7 จุดชมซากุระวิวสุดตระการตาที่นั่งรถไฟจากโอซาก้าไปได้!

7 จุดชมซากุระวิวสุดตระการตาที่นั่งรถไฟจากโอซาก้าไปได้!

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

ถ้าอยากออกจากโอซาก้าไปชมซากุระแบบไปเช้าเย็นกลับได้ บทความนี้ขอรวม 7 จุดชมซากุระชื่อดังที่เดินทางด้วยรถไฟได้สะดวกไว้ให้ เหมาะทั้งสำหรับคนที่มีโอกาสชมซากุระในปีนี้ คนที่อยากไปชมในปีหน้าและหลังจากนี้ รวมถึงทุกคนที่หลงใหลซากุระของญี่ปุ่น

จังหวัดนาราที่อยู่ติดกับโอซาก้าและมีจุดชมซากุระชื่อดังมากมายเป็นสถานที่แบบไหน?

พอออกจากโอซาก้ามาไม่นาน ก็จะเจอกับนารา เมืองหลวงเก่าที่เคยเป็นศูนย์กลางการเมืองของญี่ปุ่นตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ. 250 จนถึงปี ค.ศ. 794 ตั้งอยู่ติดกับเมืองใหญ่ทั้งโอซาก้าและเกียวโต เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะได้สะดวก แต่ก็ยังคงมีบรรยากาศสบาย ๆ ชวนผ่อนคลาย ซึ่งเป็นเสน่ห์ของนารา ที่นี่เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีทั้งอาคารประวัติศาสตร์ มรดกทางวัฒนธรรมจำนวนมาก และยังถูกโอบล้อมด้วยภูเขา จึงสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ธรรมชาติได้ด้วย

พระใหญ่แห่งนาราอันมีชื่อเสียง
พระใหญ่แห่งนาราอันมีชื่อเสียง

เสน่ห์ของการท่องเที่ยวนารา

นารามีวัดและศาลเจ้าจำนวนมากที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและสมบัติประจำชาติ อีกทั้งบริเวณโดยรอบยังเต็มไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม เช่น โยชิโนะยามะ ไปในช่วงไหนก็มีเสน่ห์ต่างกันออกไป และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม รวมถึงจุดน่าแวะมากมายที่สามารถสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้แบบสบาย ๆ เช่น คาเฟ่มาจิยะ และมุมถ่ายรูปสวย ๆ ที่เหมาะกับการโพสต์ลงโซเชียล นอกจากนี้จำนวนนักท่องเที่ยวยังไม่หนาแน่นเท่าเกียวโต จึงเที่ยวได้อย่างผ่อนคลาย

มีจุดถ่ายรูปสวย ๆ มากมายให้เพลิดเพลิน
มีจุดถ่ายรูปสวย ๆ มากมายให้เพลิดเพลิน

เดินทางจากโอซาก้าได้สะดวกด้วยรถไฟคินเท็ตสึ

ถ้าคิดจะเที่ยวนาราด้วยขนส่งสาธารณะ รถไฟคินกิ นิปปง เท็ตสึโด หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า คินเท็ตสึ เป็นตัวเลือกที่ใช้งานสะดวก เพราะครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของนารา ทำให้เดินทางได้คล่องตัว และยังมีตั๋วกับแพ็กเกจสุดคุ้มสำหรับนักท่องเที่ยวให้เลือกมากมาย เช่น “KINTETSU RAIL PASS 1day” และ “KINTETSU RAIL PASS 2day” ที่สามารถนั่งรถไฟในเส้นทางที่กำหนดในโอซาก้า เกียวโต และนาราได้ไม่จำกัดเป็นเวลา 1 วันหรือ 2 วัน ยกเว้นรถด่วนพิเศษ หรือ “KINTETSU RAIL PASS” ที่ครอบคลุมเส้นทางในโอซาก้า เกียวโต นารา รวมถึงอิเสะชิมะในจังหวัดมิเอะ และไปถึงนาโกย่าได้ไม่จำกัดเป็นเวลา 5 วัน หากเลือกใช้ให้เหมาะกับแผนการเดินทาง ก็จะช่วยให้ทริปทั้งคุ้มค่าและราบรื่น แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลของคินเท็ตสึไว้ก่อนออกเดินทาง

รถไฟคินเท็ตสึที่พาเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวได้อย่างราบรื่น
รถไฟคินเท็ตสึที่พาเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวได้อย่างราบรื่น

