ผ่อนคลายไปกับกลิ่นหอมชวนสบายใจ! แนะนำ “ธูปหอม” ของญี่ปุ่น

ผ่อนคลายไปกับกลิ่นหอมชวนสบายใจ! แนะนำ “ธูปหอม” ของญี่ปุ่น

อัปเดต :
เขียนโดย:  Sayaka Motomura
ตรวจสอบโดย:  Shoyeido Co., Ltd.

เพียงได้กลิ่นหอมลอยมาแผ่วๆ บรรยากาศรอบตัวก็ดูสงบลงอย่างน่าประหลาด ในญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมการจุดธูปหอมเพื่อรีเฟรชตัวเองสำหรับผู้คนยุคใหม่ที่ใช้ชีวิตอย่างวุ่นวายในแต่ละวัน บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักเสน่ห์และความลึกซึ้งของโลกแห่ง “ธูปหอม” ที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นมาตั้งแต่อดีต

ประวัติธูปหอมในญี่ปุ่น

หากมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ ธูปหอมเข้ามาสู่ญี่ปุ่นเมื่อกว่า 1,400 ปีก่อน โดยเข้ามาพร้อมกับพุทธศาสนาในราวปี ค.ศ. 538 ช่วงสมัยอาสึกะ หลักฐานเก่าแก่ที่สุดเกี่ยวกับธูปหอมในญี่ปุ่นปรากฏอยู่ใน “นิฮงโชกิ” ซึ่งเป็นพงศาวดารเล่มแรกของญี่ปุ่นที่จัดทำขึ้น โดยมีบันทึกเกี่ยวกับ “จิงโค (Jinkō)” หรือไม้กฤษณา ซึ่งเป็นวัตถุดิบของธูปหอม (รายละเอียดจะกล่าวถึงภายหลัง)

ต่อมาในสมัยนารา ธูปหอมมักถูกใช้ในบริบททางศาสนา เช่น การชำระสถานที่บูชาหน้าพระพุทธรูป และมีการกล่าวกันว่า พระกันจิน วาโจ ผู้มีบทบาทสำคัญต่อการเผยแผ่พุทธศาสนาในญี่ปุ่น ได้เดินทางมาจากราชวงศ์ถังในปี ค.ศ. 753 พร้อมนำตำรับยาหอมและเทคนิคการปรุงธูปหอมจำนวนมากเข้ามาด้วย

หลังจากนั้น ชนชั้นขุนนางซึ่งเรียนรู้เรื่องธูปหอมในฐานะส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมแบบถัง ก็เริ่มเพลิดเพลินกับธูปหอมในชีวิตประจำวัน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความหมายทางศาสนาอีกต่อไป ในสมัยเฮอัน วัฒนธรรมธูปหอมจึงแพร่หลายในหมู่ขุนนางซึ่งเป็นศูนย์กลางการเมืองของยุคนั้น วรรณกรรมอย่าง “มะกุระโนะโซชิ” และ “เก็นจิโมโนกาตาริ” ก็มีการพรรณนาถึงการใช้ธูปหอมเช่นกัน ในยุคนั้นนิยมใช้ “ทาคิโมโนะ” ซึ่งทำจากการผสมวัตถุดิบหอมหลายชนิดอย่างซับซ้อน แล้วรมด้วยถ่านไฟเพื่อนำกลิ่นไปอบห้อง เส้นผม และเสื้อผ้า โดยส่วนผสมมักมีไม้กฤษณา กานพลู ไม้จันทน์ เป็นต้น นำมาบดเป็นผงแล้วนวดกับเนื้อบ๊วยหรือน้ำผึ้งให้จับตัวเป็นก้อน ต่อมาเมื่อพุทธนิกายเซนแพร่หลายในสมัยคามากูระ ก็เกิดวิธี “มงโก” คือการตั้งใจฟังและลิ้มรสกลิ่นของไม้หอมอย่างช้าๆ

เมื่อเข้าสู่สมัยเอโดะ การเล่นเกมดมกลิ่นหรือคุมิโคะก็แพร่หลายจากชนชั้นสูงและซามูไรไปสู่ชาวเมืองผู้เป็นกำลังสำคัญทางเศรษฐกิจ มีการพัฒนาเครื่องมือสำหรับชื่นชมกลิ่น รวมถึงมารยาทและแบบแผนในการเสพกลิ่น จนกลายเป็นศาสตร์ที่เรียกว่า “วิถีแห่งกลิ่น” ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีการผลิตธูปแท่งก็ถูกนำเข้ามาจากจีน และการใช้ธูปแท่งก็แพร่หลายไปในหมู่ประชาชนทั่วไปด้วย

วัตถุดิบและแหล่งผลิตของธูปหอม

ไม้หอม

สำหรับคนที่สนใจเรื่องวัตถุดิบของธูปหอม สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งก็คือไม้หอม ซึ่งเป็นไม้ธรรมชาติที่มีกลิ่นหอม ไม้หอมที่เป็นตัวแทนหลักมี 3 ชนิด ได้แก่ ไม้จันทน์ ไม้กฤษณา และเคียระ แม้จะเป็นไม้ชนิดเดียวกัน แต่กลิ่นก็แตกต่างกันไปตามต้น บางชนิดหายากและมีมูลค่าสูงมาก

จากซ้าย: ไม้จันทน์, เคียระ, ไม้กฤษณา
จากซ้าย: ไม้จันทน์, เคียระ, ไม้กฤษณา

・ไม้จันทน์

เป็นไม้หอมที่พบได้ทั่วไปมากที่สุด ปลูกในอินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และพื้นที่อื่นๆ โดย “โรซังเบียคุดัน” จากแคว้นไมซอร์ของอินเดียถือว่าเป็นเกรดคุณภาพสูงสุด นอกจากใช้ทำธูปหอมแล้ว ยังนำไปใช้เป็นวัสดุสำหรับงานแกะสลัก พัด และใช้ในทางยาอีกด้วย

