
【คู่มือท่องเที่ยวคุซัตสึออนเซ็น】เพลิดเพลินกับวัฒนธรรมออนเซ็นและอาหารอร่อย ณ หนึ่งในสามน้ำพุร้อนชื่อดังของญี่ปุ่น
ถ้าอยากลองแช่ออนเซ็นท่ามกลางบรรยากาศเมืองน้ำพุร้อนแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ “คุซัตสึออนเซ็น” คือจุดหมายที่ชวนให้นึกถึงได้ไม่ยาก
ที่นี่เป็นหนึ่งในสามน้ำพุร้อนชื่อดังของญี่ปุ่น และยังเป็นเมืองออนเซ็นที่มีประวัติยาวนาน ได้รับความนิยมจากโชกุนและบุคคลสำคัญมาตั้งแต่อดีต
มีคำเล่าขานว่ารักษาได้ทุกโรคยกเว้นโรครัก จึงมีชื่อเสียงในฐานะ “น้ำพุร้อนชั้นเลิศของแผ่นดิน” ที่เปี่ยมด้วยคุณประโยชน์
เสน่ห์ของ “คุซัตสึออนเซ็น” อยู่ที่การได้สัมผัส “การผ่อนคลาย” จากการแช่ออนเซ็น “ความเพลิดเพลิน” จากวัฒนธรรมดั้งเดิม และ “ความสุข” จากการลิ้มรสอาหารขึ้นชื่อในคราวเดียว
บทความนี้จะพาไปรู้จักเสน่ห์ของออนเซ็นและแนะนำจุดเที่ยวเด่น ๆ เพื่อให้แม้แต่มือใหม่ที่มาเที่ยว “คุซัตสึออนเซ็น” ครั้งแรกก็สนุกได้ไม่ยาก
คุซัตสึออนเซ็นเป็นสถานที่แบบไหน?
ท่ามกลางบรรยากาศเมืองออนเซ็นที่ไอน้ำลอยฟุ้งอยู่แทบตลอดวัน “คุซัตสึออนเซ็น” (Kusatsu Onsen) ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาคุซัตสึชิราเนะ (Kusatsu-Shirane) ในอำเภออากัตสึมะ จังหวัดกุนมะ และนับเป็นหนึ่งในแหล่งออนเซ็นชั้นนำของญี่ปุ่นที่ได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในสามน้ำพุร้อนชื่อดังของประเทศ
ที่นี่มีประวัติยาวนาน โดยเชื่อกันว่าเป็นสถานที่โปรดของบุคคลสำคัญและตัวละครในตำนานมากมาย รวมถึงโทกุงาวะ อิเอยาสุ (Tokugawa Ieyasu) โชกุนคนแรกแห่งรัฐบาลเอโดะ และโทกุงาวะ โยชิมุเนะ (Tokugawa Yoshimune) โชกุนลำดับที่ 8
จุดเด่นของ “คุซัตสึออนเซ็น” คือคุณภาพน้ำแร่ที่มีอุณหภูมิสูงเกือบ 50 องศาเซลเซียสและอุดมด้วยกำมะถัน จนมีคำเล่าขานว่ารักษาได้ทุกโรคยกเว้นโรครัก และมีชื่อเสียงในฐานะ “น้ำพุร้อนชั้นเลิศของแผ่นดิน” ที่มีสรรพคุณยอดเยี่ยม
ด้วยปริมาณน้ำพุร้อนที่ผุดขึ้นเองตามธรรมชาติมากกว่า 323,000 ลิตรต่อนาที ซึ่งมากที่สุดในญี่ปุ่น ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับน้ำพุร้อนจากแหล่งกำเนิดหลัก 6 แห่งได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังมีสถานที่แช่แบบไปเช้าเย็นกลับด้วย
นอกจากออนเซ็นแล้ว ยังมีทั้งอาหารท้องถิ่นให้เดินชิม วัฒนธรรมดั้งเดิม และสถานที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การยิงปืนแบบจริงจังให้ลองสัมผัส
“ยูบาตาเกะ” (Yubatake) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลาง “คุซัตสึออนเซ็น” เป็นสัญลักษณ์สำคัญที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด
ภาพไอน้ำที่ลอยฟุ้งตลอดวันทำให้รู้สึกได้ทันทีว่ามาถึงเมืองออนเซ็นแล้ว และทิวทัศน์ของน้ำพุร้อนที่ผุดขึ้นมาถึง 4,000 ลิตรต่อนาทีก็น่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย
ช่วงพระอาทิตย์ตกยังมีการประดับไฟ จึงได้เห็นบรรยากาศของเมืองที่แตกต่างกันทั้งกลางวันและกลางคืน
อีกหนึ่งไฮไลต์คือการแสดง “ยูโมมิ” ที่จะได้ชมเทคนิคการใช้ไม้ยาวคนบ่อน้ำพุร้อนอุณหภูมิสูงเพื่อลดความร้อน ซึ่งน่าติดตามมาก
ส่วน “สวนไซโนะคาวาระ” (Sainokawara Park) ที่ยังคงความงดงามของธรรมชาติไว้อย่างเด่นชัดนั้น มีน้ำพุร้อนผุดขึ้นทั่วบริเวณ สามารถแช่เท้าได้ฟรี และยังเหมาะกับการเดินเล่นชมลำธารกับน้ำตกอีกด้วย


