ความงามแบบญี่ปุ่นที่เบ่งบานจากปลายนิ้ว! สัมผัสงานหัตถกรรมดั้งเดิม “สึมามิไซกุ” ที่โอฮาริบาโกะในเกียวโต

ความงามแบบญี่ปุ่นที่เบ่งบานจากปลายนิ้ว! สัมผัสงานหัตถกรรมดั้งเดิม “สึมามิไซกุ” ที่โอฮาริบาโกะในเกียวโต

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

ชาวญี่ปุ่นชื่นชอบทิวทัศน์และดอกไม้อันงดงามในแต่ละฤดูกาลมาตั้งแต่อดีต และนำความงามเหล่านั้นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมมากมายที่ถ่ายทอดการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาลอย่างละเอียดอ่อน เช่น ขนมญี่ปุ่นและกิโมโน หนึ่งในนั้นคือ “สึมามิไซกุ”

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโอกาสสวมกิโมโนในชีวิตประจำวันลดน้อยลงมากเมื่อเทียบกับอดีต ทำให้โอกาสประดับผมด้วยสึมามิไซกุลดลงตามไปด้วย จำนวนช่างฝีมือก็ลดลงอย่างมาก จนเทคนิคอันล้ำค่าที่สืบทอดกันมาอาจสูญหายไป ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ เกียวโตจึงมีเวิร์กช็อปที่ช่างฝีมือจะสอนวิธีทำสึมามิไซกุโดยตรง เพื่อให้ผู้คนได้รู้จักเสน่ห์ของงานฝีมือที่ดูอ่อนหวาน แต่ต้องอาศัยเทคนิคละเอียดอ่อนเกินกว่าที่รูปลักษณ์ภายนอกจะบอกได้

“สึมามิไซกุ” (Tsumami Zaiku) เกิดจากการพับผ้าชิ้นเล็กและขึ้นรูปกลีบดอกทีละกลีบ เป็นงานหัตถกรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยเอโดะจนถึงปัจจุบัน ใช้เป็นเครื่องประดับผมของไมโกะ รวมถึงในวันมงคลและโอกาสสำคัญ เช่น พิธีฉลองเด็กอายุ 3, 5 และ 7 ปี และพิธีบรรลุนิติภาวะ นอกจากนี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมายังได้รับความสนใจในฐานะเครื่องประดับและของตกแต่งภายในอีกด้วย

บทความนี้จะแนะนำประวัติและเทคนิคของสึมามิไซกุ รวมถึงเวิร์กช็อปทำสึมามิไซกุที่ “โอฮาริบาโกะ” ลองมาเยือนเกียวโตและสัมผัสสุนทรียภาพแบบญี่ปุ่นที่ถ่ายทอดผ่านดอกไม้ซึ่งถือกำเนิดจากผ้าผืนเล็กกัน

สึมามิไซกุคืออะไร

เชื่อกันว่าสึมามิไซกุถือกำเนิดขึ้นในช่วงกลางสมัยเอโดะ ชื่อนี้มาจากวิธีพับผ้าสี่เหลี่ยมชิ้นเล็กทีละชิ้นแล้ว “หนีบ” ให้เป็นรูปดอกไม้หรือสัตว์ จุดกำเนิดมีหลายทฤษฎี โดยทฤษฎีหนึ่งกล่าวว่าเริ่มต้นจากวัฒนธรรมการทำดอกไม้ประดิษฐ์ในราชสำนัก เชื่อกันว่ามีรากมาจากการใช้ผ้าไหมหรือกระดาษญี่ปุ่นพับเป็นดอกซากุระและส้มทาจิบานะ เพื่อนำไปประดับคู่กับตุ๊กตาฮินะในเทศกาลฮินะมัตสึริ

สึมามิไซกุ
สึมามิไซกุ

นอกจากนี้ หนังสือเกี่ยวกับสึมามิไซกุสำหรับสตรีที่ตีพิมพ์ในสมัยไทโชระบุว่า เดิมทีลูกบอลดอกไม้ที่เรียกว่า “คุสึดามะ” ทำจากดอกไม้สด ต่อมาจึงเปลี่ยนมาทำด้วยดอกไม้จากผ้าและนำไปประดับในราชสำนัก เหล่านางกำนัลที่ได้เห็นจึงเริ่มทำตาม และค่อย ๆ แพร่หลายออกไป

