ผ่อนคลายกับทิวทัศน์งดงามจากธรรมชาติและออนเซ็น! 23 ที่เที่ยวคัดสรรในฟุกุชิมะ

ผ่อนคลายกับทิวทัศน์งดงามจากธรรมชาติและออนเซ็น! 23 ที่เที่ยวคัดสรรในฟุกุชิมะ

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

จังหวัดฟุกุชิมะมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์แผ่กว้างทั่วพื้นที่อันกว้างใหญ่
เพลิดเพลินกับทิวทัศน์งดงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ ทั้งภูเขาบันได หนึ่งใน 100 ภูเขาชื่อดังของญี่ปุ่น อุระบันไดซึ่งมีภูมิทัศน์ธรรมชาติสวยงามติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ และฮานามิยามะ แหล่งชมดอกไม้ชื่อดัง
เสน่ห์อีกอย่างของฟุกุชิมะคือมีแหล่งออนเซ็นชื่อดังอยู่มากมาย
ให้ทิวทัศน์อันงดงามช่วยเยียวยาจิตใจ และแช่น้ำพุร้อนชั้นดีเพื่อผ่อนคลายร่างกาย
หากต้องการท่องเที่ยวเพื่อพักกายพักใจ ลองมาเยือนฟุกุชิมะกันดู

ฟุกุชิมะเป็นสถานที่แบบไหน?

จังหวัดฟุกุชิมะตั้งอยู่ทางใต้สุดของภูมิภาคโทโฮคุ และมีพื้นที่กว้างใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น
พื้นที่จังหวัดแบ่งออกเป็น 3 เขต
“เขตไอซุ” ครอบคลุมไอซุ มินามิไอซุ และพื้นที่ทางตะวันตก โดดเด่นด้วยธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และประวัติศาสตร์
“นากาโดริ” แบ่งเป็นตอนเหนือ ตอนกลาง และตอนใต้ของจังหวัด มีเสน่ห์อยู่ที่ดอกไม้นานาชนิดในแต่ละฤดูกาล
“ฮามาโดริ” ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก ประกอบด้วย 2 พื้นที่ ได้แก่ โซโซและอิวากิ โดยมีอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปี
แต่ละเขตมีเสน่ห์และเอกลักษณ์แตกต่างกัน แม้อยู่ในจังหวัดเดียวกัน จึงแนะนำให้เผื่อเวลาเดินทางให้นานขึ้นเพื่อเที่ยวชมแต่ละพื้นที่ได้อย่างเต็มที่

ทิวทัศน์เมืองฟุกุชิมะในฤดูใบไม้ผลิที่ซากุระผลิบาน
ทิวทัศน์เมืองฟุกุชิมะในฤดูใบไม้ผลิที่ซากุระผลิบาน

ฤดูไหนเหมาะกับการเที่ยวฟุกุชิมะ?

ฟุกุชิมะมีต้นซากุระเก่าแก่และจุดชมซากุระชื่อดังมากมาย ฤดูใบไม้ผลิจึงเป็นช่วงที่เหมาะกับการท่องเที่ยวที่สุด
แน่นอนว่าฤดูอื่นก็มีความสนุกไม่แพ้กัน
ฤดูร้อนออกไปสัมผัสธรรมชาติท่ามกลางสายลมเย็นสดชื่นรอบภูเขาบันได ส่วนฤดูหนาวแช่ออนเซ็นสบาย ๆ เพื่อผ่อนคลาย
แต่ละฤดูมีวิธีเพลิดเพลินแตกต่างกัน จึงควรเลือกช่วงเวลาเดินทางให้เหมาะกับจุดประสงค์

ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูของฟุกุชิมะ

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม): เสื้อแจ็กเก็ตบางและเสื้อสเวตเตอร์เนื้อบาง
  • ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม): เสื้อผ้าเนื้อบาง เสื้อแขนสั้น
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน): เสื้อแจ็กเก็ตบาง เสื้อโค้ต
  • ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์): เสื้อโค้ต เสื้อสเวตเตอร์หนาหรือเสื้อแจ็กเก็ตหนา

เดินทางไปฟุกุชิมะอย่างไร?

ฟุกุชิมะมีทั้งสนามบินและสถานีรถไฟชินคันเซ็น จึงเดินทางได้สะดวก
หากนั่งโทโฮคุชินคันเซ็นจากโตเกียวใช้เวลา 1 ชั่วโมง 20 นาที หรือโดยสารเครื่องบินจากโอซาก้าใช้เวลา 1 ชั่วโมง จึงเดินทางจากเมืองใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ยังมีรถบัสด่วนให้บริการจากโตเกียว เกียวโต และโอซาก้า

วิธีเดินทางหลักสำหรับเที่ยวฟุกุชิมะ

ระบบขนส่งทั้งรถไฟและรถบัสมีให้เลือกครบครัน จึงไม่น่าต้องกังวลเรื่องการเดินทาง
วันที่ 1, 11 และ 21 ของทุกเดือนเป็นวันส่งเสริมการใช้รถบัสและรถไฟ ซึ่งสามารถซื้อบัตรโดยสารแบบหลายเที่ยวและบัตรโดยสารรายวันได้ในราคาพิเศษ
หากวันเดินทางตรงกับวันดังกล่าว ลองใช้สิทธิ์นี้ให้คุ้มค่า

รวมเสน่ห์ของฟุกุชิมะไว้ครบถ้วน! 23 ที่เที่ยวคัดสรร

แต่ละพื้นที่ของจังหวัดฟุกุชิมะมีสถานที่น่าสนใจมากมาย “เขตไอซุ” มีทิวทัศน์เมืองเก่าแก่และปราสาท “นากาโดริ” เต็มไปด้วยจุดชมภูเขาสวยงามและย่านออนเซ็น ส่วน “ฮามาโดริ” มีทั้งพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สปารีสอร์ต และสถานที่ถ่ายทอดเรื่องราวภัยพิบัติแผ่นดินไหว
ต่อไปนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวที่คัดสรรมาเป็นพิเศษจากจุดน่าสนใจมากมายเหล่านั้น

1. ไอซุซาซาเอโดะ (เอ็นสึซันโซโด)

ซาซาเอโดะเป็นวิหารเจ้าแม่กวนอิมบนไหล่เขาอีโมริ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่ปลิดชีพของกองกำลังเบียกโกะไต มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าเอ็นสึซันโซโด
ในสมัยเอโดะ มีการสร้างวิหารซันโซโดขึ้นตามสถานที่ต่าง ๆ โดยใช้หลักอุเนียวซันโซ ซึ่งเป็นธรรมเนียมทางพุทธศาสนาที่ให้เดินเวียนขวารอบวิหาร 3 รอบเพื่อแสวงบุญ กล่าวกันว่าในบรรดาวิหารซันโซโดที่ยังคงอยู่ ซาซาเอโดะแห่งนี้มีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นพิเศษ ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ

