3 ย่านแนะนำสำหรับทริปวันเดียวในเกียวโต และ 14 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ไม่ควรพลาด

3 ย่านแนะนำสำหรับทริปวันเดียวในเกียวโต และ 14 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ไม่ควรพลาด

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

หลายคนอาจมีแผนเดินทางไป “โอซาก้า” “นารา” หรือ “ชิงะ” แล้วอยากแวะเที่ยว “เกียวโต” ที่อยู่ใกล้กันด้วย
ถ้าอยากเก็บบรรยากาศของเกียวโตให้คุ้มในวันเดียว บทความนี้จะพาไปรู้จักย่านที่เหมาะสำหรับการเที่ยวเกียวโตแบบไปเช้าเย็นกลับ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ของกินท้องถิ่น และแหล่งช้อปปิ้ง
หากเลือกเที่ยวตามสถานที่และของกินที่เราแนะนำ คุณน่าจะได้สัมผัสเสน่ห์อันหลากหลายของ “เกียวโต” อย่างแน่นอน

3 ย่านแนะนำสำหรับเที่ยวเกียวโตแบบวันเดียว

ถ้าอยากตระเวนหลายสถานที่ใน 1 วัน การเลือกย่านที่มีแหล่งท่องเที่ยวกระจุกตัวกันอยู่จะช่วยให้เที่ยวได้คุ้มกว่า
ส่วนใครที่เคยมาเที่ยวเกียวโตแล้ว และกำลังมองหาสถานที่ลับ ๆ นอกกระแส พื้นที่ชานเมืองเกียวโตก็น่าสนใจไม่น้อย
3 ย่านที่เหมาะสำหรับคนอยากเที่ยวเกียวโตแบบไปเช้าเย็นกลับมีดังนี้
ลองใช้ข้อมูลนี้ประกอบกับสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในแต่ละย่านที่เรากำลังจะแนะนำต่อไป เพื่อวางแผนทริปวันเดียวของคุณให้คุ้มที่สุด

ย่าน จุดเด่น สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม
ตัวเมืองเกียวโต เที่ยวสถานที่ดังที่เป็นตัวแทนของเกียวโตได้หลายแห่งในเวลาสั้น ๆ โอโตวะซัง คิโยมิสึเดระ ・ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริไทฉะ・นันเซ็นจิ
อาราชิยามะ เที่ยวจุดชมวิวและสถานที่ท่องเที่ยวบรรยากาศงดงามของเกียวโตได้ในเวลาสั้น ๆ สะพานโทเก็ตสึเคียว・เท็นริวจิ ・ทางเดินป่าไผ่ซากาโนะ
ชานเมืองเกียวโต เพลิดเพลินกับสถานที่น่าสนใจแบบไม่แออัด อามาโนะฮาชิดาเตะ・หมู่บ้านมิยามะ คายาบุกิ โนะ ซาโตะ

8 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในตัวเมืองเกียวโตที่ควรไปในทริปวันเดียว

ในบรรดาแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของ “เกียวโต” พื้นที่ตัวเมืองเกียวโตมีสถานที่ท่องเที่ยวหนาแน่นเป็นพิเศษ และหลายแห่งก็ถือเป็นจุดคลาสสิกที่ไม่ควรพลาด
โดยเฉพาะคนที่มีเวลาเที่ยวเพียง 1 วัน เราได้คัดเลือกสถานที่ยอดนิยมที่อยากแนะนำให้ไปเยือนมาให้แล้ว
ไม่ว่าคุณจะเลือกที่ไหน ก็จะได้สัมผัสทั้งทัศนียภาพสวยงามแบบญี่ปุ่นและประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นอย่างเต็มที่

1. วัดคิโยมิสึเดระ

วัดแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 778 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโกในปี 1994
ภายในบริเวณวัดขนาด 130,000 ตร.ม. บนไหล่เขาโอโตวะซัง มีอาคารทางพุทธศาสนาและศิลาจารึกมากกว่า 30 แห่ง รวมถึงสมบัติแห่งชาติและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ
อีกหนึ่งไฮไลต์คือทิวทัศน์ของวัดคิโยมิสึเดระที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ทั้งซากุระในฤดูใบไม้ผลิ ความเขียวชอุ่มในฤดูร้อน ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง และหิมะในฤดูหนาว
เมื่อเดินขึ้นเนินไปจนสุด จะพบกับประตูนิโอมงสีแดงชาดต้อนรับอยู่เบื้องหน้า
หากเดินขึ้นบันไดต่อไป จะเห็น “เจดีย์สามชั้น” สูงประมาณ 31 เมตร
ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น และสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองเกียวโตได้ไกลสุดสายตา

วัดมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่อยากชวนให้แวะเมื่อมาเกียวโต
วัดมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่อยากชวนให้แวะเมื่อมาเกียวโต

2. วัดคินคะคุจิ

วัดแห่งนี้มีที่มาจาก “คิตะยามะเด็น” ที่เคยเป็นที่พำนักของอาชิคางะ โยชิมิตสึ โชกุนลำดับที่ 3 แห่งรัฐบาลโชกุนมุโรมาจิ
ระฆังที่หอระฆังซึ่งอยู่ตรงทางเข้า สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยคามาคุระ และเป็นระฆังโทนโอโชคุโจที่มีประวัติยาวนาน
ชื่อเรียก “คินคะคุจิ” มาจากศาลบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ตั้งอยู่หน้าสระน้ำและหุ้มด้วยแผ่นทองคำเปลว
หลังคาไม้แผ่นบางแบบโคเคระบุกิ และทองคำบริสุทธิ์ที่ปิดทับไว้บนชั้น 2 และ 3 โดยใช้รักเป็นวัสดุยึดเกาะ ยังถ่ายทอดความรุ่งเรืองของอาชิคางะ โยชิมิตสึมาจนถึงปัจจุบัน

อาคารสีทองอร่ามท่ามกลางธรรมชาติเขียวขจีของคิตะยามะ
อาคารสีทองอร่ามท่ามกลางธรรมชาติเขียวขจีของคิตะยามะ

3. ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริไทฉะ

ศาลเจ้าอินาริศูนย์กลางสูงสุดที่ก่อตั้งในปี 711 และเป็นที่เคารพนับถือทั่วญี่ปุ่นในฐานะเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ทางการเกษตร ความเจริญรุ่งเรืองทางการค้า ความปลอดภัยในครอบครัว การหายจากโรค และการสมหวังในทุกสิ่ง เชื่อกันว่าทั่วประเทศมีศาลเจ้าอินาริประมาณ 30,000 แห่ง
จุดที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือ “เสาโทริอิพันต้น” ซึ่งเป็นอุโมงค์เสาโทริอิสีแดงชาดที่เรียงต่อกันอยู่ด้านหลังอาคารหลัก
จุดเริ่มต้นมาจากผู้มาสักการะนำเสาโทริอิมาถวายพร้อมคำอธิษฐานและความขอบคุณ และทั้งภูเขาอินาริมีจำนวนมากกว่า 10,000 ต้น

“เสาโทริอิพันต้น” สีแดงชาดอันงดงามลึกลับ เป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ
“เสาโทริอิพันต้น” สีแดงชาดอันงดงามลึกลับ เป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ

4. ศาลเจ้าคิฟุเนะ

ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำคิฟุเนะ บริเวณเชิงเขาคิฟุเนะในเขตซะเคียว เมืองเกียวโต โดยประดิษฐานเทพทาคาโอกามิ โนะ คามิ เทพผู้ดูแลสายน้ำ และถือเป็นศาลเจ้าหลักของศาลเจ้าเทพแห่งน้ำประมาณ 2,000 แห่งทั่วญี่ปุ่น
แม้จะไม่ทราบปีที่ก่อตั้งแน่ชัด แต่มีบันทึกการบูรณะอาคารศาลเจ้าในปีฮาคุโฮที่ 6 หรือปี 677 ในรัชสมัยจักรพรรดิเท็มมุ จึงกล่าวกันว่าเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ระดับต้น ๆ ของญี่ปุ่นที่มีประวัติยาวนานมากกว่า 1,300 ปี
พื้นที่ศาลเจ้าแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ฮงงู โอคุมิยะ และยูอิโนะยะชิโระ โดยบริเวณกำแพงหินหน้าศาลเจ้าหลักมีน้ำใสสะอาดผุดขึ้นมาจากภูเขา และได้รับการเคารพบูชาในฐานะน้ำศักดิ์สิทธิ์