การเดินทางไปคุซัตสึออนเซ็น
ถ้าเริ่มต้นจาก “สถานีโตเกียว” ซึ่งเป็นประตูสู่ภูมิภาคคันโต ก็สามารถเดินทางไป “คุซัตสึออนเซ็น” ได้สะดวกพอสมควร
- เส้นทาง
-
1. จากประตูตรวจตั๋วทางออกยาเอสุฝั่งใต้ของ “สถานีโตเกียว JR” เดินไปยัง “สถานีขนส่ง” แล้วขึ้นรถบัสด่วน JR Kanto “Joshu Yumeguri-go หรือ Tokyo Yumeguri-go” ลงที่ป้าย “สถานีขนส่งคุซัตสึออนเซ็น”
2. จาก “สถานีขนส่งคุซัตสึออนเซ็น” เดินต่อประมาณ 5 นาที - ระยะเวลา
- ประมาณ 4 ชั่วโมง
ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำสำหรับคุซัตสึออนเซ็นคือช่วงไหน?
ถ้าถามว่าช่วงไหนเหมาะกับการมาเที่ยว “คุซัตสึออนเซ็น” มากที่สุด หลายคนน่าจะนึกถึงฤดูหนาวก่อนเลย
คุซัตสึมีอากาศค่อนข้างเย็นสบาย และบางปีหิมะอาจเริ่มตกตั้งแต่เดือน 11 ทำให้บริเวณโดยรอบกลายเป็นสีขาวโพลน
อยากชวนให้มาสัมผัสบรรยากาศสุดน่าอัศจรรย์ที่หาได้เฉพาะที่นี่ ทั้งไอน้ำจากออนเซ็นที่ลอยฟุ้งท่ามกลางวิวหิมะ และแท่งน้ำแข็งที่เกิดขึ้นจากความหนาวเย็น
บริเวณใกล้เคียงยังมีลานสกี จึงเหมาะสำหรับผู้ที่อยากสนุกกับกีฬาฤดูหนาวด้วย
หลังเที่ยวอย่างเต็มที่แล้ว ก็อย่าลืมแช่ออนเซ็นเพื่ออบอุ่นร่างกายที่เย็นจัดจากอากาศหนาว และผ่อนคลายอย่างสบายใจ

3 วิธีสนุกกับคุซัตสึออนเซ็นที่ให้คุณสัมผัสเสน่ห์เฉพาะตัวได้เต็มที่
ความน่าสนใจของ “คุซัตสึออนเซ็น” ไม่ได้หยุดอยู่แค่การแช่ออนเซ็นเท่านั้น
จะเดินชิมอาหารขึ้นชื่อไปพร้อมกับซึมซับบรรยากาศเมืองออนเซ็น หรืออยากลองสัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น ก็เป็นวิธีเที่ยวที่น่าสนุกทั้งนั้น
จากจุดเด่นมากมายของ “คุซัตสึออนเซ็น” เราได้คัด 3 ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดมาแนะนำให้คุณรู้จัก
1. เดินชิมของอร่อยในย่านออนเซ็นที่เปี่ยมด้วยบรรยากาศ
“คุซัตสึออนเซ็น” มีอาหารขึ้นชื่อหลากหลายและร้านน่าสนใจอยู่มากมาย
ที่นี่ขอแนะนำ 2 เมนูเด่น ได้แก่ “ยูบาตาเกะโซบะ” และ “หมูชาบู”
ยูบาตาเกะโซบะที่ทำด้วยน้ำพุร้อนมีเส้นเหนียวนุ่มลื่นคอ เป็นเอกลักษณ์ และถ้ากินคู่กับเท็มปุระเห็ดไมตาเกะจากผักท้องถิ่นก็ยิ่งอร่อยเป็นพิเศษ
อีกเมนูที่อยากแนะนำคือหมูชาบูซึ่งใช้หมูขึ้นชื่อของจังหวัดกุนมะ กินคู่กับน้ำต้มโซบะ ถือเป็นอาหารท้องถิ่นที่หากินได้แบบคุซัตสึเท่านั้น
นอกจากนี้ การเดินเล่นไปตามถนนพร้อมแวะชิมของกินก็น่าสนุกไม่แพ้กัน
ตัวอย่างเช่น “มันจูออนเซ็น” ของฝากยอดนิยมประจำถิ่น แต่ละร้านก็มีความพิถีพิถันและเอกลักษณ์ต่างกันไป จึงลองชิมเปรียบเทียบได้อย่างเพลิดเพลิน
ส่วน “พุดดิ้งคุซัตสึออนเซ็น” ที่มีรสชาติละมุน และ “ยูเคมุริไซเดอร์” ที่ให้ความรู้สึกชวนคิดถึงในแบบคลาสสิก ก็มีแพ็กเกจน่ารัก เหมาะจะเก็บเป็นความทรงจำจากการเดินทาง

