
【คู่มือเที่ยวเมืองนารุโตะแบบครบถ้วน】รวมจุดเด่นและของอร่อย ตั้งแต่สถานที่ยอดนิยมไปจนถึงมุมลับ!
ถ้ากำลังมองหาทริปที่ได้ทั้งวิวทะเลน่าประทับใจ อาหารท้องถิ่นอร่อย ๆ และจุดเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ นารุโตะก็เป็นอีกเมืองที่ชวนให้แวะมาเยือน เมืองนี้มีทั้งน้ำวนขนาดใหญ่ระดับโลก สถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย และของกินขึ้นชื่อให้เลือกเพลิดเพลิน
บทความนี้เหมาะมากสำหรับคนที่กำลังวางแผนทริป เราจะพาคุณไปรู้จักไฮไลต์ของนารุโตะ เพื่อให้คุณจัดแผนการเดินทางที่ตรงใจได้ง่ายขึ้น
นารุโตะเป็นสถานที่แบบไหน?
ปลายด้านตะวันออกของชิโกกุมีเมืองหนึ่งที่เดินทางเชื่อมต่อสะดวกและมีภาพจำชัดเจนเรื่องทะเลกับกระแสน้ำ นั่นคือเมืองนารุโตะ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของภูมิภาคชิโกกุ บริเวณตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดโทคุชิมะ และเชื่อมต่อกับเกาะฮอนชูฝั่งเมืองโกเบ จังหวัดเฮียวโงะ ผ่านทางด่วนโกเบ–อาวาจิ–นารุโตะ จึงเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในประตูสู่ชิโกกุ ไฮไลต์สำคัญคือ “น้ำวน” ในช่องแคบนารุโตะที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางได้ถึง 20 เมตร ที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอย่างพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีพื้นที่จัดแสดงถาวรขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น โรงผลิตสาเก “นารุโตะไท” ที่มีประวัติยาวนานกว่า 200 ปี รวมถึงอาหารท้องถิ่นหลากหลายเมนู ทำให้ที่นี่เป็นอีกพื้นที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมาก

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของนารุโตะคือเมื่อไร?
ช่วงที่แนะนำเป็นพิเศษสำหรับการชม “น้ำวน” ที่ห้ามพลาด คือปลายเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนเมษายน แต่ในช่วงเวลาอื่นก็ยังมีโอกาสเห็นน้ำวนขนาดใหญ่ได้เช่นกัน โดยเฉพาะในวันที่เป็นน้ำใหญ่ช่วงพระจันทร์เต็มดวงและพระจันทร์ดับ ซึ่งเกิดขึ้นเดือนละ 2 ครั้ง
นอกจากนี้ ช่วงเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนและหลังน้ำลงหรือน้ำขึ้น ซึ่งเกิดวันละ 1 ครั้ง ก็ถือเป็นช่วงเวลาชม น้ำวนที่ดีที่สุดเช่นกัน ลองจัดตารางท่องเที่ยวให้เหมาะกับเวลาของคุณแล้วออกไปสัมผัสด้วยตัวเอง
สภาพอากาศรายปีของนารุโตะ
| - | Jan. | Feb. | Mar. | Apr. | May | Jun. | Jul. | Aug. | Sep. | Oct. | Nov. | Dec. |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| อุณหภูมิเฉลี่ย (℃) | 8.9 | 8.4 | 11.3 | 13.8 | 20.4 | 24.1 | 25.7 | 29.9 | 25.1 | 18.7 | 14.9 | 8.6 |
| ความชื้นเฉลี่ย (%) | 67 | 63 | 67 | 58 | 70 | 77 | 84 | 73 | 75 | 71 | 70 | 61 |
| ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย (มม.) | 29 | 12 | 26.5 | 40.5 | 33 | 71.5 | 59.5 | 19 | 86.5 | 118 | 25 | 4 |
※ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ปี 2024
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของนารุโตะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เหมาะกับแจ็กเก็ตแบบบางและเสื้อสเวตเตอร์เนื้อบาง
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางเบาอย่างเสื้อแขนสั้นกำลังสบาย
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบางหรือโค้ตเบา ๆ ใช้งานได้ดี
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): ควรเตรียมโค้ต ชุดสูทขนสัตว์ และสเวตเตอร์หรือแจ็กเก็ตหนา
เดินทางไปนารุโตะอย่างไร?
- จากโอซาก้า: สนามบินนานาชาติคันไซ → รถบัสด่วนพิเศษ (ประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที) → โคโซกุนารุโตะ
- ถ้าออกจากสถานีโตเกียว: สถานีโตเกียว JR นั่งชินคันเซ็น (ประมาณ 3 ชั่วโมง 20 นาที) → สถานีโอคายามะ JR ต่อรถมารินไลเนอร์ (ประมาณ 1 ชั่วโมง) → สถานีทากามัตสึ JR ต่อรถด่วนพิเศษอุซุชิโอะ (ประมาณ 1 ชั่วโมง) → สถานีอิเคโนะทานิ JR ต่อสาย Naruto Line (ประมาณ 20 นาที) → สถานีนารุโตะ JR
- จากโกเบ: ซันโนะมิยะ → รถบัสด่วนพิเศษ (ประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที) → โคโซกุนารุโตะ
- จากเกาะอาวาจิ: ทางแยกต่างระดับมินามิอาวาจิ → สายรถบัสอาวาจิ–โทคุชิมะ ของบริษัท Awaji Kotsu (ประมาณ 6 นาที) → ป้ายนารุโตะโคเอ็งกุจิ
- จากโทคุชิมะ: สถานีโทคุชิมะ JR สาย Naruto Line (ประมาณ 40 นาที) → สถานีนารุโตะ JR
การเดินทางหลักสำหรับเที่ยวในนารุโตะ
หากตั้งใจมาเที่ยวชม น้ำวนเป็นหลัก คุณสามารถเดินเท้าเที่ยวรอบจุดท่องเที่ยวได้ แต่ถ้าจะย้ายไปยังสถานที่อื่น ๆ แนะนำให้ใช้รถไฟหรือรถบัสจะสะดวกกว่า
6 จุดห้ามพลาดในนารุโตะ
จุดท่องเที่ยวของนารุโตะส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่บนเกาะโอเกะชิมะ ถ้ามีเวลาเพิ่มอีกหน่อย การนั่งรถไฟหรือรถบัสออกไปแวะสถานที่อย่างโรงสาเก “ฮงเกะ มัตสึอุระ ชุโซ (Honke Matsuura Shuzo)” ที่มีประวัติยาวนานกว่า 200 ปีก็คุ้มไม่น้อย
ด้านล่างนี้คือ 6 สถานที่แนะนำที่ถ้ามานารุโตะแล้วไม่ควรพลาด
1. สะพานโอนารุโตะ
เมื่อรวมกับสะพานอากาชิไคเคียวแล้ว ที่นี่เป็นเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมที่เชื่อมภูมิภาคคันไซสู่ชิโกกุโดยตรง สะพานแห่งนี้มีชื่อเสียงจากการชม น้ำวนที่เกิดขึ้นในช่องแคบนารุโตะ ซึ่งเป็นหนึ่งในกระแสน้ำเชี่ยว 3 แห่งสำคัญของโลก บริเวณใกล้เคียงยังมีสถานที่อย่าง “อุซุโนะโอกะ อนุสรณ์สะพานโอนารุโตะ” และ “มิจิโนะเอกิ อุซุชิโอะ” ให้คุณได้ชมวิวสวย ๆ และลิ้มลองอาหารขึ้นชื่อของเกาะอาวาจิอีกด้วย