ศาลเจ้าเก่าแก่ชั้นนำของญี่ปุ่นที่มีประวัติกว่า 1,300 ปี และเป็นศาลเจ้าหลักของเทพแห่งน้ำประมาณ 2,000 แห่งทั่วประเทศ
ศาลเจ้าเก่าแก่ชั้นนำของญี่ปุ่นที่มีประวัติกว่า 1,300 ปี และเป็นศาลเจ้าหลักของเทพแห่งน้ำประมาณ 2,000 แห่งทั่วประเทศ

5. นันเซ็นจิ

อาคารส่วนใหญ่ที่ยังคงอยู่ในปัจจุบัน สร้างขึ้นหลังสมัยเอโดะ
อาคารโฮโจซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติ เป็นอาคารจากพระราชวังเกียวโตที่โทโยโทมิ ฮิเดโยชิสร้างไว้ และถูกย้ายมาที่นี่ในสมัยเอโดะ ภายในมีภาพเขียนบนฉากกั้นอันวิจิตรแบบศิลปะโมโมยามะของสำนักคาโนะ รวมถึงงานแกะสลักที่เชื่อกันว่าเป็นผลงานของฮิดาริ จิงโกโระ และสวนหินของโคโบริ เอ็นชูที่มีชื่อเสียง
ประตูซันมงได้รับการบูรณะขึ้นใหม่โดยโทโด ทากาโทระในช่วงต้นสมัยเอโดะ และยังปรากฏในละครคาบูกิเรื่อง “โรมงโกะซังโนะคิริ” ด้วย

วัดเซนที่เป็นตัวแทนของเกียวโต ก่อตั้งโดยจักรพรรดิคาเมยามะโฮโอ
วัดเซนที่เป็นตัวแทนของเกียวโต ก่อตั้งโดยจักรพรรดิคาเมยามะโฮโอ

6. หมู่บ้านภาพยนตร์อุซึมาสะ

สวนสนุกธีมภาพยนตร์ชื่อดังของญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในย่านอุซึมาสะของเกียวโต
ที่นี่มีชื่อเสียงจากฉากถ่ายทำละครย้อนยุคให้ชม และหากเปลี่ยนเป็นชุดตัวละครจากละครย้อนยุคแล้วเดินเล่นในสวน ก็จะยิ่งได้สัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นสมัยก่อนอย่างเต็มอิ่ม
ความสนุกไม่ได้มีแค่นั้น เพราะภายในยังมีเครื่องเล่นมากมาย เช่น บ้านนินจากลไก บ้านผีสิง และเขาวงกต 3 มิติ รวมถึงกิจกรรมที่ให้ขึ้นไปสัมผัสเอนทรีปลั๊กและฝ่ามือของเอวานเกเลียนเครื่องแรก ซึ่งเป็นแห่งแรกของโลก ตลอดจนเครื่องเล่นสำหรับเด็กเล็กที่ให้แปลงเป็นนินจาและออกผจญภัยกับชิมาจิโร่และผองเพื่อน

ครบทั้งฉากละครย้อนยุค เครื่องเล่น และอีเวนต์มากมาย! สวนสนุกธีมภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นภาคภูมิใจ
ครบทั้งฉากละครย้อนยุค เครื่องเล่น และอีเวนต์มากมาย! สวนสนุกธีมภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นภาคภูมิใจ

7. ศาลเจ้ายาซากะ

เทพที่ประดิษฐานคือ สุซาโนะโอะ โนะ มิโคโตะ คุชิอินาดะฮิเมะ โนะ มิโคโตะ และยาฮาชิระ โนะ มิโกะกามิ โดยที่นี่เป็นศาลเจ้าหลักของศาลเจ้ายาซากะและศาลเจ้าที่เกี่ยวข้องกับสุซาโนะโอะ โนะ มิโคโตะทั่วประเทศ รวมประมาณ 2,300 แห่ง
เชื่อกันว่าจุดเริ่มต้นของศาลเจ้าเกิดขึ้นในปี 656 เมื่อมีการอัญเชิญเทพจากภูเขาโกซุซังแห่งอาณาจักรชิลลา มาประดิษฐาน ณ ที่แห่งนี้
แต่เดิมได้รับการเคารพในชื่อกิองคันชินอินและกิองฉะ และชาวท้องถิ่นก็ยังเรียกกันอย่างคุ้นเคยว่า “กิองซัง” มาจนถึงทุกวันนี้