จากนั้น เทคนิคการใช้ผ้าขึ้นรูปเป็นดอกไม้ก็แพร่หลายในหมู่สตรีจากครอบครัวซามูไรและพ่อค้า สึมามิไซกุที่ถ่ายทอดรูปทรงของดอกไม้ผ่านผ้าเข้ากันได้ดีกับวัฒนธรรมย่านเกอิชา จึงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องประดับผมรูปดอกไม้ของไมโกะด้วย เครื่องประดับเหล่านี้ทำจากผ้าไหมเนื้อละเอียดที่เรียกว่า “ฮาบูตาเอะ” และถ่ายทอดดอกไม้ตามฤดูกาลอย่างประณีต เช่น ซากุระ เบญจมาศ บ๊วย และวิสทีเรีย เมื่อสวมให้เข้ากับฤดูกาล ก็ช่วยเติมความสดใสให้เครื่องแต่งกายของผู้คนในย่านเกอิชาและสตรีจากครอบครัวซามูไร เชื่อกันว่างานฝีมือนี้พัฒนาขึ้นเป็นหลักในเกียวโตและเอโดะ

เมื่อเข้าสู่สมัยเมจิ สึมามิไซกุก็เป็นที่นิยมในหมู่คนทั่วไป โรงเรียนสตรีในสมัยไทโชดูเหมือนจะสอนทั้งการเย็บผ้าและสึมามิไซกุควบคู่กับพิธีชงชาและการจัดดอกไม้ในฐานะความรู้พื้นฐาน ต่อมาในสมัยโชวะ ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้คนมีชีวิตความเป็นอยู่มั่งคั่งขึ้น และนิยมสวมกิโมโนชั้นดีพร้อมเครื่องประดับผมสึมามิไซกุอันงดงามเพื่อต้อนรับปีใหม่ในโอกาสมงคล มีเรื่องเล่าว่าช่วงปลายปีถึงกับมีผู้คนต่อแถวหน้าร้านขายเครื่องประดับผม

ปัจจุบัน แม้โอกาสสวมกิโมโนจะลดลงมาก แต่ผู้คนยังคงประดับสึมามิไซกุอันงดงามเข้ากับกิโมโนในโอกาสสำคัญและวันมงคลของชีวิต เช่น พิธีฉลองเด็กอายุ 3, 5 และ 7 ปี และพิธีบรรลุนิติภาวะ

ด้วยเหตุนี้ สึมามิไซกุจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้เมื่อกล่าวถึงวัฒนธรรมเครื่องแต่งกายของญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยเอโดะเป็นต้นมา

เทคนิคการทำสึมามิไซกุ

เทคนิคพื้นฐานมีเพียง 2 แบบ ได้แก่ “มารุสึมามิ” และ “เค็นสึมามิ”

“มารุสึมามิ” (Maru Tsumami) คือเทคนิคพับผ้าสี่เหลี่ยมซ้อนกัน แล้วจัดปลายให้โค้งมนเป็นกลีบดอกไม้ จุดเด่นคือเส้นโค้งอ่อนโยน เหมาะสำหรับถ่ายทอดดอกไม้ที่มีรูปทรงกลมมน เช่น ซากุระ บ๊วย คาเมลเลีย และไฮเดรนเยีย ด้วยรูปทรงนุ่มนวลน่ารัก จึงมักนำไปใช้กับเครื่องประดับผมสำหรับพิธีฉลองเด็กอายุ 3, 5 และ 7 ปี

“เค็นสึมามิ” (Ken Tsumami) คือเทคนิคพับผ้าสี่เหลี่ยมซ้อนกันแล้วทำปลายให้แหลมคมเป็นกลีบดอกไม้ มีรูปทรงเฉียบคม เหมาะสำหรับถ่ายทอดดอกเบญจมาศ วิสทีเรีย ใบไผ่ และใบไม้ เมื่อเทียบกับมารุสึมามิ เทคนิคนี้สร้างมิติและความเคลื่อนไหวได้ง่ายกว่า อีกทั้งยังช่วยเสริมให้องค์ประกอบโดยรวมของผลงานดูคมชัด