6 จุดชมซากุระชื่อดังในจังหวัดนารา

ถ้ามีแผนมาเยือนนารา ฤดูใบไม้ผลิก็มักเป็นช่วงที่หลายคนนึกถึงก่อน คุณจะได้พบกับจุดที่ชมกวาง วัด และซากุระได้พร้อมกัน ซากุระของนาราที่บานสะพรั่งทั่วโยชิโนะยามะซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในที่สุดของญี่ปุ่น รวมถึงภาพงดงามของวัดและศาลเจ้าเก่าแก่ที่อยู่เคียงคู่กับต้นซากุระอายุนับร้อยปี เป็นทิวทัศน์ซากุระที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวของเมืองหลวงเก่า

กวางในสวนสาธารณะนารากับซากุระบานเต็มที่
กวางในสวนสาธารณะนารากับซากุระบานเต็มที่

1. สวนสาธารณะนารา

สวนสาธารณะนาราเป็นสถานที่ที่มีทั้งทรัพย์สินทางวัฒนธรรมซึ่งได้รับการกำหนดเป็นสมบัติประจำชาติจำนวนมาก และแหล่งมรดกโลกกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ จึงมีนักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศมาเยือนตลอดทั้งปี

อาคารไดบุทสึเด็นแห่งวัดโทไดจิอันยิ่งใหญ่ตระการตา
อาคารไดบุทสึเด็นแห่งวัดโทไดจิอันยิ่งใหญ่ตระการตา

แม้สวนสาธารณะนาราจะมีชื่อเสียงจากพระใหญ่และกวางป่าที่เป็นสัญลักษณ์ แต่ก็ยังเป็นจุดชมซากุระยอดนิยมเช่นกัน โดยในฤดูใบไม้ผลิจะมีผู้คนมาชมดอกไม้จำนวนมาก ภายในสวนกว้างใหญ่มีต้นซากุระหลากหลายสายพันธุ์ปลูกรวมกันประมาณ 1,700 ต้น เริ่มบานตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมไปจนถึงช่วงต้นเดือนพฤษภาคมของซากุระสายพันธุ์ยาเอะที่บานช้า ทำให้มีซากุระผลัดกันบานให้ชมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนาราโนะยาเอะซากุระที่วัดจิโซคุอินซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติ ดอกมีขนาดเล็ก ดูสง่างาม และน่าชมมาก อีกจุดที่ไม่ควรพลาดคือโซเมโยชิโนะ สายพันธุ์ยอดนิยมของซากุระ ที่บานอยู่รอบอาคารทรงหกเหลี่ยม

สวนสาธารณะนาราในฤดูใบไม้ผลิ
สวนสาธารณะนาราในฤดูใบไม้ผลิ

ที่นี่ไม่มีรั้ว กำแพง หรือประตู และไม่ต้องเสียค่าเข้าชม จึงเดินเล่นได้จากทุกทางและทุกเวลา อีกทั้งยังเดินจากสถานีคินเท็ตสึนาราเพียงประมาณ 5 นาที ถือเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของที่นี่

ซากุระบานเต็มที่กับกวางป่าที่คุ้นคน
ซากุระบานเต็มที่กับกวางป่าที่คุ้นคน
ช่วงดอกบาน
ปลายเดือนมีนาคม–ต้นเดือนพฤษภาคม
ที่อยู่
จังหวัดนารา เมืองนารา เขตคาสุงาโนะ และพื้นที่ใกล้เคียง
การเดินทาง
เดินประมาณ 5 นาทีจาก “สถานีคินเท็ตสึนารา”

2. สุสานโบราณอาสุกะอิชิบูไต

“สุสานโบราณอาสุกะอิชิบูไต” เป็นโบราณสถานที่สร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 7 เชื่อกันว่าเป็นสุสานของผู้มีอำนาจ โดดเด่นด้วยก้อนหินขนาดมหึมาที่เรียงซ้อนกัน และบริเวณโดยรอบยังมีซากุระประมาณ 60 ต้น ในช่วงซากุระบาน สุสานหินจะถูกรายล้อมด้วยดอกซากุระจนเกิดเป็นทิวทัศน์ที่งดงามมาก

