【คู่มือเที่ยวเมืองนารุโตะแบบครบถ้วน】รวมจุดเด่นและของอร่อย ตั้งแต่สถานที่ยอดนิยมไปจนถึงมุมลับ!

【คู่มือเที่ยวเมืองนารุโตะแบบครบถ้วน】รวมจุดเด่นและของอร่อย ตั้งแต่สถานที่ยอดนิยมไปจนถึงมุมลับ!

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

ถ้ากำลังมองหาทริปที่ได้ทั้งวิวทะเลน่าประทับใจ อาหารท้องถิ่นอร่อย ๆ และจุดเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ นารุโตะก็เป็นอีกเมืองที่ชวนให้แวะมาเยือน เมืองนี้มีทั้งน้ำวนขนาดใหญ่ระดับโลก สถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย และของกินขึ้นชื่อให้เลือกเพลิดเพลิน
บทความนี้เหมาะมากสำหรับคนที่กำลังวางแผนทริป เราจะพาคุณไปรู้จักไฮไลต์ของนารุโตะ เพื่อให้คุณจัดแผนการเดินทางที่ตรงใจได้ง่ายขึ้น

นารุโตะเป็นสถานที่แบบไหน?

ปลายด้านตะวันออกของชิโกกุมีเมืองหนึ่งที่เดินทางเชื่อมต่อสะดวกและมีภาพจำชัดเจนเรื่องทะเลกับกระแสน้ำ นั่นคือเมืองนารุโตะ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของภูมิภาคชิโกกุ บริเวณตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดโทคุชิมะ และเชื่อมต่อกับเกาะฮอนชูฝั่งเมืองโกเบ จังหวัดเฮียวโงะ ผ่านทางด่วนโกเบ–อาวาจิ–นารุโตะ จึงเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในประตูสู่ชิโกกุ ไฮไลต์สำคัญคือ “น้ำวน” ในช่องแคบนารุโตะที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางได้ถึง 20 เมตร ที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอย่างพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีพื้นที่จัดแสดงถาวรขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น โรงผลิตสาเก “นารุโตะไท” ที่มีประวัติยาวนานกว่า 200 ปี รวมถึงอาหารท้องถิ่นหลากหลายเมนู ทำให้ที่นี่เป็นอีกพื้นที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมาก

สะพานโอนารุโตะที่พาดข้ามช่องแคบนารุโตะ เชื่อมระหว่างเกาะอาวาจิกับชิโกกุ
สะพานโอนารุโตะที่พาดข้ามช่องแคบนารุโตะ เชื่อมระหว่างเกาะอาวาจิกับชิโกกุ

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของนารุโตะคือเมื่อไร?

ช่วงที่แนะนำเป็นพิเศษสำหรับการชม “น้ำวน” ที่ห้ามพลาด คือปลายเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนเมษายน แต่ในช่วงเวลาอื่นก็ยังมีโอกาสเห็นน้ำวนขนาดใหญ่ได้เช่นกัน โดยเฉพาะในวันที่เป็นน้ำใหญ่ช่วงพระจันทร์เต็มดวงและพระจันทร์ดับ ซึ่งเกิดขึ้นเดือนละ 2 ครั้ง
นอกจากนี้ ช่วงเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนและหลังน้ำลงหรือน้ำขึ้น ซึ่งเกิดวันละ 1 ครั้ง ก็ถือเป็นช่วงเวลาชม น้ำวนที่ดีที่สุดเช่นกัน ลองจัดตารางท่องเที่ยวให้เหมาะกับเวลาของคุณแล้วออกไปสัมผัสด้วยตัวเอง

สภาพอากาศรายปีของนารุโตะ

- Jan. Feb. Mar. Apr. May Jun. Jul. Aug. Sep. Oct. Nov. Dec.
อุณหภูมิเฉลี่ย (℃) 8.9 8.4 11.3 13.8 20.4 24.1 25.7 29.9 25.1 18.7 14.9 8.6
ความชื้นเฉลี่ย (%) 67 63 67 58 70 77 84 73 75 71 70 61
ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย (มม.) 29 12 26.5 40.5 33 71.5 59.5 19 86.5 118 25 4

※ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ปี 2024

ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของนารุโตะ

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เหมาะกับแจ็กเก็ตแบบบางและเสื้อสเวตเตอร์เนื้อบาง
  • ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางเบาอย่างเสื้อแขนสั้นกำลังสบาย
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบางหรือโค้ตเบา ๆ ใช้งานได้ดี
  • ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): ควรเตรียมโค้ต ชุดสูทขนสัตว์ และสเวตเตอร์หรือแจ็กเก็ตหนา

เดินทางไปนารุโตะอย่างไร?