2. สัมผัสวัฒนธรรมเฉพาะตัวของคุซัตสึออนเซ็น
อีกหนึ่งความสนุกของ “คุซัตสึออนเซ็น” คือการได้ใกล้ชิดกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น
ในบรรดากิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมมากคือ “การแสดงยูโมมิ” และ “ราคุโกะคุซัตสึออนเซ็น”
“ยูโมมิ” เป็นวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ระหว่างปี ค.ศ. 1603–1868 โดยคิดค้นขึ้นเพื่อช่วยลดอุณหภูมิน้ำพุร้อนที่ร้อนจัดโดยไม่ต้องเติมน้ำลงไปและไม่ลดทอนสรรพคุณ
เมื่อชมการใช้แผ่นไม้ยาวคนน้ำตามจังหวะเพลงพื้นบ้านชื่อดังที่ขึ้นต้นว่า “คุซัตสึโยอิโทโกะ อิจิโดวะโออิเดะ” ก็น่าจะรู้สึกตื่นตาไม่น้อย
ส่วน “ราคุโกะคุซัตสึออนเซ็น” ซึ่งกลายเป็นของขึ้นชื่อใหม่ของคุซัตสึไปแล้วนั้น เปิดการแสดงทุกวันตลอด 365 วัน เวลา 20:00 จึงเหมาะสำหรับปิดท้ายวันด้วยการฟังศิลปะการเล่าเรื่องแบบดั้งเดิมอย่างสบาย ๆ
สถานที่จัดคือเวทีเดียวกับการแสดง “ยูโมมิ” ที่มีบรรยากาศเฉพาะตัว แต่ผู้ชมส่วนใหญ่ก็เป็นนักท่องเที่ยวที่เพิ่งดูราคุโกะครั้งแรก จึงเข้าชมได้อย่างสบายใจ
นอกจากนี้ รอบ ๆ คุซัตสึออนเซ็นยังมีสถานที่ให้สัมผัสประสบการณ์แบบญี่ปุ่นอีกมากมาย ลองหาเวลาไปสัมผัสด้วยตัวเองดู

3. ตระเวนแช่ออนเซ็นหลายแห่งเพื่อสัมผัสความต่างของแต่ละบ่อ
การสวมชุดยูกาตะแล้วออกตระเวนแช่ออนเซ็นหลายแห่ง อาจเรียกได้ว่าเป็นเสน่ห์อันดับต้น ๆ ของ “คุซัตสึออนเซ็น”
สำหรับคนที่สนใจ การตระเวนแช่ออนเซ็นหมายถึงการไปตามสถานที่แช่น้ำแบบไปเช้าเย็นกลับหรือโรงอาบน้ำสาธารณะ เพื่อสัมผัสออนเซ็นหลากหลายรูปแบบ
การได้เดินเล่นในย่านออนเซ็นที่เต็มไปด้วยบรรยากาศ พร้อมเพลิดเพลินกับน้ำพุร้อนที่มีสรรพคุณและห้องอาบน้ำแตกต่างกันไป คือความสนุกแบบเต็มอิ่มของทริปคุซัตสึออนเซ็น
แม้จะไม่ได้พักค้างคืนก็สามารถสวมยูกาตะได้ด้วยบริการเช่า อีกทั้งยังมีแบบให้เลือกหลากหลาย ลองเลือกชุดที่ถูกใจดูได้เลย
เพราะ “คุซัตสึออนเซ็น” มีออนเซ็นภายนอกให้เลือกมากมาย จึงอยากชวนให้ลองไปเยือนสถานที่ที่จะแนะนำต่อไปนี้