สถาปัตยกรรมลึกลับจากสมัยเอโดะที่ดูราวกับภาพลวงตา
สถาปัตยกรรมลึกลับจากสมัยเอโดะที่ดูราวกับภาพลวงตา

2. อควอมารีนฟุกุชิมะ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้เปิดให้บริการใกล้ท่าเรือโอนาฮามะในปี 2000 มีแนวคิดหลักคือ “แนวปะทะของกระแสน้ำ” ซึ่งเป็นจุดบรรจบของกระแสน้ำคุโรชิโอะและโอยาชิโอะ กระแสน้ำ 2 สายที่ไหลนอกชายฝั่งและนำความอุดมสมบูรณ์มาสู่ทะเลฟุกุชิมะ
ไฮไลต์หลักคือ “ทะเลแห่งแนวปะทะกระแสน้ำ” อุโมงค์สามเหลี่ยมที่คั่นกลางระหว่างตู้ปลาขนาดใหญ่ 2 ใบ จำลองจุดบรรจบของกระแสน้ำคุโรชิโอะกับโอยาชิโอะ นักท่องเที่ยวจะได้ชมปลาหลากชนิดที่มารวมตัวบริเวณนี้ เช่น ปลาโอ ปลาซาร์ดีน ปลาตาเดียว และปลาเฮร์ริง

ตู้ปลาขนาดใหญ่บริเวณแนวปะทะกระแสน้ำ ด้านหนึ่งมีปลาจากกระแสน้ำโอยาชิโอะ ส่วนอีกด้านมีปลาจากกระแสน้ำคุโรชิโอะ
ตู้ปลาขนาดใหญ่บริเวณแนวปะทะกระแสน้ำ ด้านหนึ่งมีปลาจากกระแสน้ำโอยาชิโอะ ส่วนอีกด้านมีปลาจากกระแสน้ำคุโรชิโอะ

3. สวนฮานามิยามะ

ทิวทัศน์ของสวนฮานามิยามะที่ลาดเนินเขาถูกแต่งแต้มด้วยสีอ่อนไล่ระดับ งดงามราวกับ “ดินแดนสวรรค์” เมื่อถูกรายล้อมด้วยดอกไม้หลากสีที่ดูคล้ายผืนผ้าต่อกัน อาจทำให้รู้สึกมีความสุขราวกับอยู่ในความฝัน
ที่นี่เป็นแหล่งชมดอกไม้ชื่อดังซึ่งแทบไม่มีใครในบริเวณฟุกุชิมะไม่รู้จัก

ในฤดูใบไม้ผลิที่ดอกไม้บานสะพรั่ง ที่นี่งดงามสมกับเป็น “ดินแดนสวรรค์” อย่างแท้จริง
ในฤดูใบไม้ผลิที่ดอกไม้บานสะพรั่ง ที่นี่งดงามสมกับเป็น “ดินแดนสวรรค์” อย่างแท้จริง

4. ปราสาทสึรุกะ

ปราสาทแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของเมืองไอซุวากามัตสึ และยังมีชื่อเสียงในฐานะจุดชมซากุระ ชื่ออย่างเป็นทางการคือปราสาทวากามัตสึ บางครั้งเรียกว่าปราสาทไอซุหรือปราสาทไอซุวากามัตสึ
หอคอยปราสาทที่มุงกระเบื้องสีแดงเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่น ยังคงถ่ายทอดความงดงามของปราสาทในยุคศักดินามาจนถึงปัจจุบัน

ประดับไฟด้วยสีสันไล่ระดับงดงาม โดยสีจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล
ประดับไฟด้วยสีสันไล่ระดับงดงาม โดยสีจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล

5. พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์ฮิเดโยะ โนกูจิ

ฮิเดโยะ โนกูจิ ผู้เกิดริมทะเลสาบอินาวาชิโระ เป็นนักแบคทีเรียวิทยาที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากการศึกษาวิจัยไข้เหลืองและซิฟิลิส
พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์ฮิเดโยะ โนกูจิเปิดในปี 1939 เพื่อรำลึกถึงผลงานของเขา ประกอบด้วยบ้านเกิดและห้องจัดแสดง

มีมุมอธิบายเกี่ยวกับแบคทีเรียและโรคติดเชื้อที่ฮิเดโยะ โนกูจิศึกษาไว้อย่างเข้าใจง่าย
มีมุมอธิบายเกี่ยวกับแบคทีเรียและโรคติดเชื้อที่ฮิเดโยะ โนกูจิศึกษาไว้อย่างเข้าใจง่าย

6. รถไฟ JR สายทาดามิ

รถไฟ JR สายทาดามิเชื่อมระหว่างสถานีไอซุวากามัตสึในจังหวัดฟุกุชิมะกับสถานีโคอิเดะในจังหวัดนีงาตะ มีระยะทางประมาณ 135.2 กม. (ณ เดือนกันยายน 2021 ช่วงระหว่างสถานีไอซุคาวากูจิกับสถานีทาดามิให้บริการรถบัสทดแทน)
เส้นทางรถไฟทอดผ่านหุบเขาแม่น้ำทาดามิอันลึกเข้าไปในภูเขา จึงชมทิวทัศน์ทั้ง 4 ฤดูจากหน้าต่างรถไฟได้ ทั้งซากุระในฤดูใบไม้ผลิ ความเขียวขจีในฤดูร้อน ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง และหิมะในฤดูหนาว

หมอกเหนือแม่น้ำที่ลอยคลุ้งอย่างงดงามชวนให้เดินทางสู่โอคุไอซุช่างภาพท้องถิ่นโอคุไอซุ เคนโค โฮชิ
หมอกเหนือแม่น้ำที่ลอยคลุ้งอย่างงดงามชวนให้เดินทางสู่โอคุไอซุช่างภาพท้องถิ่นโอคุไอซุ เคนโค โฮชิ

7. โรงเรียนประจำแคว้นไอซุ นิสชินคัง

นิสชินคังคือโรงเรียนประจำแคว้นไอซุที่เปิดในปี 1803 เพื่อพัฒนาบุคลากรของแคว้น
ภายในมีทั้งวิหารไทเซเด็นซึ่งประดิษฐานขงจื๊อ มหาวิทยาลัยซึ่งเคยเป็นสถานศึกษาระดับสูง ห้องฝึกอ่านออกเสียง โรงฝึกศิลปะการต่อสู้ และสระว่ายน้ำแห่งแรกของญี่ปุ่นที่เรียกว่า ซุยเร็นซุยบาจิ แต่ทั้งหมดนี้ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ ณ สถานที่แห่งนี้ในปี 1987 โดยอ้างอิงจากเอกสารที่หลงเหลืออยู่

หนึ่งในโรงเรียนประจำแคว้นที่ก้าวหน้าที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งกองกำลังเบียกโกะไตเคยศึกษา
หนึ่งในโรงเรียนประจำแคว้นที่ก้าวหน้าที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งกองกำลังเบียกโกะไตเคยศึกษา

8. ปราสาทริกะจัง

ปราสาทริกะจังเป็นธีมพาร์กในฝันที่รวมพิพิธภัณฑ์ริกะจังเข้ากับโรงงานเปิด ซึ่งสามารถชมกระบวนการผลิตตุ๊กตาได้
นักท่องเที่ยวสามารถเช่าชุดเดรส แปลงโฉมเป็นริกะจัง แล้วเที่ยวชมภายในปราสาทที่เต็มไปด้วยริกะจังและเดินเล่นในสวนสุดโรแมนติก

ยินดีต้อนรับสู่ปราสาทที่รวบรวมทุกอย่างเกี่ยวกับริกะจัง!
ยินดีต้อนรับสู่ปราสาทที่รวบรวมทุกอย่างเกี่ยวกับริกะจัง!

9. พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทางตะวันออกของญี่ปุ่นและภัยพิบัตินิวเคลียร์

สถานที่ถ่ายทอดเรื่องราวภัยพิบัติแห่งนี้เปิดในปี 2020 ที่เมืองฟุตาบะ จังหวัดฟุกุชิมะ ซึ่งเผชิญภัยพิบัติซ้อนอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจากอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิจิของบริษัทโตเกียวอิเล็กทริกพาวเวอร์ อันเป็นผลจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทางตะวันออกของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ทำหน้าที่เผยแพร่ประสบการณ์และบทเรียนจากภัยพิบัตินิวเคลียร์สู่ผู้คนทั้งในและต่างประเทศ

สืบทอดและเผยแพร่บันทึกกับบทเรียนจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทางตะวันออกของญี่ปุ่นและภัยพิบัตินิวเคลียร์สู่อนาคต พร้อมแบ่งปันกับทั่วโลก
สืบทอดและเผยแพร่บันทึกกับบทเรียนจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทางตะวันออกของญี่ปุ่นและภัยพิบัตินิวเคลียร์สู่อนาคต พร้อมแบ่งปันกับทั่วโลก

10. ถนนนาโนกะมาจิและถนนวัยเยาว์ฮิเดโยะ โนกูจิ

ถนนนาโนกะมาจิและถนนวัยเยาว์ฮิเดโยะ โนกูจิ เป็นถนนท่องเที่ยวบรรยากาศย้อนยุคใจกลางเมืองไอซุวากามัตสึ
อาคารจากยุคเมจิ ไทโช และต้นยุคโชวะเรียงรายตลอดเส้นทาง เมื่อเดินไปตามถนนจะได้สัมผัสบรรยากาศราวกับย้อนเวลากลับสู่อดีตอันงดงาม

เพลิดเพลินกับการเดินเล่นแวะชมร้านค้าและคาเฟ่ที่เปิดอยู่ในอาคารเก่าแก่สนับสนุนโดย Kikaku Cap
เพลิดเพลินกับการเดินเล่นแวะชมร้านค้าและคาเฟ่ที่เปิดอยู่ในอาคารเก่าแก่สนับสนุนโดย Kikaku Cap

11. คฤหาสน์ซามูไรไอซุ

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่ใกล้ฮิงาชิยามะออนเซ็นแห่งนี้ จำลองคฤหาสน์ของไซโก ทาโนโมะ หัวหน้าที่ปรึกษาแคว้นไอซุ และนำอาคารแบบดั้งเดิมกับพิพิธภัณฑ์เอกสารต่าง ๆ มาย้ายและบูรณะไว้โดยรอบ
คฤหาสน์ไม้ปูเสื่อทาทามิอันโอ่อ่าของไซโก ทาโนโมะมีห้องทั้งหมด 38 ห้อง เช่น “โอนาริโนะมะ” สำหรับต้อนรับเจ้าแคว้น และ “โอคุอิจิโนะมะ” ซึ่งเป็นห้องนอนของหัวหน้าที่ปรึกษา

การย้ายและจำลองคฤหาสน์ของไซโก ทาโนโมะ หัวหน้าที่ปรึกษาลำดับหนึ่งแห่งแคว้นไอซุ
การย้ายและจำลองคฤหาสน์ของไซโก ทาโนโมะ หัวหน้าที่ปรึกษาลำดับหนึ่งแห่งแคว้นไอซุ

12. พิพิธภัณฑ์ถ่านหินและฟอสซิลเมืองอิวากิ โฮรุรุ

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้นำเสนอฟอสซิลและประวัติศาสตร์เหมืองถ่านหิน ซึ่งมีความผูกพันลึกซึ้งกับอิวากิ เปิดในปี 1984 และได้รับชื่อเล่นว่า “โฮรุรุ” จากการประกวดชื่อทั่วไปในปี 2010
สิ่งแรกที่พบเมื่อเข้ามาคือนิทรรศการฟอสซิล โดยมีฟุตาบะซูซูกิริว สัตว์เลื้อยคลานทะเลคอยาวที่นักเรียนมัธยมปลายค้นพบในเมืองอิวากิเมื่อปี 1968 และเป็นจุดเริ่มต้นกระแสความนิยมไดโนเสาร์ คอยต้อนรับผู้มาเยือน

ห้องจัดแสดงฟอสซิลรวบรวมฟอสซิลหายากแม้ในระดับโลก
ห้องจัดแสดงฟอสซิลรวบรวมฟอสซิลหายากแม้ในระดับโลก

13. โรงกลั่นสาเกซูเอฮิโระ คะเอคุระ

โรงกลั่นสาเกเก่าแก่แห่งนี้ก่อตั้งในปี 1850 และมีบรรยากาศสง่างามสะดุดตา แม้จะตั้งอยู่ในไอซุวากามัตสึซึ่งมีโกดังเก่าอยู่มากมาย จวบจนปัจจุบันยังคงยึดมั่นในหลัก 3 ประการของสาเกท้องถิ่น ได้แก่ “หนึ่ง น้ำธรรมชาติรสเลิศสำหรับการหมัก” “สอง ฝีมือของผู้ผลิตสาเกไอซุที่สืบทอดกันมา” และ “สาม ข้าวสำหรับทำสาเกที่ปลูกบนผืนดินซึ่งมีน้ำชนิดเดียวกับน้ำที่ใช้หมักผุดขึ้นมา” พร้อมผลิตสาเกที่หยั่งรากในท้องถิ่น

โรงกลั่นสาเกอันทรงเกียรติ ก่อตั้งเมื่อปี 1850 ในช่วงปลายรัฐบาลโชกุน
โรงกลั่นสาเกอันทรงเกียรติ ก่อตั้งเมื่อปี 1850 ในช่วงปลายรัฐบาลโชกุน