  1. จากโอซาก้า: สนามบินนานาชาติคันไซ → รถบัสด่วนพิเศษ (ประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที) → โคโซกุนารุโตะ
  2. ถ้าออกจากสถานีโตเกียว: สถานีโตเกียว JR นั่งชินคันเซ็น (ประมาณ 3 ชั่วโมง 20 นาที) → สถานีโอคายามะ JR ต่อรถมารินไลเนอร์ (ประมาณ 1 ชั่วโมง) → สถานีทากามัตสึ JR ต่อรถด่วนพิเศษอุซุชิโอะ (ประมาณ 1 ชั่วโมง) → สถานีอิเคโนะทานิ JR ต่อสาย Naruto Line (ประมาณ 20 นาที) → สถานีนารุโตะ JR
  3. จากโกเบ: ซันโนะมิยะ → รถบัสด่วนพิเศษ (ประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที) → โคโซกุนารุโตะ
  4. จากเกาะอาวาจิ: ทางแยกต่างระดับมินามิอาวาจิ → สายรถบัสอาวาจิ–โทคุชิมะ ของบริษัท Awaji Kotsu (ประมาณ 6 นาที) → ป้ายนารุโตะโคเอ็งกุจิ
  5. จากโทคุชิมะ: สถานีโทคุชิมะ JR สาย Naruto Line (ประมาณ 40 นาที) → สถานีนารุโตะ JR

การเดินทางหลักสำหรับเที่ยวในนารุโตะ

หากตั้งใจมาเที่ยวชม น้ำวนเป็นหลัก คุณสามารถเดินเท้าเที่ยวรอบจุดท่องเที่ยวได้ แต่ถ้าจะย้ายไปยังสถานที่อื่น ๆ แนะนำให้ใช้รถไฟหรือรถบัสจะสะดวกกว่า

6 จุดห้ามพลาดในนารุโตะ

จุดท่องเที่ยวของนารุโตะส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่บนเกาะโอเกะชิมะ ถ้ามีเวลาเพิ่มอีกหน่อย การนั่งรถไฟหรือรถบัสออกไปแวะสถานที่อย่างโรงสาเก “ฮงเกะ มัตสึอุระ ชุโซ (Honke Matsuura Shuzo)” ที่มีประวัติยาวนานกว่า 200 ปีก็คุ้มไม่น้อย
ด้านล่างนี้คือ 6 สถานที่แนะนำที่ถ้ามานารุโตะแล้วไม่ควรพลาด

1. สะพานโอนารุโตะ

เมื่อรวมกับสะพานอากาชิไคเคียวแล้ว ที่นี่เป็นเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมที่เชื่อมภูมิภาคคันไซสู่ชิโกกุโดยตรง สะพานแห่งนี้มีชื่อเสียงจากการชม น้ำวนที่เกิดขึ้นในช่องแคบนารุโตะ ซึ่งเป็นหนึ่งในกระแสน้ำเชี่ยว 3 แห่งสำคัญของโลก บริเวณใกล้เคียงยังมีสถานที่อย่าง “อุซุโนะโอกะ อนุสรณ์สะพานโอนารุโตะ” และ “มิจิโนะเอกิ อุซุชิโอะ” ให้คุณได้ชมวิวสวย ๆ และลิ้มลองอาหารขึ้นชื่อของเกาะอาวาจิอีกด้วย

สะพานที่เชื่อมเกาะอาวาจิกับชิโกกุ และเป็นจุดชม น้ำวนที่เกิดในช่องแคบนารุโตะ
สะพานที่เชื่อมเกาะอาวาจิกับชิโกกุ และเป็นจุดชม น้ำวนที่เกิดในช่องแคบนารุโตะ

2. ทางเดินอุซุโนะมิจิ บนสะพานโอนารุโตะ

ทางเดินลอยฟ้าเหนือทะเลยาวประมาณ 450 เมตร ที่สร้างอยู่ใต้ช่องทางรถยนต์ของสะพานโอนารุโตะ คุณสามารถมองลงไปชม น้ำวนในช่องแคบนารุโตะผ่านพื้นกระจกจากความสูงประมาณ 45 เมตรได้ อย่างไรก็ตาม เวลาที่น้ำวนเกิดขึ้นจะแตกต่างกันในแต่ละวัน หากอยากเพิ่มโอกาสเห็นอย่างชัดเจน แนะนำให้ตรวจสอบ “เวลาชมอุซุชิโอะที่ดีที่สุดของวันนี้” บนเว็บไซต์ทางการก่อนออกเดินทาง

“น้ำวน” ที่สามารถชมได้จากทางเดินอุซุโนะมิจิ
“น้ำวน” ที่สามารถชมได้จากทางเดินอุซุโนะมิจิ

3. เอสก้าฮิลล์ นารุโตะ (จุดชมวิวภูเขานารุโตะ)