3 สถานที่แช่ออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับที่เพลิดเพลินได้ทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมดั้งเดิมของคุซัตสึออนเซ็น
ถ้าอยากลองแช่ออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับ ลองดู 3 แห่งนี้ที่เปิดโอกาสให้ได้สัมผัสน้ำพุร้อนจากแหล่งกำเนิดอันล้ำค่า พร้อมบรรยากาศธรรมชาติและวัฒนธรรมของคุซัตสึ
หากอยากเข้าใช้ครบทั้ง 3 แห่ง แนะนำให้ซื้อบัตร “Choina Sanyu Meguri Tegata”
เมื่อเทียบกับการจ่ายแยกแต่ละแห่ง จะประหยัดค่าบริการได้ประมาณ 500 เยน และหากเข้าใช้ครบทั้งหมด ยังจะได้รับ “ใบรับรองแช่ครบ” ที่ใช้เป็นโปสต์การ์ดได้อีกด้วย
1. โกซะโนะยุ
“โกซะโนะยุ” (Goza no Yu) เป็นสถานที่ที่จำลองโรงอาบน้ำสาธารณะซึ่งเคยมีอยู่ตั้งแต่สมัยเอโดะถึงสมัยเมจิ ตั้งแต่ภายนอกอาคารไม้ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน ไปจนถึงการตกแต่งภายในที่ให้ความสำคัญกับความดั้งเดิม ล้วนชวนประทับใจ
จุดเด่นคือมีห้องอาบน้ำ 2 แบบคือ “คิโนะยุ” และ “อิชิโนะยุ” ซึ่งสลับแยกชายหญิงรายวัน และยังสามารถเพลิดเพลินกับน้ำพุร้อนจาก 2 แหล่งพร้อมกัน ได้แก่ “ยูบาตาเกะเก็นเซ็น” ที่ให้ความรู้สึกจี๊ดเล็กน้อย และ “บันไดเก็นเซ็น” ที่นุ่มนวลกว่า
หากลองแช่เปรียบเทียบกัน ก็น่าจะสัมผัสความแตกต่างได้อย่างชัดเจน
สรรพคุณหลักที่มักกล่าวถึง ได้แก่ อาการปวดเส้นประสาท ผิวพรรณ และอาการฟกช้ำ
บนชั้น 2 ยังมีห้องโถงใหญ่ปูเสื่อทาทามิชื่อ “Yugen no Ma” สำหรับนั่งพักอย่างสบาย ๆ และวิวสวยของยูบาตาเกะจากจุดนี้ก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน

2. ไซโนะคาวาระโรเท็มบุโระ
ถ้าอยากแช่ออนเซ็นกลางแจ้งแบบเปิดโล่ง “ไซโนะคาวาระโรเท็มบุโระ” คืออ่างอาบน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ระดับแถวหน้าของญี่ปุ่น
เสน่ห์สำคัญคือความเปิดโล่งที่สามารถมองเห็นธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของคุซัตสึได้รอบทิศ 360 องศา และยังเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล เช่น ใบไม้อ่อนในฤดูใบไม้ผลิ ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง และหิมะขาวในฤดูหนาว
ที่นี่ใช้น้ำจาก “บันไดเก็นเซ็น” เช่นเดียวกับ “โกซะโนะยุ” จึงคาดหวังสรรพคุณในด้านอาการปวดเส้นประสาท ฟกช้ำ และโรคทางระบบย่อยอาหารเรื้อรังได้
อีกจุดที่น่ายินดีคืออาคารได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 2015 ทำให้สิ่งอำนวยความสะดวกดูสะอาดและใหม่