14. เรือข้ามฟากช่องเขามูเก็นเคียว

ล่องเรือข้ามฟากชมช่องเขาของแม่น้ำทาดามิ ซึ่งไหลผ่านเขตไอซุในจังหวัดฟุกุชิมะ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที
เรือลำนี้นำเรือที่เคยใช้เดินทางจากหมู่บ้านมิฟุเกะในเมืองคาเนยามะ ซึ่งปัจจุบันถูกทิ้งร้าง ไปยังฝั่งตรงข้ามกลับมาให้บริการเพื่อการท่องเที่ยว
กล่าวกันว่าชื่อมูเก็นเคียวมาจากความงามเหนือจริงของหุบเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกเหนือแม่น้ำในช่วงเช้าและเย็นของฤดูร้อน
ภาพเรือข้ามฟากค่อย ๆ แล่นผ่านม่านหมอกน่าประทับใจอย่างยิ่ง หมอกเหนือแม่น้ำมีโอกาสเกิดมากในช่วงเช้าตรู่หรือพลบค่ำระหว่างเดือนมิถุนายน–สิงหาคม จึงอาจวางแผนมาในช่วงเวลาดังกล่าว

ออกตามหาความงามเหนือจริงของหุบเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกเหนือแม่น้ำ
ออกตามหาความงามเหนือจริงของหุบเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกเหนือแม่น้ำ

15. โทโนะเฮ็ตสึริ

สถานที่ชมวิวแห่งนี้เรียงรายด้วยโขดหินรูปร่างแปลกตา ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะและผุกร่อนตลอดระยะเวลา 1 ล้านปี
คำว่า “เฮ็ตสึริ” ในภาษาท้องถิ่นหมายถึง “หน้าผา” หรือ “ผนังอันตราย”
ทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ของหน้าผาทรงเสาขนาดมหึมาที่เรียงตัวยาว 200 ม. ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติแห่งชาติในปี 1943 ในฐานะตัวอย่างภูมิประเทศจากการกัดเซาะของแม่น้ำที่หาได้ยาก

อนุสรณ์ธรรมชาติแห่งชาติที่มีหน้าผาสูงชันเรียงราย
อนุสรณ์ธรรมชาติแห่งชาติที่มีหน้าผาสูงชันเรียงราย

16. ถ้ำอะบุคุมะ

ถ้ำหินปูนแห่งนี้มีหินงอกหินย้อยหลากหลายชนิดเรียงรายตลอดระยะทาง 600 ม. โดดเด่นด้วยจำนวนและชนิดที่มีมากมาย
ภายในถ้ำมีจุดน่าสนใจหลายแห่ง เช่น “โลกแห่งดวงจันทร์” อันน่าพิศวง ซึ่งเป็นถ้ำหินปูนแห่งแรกในญี่ปุ่นที่ติดตั้งระบบปรับแสงสำหรับการแสดง และ “วังมังกร” โถงสูงประมาณ 13 ม. ที่รวมหินงอกหินย้อยรูปร่างโดดเด่น
ที่ “พระราชวังทาคิเนะ” โถงใหญ่ที่สุดของถ้ำอะบุคุมะซึ่งสูง 29 ม. สามารถชมหินงอกหินย้อยล้ำค่าที่พบได้เฉพาะที่นี่อย่างใกล้ชิด เช่น ม่านคริสตัลและปะการังถ้ำ

ตื่นตากับความงามที่หยดน้ำและกาลเวลาอันยาวนานร่วมกันรังสรรค์!
ตื่นตากับความงามที่หยดน้ำและกาลเวลาอันยาวนานร่วมกันรังสรรค์!

17. โออุจิจูกุ

โออุจิจูกุมีบ้านหลังคามุงจากมากกว่า 30 หลังเรียงราย และยังคงรักษาบรรยากาศของเมืองสมัยเอโดะไว้ดังเดิม
เมืองนี้เคยรุ่งเรืองในฐานะเมืองที่พักบนเส้นทางไอซุนิชิไคโดเมื่อประมาณ 400 ปีก่อน ปัจจุบันชาวเมืองช่วยกันอนุรักษ์ภูมิทัศน์แบบดั้งเดิมตามหลัก 3 ข้อในกฎบัตรชุมชน ได้แก่ “ไม่ขาย ไม่ให้เช่า และไม่ทำลาย”
ภูมิทัศน์อันทรงคุณค่านี้ได้รับเลือกให้เป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารแบบดั้งเดิมที่สำคัญของชาติ

สถานที่ซึ่งยังคงรักษาทิวทัศน์เมืองสมัยเอโดะไว้ ทำให้รู้สึกราวกับย้อนเวลา
สถานที่ซึ่งยังคงรักษาทิวทัศน์เมืองสมัยเอโดะไว้ ทำให้รู้สึกราวกับย้อนเวลา

18. กลุ่มบึงโกชิกินุมะ

เกิดขึ้นจากการระเบิดของไอน้ำในปี 1888 ซึ่งก่อให้เกิดทะเลสาบและบึงหลายร้อยแห่ง
“กลุ่มบึงโกชิกินุมะ” เป็นชื่อเรียกรวมทะเลสาบและบึงขนาดเล็กใหญ่ประมาณ 30 แห่ง เช่น บึงบิชามง บึงอากะ บึงมิโดโระ บึงริว และบึงเบ็นเท็น ในปี 2016 ได้รับ 1 ดาวจากมิชลิน กรีนไกด์

กลุ่มทะเลสาบและบึงลึกลับที่รวบรวมบึงหลากสีสันไว้ด้วยกัน
กลุ่มทะเลสาบและบึงลึกลับที่รวบรวมบึงหลากสีสันไว้ด้วยกัน

19. มิฮารุทาคิซากุระ

ต้นซากุระพันธุ์เบนิชิดาเระที่ชาวท้องถิ่นรักในฐานะสัญลักษณ์ของเมืองมิฮารุ
กล่าวกันว่าชื่อนี้มาจากภาพดอกไม้เล็ก ๆ บานเต็มกิ่งที่แผ่ออกไปทุกทิศ ดูคล้ายสายน้ำตกไหลลงมา ประกอบกับตั้งอยู่ในเขตทาคิ
ภาพต้นไม้ยักษ์สูง 13.5 ม. แผ่กิ่งจากตะวันออกไปตะวันตก 25 ม. และจากเหนือไปใต้ 20 ม. ขณะออกดอกเต็มต้นนั้นน่าประทับใจ จนได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งใน “3 ต้นซากุระยิ่งใหญ่แห่งญี่ปุ่น”
ที่นี่เป็นต้นซากุระต้นแรกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติแห่งชาติ และในปี 2022 ครบรอบ 100 ปีของการขึ้นทะเบียน

