พูดจริงๆ ตอนเดินขึ้นมาตามนิเน็นซากะและซันเน็นซากะ น่องล้ามากจนแทบไม่ไหว😂 ทางลาดชันแบบไม่ปรานีกันเลย เดินขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วเริ่มรู้สึกเหนื่อยจริงๆ
แต่พอผ่านประตูนิโอมงสีแดงและเห็นระเบียงวัดคิโยมิสึ ความเหนื่อยจากการเดินขึ้นเนินเมื่อกี้ก็หายไปครึ่งหนึ่งทันที
เคยเห็นวัดคิโยมิสึในอินเทอร์เน็ตมาหลายครั้ง เดิมทีคิดว่าเห็นรูปมาเยอะขนาดนี้ พอมาเห็นของจริงก็คงเฉยๆ แต่เมื่อได้มายืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ ก็ยังรู้สึกตื่นตาตื่นใจมาก ระเบียงไม้ทั้งหลังยื่นออกไปด้านนอก พอยืนมองลงไปข้างล่างจากด้านบน ฝ่าเท้ารู้สึกเสียวๆ จริงๆ
ตอนมาเดือนมกราคม ต้นไม้บนเขาส่วนใหญ่โล่งจนแทบไม่เหลือใบ ดูแตกต่างจากฤดูซากุระหรือฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ทุกคนมักเห็นอย่างสิ้นเชิง แต่เพราะแบบนี้กลับทำให้มองเห็นทิวทัศน์รอบระเบียงวัดคิโยมิสึได้ชัดเจนขึ้น ช่วงฤดูหนาวผู้คนก็น้อยกว่าฤดูยอดนิยมเล็กน้อย ยืนค่อยๆ ชมวิวบนระเบียงแล้วรู้สึกสบายดี
ต่อมาเดินตามเส้นทางไปถึงโอคุโนะอิน ถึงได้รู้ว่าที่นี่คือมุมถ่ายภาพระเบียงวัดคิโยมิสึแบบคลาสสิก พอหันกลับไปมอง ระเบียงไม้ตั้งอยู่ด้านหน้าเนินเขา ประกอบกับต้นไม้ไร้ใบในเดือนมกราคม ให้ความรู้สึกเงียบสงบมาก อยู่ตรงนั้นถ่ายรูปและชมวิวไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีก็เกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว
หลังจากเดินลงไปก็พอดีไปต่อแถวที่น้ำตกโอโตวะ ใช้กระบวยด้ามยาวตักน้ำดื่ม หลังจากเดินมานานและขึ้นเนินมาตลอด พอได้ดื่มน้ำก็รู้สึกสบายมาก อย่างน้อยก็ทำให้รู้สึกว่าเนินที่ปีนมาเมื่อกี้ไม่เสียเปล่า😂
หลังออกจากวัดคิโยมิสึก็เดินลงไปทางซันเน็นซากะตลอดทาง แวะดูร้านเล็กๆ และซื้อของกิน แล้วค่อยๆ เดินเล่นลงมา แม้สุดท้ายจะเมื่อยขามาก แต่พอเดินครบทั้งเส้นทางก็ยังรู้สึกว่าคุ้มค่า
ถ้าจะมาวัดคิโยมิสึ ก็ยังแนะนำให้ออกมาเช้าหน่อย ตอนคนน้อยสบายกว่ามากจริงๆ ไม่อย่างนั้นพอคนเริ่มเยอะ เวลาเดินก็ต้องคอยหลบและขอทางตลอด ถ่ายรูปก็ติดคนเต็มไปหมดได้ง่ายมาก