2. ทางเดินอุซุโนะมิจิ บนสะพานโอนารุโตะ
ทางเดินลอยฟ้าเหนือทะเลยาวประมาณ 450 เมตร ที่สร้างอยู่ใต้ช่องทางรถยนต์ของสะพานโอนารุโตะ คุณสามารถมองลงไปชม น้ำวนในช่องแคบนารุโตะผ่านพื้นกระจกจากความสูงประมาณ 45 เมตรได้ อย่างไรก็ตาม เวลาที่น้ำวนเกิดขึ้นจะแตกต่างกันในแต่ละวัน หากอยากเพิ่มโอกาสเห็นอย่างชัดเจน แนะนำให้ตรวจสอบ “เวลาชมอุซุชิโอะที่ดีที่สุดของวันนี้” บนเว็บไซต์ทางการก่อนออกเดินทาง

3. เอสก้าฮิลล์ นารุโตะ (จุดชมวิวภูเขานารุโตะ)
อีกหนึ่งจุดชมวิวแนะนำสำหรับมองเห็นน้ำวนของนารุโตะและสะพานโอนารุโตะ คือ “เอสก้าฮิลล์ นารุโตะ” ที่นี่มีบันไดเลื่อนสำหรับการท่องเที่ยวยาว 68 เมตร และมีความต่างระดับ 34 เมตร ซึ่งเคยได้รับการยกย่องว่าใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออก นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปยังจุดชมวิวบนยอดเขานารุโตะได้ จากด้านบนจะเห็นทัศนียภาพพาโนรามา 360 องศา และชมความงามของท้องทะเลนารุโตะได้แบบเต็มตา

4. เรือชมอุซุชิโอะ
หากอยากชม น้ำวนขนาดใหญ่ระดับโลกในระยะใกล้ แนะนำให้ลองล่องเรือชมกระแสน้ำ เรือออกจากท่าเรือท่องเที่ยวคาเมอุระ ในนารุโตะพาร์ก เมืองนารุโตะ จังหวัดโทคุชิมะ มีเรือให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ เรือชมกระแสน้ำขนาดใหญ่ “วันเดอร์นารุโตะ” และเรือชมใต้น้ำขนาดเล็ก “อควาเอ็ดดี้” ซึ่งให้ประสบการณ์ต่างกัน “อควาเอ็ดดี้” ต้องจองล่วงหน้า แต่มีห้องชมวิวใต้น้ำลึก 1 เมตรจากผิวน้ำ จึงสามารถชมสภาพของน้ำวนจากมุมมองในทะเลได้ด้วย

5. พิพิธภัณฑ์ศิลปะนานาชาติโอซึกะ
พิพิธภัณฑ์ศิลปะขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่จัดแสดงถาวรระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น โดดเด่นในฐานะพิพิธภัณฑ์ภาพศิลปะบนแผ่นเซรามิกที่หาได้ยากในโลก โดยจัดแสดงผลงานที่จำลองภาพวาดชิ้นเอกจากทั่วโลกอย่างซื่อสัตย์ ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ “การจัดแสดงสภาพแวดล้อม” อันน่าตื่นตา เช่น “ซิสทีน่า ฮอลล์” ที่จำลองพื้นที่จริงทั้งห้องอย่างสมจริง

6. ฮงเกะ มัตสึอุระ ชุโซ
โรงสาเกที่ผลิตสาเกญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 200 ปี โดยมี “นารุโตะไท” เป็นแบรนด์เด่น ที่นี่สามารถเข้าชมกระบวนการผลิตสาเกและตัวอาคารได้ โดยต้องจองล่วงหน้า หลังจบทัวร์ยังมีการชิมสาเกให้เพลิดเพลินอีกด้วย ลองหาสาเกญี่ปุ่นรสที่ถูกใจ แล้วซื้อกลับเป็นของฝากก็น่าสนใจไม่น้อย

