• เมื่อมาอาราชิยามะ เกียวโต สิ่งที่ตั้งตารอที่สุดคือการได้เดินบนทางเดินป่าไผ่ซากาโนะ ต้นไผ่สูงตระหง่านสองข้างทางทอดยาวต่อเนื่อง แสงแดดส่องลอดผ่านใบไผ่ลงมา พอเดินอยู่ข้างในก็รู้สึกราวกับหลุดเข้าไปอยู่อีกโลกหนึ่งในทันที แม้ป่าไผ่จะมีนักท่องเที่ยวไม่น้อย แต่บรรยากาศโดยรวมก็ยังสบายมาก

    ค่อย ๆ เดินเล่นไปตามทาง พลางเงยหน้ามองต้นไผ่ที่ขึ้นหนาแน่น เมื่อสายลมพัดผ่านยังได้ยินเสียงใบไผ่เสียดสีกันเบา ๆ ทิวทัศน์สวยจริง ๆ โดยเฉพาะช่วงอันเป็นเอกลักษณ์ของทางเดินป่าไผ่ เหมาะกับการถ่ายรูปเป็นที่ระลึกมาก ถ่ายจากมุมไหนก็ได้กลิ่นอายของเกียวโต

    หลังจากได้มาเดินจริง ๆ รู้สึกว่าที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงจุดถ่ายรูป แต่ยังเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการชะลอฝีเท้ามาก แนะนำให้มาเช้าหน่อย คนจะค่อนข้างน้อยกว่าและถ่ายรูปได้สบายขึ้น

    หากวางแผนเที่ยวอาราชิยามะหนึ่งวัน ทางเดินป่าไผ่ซากาโนะคุ้มค่าที่จะใส่ไว้ในแผนจริง ๆ สามารถเที่ยวพร้อมกับวัดเท็นริวจิและสะพานโทเก็ตสึเคียว เดินชมรอบ ๆ อย่างสบาย ๆ ก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศเกียวโตแบบดั้งเดิม

  • หนึ่งในสถานที่ที่ตั้งตารอมากที่สุดเมื่อมาอาราชิยามะ เกียวโต ก็คือป่าไผ่ที่เปี่ยมด้วยบรรยากาศแบบญี่ปุ่นแห่งนี้ เมื่อเดินเข้าสู่ทางเดินเล็กๆ ในป่าไผ่ รอบตัวจะถูกโอบล้อมด้วยต้นไผ่สีเขียวสูงตระหง่าน แสงแดดส่องลอดช่องว่างระหว่างใบไผ่ลงมา ทำให้ตลอดทั้งเส้นทางมีบรรยากาศเงียบสงบและชวนฝัน

    แม้ที่นี่จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมมากของเกียวโตและมีนักท่องเที่ยวไม่น้อยอยู่เสมอ แต่เมื่อเดินลึกเข้าไปตามแนวป่าไผ่ ก็ยังสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ของอาราชิยามะ ระหว่างทางยังเห็นรถลากวิ่งผ่านไปมาท่ามกลางป่าไผ่ คนลากรถจะลากไปพร้อมกับแนะนำทิวทัศน์ตลอดทาง และบางครั้งก็พาลูกค้าเข้าไปในเส้นทางที่มีเพียงรถลากเท่านั้นที่เข้าถึงได้ ให้ความรู้สึกของการมาเที่ยวจริงๆ ระหว่างทางยังได้แวะเดินชมศาลเจ้าโนโนมิยะที่อยู่ลึกเข้าไปในป่าไผ่ด้วย แม้ศาลเจ้าจะไม่ใหญ่ แต่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีชื่อเสียงเรื่องการขอพรด้านคู่ครอง

    การมาอาราชิยามะครั้งนี้ไม่ได้รีบเร่งตามตารางเป็นพิเศษ จึงค่อยๆ เดินเล่นไปตามป่าไผ่ ถ่ายรูป และสัมผัสทิวทัศน์อันเป็นภาพจำสุดคลาสสิกของเกียวโต

  • หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสุดคลาสสิกของอาราชิยามะ เกียวโต เมื่อเดินเข้าไปในป่าไผ่สูงตระหง่าน จะเห็นต้นไผ่สีเขียวสดสองข้างทางทอดตัวขึ้นไป แสงแดดส่องลอดช่องว่างระหว่างใบไผ่ลงมา ทำให้ทางเดินทั้งสายมีบรรยากาศเงียบสงบและชวนฝัน การได้เดินอยู่ในป่าไผ่ด้วยตัวเองและฟังเสียงใบไผ่เสียดสีกันยามลมพัดให้ความรู้สึกผ่อนคลายเป็นพิเศษ แตกต่างจากทิวทัศน์ของวัดเก่าแก่และถนนแบบดั้งเดิมในเกียวโตอย่างสิ้นเชิง

  • เช่าจักรยานหนึ่งคันแล้วค่อยๆ ปั่นไปกับเพื่อนตามทางเล็กๆ ที่คดเคี้ยวลึกเข้าไปในป่าไผ่ ต้นไผ่สูงตระหง่านทั้งสองข้างพุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้า ใบไผ่หนาทึบสานกันเป็นอุโมงค์สีเขียวตามธรรมชาติ แสงแดดลอดผ่านช่องว่างลงมา ทิ้งเงาแสงเป็นหย่อมๆ บนพื้น ขณะปั่นจักรยานผ่านป่าไผ่ สายลมเย็นก็พัดมาปะทะเป็นระยะ ราวกับว่าความร้อนของช่วงกลางฤดูร้อนถูกป่าไผ่กั้นไว้โดยไม่รู้ตัว

    ครั้งนี้ยังเห็นเด็กๆ ที่กำลังปิดเทอมฤดูร้อนหลายคน ตั้งใจจับแมลงและสังเกตพวกมันอยู่ใกล้ป่าไผ่ เหมือนกำลังทำวิจัยภาคสนามแสนสนุกเลย!

  • มาภูเขาอาราชิยามะ เกียวโตเป็นครั้งแรก นักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะมาก และยังมีน้ำใจช่วยถ่ายรูปให้เรา ป่าไผ่อันเขียวชอุ่มปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า ดูยิ่งใหญ่มาก ทำให้รู้สึกปลอดโปร่งสบายใจมาก

  • พักที่อาราชิยามะ 1 คืน แล้วบังเอิญเจอกิจกรรมประดับไฟตอนกลางคืนพอดี เลยถือโอกาสเดินเข้าไปในป่าไผ่ตอนฟ้ามืด

    ทางเดินป่าไผ่ที่ปกติมีคนพลุกพล่านไม่ขาดสาย พอตกกลางคืนกลับเงียบลงมาก แสงไฟตลอดทางส่องให้ป่าไผ่สว่างขึ้น พอลมพัดผ่านป่าไผ่ เสียงลำไผ่กระทบกันดังเอี๊ยดอ๊าดต่อเนื่อง ผสมกับเสียงฝนปรอย ๆ ที่ตกกระทบร่ม ราวกับเป็นซิมโฟนีของธรรมชาติ

    แม้คนจะน้อยลง แต่บรรยากาศโดยรวมดูลึกลับมาก เป็นเส้นทางเดินเล่นยามค่ำคืนที่ต้องใช้ความกล้าสักหน่อย

  • ที่นี่ค่อนข้างได้รับความนิยมมาก เลยมีนักท่องเที่ยวเยอะอยู่บ้าง ถ้าอยากเก็บภาพความสวยของป่าไผ่แบบเงียบสงบไร้ผู้คนเหมือนในรูป เคล็ดลับที่ดีที่สุดคือยกกล้องถ่ายมุมสูงขึ้น หรือไม่ก็มาช่วงเช้าประมาณ 7-8 โมง เพื่อจะได้เพลิดเพลินกับการเดินเล่นอย่างเงียบสงบและกลิ่นหอมสดชื่นของต้นไผ่

  • วิวธรรมชาติสวยมากๆ พอมาถึงที่นี่แล้วรู้สึกได้ถึงพลังอันน่าอัศจรรย์ของธรรมชาติจริงๆ

    แนะนำว่าถ้ามาที่นี่ ต้องแวะไปถ่ายรูปคู่กับ Rilakkuma ที่ร้าน Rilakkuma ด้วยนะ!

  • จริงๆ ทั้งเส้นทางไม่ได้ยาวมาก ค่อยๆ เดินแล้วแวะถ่ายรูปด้วย ประมาณครึ่งชั่วโมงก็ครบแล้ว

  • เดินอยู่บนทางเล็กๆ ที่รายล้อมไปด้วยป่าไผ่เต็มสองข้างทาง ให้บรรยากาศสงบเงียบแบบพิเศษจริงๆ