・ไม้กฤษณา

เป็นไม้หอมหายากที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ใช้เวลายาวนานในการก่อตัวในป่าฝนเขตร้อนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น คาบสมุทรอินโดจีนและอินโดนีเซีย เมื่อไม้ได้รับบาดแผลหรือปัจจัยภายนอกอื่นๆ เรซินจะสะสมและแข็งตัวในบางส่วนของต้น และเมื่อไม้ค่อยๆ ตายลงก็เกิดการบ่มจนกลายเป็นไม้หอมชนิดนี้ ชื่อเดิมมีความหมายว่า “ไม้หอมที่จมน้ำได้” จึงเรียกย่อว่าไม้กฤษณา นอกจากใช้เป็นวัตถุดิบให้กลิ่นแล้ว ยังใช้เป็นสมุนไพรมาตั้งแต่อดีต

・เคียระ

เป็นไม้กฤษณาประเภทหนึ่ง เกิดขึ้นผ่านกระบวนการเกือบเหมือนกับไม้กฤษณาทั่วไป แต่มีความโดดเด่นเป็นพิเศษจากคุณภาพของกลิ่นและปริมาณน้ำมัน ในอดีตเคยเก็บได้ในบางพื้นที่ของเวียดนามเท่านั้น แต่ปัจจุบันหาได้ยากมาก จึงนับเป็นหนึ่งในไม้หอมที่มีค่ามาก

นอกจากนี้ ไม้หอมเหล่านี้ยังถูกแปรรูปเป็นรูปแบบต่างๆ ให้เหมาะกับการใช้งานอีกด้วย

・แบบซอย

สำหรับไม้หอมแบบนี้ จะซอยเป็นชิ้นเล็กๆ เหมาะทั้งสำหรับพิธีโปรยธูปและการอบหอมภายในห้อง

แบบซอย
แบบซอย

・แบบเล็บ

เหมาะสำหรับงานพุทธพิธีและการอบหอมในห้อง มีลักษณะเป็นชิ้นยาวเรียว

แบบเล็บ
แบบเล็บ

・แบบไม้ท่อน

เป็นรูปทรงที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด ผู้ใช้สามารถตัดแบ่งตามขนาดที่ต้องการได้เอง

แบบไม้ท่อน
แบบไม้ท่อน

・แบบซ้อน

เป็นรูปแบบที่ใช้กับไม้จันทน์เท่านั้น นิยมใช้ช่วยป้องกันแมลงในม้วนภาพแขวนและม้วนเอกสาร

แบบซ้อน
แบบซ้อน

・แบบผ่า

เป็นรูปแบบที่นิยมใช้ในงานชงชา งานพุทธพิธี ตลอดจนการฝึกชงชาและการอบหอมในห้อง

แบบผ่า
แบบผ่า

・แบบเหลี่ยมตัด

เป็นรูปแบบที่ตัดแต่งอย่างเรียบร้อยเป็นทรงสี่เหลี่ยม ใช้ในพิธีกรรมทางพุทธศาสนาและพิธีชงชา

รูปแบบของไม้หอมเหล่านี้ บางครั้งก็เลือกใช้ตามแนวคิดดั้งเดิมของญี่ปุ่นอย่าง “ฮาเระ” และ “เคะ” สำหรับคำว่า “ฮาเระ” หมายถึงวันพิเศษ เช่น เทศกาลหรือพิธีการ ส่วน “เคะ” หมายถึงชีวิตประจำวันทั่วไป แบบ “เล็บ” และ “แบบซอย” ที่รูปทรงไม่สม่ำเสมอจึงมีราคาย่อมเยากว่าเล็กน้อย และเหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวันในฐานะ “ธูปหอมสำหรับวันปกติ” ขณะที่ “แบบเหลี่ยมตัด” ซึ่งจัดแต่งอย่างประณีต มักใช้เป็น “ธูปหอมสำหรับวันพิเศษ”

แบบเหลี่ยมตัด
แบบเหลี่ยมตัด

วัตถุดิบหอมจากธรรมชาติ

เมื่อมองลึกลงไปในส่วนผสมของธูปหอม ก็จะพบว่ายังมีวัตถุดิบหอมจากธรรมชาติอีกหลายสิบชนิดที่ถูกนำมาใช้ และเพราะเป็นของธรรมชาติ หลายชนิดจึงหาได้ยาก ในบรรดาวัตถุดิบเหล่านี้ก็มีไม่น้อยที่คุ้นหูในฐานะเครื่องเทศหรือสมุนไพรจีน

・อบเชย

สำหรับวัตถุดิบชนิดนี้ คือเปลือกแห้งของต้นซินนามอนจีน หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า “ซินนามอน” พบได้ในภาคใต้ของจีนและเวียดนาม เป็นต้น

อบเชย
อบเชย

・กานพลู

ก็คือดอกตูมแห้งของต้นกานพลู ในโลกตะวันตกใช้เป็นเครื่องเทศที่รู้จักกันดีในชื่อโคลฟมาตั้งแต่โบราณ

กานพลู
กานพลู

・โป๊ยกั๊ก

หมายถึงผลแห้งของต้นโป๊ยกั๊ก หรือที่เรียกอีกชื่อว่า “สตาร์อานิส” เป็นเครื่องเทศสำคัญในอาหารจีน และผลิตมากในกวางตุ้งกับมณฑลยูนนานทางตอนใต้ของจีน

โป๊ยกั๊ก
โป๊ยกั๊ก

・เบนโซอิน

ได้จากการกรีดลำต้นของต้นเบนโซอินเพื่อเก็บเรซินที่ไหลซึมออกมา ผลิตมากในสุมาตรา

เบนโซอิน
เบนโซอิน

・พิมเสน

เป็นผลึกจากยางไม้ของต้นพิมเสน ใช้เป็นวัตถุดิบของธูปหอมและสารกันแมลง พบมากในสุมาตราและบอร์เนียว และยังเคยมีการขุดพบในสุสานโบราณมารุโกะยามะของญี่ปุ่นจนเป็นประเด็นที่น่าสนใจด้วย