3 ประสบการณ์ที่ต้องลองเมื่อมาเยือนนารุโตะ
เสน่ห์ของนารุโตะอยู่ที่ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และวิวที่ชวนให้ประทับใจ ถ้ามาเที่ยวที่นี่สักครั้ง ก็อยากชวนให้ลองประสบการณ์พิเศษที่หาได้เฉพาะในพื้นที่นี้ ด้านล่างคือกิจกรรมยอดนิยมที่นักเดินทางหลายคนเลือกไปสัมผัส
1. เดินชมอุซุชิโอะบนสะพานโอนารุโตะ
ทัวร์เดินชมสะพานโอนารุโตะที่ให้คุณมองลงไปเห็นวิว น้ำวนอันน่าตื่นตาของนารุโตะได้จากมุมสูง คุณจะได้เดินบนทางบำรุงรักษาที่ปกติไม่เปิดให้เข้าชม และสามารถชม น้ำวนจากเหนือสะพานได้โดยตรง อีกทั้งยังมีไกด์เล่าเรื่องราวตอนก่อสร้างสะพานและข้อมูลเกี่ยวกับหมู่เกาะรอบ ๆ เพิ่มความน่าสนใจให้กับทริป

2. ปั่นผ่านทุ่งบัวหลวง
“ปั่นผ่านทุ่งบัวหลวง” เป็นทัวร์ที่ให้คุณปั่นจักรยานเช่าชมถนนชนบทอย่างสบาย ๆ ตามเส้นทางที่คนท้องถิ่นใช้ในชีวิตประจำวัน และไม่ค่อยมีอยู่ในหนังสือท่องเที่ยว จังหวัดโทคุชิมะเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตรากบัวชั้นนำของญี่ปุ่น และในเมืองนารุโตะก็มีทุ่งรากบัวกระจายอยู่ทั่วไป ระหว่างทางคุณจะได้ชมบรรยากาศแสนสงบ พร้อมฟังไกด์อธิบายเรื่องรากบัวและธรรมชาติรอบตัว ช่วงท้ายของทัวร์ยังได้ลิ้มลองเมนูรากบัวที่เร็นมารุคาเฟ่ ซึ่งมีทุ่งรากบัวอยู่ภายในร้านอีกด้วย

3. สนุกบนแพกลางทะเล
“สนุกบนแพกลางทะเล” คือกิจกรรมพักผ่อนทางทะเลที่ใช้แพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำซึ่งปัจจุบันไม่ได้ใช้งานแล้ว มาปรับเป็นพื้นที่สำหรับตกปลาและทำบาร์บีคิว จากบนแพสามารถตกปลาแบบซาบิกิได้ จึงเหมาะกับมือใหม่เพราะจัดชุดอุปกรณ์ได้ง่ายและไม่ยุ่งยาก ตั้งแต่เดือนเมษายนจะมีปลาชนิดต่าง ๆ อย่างปลาชินุ ปลากะพงแดง และปลาซูซูกิ เดือนกรกฎาคมมีปลาอาจิและปลาซาโยริ ส่วนเดือนกันยายนมีปลา ฮามาจิ เป็นต้น หลังตกปลาเสร็จยังได้อิ่มอร่อยกับบาร์บีคิวกลางทะเล โดยมีทั้งอุปกรณ์บาร์บีคิว เนื้อสัตว์ ผัก และข้าวปั้นรวมมาให้พร้อม