อีกหนึ่งจุดชมวิวแนะนำสำหรับมองเห็นน้ำวนของนารุโตะและสะพานโอนารุโตะ คือ “เอสก้าฮิลล์ นารุโตะ” ที่นี่มีบันไดเลื่อนสำหรับการท่องเที่ยวยาว 68 เมตร และมีความต่างระดับ 34 เมตร ซึ่งเคยได้รับการยกย่องว่าใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออก นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปยังจุดชมวิวบนยอดเขานารุโตะได้ จากด้านบนจะเห็นทัศนียภาพพาโนรามา 360 องศา และชมความงามของท้องทะเลนารุโตะได้แบบเต็มตา

จากจุดชมวิวบนยอดเขาสูง 90 เมตร จะได้เห็นพาโนรามา 360 องศาอย่างกว้างไกล
จากจุดชมวิวบนยอดเขาสูง 90 เมตร จะได้เห็นพาโนรามา 360 องศาอย่างกว้างไกล

4. เรือชมอุซุชิโอะ

หากอยากชม น้ำวนขนาดใหญ่ระดับโลกในระยะใกล้ แนะนำให้ลองล่องเรือชมกระแสน้ำ เรือออกจากท่าเรือท่องเที่ยวคาเมอุระ ในนารุโตะพาร์ก เมืองนารุโตะ จังหวัดโทคุชิมะ มีเรือให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ เรือชมกระแสน้ำขนาดใหญ่ “วันเดอร์นารุโตะ” และเรือชมใต้น้ำขนาดเล็ก “อควาเอ็ดดี้” ซึ่งให้ประสบการณ์ต่างกัน “อควาเอ็ดดี้” ต้องจองล่วงหน้า แต่มีห้องชมวิวใต้น้ำลึก 1 เมตรจากผิวน้ำ จึงสามารถชมสภาพของน้ำวนจากมุมมองในทะเลได้ด้วย

เรือชมกระแสน้ำขนาดใหญ่ “วันเดอร์นารุโตะ” สามารถขึ้นเรือได้โดยไม่ต้องจองล่วงหน้า
เรือชมกระแสน้ำขนาดใหญ่ “วันเดอร์นารุโตะ” สามารถขึ้นเรือได้โดยไม่ต้องจองล่วงหน้า

5. พิพิธภัณฑ์ศิลปะนานาชาติโอซึกะ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่จัดแสดงถาวรระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น โดดเด่นในฐานะพิพิธภัณฑ์ภาพศิลปะบนแผ่นเซรามิกที่หาได้ยากในโลก โดยจัดแสดงผลงานที่จำลองภาพวาดชิ้นเอกจากทั่วโลกอย่างซื่อสัตย์ ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ “การจัดแสดงสภาพแวดล้อม” อันน่าตื่นตา เช่น “ซิสทีน่า ฮอลล์” ที่จำลองพื้นที่จริงทั้งห้องอย่างสมจริง

นิทรรศการกลางแจ้ง: “บัวน้ำใหญ่” ของโมเนต์
นิทรรศการกลางแจ้ง: “บัวน้ำใหญ่” ของโมเนต์

6. ฮงเกะ มัตสึอุระ ชุโซ

โรงสาเกที่ผลิตสาเกญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 200 ปี โดยมี “นารุโตะไท” เป็นแบรนด์เด่น ที่นี่สามารถเข้าชมกระบวนการผลิตสาเกและตัวอาคารได้ โดยต้องจองล่วงหน้า หลังจบทัวร์ยังมีการชิมสาเกให้เพลิดเพลินอีกด้วย ลองหาสาเกญี่ปุ่นรสที่ถูกใจ แล้วซื้อกลับเป็นของฝากก็น่าสนใจไม่น้อย

ทัวร์ชมโรงสาเกช่วยให้เรียนรู้ทั้งการผลิตสาเกและประวัติของพื้นที่โรงสาเก
ทัวร์ชมโรงสาเกช่วยให้เรียนรู้ทั้งการผลิตสาเกและประวัติของพื้นที่โรงสาเก

3 ประสบการณ์ที่ต้องลองเมื่อมาเยือนนารุโตะ

เสน่ห์ของนารุโตะอยู่ที่ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และวิวที่ชวนให้ประทับใจ ถ้ามาเที่ยวที่นี่สักครั้ง ก็อยากชวนให้ลองประสบการณ์พิเศษที่หาได้เฉพาะในพื้นที่นี้ ด้านล่างคือกิจกรรมยอดนิยมที่นักเดินทางหลายคนเลือกไปสัมผัส

1. เดินชมอุซุชิโอะบนสะพานโอนารุโตะ

ทัวร์เดินชมสะพานโอนารุโตะที่ให้คุณมองลงไปเห็นวิว น้ำวนอันน่าตื่นตาของนารุโตะได้จากมุมสูง คุณจะได้เดินบนทางบำรุงรักษาที่ปกติไม่เปิดให้เข้าชม และสามารถชม น้ำวนจากเหนือสะพานได้โดยตรง อีกทั้งยังมีไกด์เล่าเรื่องราวตอนก่อสร้างสะพานและข้อมูลเกี่ยวกับหมู่เกาะรอบ ๆ เพิ่มความน่าสนใจให้กับทริป