สุสานอิชิบูไตที่โอบล้อมด้วยซากุระ
สุสานอิชิบูไตที่โอบล้อมด้วยซากุระ

ความยิ่งใหญ่ของก้อนหินมหึมากับความงามของซากุระที่ผสานกันอย่างลงตัว เป็นภาพที่ไม่ควรพลาด

ความยิ่งใหญ่ของหินมหึมาชวนให้ตื่นตาตื่นใจ
ความยิ่งใหญ่ของหินมหึมาชวนให้ตื่นตาตื่นใจ

อีกหนึ่งไฮไลต์คือการได้ชมดอกนาโนะฮานะกับซากุระบานพร้อมกัน โดยสามารถออกจากทางออกทิศตะวันออกของสถานีคาชิฮาระจิงกูมาเอะของคินเท็ตสึ แล้วขึ้นรถบัสวนเที่ยวอาสุกะของนาราโคสึ ลงที่ป้าย “อิชิบูไต” จากนั้นเดินต่อประมาณ 3 นาที

เดินชมซากุระท่ามกลางบรรยากาศแสนสงบ
เดินชมซากุระท่ามกลางบรรยากาศแสนสงบ
ช่วงดอกบาน
ปลายเดือนมีนาคม–ปลายเดือนเมษายน
ที่อยู่
254 ชิมะโช โออาซะ หมู่บ้านอาสุกะ อำเภอทาคาอิจิ จังหวัดนารา
การเดินทาง
จาก “สถานีคาชิฮาระจิงกูมาเอะ” ของคินเท็ตสึ ขึ้นรถบัสวนเที่ยวอาสุกะของนาราโคสึ ลงที่ป้าย “อิชิบูไต” แล้วเดิน 3 นาที
เวลาเปิด
8:30–17:00 (เข้าชมได้ถึง 16:45)
ค่าเข้าชม
บุคคลทั่วไป 300 (250) เยน, นักเรียนมัธยมปลายถึงประถมศึกษา 100 (50) เยน
※ ตัวเลขในวงเล็บคือราคาหมู่คณะ (อย่างน้อย 30 คน)

3. ภูเขาชิงิกิ

วัดโจโกะซนชิจิ (Chogosonshi-ji) ที่ตั้งอยู่บนไหล่เขาด้านใต้ของภูเขาชิงิกิ มีชื่อเสียงด้านความงามของซากุระที่ชมได้ในระยะใกล้ ต้นซากุระเรียงรายเคียงกับโคมหินประมาณ 2,000 ฐาน และเมื่อบานเต็มที่ก็จะกลายเป็นภาพงดงามทรงพลัง

ซากุระบานเต็มที่กับโคมหิน
ซากุระบานเต็มที่กับโคมหิน

ซากุระยามค่ำคืนที่ส่องสว่างด้วยแสงจากโคมหินหลังพระอาทิตย์ตกก็งดงามเป็นพิเศษ ภายในบริเวณวัดยังมีไฟถนนแบบเก่าที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศ และวิวกลางคืนของแอ่งนาราที่มองจากเวทีหน้าวิหารหลักก็สวยมากเช่นกัน

ไม่เพียงแต่ทั่วบริเวณวัดจะเต็มไปด้วยจุดน่าชมเท่านั้น ที่นี่ยังมีที่พักแบบชุคุโบะให้ลองสัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบพระหรือภิกษุณีด้วย นอกจากนี้ยังมีบริการอาหารกลางวัน เช่น อาหารเจสไตล์วัดและอาหารชุดไคเซกิด้วย

ชมซากุระจากที่พักชุคุโบะ
ชมซากุระจากที่พักชุคุโบะ
สามารถลิ้มลองอาหารเจสไตล์วัดได้ด้วย
สามารถลิ้มลองอาหารเจสไตล์วัดได้ด้วย
ช่วงดอกบาน
ปลายเดือนมีนาคม–ต้นเดือนเมษายน
ที่อยู่
ภูเขาชิงิกิ เมืองเฮกุริ อำเภออิโคมะ จังหวัดนารา
การเดินทาง
จาก “สถานีชิงิกิซังกุจิ” ต่อรถกระเช้านิชิชิงิกิไปยัง “สถานีทาคายาสุยามะ” แล้วนั่งรถบัสคินเท็ตสึประมาณ 10 นาที ลงที่ “ชิงิกิซังมง” แล้วเดินประมาณ 10 นาที หรือจาก “สถานีชิงิกิซังชิตะ” ของคินเท็ตสึ นั่งรถบัสนาราโคสึประมาณ 10 นาที ลงที่ “ชิงิกิโอฮาชิ” แล้วเดินประมาณ 5 นาที
เวลาเข้าชม
9:00–16:30
ค่าเข้าชม
เข้าบริเวณวัดฟรี