กลีบดอกทรงมนคือ “มารุสึมามิ” ส่วนกลีบดอกทรงแหลมคือ “เค็นสึมามิ”
กลีบดอกทรงมนคือ “มารุสึมามิ” ส่วนกลีบดอกทรงแหลมคือ “เค็นสึมามิ”

ทั้งมารุสึมามิและเค็นสึมามิต่างทำจากการพับผ้าสี่เหลี่ยม ความแตกต่างมีเพียงวิธีพับในครั้งที่ 3 เท่านั้น แต่น่าทึ่งที่รายละเอียดเพียงเท่านี้ก็ทำให้ลักษณะของกลีบดอกเปลี่ยนไปอย่างมาก

เสน่ห์อย่างหนึ่งของสึมามิไซกุคือการผสมผสานเทคนิค 2 แบบนี้เพื่อถ่ายทอดดอกไม้ พืชพรรณ และสัตว์หลากหลายชนิด ผลงานชิ้นเดียวมักใช้ทั้งสองเทคนิค เช่น ทำส่วนดอกด้วยมารุสึมามิและทำส่วนใบด้วยเค็นสึมามิ การที่ดอกไม้นานาชนิดถือกำเนิดจากเทคนิคพื้นฐานเพียง 2 แบบ สะท้อนให้เห็นถึงความลุ่มลึกของสึมามิไซกุได้เป็นอย่างดี

สร้างสรรค์ดีไซน์หลากหลายด้วยการผสมผสาน “มารุสึมามิ” และ “เค็นสึมามิ”
สร้างสรรค์ดีไซน์หลากหลายด้วยการผสมผสาน “มารุสึมามิ” และ “เค็นสึมามิ”

สวมใส่ “สี่ฤดู” ผ่านสึมามิไซกุ

ชาวญี่ปุ่นถ่ายทอดความงามของสี่ฤดูผ่านสิ่งต่าง ๆ ทั้งขนมญี่ปุ่น ห้องชงชา กิโมโน การจัดดอกไม้ และกลิ่นหอม สึมามิไซกุก็เช่นกัน โดยใช้ผ้าถ่ายทอดดอกไม้และธรรมชาติ เพื่อชื่นชมการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาล ดอกไม้แต่ละชนิดยังแฝงความหมายไว้ เช่น “ดอกบ๊วย” ซึ่งเป็นลวดลายตัวแทนของสึมามิไซกุ สื่อถึง “การมาถึงของฤดูใบไม้ผลิครั้งใหม่” เพราะเป็นดอกไม้ที่ผลิบานก่อนใครท่ามกลางความหนาวเหน็บ ส่วน “วิสทีเรีย” สื่อถึงความสง่างามและความรุ่งเรืองจากช่อดอกที่ทอดยาวลงมา ขณะที่ “ใบเมเปิลแดง” สะท้อนถึงฤดูใบไม้ร่วงที่กำลังเข้มข้นขึ้น การถ่ายทอดสี่ฤดูลงบนผ้าผืนเล็กเผยให้เห็นว่าชาวญี่ปุ่นรักและหวงแหนธรรมชาติเพียงใด ที่จริงแล้วไมโกะจะสวมเครื่องประดับผมรูปดอกไม้ต่างชนิดกันในแต่ละเดือน ธรรมเนียมนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงถึงวัฒนธรรมญี่ปุ่นในการสวมใส่ฤดูกาล

มาทำสึมามิไซกุชิ้นพิเศษของคุณที่ “โอฮาริบาโกะ” กัน!