สามารถชม น้ำวนขนาดใหญ่ระดับโลกของนารุโตะได้จากบนสะพาน
สามารถชม น้ำวนขนาดใหญ่ระดับโลกของนารุโตะได้จากบนสะพาน

2. ปั่นผ่านทุ่งบัวหลวง

“ปั่นผ่านทุ่งบัวหลวง” เป็นทัวร์ที่ให้คุณปั่นจักรยานเช่าชมถนนชนบทอย่างสบาย ๆ ตามเส้นทางที่คนท้องถิ่นใช้ในชีวิตประจำวัน และไม่ค่อยมีอยู่ในหนังสือท่องเที่ยว จังหวัดโทคุชิมะเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตรากบัวชั้นนำของญี่ปุ่น และในเมืองนารุโตะก็มีทุ่งรากบัวกระจายอยู่ทั่วไป ระหว่างทางคุณจะได้ชมบรรยากาศแสนสงบ พร้อมฟังไกด์อธิบายเรื่องรากบัวและธรรมชาติรอบตัว ช่วงท้ายของทัวร์ยังได้ลิ้มลองเมนูรากบัวที่เร็นมารุคาเฟ่ ซึ่งมีทุ่งรากบัวอยู่ภายในร้านอีกด้วย

เดินทางชมทุ่งรากบัวอันเงียบสงบที่ไม่ได้อยู่แม้แต่ในหนังสือท่องเที่ยว
เดินทางชมทุ่งรากบัวอันเงียบสงบที่ไม่ได้อยู่แม้แต่ในหนังสือท่องเที่ยว

3. สนุกบนแพกลางทะเล

“สนุกบนแพกลางทะเล” คือกิจกรรมพักผ่อนทางทะเลที่ใช้แพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำซึ่งปัจจุบันไม่ได้ใช้งานแล้ว มาปรับเป็นพื้นที่สำหรับตกปลาและทำบาร์บีคิว จากบนแพสามารถตกปลาแบบซาบิกิได้ จึงเหมาะกับมือใหม่เพราะจัดชุดอุปกรณ์ได้ง่ายและไม่ยุ่งยาก ตั้งแต่เดือนเมษายนจะมีปลาชนิดต่าง ๆ อย่างปลาชินุ ปลากะพงแดง และปลาซูซูกิ เดือนกรกฎาคมมีปลาอาจิและปลาซาโยริ ส่วนเดือนกันยายนมีปลา ฮามาจิ เป็นต้น หลังตกปลาเสร็จยังได้อิ่มอร่อยกับบาร์บีคิวกลางทะเล โดยมีทั้งอุปกรณ์บาร์บีคิว เนื้อสัตว์ ผัก และข้าวปั้นรวมมาให้พร้อม

มีบริการรับส่งจากโรงแรมทั้งไปและกลับ คุณจึงพกของเท่าที่จำเป็นแล้วสนุกกับการตกปลาและบาร์บีคิวได้สบาย
มีบริการรับส่งจากโรงแรมทั้งไปและกลับ คุณจึงพกของเท่าที่จำเป็นแล้วสนุกกับการตกปลาและบาร์บีคิวได้สบาย

6 ร้านอาหารยอดนิยมในนารุโตะ

ถ้ามาเที่ยวนารุโตะ เรื่องกินก็เป็นอีกอย่างที่ไม่ควรมองข้าม เมืองนี้ไม่ได้มีแค่ “น้ำวน” แต่ยังมีร้านอาหารหลายแห่งที่เสิร์ฟเมนูท้องถิ่นแสนอร่อย อยากชวนให้คุณลองลิ้มรสเมนูที่หาได้เฉพาะที่นี่
ที่นี่เราได้คัด 6 ร้านอาหารยอดนิยมในนารุโตะมาแนะนำ

1. ร้านอาหารปลาสด บินบิยะ

ร้านอาหารทะเลที่นำคำว่า “บินบิ” ซึ่งในภาษาถิ่นโทคุชิมะหมายถึง “ปลาสดที่ยังดิ้นกระโดดได้” มาใช้เป็นชื่อร้าน สมกับชื่อ เพราะที่นี่เสิร์ฟเมนูปลาสดใหม่อย่างน่าทึ่ง ขอแนะนำเซ็ตซาชิมิฮามาจิที่ได้ลิ้มรสปลาฮามาจิเนื้อเด้ง หนา และสดมาก รวมถึงเมนูปลาสไตล์นารุโตะอีกหลายอย่างที่อยากให้ลอง ซุปมิโสะใส่วากาเมะจากนารุโตะที่ใช้น้ำซุปจากกระดูกปลา ก็เป็นอีกเมนูที่รสชาติโดดเด่น