4. ปราสาทโคริยามะ

“ซากปราสาทโคริยามะ” มีประวัติยาวนานกว่า 400 ปีนับจากการก่อสร้าง พื้นที่ซากปราสาทที่ได้รับการบูรณะมีต้นซากุระประมาณ 800 ต้นปลูกรายล้อมอยู่รอบ ๆ และจากจุดชมวิวบนฐานหอคอยสามารถมองเห็นซากุระทั่วบริเวณได้อย่างเต็มตา จึงเป็นจุดชมดอกไม้ยอดนิยม

ซากุระที่โอบล้อมพื้นที่ซากปราสาท
ซากุระที่โอบล้อมพื้นที่ซากปราสาท
มองซากุระจากจุดชมวิวบนฐานหอคอยอย่างสดชื่นเต็มอารมณ์
มองซากุระจากจุดชมวิวบนฐานหอคอยอย่างสดชื่นเต็มอารมณ์

ในตอนกลางคืนยังสามารถชมซากุระยามค่ำที่ส่องสว่างด้วยแสงโคมประมาณ 600 ดวง ความงามอันแสนชั่วคราวของดอกซากุระผสานกับบรรยากาศลุ่มลึกของซากปราสาทที่มีแสงไฟ กลายเป็นภาพที่ชวนให้รู้สึกลึกลับน่าหลงใหล

ซากุระบานเต็มที่ที่ซากปราสาทโคริยามะ
ซากุระบานเต็มที่ที่ซากปราสาทโคริยามะ
ช่วงดอกบาน
ปลายเดือนมีนาคม–ต้นเดือนเมษายน
ที่อยู่
เขตโจไน เมืองยามาโตะโคริยามะ จังหวัดนารา
การเดินทาง
เดิน 5 นาทีจาก “สถานีคินเท็ตสึโคริยามะ”

5. โยชิโนะยามะ

ถ้าพูดถึง “ซากุระแห่งนารา” หลายคนก็มักนึกถึง “โยชิโนะยามะ” ก่อน ซากุระที่นี่มีชื่อเสียงมายาวนาน ทั้งในด้านประวัติศาสตร์และขนาดพื้นที่ โดยมีซากุระประมาณ 30,000 ต้น จากราว 200 สายพันธุ์ หนาแน่นทั่วบริเวณ โดยมีชิโรยามะซากุระเป็นหลัก ภาพของซากุระภูเขาที่งามอย่างอ่อนช้อยและบอบบาง ปกคลุมทั้งภูเขาจากสันเขาหนึ่งสู่อีกสันเขา จากหุบเขาหนึ่งสู่อีกหุบเขาหนึ่ง ช่างน่าตื่นตา จนได้รับการขนานนามว่า “อิจิโมคุเซ็มบง” หรือ “มองครั้งเดียวเหมือนเห็นพันต้น”

ซากุระแห่งโยชิโนะยามะ
ซากุระแห่งโยชิโนะยามะ

โดยปกติซากุระจะเริ่มบานจากเชิงเขาไล่ขึ้นไปถึงยอดเขาตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนเมษายน จึงมีช่วงเวลาชมความงามได้นาน แนะนำให้วางแผนไปตามช่วงพีคและเพลิดเพลินกับการเดินเขาเบา ๆ

เดินเขาพร้อมชมซากุระบานเต็มที่
เดินเขาพร้อมชมซากุระบานเต็มที่

สำหรับคนที่สนใจของขึ้นชื่อท้องถิ่น โยชิโนะยังเป็นแหล่งผลิตพืชเถาชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “คุซุ” และมีชื่อเสียงเรื่อง “โยชิโนะฮงคุซุ” ซึ่งทำจากแป้งคุซุที่สกัดจากราก วากาชิอย่าง “คุซุโมจิ” ที่ทำจากโยชิโนะฮงคุซุซึ่งหายากและมีราคาสูง มีรสหวานละมุนและเนื้อสัมผัสนุ่มลื่นอร่อยมาก เป็นของหวานที่เหมาะจะลิ้มลองไปพร้อมกับชมซากุระ