ต่อไปจะแนะนำเวิร์กช็อปในเกียวโตที่เปิดโอกาสให้คุณสัมผัสการทำสึมามิไซกุ และสร้างเครื่องประดับผมหรือกิ๊บชิ้นพิเศษในแบบของตัวเอง ทุกคนสามารถเข้าร่วมได้อย่างสบายใจ และเมื่อได้ลองทำจริง คุณจะสัมผัสได้ถึงทักษะอันยอดเยี่ยมของช่างสึมามิไซกุ

“โอฮาริบาโกะ” คืออะไร

“โอฮาริบาโกะ” (Oharibako) ซึ่งตั้งอยู่ในเขตคิตะ เมืองเกียวโต เป็นสถานที่จัดเวิร์กช็อปให้ผู้เข้าร่วมได้ลงมือทำสึมามิไซกุด้วยตนเอง ร้านตั้งอยู่ใกล้วัดไดโทคุจิในเกียวโต ท่ามกลางวัดเก่าแก่และบ้านไม้แบบดั้งเดิมที่กระจายตัวอยู่ทั่วพื้นที่ ชวนให้สัมผัสบรรยากาศเมืองหลวงเก่า โอฮาริบาโกะเริ่มกิจการในปี 1945 ในฐานะร้านค้าส่งด้ายย่านนิชิจินของเกียวโต ซึ่งเป็นแหล่งผลิตผ้าทอนิชิจินชั้นนำ ในเวลานั้น ร้านส่งด้ายสำหรับผ้าทอนิชิจินคุณภาพสูงให้แก่ช่างฝีมือทั่วเกียวโต ต่อมาได้ผลิตเชือกถักและเชือกโอบิจิเมะ ปัจจุบันดูแลกระบวนการสึมามิไซกุตั้งแต่การผลิตจนถึงการจำหน่าย โดยมีช่างฝีมือ 7 คนรังสรรค์ผลงานอันงดงามทุกวัน

เวิร์กช็อปแห่งนี้ให้คุณทำเครื่องประดับผมและกิ๊บด้วยสึมามิไซกุ โดยมีช่างคอยสอนอยู่ข้าง ๆ ตั้งแต่การเลือกสีจนถึงขั้นตอนตกแต่งชิ้นงาน อีกหนึ่งจุดเด่นคือไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์มาเอง เวิร์กช็อปเปิดมาประมาณ 20 ปี และมีผู้เข้าร่วมแล้วอย่างน้อย 20,000 คน แม้จะมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก แต่ยังไม่เคยมีใครทำไม่สำเร็จเลย ทุกคนจึงสามารถสนุกกับการลองทำได้อย่างมั่นใจ นอกจากภาษาญี่ปุ่นแล้วยังให้บริการเป็นภาษาอังกฤษ จึงเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

ภายนอกของ “โอฮาริบาโกะ”
ภายนอกของ “โอฮาริบาโกะ”

ข้อมูลพื้นฐานของโอฮาริบาโกะ เกียวโต

รหัสไปรษณีย์
603-8215
ที่อยู่
25 มุราซากิโนะ ชิโมมงเซ็นโจ เขตคิตะ เมืองเกียวโต จังหวัดเกียวโต Google Maps
การเดินทาง
เดิน 3 นาทีจากป้ายรถบัสเมืองเกียวโต “ไดโทคุจิมาเอะ”
เวลาเปิด
10:00–17:00
วันหยุด
วันพุธ
หมายเลขโทรศัพท์
075-495-0119

ข้อมูลพื้นฐานของกิจกรรมทำสึมามิไซกุ

ค่ากิจกรรม
3,300 เยน (รวมภาษี)
ระยะเวลากิจกรรม
ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
อายุผู้เข้าร่วม
อย่างน้อย 10 ปี
ภาษาที่รองรับ
ภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ
การจองกิจกรรม
จองกิจกรรม
※ต้องสมัครเข้าร่วมผ่านแบบฟอร์ม โดยแนะนำให้สมัครภายใน 17:00 ของ 3 วันก่อนวันที่ต้องการเข้าร่วม หากพ้นกำหนดโปรดโทรศัพท์เพื่อสอบถาม

มาลองทำสึมามิไซกุจริงกัน!