ฮามาจิเนื้อเด้งแน่นและมีไขมันแทรกอย่างน่าประทับใจ
ฮามาจิเนื้อเด้งแน่นและมีไขมันแทรกอย่างน่าประทับใจ

2. อะจิโดโกโระ อาราชิ

ร้านดังด้านอาหารปลาสดที่คุณจะได้ลิ้มรสปลาตามฤดูกาลจากทะเลใกล้นารุโตะ รวมถึงปลานารุโตะไทตามธรรมชาติ ทางร้านเสิร์ฟเมนูจากปลามีชีวิตสดใหม่หลากหลายรายการในราคาสมเหตุสมผล เมนูที่ไม่อยากให้พลาดคือชุดปลานารุโตะไทธรรมชาติแบบครบคอร์ส ที่ให้คุณอิ่มอร่อยกับปลานารุโตะไทจากทะเลคลื่นแรงของช่องแคบนารุโตะ ทั้งซาชิมิ ข้าวอบหม้อ และซุปปลา

แนะนำอีกเมนูคือ “ซูกาตะซึคุริ ไซไซ” ที่ให้ลิ้มรสปลาตามฤดูกาลแบบจัดเต็มในสไตล์ซาชิมิ
แนะนำอีกเมนูคือ “ซูกาตะซึคุริ ไซไซ” ที่ให้ลิ้มรสปลาตามฤดูกาลแบบจัดเต็มในสไตล์ซาชิมิ

3. ร้านปลาไหล ฟูจิซากิยะ

ร้านเฉพาะทางด้านปลาไหลที่คุณสามารถลิ้มลองปลาไหลได้หลายรูปแบบ ทั้งคาบายากิและเซโรมุชิ คาบายากิของที่นี่โดดเด่นด้วยวิธีย่างเฉพาะที่ทำให้ปลาไหลนุ่มฟูและอร่อยมาก นอกจากนี้ยังมีเมนูหายากที่เข้ากันดีกับเครื่องดื่ม เช่น กระเพาะลวกเกลือและตับปลาไหลตุ๋น จุดเด่นอีกอย่างคือวัตถุดิบทุกชนิดล้วนคัดสรรจากในประเทศ ทั้งปลาไหล ข้าว และผลไม้

ชุดข้าวหน้าปลาไหลยอดนิยม (ในภาพเป็นชุดพิเศษ ※ผลไม้และผักดองอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล)
ชุดข้าวหน้าปลาไหลยอดนิยม (ในภาพเป็นชุดพิเศษ ※ผลไม้และผักดองอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล)

4. คามาอาเกะอุด้ง อิชชō

ร้านอุด้งคามะอาเกะชื่อดังของเมืองนารุโตะที่บางวันมีคนต่อแถวตั้งแต่ก่อนเปิดร้าน เส้นอุด้งที่ช่างทำอย่างพิถีพิถันช่วยให้ได้รสชาติแป้งสาลีอย่างเต็มที่และมีสัมผัสนุ่มลื่นคอเป็นอย่างดี ลองชิมอุด้งต้มร้อน ๆ พร้อมน้ำซุปที่ทำจากคัตสึโอะบุชิ 3 ชนิด ปลาซาร์ดีนแห้งจากเกาะอิบุกิ และสาหร่ายคมบุริชิริ แล้วเติมเครื่องเคียงตามชอบ

สามารถลิ้มลองอุด้งคามะอาเกะร้อน ๆ ที่ต้มสดหลังรับออร์เดอร์
สามารถลิ้มลองอุด้งคามะอาเกะร้อน ๆ ที่ต้มสดหลังรับออร์เดอร์

5. เร็นมารุคาเฟ่

เมืองนารุโตะเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งใน 3 แหล่งผลิตรากบัวสำคัญของญี่ปุ่น รากบัวจากนารุโตะมีจุดเด่นที่สีอ่อนและเนื้อกรุบกรอบ ที่เร็นมารุคาเฟ่ คุณสามารถลิ้มลองรากบัวนารุโตะได้ในหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นอุด้งรากบัวที่ผสมผงรากบัวลงในเส้น หรือข้าวแกงกะหรี่รากบัวที่มีสัมผัสกรุบกรอบเป็นเอกลักษณ์ ภายในร้านยังมีบ่อบัวอยู่ตรงกลาง และโซนที่นั่งทานอาหารภายในบ่อบัวก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน

คาเฟ่และร้านอาหารสไตล์บ้านเดี่ยวที่จัดบ่อบัวไว้ภายในร้าน
คาเฟ่และร้านอาหารสไตล์บ้านเดี่ยวที่จัดบ่อบัวไว้ภายในร้าน

