สตาร์บัคส์บนถนนโอโมเตะซันโดของศาลเจ้าดาไซฟุ เท็มมันกุ ออกแบบโดยสถาปนิกคุณเค็งโงะ คุมะ จนกลายเป็นร้านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นบนถนนสายนี้ การสอดประสานและจัดเรียงไม้ทำให้โครงสร้างสถาปัตยกรรมที่เดิมดูแข็งกระด้างกลายเป็นพื้นที่อันมีเอกลักษณ์ แม้ไม่ได้เข้าไปดื่มกาแฟ ก็ยังถูกสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นนี้ดึงดูดให้หยุดถ่ายรูปเป็นที่ระลึก สตาร์บัคส์บนถนนโอโมเตะซันโดของศาลเจ้าดาไซฟุ เท็มมันกุ กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญอันดับต้น ๆ ของที่นี่แล้ว
สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ สาขาทางเข้าโอโมเตะซันโด ศาลเจ้าดาไซฟุ เท็มมันกุ | รีวิวของ 周黛西
รีวิวอื่นๆ ของ 周黛西
-
ฟุคุซายะ สาขาใหญ่ นางาซากิ
คาสเทลลาที่ถ่ายทอดเข้ามาพร้อมกับขนมสไตล์ตะวันตกในเมืองนางาซากิช่วงกลางศตวรรษที่ 16 ซึ่งคึกคักจากการค้ากับชาวต่างชาติ นอกจากความอร่อยนุ่มฟูแล้ว ยังได้รับการยกย่องว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูง จึงเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็วผ่านกลุ่มคนหนุ่มสาวจากทั่วญี่ปุ่นที่เดินทางมาศึกษาแพทยศาสตร์และวิชาตะวันตกที่นางาซากิ ต่อมายังได้รับการปรับรสชาติให้ถูกปากชาวญี่ปุ่นมากขึ้น จนค่อยๆ กลายเป็นขนมขึ้นชื่อประจำเมืองนางาซากิ
เมื่อมาถึงคิวชู นอกจากราเม็งและเมนไทโกะแล้ว คาสเทลลานางาซากิของฟุคุซายะก็เป็นของฝากสุดคลาสสิกที่นักเดินทางไม่น้อยนิยมซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน แม้ดูเรียบง่าย แต่เมื่อได้ลิ้มลองกลับมีรายละเอียดที่ชวนให้หวนคิดถึงครั้งแล้วครั้งเล่า
เมื่อเปิดห่อ กลิ่นน้ำผึ้งอ่อนๆ และกลิ่นไข่ก็ลอยมาแตะจมูกก่อน ตัวเค้กถูกตัดแบ่งเป็นสิบชิ้นอย่างเรียบร้อย พอหยิบขึ้นมาหนึ่งชิ้น สัมผัสที่นุ่มและชุ่มชื้นเล็กน้อยก็ทำให้ตั้งตารอก่อนจะได้ชิมเสียอีก เมื่อกัดเบาๆ เนื้อเค้กเนียนละเอียดค่อยๆ ละลายบนปลายลิ้น กลิ่นหอมหวานของน้ำผึ้งผสานกับกลิ่นไข่เข้มข้น มีความหวานชัดเจนแต่ไม่เลี่ยน เมื่อเคี้ยวช้าๆ ยังสัมผัสได้ถึงความนุ่มเด้งของเนื้อเค้ก
สิ่งที่น่าประหลาดใจจริงๆ คือคำสุดท้าย
ด้านล่างของเค้กโรยน้ำตาลเม็ดหยาบ “ซาราเมะ” อันเป็นเอกลักษณ์ของคาสเทลลานางาซากิจากฟุคุซายะ ระหว่างเคี้ยว จู่ๆ ก็มีเสียง “กรุบ” เล็กๆ ดังขึ้นท่ามกลางเนื้อเค้กนุ่ม น้ำตาลบางครั้งร่วนเล็กน้อย บางครั้งให้สัมผัสเป็นเม็ดกรอบ ความหวานก็เด่นชัดขึ้นในจังหวะนี้ ทำให้สัมผัสตั้งแต่นุ่ม ชุ่มชื้น ไล่ไปจนถึงเสียงกรุบละเอียด เกิดเป็นความตัดกันที่มีมิติ ฟุคุซายะซ่อนความประหลาดใจนี้ไว้ในคำสุดท้ายของเค้ก
เมื่อกินคู่กับชาร้อนหนึ่งถ้วย กลิ่นชาจะช่วยปรับสมดุลความหวานของเค้กได้เล็กน้อย ส่วนเมื่อกินกับกาแฟ กลิ่นขมจะช่วยขับความหวานหอมของน้ำผึ้งให้เด่นขึ้น ค่อยๆ กิน ค่อยๆ เคี้ยว แล้วจะพบว่านี่ไม่ใช่แค่ “เค้กน้ำผึ้ง” ธรรมดา แต่เป็นรสชาติอันประณีตแบบญี่ปุ่นที่ซ้อนทับกันด้วยสัมผัสนุ่ม ชุ่มชื้น หอมหวาน และกรุบเล็กน้อย