พิมเสน
พิมเสน

・กำยาน

เป็นเรซินที่ซึมออกมาจากลำต้นของต้นกำยาน พบในแอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือและบริเวณชายฝั่งทะเลอาหรับ อีกทั้งยังใช้ในพิธีกรรมของศาสนาคริสต์ด้วย

กำยาน
กำยาน

・กระชายหอม

เป็นพืชพื้นเมืองของเวียดนาม โดยนำเหง้าของพืชตระกูลขิงที่เก็บได้หลักๆ ในภาคใต้ของจีนและเวียดนาม มาทำให้แห้งและหั่นเป็นชิ้น

กระชายหอม
กระชายหอม

・พิมเสนต้นแพตชูลี

เป็นพืชตระกูลกะเพราที่มีถิ่นกำเนิดในฟิลิปปินส์ นำมาทำให้แห้ง ใช้กันในชื่อแพตชูลี และออกดอกสีขาวถึงม่วงอ่อน

พิมเสนต้นแพตชูลี
พิมเสนต้นแพตชูลี

・ฝาปิดหอย

คือฝาของหอยเปลือกเดี่ยว ใช้เป็นสารช่วยตรึงกลิ่นให้คงอยู่นาน เป็นวัตถุดิบจากสัตว์เพียงชนิดเดียว และปัจจุบันนิยมใช้ชนิดที่มีถิ่นกำเนิดบริเวณชายฝั่งแอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือ

ฝาปิดหอย
ฝาปิดหอย

ธูปหอมทำขึ้นจากการปรุงผสมไม้หอมและวัตถุดิบหอมจากธรรมชาติเหล่านี้เข้าด้วยกัน แม้ธูปหอมจะเป็นสิ่งที่สืบทอดมาแต่โบราณในญี่ปุ่น แต่วัตถุดิบส่วนใหญ่กลับนำเข้าจากหลายประเทศทั่วโลก เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน อินเดีย และเอเชียตะวันตก

ประเภทของธูปหอม

ธูปหอมมีอยู่หลายรูปแบบ ทั้งชนิดที่ต้องจุดไฟโดยตรงและชนิดที่มีกลิ่นหอมได้เองที่อุณหภูมิห้อง รูปทรงและวิธีใช้จึงต่างกันออกไป เลือกให้เหมาะกับสถานการณ์ที่ต้องการจะดีที่สุด

1. ธูปหอมแบบจุดไฟโดยตรง

เวลาใช้งาน ให้วางหรือตั้งธูปหอมบนกระถางธูปหรือที่ปักธูป

・ธูปแท่ง

เป็นธูปหอมที่คนญี่ปุ่นคุ้นเคยมากที่สุด เพราะมักใช้ในงานพุทธพิธี มีหลายประเภทและหลายความยาวตามวัตถุประสงค์ เช่น สำหรับใช้ในห้องหรือใช้ในพิธี ยิ่งแท่งยาว เวลาการเผาไหม้ก็ยิ่งนาน อีกทั้งยังหักได้ง่าย จึงสามารถหักใช้ตามระยะเวลาที่ต้องการได้ ทำให้ปรับเวลาได้สะดวก และเพราะพื้นที่ที่เผาไหม้มีความสม่ำเสมอ กลิ่นจึงกระจายอย่างคงที่

ธูปแท่ง
ธูปแท่ง

วิธีใช้ธูปแท่ง

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมเมื่อใช้ธูปแท่ง ได้แก่ จานรองธูป (หรือจานเซรามิกขนาดเล็ก) ที่ปักธูป และไฟแช็ก ควรถือไฟแช็กในแนวตั้งฉากกับพื้นแล้วจุดไฟ จากนั้นนำปลายธูปเข้าใกล้เปลวไฟ เมื่อไฟติดแล้วให้ลดธูปลงในแนวดิ่งอย่างรวดเร็วเพื่อให้เปลวไฟดับ หรือจะใช้มือโบกให้ดับด้วยแรงลมก็ได้ ข้อสำคัญคือไม่ควรสะบัดธูปให้ดับเพราะอาจเป็นอันตราย แล้วจึงปักธูปลงบนที่ปักซึ่งวางอยู่บนจานรองที่มีขนาดรองรับเถ้าได้ เพื่อเพลิดเพลินกับกลิ่นหอม

・แบบทรงกรวย

ใช้โดยจุดไฟที่ปลายยอดของกรวย เนื่องจากเป็นทรงกรวย พื้นที่เผาไหม้จะกว้างขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างที่ไหม้ ทำให้กลิ่นค่อยๆ เข้มขึ้นตามไปด้วย เหมาะเมื่ออยากให้ห้องมีกลิ่นหอมในเวลาอันสั้น อีกจุดเด่นคือเถ้าจะคงรูปเป็นทรงกรวย ทำให้ไม่กระจายและเก็บง่าย

แบบทรงกรวย
แบบทรงกรวย

วิธีใช้แบบทรงกรวย

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมเมื่อใช้ธูปหอมแบบทรงกรวย ได้แก่ จานรองธูป (หรือจานเซรามิกขนาดเล็ก) ที่วางธูป และไฟแช็ก นำเปลวไฟของไฟแช็กเข้าใกล้ปลายกรวยเพื่อจุดไฟ เมื่อไฟติดแล้วให้ลดธูปลงในแนวดิ่งอย่างรวดเร็วเพื่อให้เปลวไฟดับ จะใช้มือโบกให้ดับด้วยแรงลมก็ได้เช่นกัน แต่ควรหลีกเลี่ยงการสะบัดตัวธูปให้ดับ หลังจากนั้นวางธูปลงบนที่วางซึ่งอยู่บนจานรอง แล้วเพลิดเพลินกับกลิ่นหอมได้เลย

・แบบขดก้นหอย

ด้วยรูปทรงขดเป็นวง จึงมีเวลาเผาไหม้นาน เหมาะกับห้องกว้างหรือพื้นที่ที่มีการไหลเวียนของอากาศมาก ไม่จำเป็นต้องใช้ให้หมดในครั้งเดียว หากต้องการดับกลางทาง ก็สามารถหักหรือใช้คลิปโลหะหนีบบริเวณที่ต้องการให้ดับได้