ศาลเจ้าเก่าแก่ที่ประดิษฐานมาตั้งแต่ก่อนการย้ายเมืองหลวงสู่เฮอัน และมีประวัติมากกว่า 1,300 ปี
ศาลเจ้าเก่าแก่ที่ประดิษฐานมาตั้งแต่ก่อนการย้ายเมืองหลวงสู่เฮอัน และมีประวัติมากกว่า 1,300 ปี

8. ตลาดนิชิกิ

ตลาดนิชิกิตั้งอยู่บนถนนนิชิโคจิโดริ ทางเหนือของถนนสายหลักของเกียวโตอย่างชิโจโดริ
จุดเริ่มต้นของตลาดแห่งนี้มาจากการที่ร้านปลาที่นี่เติบโตอย่างคึกคัก และในปี 1615 ก็ได้รับการรับรองจากรัฐบาลโชกุนเอโดะจนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตลาดแห่งนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ “ครัวของเกียวโต” และเรียงรายไปด้วยวัตถุดิบมากมาย เช่น ผักเกียวโต ปลาน้ำจืดจากทะเลสาบบิวะ ฮาโมะ กุจิ ปลาซาซะคะเรอิ ยูบะ นามะฟุ และผักดอง เรียกได้ว่าวัตถุดิบเฉพาะแบบเกียวโตแทบทั้งหมดหาซื้อได้ที่นี่
ตลอดแนวอาเขตยาวประมาณ 390 เมตร มีร้านค้าประมาณ 130 ร้านเรียงอยู่ทั้งสองฝั่ง ภายในยังมีของกินเกียวโตให้เลือกมากมายจนตัดสินใจยาก เช่น โดนัทนมถั่วเหลือง มันจูนามะฟุ เทมปุระคามาโบโกะ และครีมโคร็อกเกะยูบะ

รวมวัตถุดิบแบบเกียวโตไว้อย่างครบครัน! ตลาดที่สนับสนุนวัฒนธรรมอาหารเกียวโตมากว่า 400 ปี
รวมวัตถุดิบแบบเกียวโตไว้อย่างครบครัน! ตลาดที่สนับสนุนวัฒนธรรมอาหารเกียวโตมากว่า 400 ปี

3 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมใน “อาราชิยามะ” ที่ได้พบวิวสวยงดงาม

ถ้าอยากเที่ยวหลายจุดใน 1 วัน “อาราชิยามะ” ก็เป็นอีกย่านที่น่าแวะ
เพราะสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของอาราชิยามะกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ไม่กว้างมาก จึงสามารถเที่ยวได้หลายแห่งแม้มีเวลาจำกัด
แม้ในตัวเมืองเกียวโตจะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย แต่เสน่ห์สำคัญของอาราชิยามะคือทิวทัศน์ธรรมชาติที่งดงามน่าประทับใจ
ที่นี่ยังมีจุดชมซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังหลายแห่ง หากคุณมีแผนมาเกียวโตในฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วง ลองเพิ่มอาราชิยามะไว้ในแผนเที่ยวด้วย

1. สะพานโทเก็ตสึเคียว

สะพานแห่งนี้เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 9 ของสมัยเฮอัน แม้จะถูกน้ำพัดเสียหายหลายครั้ง แต่ก็ได้รับการสร้างขึ้นใหม่ทุกครั้ง
ว่ากันว่าชื่อนี้มาจากจักรพรรดิคาเมยามะในสมัยคามาคุระ ที่ทรงเห็นดวงจันทร์เคลื่อนผ่านเหนือสะพานราวกับกำลังข้ามไปบนสะพานแห่งนี้
ไม่ว่าจะเป็นฤดูใบไม้ผลิที่มีซากุระ ฤดูร้อนที่เขียวชอุ่ม ฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสี หรือฤดูหนาวที่มีหิมะ ทิวทัศน์ที่นี่ก็กลมกลืนกับธรรมชาติอย่างงดงาม จนไม่ว่าเมื่อไรจะมีนักท่องเที่ยวหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพอยู่เสมอ

ทิวทัศน์อันเป็นสัญลักษณ์ของอาราชิยามะ ที่เคยปรากฏในภาพพิมพ์ของคัตสึชิกะ โฮคุไซ
ทิวทัศน์อันเป็นสัญลักษณ์ของอาราชิยามะ ที่เคยปรากฏในภาพพิมพ์ของคัตสึชิกะ โฮคุไซ