3. โอตากิโนะยุ
“โอตากิโนะยุ” เป็นสถานที่แช่ออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับที่ใหญ่ที่สุด และยังได้แช่น้ำจาก “นิกาวะเก็นเซ็น” ซึ่งเป็นแหล่งน้ำพุร้อนอันล้ำค่าที่ไม่มีการส่งไปยังโรงแรมหรือเรียวกังแห่งอื่น
“นิกาวะเก็นเซ็น” มีจุดเด่นที่น้ำใส อุณหภูมิสูงมาก และมีความขุ่นน้อย ได้รับการขนานนามว่าเป็นน้ำพุร้อนเพื่อความงาม และเชื่อกันว่าช่วยเรื่องอาการปวดเส้นประสาท ข้อแพลง และแผลไฟไหม้
เสน่ห์ของ “โอตากิโนะยุ” คือการได้ลอง “อาวาเสะยุ” ซึ่งเป็นธรรมเนียมการแช่น้ำแบบดั้งเดิมของคุซัตสึ โดยค่อย ๆ ลงแช่จากบ่อที่อุณหภูมิต่ำไปหาสูง
ด้วยพื้นที่กว้างขวางและมีจุดชำระล้างจำนวนมาก จึงเหมาะสำหรับคนที่อยากใช้เวลาอย่างสบาย ๆ
นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นสถานที่แช่แบบไปเช้าเย็นกลับเพียงแห่งเดียวที่มีร้านอาหาร จึงเหมาะสำหรับปิดท้ายวันท่องเที่ยวอีกด้วย

3 โรงอาบน้ำสาธารณะในคุซัตสึออนเซ็นที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าใช้ได้
สำหรับคนที่อยากรู้ว่าโรงอาบน้ำสาธารณะคืออะไร โดยทั่วไปแล้วหมายถึงสถานที่ออนเซ็นที่ชาวท้องถิ่นเป็นผู้ดูแลและบริหารจัดการ ซึ่งส่วนใหญ่มักสร้างขึ้นเพื่อให้คนในพื้นที่ใช้งาน
ที่ “คุซัตสึออนเซ็น” มีโรงอาบน้ำสาธารณะทั้งหมด 19 แห่ง และในจำนวนนี้มี 3 แห่งที่นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการได้
แม้ทั้งหมดจะไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ก็อย่าลืมว่าเป็นการขอใช้ห้องอาบน้ำของชาวท้องถิ่น จึงควรรักษามารยาทอย่างเคร่งครัด
1. ชิราฮาตะโนะยุ
“ชิราฮาตะโนะยุ” (Shirahata no Yu) ตั้งอยู่ใกล้ “ยูบาตาเกะ” มาก และเป็นหนึ่งในโรงอาบน้ำสาธารณะที่มีชื่อเสียง โดยมีคำเล่าว่า มินาโมโตะ โนะ โยริโทโมะ (Minamoto no Yoritomo) เป็นผู้ค้นพบสถานที่แห่งนี้
จุดเด่นคือเป็นน้ำร้อนจัดสีขาวขุ่นซึ่งพบได้ค่อนข้างยากในบรรดาออนเซ็นของ “คุซัตสึออนเซ็น” และยังเห็นตะกอนแร่ออนเซ็นอยู่มาก
น้ำขุ่นนี้มีส่วนผสมของกำมะถันสูง และเชื่อกันว่าช่วยเรื่องโรคผิวหนัง อาการนอนไม่หลับ และอาการปวดข้อ
“ชิราฮาตะโนะยุ” เป็นโรงอาบน้ำสาธารณะที่กว้างที่สุด (รองรับได้ประมาณ 4–5 คน) และเข้าใช้งานได้ค่อนข้างง่าย จึงอยากแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้น

2. ชิโยะโนะยุ
“ชิโยะโนะยุ” เป็นโรงอาบน้ำสาธารณะขนาดกะทัดรัด รองรับได้ประมาณ 3 คน ตัวอาคารไม้ให้ความรู้สึกคลาสสิกและมีเสน่ห์แบบโบราณ
ด้วยความที่อ่างมีขนาดเล็ก น้ำจึงใหม่อยู่เสมอ และเมื่อเทียบกับโรงอาบน้ำอื่นแล้ว กลิ่นกำมะถันของที่นี่จะนุ่มนวลกว่า ทำให้รู้สึกสบายมากขึ้น
ที่ “ชิโยะโนะยุ” อยากแนะนำให้ลอง “เด็นโตยุ” หรือ “จิคังยุ” วิธีบำบัดด้วยการแช่น้ำแบบดั้งเดิมเฉพาะของคุซัตสึ
สำหรับคำว่า “เด็นโตยุ” นั้น หมายถึงลำดับการอาบน้ำแบบต่อเนื่อง ได้แก่ “ยูโมมิ → ราดน้ำที่เท้าประมาณ 10 ครั้ง → ราดน้ำที่ศีรษะประมาณ 30 ครั้ง → ลงแช่ 3 นาทีตามสัญญาณของผู้นำ → พัก”
เชื่อกันว่าช่วยส่งเสริมสุขภาพ บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ และอาการปวดข้อได้