แบบขดก้นหอย
แบบขดก้นหอย

วิธีใช้แบบขดก้นหอย

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมเมื่อใช้ธูปหอมแบบขดก้นหอย ได้แก่ จานรองธูป (หรือจานเซรามิกขนาดเล็ก) ที่วางธูป และไฟแช็ก ใช้ไฟแช็กจุดที่ปลายส่วนขดของธูป เนื่องจากต่างจากธูปแท่งและแบบทรงกรวยตรงที่ตัวธูปขดเป็นวง จึงควรระวังไม่ให้ไฟลามไปยังส่วนข้างเคียงขณะจุดไฟ จากนั้นเอียงธูปเล็กน้อยแล้วลดลงในแนวดิ่งอย่างรวดเร็วเพื่อให้เปลวไฟดับ แล้ววางบนที่วางซึ่งอยู่บนจานรองเพื่อใช้งาน

2. ธูปหอมแบบมีกลิ่นที่อุณหภูมิห้อง

ธูปหอมประเภทนี้ถูกปรุงให้มีกลิ่นหอมได้โดยไม่ต้องใช้ไฟ เพียงวางไว้ในพื้นที่ที่ต้องการให้มีกลิ่นหอมก็เพียงพอ จึงใช้งานง่ายและสะดวก ใช้เป็นของตกแต่งห้องหรือเป็นลูกเล่นให้กับเสื้อผ้าก็ได้ด้วย ถุงหอมเป็นตัวอย่างที่คุ้นเคยกันดี ส่วนธูปหอมแบบที่คั่นหนังสือก็นำไปคั่นในหนังสือ ใส่ไว้ในกระเป๋าสตางค์หรือกล่องนามบัตรได้ และในช่วงหลังยังมีสายห้อยกลิ่นหอมที่ติดกับโทรศัพท์มือถือหรือกระเป๋าได้ ทำให้ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ตลอดเวลา กลิ่นจะไม่แรงเท่าน้ำหอม จึงใช้ได้ง่ายในหลายโอกาส

・ถุงหอม

ภายในถุงจะบรรจุ “ผงหอม” ที่ทำจากการซอยและผสมวัตถุดิบหอมอย่างไม้จันทน์ กานพลู สไปก์นาร์ด และพิมเสนให้ละเอียด ใช้ใส่ในตู้เสื้อผ้า หรือใส่กับเครื่องแต่งกายเพื่อให้กลิ่นติดเสื้อผ้า สำหรับเสื้อผ้าสมัยใหม่ก็สามารถใส่ในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋าใบเล็กเพื่อใช้งานได้เช่นกัน
ถุงหอมนี้ยังทำเองได้ด้วย เมื่อกลิ่นของถุงหอมใบโปรดเริ่มจางลง ก็เพียงเปลี่ยนผงหอมใหม่ก็ยังใช้ต่อได้ อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมคือ ผงหอม ถุงผ้า กระดาษบาง เทป และช้อน ขั้นแรก ห่อผงหอมในปริมาณพอเหมาะด้วยกระดาษบางให้มิดชิดไม่หก แล้วติดเทปปิด จากนั้นใส่ลงในถุงผ้าก็เสร็จเรียบร้อย ทำได้ง่ายมาก ลองทำจากผงหอมและถุงผ้าที่คุณชอบดูสักครั้งก็น่าสนใจไม่น้อย

ถุงหอม
ถุงหอม

3. ธูปหอมแบบให้ความร้อนทางอ้อม

・เนริโค

เป็นธูปหอมรูปเม็ดยากลมที่ทำจากการนำวัตถุดิบหอมชนิดผงมาผสมกับน้ำผึ้งหรือเนื้อบ๊วย นวดให้เข้ากันแล้วบ่มให้ได้ที่ ในพิธีชงชาจะมีการจุดธูปเพื่อชำระบรรยากาศของสถานที่ และเนริโคก็มักใช้ในโอกาสนั้น
เดิมทีเสน่ห์ของเนริโคคือการผสมวัตถุดิบหลายชนิดเพื่อสร้างกลิ่นตามความชอบของตนเอง ความสนุกอย่างหนึ่งคือกลิ่นจะเปลี่ยนไปตามสัดส่วนที่ผสม อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมคือ วัตถุดิบหอม น้ำผึ้ง ครก และสาก ผสมวัตถุดิบหอมตามกลิ่นที่ต้องการ จากนั้นเติมน้ำผึ้งแล้วใช้สากนวดให้เข้ากันดี ก่อนปั้นด้วยมือเป็นก้อนกลมขนาดพอเหมาะก็เสร็จแล้ว ปัจจุบันมีชุดผสมเนริโคจำหน่ายด้วย หากอยากลองทำเอง การเริ่มจากชุดสำเร็จก็เหมาะไม่น้อย

เนริโค
เนริโค

・อินโค

การใช้ไม้หอมโดยทั่วไปมีอยู่ 2 วิธีหลัก วิธีแรกคือ “มงโก” ซึ่งเป็นการชื่นชมกลิ่นอันละเอียดอ่อนอย่างเงียบสงบ อีกวิธีคือ “โซราดากิ” ซึ่งใช้เพื่อแต่งแต้มบรรยากาศของห้องด้วยกลิ่นหอม เคล็ดลับคือเลือกวิธีใช้ให้เหมาะกับจุดประสงค์

ไม้หอม
ไม้หอม

4. ธูปหอมเฉพาะทาง

ในส่วนนี้ขอแนะนำธูปหอมที่ใช้ในวัดและงานพุทธพิธี

・ธูปแท่งยาวพิเศษ

เป็นธูปแท่งที่มีความยาว 33–73 เซนติเมตร และเผาไหม้ได้นาน รุ่นที่ยาวมากกว่า 70 เซนติเมตรจะเผาไหม้ต่อเนื่องได้ประมาณ 6 ชั่วโมง นิยมใช้กำหนดเวลา เช่น ระยะเวลาสวดพระสูตรหรือการนั่งสมาธิ โดยอ้างอิงจาก “จนกว่าธูปหนึ่งแท่งจะไหม้หมด”

