ท่ามกลางดินแดนแห่งไฟอย่างอาโสะ มีศาลเจ้าแห่งนี้ประดิษฐานเทพทาเคอิวะทัตสึโนะมิโกโตะ (Takeiwatatsu no Mikoto) เทพผู้เปิดแผ่นดินอาโสะ เป็นเทพหลัก พร้อมเทพในตระกูลอีก 12 องค์ อีกทั้งยังเป็นศาลเจ้าหลักของศาลเจ้าแยกประมาณ 500 แห่งทั่วประเทศ มีประวัติยาวนานกว่า 2,000 ปี และผสานเข้ากับความเชื่อบูชาภูเขาไฟที่ยกปล่องภูเขาไฟอาโสะเป็นวัตถุบูชา จึงมีสถานะสูงสุดในฐานะอิจิโนะมิยะของแคว้นฮิโงะ
ปัจจุบันไม่มีบันทึกแน่ชัดว่าศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ ณ ที่แห่งนี้มาตั้งแต่เมื่อใด ตัวอาคารศาลเจ้าที่เห็นในปัจจุบันได้รับการบูรณะสร้างขึ้นใหม่ระหว่างปี 1835–1850 ด้วยการอุปถัมภ์จากแคว้นคุมาโมโตะ อาคารศาลและประตูที่สร้างขึ้นในครั้งนั้นได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติในปัจจุบัน โดยเฉพาะประตูโรมงที่มีหลังคาสองชั้นซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในคิวชู และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งใน “สามประตูโรมงที่ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น” แม้จะมีอาคารจำนวนมากได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวคุมาโมโตะ ปี 2016 รวมถึงประตูโรมงที่พังถล่มลงมา แต่การบูรณะทั้งหมดได้เสร็จสิ้นในปี 2024 แล้ว
อนึ่ง หัวหน้านักบวชของศาลเจ้าในปัจจุบันเป็นผู้สืบเชื้อสายรุ่นที่ 92 ของตระกูลอาโสะ (Aso) ซึ่งเป็นตระกูลผู้ทรงอิทธิพลที่ปกครองพื้นที่นี้มาตั้งแต่สมัยโบราณ
จุดเด่น
-
ศาลเจ้าเก่าแก่ที่เชื่อกันว่าสร้างขึ้นเมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน
-
ที่นี่ประดิษฐานเทพผู้บุกเบิกอาโสะ และยกปล่องภูเขาไฟอาโสะเป็นวัตถุบูชา
-
เคยได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหวคุมาโมโตะ ก่อนที่การบูรณะทั้งหมดจะแล้วเสร็จ
-
มีพิธีกรรมดั้งเดิมให้ชม เช่น พิธีโอตะมัตสึริ และพิธีฮิฟุริชินจิ
-
ตระกูลอาโสะผู้สืบทอดตำแหน่งหัวหน้านักบวช เป็นตระกูลเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงเคียงคู่ราชวงศ์ญี่ปุ่น ตระกูลเซ็งเกะและตระกูลคิตาจิมะแห่ง ศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะ และปัจจุบันอยู่ในรุ่นที่ 92