3. จิโซโนะยุ
“จิโซโนะยุ” เป็นโรงอาบน้ำสาธารณะบรรยากาศเงียบสงบที่เพิ่งรีโนเวตใหม่ในปี ค.ศ. 2022 และมีทั้งความใหม่กับเสน่ห์แบบดั้งเดิมอยู่ในที่เดียว
จุดเด่นคือน้ำจาก “จิโซเก็นเซ็น” ที่มีสีขาวขุ่นเล็กน้อย และด้วยเพดานที่สูง ลมจากภายนอกที่พัดเข้ามาจึงช่วยให้รู้สึกสดชื่นมากขึ้น
มีความเชื่อมาตั้งแต่สมัยก่อนว่าน้ำที่นี่ดีต่อดวงตา และบริเวณใกล้กันยังมี “เมะอาไรจิโซ” ตั้งอยู่ด้วย
นอกจากนี้ยังมีบ่อแช่เท้า บ่อแช่มือ และบ่ออบไอน้ำสำหรับใบหน้า จึงเป็นเสน่ห์อีกอย่างที่ทำให้แม้ไม่มีเวลาแช่น้ำแบบเต็มรูปแบบ ก็ยังมาลองสัมผัส “จิโซโนะยุ” ได้ง่าย
บ่ออบไอน้ำสำหรับใบหน้าซึ่งถือว่าพบได้ยากทั่วญี่ปุ่นและเป็นเอกลักษณ์ของ “คุซัตสึออนเซ็น” ก็ได้รับความนิยมว่าให้ความรู้สึกสบายและดีต่อดวงตากับผิวพรรณ

แนะนำ 3 ที่พักน่าสนใจในคุซัตสึออนเซ็น
ถ้าอยากใช้เวลาใน “คุซัตสึออนเซ็น” ได้เต็มอิ่มขึ้น การพักอย่างน้อย 1 คืนก็ดูน่าสนใจกว่าไม่น้อย
การเลือกโรงแรมก็สำคัญ เพราะเป็นทั้งฐานสำหรับท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนอย่างสบายใจ
แม้จะมีที่พักหลากหลายตั้งแต่โรงแรมเก่าแก่ที่เปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์ไปจนถึงรีสอร์ต แต่ที่นี่ขอคัด 3 โรงแรมแนะนำที่ให้คุณได้ดื่มด่ำกับน้ำพุร้อนจากแหล่งกำเนิดอันล้ำค่า
หากกำลังวางแผนค้างคืน ลองเลือกพักสักแห่งจากรายชื่อเหล่านี้ดู
1. โฮเทลอิจิอิ
“ยูบาตาเกะ” คือสัญลักษณ์ของคุซัตสึออนเซ็น และ “อิจิอิ” ที่ตั้งอยู่ตรงด้านหน้าก็คือโรงแรมออนเซ็นที่สืบทอดประเพณียาวนานกว่า 300 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งในช่วงกลางสมัยเอโดะ
ที่ห้องอาบน้ำรวม “อิชิโดโนะ” ซึ่งได้รับการรีโนเวตในปี ค.ศ. 2021 ใช้น้ำพุร้อนหายากจาก “ยูบาตาเกะมาเอะชิราฮาตะเก็นเซ็น” ซึ่งมีเพียงประมาณ 10 แห่งรอบยูบาตาเกะเท่านั้นที่สามารถใช้งานได้
มีอ่างหลายแบบให้เลือก จึงสามารถเลือกแช่ตามอุณหภูมิที่ชอบได้

2. โฮเทลซากุราอิ
“โฮเทลซากุราอิ” ตั้งอยู่บนที่สูงใจกลางคุซัตสึออนเซ็น และเป็นที่พักออนเซ็นขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของพื้นที่
จุดเด่นคือออนเซ็นที่ใช้น้ำจาก 3 แหล่งกำเนิด โดยในห้องอาบน้ำรวมขนาดใหญ่ยาว 30 เมตร ซึ่งถือว่าใหญ่ระดับต้น ๆ ของคุซัตสึออนเซ็น จะได้แช่น้ำผสมจาก “ไซโนะคาวาระเก็นเซ็น” และ “บันไดโคเก็นเซ็น” ส่วนอ่างกลางแจ้งจะได้เพลิดเพลินกับน้ำจากทั้ง 3 แหล่งรวมถึง “วาตะโนะยุเก็นเซ็น” ในรูปแบบน้ำแร่ต้นทาง 100% แบบไม่เติมน้ำ
ลานเทศกาลภายในอาคารเป็นพื้นที่ความบันเทิงที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา
ที่นี่มีการจัดโชว์ทุกวัน 2 แบบ ได้แก่ “ยูโมมิ” แบบดั้งเดิมของคุซัตสึออนเซ็นที่ผู้ชมสามารถร่วมวงได้ และการแสดง “ซากุระไทโกะ” อันทรงพลัง