กิจกรรมทำสึมามิไซกุจัดขึ้นในอาคารแยกที่เรียกว่า “ฮานาเระ” ซึ่งได้รับการปรับปรุงจากบ้านไม้เกียวโตในสมัยไทโช พร้อมสวนญี่ปุ่นขนาดเล็กที่มองเห็นได้จากหน้าต่าง

อาคาร “ฮานาเระ” สำหรับทำสึมามิไซกุ
อาคาร “ฮานาเระ” สำหรับทำสึมามิไซกุ

ในเวิร์กช็อป คุณสามารถสร้างสึมามิไซกุชิ้นพิเศษของตัวเองได้ เพราะสามารถเลือกรูปทรงดอกไม้และสีกลีบดอกตามชอบจากตัวเลือกมากมาย

เริ่มจากเลือก “รูปทรงดอกไม้” 1 แบบจากทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่ “ดอกบ๊วย” “ดอกเบญจมาศ” และ “ดอกไม้ประยุกต์” วิธีหนีบกลีบดอกจะแตกต่างกันไปตามรูปทรงที่เลือก ครั้งนี้ฉันเลือกดอกเบญจมาศ จุดที่น่าประทับใจคือสามารถค่อย ๆ ดูตัวอย่างและตัดสินใจในวันกิจกรรมได้ เนื่องจากหลายคนมักลังเลว่าจะเลือกแบบไหนดี จึงใช้เวลาตัดสินใจได้ตามสบาย

เลือกรูปทรงดอกไม้จาก 3 แบบ
เลือกรูปทรงดอกไม้จาก 3 แบบ

จากนั้นเลือก “รูปแบบฐาน” จาก 3 แบบ ได้แก่ กิ๊บ เครื่องประดับผม และพวงห้อยกระเป๋า โดยพวงห้อยกระเป๋ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 200 เยน เครื่องประดับผมไม่มีแรงยึดในตัว จึงใช้โดยเสียบเข้ากับผมที่รวบไว้ ครั้งนี้ฉันเลือกกิ๊บซึ่งติดได้ง่าย

เลือกรูปแบบฐานจาก 3 แบบ
เลือกรูปแบบฐานจาก 3 แบบ

ต่อไปคือการเลือก “สีดอกไม้” จากทั้งหมด 12 สี สำหรับดอกบ๊วยและดอกไม้ประยุกต์ให้เลือก 6 ชิ้น ส่วนดอกเบญจมาศเลือก 9 ชิ้น จะใช้สีเดียวทั้งหมดหรือผสม 2–3 สีก็ได้ ผ้าที่ใช้ในกิจกรรมคือ “ผ้าไหมแท้ฮาบูตาเอะ” ชนิดเดียวกับที่ใช้ทำเครื่องประดับผมของไมโกะ ดอกเบญจมาศที่ทำครั้งนี้ต้องใช้ 9 ชิ้น ฉันจึงใช้แหนบเลือกสีชมพูเข้ม 3 ชิ้น สีฟ้าอ่อน 3 ชิ้น และสีม่วงอ่อน 3 ชิ้น

ใช้แหนบหยิบผ้าตามจำนวนที่ต้องการ
ใช้แหนบหยิบผ้าตามจำนวนที่ต้องการ
ผ้า 9 ชิ้นที่เลือกไว้
ผ้า 9 ชิ้นที่เลือกไว้

ได้เวลาลงมือทำจริงแล้ว แม้เป็นมือใหม่หรือไม่ถนัดงานฝีมือก็ไม่ต้องกังวล เพราะช่างจะคอยสอนอย่างอ่อนโยนตลอดเวลา กลีบดอกเบญจมาศทำด้วยเทคนิคเค็นสึมามิ โดยทำกลีบทรงแหลม 9 กลีบ ส่วนดอกบ๊วยใช้มารุสึมามิ 6 กลีบ และดอกไม้ประยุกต์ใช้เค็นสึมามิ 3 กลีบกับมารุสึมามิ 3 กลีบ

