ในสำเนียงโอโนมิจิหมายถึง “สินค้าคุณภาพดี” จึงสมชื่อในฐานะร้านที่รวมของฝากคุณภาพดีจากโอโนมิจิไว้มากมาย อีกหนึ่งเสน่ห์คืออาคารสไตล์เรโทรที่รีโนเวตมาจากบ้านพ่อค้าในสมัยเมจิ

ที่พักแนะนำหากอยากค้างคืนในโอโนมิจิ
โอโนมิจิมีเสน่ห์ตรงที่เดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับจากตัวเมืองฮิโรชิมะได้สะดวก แต่ถ้ามาถึงแล้ว การได้พักค้างคืนสักคืนเพื่อค่อย ๆ ซึมซับบรรยากาศของเมืองก็คุ้มค่าไม่น้อย ที่นี่เราจะขอแนะนำทั้งเกสต์เฮาส์ราคาเข้าถึงง่ายและโรงแรมที่เหมาะกับการพักผ่อนอย่างสบาย
1. อะนาโกะโนะเนโดโกะ
“อะนาโกะโนะเนโดโกะ” เป็นเกสต์เฮาส์ที่ตั้งอยู่ในย่านการค้าโอโนมิจิฮนโดริ สร้างขึ้นจากการรีโนเวตบ้านโบราณ เป็นที่พักแบบห้องพักรวมและมีจุดเด่นเรื่องราคาที่เป็นมิตร ที่นี่มีทั้งครัวส่วนกลางและเลานจ์รวมชื่อ “อะนาโกะซาลง” ซึ่งให้บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง อีกอย่างที่น่าลองคืออาหารเช้าที่ “อะคุบิคาเฟ่” ซึ่งอยู่ติดกันด้วย

- ที่อยู่
- 2-4-9 สึจิโด เมืองโอโนมิจิ จังหวัดฮิโรชิมะ
- เว็บไซต์ทางการ
- ดูเว็บไซต์ทางการ
2. HOTEL CYCLE
โรงแรมภายในคอมเพล็กซ์ “ONOMICHI U2” ที่ให้บริการหลากหลายสำหรับนักปั่นบนชิมานามิไคโด จุดเด่นคือเคาน์เตอร์เช็กอินที่สามารถปั่นจักรยานเข้าไปได้เลย และยังสามารถนำจักรยานเข้าไปเก็บในห้องพักได้ทุกห้อง
ในพื้นที่ส่วนกลางยังมีโซนซ่อมบำรุงจักรยานให้ใช้งานอีกด้วย

ของฝากจากโอโนมิจิที่ใครได้ก็ต้องถูกใจ
อีกเรื่องที่ทำให้เที่ยวสนุกขึ้นก็คือการเลือกของฝาก และโอโนมิจิก็มีตัวเลือกน่าสนใจไม่น้อย เมืองนี้เป็นที่รู้จักในฐานะเมืองแห่งชาเช่นกัน จึงมีร้านชาประวัติยาวนานกระจายอยู่หลายแห่ง อีกทั้งยังมีร้านขายของจุกจิกที่นำเสนอไอเท็มท้องถิ่นดีไซน์เก๋อยู่ไม่น้อย มาดูกันเลยว่าของฝากแนะนำมีอะไรบ้าง
1. ชาโอโนมิจิ ของอิมากาวะเกียกุโคเอ็น ชาโฮะ
“ชาโอโนมิจิ” จากร้านเก่าแก่ชาและอุปกรณ์พิธีชาชื่อ “อิมากาวะเกียกุโคเอ็น ชาโฮะ” นำเข้าชาซีลอนจากศรีลังกา และจำหน่ายทั้งชาตรงจากแต่ละแหล่งผลิต รวมถึงชาผสมสูตรเฉพาะที่ได้แรงบันดาลใจจากบรรยากาศของโอโนมิจิ นอกจากเอิร์ลเกรย์แบบคลาสสิกแล้ว ยังมีชากลิ่นซากุระด้วย แพ็กเกจลายแมวก็น่ารักมาก