6. เทอร์เรซคาเฟ่ โอเกะ

เทอร์เรซคาเฟ่ชั้น 1 ของรีสอร์ตโฮเทลริมทะเล “อาโออาโอะ นารุโตะ รีสอร์ต” จุดเด่นคือหน้าต่างกระจกบานใหญ่สูงจรดเพดานที่เปิดมุมมองสู่ทะเลได้อย่างเต็มตา เมนู NEW! AoAwo Burger จำกัดวันละ 10 ชุด อัดแน่นด้วยผักท้องถิ่นที่เชฟคัดสรรอย่างดี นอกจากนี้ยังมีเมนูของหวานจากมันหวานนารุโตะคินโทคิและอาหารว่างอีกหลากหลาย ให้คุณเพลิดเพลินกับอาหารและขนมที่ใส่ใจวัตถุดิบท้องถิ่น

ทำเลเยี่ยมพร้อมวิวทะเลนารุโตะแบบกว้างไกล
ทำเลเยี่ยมพร้อมวิวทะเลนารุโตะแบบกว้างไกล

2 แหล่งช้อปปิ้งแนะนำที่ควรแวะในนารุโตะ

ถ้าอยากหาของฝากติดมือกลับบ้าน นารุโตะก็มีของขึ้นชื่อให้เลือกหลายแบบ ทั้งวากาเมะ รากบัว ขนมที่ใช้สึดาจิซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดโทคุชิมะ รวมถึงสาเกท้องถิ่นก็นิยมซื้อกลับกันเช่นกัน
ครั้งนี้เราจะมาแนะนำ 2 ร้านที่เหมาะสำหรับซื้อของฝากจากนารุโตะ

1. นารุโตะบุสซังคัง

ศูนย์จำหน่ายสินค้าพื้นเมืองที่รวบรวมของดีประจำเมืองนารุโตะไว้มากมาย รวมถึงเครื่องปั้น “โอตานิยากิ” งานหัตถกรรมดั้งเดิมของเมืองนารุโตะที่เหมาะสำหรับซื้อเป็นของขวัญ บริเวณทางเข้ายังมีมุมแผ่นพับข้อมูลท่องเที่ยว ทำให้แวะมาเก็บข้อมูลก่อนเที่ยวโทคุชิมะและนารุโตะได้อย่างสะดวก ที่นี่ยังมีเจลาโตทำมือจากวัตถุดิบตามฤดูกาล ให้คุณได้ลิ้มลองของขึ้นชื่อประจำท้องถิ่นในรูปแบบของไอศกรีม เหมาะสำหรับพักระหว่างขับรถด้วย

นารุโตะบุสซังคังอยู่ชั้น 1 ของอาคารอุซุชิโอะไคคัง
นารุโตะบุสซังคังอยู่ชั้น 1 ของอาคารอุซุชิโอะไคคัง

2. มิจิโนะเอกิ ไดคุโนะซาโตะ บุสซังคัง

มิจิโนะเอกิที่ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะหมู่บ้านเยอรมัน ซึ่งพัฒนามาจากพื้นที่เดิมของค่ายเชลยศึก ภายในอาคารที่ให้บรรยากาศทางประวัติศาสตร์ คุณสามารถซื้อสึดาจิ ของขึ้นชื่อของโทคุชิมะ มันหวานนารุโตะคินโทคิ ผลผลิตการเกษตรตามฤดูกาลจากท้องถิ่น ตลอดจนขนมชื่อดังและอาหารแปรรูปที่เหมาะเป็นของฝาก นอกจากนี้ยังมีมุมอาหารว่าง ให้ลองเมนูอย่างฮอตด็อกไส้กรอกเยอรมันและเบียร์เยอรมัน

อาคารของศูนย์สินค้าแห่งนี้เป็นอาคารมรดกวัฒนธรรมที่ขึ้นทะเบียนระดับประเทศและถูกย้ายมาปรับใช้ใหม่
อาคารของศูนย์สินค้าแห่งนี้เป็นอาคารมรดกวัฒนธรรมที่ขึ้นทะเบียนระดับประเทศและถูกย้ายมาปรับใช้ใหม่

ถ้าจะพักที่นารุโตะ ต้องที่นี่! 2 ที่พักแนะนำ

ถ้าอยากใช้เวลาในนารุโตะแบบไม่เร่งรีบ การเลือกพักค้างสักคืนก็น่าสนใจไม่น้อย เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องวิวสวย และยังมีรีสอร์ตโฮเทลจำนวนมากที่ตั้งอยู่ท่ามกลางโลเคชันงดงาม คุณจะได้เพลิดเพลินกับการเข้าพักอย่างผ่อนคลาย พร้อมลิ้มรสวัตถุดิบท้องถิ่นที่หาได้เฉพาะที่นี่
ต่อไปนี้คือ 2 ที่พักในนารุโตะที่อยากแนะนำให้คุณลองเลือกดู