เริ่มจากใช้แหนบคีบผ้า 1 ชิ้น โดยคีบผ้าสี่เหลี่ยมตามแนวทแยง ตรวจให้ปลายแหนบตรงกับมุมผ้าพอดี แล้วพับครึ่ง เมื่อพับแล้ว ให้เปลี่ยนตำแหน่งแหนบไปคีบด้านมุมฉากของรูปสามเหลี่ยม

คีบตามแนวทแยง
คีบตามแนวทแยง
พับครึ่งแล้วเปลี่ยนตำแหน่งแหนบ
พับครึ่งแล้วเปลี่ยนตำแหน่งแหนบ

หมุนแหนบไปทางซ้ายแล้วพับครึ่งอีกครั้ง จากนั้นดึงแหนบออก คีบจากด้านมุมฉากของรูปสามเหลี่ยม แล้วพับครึ่งอีกครั้ง

หมุนไปทางซ้ายแล้วพับครึ่ง
หมุนไปทางซ้ายแล้วพับครึ่ง
คีบจากด้านมุมฉากแล้วพับครึ่งอีกครั้ง
คีบจากด้านมุมฉากแล้วพับครึ่งอีกครั้ง

จากนั้นเปลี่ยนมาคีบตรงปลายที่ซ้อนกัน ใช้กรรไกรตัดส่วนที่ยื่นออกมาให้เสมอกัน เนื่องจากมีขั้นตอนตัดแต่งอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้จะพับไม่ตรงกันเล็กน้อยก็ไม่เป็นไร
กดส่วนที่ตัดแต่งแล้วลงในกาว เพียงเท่านี้กลีบดอก 1 กลีบก็เสร็จเรียบร้อย

ใช้กรรไกรตัดให้เสมอกัน
ใช้กรรไกรตัดให้เสมอกัน
กดลงในกาว
กดลงในกาว

ทำขั้นตอนนี้ซ้ำจนครบ 9 กลีบ เมื่อเริ่มคุ้นมือ ก็จะรู้สึกได้ว่าทำได้คล่องขึ้นเรื่อย ๆ งานมีรายละเอียดเล็กมาก จึงช่วยให้จดจ่อกับสิ่งที่ทำได้เป็นอย่างดี

เมื่อกลีบดอกทั้ง 9 กลีบเรียงอยู่ในกาว ก็ดูน่ารักมากราวกับหูกระต่าย ได้ยินว่าหลายคนชอบถ่ายรูปเก็บไว้เพราะขั้นตอนนี้ดูน่ารักเป็นพิเศษ

ทำกลีบดอกให้ครบ 9 กลีบ
ทำกลีบดอกให้ครบ 9 กลีบ

เมื่อทำกลีบดอกเสร็จแล้ว ให้นำมาติดบนฐาน ใช้แหนบคีบกลีบดอกทีละกลีบแล้ววางลงบนฐานที่ทากาวไว้ เริ่มจากติดสีแรก 3 กลีบโดยเว้นระยะเท่า ๆ กัน จากนั้นทำซ้ำกับสีที่ 2 และสีที่ 3 ก่อนจัดสมดุลของกลีบดอกเป็นขั้นตอนสุดท้าย เท่านี้ดอกเบญจมาศก็เสร็จแล้ว!

ใช้แหนบคีบกลีบดอก 1 กลีบ
ใช้แหนบคีบกลีบดอก 1 กลีบ
วางบนฐาน
วางบนฐาน
ติดสีแรก 3 กลีบ
ติดสีแรก 3 กลีบ
ทำซ้ำและจัดสมดุลจนเป็นรูป “ดอกเบญจมาศ”!
ทำซ้ำและจัดสมดุลจนเป็นรูป “ดอกเบญจมาศ”!