ธูปแท่งยาวพิเศษ
ธูปแท่งยาวพิเศษ

・ธูปผงสำหรับทาตัว

เป็นธูปหอมชนิดผง ใช้ถวายแด่พระประธาน หรือใช้ทาตามร่างกายของผู้ปฏิบัติธรรมเพื่อชำระกายใจและป้องกันสิ่งอัปมงคล นอกจากนี้ยังใช้ในเวลาคัดลอกพระสูตรด้วย

ธูปผงสำหรับทาตัว
ธูปผงสำหรับทาตัว

・มัตสึโค

เป็นธูปหอมชนิดผงละเอียดมาก ใช้ผสมกับไม้กฤษณา ไม้จันทน์ และวัตถุดิบอื่นๆ โดยหลักแล้วใช้รมควันต่อหน้าพระ

มัตสึโค
มัตสึโค

・โชโค

เป็นธูปหอมที่ทำจากการซอยไม้หอมและสมุนไพรหอมให้ละเอียดแล้วนำมาผสมกัน สูตรพื้นฐานประกอบด้วย 5 ชนิด ได้แก่ ไม้กฤษณา ไม้จันทน์ กานพลู ขมิ้น และพิมเสน

โชโค
โชโค

วิธีใช้ธูปหอม

・มงโก

  1. เริ่มจากก่อถ่านให้ติดไฟ
  2. จากนั้นกลบถ่านลงในเถ้า
  3. เขี่ยเถ้าขึ้นมา
  4. ปรับเถ้าให้เป็นรูปทรงคล้ายภูเขา
  5. ทำช่องไฟสำหรับส่งผ่านความร้อน
  6. แล้ววางแผ่นกินโย
  7. นำไม้หอมชิ้นเล็กวางลงบนแผ่นกินโย
  8. ชื่นชมกลิ่นหอม
มงโก
มงโก

・โซราดากิ

  1. ก่อถ่านให้ติดไฟ
  2. อุ่นเถ้าให้ร้อน
  3. วางธูปหอมลงบนเถ้าที่อุ่นแล้ว
โชโค
โชโค

อย่างที่เห็น การเพลิดเพลินกับธูปหอมในอดีตต้องอาศัยทั้งเวลาและขั้นตอนพอสมควร แต่ปัจจุบันมีเตาธูปไฟฟ้าวางจำหน่ายแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องก่อถ่านหรืออุ่นเถ้า เพียงเปิดไฟและรอไม่กี่นาทีก็สามารถเพลิดเพลินกับกลิ่นหอมได้

เตาธูปไฟฟ้า
เตาธูปไฟฟ้า

ผู้ผลิตเก่าแก่ผู้สืบสานประเพณี “โชเอโด”

หากอยากสัมผัสประเพณีนี้ในบรรยากาศร่วมสมัย สถานที่หนึ่งที่น่าสนใจก็คือ “โคโรโฮะ โชเอโด สาขาใหญ่เกียวโต (Kōrōho Shoyeido Kyoto Honten)” ในเขตนากะเงียว เมืองเกียวโต ผู้ผลิตธูปหอมเก่าแก่ที่ก่อตั้งมากว่า 300 ปี ที่นี่ยังคงสืบสานประเพณีการทำธูปหอม พร้อมพัฒนากลิ่นให้เข้ากับวิถีชีวิตยุคปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง ธูปหอมหลากหลายชนิดที่ถือกำเนิดจากประสบการณ์ ข้อมูล และเทคนิคอันสั่งสมจากประเพณี เกิดขึ้นจากความพิถีพิถันในการสร้างสรรค์กลิ่นหอมโดยไม่ประนีประนอมมาตลอด

โชเอโด สาขาใหญ่เกียวโต
โชเอโด สาขาใหญ่เกียวโต

ร้านตั้งอยู่ทางเหนือของถนนนิโจเล็กน้อย หันหน้าเข้าถนนคาราสุมะ แท้จริงแล้วบริเวณนิโจในอดีตเคยเป็นย่านร้านขายยาจำนวนมาก และในสมัยเอโดะยังได้รับการรับรองจากรัฐบาลโชกุนให้เป็น “เมืองแห่งยา” อีกด้วย ช่วงรุ่งเรืองที่สุดมีร้านมากกว่า 100 แห่งเลยทีเดียว เพราะเป็นย่านร้านขายยา จึงหาวัตถุดิบสมุนไพรจีนซึ่งเป็นส่วนประกอบของธูปหอมได้ง่าย และโชเอโดก็สืบทอด “วัฒนธรรมแห่งกลิ่น” มาอย่างต่อเนื่องในย่านแห่งนี้ ด้วยประสบการณ์ ข้อมูล และเทคนิคที่สั่งสมจากประเพณี พวกเขาผลิตธูปหอมตั้งแต่สำหรับศาสนา สำหรับพิธีชงชาและห้องรับรอง ตลอดจนธูปหอมเชิงงานอดิเรกและถุงหอม เป็นผู้ผลิตที่รักษารากเดิมไว้ พร้อมสร้างสรรค์กลิ่นใหม่ให้เข้ากับยุคสมัยอย่างต่อเนื่อง
ภายในร้านมีสินค้าหลากหลายซีรีส์ที่โดดเด่นด้วยกลิ่นแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมเรียงรายอยู่มากมาย

ซีรีส์ Meiko Horin
ซีรีส์ Meiko Horin

นอกจากนี้ ซีรีส์ “Xiang Do” ที่โดดเด่นด้วยกลิ่นบริสุทธิ์ ก็มีให้เลือกถึง 16 กลิ่น เช่น “Rose” และ “Mixed Berry”