2. เท็นริวจิ

วัดใหญ่ประจำสำนักเท็นริวจิแห่งนิกายรินไซ
ก่อตั้งขึ้นในปี 1339 ช่วงต้นสมัยมุโรมาจิ โดยอาชิคางะ ทากาอุจิ เพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่จักรพรรดิโกะไดโงะ และมีมุโซ โคคุชิเป็นผู้เปิดวัด
บริเวณวัดที่แผ่กว้างบนที่ตั้งเดิมของคฤหาสน์คาเมยามะของจักรพรรดิโกะซากะ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานและสถานที่ทิวทัศน์พิเศษแห่งแรกของญี่ปุ่น และในปี 1994 ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโกในฐานะหนึ่งใน “ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมแห่งเมืองโบราณเกียวโต”

วัดเซนเก่าแก่ที่เคยได้รับการยกย่องให้เป็นอันดับ 1 แห่ง “เกียวโตโกะซัง” และยังขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
วัดเซนเก่าแก่ที่เคยได้รับการยกย่องให้เป็นอันดับ 1 แห่ง “เกียวโตโกะซัง” และยังขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

3. ทางเดินป่าไผ่ซากาโนะ

ซากาโนะเป็นพื้นที่ที่มีทิวทัศน์งดงาม จนได้รับความรักจากชนชั้นสูงและนักประพันธ์มาตั้งแต่สมัยเฮอัน ปี 794–1185 และมีการสร้างบ้านพักตากอากาศกับกระท่อมไว้มากมาย
ทางเดินป่าไผ่ซากาโนะที่ตั้งอยู่ในพื้นที่นี้ เป็นเส้นทางเดินเล่นยาวประมาณ 400 เมตร จากศาลเจ้าโนโนมิยะ ผ่านประตูเหนือของวัดเท็นริวจิ ไปจนถึงโอคุจิ ซังโซ
ภาพของต้นไผ่เขียวชอุ่มที่สูงเสียดฟ้าเป็นทิวสวยงาม มักปรากฏบนปกนิตยสารท่องเที่ยว ละครโทรทัศน์ และโฆษณา จนเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในวิวที่เป็นตัวแทนของเกียวโต

ทางเดินท่องเที่ยวยอดนิยมของเกียวโต ที่มีป่าไผ่เขียวชอุ่มปกคลุมเหนือศีรษะอย่างสวยงาม
ทางเดินท่องเที่ยวยอดนิยมของเกียวโต ที่มีป่าไผ่เขียวชอุ่มปกคลุมเหนือศีรษะอย่างสวยงาม

3 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำชานเมืองเกียวโตที่ชมวิวสุดตระการตาได้

เมื่อพูดถึงการเที่ยวเกียวโต หลายคนอาจนึกถึงตัวเมืองเกียวโตหรืออาราชิยามะที่เราแนะนำไปก่อนหน้านี้เป็นหลัก
แต่จริง ๆ แล้วบริเวณชานเมืองเกียวโตก็มีสถานที่น่าสนใจกระจายตัวอยู่อีกไม่น้อย
ที่นี่มีหลายจุดที่สามารถชมวิวสวยงามแบบญี่ปุ่นได้อย่างเต็มตา และอีกเสน่ห์หนึ่งคือมีนักท่องเที่ยวน้อยกว่า
แม้อาจไม่ได้เดินทางสะดวกมากนัก ทำให้ทริปวันเดียวอาจเที่ยวได้เพียง 1 หรือ 2 แห่ง แต่ก็ยิ่งทำให้แต่ละสถานที่มอบประสบการณ์ที่คุ้มค่าและน่าประทับใจยิ่งขึ้น

1. อามาโนะฮาชิดาเตะ

อามาโนะฮาชิดาเตะได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 3 วิวที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่น ร่วมกับมัตสึชิมะแห่งแคว้นริคุเซ็น จังหวัดมิยางิ และมิยาจิมะแห่งแคว้นอากิ จังหวัดฮิโรชิมะ
สันดอนทรายแห่งนี้มีความยาวประมาณ 3.6 กิโลเมตร กว้างประมาณ 20–170 เมตร และมีต้นสนขึ้นหนาแน่นราว 5,000 ต้น รูปลักษณ์อันน่าอัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นตลอดเวลาหลายพันปี ทำให้ที่นี่ได้รับเลือกให้ติดอันดับร้อยสถานที่ต่าง ๆ ของญี่ปุ่นมากมาย เช่น ร้อยสนชื่อดังของญี่ปุ่น ร้อยชายหาดทรายขาวและสนเขียวของญี่ปุ่น ร้อยชายฝั่งของญี่ปุ่น และร้อยภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์อันงดงามของญี่ปุ่น