ต้นซากุระพันธุ์เบนิชิดาเระอายุประมาณมากกว่า 1,000 ปี หนึ่งใน “3 ต้นซากุระยิ่งใหญ่แห่งญี่ปุ่น”
ต้นซากุระพันธุ์เบนิชิดาเระอายุประมาณมากกว่า 1,000 ปี หนึ่งใน “3 ต้นซากุระยิ่งใหญ่แห่งญี่ปุ่น”

20. ทะเลสาบอินาวาชิโระ

ทะเลสาบอินาวาชิโระมีภูเขาบันไดตั้งตระหง่านทางทิศเหนือ และเป็นทะเลสาบที่มีพื้นที่กว้างเป็นอันดับ 4 ของญี่ปุ่น
มีพื้นที่ประมาณ 103 ตร.กม. และลึกประมาณ 93 ม. เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนจะคึกคักไปด้วยผู้คนที่มาเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่าง ๆ เช่น เล่นน้ำในทะเลสาบ พายเรือ และตกปลา
ทะเลสาบตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางจังหวัดฟุกุชิมะ ครอบคลุม 2 เมือง ได้แก่ ไอซุวากามัตสึและโคริยามะ รวมถึงเมืองอินาวาชิโระ

ทะเลสาบที่กว้างเป็นอันดับ 4 ของญี่ปุ่น โดยมีภูเขาบันไดตั้งตระหง่านอยู่ไกลทางทิศเหนือ
ทะเลสาบที่กว้างเป็นอันดับ 4 ของญี่ปุ่น โดยมีภูเขาบันไดตั้งตระหง่านอยู่ไกลทางทิศเหนือ

21. ภูเขาอีโมริ

ภูเขาแห่งนี้ตั้งอยู่สุดขอบด้านตะวันออกของแอ่งไอซุ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของเมืองไอซุวากามัตสึ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมาเยือนถึงปีละ 2 ล้านคน
สามารถเดินขึ้นสู่ยอดเขาเล็ก ๆ ที่มีความสูง 314 ม. หรือใช้บันไดเลื่อนแบบมีค่าบริการเพื่อขึ้นไปได้อย่างสะดวก
ภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้มีตำนานเกี่ยวกับยามาโตะ ทาเครุและเรื่องเล่าอื่น ๆ อีกมากมาย พร้อมจุดน่าสนใจหลายแห่ง

ชมเมืองรอบปราสาทได้ทั่วจากยอดเขา! ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ไอซุ
ชมเมืองรอบปราสาทได้ทั่วจากยอดเขา! ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่อัดแน่นด้วยประวัติศาสตร์ไอซุ

22. ทะเลสาบฮิบาระ

ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอุระบันไดแห่งนี้เกิดจากการปะทุของภูเขาบันได มีเส้นรอบวงประมาณ 31 กม.
ถนนรอบทะเลสาบเป็นเส้นทางขับรถยอดนิยมที่สามารถชมทิวทัศน์งดงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู
มีทั้งเรือท่องเที่ยวและเรือยนต์ให้บริการ จึงชมภูเขาบันไดจากกลางทะเลสาบได้

ทะเลสาบใหญ่ที่สุดในอุระบันได ซึ่งชมทิวทัศน์งดงามได้ตลอดทั้ง 4 ฤดู
ทะเลสาบใหญ่ที่สุดในอุระบันได ซึ่งชมทิวทัศน์งดงามได้ตลอดทั้ง 4 ฤดู

23. ภูเขาบันได

ภูเขาไฟกรวยสลับชั้นที่มีความสูง 1,816 ม. ประกอบด้วยเทือกเขา 3 ส่วน และเป็นหนึ่งใน 100 ภูเขาชื่อดังของญี่ปุ่น
กลุ่มทะเลสาบและบึงหลายสิบแห่งที่กระจายอยู่บริเวณเชิงเขา รวมถึงโกชิกินุมะ เกิดจากหินถล่มในเหตุปะทุครั้งใหญ่ของภูเขาบันไดเมื่อปี 1888
บริเวณโดยรอบมีเส้นทางขับรถชมธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และเส้นทางเดินป่าที่เดินได้สบาย ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วงสามารถปีนเขาหรือขับรถเที่ยว ส่วนฤดูหนาวมีทั้งสกีและสโนว์บอร์ดให้สนุก

ภูเขาไฟกรวยสลับชั้นอันยิ่งใหญ่ ซึ่งการปะทุได้ก่อให้เกิดทะเลสาบและบึงหลายสิบแห่ง
ภูเขาไฟกรวยสลับชั้นอันยิ่งใหญ่ ซึ่งการปะทุได้ก่อให้เกิดทะเลสาบและบึงหลายสิบแห่ง

3 ร้านอาหารยอดนิยมในฟุกุชิมะ

ต่อไปนี้คือร้านอาหารยอดนิยมในฟุกุชิมะที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ
ทุกร้านเป็นร้านเก่าแก่ที่ชาวเมืองรักมายาวนาน และสามารถลิ้มรสอาหารชั้นเลิศอันหยั่งรากในท้องถิ่น
บรรยากาศภายในร้านยังสงบผ่อนคลาย เหมาะสำหรับใช้เวลาพิเศษระหว่างการเดินทาง
ไม่ว่าจะเลือกร้านไหนก็ไม่ผิดหวัง ลองอ่านรายละเอียดแล้วแวะไปยังร้านที่สนใจ

1. โออุจิจูกุ มิซาวายะ

ร้านโซบะแห่งนี้ตั้งอยู่ในโออุจิจูกุ เขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารแบบดั้งเดิมที่สำคัญของชาติ ซึ่งมีบ้านหลังคามุงจากประมาณ 40 หลังเรียงรายตามเส้นทาง
ภายในร้านซึ่งดัดแปลงจากบ้านเก่าเป็นพื้นที่สไตล์ญี่ปุ่นแท้ที่ชวนให้สงบใจ มีนาฬิกาลูกตุ้มคอยบอกเวลา และเตาอิโรริซึ่งจะก่อไฟถ่านในฤดูหนาว
ถ้วยใส่น้ำจิ้มโซบะที่เรียงรายเต็มผนังก็น่าชมเช่นกัน

ลิ้มรส “ทาคาโตะโซบะ” เมนูขึ้นชื่อโดยใช้ต้นหอมญี่ปุ่นแทนตะเกียบ ณ เมืองที่พักซึ่งยังคงมีทิวทัศน์สมัยเอโดะ
ลิ้มรส “ทาคาโตะโซบะ” เมนูขึ้นชื่อโดยใช้ต้นหอมญี่ปุ่นแทนตะเกียบ ณ เมืองที่พักซึ่งยังคงมีทิวทัศน์สมัยเอโดะ