6 ร้านอาหารยอดนิยมในนารุโตะ
ถ้ามาเที่ยวนารุโตะ เรื่องกินก็เป็นอีกอย่างที่ไม่ควรมองข้าม เมืองนี้ไม่ได้มีแค่ “น้ำวน” แต่ยังมีร้านอาหารหลายแห่งที่เสิร์ฟเมนูท้องถิ่นแสนอร่อย อยากชวนให้คุณลองลิ้มรสเมนูที่หาได้เฉพาะที่นี่
ที่นี่เราได้คัด 6 ร้านอาหารยอดนิยมในนารุโตะมาแนะนำ
1. ร้านอาหารปลาสด บินบิยะ
ร้านอาหารทะเลที่นำคำว่า “บินบิ” ซึ่งในภาษาถิ่นโทคุชิมะหมายถึง “ปลาสดที่ยังดิ้นกระโดดได้” มาใช้เป็นชื่อร้าน สมกับชื่อ เพราะที่นี่เสิร์ฟเมนูปลาสดใหม่อย่างน่าทึ่ง ขอแนะนำเซ็ตซาชิมิฮามาจิที่ได้ลิ้มรสปลาฮามาจิเนื้อเด้ง หนา และสดมาก รวมถึงเมนูปลาสไตล์นารุโตะอีกหลายอย่างที่อยากให้ลอง ซุปมิโสะใส่วากาเมะจากนารุโตะที่ใช้น้ำซุปจากกระดูกปลา ก็เป็นอีกเมนูที่รสชาติโดดเด่น

2. อะจิโดโกโระ อาราชิ
ร้านดังด้านอาหารปลาสดที่คุณจะได้ลิ้มรสปลาตามฤดูกาลจากทะเลใกล้นารุโตะ รวมถึงปลานารุโตะไทตามธรรมชาติ ทางร้านเสิร์ฟเมนูจากปลามีชีวิตสดใหม่หลากหลายรายการในราคาสมเหตุสมผล เมนูที่ไม่อยากให้พลาดคือชุดปลานารุโตะไทธรรมชาติแบบครบคอร์ส ที่ให้คุณอิ่มอร่อยกับปลานารุโตะไทจากทะเลคลื่นแรงของช่องแคบนารุโตะ ทั้งซาชิมิ ข้าวอบหม้อ และซุปปลา

3. ร้านปลาไหล ฟูจิซากิยะ
ร้านเฉพาะทางด้านปลาไหลที่คุณสามารถลิ้มลองปลาไหลได้หลายรูปแบบ ทั้งคาบายากิและเซโรมุชิ คาบายากิของที่นี่โดดเด่นด้วยวิธีย่างเฉพาะที่ทำให้ปลาไหลนุ่มฟูและอร่อยมาก นอกจากนี้ยังมีเมนูหายากที่เข้ากันดีกับเครื่องดื่ม เช่น กระเพาะลวกเกลือและตับปลาไหลตุ๋น จุดเด่นอีกอย่างคือวัตถุดิบทุกชนิดล้วนคัดสรรจากในประเทศ ทั้งปลาไหล ข้าว และผลไม้

4. คามาอาเกะอุด้ง อิชชō
ร้านอุด้งคามะอาเกะชื่อดังของเมืองนารุโตะที่บางวันมีคนต่อแถวตั้งแต่ก่อนเปิดร้าน เส้นอุด้งที่ช่างทำอย่างพิถีพิถันช่วยให้ได้รสชาติแป้งสาลีอย่างเต็มที่และมีสัมผัสนุ่มลื่นคอเป็นอย่างดี ลองชิมอุด้งต้มร้อน ๆ พร้อมน้ำซุปที่ทำจากคัตสึโอะบุชิ 3 ชนิด ปลาซาร์ดีนแห้งจากเกาะอิบุกิ และสาหร่ายคมบุริชิริ แล้วเติมเครื่องเคียงตามชอบ

5. เร็นมารุคาเฟ่
เมืองนารุโตะเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งใน 3 แหล่งผลิตรากบัวสำคัญของญี่ปุ่น รากบัวจากนารุโตะมีจุดเด่นที่สีอ่อนและเนื้อกรุบกรอบ ที่เร็นมารุคาเฟ่ คุณสามารถลิ้มลองรากบัวนารุโตะได้ในหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นอุด้งรากบัวที่ผสมผงรากบัวลงในเส้น หรือข้าวแกงกะหรี่รากบัวที่มีสัมผัสกรุบกรอบเป็นเอกลักษณ์ ภายในร้านยังมีบ่อบัวอยู่ตรงกลาง และโซนที่นั่งทานอาหารภายในบ่อบัวก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน

6. เทอร์เรซคาเฟ่ โอเกะ
เทอร์เรซคาเฟ่ชั้น 1 ของรีสอร์ตโฮเทลริมทะเล “อาโออาโอะ นารุโตะ รีสอร์ต” จุดเด่นคือหน้าต่างกระจกบานใหญ่สูงจรดเพดานที่เปิดมุมมองสู่ทะเลได้อย่างเต็มตา เมนู NEW! AoAwo Burger จำกัดวันละ 10 ชุด อัดแน่นด้วยผักท้องถิ่นที่เชฟคัดสรรอย่างดี นอกจากนี้ยังมีเมนูของหวานจากมันหวานนารุโตะคินโทคิและอาหารว่างอีกหลากหลาย ให้คุณเพลิดเพลินกับอาหารและขนมที่ใส่ใจวัตถุดิบท้องถิ่น

2 แหล่งช้อปปิ้งแนะนำที่ควรแวะในนารุโตะ
ถ้าอยากหาของฝากติดมือกลับบ้าน นารุโตะก็มีของขึ้นชื่อให้เลือกหลายแบบ ทั้งวากาเมะ รากบัว ขนมที่ใช้สึดาจิซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดโทคุชิมะ รวมถึงสาเกท้องถิ่นก็นิยมซื้อกลับกันเช่นกัน
ครั้งนี้เราจะมาแนะนำ 2 ร้านที่เหมาะสำหรับซื้อของฝากจากนารุโตะ
1. นารุโตะบุสซังคัง
ศูนย์จำหน่ายสินค้าพื้นเมืองที่รวบรวมของดีประจำเมืองนารุโตะไว้มากมาย รวมถึงเครื่องปั้น “โอตานิยากิ” งานหัตถกรรมดั้งเดิมของเมืองนารุโตะที่เหมาะสำหรับซื้อเป็นของขวัญ บริเวณทางเข้ายังมีมุมแผ่นพับข้อมูลท่องเที่ยว ทำให้แวะมาเก็บข้อมูลก่อนเที่ยวโทคุชิมะและนารุโตะได้อย่างสะดวก ที่นี่ยังมีเจลาโตทำมือจากวัตถุดิบตามฤดูกาล ให้คุณได้ลิ้มลองของขึ้นชื่อประจำท้องถิ่นในรูปแบบของไอศกรีม เหมาะสำหรับพักระหว่างขับรถด้วย

2. มิจิโนะเอกิ ไดคุโนะซาโตะ บุสซังคัง
มิจิโนะเอกิที่ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะหมู่บ้านเยอรมัน ซึ่งพัฒนามาจากพื้นที่เดิมของค่ายเชลยศึก ภายในอาคารที่ให้บรรยากาศทางประวัติศาสตร์ คุณสามารถซื้อสึดาจิ ของขึ้นชื่อของโทคุชิมะ มันหวานนารุโตะคินโทคิ ผลผลิตการเกษตรตามฤดูกาลจากท้องถิ่น ตลอดจนขนมชื่อดังและอาหารแปรรูปที่เหมาะเป็นของฝาก นอกจากนี้ยังมีมุมอาหารว่าง ให้ลองเมนูอย่างฮอตด็อกไส้กรอกเยอรมันและเบียร์เยอรมัน