3. ลาวิสต้า คุซัตสึ ฮิลส์
ลาวิสต้า คุซัตสึ ฮิลส์ เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 2021 บนที่สูงของคุซัตสึออนเซ็น
รีสอร์ตสไตล์ยุโรปแห่งนี้มาพร้อมบรรยากาศชวนให้นึกถึงคฤหาสน์ตะวันตกอันงดงาม และยังโดดเด่นด้วยห้องอาบน้ำบนชั้นบนสุดซึ่งถือเป็นแห่งแรกในบรรดาที่พักของคุซัตสึออนเซ็น สมกับชื่อ “La Vista” ที่หมายถึง “ทิวทัศน์”
ออนเซ็นของที่นี่ใช้น้ำจาก 3 แหล่ง ได้แก่ ยูบาตาเกะเก็นเซ็น บันไดโคเก็นเซ็น และยูกาวะเก็นเซ็น
บนชั้นบนสุดมีห้องอาบน้ำชมวิวที่รวมทั้งอ่างกลางแจ้ง อ่างในร่ม และอ่างถังไม้ไว้ด้วยกัน ขณะเดียวกันก็ยังสามารถชมพาโนรามาอันกว้างใหญ่ของภูเขาในคุซัตสึและย่านออนเซ็นได้จากอ่างกลางแจ้งแบบส่วนตัว 4 แบบที่มีบรรยากาศแตกต่างกัน เช่น แบบหินและแบบเซรามิก

4 แหล่งออนเซ็นในจังหวัดกุนมะที่อยากชวนไปเที่ยวคู่กับคุซัตสึออนเซ็น
ถ้าไปเที่ยวคุซัตสึแล้วอยากต่อทริปออนเซ็นอีกสักหน่อย จังหวัดกุนมะก็ยังมีตัวเลือกน่าสนใจอยู่อีกมาก
จังหวัดกุนมะมีคุณภาพและปริมาณน้ำพุร้อนยอดเยี่ยม จึงมักได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีเสน่ห์ด้านออนเซ็นมากที่สุดของญี่ปุ่น
แม้ “คุซัตสึออนเซ็น” จะเป็นตัวแทนที่โดดเด่นที่สุด แต่ก็ยังมีออนเซ็นชื่อดังอีกหลายแห่งกระจายอยู่ทั่วจังหวัด
ออนเซ็นทั้ง 4 แห่งที่จะแนะนำต่อไปนี้ต่างก็มีเสน่ห์ไม่แพ้ “คุซัตสึออนเซ็น” เลย หากคุณชอบออนเซ็น ก็น่าแวะไปสัมผัสด้วยตัวเอง
1. ชิมะออนเซ็น
ชิมะออนเซ็นตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำของแม่น้ำชิมะกาวะที่มีต้นกำเนิดจากเทือกเขามิคุนิ และอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติที่อุดมด้วยธรรมชาติสีเขียว เป็นน้ำพุร้อนชื่อดังที่มีประวัติมากกว่า 1,000 ปี
สรรพคุณที่โดดเด่นที่สุดคือเรื่อง “โรคระบบทางเดินอาหาร” จนได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “สามน้ำพุร้อนชั้นเลิศสำหรับโรคกระเพาะและลำไส้ของญี่ปุ่น”
นอกจากนี้ ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้คุซัตสึออนเซ็น จึงมีชื่อเสียงมาตั้งแต่โบราณในฐานะ “ออนเซ็นปิดท้ายของคุซัตสึ”
คำเรียกนี้มาจากธรรมเนียมที่ผู้คนจะไปบำบัดร่างกายด้วยน้ำแร่กรดเข้มข้นของคุซัตสึก่อน แล้วค่อยมาแช่ชิมะออนเซ็นซึ่งเป็นน้ำแร่ซัลเฟตที่มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและให้ผิวดูกระจ่างใส เพื่อปิดท้ายการบำบัด