2. ร้านโอกุโบะ ผู้เชี่ยวชาญซาชิมิเนื้อม้าแบรนด์ไอซุ

ร้านเฉพาะทางด้านซาชิมิเนื้อม้าผลิตในญี่ปุ่น บริหารโดย “นิคุโนะโอกุโบะ” ร้านขายเนื้อเก่าแก่ที่เปิดมานาน 80 ปี
เขตไอซุมีปริมาณการผลิตเนื้อม้ามากเป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากคุมาโมโตะ โดยร้านโอกุโบะคัดสรรเฉพาะซาชิมิเนื้อม้าผลิตในญี่ปุ่นระดับสูงสุดที่ได้รับการรับรองเป็นแบรนด์ไอซุ
เนื้อม้าไอซุได้รับความนิยมเพราะมีสัดส่วนเนื้อแดงสูง ทำให้สัมผัสรสชาติดั้งเดิมของเนื้อได้อย่างเต็มที่

ลิ้มลองซาชิมิเนื้อม้าผลิตในญี่ปุ่นคุณภาพสูงที่ได้รับการรับรองแบรนด์ไอซุได้อย่างสบาย ๆ
ลิ้มลองซาชิมิเนื้อม้าผลิตในญี่ปุ่นคุณภาพสูงที่ได้รับการรับรองแบรนด์ไอซุได้อย่างสบาย ๆ

3. ร้านบันไน สาขาหลัก

ร้านยอดนิยมที่แทบเลี่ยงการต่อแถวไม่ได้ และได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งใน 3 ร้านชั้นนำของคิตากาตะราเม็ง
เมืองคิตากาตะรุ่งเรืองด้านอุตสาหกรรมการหมักมาแต่โบราณ ทั้งโชยุ มิโซะ และสาเก
เมืองแห่งนี้เคยมีโกดังหลากหลายเรียงรายจนได้รับสมญาว่า “เมืองแห่งโกดัง” และเมนูที่ชาวท้องถิ่นรักมาอย่างยาวนานก็คือคิตากาตะราเม็งรสโชยุ

ร้านคิตากาตะราเม็งชื่อดังซึ่งขึ้นชื่อเรื่องแถวยาว
ร้านคิตากาตะราเม็งชื่อดังซึ่งขึ้นชื่อเรื่องแถวยาว

3 แหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมในฟุกุชิมะ

ฟุกุชิมะมีแหล่งช้อปปิ้งน่าสนใจมากมาย ตั้งแต่ศูนย์การค้าที่สัมผัสเทรนด์ล่าสุดได้ ไปจนถึงศูนย์จำหน่ายสินค้าที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อและของดีเฉพาะถิ่น
ต่อไปนี้คือสถานที่ซึ่งอาจทำให้อยากใช้เวลาช้อปปิ้งตลอดทั้งวัน

1. เอสปาลฟุกุชิมะ

“เอสปาล” คือศูนย์การค้าที่เชื่อมตรงกับสถานีหลักในภูมิภาคโทโฮคุ
“เอสปาลฟุกุชิมะ” ซึ่งเปิดในปี 1988 เชื่อมตรงกับทางออกทิศตะวันออกของสถานีฟุกุชิมะที่ให้บริการทั้งโทโฮคุชินคันเซ็นและรถไฟสายปกติ เป็นศูนย์การค้ายอดนิยมของทั้งนักช้อปท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว
ชั้น 1 มีร้านอาหารและของกิน เช่น อาหารสด อาหารพร้อมรับประทาน คาเฟ่ และร้านอาหาร ส่วนชั้น 2–4 มีสินค้าแฟชั่นผู้หญิงเป็นหลัก รวมทั้งเครื่องประดับแฟชั่น ของใช้ในชีวิตประจำวัน และแฟชั่นผู้ชาย

สะดวกเพราะเชื่อมตรงกับสถานี! ศูนย์การค้าที่มีของฝากจากฟุกุชิมะให้เลือกมากมาย
สะดวกเพราะเชื่อมตรงกับสถานี! ศูนย์การค้าที่มีของฝากจากฟุกุชิมะให้เลือกมากมาย

2. ศูนย์ผลิตภัณฑ์และการท่องเที่ยวจังหวัดฟุกุชิมะ

ศูนย์จำหน่ายสินค้าแห่งนี้อยู่ห่างจากสถานี JR ฟุกุชิมะ ซึ่งเป็นประตูสู่จังหวัดฟุกุชิมะ โดยเดินเพียง 3 นาที
รวบรวมสินค้าชั้นดีและผลิตภัณฑ์คุณภาพที่เกิดจากจังหวัดฟุกุชิมะไว้ในที่เดียว
พื้นที่แบ่งเป็น 4 โซน ได้แก่ “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์” “ผลิตภัณฑ์พิเศษ” “งานหัตถกรรม” และ “เลานจ์”
โซน “ผลิตภัณฑ์พิเศษ” รวบรวมรสชาติที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันและพบได้เฉพาะในจังหวัดฟุกุชิมะ อีกทั้งยังมีร้านขนมหวานภายในจังหวัดมาจำหน่ายแบบจำกัดเวลา จึงได้รับความนิยมจากชาวท้องถิ่นด้วย

ศูนย์กลางการเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อและข้อมูลท่องเที่ยวที่จังหวัดฟุกุชิมะภาคภูมิใจ
ศูนย์กลางการเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อและข้อมูลท่องเที่ยวที่จังหวัดฟุกุชิมะภาคภูมิใจ

3. ลาทอฟ

อาคารอเนกประสงค์ด้านวัฒนธรรมและการค้าที่เดินตรงจากสถานีอิวากิของรถไฟ JR สายโจบังและสายบันเอ็ตสึตะวันออกได้ผ่านทางเดินยกระดับ
นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ เช่น ห้องสมุด ศูนย์บริการประชาชน และสำนักงานแล้ว ชั้น 1–3 ยังเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์
จุดเด่นหลักของชั้น 1 คือ “โอโนะซากิ” ร้านขายปลาสดเก่าแก่ขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของจังหวัดฟุกุชิมะ และ “Latov Delicious Park” ซึ่งจำหน่ายของฝากหลากหลาย ทั้งเนื้อสัตว์ ผักผลไม้ อาหารพร้อมรับประทานทำมือ ขนมขึ้นชื่อเฉพาะจังหวัดฟุกุชิมะ และผักดองของดีเมืองอิวากิ

รอยยิ้มของอิวากิมารวมกันที่นี่! แลนด์มาร์กอเนกประสงค์ที่เชื่อมตรงกับสถานีอิวากิ
รอยยิ้มของอิวากิมารวมกันที่นี่! แลนด์มาร์กอเนกประสงค์ที่เชื่อมตรงกับสถานีอิวากิ

เพลิดเพลินกับออนเซ็นหลากหลายรูปแบบ! 4 ออนเซ็นและสปาในฟุกุชิมะ

ฟุกุชิมะมีแหล่งน้ำพุร้อนชั้นดีอยู่มากมาย
เพลิดเพลินกับออนเซ็นหลากหลาย ตั้งแต่น้ำพุร้อนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,000 ปี น้ำร้อนสีขาวขุ่น ไปจนถึงออนเซ็นลับลึกในหุบเขา
นอกจากนี้ยังมีสวนสนุกออนเซ็นชื่อดัง หากมีเวลาเหลือก็ลองแวะไปเที่ยวชม