2. โคโคโระอิกิ “ผ้าเช็ดมือย้อมจูเซ็น”
ผ้าเช็ดมือออริจินัลที่ถ่ายทอดแนวคิดว่า “อยากสื่อชีวิตและวัฒนธรรมของผู้คนที่หยั่งรากอยู่ที่นี่ผ่านผ้าเช็ดมือ” โดยย้อมด้วยเทคนิคดั้งเดิมที่เรียกว่า “จูเซ็น” เสน่ห์อยู่ที่ความลึกซึ้งของลายผ้าที่เกิดจากการซึมของสีและความไม่สม่ำเสมอเฉพาะตัว เมื่อเห็นลวดลายโอโนมิจิแสนน่ารัก ก็น่าจะทำให้ความทรงจำในการเดินทางหวนกลับมาอีกครั้ง

3 เทศกาลห้ามพลาดของโอโนมิจิ
โอโนมิจิมีทั้งเทศกาลเก่าแก่และเทศกาลที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครอยู่มากมาย ถ้าอยากสัมผัสวัฒนธรรมของเมืองแบบชัด ๆ ช่วงเทศกาลก็น่าไปเป็นพิเศษ ที่นี่เราได้เลือก 3 เทศกาลเด่นของโอโนมิจิที่อยากชวนให้ไปสักครั้ง
1. เทศกาลเบ็ตจะของโอโนมิจิ
เทศกาลเบ็ตจะเป็นเทศกาลแปลกตาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมพื้นบ้านของเมืองโอโนมิจิ จัดขึ้นทุกปีในวันที่ 1, 2 และ 3 พฤศจิกายน ในวันที่ 3 ผู้ศรัทธาที่สวมหน้ากากเทพอสูรทั้ง 3 และสิงโตจะเดินขบวนไปทั่วใจกลางเมืองพร้อมศาลเจ้าเคลื่อนที่ เชื่อกันว่าต้นกำเนิดของเทศกาลนี้มาจากการอธิษฐานให้โรคระบาดที่แพร่ในโอโนมิจิเมื่อปี 1807 สงบลง อีกหนึ่งไฮไลต์คือ “กลองเบ็ตจะ” ที่มีการแสดงทรงพลังน่าตื่นตาตื่นใจ

2. เทศกาลดอกไม้ไฟโอโนมิจิ สุมิโยชิ
เทศกาลประจำปีของศาลเจ้าสุมิโยชิที่มีประวัติยาวนานและเป็นที่รักของผู้คนมาตั้งแต่กลางสมัยเอโดะ มีการจุดดอกไม้ไฟประมาณ 13,000 นัดจากแพลอยน้ำในช่องแคบโอโนมิจิ ส่องประกายบนท้องฟ้ายามค่ำคืนของเมือง ในช่วงกลางวันยังมีขบวนแห่มิโคชิผ่านย่านการค้าในเมือง รวมถึงร้านแผงลอยจำนวนมาก ทำให้คึกคักไปด้วยผู้คน

3. เทศกาลแสงไฟโอโนมิจิ
“เทศกาลแสงไฟโอโนมิจิ” เป็นงานที่มีการจุดแสงไฟมากถึงประมาณ 34,000 ดวง บริเวณพื้นที่สีเขียวหน้าสถานี JR โอโนมิจิ วัดหลายแห่ง และทางเดินขึ้นศาลเจ้า ทำให้ทั้งเมืองถูกโอบล้อมด้วยบรรยากาศชวนฝัน ที่นี่ยังมี “นิทรรศการสมบัติวัด” ที่เปิดเผยของล้ำค่าจากวัดซึ่งปกติไม่ค่อยได้ชม รวมถึงการแสดงสดต่าง ๆ อยากชวนให้คุณมาสัมผัสค่ำคืนฤดูใบไม้ร่วงของโอโนมิจิที่ส่องสว่างอย่างงดงามด้วยตัวเอง

บทสรุป
บทความนี้ได้รวบรวมทั้งจุดท่องเที่ยวแนะนำ ของกิน ที่พัก และของฝากของโอโนมิจิไว้ให้แล้ว เมืองนี้มีทั้งของอร่อยจากทะเลและภูเขา จึงถูกใจสายกินได้ไม่ยาก แม้จะเป็นเมืองขนาดไม่ใหญ่ แต่ก็เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์มากมาย
หากมีแผนเดินทางต่อผ่านชิมานามิไคโด ก็ขอแนะนำให้แวะเที่ยวเมืองมัตสึยามะ จังหวัดเอฮิเมะ ที่มีโดโกะออนเซ็นซึ่งเล่าขานกันว่าเป็นน้ำพุร้อนเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นด้วย