ถ้าจะพักที่นารุโตะ ต้องที่นี่! 2 ที่พักแนะนำ
ถ้าอยากใช้เวลาในนารุโตะแบบไม่เร่งรีบ การเลือกพักค้างสักคืนก็น่าสนใจไม่น้อย เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องวิวสวย และยังมีรีสอร์ตโฮเทลจำนวนมากที่ตั้งอยู่ท่ามกลางโลเคชันงดงาม คุณจะได้เพลิดเพลินกับการเข้าพักอย่างผ่อนคลาย พร้อมลิ้มรสวัตถุดิบท้องถิ่นที่หาได้เฉพาะที่นี่
ต่อไปนี้คือ 2 ที่พักในนารุโตะที่อยากแนะนำให้คุณลองเลือกดู
1. รีสอร์ตโฮเทล โมอาน่าโคสต์
รีสอร์ตโฮเทลบรรยากาศเป็นส่วนตัวบนพื้นที่กว้างถึง 3,000 สึโบะ แต่มีห้องพักเพียง 16 ห้องเท่านั้น ด้วยทำเลที่รายล้อมด้วยทะเลและภูเขา คุณจึงได้ดื่มด่ำกับการเข้าพักอย่างสบายใจเต็มที่ ในอาคารร้านอาหาร “ริสโตรันเต ฟิชโบน” ทางโรงแรมใส่ใจแนวคิด “ผลิตในท้องถิ่น บริโภคในท้องถิ่น” โดยใช้วัตถุดิบอย่างผักสดและอาหารทะเลตามฤดูกาล พร้อมเสิร์ฟเมนูที่ผสมผสานอิตาเลียน ฝรั่งเศส และกลิ่นอายญี่ปุ่นให้ได้ลิ้มลองคู่กับไวน์

2. อาโออาโอะ นารุโตะ รีสอร์ต
รีสอร์ตริมชายหาดสไตล์ยุโรปใต้ที่ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติเซโตะไนไค จากห้องพักและร้านอาหารสามารถมองเห็นเส้นขอบฟ้าที่ทอดยาวจากช่องแคบนารุโตะสู่มหาสมุทรแปซิฟิก รวมถึงพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลและมูนโรดซึ่งติดอันดับจุดชมจันทร์งดงามของญี่ปุ่น ที่นี่ยังมีกิจกรรมตามฤดูกาลทั้งแบบกลางแจ้งและในร่ม ให้คุณสัมผัสเสน่ห์ของโทคุชิมะและนารุโตะได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งร้านอาหาร 5 แห่งที่เสิร์ฟทั้งอาหารทะเลและของอร่อยจากภูเขาของโทคุชิมะก็ไม่ควรพลาด

2 ของฝากจากนารุโตะที่ใครได้ก็ต้องดีใจ
ของฝากจากนารุโตะก็มีเสน่ห์อยู่ที่การหยิบเอาของดีท้องถิ่นมาทำเป็นสินค้าที่พกกลับได้ง่าย จังหวัดโทคุชิมะเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งปลูกครามที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น โดย “อะวะไอ” มีชื่อเสียงด้านคุณภาพเป็นพิเศษ ส่วน “นารุโตะคินโทคิ” ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อ ก็เป็นมันหวานที่มีความหวานสูงคล้ายผลไม้และได้รับความนิยมมาก
ที่นี่เราจะมาแนะนำ 2 ของฝากจากนารุโตะที่ทำขึ้นโดยใช้จุดเด่นของสินค้าพื้นเมืองเหล่านี้
1. STUDIO N2 “ผ้าเทนุงุยย้อมครามแท้ Naruto Azzurro”
ผ้าเทนุงุยที่ย้อมอย่างพิถีพิถันทีละผืนด้วยน้ำยาย้อมที่หมักจากครามอะวะและน้ำด่าง เสน่ห์ของชิ้นงานนี้อยู่ที่สีสวยงามและเนื้อผ้าที่นุ่มเข้ากับผิวมากขึ้นเมื่อใช้งานไปเรื่อย ๆ “คราม” ยังมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งแบคทีเรียและลดกลิ่น จึงเหมาะสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ที่ STUDIO N2 ยังมีเวิร์กช็อปในช่วงสุดสัปดาห์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และปิดเทอมฤดูร้อน ให้คุณได้สัมผัสงานย้อมครามของโทคุชิมะผ่านประสบการณ์จริงอีกด้วย