1. ยูโนะคามิออนเซ็น

เมืองออนเซ็นอันเงียบสงบแห่งนี้อยู่ติดกับสถานียูโนะคามิออนเซ็นของรถไฟไอซุ ซึ่งมีชื่อเสียงจากอาคารสถานีหลังคามุงจาก
ตั้งอยู่ริมเหวลึกของหุบเขาโอคาวะ และเคยคึกคักในฐานะสถานที่พักฟื้นด้วยน้ำพุร้อนมาตั้งแต่อดีต
แม้มีหลายทฤษฎีเกี่ยวกับการค้นพบน้ำพุร้อน แต่กล่าวกันว่าจุดเริ่มต้นมาจากชาวบ้านเห็นลิงลงแช่น้ำเพื่อรักษาบาดแผล จึงตั้งชื่อว่า “ซารุยุ” หรือบ่อน้ำร้อนลิง

ยูโนะคามิออนเซ็นมีชื่อเสียงเรื่องปริมาณน้ำพุร้อนอุดมสมบูรณ์ ส่วนบ่อกลางแจ้งมีธรรมชาติเรียบง่ายช่วยปลอบประโลมจิตใจที่เหนื่อยล้า
ยูโนะคามิออนเซ็นมีชื่อเสียงเรื่องปริมาณน้ำพุร้อนอุดมสมบูรณ์ ส่วนบ่อกลางแจ้งมีธรรมชาติเรียบง่ายช่วยปลอบประโลมจิตใจที่เหนื่อยล้า

2. ไอซุฮิงาชิยามะออนเซ็น

ฮิงาชิยามะออนเซ็นซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะ “ห้องรับรองชั้นในของไอซุ” คือเมืองออนเซ็นเก่าแก่ทรงคุณค่า ตามตำนานกล่าวว่าพระเกียวกิเป็นผู้ค้นพบเมื่อประมาณ 1,300 ปีก่อน หลังได้รับการนำทางจากอีกา 3 ขา
แม้อยู่ห่างจากตัวเมืองไอซุวากามัตสึโดยรถยนต์เพียงประมาณ 15 นาที แต่กลับรายล้อมด้วยธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ จึงได้รับความนิยมในฐานะเมืองออนเซ็นอันเงียบสงบที่ช่วยให้ลืมความวุ่นวายในเมืองใหญ่

บ่อกลางแจ้งพร้อมทิวทัศน์งดงามเหนือเมืองไอซุวากามัตสึ (โอยาโดะ โทโฮ)
บ่อกลางแจ้งพร้อมทิวทัศน์งดงามเหนือเมืองไอซุวากามัตสึ (โอยาโดะ โทโฮ)

3. สปารีสอร์ตฮาวายเอียนส์

สวนสนุกออนเซ็นแบบครบวงจรที่ทั้งครอบครัวและคู่รักสามารถสนุกได้
ภายในรวบรวมธีมพาร์ก 6 แห่งที่ใช้น้ำจากอิวากิยูโมโตะออนเซ็นเป็นหลัก พร้อมความบันเทิงอย่างการแสดงเต้นรำ ร้านอาหาร และโรงแรมไว้ในที่เดียว

การแสดงที่จัดขึ้นช่วงกลางวันและกลางคืนในสวนน้ำน่าชมอย่างยิ่ง
การแสดงที่จัดขึ้นช่วงกลางวันและกลางคืนในสวนน้ำน่าชมอย่างยิ่ง

4. อีซากะออนเซ็น

อีซากะออนเซ็นเดินทางสะดวก โดยนั่งรถไฟฟุกุชิมะโคตสึสายอีซากะจากสถานี JR ฟุกุชิมะประมาณ 20 นาที จึงเป็นเมืองออนเซ็นใกล้ตัวของชาวฟุกุชิมะ
ออนเซ็นแห่งนี้มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ ตามตำนานเมื่อ 2,000 ปีก่อน ยามาโตะ ทาเครุล้มป่วยระหว่างการเดินทัพไปทางตะวันออก แต่หายดีทันทีหลังลงแช่น้ำพุร้อน

หนึ่งใน 3 ออนเซ็นชื่อดังแห่งโอชู
หนึ่งใน 3 ออนเซ็นชื่อดังแห่งโอชู

พักที่ไหนดีในฟุกุชิมะ? 3 ที่พักแนะนำ

ฟุกุชิมะซึ่งมีเสน่ห์จากธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และออนเซ็น มีที่พักให้เลือกมากมาย
ต่อไปนี้คือเรียวกังออนเซ็นเก่าแก่และที่พักบรรยากาศสบาย ๆ ที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ

1. โฮเทลลี อาลโต

โรงแรมออนเซ็นรีสอร์ตสไตล์นอร์ดิกแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ทะเลสาบอากิโมโตะในอุระบันได โดยอยู่เลยภูเขาบันไดจากสถานีอินาวาชิโระ เดินเพียง 10 นาทีถึงทางเข้า “เส้นทางศึกษาธรรมชาติโกชิกินุมะ” ซึ่งเป็นเส้นทางเดินป่าที่โกชิกินุมะ ทำเลนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับสัมผัสธรรมชาติของอุระบันไดอย่างเต็มที่
ตัวอาคารได้รับการปรับปรุงจากบ้านพักบนภูเขาอายุ 40 ปีให้เป็นสไตล์นอร์ดิก ซึ่งมีวัฒนธรรม “การใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ” ร่วมกับอุระบันได ภายในตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์และของประดับดีไซน์นอร์ดิกชื่อดัง ให้บรรยากาศสบายแม้ใช้เวลาอยู่นาน

ช่วงเวลาแสนพิเศษในฤดูหนาว เมื่อนั่งพักผ่อนในห้องอุ่น ๆ ข้างเตาผิงพร้อมชมทิวทัศน์หิมะ
ช่วงเวลาแสนพิเศษในฤดูหนาว เมื่อนั่งพักผ่อนในห้องอุ่น ๆ ข้างเตาผิงพร้อมชมทิวทัศน์หิมะ