บรรจุภัณฑ์มีหลายขนาดและมีกล่องของขวัญให้เลือก ทั้งรสดั้งเดิมและรสช็อกโกแลตต่างก็มีเอกลักษณ์ รสช็อกโกแลตไม่มีน้ำตาลเม็ดหยาบอยู่ด้านล่าง แต่ด้านบนโรยด้วยวอลนัตบดและลูกเกดอย่างแน่นเต็มหน้า เหมาะทั้งซื้อกินเองและเป็นของฝาก
หากเตรียมนำกลับไต้หวัน ก็ไม่จำเป็นต้องหิ้วคาสเทลลานางาซากิตลอดทาง สามารถวางแผนไปซื้อที่สนามบินฟุกุโอกะเพื่อไม่ต้องลำบากพกติดตัวระหว่างเดินทาง สำหรับนักเดินทางแล้ว นี่ก็เป็นความสุขเล็กๆ ที่ใช้งานได้จริง--ของฝากแสนอร่อยค่อยซื้อในนาทีสุดท้ายก็ได้ ไม่ต้องแบกเดินทางไปด้วยตั้งแต่วันแรกของทริป -
-
เท็นจินชิกะไก
เท็นจินเป็นย่านใจกลางเมืองที่คึกคักที่สุดในคิวชู ตั้งอยู่ในเขตชูโอ เมืองฟุกุโอกะ ส่วนเท็นจินชิกะไกคือศูนย์การค้าใต้ดินที่ทอดยาวประมาณ 600 เมตร ใต้ถนนวาตานาเบะโดริ ตั้งแต่ถนนโชวะโดริทางทิศเหนือไปจนถึงถนนโคคุไทโดโระทางทิศใต้ แบ่งเป็นโซนที่ 1-12 และมีร้านค้าประมาณ 150 ร้าน ทั้งแฟชั่น อาหาร ของใช้เบ็ดเตล็ด และหนังสือ
เท็นจินชิกะไกเป็นย่านการค้าที่คึกคักที่สุดในคิวชู ออกแบบจำลองถนนยุโรปในศตวรรษที่ 19 ทั้งทางเดินอิฐแดง ถนนปูหิน กระจกสีสไตล์ยุโรปยุคกลาง และนาฬิกาเลขโรมันย้อนยุค ทำให้รู้สึกราวกับอยู่บนถนนเก่าในยุโรป ไม่นึกเลยว่าการช้อปปิ้งจะโรแมนติกได้ขนาดนี้ ที่นี่ไม่เพียงเดินช้อปได้อย่างสบายโดยไม่ต้องกังวลเรื่องลมหรือฝน แต่ยังเชื่อมตรงไปยังห้างใหญ่ต่าง ๆ เช่น มิตสึโคชิและไดมารู คืนก่อนออกจากฟุกุโอกะเดินช้อปเพลินและซื้อของจนแทบขาดสติ! ลืมถ่ายรูปไปเลย แถมไม่มีมือว่างเหลือให้ถ่ายด้วย เลยต้องมาถ่ายตรงทางเข้าชั้นใต้ดินพอเป็นพิธีในเช้าวันรุ่งขึ้น ส่วนรูปอื่น ๆ ไว้คราวหน้าค่อยมา “สอบซ่อม” แล้วกัน〜
-
-
เบย์ไซด์เพลส ฮากาตะ
ศูนย์รวมความบันเทิงริมท่าเรือฮากาตะที่ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย พร้อมกิจกรรมหลากหลาย ภายในอาคารกระจกกว้างขวางมีทั้งร้านอาหารและคาเฟ่ที่มองเห็นทะเล ตลาดจำหน่ายอาหารทะเลสดและผักท้องถิ่น รวมถึงร้านค้านานาประเภท
หอคอยท่าเรือฮากาตะเป็นจุดชมวิวบนที่สูงริมอ่าวฮากาตะแห่งเดียวในฟุกุโอกะที่เข้าชมฟรี ¥0 มีความสูง 70 เมตร ห้องชมวิวใช้กระจกบานใหญ่จรดพื้น ทำให้มองเห็นได้อย่างไม่มีสิ่งบดบัง และชมทิวทัศน์ของอ่าวกับตัวเมืองได้รอบ 360 องศา ทางตะวันออกมองเห็นอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศท่าเรือฮากาตะ ทางตะวันตกเป็นเส้นขอบฟ้าของตัวเมืองฟุกุโอกะ ทางใต้มองลงไปเห็นถนนและทางรถไฟในเขตฮากาตะ ส่วนทางเหนือมองเห็นอ่าวฮากาตะได้ทั่วทั้งผืน
อาจกล่าวได้ว่าหอคอยท่าเรือฮากาตะเป็น “พี่น้อง” สายเลือดเดียวกับโตเกียวทาวเวอร์ โครงเหล็กสีแดงสลับขาวคือเอกลักษณ์ทางภาพที่โดดเด่นที่สุด โดยใช้คู่สีมงคลแดงขาวตามธรรมเนียมญี่ปุ่น บริเวณใกล้เคียงมีร้านอาหารที่มีเอกลักษณ์ ร้านขายของฝาก และบ่อน้ำพุร้อน “นามิฮะโนะยุ” ช่วงเย็นสามารถพกกล้องมาถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกอันงดงาม หรือชมวิวกลางคืนที่ส่องประกายหลังฟ้ามืด โดยรวมแล้วเหมาะกับการจัดทริปครึ่งวันเพื่อใช้เวลาอย่างผ่อนคลาย -