ต่อไป เลือก “เกสรดอกไม้” 1 ชิ้นสำหรับติดตรงกลาง มีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ คริสตัลและดิ้นทอง ซึ่งแต่ละแบบจะให้ความรู้สึกแตกต่างกันมาก ดิ้นทองดูน่ารัก ส่วนคริสตัลให้บรรยากาศเป็นผู้ใหญ่ ครั้งนี้ฉันจึงเลือกคริสตัล

เลือกเกสรดอกไม้
เลือกเกสรดอกไม้

เมื่อติดเกสรดอกไม้แล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือเลือกสีและรูปแบบของ “ชิ้นห้อย” ที่ช่วยเพิ่มความงดงามให้สึมามิไซกุ ชิ้นห้อยลายวิสทีเรียที่ทำด้วยสึมามิไซกุมี 7 สี ส่วนพู่ไหมแท้ก็มี 7 สีเช่นกัน (ผู้ที่เลือกพวงห้อยกระเป๋าจะเลือกได้เฉพาะพู่ไหม)
ฉันลองนำสึมามิไซกุที่ทำไว้มาเทียบกับชิ้นห้อยแต่ละแบบก่อนตัดสินใจ เมื่อเลือกเกสรคริสตัลแล้ว ผลงานดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย จึงเลือกชิ้นห้อยลายวิสทีเรียเพื่อเพิ่มความน่ารัก ส่วนสีของชิ้นห้อยจะเลือกให้ตรงกับกลีบดอกหรือใช้สีที่แตกต่างไปเลยก็ได้ ครั้งนี้อยากให้ภาพรวมดูกลมกลืน จึงเลือกสีม่วงอ่อนเช่นเดียวกับกลีบดอก

เลือกสีและรูปแบบของชิ้นห้อย
เลือกสีและรูปแบบของชิ้นห้อย

เมื่อติดชิ้นห้อยก็เสร็จสมบูรณ์! ด้วยคำแนะนำอย่างละเอียดจากช่าง ฉันจึงทำสึมามิไซกุชิ้นโปรดออกมาได้สำเร็จ!

เสร็จสมบูรณ์!
เสร็จสมบูรณ์!

สามารถเปลี่ยนไปติดบนฐานไม้สนคิตายามะ แบรนด์ไม้ท้องถิ่นของเกียวโต และนำกลับบ้านได้ภายในวันเดียวกัน

เปลี่ยนไปติดบนฐานไม้สนคิตายามะและนำกลับได้ในวันเดียวกัน
เปลี่ยนไปติดบนฐานไม้สนคิตายามะและนำกลับได้ในวันเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกาวยังไม่แห้งสนิท จึงไม่สามารถสวมใส่ผลงานได้ในวันที่ทำ หากอยากสวมสึมามิไซกุที่ทำเองระหว่างเที่ยวเกียวโต แนะนำให้เข้าร่วมกิจกรรมภายในวันก่อนวันที่ต้องการสวมใส่ หลังจากวันที่ทำเสร็จแล้ว ลองเช่ากิโมโน ประดับผมด้วยสึมามิไซกุที่ทำเอง แล้วออกไปเดินเที่ยวเมืองเกียวโตกัน♪

ความรู้สึกหลังร่วมกิจกรรม

กิจกรรมนี้เปิดโอกาสให้เรียนรู้เทคนิคสึมามิไซกุแบบดั้งเดิมอย่างจริงจังด้วยอุปกรณ์ดั้งเดิม ตัวอย่างเช่น ผ้าที่ใช้คือ “ผ้าฮาบูตาเอะ” ซึ่งเป็นผ้าไหมแท้แบบดั้งเดิมสำหรับทำสึมามิไซกุ และย้อมด้วยมือในเกียวโต จึงมีเอกลักษณ์ตรงเฉดสีที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ กาวที่ใช้ในกิจกรรมยังเป็นกาวแป้งแบบดั้งเดิมชนิดเดียวกับที่ช่างฝีมือใช้จริง กาวแป้งใช้เวลาแห้งนาน จึงแก้ไขรายละเอียดเล็ก ๆ ได้ง่ายและให้อิสระในการทำงานมากขึ้น ที่ผ่านมา ฉันเคยประดับสึมามิไซกุบนเส้นผมในโอกาสสำคัญหลายครั้ง เช่น พิธีฉลองเด็กอายุ 3, 5 และ 7 ปี พิธีบรรลุนิติภาวะ และพิธีจบการศึกษา แต่ไม่เคยคิดว่าจะทำเองได้ แม้ฉันจะไม่ถนัดงานฝีมือก็ยังทำได้ไม่ยาก ส่วนที่ซับซ้อนช่างจะช่วยแก้ไขให้ จึงได้ผลงานที่สวยงาม การทำกลีบดอกทีละกลีบด้วยมือตัวเองทำให้รู้สึกผูกพัน และกลายเป็นชิ้นโปรดของฉัน ครั้งหน้าที่สวมยูกาตะหรือกิโมโน ฉันอยากลองประดับสึมามิไซกุที่ทำเองดู