2. มุคาอิทาคิ

เรียวกังออนเซ็นเก่าแก่ซึ่งเป็นตัวแทนของฮิงาชิยามะออนเซ็น เมืองออนเซ็นชานเมืองไอซุวากามัตสึ รับช่วง “คิตสึเนะยุ” ซึ่งเคยเป็นสถานพักฟื้นที่แคว้นไอซุกำหนดไว้ในสมัยเอโดะ ก่อนเปิดเป็นที่พักออนเซ็นในปี 1873
ห้องอาบน้ำใหญ่มี “คิตสึเนะยุ” ซึ่งเคยเยียวยาร่างกายของเหล่าซามูไรแคว้นไอซุ และ “ซารุโนะยุ” ที่ชมทิวทัศน์ธรรมชาติผ่านหน้าต่างได้ ทั้ง 2 แห่งมีห้องอาบน้ำชายและหญิง นอกจากนี้ยังมีห้องอาบน้ำครอบครัวแบบส่วนตัว โดยทุกแห่งใช้น้ำพุร้อนจากต้นน้ำ 100% แบบไหลผ่านตลอด โดยไม่เติมน้ำหรือเพิ่มความร้อน

สถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมคือสัญลักษณ์ของฮิงาชิยามะออนเซ็น
สถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมคือสัญลักษณ์ของฮิงาชิยามะออนเซ็น

3. ไอซุอาชิโนะมากิออนเซ็น โอคาวาโซ

อาชิโนะมากิออนเซ็นตั้งอยู่ริมช่องเขาโอคาวะ ซึ่งเรียงรายด้วยโขดหินประหลาดและหน้าผาที่เกิดจากกระแสน้ำเชี่ยว ตามตำนานมีการค้นพบน้ำพุร้อนเมื่อประมาณ 1,200 ปีก่อน
“โอคาวาโซ” ซึ่งหันหน้าเข้าหาแม่น้ำอากะ เป็นเรียวกังออนเซ็นที่สามารถชื่นชมความงามของช่องเขาได้จากทั้งห้องพักและบ่อกลางแจ้ง
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ที่พัก จะพบล็อบบี้โถงสูงที่เชื่อมจากชั้นใต้ดินไปยังชั้น 1 ด้วยบันได
“เวทีลอย” กลางบันไดที่ใช้จัดกิจกรรมต่าง ๆ และรูปแบบอาคารญี่ปุ่นอันซับซ้อน ดูคล้าย “ปราสาทไร้ขอบเขต” ฐานบัญชาการของเหล่าอสูรในมังงะยอดนิยมที่สร้างเป็นอนิเมะเรื่อง “ดาบพิฆาตอสูร”

เรียวกังออนเซ็นที่เป็นกระแสเพราะดูคล้ายฉากในอนิเมะยอดนิยม
เรียวกังออนเซ็นที่เป็นกระแสเพราะดูคล้ายฉากในอนิเมะยอดนิยม

3 ของฝากยอดนิยมจากฟุกุชิมะ

ฟุกุชิมะมีของฝากให้เลือกครบครัน ตั้งแต่ขนมชื่อดังจากร้านเก่าแก่ไปจนถึงราเม็งยอดนิยม ตัวเลือกที่มีมากมายอาจทำให้ตัดสินใจลำบาก
เราจึงคัดสรรของฝากยอดนิยมมาแนะนำ

1. มามาโดโอล จากบริษัทซัมมันโกคุ

ซัมมันโกคุ ผู้ผลิตขนมชั้นนำของเมืองโคริยามะ จังหวัดฟุกุชิมะ ก่อตั้งในปี 1946 หลังสงครามสิ้นสุดไม่นาน
บริษัทยังคงใส่ใจการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดีเช่นเดียวกับตอนก่อตั้ง และผลิตขนมญี่ปุ่นกับตะวันตกหลากหลายชนิดมาอย่างต่อเนื่อง
“มามาโดโอล” ขนมขึ้นชื่อประจำซัมมันโกคุ เป็นที่รักมายาวนานกว่า 50 ปีนับตั้งแต่วางจำหน่ายในปี 1967 และกลายเป็นของฝากยอดนิยมจากฟุกุชิมะ

สินค้าขายดีมายาวนานกว่า 50 ปีด้วยรสชาติที่ไม่เคยเปลี่ยน
สินค้าขายดีมายาวนานกว่า 50 ปีด้วยรสชาติที่ไม่เคยเปลี่ยน

2. คิตากาตะราเม็งบันไน จากบริษัทเม็นโชกุ

คิตากาตะราเม็งแห่งฟุกุชิมะได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งใน 3 ราเม็งชั้นนำของญี่ปุ่น เคียงคู่ฮากาตะราเม็งจากฟุกุโอกะและซัปโปโรราเม็งจากฮอกไกโด กล่าวกันว่ามีต้นกำเนิดในช่วงต้นยุคโชวะ เมื่อชายหนุ่มที่เดินทางมาจากจีนเข็นรถขายราเม็งไปตามเมืองคิตากาตะ
เอกลักษณ์คือ “เส้นแบนทำมือนวดบ่มแบบใช้น้ำมาก” ซึ่งเหนียวนุ่มและหยักเป็นลอนอย่างโดดเด่น

เพลิดเพลินที่บ้านกับรสชาติของ “คิตากาตะราเม็งบันไน” ซึ่งสืบทอดรสชาติจาก “บันไน” หนึ่งใน 3 ร้านชั้นนำของคิตากาตะราเม็ง
เพลิดเพลินที่บ้านกับรสชาติของ “คิตากาตะราเม็งบันไน” ซึ่งสืบทอดรสชาติจาก “บันไน” หนึ่งใน 3 ร้านชั้นนำของคิตากาตะราเม็ง

3. คาชิวายะอุสุคาวะมันจู ไส้ถั่วแดงกวนละเอียด

ขนมขึ้นชื่อของ “คาชิวายะ” ร้านเก่าแก่ที่ก่อตั้งในปี 1852
ได้รับความรักมายาวนานถึง 170 ปีในฐานะหนึ่งใน 3 มันจูชั้นนำของญี่ปุ่น เคียงคู่ “ชิโฮเซะมันจู” จากโตเกียวและ “โอเตะมันจู” จากโอกายามะ
สมชื่ออุสุคาวะมันจู ภายในแป้งบาง ๆ อัดแน่นด้วยไส้ถั่วแดงกวนละเอียดเนื้อเนียนรสละมุน

สินค้าขายดีตลอดกาลที่เป็นที่รักมานาน 170 ปี
สินค้าขายดีตลอดกาลที่เป็นที่รักมานาน 170 ปี

บทสรุป

บทความนี้ได้แนะนำทั้งธรรมชาติอันงดงาม ออนเซ็นชั้นดี และทิวทัศน์เมืองที่ประวัติศาสตร์ยังคงมีชีวิต ซึ่งล้วนเป็นเสน่ห์ของฟุกุชิมะ
หากต้องการท่องเที่ยวเพื่อพักกายพักใจท่ามกลางธรรมชาติสวยงามและน้ำพุร้อนชั้นดี ลองมาเยือนฟุกุชิมะกันดู
หากมีเวลาเหลือ อาจเดินทางต่อไปยังจังหวัดมิยางิด้วยรถบัสด่วนประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อลิ้มลองอาหารท้องถิ่นหลากหลายชนิด รวมถึงลิ้นวัวย่าง