หนึ่งใน 3 วิวที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่น กับทิวทัศน์สวยจับตาของต้นสนราว 5,000 ต้นที่เรียงรายตลอดระยะทางประมาณ 3.6 กิโลเมตร
หนึ่งใน 3 วิวที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่น กับทิวทัศน์สวยจับตาของต้นสนราว 5,000 ต้นที่เรียงรายตลอดระยะทางประมาณ 3.6 กิโลเมตร

2. หมู่บ้านมิยามะ คายาบุกิ โนะ ซาโตะ

เมืองมิยามะ ในเมืองนันตัน จังหวัดเกียวโต เป็นพื้นที่ที่ยังคงมีบ้านพื้นเมืองหลังคามุงจากอันหาชมได้ยากหลงเหลืออยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะหมู่บ้านคิตะที่ยังมีบ้านมุงจากอยู่จริง 39 หลัง ท่ามกลางธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล เกิดเป็นภาพชนบทญี่ปุ่นดั้งเดิมที่งดงาม และยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมสำคัญของประเทศ
ปัจจุบันทั้งหมู่บ้านเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่รู้จักกันในชื่อ “มิยามะ คายาบุกิ โนะ ซาโตะ” และมีนักท่องเที่ยวมาเยือนจำนวนมาก ที่นี่สามารถสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่สืบต่อมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้ผ่านศาลเจ้า วัด พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่จัดแสดงวิถีชีวิตเกษตรกรเมื่อประมาณ 200 ปีก่อนด้วยเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันและอุปกรณ์การเกษตร รวมถึงพิพิธภัณฑ์ศิลปะบนชั้น 2 ของโรงย้อมครามที่จัดแสดงผลงานมัดย้อมจากทั้งในและต่างประเทศ

สัมผัสวิถีชีวิตชนบทญี่ปุ่นในมิยามะ เมืองที่ยังคงมีบ้านมุงจากแบบดั้งเดิมอยู่มากมาย
สัมผัสวิถีชีวิตชนบทญี่ปุ่นในมิยามะ เมืองที่ยังคงมีบ้านมุงจากแบบดั้งเดิมอยู่มากมาย

3. ฟุนายะแห่งอิเนะ

อ่าวอิเนะตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดเกียวโต และรุ่งเรืองด้านการประมงมาตั้งแต่อดีต
อาคารที่เรียกว่า “ฟุนายะ” เรียงรายต่อเนื่องตลอดแนวชายฝั่ง โดยชั้น 1 เชื่อมต่อกับทะเลและใช้เป็นที่เก็บเรือสำหรับการประมง
ทิวทัศน์ของฟุนายะประมาณ 230 หลังที่ทอดยาวราว 5 กิโลเมตรนั้นหาได้ยากในระดับประเทศ และยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมสำคัญของประเทศ

อาคารหาชมได้ยากในญี่ปุ่นที่ชั้น 1 เชื่อมต่อกับทะเล ตั้งเรียงรายริมอ่าวอิเนะซึ่งรุ่งเรืองด้านการประมง
อาคารหาชมได้ยากในญี่ปุ่นที่ชั้น 1 เชื่อมต่อกับทะเล ตั้งเรียงรายริมอ่าวอิเนะซึ่งรุ่งเรืองด้านการประมง

อยากอิ่มอร่อยกับอาหารท้องถิ่นต้องที่นี่! 3 ร้านอาหารยอดนิยมในเกียวโต

แม้จะเป็นทริปวันเดียว แต่ถ้ามาถึงเกียวโตแล้ว ก็อยากชวนให้ลองลิ้มรสอาหารท้องถิ่นของเกียวโตด้วย
หนึ่งในเอกลักษณ์ของที่นี่คืออาหารเกียวโตแบบดั้งเดิม เช่น ผักดองเกียวโต ยูโดฟุ และยูบะ รวมถึงรสน้ำซุปดาชิที่มักใช้คู่กัน ซึ่งเป็นรสชาติแบบญี่ปุ่นที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว
แม้ให้ความรู้สึกละมุนอ่อนโยน แต่ก็มีรสอูมามิที่เด่นชัดและแผ่ขยายอยู่ในทุกคำ นี่คือเสน่ห์ของดาชิ
จากนี้ไป เราจะพาไปรู้จักร้านอาหารยอดนิยมใน “เกียวโต” ที่เหมาะสำหรับการอิ่มอร่อยกับอาหารเกียวโตอย่างเต็มที่ ลองเลือกสักร้านไว้ในทริปของคุณได้เลย