1. รีสอร์ตโฮเทล โมอาน่าโคสต์

รีสอร์ตโฮเทลบรรยากาศเป็นส่วนตัวบนพื้นที่กว้างถึง 3,000 สึโบะ แต่มีห้องพักเพียง 16 ห้องเท่านั้น ด้วยทำเลที่รายล้อมด้วยทะเลและภูเขา คุณจึงได้ดื่มด่ำกับการเข้าพักอย่างสบายใจเต็มที่ ในอาคารร้านอาหาร “ริสโตรันเต ฟิชโบน” ทางโรงแรมใส่ใจแนวคิด “ผลิตในท้องถิ่น บริโภคในท้องถิ่น” โดยใช้วัตถุดิบอย่างผักสดและอาหารทะเลตามฤดูกาล พร้อมเสิร์ฟเมนูที่ผสมผสานอิตาเลียน ฝรั่งเศส และกลิ่นอายญี่ปุ่นให้ได้ลิ้มลองคู่กับไวน์

เมื่อแช่ออนเซ็นกลางแจ้ง คุณจะได้พบกับวิวอันงดงามของทะเลเซโตะใน
เมื่อแช่ออนเซ็นกลางแจ้ง คุณจะได้พบกับวิวอันงดงามของทะเลเซโตะใน

2. อาโออาโอะ นารุโตะ รีสอร์ต

รีสอร์ตริมชายหาดสไตล์ยุโรปใต้ที่ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติเซโตะไนไค จากห้องพักและร้านอาหารสามารถมองเห็นเส้นขอบฟ้าที่ทอดยาวจากช่องแคบนารุโตะสู่มหาสมุทรแปซิฟิก รวมถึงพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลและมูนโรดซึ่งติดอันดับจุดชมจันทร์งดงามของญี่ปุ่น ที่นี่ยังมีกิจกรรมตามฤดูกาลทั้งแบบกลางแจ้งและในร่ม ให้คุณสัมผัสเสน่ห์ของโทคุชิมะและนารุโตะได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งร้านอาหาร 5 แห่งที่เสิร์ฟทั้งอาหารทะเลและของอร่อยจากภูเขาของโทคุชิมะก็ไม่ควรพลาด

รีสอร์ตโฮเทลสไตล์ยุโรปใต้ที่ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติเซโตะไนไค
รีสอร์ตโฮเทลสไตล์ยุโรปใต้ที่ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติเซโตะไนไค

2 ของฝากจากนารุโตะที่ใครได้ก็ต้องดีใจ

ของฝากจากนารุโตะก็มีเสน่ห์อยู่ที่การหยิบเอาของดีท้องถิ่นมาทำเป็นสินค้าที่พกกลับได้ง่าย จังหวัดโทคุชิมะเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งปลูกครามที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น โดย “อะวะไอ” มีชื่อเสียงด้านคุณภาพเป็นพิเศษ ส่วน “นารุโตะคินโทคิ” ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อ ก็เป็นมันหวานที่มีความหวานสูงคล้ายผลไม้และได้รับความนิยมมาก
ที่นี่เราจะมาแนะนำ 2 ของฝากจากนารุโตะที่ทำขึ้นโดยใช้จุดเด่นของสินค้าพื้นเมืองเหล่านี้

1. STUDIO N2 “ผ้าเทนุงุยย้อมครามแท้ Naruto Azzurro”

ผ้าเทนุงุยที่ย้อมอย่างพิถีพิถันทีละผืนด้วยน้ำยาย้อมที่หมักจากครามอะวะและน้ำด่าง เสน่ห์ของชิ้นงานนี้อยู่ที่สีสวยงามและเนื้อผ้าที่นุ่มเข้ากับผิวมากขึ้นเมื่อใช้งานไปเรื่อย ๆ “คราม” ยังมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งแบคทีเรียและลดกลิ่น จึงเหมาะสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ที่ STUDIO N2 ยังมีเวิร์กช็อปในช่วงสุดสัปดาห์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และปิดเทอมฤดูร้อน ให้คุณได้สัมผัสงานย้อมครามของโทคุชิมะผ่านประสบการณ์จริงอีกด้วย

ผ้าเทนุงุยญี่ปุ่นที่ย้อมด้วยครามแท้อะวะ
ผ้าเทนุงุยญี่ปุ่นที่ย้อมด้วยครามแท้อะวะ

2. อิลโลซา แห่งชมรมขนมตะวันตกโทคุชิมะ “นารุโตะคินโทคิ โปเตอเร็ตโตะ”

“นารุโตะคินโทคิ โปเตอเร็ตโตะ” เป็นขนมขึ้นชื่อของโทคุชิมะที่ผสานสวีตโปเตโต้เข้ากับซาเบล่ได้อย่างลงตัว โดยใช้มันหวานนารุโตะคินโทคิที่เติบโตท่ามกลางแสงแดดเต็มที่ทั้งในส่วนของสวีตโปเตโต้และซาเบล่ คุณจึงได้เพลิดเพลินกับสัมผัสที่ต่างกันทั้งนุ่มชุ่มและกรอบเบา พร้อมรสเค็มที่เติมมาอย่างพอดีเป็นลูกเล่นสำคัญ