Xiang Do
Xiang Do

เมื่อถามผู้รับผิดชอบของโชเอโดว่า “แล้วกุหลาบเป็นวัตถุดิบของธูปหอมด้วยหรือเปล่า?” ก็ได้รับคำตอบว่า กลิ่นกุหลาบนั้นไม่ได้มาจากการใช้กุหลาบโดยตรง แต่ถ่ายทอดกลิ่นขึ้นจากวัตถุดิบดั้งเดิมและน้ำมันหอมระเหยที่ใช้กันมาแต่โบราณ
ยิ่งไปกว่านั้น โชเอโดยังมีความร่วมมือกับตัวละครระดับโลกและอนิเมะชื่อดังของญี่ปุ่นด้วย ตัวอย่างเช่นธูปแท่งนี้

ธูปแท่งมิกกี้เมาส์
ธูปแท่งมิกกี้เมาส์

หน้าตัดของธูปเป็นรูปมิกกี้เมาส์ แม้การทำธูปแท่งจะต้องใช้เทคนิคที่ละเอียดอ่อนอยู่แล้ว แต่ยังสามารถทำเป็นรูปโค้งของมิกกี้เมาส์ได้ด้วย! จากสินค้าหลากหลายเหล่านี้ ทำให้สัมผัสได้ถึงความภาคภูมิใจของผู้ผลิตธูปหอมเก่าแก่ได้อย่างชัดเจน
ที่นี่คุณสามารถซื้อธูปหอมและสินค้าที่เกี่ยวข้องได้แน่นอน หากยังไม่แน่ใจว่าอยากใช้ในสถานการณ์ไหนหรืออย่างไร ลองปรึกษาพนักงานขายดูได้เลย แม้ยุคนี้จะซื้อออนไลน์ได้สะดวก แต่การได้พูดคุยกับพนักงานที่รู้ลึกเรื่องธูปหอมก็เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจ และหากมีสินค้าที่สนใจ ก็สามารถขอให้ลองจุดเพื่อดมกลิ่นจริงได้ด้วย กลิ่นตอนยังไม่จุดกับตอนจุดแล้วอาจแตกต่างกันเล็กน้อย ดังนั้นถ้ามีชิ้นที่สนใจ การได้ลองก่อนซื้อก็น่าจะช่วยให้เลือกได้ถูกใจมากขึ้น

สถานที่สัมผัสกลิ่นหอม “คุนจูคัง”

ถัดจากโชเอโดออกไปอีกนิด มีสถานที่ที่ชวนให้ทำความรู้จักเรื่องกลิ่นได้ลึกขึ้น และอาจได้เจอกลิ่นที่ถูกใจของตัวเองด้วย นั่นก็คือ “คุนจูคัง (Kunjyukan)” สถานที่ที่คุณสามารถรู้จัก เรียนรู้ และสนุกกับโลกของกลิ่นหอมได้อย่างเต็มที่

คุนจูคัง
คุนจูคัง

สถานที่แห่งนี้เปิดให้บริการในเดือน 7 ปี 2018 และเป็นจุดยอดนิยมที่มีผู้มาเยือนมากถึง 100,000 คนต่อปี ผู้ดำเนินการคือ “โคโรโฮะ โชเอโด” ผู้ผลิตธูปหอมเก่าแก่แห่งเกียวโตที่แนะนำไปข้างต้น เมื่อก้าวเข้าไปในอาคาร “คุนจูคัง” สิ่งแรกที่ต้อนรับคุณคือธูปแท่งขนาดยาวมาก ซึ่งยาวถึง 120 เซนติเมตร

ธูปแท่งยาว 120 เซนติเมตร
ธูปแท่งยาว 120 เซนติเมตร

ธูปแท่งนี้ทำขึ้นเป็นพิเศษให้ตรงกับเวลาเปิดของ “คุนจูคัง” ซึ่งนาน 7 ชั่วโมง ตอนที่ไปเยือน ธูปไหม้ไปแล้วมากกว่าครึ่งหนึ่ง มองดูแล้วก็รู้สึกได้ว่าธูปแท่งยังเป็นสิ่งที่บอกการผ่านไปของเวลาได้ด้วย และทันทีที่เข้ามา ด้านขวามือจะมีโซนชื่อว่า “เดินเล่นกับกลิ่นหอม”

เดินเล่นกับกลิ่นหอม
เดินเล่นกับกลิ่นหอม

ที่นี่คุณจะได้สัมผัสกลิ่นหลากหลายชนิด โดยมีกล่องสีขาว 3 ใบแขวนลงมาจากเพดาน

กล่องกลิ่นหอม
กล่องกลิ่นหอม

กล่องนี้เรียกว่า “Kaori BOX” เมื่อลองสอดศีรษะเข้าไป ก็จะพบว่าภายในเต็มไปด้วยกลิ่นหอม จุดประสงค์ของมุมนี้คืออยากให้ผู้เยือนได้เพลิดเพลินกับกลิ่นอย่างบริสุทธิ์ โดยตัดอคติจากการมองเห็นหรือการได้ยินออกไป กล่องทั้ง 3 ใบมีกลิ่นธูปหอมคนละประเภท จึงน่าสนุกไม่น้อยหากจะลองเดากับเพื่อนที่ไปด้วยว่ากลิ่นไหนใช้วัตถุดิบอะไร และที่มุมถ่ายภาพยังมีแท่นวางสมาร์ตโฟนให้ด้วย คุณจึงถ่ายรูปตอนสอดหัวอยู่ในกล่องได้อย่างสะดวก!
ลึกเข้าไปด้านในของ “Kaori BOX” ยังมีมุม “เสากลิ่นหอม” อีกด้วย