วากาชิ “คุซุโมจิ” ที่ทำจาก “โยชิโนะคุซุ”
วากาชิ “คุซุโมจิ” ที่ทำจาก “โยชิโนะคุซุ”
ช่วงดอกบาน
ปลายเดือนมีนาคม–ปลายเดือนเมษายน
ที่อยู่
โยชิโนะยามะ เมืองโยชิโนะ อำเภอโยชิโนะ จังหวัดนารา
การเดินทาง
จาก “สถานีคินเท็ตสึโยชิโนะ” ขึ้นกระเช้าไปลงที่ “สถานีโยชิโนะยามะ”

6. วัดคินปุเซ็นจิ

เมื่อขึ้นมาถึงโยชิโนะยามะ “วัดคินปุเซ็นจิ” ก็เป็นสถานที่สำคัญที่มักถูกนึกถึง วัดแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของโยชิโนะยามะ และเป็นวัดศูนย์กลางสูงสุดของลัทธิชูเก็นโด ซึ่งเป็นการผสานกันของความเชื่อบูชาภูเขาแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นกับพุทธศาสนา

วัดคินปุเซ็นจิที่รายล้อมด้วยซากุระ
วัดคินปุเซ็นจิที่รายล้อมด้วยซากุระ

ภายใน “วัดคินปุเซ็นจิ” มี “ซาโอะโด” ซึ่งเป็นอาคารไม้ขนาดใหญ่รองจากอาคารไดบุทสึเด็นของวัดโทไดจิ และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย

ซาโอะโดแห่งวัดคินปุเซ็นจิ
ซาโอะโดแห่งวัดคินปุเซ็นจิ

“ชิฮงซากุระ” ที่อยู่ด้านหน้าซาโอะโดเป็นซากุระเก่าแก่ที่มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า ในปี ค.ศ. 1333 ก่อนปราสาทโยชิโนะซึ่งเคยตั้งอยู่บริเวณนี้จะล่มสลาย เจ้าเมืองได้จัดงานเลี้ยงสาเกครั้งสุดท้ายที่หน้าต้นซากุระต้นนี้ ความงามอันลุ่มลึกของซาโอะโดที่สง่างามและ “ชิฮงซากุระ” ยามบานเต็มที่เป็นภาพที่ไม่ควรพลาด อีกทั้งซากุระภูเขาที่มองเห็นจากวัดก็มีความงามแบบเรียบง่ายและอิสระ หากอยากสัมผัสเสน่ห์ที่หลากหลายและความงดงามลึกซึ้งของซากุระ ที่วัดคินปุเซ็นจิน่าจะเป็นจุดหมายที่เหมาะมาก

ภายในวัดยามซากุระบานเต็มที่
ภายในวัดยามซากุระบานเต็มที่
ช่วงดอกบาน
ต้นเดือนเมษายน–กลางเดือนเมษายน
ที่อยู่
2498 โยชิโนะยามะ เมืองโยชิโนะ อำเภอโยชิโนะ จังหวัดนารา
การเดินทาง
จาก “สถานีคินเท็ตสึโยชิโนะ” ขึ้นกระเช้าไปลงที่ “สถานีโยชิโนะยามะ” แล้วเดิน 10 นาที
เวลาเปิด
8:30–16:30 (เข้าชมได้ถึง 16:00)
ค่าเข้าชม
เข้าบริเวณวัดฟรี ค่าเข้าซาโอะโด 500 เยน

จุดชมซากุระชื่อดังในจังหวัดมิเอะ

ถ้าอยากขยับจากนาราไปต่ออีกหน่อย จังหวัดมิเอะที่อยู่ติดกันก็มีจุดชมซากุระวิวสวยตระการตาเช่นกัน และเดินทางต่อได้ไม่ยาก จึงอยากแนะนำไว้ในโอกาสนี้ หากเที่ยวในจังหวัดมิเอะ การใช้ “KINTETSU RAIL PASS” ที่กล่าวถึงตอนต้น หรือ “KINTETSU RAIL PASS plus” ซึ่งสามารถใช้ขึ้นรถบัสรอบแหล่งท่องเที่ยวได้ด้วย จะช่วยให้เที่ยวได้คุ้มยิ่งขึ้น