“นารุโตะคินโทคิ โปเตอเร็ตโตะ” ซื้อแยกเพียง 1 ชิ้นก็ได้
“นารุโตะคินโทคิ โปเตอเร็ตโตะ” ซื้อแยกเพียง 1 ชิ้นก็ได้

2 เทศกาลและอีเวนต์ห้ามพลาดในนารุโตะ

พอเข้าสู่ฤดูร้อน บรรยากาศของโทคุชิมะก็จะคึกคักขึ้นจากงาน “อาวะโอโดริ” ที่จัดในหลายพื้นที่ และงานอาวะโอโดริของเมืองนารุโตะก็นับว่าไม่ควรพลาด ส่วนอีเวนต์เกี่ยวกับเครื่องปั้นโอตานิยากิของเมืองนารุโตะที่มีประวัติยาวนานกว่า 200 ปี ก็น่าสนใจไปอีกแบบ ที่นี่เราจะพาคุณไปรู้จักทั้ง 2 งานนี้

1. งานอาวะโอโดริ เมืองนารุโตะ

“อาวะโอโดริ” คือสัญลักษณ์ประจำฤดูร้อนของจังหวัดโทคุชิมะที่มีประวัติยาวนานกว่า 400 ปี และได้รับความสนใจทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ ทุกปีเมื่อถึงเดือนสิงหาคม จะมีการจัดงานตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วจังหวัด โดยงานที่เปิดฉากก่อนคือ “งานอาวะโอโดริ เมืองนารุโตะ” ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 9–11 สิงหาคม บริเวณใจกลางเมืองนารุโตะ
สองวันก่อนเริ่มงานอาวะโอโดริ ยังมี “เทศกาลฤดูร้อนของนารุโตะ” ให้สนุกกับกิจกรรมบนเวที ร้านงานวัดและมาร์เช่ รวมถึงดอกไม้ไฟอีกด้วย

อีเวนต์ใหญ่ประจำฤดูร้อนที่จัดขึ้นเป็นงานเปิดฉากก่อนเทศกาล “อาวะโอโดริ” ในพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดโทคุชิมะ
ภาพโดย: สมาคมการท่องเที่ยวอุซุชิโอะ เมืองนารุโตะ อีเวนต์ใหญ่ประจำฤดูร้อนที่จัดขึ้นเป็นงานเปิดฉากก่อนเทศกาล “อาวะโอโดริ” ในพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดโทคุชิมะ

2. เทศกาลเตาเผาโอตานิยากิ

โอตานิยากิของเมืองนารุโตะเป็นงานหัตถกรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ และอีเวนต์ยอดนิยมที่คุณสามารถซื้อผลิตภัณฑ์โอตานิยากิได้ในราคาย่อมเยากว่าปกติ ก็คือ “เทศกาลเตาเผาโอตานิยากิ” นั่นเอง บางเตาเผายังมีกิจกรรมทดลองปั้นเซรามิกด้วย จึงเหมาะสำหรับจัดทริปเดินเที่ยวเยี่ยมชมเตาเผาให้ตรงกับช่วงงาน

มีโอตานิยากิหลากหลายขนาดวางเรียงราย ทั้งจานชาม กระถาง และของชิ้นเล็กต่าง ๆ ※ภาพนี้ถ่ายในช่วงที่จัดงาน ณ โทอินอิน
มีโอตานิยากิหลากหลายขนาดวางเรียงราย ทั้งจานชาม กระถาง และของชิ้นเล็กต่าง ๆ ※ภาพนี้ถ่ายในช่วงที่จัดงาน ณ โทอินอิน

บทสรุป

ทริปนารุโตะมีครบทั้งสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ที่พัก และของฝากที่น่าแวะเก็บให้ครบในทริปเดียว เมืองนี้ไม่ได้มีดีแค่น้ำวนเท่านั้น แต่ยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะชื่อดัง โรงสาเก จุดชมวิวสวย ๆ รวมถึงอาหารอร่อยและกิจกรรมพิเศษที่สัมผัสได้เฉพาะที่นารุโตะ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพการเที่ยวได้ชัดขึ้น และได้มาเยือนเพื่อสัมผัสเสน่ห์ของนารุโตะด้วยตัวเอง

หากมีเวลาเหลือ แนะนำให้เที่ยวต่อไปยังเกาะอาวาจิซึ่งอยู่ใกล้กัน หรือเมืองทากามัตสึในจังหวัดคางาวะด้วยก็ได้
ลองใช้บทความนี้เป็นไอเดีย แล้ววางแผนทริปในแบบของคุณเองดูนะ