1. นันเซ็นจิ จุนเซ

ร้านเก่าแก่ที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมยูโดฟุอันหยั่งรากลึกในเกียวโต ผ่านเมนูยูโดฟุที่ได้รับความรักมายาวนานบนถนนหน้าวัดนันเซ็นจิ พร้อมสะท้อนเสน่ห์ของวัฒนธรรมดั้งเดิมแห่งเกียวโต
คุณสามารถค่อย ๆ ลิ้มรสยูโดฟุและยูบะเมนูขึ้นชื่อ พร้อมชมสวนแบบเดินชมรอบสระขนาด 1,200 สึโบะที่งดงามไปด้วยดอกไม้และพรรณไม้ตามฤดูกาล
ภายในสวนมี “จุนเซโชอิน” ซึ่งเดิมเป็นสำนักศึกษาแพทย์ที่สร้างโดยชิงงู เรียวเท แพทย์ด้านรังคาคุในสมัยเอโดะ และปัจจุบันยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมรูปธรรมของประเทศ
เมนูมีทั้งคอร์สสบาย ๆ และไคเซกิเกียวโตที่ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล โดย “คอร์สดอกไม้” ราคา 3,630 เยน ให้เลือกจานหลักได้ระหว่างยูโดฟุจากถั่วเหลืองญี่ปุ่นหรือยูบะแบบสดใหม่ พร้อมเครื่องเคียงอย่างผักต้มปรุงรสและเด็งงากุ จัดเต็มจนน่าพอใจมาก

ร้านยูโดฟุเก่าแก่บรรยากาศเปี่ยมเสน่ห์ที่ตั้งอยู่หน้าประตูวัดนันเซ็นจิ
ร้านยูโดฟุเก่าแก่บรรยากาศเปี่ยมเสน่ห์ที่ตั้งอยู่หน้าประตูวัดนันเซ็นจิ

2. คิฟุเนะ ฮิโรยะ

เรียวกังพร้อมอาหารที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำคิฟุเนะ ต้นน้ำของแม่น้ำคาโมะ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1932
สำหรับคนที่สนใจบรรยากาศหน้าร้อนของเกียวโต ที่นี่ยังเป็นที่รู้จักในฐานะร้านชื่อดังของ “คาวะโดโกะ” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของฤดูร้อนในเกียวโต และเมื่อถึงฤดูกาลก็มักมีผู้คนมาเยือนมากมาย
คาวะโดโกะที่สร้างไว้เหนือสายน้ำใสของแม่น้ำคิฟุเนะให้บรรยากาศเย็นสบาย มีสายลมพัดผ่านและเสียงน้ำไหลแผ่วเบาอย่างมีเสน่ห์ สิ่งที่ได้ลิ้มลองในทำเลชั้นยอดนี้คืออาหารไคเซกิตามฤดูกาลที่ทั้งสวยงามและผ่านการรังสรรค์อย่างประณีตในทุกจาน
นอกจากความอร่อยแล้ว ประสบการณ์ที่ทำให้พึงพอใจได้ผ่านตา หู และจมูก หรือทั้งห้าสัมผัสนี้ จะกลายเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ดีที่สุดของการเดินทางอย่างแน่นอน

ลิ้มรสไคเซกิตามฤดูกาลด้วยทั้งห้าสัมผัส ในย่านลึกสงบอันบริสุทธิ์ของเกียวโต
ลิ้มรสไคเซกิตามฤดูกาลด้วยทั้งห้าสัมผัส ในย่านลึกสงบอันบริสุทธิ์ของเกียวโต