2. อิลโลซา แห่งชมรมขนมตะวันตกโทคุชิมะ “นารุโตะคินโทคิ โปเตอเร็ตโตะ”
“นารุโตะคินโทคิ โปเตอเร็ตโตะ” เป็นขนมขึ้นชื่อของโทคุชิมะที่ผสานสวีตโปเตโต้เข้ากับซาเบล่ได้อย่างลงตัว โดยใช้มันหวานนารุโตะคินโทคิที่เติบโตท่ามกลางแสงแดดเต็มที่ทั้งในส่วนของสวีตโปเตโต้และซาเบล่ คุณจึงได้เพลิดเพลินกับสัมผัสที่ต่างกันทั้งนุ่มชุ่มและกรอบเบา พร้อมรสเค็มที่เติมมาอย่างพอดีเป็นลูกเล่นสำคัญ

2 เทศกาลและอีเวนต์ห้ามพลาดในนารุโตะ
พอเข้าสู่ฤดูร้อน บรรยากาศของโทคุชิมะก็จะคึกคักขึ้นจากงาน “อาวะโอโดริ” ที่จัดในหลายพื้นที่ และงานอาวะโอโดริของเมืองนารุโตะก็นับว่าไม่ควรพลาด ส่วนอีเวนต์เกี่ยวกับเครื่องปั้นโอตานิยากิของเมืองนารุโตะที่มีประวัติยาวนานกว่า 200 ปี ก็น่าสนใจไปอีกแบบ ที่นี่เราจะพาคุณไปรู้จักทั้ง 2 งานนี้
1. งานอาวะโอโดริ เมืองนารุโตะ
“อาวะโอโดริ” คือสัญลักษณ์ประจำฤดูร้อนของจังหวัดโทคุชิมะที่มีประวัติยาวนานกว่า 400 ปี และได้รับความสนใจทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ ทุกปีเมื่อถึงเดือนสิงหาคม จะมีการจัดงานตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วจังหวัด โดยงานที่เปิดฉากก่อนคือ “งานอาวะโอโดริ เมืองนารุโตะ” ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 9–11 สิงหาคม บริเวณใจกลางเมืองนารุโตะ
สองวันก่อนเริ่มงานอาวะโอโดริ ยังมี “เทศกาลฤดูร้อนของนารุโตะ” ให้สนุกกับกิจกรรมบนเวที ร้านงานวัดและมาร์เช่ รวมถึงดอกไม้ไฟอีกด้วย

2. เทศกาลเตาเผาโอตานิยากิ
โอตานิยากิของเมืองนารุโตะเป็นงานหัตถกรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ และอีเวนต์ยอดนิยมที่คุณสามารถซื้อผลิตภัณฑ์โอตานิยากิได้ในราคาย่อมเยากว่าปกติ ก็คือ “เทศกาลเตาเผาโอตานิยากิ” นั่นเอง บางเตาเผายังมีกิจกรรมทดลองปั้นเซรามิกด้วย จึงเหมาะสำหรับจัดทริปเดินเที่ยวเยี่ยมชมเตาเผาให้ตรงกับช่วงงาน

บทสรุป
ทริปนารุโตะมีครบทั้งสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ที่พัก และของฝากที่น่าแวะเก็บให้ครบในทริปเดียว เมืองนี้ไม่ได้มีดีแค่น้ำวนเท่านั้น แต่ยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะชื่อดัง โรงสาเก จุดชมวิวสวย ๆ รวมถึงอาหารอร่อยและกิจกรรมพิเศษที่สัมผัสได้เฉพาะที่นารุโตะ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพการเที่ยวได้ชัดขึ้น และได้มาเยือนเพื่อสัมผัสเสน่ห์ของนารุโตะด้วยตัวเอง
หากมีเวลาเหลือ แนะนำให้เที่ยวต่อไปยังเกาะอาวาจิซึ่งอยู่ใกล้กัน หรือเมืองทากามัตสึในจังหวัดคางาวะด้วยก็ได้
ลองใช้บทความนี้เป็นไอเดีย แล้ววางแผนทริปในแบบของคุณเองดูนะ