2. มินาคามิ 18 ออนเซ็น
“มินาคามิ 18 ออนเซ็น” เป็นชื่อเรียกรวมของออนเซ็น 18 แห่งที่กระจายตัวอยู่บริเวณตอนกลางของแนวเขาชายแดนโจเอ็ตสึ และเนินเขาด้านใต้ของภูเขาทานิงาวะ
ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้ทั้งสายรถไฟโจเอ็ตสึและทางด่วนคันเอ็ตสึ ทำให้เป็นแหล่งออนเซ็นที่เดินทางสะดวก และพัฒนาจนเป็นเมืองออนเซ็นชื่อดังเคียงคู่คุซัตสึและอิคาโฮะ
ที่พักต่าง ๆ ถูกสร้างเรียงรายตามหุบเขาต้นน้ำของแม่น้ำโทเนะ จึงสามารถมองเห็นวิวหุบเขาและภูเขาได้จากแทบทุกแห่ง

3. มันซะออนเซ็น
มันซะออนเซ็นตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาคุซัตสึชิราเนะทางตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัด บนที่สูงระดับ 1,800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
ในฐานะรีสอร์ตบนที่ราบสูงภายในอุทยานแห่งชาติโจชินเอ็ตสึ ที่นี่จึงมีเสน่ห์ตลอดทั้งปี ทั้งเป็นที่พักหนีร้อนในฤดูร้อน และเป็นจุดเล่นสกีในฤดูหนาว
น้ำพุร้อนที่มีปริมาณกำมะถันสูงติดอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่นนั้นมีอุณหภูมิสูงประมาณ 80 องศาเซลเซียส มีปริมาณน้ำผุดขึ้นถึง 5.4 ล้านลิตรต่อวัน มีแหล่งกำเนิดมากกว่า 20 แห่ง และมีสรรพคุณที่หลากหลาย

4. อิคาโฮะออนเซ็น
อิคาโฮะออนเซ็นเป็นแหล่งออนเซ็นที่ผู้คนคุ้นเคยมาตั้งแต่โบราณ ถึงขั้นปรากฏในกวีนิพนธ์มันโยชู และยังเชื่อกันว่าเป็นสถานที่โปรดของนักเขียนและกวีชื่อดังอย่าง ทาเคฮิสะ ยูเมจิ และโทกูโตมิ โรกะ
สัญลักษณ์ของเมืองคือบันไดหินทั้งหมด 365 ขั้น โดยสองข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านงานฝีมือและร้านสินค้าท้องถิ่น
จำนวน 365 ขั้นนั้นแฝงความหมายว่า “ขอให้ย่านออนเซ็นคึกคักตลอด 365 วันของปี” และบนบันไดบางช่วงยังมีบทกวี “ถนนแห่งอิคาโฮะ” ที่เขียนโดยโยซาโนะ อากิโกะ สลักอยู่ด้วย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคุซัตสึออนเซ็น
Q
ที่คุซัตสึออนเซ็นมีกิจกรรมแบบไหนให้ลองบ้าง?
สามารถตระเวนแช่ออนเซ็น เดินชิมอาหารขึ้นชื่อ และสัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นได้
Q
คุซัตสึออนเซ็นมีสรรพคุณอย่างไร?
เชื่อว่าช่วยได้หลากหลาย เช่น อาการปวดเส้นประสาท ปวดกล้ามเนื้อ อาการหนาวง่าย และโรคผิวหนัง เป็นต้น
บทสรุป
เราได้พาไปรู้จักไฮไลต์ของ “คุซัตสึออนเซ็น” ที่เป็นที่รักของชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานแล้ว อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คุณเริ่มอยากไปบ้างหรือเปล่า
ในย่านเล็ก ๆ แห่งนี้มีทั้งออนเซ็น แหล่งท่องเที่ยว อาหารอร่อย และสถานที่ทำกิจกรรมรวมอยู่ด้วยกันอย่างลงตัว จึงเป็นเสน่ห์ที่ทำให้หลายคนประทับใจไม่ยาก
หากอยากพักกายจากความเหนื่อยล้าในชีวิตประจำวัน พร้อมสัมผัสธรรมชาติและประวัติศาสตร์ไปด้วย อยากชวนให้ลองหาโอกาสมาเยือน “คุซัตสึออนเซ็น” สักครั้ง
และถ้าอยากเที่ยวกุนมะให้เต็มอิ่มยิ่งขึ้น ลองอ่านบทความแนะนำสถานที่เที่ยวดังและอาหารท้องถิ่นของกุนมะที่คัดมาแล้วต่อได้เลย