นาบานะโนะซาโตะ

พอพูดถึงจุดชมดอกไม้ในจังหวัดมิเอะ “นาบานะโนะซาโตะ” ก็มักเป็นชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง ที่นี่เป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่นที่มีดอกไม้งดงามบานสะพรั่งตลอดทั้ง 4 ฤดูกาล ที่นี่มีชื่อเสียงเรื่องงานประดับไฟขนาดยิ่งใหญ่ แต่ดาวเด่นของฤดูใบไม้ผลิก็คือซากุระ โดยตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคมจะมี “คาวาซุซากุระ” บานสวยงามประมาณ 300 ต้นภายในสวน จุดเด่นคือบานเร็ว ระยะเวลาบานยาวประมาณ 1 เดือน และมีดอกสีชมพูสดขนาดใหญ่สวยสะดุดตา

คาวาซุซากุระบานเต็มที่
คาวาซุซากุระบานเต็มที่

ต้นซากุระปลูกเรียงรอบสระน้ำกลางสวน และทางเดินรอบสระจะกลายเป็นอุโมงค์ซากุระในฤดูใบไม้ผลิ หลังจากคาวาซุซากุระแล้ว ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายนจะเป็นช่วงของโซเมโยชิโนะ ซึ่งมีปลูกอยู่ภายในและรอบสวนประมาณ 270 ต้น อีกทั้งยังได้รับความนิยมจากความงามที่ประชันกันของซากุระกับทิวลิปและดอกนาโนะฮานะที่บานในช่วงเดียวกัน

ทิวลิปบานเต็มที่
ทิวลิปบานเต็มที่

หากเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ แนะนำ “KINTETSU RAIL PASS plus” เพราะใช้พาสเพียงใบเดียวก็นั่งรถบัสตรงไป “นาบานะโนะซาโตะ” จากสถานีใกล้ที่สุดอย่าง “สถานีคินเท็ตสึนางาชิมะ” ได้ และยังได้รับส่วนลดค่าเข้าชม “นาบานะโนะซาโตะ” ด้วย

งานประดับไฟขนาดยิ่งใหญ่ก็ไม่ควรพลาด
งานประดับไฟขนาดยิ่งใหญ่ก็ไม่ควรพลาด
ช่วงดอกบาน
ต้นเดือนมีนาคม–กลางเดือนเมษายน
ที่อยู่
270 โคมาเอะอุรุชิบาตะ เมืองนางาชิมะ เมืองคุวานะ จังหวัดมิเอะ
การเดินทาง
จาก “สถานีคินเท็ตสึนางาชิมะ” นั่งรถบัสตรงประมาณ 10 นาที
เวลาเปิด
9:00–22:00 (※ 1/3–6/5)
ค่าเข้าชม
นักเรียนประถมถึงผู้ใหญ่ 2,300 เยน (รวมคูปองมูลค่า 1,000 เยน) / เด็กที่อายุต่ำกว่าชั้นประถม ฟรี
※ แสดง KINTETSU RAIL PASS แล้ว ผู้ใหญ่จาก 2,300 เยน เหลือ 1,800 เยน, นักเรียนประถมและมัธยมต้นจาก 2,300 เยน เหลือ 1,400 เยน, เด็กเล็กอายุ 3 ปีขึ้นไป 200 เยน

บทสรุป

การเดินชมซากุระในนาราเป็นประสบการณ์ที่ให้คุณได้ทั้งชื่นชมอาคารประวัติศาสตร์ ปล่อยใจย้อนนึกถึงอดีต และสัมผัสกลิ่นหอมสดชื่นของดอกซากุระไปพร้อมกัน ความงามอันบอบบางและชวนหลงใหลของซากุระช่วยขับเน้นเสน่ห์ของเมืองหลวงเก่าที่อดีตและปัจจุบันหลอมรวมกันได้อย่างเต็มที่ พร้อมเติมบรรยากาศลุ่มลึกน่าประทับใจ หากได้มาเยือน “นาราในฤดูใบไม้ผลิ” คุณน่าจะได้พบกับทิวทัศน์ที่ยากจะลืมเลือนมากมาย ลองใช้รถไฟคินเท็ตสึที่ทั้งสะดวกและคุ้มค่าให้เต็มที่ แล้วค่อย ๆ ออกไปเพลิดเพลินกับการเดินทางในฤดูใบไม้ผลิ

รถไฟคินเท็ตสึที่วิ่งผ่านนาราในฤดูใบไม้ผลิ
รถไฟคินเท็ตสึที่วิ่งผ่านนาราในฤดูใบไม้ผลิ