3. เกียวโตกิอง อานง สาขาหลักเกียวโตกิอง

ร้านขนมหวานถั่วแดงเฉพาะทางที่ตั้งอยู่ริมตรอกคิริดōชิในย่านกิอง ซึ่งมีบ้านมาจิยะแบบเก่าเรียงรายอยู่ประปราย
ผู้ดำเนินกิจการคือ “ซาซาเอะโชคุฮิน” ที่มีชื่อเสียงจากโอฮากิทำจากถั่วอะซึกิพันธุ์โทคาจิจากฮอกไกโด ซึ่งได้รับฉายาว่า “เพชรสีแดง”
โดยยึดเทคนิคการทำถั่วแดงกวนที่สั่งสมมายาวนานเป็นแกนหลัก ที่นี่จึงมีขนมสไตล์ใหม่ให้เลือกหลากหลาย โดยไม่ยึดติดกับกรอบของขนมญี่ปุ่นหรือขนมตะวันตก

นำเสนอขนมหวานแนวใหม่อย่าง “อันโปเนะ” และเมนูอื่น ๆ ที่ผสานถั่วแดงกวนเข้ากับกลิ่นอายแบบตะวันตก
นำเสนอขนมหวานแนวใหม่อย่าง “อันโปเนะ” และเมนูอื่น ๆ ที่ผสานถั่วแดงกวนเข้ากับกลิ่นอายแบบตะวันตก

“อาคารสถานีเกียวโต” ที่เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งและเลือกของฝากได้ในเวลาสั้น ๆ

หากอยากสนุกกับการช้อปปิ้งและเลือกของฝากในเกียวโต “อาคารสถานีเกียวโต” ที่เชื่อมต่อกับสถานีโดยตรงก็เป็นตัวเลือกที่สะดวกมาก ภายในรวมร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านวัฒนธรรมไว้ครบครัน
บริเวณชั้นใต้ดิน 2 ถึงชั้น 1 ของ “ศูนย์การค้าเฉพาะทางในอาคารสถานีเกียวโต เดอะคิวบ์” มีทั้งร้านขายของฝากสไตล์เกียวโต ขนมหวาน แฟชั่นและของใช้จุกจิกตามเทรนด์เรียงรายอยู่มากมาย
ทางฝั่งตะวันตกของอาคารสถานียังมี “เจอาร์ เกียวโต อิเซตัน” ที่รวมแบรนด์ยอดนิยมด้านแฟชั่นและเครื่องสำอางไว้มากมาย
เนื่องจากสถานีเกียวโตเป็นจุดที่มักต้องแวะเมื่อเที่ยวเกียวโต และยังเป็นสถานีที่หลายคนใช้เดินทางกลับที่พักในโอซาก้า นารา หรือชิงะ จึงสะดวกมากที่จะใช้โอกาสนี้ช้อปปิ้งและเลือกของฝากไปพร้อมกัน

อาคารสถานีแสนสะดวกที่ครบทั้งช้อปปิ้ง ของกิน และจุดพักผ่อน
อาคารสถานีแสนสะดวกที่ครบทั้งช้อปปิ้ง ของกิน และจุดพักผ่อน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเกียวโต

Q

ถ้ามีเวลาจำกัดแต่อยากเที่ยวหลายสถานที่ ควรเลือกย่านไหนดี?

A

แนะนำตัวเมืองเกียวโตหรืออาราชิยามะ เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวกระจุกตัวอยู่ค่อนข้างมาก

Q

อาหารดังของเกียวโตมีอะไรบ้าง?

A

อาหารเกียวโตแบบดั้งเดิม เช่น ผักดองเกียวโต ยูโดฟุ และยูบะ เป็นเมนูที่มีชื่อเสียงมาก

บทสรุป

ทริปวันเดียวใน “เกียวโต” ก็ยังพอเก็บได้ทั้งย่านน่าเที่ยว สถานที่ยอดนิยมที่ควรไปเยือน และอาหารดังที่ไม่อยากให้พลาด
หากเลือกเที่ยวและชิมตามสถานที่กับของกินที่แนะนำในบทความนี้ คุณน่าจะได้สัมผัสเสน่ห์ของ “เกียวโต” ไปไม่น้อย
ในบทความด้านล่าง เรายังคัดเลือกสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำและยอดนิยมมาให้อีกด้วย
หากคุณวางแผนจะขยายเวลาพักใน “เกียวโต” เพื่อเที่ยวแบบเต็มอิ่มยิ่งขึ้น ลองใช้เป็นข้อมูลประกอบการเดินทางได้เลย