เสากลิ่นหอม
เสากลิ่นหอม

ที่มุมนี้คุณจะได้สัมผัสกลิ่นของวัตถุดิบที่ใช้ทำธูปหอม เพียงนำจมูกเข้าใกล้ส่วนสีขาวที่มีลักษณะคล้ายแตร แล้วกดปั๊ม กลิ่นของวัตถุดิบก็จะลอยออกมา มีตั้งแต่อบเชยหรือพิมเสนที่คุ้นเคย ไปจนถึงมัสก์จากถุงชะมดบริเวณท้องของกวางชะมดตัวผู้ ซึ่งปัจจุบันห้ามค้าขายตามอนุสัญญาวอชิงตัน ทางสถานที่บอกว่าสิ่งที่นำมาจัดแสดงเป็นตัวอย่างที่เดิมมีไว้เพื่อการวิจัย การได้สัมผัสกลิ่นมัสก์ในญี่ปุ่นถือว่าหายากมาก และอาจมีเพียงที่นี่เท่านั้นก็ได้!
นอกจากนี้ยังมีแบบจำลองกระบวนการผลิตในสมัยเอโดะ รวมถึงไม้จันทน์ต้นใหญ่จัดแสดงไว้ ทำให้คุณได้เรียนรู้เรื่องกลิ่นและธูปหอมผ่านประสบการณ์จริงอย่างเพลิดเพลิน

อีกทั้งยังสามารถลองกาชาปองถุงหอมหรือธูปแท่งในราคา 500 เยน ชื่อว่า “Kun Gacha” ได้ด้วย

Kun Gacha
Kun Gacha

จะได้พบกับกลิ่นแบบไหนก็ต้องลุ้นกันเอง คุนจูคังจึงเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยโอกาสในการค้นพบกลิ่นใหม่ๆ อย่างแท้จริง

พาไปชมโรงทำธูปแท่ง

ครั้งนี้เราได้มีโอกาสเข้าชมขั้นตอนการผลิตธูปแท่งที่ชั้น 2 ของโชเอโด สาขาใหญ่เกียวโตด้วย ที่โรงทำธูปแห่งนี้ผลิตธูปแท่งประมาณ 60,000 แท่งต่อวัน พอเดินเข้าไปก็ได้กลิ่นหอมลอยมาในทันที

1. ชั่งตวง ปรุงผสม และกวน

เริ่มจากบดวัตถุดิบหอมให้เป็นผงแล้วชั่งตามปริมาณที่ต้องการ อัตราส่วนของสูตรผสมอันซับซ้อนนี้เป็นความลับของผู้ปรุงเท่านั้น แม้แต่ผู้ที่รับผิดชอบขั้นตอนอื่นก็ไม่ทราบ จากนั้นเติม “ผงทาบุ” ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวประสาน แล้วกวนให้เข้ากัน หลังจากกวนแล้วจะนำไปร่อนตะแกรงเพื่อให้ผสมอย่างสม่ำเสมอ

2. การนวด

ต่อมาจะนำวัตถุดิบที่ร่อนแล้วใส่ลงในเครื่องนวดขนาดใหญ่ ระหว่างกวนจะเติมน้ำและสีผสมลงไป แล้วใช้เวลาประมาณ 20–30 นาทีในการนวดจนมีลักษณะคล้ายดินเหนียว ปริมาณน้ำจะปรับเปลี่ยนตามอุณหภูมิและความชื้น เพื่อให้ได้ความนุ่มประมาณติ่งหู การปรับปริมาณด้วยสัมผัสปลายนิ้วเช่นนี้จึงเป็นงานของช่างฝีมือมากประสบการณ์ที่ต้องอาศัยทักษะและสัญชาตญาณอย่างแท้จริง

การนวด
การนวด

3. การอัดออกและตัดลงถาด

จากนั้นจะนำเนื้อที่นวดแล้วใส่เครื่องอัดไฮดรอลิก แล้วอัดออกผ่านรูเล็กๆ แกนธูปแท่งที่ยังนุ่มอยู่จะค่อยๆ โผล่ออกมาประมาณ 70 แท่ง

การอัดออกและตัดลงถาด
การอัดออกและตัดลงถาด

ช่างจะใช้แผ่นกระดานรองรับที่เรียกว่าแผ่นถาดมารับไว้ แล้วใช้ไม้ไผ่ตัดปลายทั้งสองด้านออก
ผู้เขียนเองก็ได้ลองทำเป็นพิเศษ แต่พบว่าไม่ง่ายเลย เพราะธูปเนื้อดินเหนียวที่ออกมาซ้อนทับกันจนวางบนแผ่นรองได้ไม่สวย แถมตอนใช้ไม้ไผ่ตัดปลายทั้งสองด้าน หากลงแรงผิด ท่อนธูปที่ยังนุ่มก็จะงอทันที เป็นขั้นตอนที่ยากมากทีเดียว งานนี้ก็เป็นอีกหนึ่งหน้าที่ของช่างฝีมือที่อยู่กับการผลิตนี้มาหลายปี ทำให้รู้สึกประทับใจว่าทุกขั้นตอนมีผู้เชี่ยวชาญดูแล จึงได้ธูปแท่งที่ตรงและสวยงามออกมา

4. การจัดเรียงก่อนอบแห้ง

ต่อมาจะย้ายธูปแท่งที่ยังนุ่มซึ่งวางอยู่บนแผ่นถาด ไปยังแผ่นกระดานยาวที่เรียกว่าแผ่นต้นแบบ

การจัดเรียงก่อนอบแห้ง
การจัดเรียงก่อนอบแห้ง

จากนั้นจะจัดเรียงให้แน่นชิดโดยไม่ให้มีช่องว่าง เพราะหากมีช่องว่าง อาจเป็นสาเหตุให้ธูปแท่งงอได้ แล้วตัดส่วนที่ยื่นออกมาจากแผ่นต้นแบบทิ้ง ก่อนย้ายไปยังแผ่นสำหรับอบแห้ง

ตัดส่วนที่ยื่นออกมา
ตัดส่วนที่ยื่นออกมา

ในขั้นตอนนี้ยังมีการอบแห้งเบื้องต้นด้วย และเมื่อแห้งขึ้นเล็กน้อยก็จะเกิดช่องว่างขึ้นอีก จึงต้องขยับให้ชิดเพื่อเติมช่องว่างเหล่านั้น

เมื่อแห้งขึ้นแล้วเกิดช่องว่าง
เมื่อแห้งขึ้นแล้วเกิดช่องว่าง
หลังขยับให้ช่องว่างชิดกัน
หลังขยับให้ช่องว่างชิดกัน