ซื้อสึมามิไซกุฝีมือช่างเป็นของฝาก

ที่นี่ไม่ได้มีเพียงกิจกรรมทำสึมามิไซกุเท่านั้น แต่ยังสามารถซื้อผลงานที่ช่างฝีมือทำขึ้นจริงได้ด้วย
มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่เครื่องประดับผมน่ารักสำหรับเด็กในพิธีฉลองอายุ 3, 5 และ 7 ปี ไปจนถึงเครื่องประดับผมอันงดงามและดูเป็นผู้ใหญ่สำหรับพิธีบรรลุนิติภาวะ ลองเลือกชิ้นที่ถูกใจกลับไปเป็นของฝาก

เครื่องประดับผมสำหรับพิธีฉลองเด็กอายุ 3, 5 และ 7 ปี
เครื่องประดับผมสำหรับพิธีฉลองเด็กอายุ 3, 5 และ 7 ปี
เครื่องประดับผมสำหรับพิธีบรรลุนิติภาวะ
เครื่องประดับผมสำหรับพิธีบรรลุนิติภาวะ

สึมามิไซกุมีดีไซน์หลากหลาย ทั้งดอกไม้ นก และสัตว์ การผสมผสานรูปแบบการหนีบช่วยสร้างสรรค์รูปทรงต่าง ๆ ได้มากมาย จนกล่าวกันว่ามีรูปทรงมากเท่ากับชนิดของดอกไม้
นอกจากนี้ ยังจำหน่ายวัสดุสำหรับทำสึมามิไซกุ เช่น ผ้าฮาบูตาเอะและพู่ สำหรับผู้ที่อยากทำเป็นงานอดิเรกด้วย

ได้ยินว่ามีผู้เข้าร่วมไม่น้อยที่อยากลองทำเป็นงานอดิเรกหลังจบกิจกรรม สำหรับคนเหล่านี้ ที่นี่ยังเปิดคลาสสึมามิไซกุตลอดทั้งปี โดยจะสอนวิธีหนีบดอกไม้ประจำแต่ละเดือนตลอด 12 เดือน เช่น ดอกไฮเดรนเยียในเดือนมิถุนายน

สิ่งที่สะดุดตาเป็นพิเศษภายในร้านโอฮาริบาโกะ คือสึมามิไซกุจำนวนมากที่เรียงเต็มผนัง แม้ไม่ใช่สินค้าสำหรับจำหน่าย แต่เป็นของตกแต่งร้านที่งดงามตระการตาราวกับทุ่งดอกไม้ สีสันสดใสจนเผลอมองอย่างเพลิดเพลิน เมื่อมาเยือนอย่าลืมลองชมด้วย

สึมามิไซกุที่เรียงเต็มพื้นที่ดูงดงามตระการตา
สึมามิไซกุที่เรียงเต็มพื้นที่ดูงดงามตระการตา

บทสรุป

ดอกไม้สึมามิไซกุที่ถือกำเนิดจากผ้าผืนเล็ก ถ่ายทอดทั้งการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาลและสุนทรียภาพที่ชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญมาโดยตลอด รวมถึงฝีมืออันยอดเยี่ยมของเหล่าช่าง การได้ลองทำด้วยตัวเองช่วยให้เข้าใจว่ากลีบดอกแต่ละกลีบต้องใช้เวลาและทักษะอันละเอียดอ่อนเพียงใด พร้อมสัมผัสถึงความลุ่มลึกของงานฝีมือ เมื่อมาเยือนเกียวโต ลองสัมผัสงานฝีมือเช่นนี้ควบคู่กับการเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ เป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้เข้าใจวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น