ก่อนย้ายไปยังห้องอบแห้งในขั้นตอนถัดไป จะมีการจัดเรียงซ้ำวันละ 2–3 ครั้ง

5. การอบแห้ง

ธูปแท่งจะถูกย้ายเข้าไปในห้องอบแห้ง และปล่อยลมหมุนเวียนเพื่อทำให้แห้งเป็นเวลา 2–3 วัน โดยภายในห้องอบแห้งจะควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้คงที่ ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามฤดูกาล เมื่อลองถามว่า “ไม่อบด้วยความร้อนให้แห้งเร็วๆ ไปเลยหรือ?” ก็ได้รับคำตอบว่า “ถ้าทำแบบนั้น กลิ่นอาจระเหยหายไป หรือทำให้ธูปแท่งงอได้” ทำให้ตระหนักอีกครั้งว่าการทำธูปแท่งเป็นงานที่ละเอียดอ่อนมาก

6. การมัดและบรรจุ

เมื่อธูปแท่งแห้งสนิทแล้ว ก็จะนำมามัดรวมและบรรจุลงแพ็กเกจ ส่วนแท่งที่งอหรือไม่ตรงมาตรฐานจะถูกคัดแยกออก แต่ทางร้านก็นำไปใช้เป็นตัวอย่างกลิ่นหน้าร้านต่อไป

ที่นี่แทบจะยังคงรักษาวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมไว้ตามเดิม หากจองล่วงหน้าก็สามารถเข้าชมได้ และมีโอกาสเห็นทักษะแบบดั้งเดิมที่ช่างฝีมือสืบทอดกันมาอย่างใกล้ชิด หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม แนะนำให้ติดต่อโชเอโดโดยตรง

ร้านตรงของโชเอโด

・สาขาใหญ่เกียวโต / คุนจูคัง

รหัสไปรษณีย์
〒604-0857
ที่อยู่
เขตนากะเงียว เมืองเกียวโต ด้านตะวันออกของถนนคาราสุมะ ตอนเหนือของถนนนิโจ Google Maps
TEL
075-212-5590

・สาขาซันเนนซากะ

รหัสไปรษณีย์
〒605-0862
ที่อยู่
ภายในเซริวเอ็น 3-334 คิโยมิซุ เขตฮิกาชิยามะ เมืองเกียวโต Google Maps
TEL
075-532-5590

・เกียวโตสเตชัน คุนคุน

รหัสไปรษณีย์
〒600-8214
ที่อยู่
8-3 ทาคาคุระโจ ฮิงาชิชิโอโคจิ เขตชิโมเงียว เมืองเกียวโต Google Maps
การเดินทาง
ภายใน Asty Road ชั้น 1 ฝั่งทางออกฮาจิโจกุจิ สถานีเกียวโต ของ JR Tokai
TEL
075-212-5590(เบอร์สำนักงานใหญ่)

・สาขาโอซาก้าฮมมาจิ

รหัสไปรษณีย์
〒541-0053
ที่อยู่
ชั้น 1 ฮมมาจิการ์เดนซิตี้ 3-6-4 ฮมมาจิ เขตชูโอ เมืองโอซาก้า Google Maps
TEL
06-6121-5590

・สาขากินซ่า

รหัสไปรษณีย์
〒104-0061
ที่อยู่
7-3-8 ชั้น 1 กินซ่า เขตชูโอ กรุงโตเกียว (ติดถนนโซโตโบริ) Google Maps
TEL
03-3572-6484

・สาขานิงเงียวโจ

รหัสไปรษณีย์
〒103-0013
ที่อยู่
2-12-2 นิงเงียวโจ นิฮงบาชิ เขตชูโอ กรุงโตเกียว Google Maps
TEL
03-3664-2307

・สาขาโยโกฮามะ

รหัสไปรษณีย์
〒220-0004
ที่อยู่
อาคาร JPR Yokohama ชั้น 1 1-5-10 คิตะไซไว เขตนิชิ เมืองโยโกฮามะ จังหวัดคานางาวะ Google Maps
TEL
045-412-5590

・สาขาซัปโปโร

รหัสไปรษณีย์
〒064-0808
ที่อยู่
มินามิ 8 โจ นิชิ 12-3-6 เขตชูโอ เมืองซัปโปโร Google Maps
TEL
011-561-2307

บทสรุป

เมื่อก้าวเข้าไปในโชเอโดหรือคุนจูคัง จะค่อยๆ รู้สึกได้ว่ากลิ่นหอมของธูปที่อยู่คู่ชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่นมาแต่โบราณยังคงมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ครั้งนี้หลังจากชมโรงทำธูป ผู้เขียนยังได้รับธูปกลับมาด้วย ต่อมาเมื่อได้จุดธูปที่บ้านและสูดกลิ่นหอม ก็ทำให้นึกถึงเรื่องราวที่ได้ฟังในวันนั้น รวมถึงลมหายใจและความทุ่มเทของช่างฝีมือในโรงทำธูปได้อย่างชัดเจน จึงยิ่งรู้สึกว่ากลิ่นเป็นหนึ่งในประสาทสัมผัสที่เชื่อมโยงกับความทรงจำของมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง “ธูปหอม” จึงเหมาะทั้งสำหรับใช้เองและซื้อเป็นของฝาก หากมีโอกาสมาเที่ยวญี่ปุ่น อยากชวนให้แวะไปผ่อนคลายกับกลิ่นหอมที่โชเอโด แล้วพาความทรงจำดีๆ กลับบ้านไปพร้อมกับกลิ่นหอมด้วย


อ้างอิง:
Shoyeido. เรื่องเกี่ยวกับธูปหอม https://www.shoyeido.co.jp/incense/index.html
หน้าทางการของ Kodansha BC Co., Ltd. ซีรีส์มังงะศึกษาสังคม http://www.toyokuni-bc1.net/bcbook/series_01/

Sayaka Motomura

ผู้เขียน

ผู้ประกาศอิสระ

Sayaka Motomura

นำเสนอเนื้อหาโดยเน้นวัฒนธรรมดั้งเดิม ศิลปะการแสดง และประวัติศาสตร์